Blog

  • มาแน่ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 !  ช่วยกลุ่มตกหล่น ปลาย ธ.ค.นี้ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    มาแน่ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ! ช่วยกลุ่มตกหล่น ปลาย ธ.ค.นี้ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/110468&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lWWerhhbIOriz24jQD3ZA

  • วิดีโอพิเศษ | สีจิ้นผิง: “ตั้งตารอพบกันที่เซินเจิ้นในปีหน้า”

    วิดีโอพิเศษ | สีจิ้นผิง: “ตั้งตารอพบกันที่เซินเจิ้นในปีหน้า”

    เช้าวันที่ 1 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมพิธีส่งมอบเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ครั้งที่ 32 พร้อมประกาศว่า จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 33 ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2026 ที่ เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง

    ประธานาธิบดี สีฯ เน้นย้ำว่า เอเปคเป็นกลไกความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และได้มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตและความมั่งคั่งของภูมิภาค การสร้าง “ประชาคมเอเชีย–แปซิฟิกที่มีอนาคตร่วมกัน” ถือเป็นหนทางสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว และเป็นเป้าหมายร่วมของทุกประเทศ

    จีนจะใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพเอเปคในปี 2026 นี้ เป็นเวทีในการร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก โดยเฉพาะในด้าน เขตการค้าเสรีเอเชีย–แปซิฟิก (FTAAP) การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน (Connectivity) เศรษฐกิจดิจิทัล และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเสริมพลังและมอบโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนในภูมิภาค

    ประธานาธิบดี สีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมืองเซินเจิ้น ตั้งอยู่บนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก เดิมเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ แต่ในเวลาไม่กี่ทศวรรษได้กลายเป็นมหานครนานาชาติสมัยใหม่ ซึ่งเป็น “ปาฏิหาริย์แห่งการพัฒนา” ของจีน และเป็นหน้าต่างสำคัญที่สะท้อนนโยบาย “เปิดกว้างเพื่อความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วมกัน” ของประเทศ

    เขาได้กล่าวเชิญชวนว่า “ตั้งตารอให้ทุกฝ่ายได้มาพบกันที่เซินเจิ้นในปีหน้า เพื่อหารือแนวทางพัฒนาเอเชีย–แปซิฟิกร่วมกัน และร่วมสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นสำหรับภูมิภาคของเรา”

    ผู้นำจากเศรษฐกิจต่าง ๆ ในเอเปคได้แสดงการสนับสนุนจีนในฐานะเจ้าภาพปี 2026 และเห็นพ้องกับแนวคิดของจีนในการจัดการประชุม โดยคาดหวังว่า “ปีแห่งจีน” ของเอเปคจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และช่วยส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค ตลอดจนการเติบโตและความรุ่งเรืองร่วมกัน

    ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น สคต. เฉิงตู 

    โอกาสของประเทศไทยจากการประชุมเอเปคที่เซินเจิ้น (2026)

    1. ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI เซินเจิ้นเป็น “หุบเขาซิลิคอนแห่งจีน” การที่เอเปคจัดประชุมที่นี่ จะเปิดโอกาสให้ไทยขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี การลงทุนในสตาร์ทอัพ และนวัตกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะในด้าน AI, FinTech, Smart Manufacturing และ Green Tech
    2. ยกระดับความเชื่อมโยงด้านการค้าและโลจิสติกส์ (Connectivity & Supply Chain) โครงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค เช่น เส้นทางขนส่ง New International Land-Sea Trade Corridor ซึ่งเชื่อมจีนตะวันตกกับอาเซียนผ่านไทยและลาวจะยิ่งมีบทบาทสำคัญ ไทยสามารถใช้โอกาสนี้เป็น “จุดศูนย์กลางการกระจายสินค้า” ไปยังตลาดจีนตอนใน
    3. ผลักดันสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพสูงของไทย เซินเจิ้นเป็นศูนย์กลางนำเข้าอาหาร ผลไม้ และสินค้าเกษตรพรีเมียมจากทั่วโลก ไทยสามารถใช้เวทีเอเปคผลักดันแบรนด์ “Premium Thai” โดยเฉพาะผลไม้ไทย เครื่องดื่มสุขภาพ และอาหารฮาลาลคุณภาพสูง
    4. ขยายความร่วมมือในมิติ ESG และ Green Finance จีนให้ความสำคัญอย่างมากกับการเติบโตสีเขียว (Green Growth) การประชุมที่เซินเจิ้นจะเน้นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ไทยจึงมีโอกาสเข้าร่วมในโครงการความร่วมมือด้าน ESG Finance Circular Economy และพลังงานสะอาด
    5. เสริมบทบาท Soft Power ไทยในเวทีภูมิภาค ในฐานะประเทศสมาชิกเอเปคที่มีจุดแข็งด้านอาหาร วัฒนธรรม และบริการสร้างสรรค์ ไทยสามารถใช้โอกาสนี้ขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมผ่านการจัดกิจกรรม “Thai Festival” “Thai Select Cuisine” และการส่งเสริม Creative Economy ร่วมกับเมืองนวัตกรรมของจีน

                              —————————————————-

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

    พฤศจิกายน 2568

    แหล่งข้อมูล :  CCTV Chinese International

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/rb1u3utmebwvpkegvzzyw4mw&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lT5Fxn4WqUMJ0ONokgma1

  • ทุนการศึกษาซีพี เข้าสู่ปีที่ 47 ตอกย้ำพลังการศึกษาพัฒนาชาติ

    ทุนการศึกษาซีพี เข้าสู่ปีที่ 47 ตอกย้ำพลังการศึกษาพัฒนาชาติ

    เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยืนหยัดสร้าง “รากฐานการศึกษา” ต่อเนื่องปีที่ 47 มอบทุนให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ 229 คน พร้อมพัฒนาทักษะผู้นำ และเปิดโอกาสฝึกงานในเครือฯ มุ่งเน้นความเพียรพยายามนำความรู้กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ

    • เครือซีพีมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องเป็นปีที่ 47 เพื่อสร้างรากฐานการศึกษาแก่เยาวชน
    • มอบทุนแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศจำนวน 229 คน
    • ผู้รับทุนจะได้รับการพัฒนาทักษะผู้นำและโอกาสฝึกงานเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาประเทศ

    เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยืนหยัดสร้าง “รากฐานการศึกษา” ต่อเนื่องปีที่ 47 มอบทุนให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ 229 คน พร้อมพัฒนาทักษะผู้นำ และเปิดโอกาสฝึกงานในเครือฯ มุ่งเน้นความเพียรพยายามนำความรู้กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ

    เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยืนหยัดสร้าง “รากฐานการศึกษา” ต่อเนื่องปีที่ 47 มอบทุนให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ 229 คน พร้อมพัฒนาทักษะผู้นำ และเปิดโอกาสฝึกงานในเครือฯ มุ่งเน้นความเพียรพยายามนำความรู้กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/program/spring-conclude/860584&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1P-CJbFDA_EOaqBfffw0mT

  • กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568

    กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568

    กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568


    4/11/2568 | 73 |

    กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงินและต้องจัดทำแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมภายในวันที่สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนด โดยสถานศึกษาต้องแนบไฟล์เข้าระบบ DSL ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 

    ดร. นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้เปิดเผยว่า “ขณะนี้ กยศ. ได้อนุมัติคำขอกู้ยืมเงินให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ครบถ้วนแล้ว โดยขอให้ผู้กู้ยืมเงินเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน และจัดทำแบบยืนยันแบบเบิกเงินกู้ยืม ลงนามเอกสารภายในวันที่สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนด จากนั้นสถานศึกษาต้องยืนยันข้อมูลพร้อมแนบไฟล์สัญญาฯ และแบบยืนยันเบิกเงินกู้ยืมเข้าระบบ DSL ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน กยศ. ปิดระบบการกู้ยืมสิ้นสุดภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เท่านั้น 

    สำหรับปีการศึกษา 2568 กยศ. ได้ขยายกรอบการให้กู้ยืมส่งผลให้นักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงินได้รับโอกาสทางการศึกษาจำนวนกว่า 800,000 ราย เป็นงบประมาณให้กู้ยืมกว่า 50,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ที่ศึกษาในหลักสูตรหรือสาขาวิชาที่ขาดแคลนและเป็นความต้องการหลักของประเทศ และเพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการศึกษาของนักเรียน/นักศึกษา และแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ ค่าเล่าเรียน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ทั้งนี้ งบประมาณกู้ยืมที่ใช้ในการปล่อยกู้ในปีการศึกษา 2568 ประกอบด้วย เงินที่ได้รับสนับสนุนจากรัฐบาลและเงินที่ได้รับชำระคืนจากผู้กู้ยืมรุ่นพี่ ซึ่งเป็นทุนหมุนเวียนสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน/นักศึกษารุ่นน้อง โดย กยศ. ขอความร่วมมือสถานศึกษาเร่งดำเนินการให้ทันตามกำหนดการด้วย”

    https://www.studentloan.or.th/th/news/1762250432


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/438091&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sqKPNoFRrzuhq9qHI9DDD

  • ซีพี 47 ปี ทุนการศึกษา มอบโอกาส 6,800 ทุน สร้างคนดี สร้างชาติ

    ซีพี 47 ปี ทุนการศึกษา มอบโอกาส 6,800 ทุน สร้างคนดี สร้างชาติ

    ตลอดระยะเวลากว่า 47 ปี เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ “การศึกษา คือรากฐานของการพัฒนาคนและประเทศ” ผ่าน โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนไทยที่มีความสามารถ ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มีจิตสาธารณะและความตั้งใจดีในการพัฒนาตนเองและสังคม 

    จุดเริ่มต้นแห่ง “ทุนซีพี” จากแรงบันดาลใจสู่การต่อยอดกว่า 47 ปี 

    โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2522 จากนโยบายของ 
    นายจรัญ เจียรวนนท์ และ นายมนตรี เจียรวนนท์ ประธานกิตติมศักดิ์เครือฯ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา จึงริเริ่มมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีให้กับนักศึกษาที่มีภาวะผู้นำ ขยันเรียน มีจิตสำนึกสาธารณะ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยให้ทุนต่อเนื่อง 3 ปีจนจบการศึกษา 

    ภายหลัง นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ได้ขยายผลโครงการอย่างเป็นระบบ ภายใต้การนำของ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เพื่อส่งต่อเจตนารมณ์ “สร้างคนดี สร้างชาติ” ให้ยั่งยืน 

    พัฒนาทุนเพื่ออนาคต ต่อยอดเยาวชนในทุกระดับการศึกษา

    ในปี พ.ศ. 2562 เครือฯ ได้ต่อยอดแนวคิดสู่การสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ โดยเปิดให้ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนระดับ มัธยมปลาย (สายวิทย์-คณิต), ปวช. และปวส. ในสาขาที่ประเทศขาดแคลน เช่น 
    แพทย์, วิศวกรรมศาสตร์, คอมพิวเตอร์ และช่างเทคนิค เพื่อเตรียมบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานแห่งอนาคต 

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2566 เครือฯ ได้เปิด “ทุนต่อเนื่อง” หรือ Continuous Track สนับสนุนผู้รับทุนเดิมที่มีผลการเรียนดีให้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น ปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง เพื่อเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในชีวิต 

    SPB INFO CP Education Revised01-2.png

    SPB INFO CP Education Revised01-3.png

    โครงการพัฒนาทุน “เรียนรู้ เติบโต และคืนกลับสู่สังคม” 

    ทุนซีพีไม่เพียงให้การสนับสนุนด้านการเงิน แต่ยังออกแบบระบบพัฒนาผู้รับทุนอย่างครบวงจรผ่าน 3 กระบวนการหลัก 

    1. Monitoring & IDP (Individual Development Plan) 
      ติดตามและพัฒนาศักยภาพผู้รับทุนรายบุคคล ทั้งด้านการเรียน การวางแผนชีวิต และการแก้ปัญหา ผ่านการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทุนโดยอ้างอิงจากแบบวัดPsytech Assessment 
    2. Skills Enhancement 
      ส่งเสริม 4 ทักษะแห่งอนาคต ได้แก่ 
    • ทักษะดิจิทัล 
    • ทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร 
    • ทักษะชีวิตและการทำงาน 
    • ทักษะการคิดวิเคราะห์ 
    1. Project-based Learning & Well-being 
    • ผู้รับทุนปริญญาตรีร่วมทำโครงการจิตอาสา 
    • ผู้รับทุนนวัตกรทำโครงงานนวัตกรรม 
    • มีระบบดูแลสุขภาพกาย–ใจ (Telemedicine) และสนับสนุนค่าใช้จ่าย/อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 

    นอกจากนี้ ผู้ได้รับทุนยังมีโอกาสฝึกงานกับบริษัทในเครือซีพี เพื่อเตรียมพร้อมสู่การทำงานจริง และต่อยอดสู่การเป็นพนักงานในอนาคต 

    SPB INFO CP Education Revised01-4.png

    ผลสัมฤทธิ์กว่า 6,800 ทุนทั่วประเทศ 

    จนถึงปัจจุบัน (ปี 2568) เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 6,800 ทุน ครอบคลุมนักเรียนและนักศึกษาทั้งระดับมัธยมศึกษา ปวช. ปวส. และปริญญาตรีทั่วประเทศ และยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการ “สร้างคนดี คืนกำไรให้สังคม” ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า 

    “การศึกษา คือรากฐานของการสร้างคน และคน คือรากฐานของการสร้างชาติ”

    SPB INFO CP Education Revised01-5.png

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/cp-education-continuous-track&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sNl7hCETIT8OI2JrIOje7

  • ไทยเตรียมเป็น “ประเทศเกียรติยศ” งานการศึกษานานาชาติจีนปี 2569 | เดลินิวส์

    ไทยเตรียมเป็น “ประเทศเกียรติยศ” งานการศึกษานานาชาติจีนปี 2569 | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5270832/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1t1Caluig230cEdAuiPrUe

  • นักวิจัยพบ เดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว ช่วยชะลอสมองเสื่อม-อัลไซเมอร์ : อินโฟเควสท์

    นักวิจัยพบ เดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว ช่วยชะลอสมองเสื่อม-อัลไซเมอร์ : อินโฟเควสท์

    วารสารเนเจอร์ เมดิซีน (Nature Medicine) เผยแพร่ผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยของออสเตรเลียและนานาชาติ ซึ่งระบุว่า การเดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว อาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

    คณะนักวิจัยได้ติดตามกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 50-90 ปี ผู้มีการทำงานของสมองปกติ จำนวน 294 คน เป็นระยะเวลานานถึง 14 ปี เพื่อเฝ้าติดตามจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน การทำงานของสมอง และการสะสมของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

    กิจกรรมทางกายภาพที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับการทำงานของสมองเสื่อมถอยช้าลง ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวช้าลงของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ โดยผู้แสดงสัญญาณโรคอัลไซเมอร์ระยะแรกอาจชะลอการพัฒนาของโรคด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ ทุกวัน

    เหล่าผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ที่เดินมากกว่า 5,000 ก้าวต่อวัน มีแนวโน้มความจำและการคิดเสื่อมถอยช้ากว่า ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวลดลงของโปรตีนเทาว์ (tau) ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์

    คณะนักวิจัยระบุว่า การสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดอยู่ในระดับอิ่มตัวเมื่อเดิน 5,001-7,500 ก้าวต่อวัน หรือการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยอย่างเดิน 3,000-5,000 ก้าวต่อวัน ยังเชื่อมโยงกับการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดเสื่อมถอยช้าลงอย่างชัดเจน

    ผลการศึกษานี้เน้นย้ำเป้าหมายการทำกิจกรรมทางกายภาพที่ไม่ยากเกินไปอาจช่วยกระตุ้นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลแบบสวมใส่ที่แพร่หลายอย่างสมาร์ตวอตช์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การศึกษาข้างต้นจัดทำโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นของออสเตรเลีย, โรงพยาบาลแมส เจเนอรัล บริกแฮมในเครือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยโทรอนโตของแคนาดา

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/542873&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qQZCelpT_kSrlBxsGfgTl

  • ผปค.ช็อก! โรงเรียนดังย่านลาดพร้าว ส่งหนังสือแจ้ง “ประกาศเลิกกิจการ” ปิดตำนานกว่า 50 ปี

    ผปค.ช็อก! โรงเรียนดังย่านลาดพร้าว ส่งหนังสือแจ้ง “ประกาศเลิกกิจการ” ปิดตำนานกว่า 50 ปี

    โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว ปิดตำนาน 50 ปี ประกาศเลิกกิจการปี 2569 ผู้ปกครองช็อก!

    กลายเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับศิษย์เก่าและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก หลังโรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชื่อดังย่านลาดพร้าว ได้ส่งหนังสือถึงผู้ปกครอง เพื่อประกาศเลิกกิจการโรงเรียนอย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป

    การประกาศครั้งนี้ทำให้ตำนานกว่า 50 ปีของโรงเรียนต้องสิ้นสุดลง ทางผู้บริหารให้เหตุผลว่า มาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ที่อัตราการเกิดของเด็กในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายรับไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนและการดูแลบุคลากรให้อยู่ในมาตรฐานที่ตั้งใจไว้

    สารจากโรงเรียนถึงผู้ปกครอง: เหตุผลของการปิดตัว

    หนังสือ ที่ อ.ด.พ.173/2568 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ได้ระบุใจความสำคัญที่ส่งถึงกลุ่มผู้ปกครอง ว่าเนื่องจากจำนวนนักเรียนในระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาลดลงตามลำดับ ทำให้การเก็บค่าเล่าเรียนไม่เป็นไปตามที่กำหนด คณะผู้บริหารจึงมีมติเห็นชอบให้หยุดการเรียนการสอนและเลิกกิจการโรงเรียนตั้งแต่วันที่เดือนพฤษภาคม 2569

    ทางโรงเรียนขอเรียนเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 เพื่อชี้แจงมาตรการช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนในการเข้าเรียนต่อโรงเรียนต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียงอย่างละเอียด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งต่อความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ปกครองทุกท่านเสมอมา

    ประวัติโรงเรียนอุดมศึกษา: การเติบโตกว่า 50 ปี

    โรงเรียนอุดมศึกษา ก่อตั้งและวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 และสร้างเสร็จในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 โดยใช้ชื่อว่า “โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว” ใช้อักษรย่อว่า “อ.ด.พ.” โดยมี ผศ. เกษมศรี วัชรสกุณี เป็นผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการคนแรก

    โรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษ มีการขยายอาคารเรียนหลายครั้งเพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วง พ.ศ. 2530 มีการสร้างโรงยิมเนเซียม (อาคาร 5) ทำให้รวมห้องเรียนทั้งหมดเป็น 61 ห้อง พร้อมทั้งขยายที่ดินรวมเป็น 7 ไร่ 34 ตารางวา

    นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2532 โรงเรียนได้ขยายพื้นที่จนมีอาคารเรียนรวม 76 ห้อง บนพื้นที่กว่า 9 ไร่ และเพิ่มชั้นเรียนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปี พ.ศ. 2535 ตลอดจนมีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน สนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล รวมถึงศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัย จนกระทั่งมีการเปลี่ยนผู้อำนวยการเป็น นางกัณหา เภกานนท์ ในปี พ.ศ. 2565

    สิ้นสุดตำนานโรงเรียนเก่าแก่ย่านลาดพร้าว

    การตัดสินใจเลิกกิจการโรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าวถือเป็นการสิ้นสุดการดำเนินงานของสถาบันที่สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพมายาวนานกว่า 50 ปี สาเหตุหลักจากสภาพเศรษฐกิจและจำนวนนักเรียนที่ลดลง เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในภาคการศึกษาไทยปัจจุบัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9854678/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZRtdVhp8NlbwF5IPYjSmE

  • สมาคมสื่อมวลชนท่องเที่ยวราชบุรี ร่วมยินดี “พลโทธีรพล ศรีเกษม” นั่งเก้าอี้เจ้ากรมการทหารช่างคนใหม่

    สมาคมสื่อมวลชนท่องเที่ยวราชบุรี ร่วมยินดี “พลโทธีรพล ศรีเกษม” นั่งเก้าอี้เจ้ากรมการทหารช่างคนใหม่

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/108245&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XOBXFSVpSNs3CyLfM5hd8

  • โกลเบล็ก ส่อง SET Q4/68 แกว่งไซด์เวย์รอเด้งขึ้นรับไฮซีซั่นท่องเที่ยว

    โกลเบล็ก ส่อง SET Q4/68 แกว่งไซด์เวย์รอเด้งขึ้นรับไฮซีซั่นท่องเที่ยว

    โกลเบล็ก ส่อง SET Q4/68 แกว่งไซด์เวย์รอเด้งขึ้นรับไฮซีซั่นท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นศก.-แก้หนี้รายย่อย

    นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในช่วงไตรมาส 4/68 (ตุลาคมธันวาคม) ว่า ดัชนีจะเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideway Up” อยู่ในกรอบประมาณ 1,2801,370 จุด จากแรงสนับสนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนจากภาครัฐ โครงการเที่ยวดีมีคืนที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยประชาชนสามารถขอคืนเงินจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและพักผ่อน

    โกลเบล็ก ส่อง SET Q4/68 แกว่งไซด์เวย์รอเด้งขึ้นรับไฮซีซั่นท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นศก.-แก้หนี้รายย่อย

    โดยมีปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ นักลงทุนจับตาโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง ได้แก่ กระทรวงการคลังเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้เป็น 2.4% จากเดิมคาด 2.2% ผลบวกจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐอย่างคนละครึ่งพลัส และส่งออกขยายตัวดีโดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของ ภาครัฐ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” ในช่วงไตรมาส 4/68

    นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเห็นชอบมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนร่วมแก้หนี้ด้อยคุณภาพที่มียอดไม่เกิน 1 แสนบาทเพื่อปรับโครงสร้างหนี้และปลดล็อกเครดิตบูโร ผ่านการโอนซื้อของบริษัทบริหารสินทรัพย์ AMC โดยจะเปิดตัวโครงการวันที่ 11 พ.ย. นี้ ด้านภาคอุตสาหกรรม มีการรายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ระดับ 94.56 ขยายตัว 1.02%YoY ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.13% เนื่องจากยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

    ขณะเดียวกัน ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 14 พ.ย. กำหนดวันสุดท้ายส่งงบการเงินงวดไตรมาส 3/68, วันที่ 17 พ.ย. สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 3/68 และ แนวโน้มปี 2568, วันที่ 17 ธ.ค. กำหนดประชุมกนง. ครั้งที่ 6/2568 เป็นครั้งสุดท้ายของปี 2568

    ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 5 พ.ย. ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนด ไต่สวนคดีมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่, วันที่ 9-10 ธ.ค. กำหนดประชุมธนาคารกลางสหรัฐ และเดือนธ.ค.มีวันหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ซึ่งนักลงทุนสถาบันมักปิดสถานะการลงทุน

    นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงไฟฟ้ารับอานิสงส์จากมาตรการรัฐ: “เที่ยวดีมีคืน” หนุน MINTERWCENTELAWCBAAAV ส่วน GULFBGRIMGPSCEGCORATCH ได้แรงหนุนจาก Direct PPA ดึงลงทุน Data Center


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq05/12762189&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-XPJ1gRSOGVwdEfSP6buC