Blog

  • ธุรกิจความตายเติบโตในเกาหลีใต้ สะท้อนสังคมผู้สูงอายุและความเหงา

    ธุรกิจความตายเติบโตในเกาหลีใต้ สะท้อนสังคมผู้สูงอายุและความเหงา

    สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปูซาน เมืองท่าทางใต้ของเกาหลีใต้ กลายเป็นแหล่งผลิตผู้เชี่ยวชาญการจัดการศพรุ่นใหม่ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์อย่างรุนแรง โดยมีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในโลกและประชากรเกือบครึ่งหนึ่งอายุ 50 ปีขึ้นไป

    นิสิต จางจินยอง อายุ 27 ปี นิสิตสาขาการบริหารงานศพ เผยว่า ‘เมื่อสังคมของเราสูงวัย ฉันคิดว่าความต้องการงานประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น’ ขณะที่อิมแซจิน อายุ 23 ปี ตัดสินใจเข้าสู่สาขานี้หลังยายเสียชีวิต โดยกล่าวว่า ‘ในงานศพของยาย ฉันเห็นว่าผู้จัดการศพได้เตรียมยายอย่างสวยงามเพื่อการลาจากครั้งสุดท้าย ฉันรู้สึกขอบคุณอย่างลึกซึ้ง’

    อาชีพใหม่เกิดจากสังคมเหงาเดียว

    ครัวเรือนคนเดียวในเศรษฐกิจอันดับสี่ของเอเชียคิดเป็น 42% ของครัวเรือนทั้งหมด ทำให้เกิดอาชีพใหม่คือผู้ทำความสะอาดบ้านหลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่คนเดียว

    โจอึนซอก อดีตนักดนตรีคลาสสิกวัย 47 ปี ได้ทำความสะอาดบ้านหลายแห่งที่เจ้าของเสียชีวิต บางครั้งหลายเดือนหลังจากเสียชีวิตแล้ว โจเปรียบบ้านเหล่านั้นเหมือนภาพเหมือนของพวกเขา พร้อมร่องรอยที่น่าเศร้า เช่น ขวดโซจูหลายร้อยขวดที่ปิดฝาเรียบร้อย และกล่องของขวัญที่ไม่เคยเปิด

    ความตายเหงาเดียวและปัญหาสังคม

    เกาหลีใต้มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย โจเริ่มได้รับโทรศัพท์จากบริษัทเช่ารถยนต์ให้ไปทำความสะอาดรถที่ลูกค้าใช้จบชีวิต

    เขากำลังพัฒนาอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณการเสียชีวิตโดยไม่มีคนดูแล ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการระบาดของแมลงศัตรูพืช และบังคับให้ทิ้งของใช้ทั้งบ้าน ในฤดูร้อนกลิ่นแพร่กระจายเร็ว

    ความทรงจำและความหวังที่หลงเหลือ

    บ้านหญิงชราวัย 80 กว่าปีที่เสียชีวิตเร็วๆ นี้ ยังคงเต็มไปด้วยร่องรอยชีวิต เครื่องปรับอากาศเก่า ขวดเครื่องสำอาง และห้องน้ำเคลื่อนที่ ขณะที่ไม้เท้าหลายอันวางอยู่ข้างประตู

    งานนี้บางครั้งต้องการมากกว่าแค่การทำความสะอาด คิมซอกจุงเคยทำความสะอาดบ้านนักแต่งเพลงที่เสียชีวิตและพบชุดเพลงที่เธอไม่เคยแบ่งปันกับญาติ เขาแปลงเพลงเหล่านั้นเป็นเพลงสำหรับครอบครัวผู้สูญเสีย

    โจยังจำได้ถึงนักเรียนมัธยมหญิงที่อาศัยอยู่คนเดียวในโกชิวอน ห้องแคบกว่า 5 ตารางเมตร หลังหนีจากความรุนแรงในครอบครัว เธอดูแลกล่องเล็กๆ อย่างระมัดระวัง ห้ามโจทิ้งไป เธอฆ่าตัวตายในห้องเล็กนั้นหนึ่งปีต่อมา เมื่อโจกลับมาทำความสะอาด เขาพบว่าแฮมสเตอร์อาศัยอยู่ในกล่องมาตลอด และข้างๆ วางกีตาร์ที่เธอฝันอยากเป็นนักดนตรี

    ปัจจุบันครัวเรือนที่มีบุคคลคนเดียวคิดเป็นประมาณร้อยละ 42 ของบ้านทั้งหมดในเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของเอเชีย

    ปัจจุบันครัวเรือนที่มีบุคคลคนเดียวคิดเป็นประมาณร้อยละ 42 ของบ้านทั้งหมดในเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของเอเชีย

    ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ยังคงใช้ชีวิตและตายอย่างโดดเดี่ยว

    ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ยังคงใช้ชีวิตและตายอย่างโดดเดี่ยว

    คิม ดูนยอน ผู้มากประสบการณ์ในธุรกิจงานศพ กล่าวว่าเขากำลังรับสมัครคนอายุ 20 กว่าๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

    คิม ดูนยอน ผู้มากประสบการณ์ในธุรกิจงานศพ กล่าวว่าเขากำลังรับสมัครคนอายุ 20 กว่าๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

    ความจำเป็นเพิ่มมากขึ้น  ต้องมีพนักงานทำความสะอาดเพื่อทำความสะอาดบ้านหลังจากที่ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ซึ่งอยู่คนเดียวเสียชีวิต

    ความจำเป็นเพิ่มมากขึ้น ต้องมีพนักงานทำความสะอาดเพื่อทำความสะอาดบ้านหลังจากที่ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ซึ่งอยู่คนเดียวเสียชีวิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/death-business-grows-aging-lonely-south-korea&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Wu4owLm9dUESPj7bGhGKg

  • พม. ชู

    พม. ชู

    พม. ชู “Family First” ปลุกเศรษฐกิจ “ใส่ใจ” สร้างอาชีพใกล้บ้าน มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย


    3/11/2568 | 5 |

    🤝 พม. ชู “Family First” ปลุกเศรษฐกิจ “ใส่ใจ” สร้างอาชีพใกล้บ้าน มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย

    กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้จัดงานใหญ่ “การบูรณาการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย” ณ อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 โดยเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญระหว่าง 4 กระทรวงหลัก (พม., เกษตรฯ, ศึกษาธิการ, ท่องเที่ยวฯ) และ 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “พม. ใกล้คุณ” และยกระดับการดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม 

    รัฐบาลห่วงใย: ประชาชนคือศูนย์กลางของความมั่นคงชาติ
    นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยตอกย้ำถึงหลักการพื้นฐานที่รัฐบาลยึดถือคือ การให้ความห่วงใยและเห็นความสำคัญของประชาชนในทุกช่วงวัย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ถือว่า ประชาชนคือศูนย์กลาง (People-Centric) ของการพัฒนาและความมั่นคงของประเทศ

    รมว. พม. กล่าวน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานที่เน้นการไม่ทอดทิ้งกัน และประกาศเจตนารมณ์ที่จะสืบสานพระราชปณิธานผ่านการทำงานร่วมกันของ 7 ภาคีเครือข่าย

    แนวทางการทำงานของกระทรวง พม. จึงมุ่งมั่นยึดหลัก Family First (ครอบครัวต้องมาก่อน) ที่เริ่มต้นจากความต้องการและความเข้มแข็งของหน่วยที่เล็กที่สุด แต่สำคัญที่สุด นั่นคือ “ครอบครัว” ก่อนจะงอกงามเป็นความมั่นคงของชาติต่อไป

    🎯 “Family First & Care Economy”: แนวคิดที่เป็นมากกว่านโยบาย

    การขับเคลื่อนงานทั้งหมดภายใต้นโยบาย “พม. ใกล้คุณ” จึงเป็นการดำเนินการเพื่อ ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง โดยเน้นการทำงานที่ยึด “ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง” ภายใต้นโยบาย Family First และขับเคลื่อนด้วย เศรษฐกิจใส่ใจ (Care Economy)

    🛠️ กลไกบูรณาการ: 2 เสาหลักเพื่อครัวเรือนเปราะบาง

    การบูรณาการทำงานระหว่าง 7 หน่วยงานนี้ เป็นกลไกสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาสังคมของกลุ่มคนเปราะบางของประเทศไทยได้อย่างมุ่งเป้า โดยมี 2 นโยบายหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ:

             1. ลดรายจ่ายครัวเรือนเปราะบาง: ด้วยการส่งเสริมให้ทุกครอบครัว เข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคม อย่างเต็มที่และไร้รอยต่อ เพื่อลดภาระและสร้างความอุ่นใจในการดำรงชีวิต
              2. สร้างเศรษฐกิจใส่ใจ (Care Economy): เน้นการ สร้างอาชีพใกล้ครอบครัว ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวสามารถดูแลกันได้อย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกันก็มีรายได้ที่มั่นคง

    🥚 “ไข่ใกล้คุณ”: โมเดลนำร่องที่วัดผลได้จริง

    หนึ่งในตัวอย่างความร่วมมือที่น่าสนใจคือ แนวคิด “ไข่ใกล้คุณ” ที่เกิดจากการสังเกตปัญหาเล็กๆ อย่างราคาไข่ไก่ที่สูงในพื้นที่สูง โดยมีแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงภารกิจของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งอาหารโปรตีนในราคาที่เป็นธรรม และเป็นการสร้างอาชีพในชุมชน

    • 3 สมาคม อปท. จะเป็นเจ้าภาพหลัก โดยยึดพื้นที่ (Area Base) เป็นสำคัญ เนื่องจากทั้ง 3 สมาคม อปท. ทำงานใกล้ชิดกับครอบครัวในพื้นที่ ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด

    🛡️ “มาตรการกันซ้ำ”: สร้างความเข้มแข็งจากภายใน

    รมว. พม. ยังเน้นย้ำถึงกลุ่มเปราะบางในศูนย์/สถาน/บ้าน/นิคม 515 แห่ง ซึ่งเปรียบเสมือน “ครอบครัวของ พม.” โดยมีเป้าหมายคือการสร้าง “ครอบครัวอุปถัมภ์ที่มีคุณภาพ” และให้สมาชิกครอบครัวมีงาน มีรายได้ใกล้บ้าน เพื่อเป็น “มาตรการกันซ้ำ” ไม่ให้กลุ่มเปราะบางต้องวนเวียนกลับเข้าสู่ศูนย์อีก ซึ่งการพัฒนาบริการต่าง ๆ อาทิ Day Care ในชุมชน จะช่วยลดภาระของครอบครัวช่วงทำงาน ถือเป็นการดูแลที่ละเอียดอ่อนและเข้าใจบริบทชีวิตของประชาชน

    การลงนาม MOU ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาคนของชาติอย่างบูรณาการ โดยการเชื่อมโยงการทำงานของทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน เป็นการลดรอยต่อในการเข้าถึงหน่วยงาน “ใกล้ตัว” และแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว

    “ความร่วมมือในวันนี้ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนจาก ‘ความตั้งใจ’ ให้เป็น ‘พลังปฏิบัติ’ ที่จับต้องได้ เราจะนำพาทุกชีวิตเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมอย่างไร้รอยต่อ มีงาน มีรายได้ใกล้บ้าน เป็นการเพิ่มโอกาสอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ความอบอุ่นเริ่มจากบ้าน แผ่สู่ชุมชน และงอกงามเป็นความมั่นคงของชาติสืบไป

    ที่มา : เฟซบุ๊กกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/437310&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qjOZ6i46oM_TNsJAhtTSu

  • ไขปริศนา ถูกหวยเป๋าตัง เอาเงินที่ได้มาใช้คนละครึ่งพลัสได้ไหม หลังใช้จ่ายที่เดียวกัน

    ไขปริศนา ถูกหวยเป๋าตัง เอาเงินที่ได้มาใช้คนละครึ่งพลัสได้ไหม หลังใช้จ่ายที่เดียวกัน

              ไขปริศนา ถูกหวยเป๋าตัง เอาเงินที่ได้มาใช้คนละครึ่งพลัสได้ไหม เพราะใช้จ่ายในที่เดียวกัน จะได้ไม่ต้องโอนเข้าออกบ่อย

    เอาเงินถูกหวยใช้คนละครึ่งได้ไหม

    ภาพจาก Leiter1940s / Shutterstock.com

              เมื่อวานนี้ (1 พฤศจิกายน 2568) เป็นหนึ่งวันที่คนไทยรอคอยทั้งประเทศ นอกเหนือจากวันที่ 16 ของทุกเดือน นั่นคือ วันหวยออก ซึ่งปัจจุบันเราสามารถซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลได้หลายช่องทาง เช่น สลากแบบใบ ซื้อกับพ่อค้าแม่ค้า หรือสลากดิจิทัล ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง

              ทั้งนี้ เมื่อหวยออก ก็ต้องมีคนถูกรางวัล โดยเฉพาะแอปฯ เป๋าตัง ที่ตอนนี้มีโครงการคนละครึ่งพลัสรวมอยู่ด้วย จึงเกิดคำถามว่า เงินที่ถูกรางวัล สามารถเอามาใช้ซื้อของในโครงการได้ไหม

              คำตอบคือ ได้ เพราะถือว่าเป็นเงินที่อยู่ใน G-Wallet อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ 200 บาทต่อวัน รวมถึงยอดรวมที่ใช้ได้ทั้งหมด 2,000-2,400 บาท

    ข่าวคนละครึ่งพลัส ที่เกี่ยวข้องล่าสุด

              – คนละครึ่งพลัส ใช้ในห้างสรรพสินค้าได้ไหม หลายคนคิดว่าไม่ได้ อาจต้องคิดใหม่
              – โครงการคนละครึ่งพลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่มรับเงิน 1 พ.ย. นี้ ไม่ต้องสแกน ไม่ต้องแอปฯ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://money.kapook.com/view296189.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39Umy7ADrX2qL6CA-9clUM

  • ถอดกลยุทธ์ “อริยะ ก่อเกียรติเสถียร” ในสนามร้านอาหาร ทำอย่างไรถึงแตกต่าง

    ถอดกลยุทธ์ “อริยะ ก่อเกียรติเสถียร” ในสนามร้านอาหาร ทำอย่างไรถึงแตกต่าง

    ถอดกลยุทธ์ “อริยะ ก่อเกียรติเสถียร” ในสนามร้านอาหาร ทำอย่างไรถึงแตกต่าง

    โควิดที่ว่าแย่ กลับกลายเป็นโอกาสของ “อริยะ ก่อเกียรติเสถียร” นักธุรกิจรุ่นใหม่ และทายาทธุรกิจโรงแรมย่านเขาใหญ่ ในการรีแบรนด์ธุรกิจโรงแรมและขยายอาณาจักรธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มของเขาจากเขาใหญ่สู่กรุงเทพฯ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะแย่กว่าโควิด และน่าจะซึมยาวไปอีก 2-3 ปี

    อะไรทำให้เขามั่นใจว่าธุรกิจยังสามารถขยายและสู้กับคู่แข่งในตลาดได้กับเป้าหมายการเติบโต 30% ในปี 2569 

    โพสต์ทูเดย์ ได้พูดคุยกับ อริยะ ก่อเกียรติเสถียร วัย 34 ปี ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการลามายา กรุ๊ปและลาโค่ กรุ๊ป เจ้าของอาณาจักร “ลามายา กรุ๊ป” และ “ลาโค่ กรุ๊ป” เจ้าของเชน hospitality และ ธุรกิจ F&B ชื่อดังแห่งเขาใหญ่และกรุงเทพฯ ไปเมื่อเร็วๆนี้ https://www.posttoday.com/smart-sme/732695

    นอกจากเรื่องราวดังกล่าวแล้ว เขายังได้แบ่งปันเรื่องราวเจาะลึกถึงกลยุทธ์การทำธุรกิจที่แตกต่าง ในสนามธุรกิจโรงแรมและ F&B  ไว้อย่างน่าสนใจด้วย

    ถอดกลยุทธ์ “อริยะ ก่อเกียรติเสถียร” ในสนามร้านอาหาร ทำอย่างไรถึงแตกต่าง

    อริยะ ก่อเกียรติเสถียร

    เขายอมรับว่า ปีนี้ และอีก 2-3 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจยังไม่ดีอย่างแน่นอน ซึ่งเศรษฐกิจอยู่ในภาวะซึมมาระยะหนึ่งแล้ว ประกอบการในปีนี้มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว นักท่องเที่ยวหาย กระทบกับร้าน ลามายา กรุงเทพฯ ที่เปิดใหม่เพียง 9 เดือน ทำให้รายได้ปี 68 ยังคงที่เท่ากับรายได้ปี 67 คือประมาณกว่า 300 ล้านบาท

    แต่เขามั่นใจว่าในปี 69 เขาจะนำพาบริษัทให้เติบโตได้ถึง 30% ได้อย่างแน่นอน ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่าง และการบริหารจัดการต้นทุนอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญต้องมองสถานการณ์ยากลำบากให้เป็น “โอกาส”  “การไม่หยุดนิ่ง” และ “การวางแผนธุรกิจที่หลากหลาย” 

    เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ในช่วงโควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงที่นักลงทุนส่วนใหญ่นิ่งและไม่กล้าทำอะไรเขากลับมองว่า อยู่เฉยไม่ได้ และถือเป็น “โอกาส” ที่จะเข้าสู่ตลาดเพื่อทำ Rebranding และ Refresh ตลาด ทำให้การ Rebranding ของโรงแรมไม่ต้องเสียค่าการตลาด และเกิดเป็นไวรัล โตแบบออแกนิกซ์ ด้วยแนวคิดในการทำโรงหนังกลางแจ้งบริเวณโรงแรม

    จากนั้น จึงครีเอทไอคอนนิก สปอทให้ร้านอาหารของโรงแรม ลาโค่ เขาใหญ่ ให้เป็นโดม เพราะมองเห็นช่องว่างธุรกิจ เราอยู่เขาใหญ่ เรารู้ว่า ที่นี่ยังไม่มีอะไรเลย คนมาล้นจนเกิดการ turn over จากเดิมที่เขาใหญ่ในช่วงก่อนโควิด มีโรงแรมเกิดเยอะ มีกระแสคาเฟ่ ฮอปปิ้ง เกิดขึ้นเยอะ 

    ดังนั้นจึงต้องการสร้าง Destination Space ที่เขาใหญ่ ที่ไม่อิงกับซีซั่น มีสปา มีโรงแรม มีที่พักให้เลือกที่ตอบโจทย์กลุ่ม Gen z และ y กลุ่มคู่รัก ครอบครัว ทำให้ตั้งแต่รีแบรนด์ รายได้เข้ามาถึงเดือนละ 10 ล้านบาท รายได้เติบโตกว่า 300%

    จากโรงแรมสู่ธุรกิจร้านอาหารที่ใครๆ ก็บอกว่ายาก คู่แข่งเต็มสนาม และเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่สิ่งที่ อริยะ มั่นใจ คือ ความต่าง ด้วย  “Destination Marketing” เขายกตัวอย่างการทำร้าน ลามายา กรุงเทพฯว่า ช่วง 6 เดือนแรก ต้องทุ่มทุกอย่างให้เต็มที่ ทั้ง เมนูอาหาร การแสดง เพื่อประเมินให้รู้ว่าทิศทางธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด

    สำหรับ สิ่งที่ทำให้ธุรกิจแตกต่างจากคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจ F&B ที่มีการแข่งขันสูง คือการเปลี่ยนจุดยืนของธุรกิจ นั่นคือ 

    1. การเน้นขาย “ประสบการณ์” แทน F&B ซึ่งเขาไม่ได้วางตำแหน่งร้านอาหารของตนเองอยู่ในหมวด F&B (Food and Beverage) เท่านั้น แต่เป็น “experience attraction” (สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์) ซึ่งทำให้คู่แข่งในตลาดนี้ลดลงอย่างมาก เหลือประมาณ 500 เจ้า เทียบกับเป็นแสนเจ้าในตลาด F&B ทั่วไป

    2. การสร้าง Destination และประสบการณ์พิเศษ มีการนำสิ่งต่างๆ มาสร้างเป็น destination บนชั้นสูง (ชั้น 30) และมีบริการที่แตกต่าง เช่น Fire Show, Mapping Show และ Jazz ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับมีมูลค่าเกินกว่าราคาเครื่องดื่ม

    3. กลยุทธ์การขายหลายช่วงเวลา (4 เวลา) ร้านอาหารถูกออกแบบให้รองรับลูกค้า 4 ช่วงเวลาในหนึ่งวัน โดยมีการตั้งเป้าหมายลูกค้าและระดับการใช้จ่ายที่แตกต่างกัน เพื่อไม่ให้รองรับตลาดเดียว
        ◦ กลางวัน (500 บาท/คน)
        ◦ ช่วงบ่าย/ทูคอฟฟี่ (500-800 บาท/คน)
        ◦ ดินเนอร์ (1,000-1,500 บาท/คน)
        ◦ หลัง 23:00 น. (2,000-2,500 บาท/คน สำหรับกลุ่ม high spending)

    ถอดกลยุทธ์ “อริยะ ก่อเกียรติเสถียร” ในสนามร้านอาหาร ทำอย่างไรถึงแตกต่าง

    4. กลยุทธ์การตลาดแบบ Back to Basic ในช่วงที่การตลาดออนไลน์มีค่าใช้จ่ายสูงผู้ประกอบการเลือกใช้กลยุทธ์ “Back to Basic” โดยการลงไปแจกใบปลิวขนาด A5 ถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติโดยตรงตามจุดแลนด์มาร์กสำคัญๆ ในกรุงเทพฯ (เช่น ทรงวาด, MBK, Icon Siam) การทำเช่นนี้ช่วยให้สามารถวัดผลได้ทันทีว่าลูกค้ามาจากโลเคชันใด

    5. การสร้างแบรนด์สู่ตลาดต่างประเทศ (Overseas) ในการโปรโมตเริ่มต้น มีการใช้คนต่างชาติ (อินฟลูเอนเซอร์/โบรกเกอร์) ในการโปรโมตแทนคนไทย เพื่อสร้าง Brand Awareness ที่เป็นภาษากลาง (ภาษาอังกฤษ) และขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังตลาดที่มีประชากรพันล้านคน (เช่น อินเดีย, จีน) ซึ่งมีโอกาสในการสร้าง Destination มากกว่า

    6. การทดสอบธุรกิจด้วยต้นทุนสูงในช่วงแรก มีการใช้หลักการ “เทสต์รัน” ธุรกิจด้วยต้นทุนการลงทุนที่สูงสุดในช่วง 6 เดือนแรก (สมมติลงทุน 1 ล้าน) เพื่อให้เห็นว่าอะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็น จากนั้นจึงตัดสิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพออก อาจลดต้นทุนได้ถึง 50% เหลือ 500,000 ทำให้ได้รูปแบบการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพโดยเร็ว โดยไม่เกิดความไม่ชัดเจนในอนาคต

    ถอดกลยุทธ์ “อริยะ ก่อเกียรติเสถียร” ในสนามร้านอาหาร ทำอย่างไรถึงแตกต่าง

    7. การแตกหลายแบรนด์ เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเขาอธิบายว่า ไม่ได้จำกัดการลงทุนอยู่แค่ 1-2 ร้าน แต่ต้องมีการเพิ่มร้านอื่นๆ เพิ่มด้วย เพื่อกระจายความเสี่ยง ทำให้นอกจาก ลามายา แล้ว เขายังมีร้านข้าวมันไก่ ร้านมัทฉะ และร้านระลึก ร้านอาหารไทยที่ได้รับเครื่องหมาย Thai Select จากกระทรวงพาณิชย์อีกด้วย

    ดังนั้นการทำธุรกิจจึงต้องประสานกลยุทธ์การตลาดและการวางแผนที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน และหยุดนิ่งไม่ได้ แม้แต่วินาทีเดียว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/732827&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0D_r5L-nKTEHlTqO9mBXWa

  • กมธ.การเงิน การคลังฯ ลุยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ชาวกาฬสินธุ์ | เดลินิวส์

    กมธ.การเงิน การคลังฯ ลุยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ชาวกาฬสินธุ์ | เดลินิวส์

    ที่หอประชุมโรงเรียนหนองแวงวิทยานุกูล อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 1 คณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.การเงิน การคลังฯ) เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “ชาวบ้านมั่นคงทางการเงิน : เรียนรู้ ออมเงิน สร้างเครือข่าย” ซึ่งจัดขึ้นโดยกมธ.การเงิน การคลังฯ โดยมีนายเจริญ จันดอน สจ.อ.เมืองกาฬสินธุ์ เขต 2 นายพงษ์ พิมพะนิตย์ สจ.อ.เมืองกาฬสินธุ์ เขต 3 เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เจ้าหน้าที่ ธกส.เป็นวิทยากร มีผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง

    นายวิรัช กล่าวว่า กมธ.การเงิน การคลังฯ ได้จัดสัมมนาเรื่อง ชาวบ้านมั่นคงทางการเงิน : เรียนรู้ ออมเงิน สร้างเครือข่าย ขึ้นครั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และให้เห็นถึงความสำคัญของการมีความรู้พื้นฐาน ด้านการเงินเกี่ยวกับการออมเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย และสามารถจัดการเงินในชีวิตประจำวัน อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการสร้างเครือข่าย ชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และให้ความช่วยเหลือด้านการเงินร่วมกันอย่างเหมาะสมต่อไป

    นายวิรัช กล่าวอีกว่า ต้องขอขอบคุณและชื่นชมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกบทบาทหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ได้ทำงานเชิงรุก เพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน สังคม และประเทศชาติ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกด้วย

    อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ นายวิรัช พร้อมด้วยนายนิคม ปัญจวัฒน์ นายยุทธนา เกียรติดำเนินงาม ผู้เชี่ยวชาญฯ คณะทำงาน และเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ยังได้ลงพื้นที่ไปยังที่วัดเวฬุวัน เพื่อศึกษาดูงานการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนิคม อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีพระครูสิทธิวราคม (นิคม นิคมวโร) เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน นายวิญญู ขันผง นายกเทศมนตรีตำบลนิคม พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนฯให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานของกองทุน

    สำหรับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนิคม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนสมทบกองทุน สวัสดิการชุมชนตำบลนิคมให้มีความมั่นคง เพื่อจัดสวัสดิการสังคมที่สอดคลองกับปัญหาและความต้องการของสมาชิกและชุมชน และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ อปท.และภาคประชนสังคม รวมทั้งลดช่องว่างความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชนให้เกิดความเสมอภาคและความสันติสุขอยู่ร่วมกันเหมือนญาติพี่น้อง ตอลดจนช่วยเหลือและประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาชุมชนในด้านต่างๆ ปัจจุบันมีกองทุนมีความเข้มแข็ง และสมาชิกทั้งหมด 1,586 คน มีเงินหมุนเวียนในกองทุนกว่า 10 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5263244/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SUUjXMzF72G3H1zRodfTt

  • ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีเมถุน ราศีธาตุลม ที่มีดาวพุธ ดาวแห่งความคิด สติปัญญา เป็นเจ้าเรือน บอกถึงการเป็นผู้ชอบเรียนและสนุกที่จะรู้บอกถึง พรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบเทียมในการเจรจา หาเรื่องทั้งที่มีสาระและไร้สาระมาพูดคุยได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่

    การเงิน หากจะหารายได้เพิ่มเติมก็อยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงการเข้าสังคม สังสรรค์กับมิตรสหาย ก็อาจทำให้ได้ลาภผลอย่างไม่คาดฝันอีกด้วย แต่วันที่ 7-8 อย่าประมาท เงินทองของมีค่าจะสูญหาย หรือคนรับใช้ บริวาร อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหายได้

    การงาน วันที่ 3-4 วันแห่งการประนีประนอม ยอมให้บ้าง โดยเฉพาะในการติดต่อ สัมพันธ์ใด ๆ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้ลาภ ผลสำเร็จดังที่คาดหวัง หรือจะติดตาม ทวงถามงานที่คั่งค้าง ก็จะได้รับความร่วมมือ กระตือรือร้นที่จะกระทำอย่างเต็มที่ แต่ถ้าเป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะใช้อารมณ์รุนแรง ดุดัน โวยวายด่า พนักงาน ลูกจ้าง เพราะอาจนำเหตุ/ภัย อันตรายมาให้ได้ ซึ่งวันที่ 5-7 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    ความรัก ถ้าลมปากหวานหูไม่รู้หาย ทั้งจากคำพูด/เขียน กับคนรัก คู่ครอง ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะรักษาสัมพันธ์รักให้ราบรื่น และโรแมนติคไปอีกนาน สำหรับคนโสด ทั้งจากการใช้สื่อออนไลน์ หรือสังสรรค์กับมิตรสหาย ก็อาจทำให้พบรัก เจอคนถูกใจ ที่จะทำให้หายเหงาใจได้…ชั่วคราว       

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะที่ควรระวัง อาจถูกทำร้ายร่างกาย, เงินทองของมีค่าในบ้านอาจสูญหาย บริวาร หรือลูกจ้างในบ้าน อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหาย

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ดาวพฤหัสบดี ราชาธิบดีแห่งสวรรค์ และที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง ได้โคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีมิถุนแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ที่จะได้รับ “โชคดี” ประสบผลสำเร็จ จากการศึกษาระดับสูง งานขยายตัว เจริญรุ่งเรือง หรือได้ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงจะได้พบรัก เจอเนื้อคู่อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/316267/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UcY11JN080pTU93EGlE_B

  • รัฐบาล

    รัฐบาล

    รัฐบาล’ชวนกิน-ชวนเที่ยว’ลดหย่อนภาษี

    วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.01 น.

    เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวดี มีคืน” และเป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่” โดยมอบสิทธิ์ด้านภาษี สำหรับประชาชนทั่วไป ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนี้

    – นำค่าที่พักและค่าอาหาร หักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 20,000 บาท

    – หากเดินทางไปจังหวัดเมืองรอง สามารถหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท)

    “มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุข สร้างความคึกคักให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี ให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ “พาเงินออกนอกเมืองใหญ่” สู่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพรอการค้นพบ ซึ่งไม่ใช่แค่ทริป แต่เป็นการ “ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากมือของเราเอง”

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/925034&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08P3-5Km_D9OhCz59oBdqc

  • ลุ้น “เศรษฐกิจ” ไทย ไม่ “ติดหล่ม” ปลายปี

    ลุ้น “เศรษฐกิจ” ไทย ไม่ “ติดหล่ม” ปลายปี

    Logo Thairath

    สมาชิก

    ค้นหา

    ลุ้น “เศรษฐกิจ” ไทย ไม่ “ติดหล่ม” ปลายปี

    ลุ้น “เศรษฐกิจ” ไทย ไม่ “ติดหล่ม” ปลายปี

    3 พ.ย. 2568 04:28 น.

    -ก+

    LightDark

    ข่าวหนังสือพิมพ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/newspaper/2892937&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35XMkv_5SEk8riOtNFO78A

  • จับตา! พายุโซนร้อน”คัลแมกี” พายุลูกใหม่

    จับตา! พายุโซนร้อน”คัลแมกี” พายุลูกใหม่

    (2พ.ย.68) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานเส้นทางพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกเช้าวันนี้ ระบุว่า พายุโซนร้อน “คัลแมกี (KALMAEGI)” ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์) กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกที่คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนกลางประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ 

    โดยในช่วง 6-8 พ.ย.68 จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ฝั่งประเทศเวียดนาม แต่พอมาปะทะอากาศเย็น จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว ยังต้องติดตามเป็นระยะๆ เนื่องจากทิศทางและกำลังพายุ ยังเปลี่ยนแปลงa

    ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา

    #ข่าวเวิร์คพอยท์23

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/disaster/NbfJ1PpIY&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nePAmfbvjHwKIZt-RnDYJ

  • รัฐบาล ชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี มุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

    รัฐบาล ชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี มุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

    รัฐบาล ชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี มุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

    วันนี้ (2 พ.ย. 68) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวดี มีคืน” และเป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่”

    โดยมอบสิทธิ์ด้านภาษี สำหรับประชาชนทั่วไป ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนี้

    • นำ ค่าที่พักและค่าอาหาร หักลดหย่อนภาษี ได้ สูงสุด 20,000 บาท

    • หากเดินทางไป จังหวัดเมืองรอง สามารถ หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท)

    “มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุข สร้างความคึกคักให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี ให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม  ถือเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ “พาเงินออกนอกเมืองใหญ่” สู่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพรอการค้นพบ ซึ่งไม่ใช่แค่ทริป แต่เป็นการ “ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากมือของเราเอง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/60340&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HT-8HKWXT9FxFE18Ky5jX