———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/110468&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lWWerhhbIOriz24jQD3ZA
Blog
-

มาแน่ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ! ช่วยกลุ่มตกหล่น ปลาย ธ.ค.นี้ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ
-

วิดีโอพิเศษ | สีจิ้นผิง: “ตั้งตารอพบกันที่เซินเจิ้นในปีหน้า”
เช้าวันที่ 1 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมพิธีส่งมอบเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ครั้งที่ 32 พร้อมประกาศว่า จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 33 ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2026 ที่ เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง
ประธานาธิบดี สีฯ เน้นย้ำว่า เอเปคเป็นกลไกความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และได้มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตและความมั่งคั่งของภูมิภาค การสร้าง “ประชาคมเอเชีย–แปซิฟิกที่มีอนาคตร่วมกัน” ถือเป็นหนทางสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว และเป็นเป้าหมายร่วมของทุกประเทศ
จีนจะใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพเอเปคในปี 2026 นี้ เป็นเวทีในการร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก โดยเฉพาะในด้าน เขตการค้าเสรีเอเชีย–แปซิฟิก (FTAAP) การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน (Connectivity) เศรษฐกิจดิจิทัล และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเสริมพลังและมอบโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนในภูมิภาค
ประธานาธิบดี สีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมืองเซินเจิ้น ตั้งอยู่บนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก เดิมเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ แต่ในเวลาไม่กี่ทศวรรษได้กลายเป็นมหานครนานาชาติสมัยใหม่ ซึ่งเป็น “ปาฏิหาริย์แห่งการพัฒนา” ของจีน และเป็นหน้าต่างสำคัญที่สะท้อนนโยบาย “เปิดกว้างเพื่อความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วมกัน” ของประเทศ
เขาได้กล่าวเชิญชวนว่า “ตั้งตารอให้ทุกฝ่ายได้มาพบกันที่เซินเจิ้นในปีหน้า เพื่อหารือแนวทางพัฒนาเอเชีย–แปซิฟิกร่วมกัน และร่วมสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นสำหรับภูมิภาคของเรา”
ผู้นำจากเศรษฐกิจต่าง ๆ ในเอเปคได้แสดงการสนับสนุนจีนในฐานะเจ้าภาพปี 2026 และเห็นพ้องกับแนวคิดของจีนในการจัดการประชุม โดยคาดหวังว่า “ปีแห่งจีน” ของเอเปคจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และช่วยส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค ตลอดจนการเติบโตและความรุ่งเรืองร่วมกัน
ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น สคต. เฉิงตู
โอกาสของประเทศไทยจากการประชุมเอเปคที่เซินเจิ้น (2026)
- ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI เซินเจิ้นเป็น “หุบเขาซิลิคอนแห่งจีน” การที่เอเปคจัดประชุมที่นี่ จะเปิดโอกาสให้ไทยขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี การลงทุนในสตาร์ทอัพ และนวัตกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะในด้าน AI, FinTech, Smart Manufacturing และ Green Tech
- ยกระดับความเชื่อมโยงด้านการค้าและโลจิสติกส์ (Connectivity & Supply Chain) โครงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค เช่น เส้นทางขนส่ง New International Land-Sea Trade Corridor ซึ่งเชื่อมจีนตะวันตกกับอาเซียนผ่านไทยและลาวจะยิ่งมีบทบาทสำคัญ ไทยสามารถใช้โอกาสนี้เป็น “จุดศูนย์กลางการกระจายสินค้า” ไปยังตลาดจีนตอนใน
- ผลักดันสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพสูงของไทย เซินเจิ้นเป็นศูนย์กลางนำเข้าอาหาร ผลไม้ และสินค้าเกษตรพรีเมียมจากทั่วโลก ไทยสามารถใช้เวทีเอเปคผลักดันแบรนด์ “Premium Thai” โดยเฉพาะผลไม้ไทย เครื่องดื่มสุขภาพ และอาหารฮาลาลคุณภาพสูง
- ขยายความร่วมมือในมิติ ESG และ Green Finance จีนให้ความสำคัญอย่างมากกับการเติบโตสีเขียว (Green Growth) การประชุมที่เซินเจิ้นจะเน้นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ไทยจึงมีโอกาสเข้าร่วมในโครงการความร่วมมือด้าน ESG Finance Circular Economy และพลังงานสะอาด
- เสริมบทบาท Soft Power ไทยในเวทีภูมิภาค ในฐานะประเทศสมาชิกเอเปคที่มีจุดแข็งด้านอาหาร วัฒนธรรม และบริการสร้างสรรค์ ไทยสามารถใช้โอกาสนี้ขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมผ่านการจัดกิจกรรม “Thai Festival” “Thai Select Cuisine” และการส่งเสริม Creative Economy ร่วมกับเมืองนวัตกรรมของจีน
—————————————————-
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
พฤศจิกายน 2568
แหล่งข้อมูล : CCTV Chinese International
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/rb1u3utmebwvpkegvzzyw4mw&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lT5Fxn4WqUMJ0ONokgma1 -

ทุนการศึกษาซีพี เข้าสู่ปีที่ 47 ตอกย้ำพลังการศึกษาพัฒนาชาติ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยืนหยัดสร้าง “รากฐานการศึกษา” ต่อเนื่องปีที่ 47 มอบทุนให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ 229 คน พร้อมพัฒนาทักษะผู้นำ และเปิดโอกาสฝึกงานในเครือฯ มุ่งเน้นความเพียรพยายามนำความรู้กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ
- เครือซีพีมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องเป็นปีที่ 47 เพื่อสร้างรากฐานการศึกษาแก่เยาวชน
- มอบทุนแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศจำนวน 229 คน
- ผู้รับทุนจะได้รับการพัฒนาทักษะผู้นำและโอกาสฝึกงานเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาประเทศ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยืนหยัดสร้าง “รากฐานการศึกษา” ต่อเนื่องปีที่ 47 มอบทุนให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ 229 คน พร้อมพัฒนาทักษะผู้นำ และเปิดโอกาสฝึกงานในเครือฯ มุ่งเน้นความเพียรพยายามนำความรู้กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยืนหยัดสร้าง “รากฐานการศึกษา” ต่อเนื่องปีที่ 47 มอบทุนให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ 229 คน พร้อมพัฒนาทักษะผู้นำ และเปิดโอกาสฝึกงานในเครือฯ มุ่งเน้นความเพียรพยายามนำความรู้กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/program/spring-conclude/860584&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1P-CJbFDA_EOaqBfffw0mT -

กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568
กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568
4/11/2568 | 73 |
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงินและต้องจัดทำแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมภายในวันที่สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนด โดยสถานศึกษาต้องแนบไฟล์เข้าระบบ DSL ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568
ดร. นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้เปิดเผยว่า “ขณะนี้ กยศ. ได้อนุมัติคำขอกู้ยืมเงินให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ครบถ้วนแล้ว โดยขอให้ผู้กู้ยืมเงินเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน และจัดทำแบบยืนยันแบบเบิกเงินกู้ยืม ลงนามเอกสารภายในวันที่สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนด จากนั้นสถานศึกษาต้องยืนยันข้อมูลพร้อมแนบไฟล์สัญญาฯ และแบบยืนยันเบิกเงินกู้ยืมเข้าระบบ DSL ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน กยศ. ปิดระบบการกู้ยืมสิ้นสุดภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เท่านั้น
สำหรับปีการศึกษา 2568 กยศ. ได้ขยายกรอบการให้กู้ยืมส่งผลให้นักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงินได้รับโอกาสทางการศึกษาจำนวนกว่า 800,000 ราย เป็นงบประมาณให้กู้ยืมกว่า 50,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ที่ศึกษาในหลักสูตรหรือสาขาวิชาที่ขาดแคลนและเป็นความต้องการหลักของประเทศ และเพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการศึกษาของนักเรียน/นักศึกษา และแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ ค่าเล่าเรียน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ทั้งนี้ งบประมาณกู้ยืมที่ใช้ในการปล่อยกู้ในปีการศึกษา 2568 ประกอบด้วย เงินที่ได้รับสนับสนุนจากรัฐบาลและเงินที่ได้รับชำระคืนจากผู้กู้ยืมรุ่นพี่ ซึ่งเป็นทุนหมุนเวียนสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน/นักศึกษารุ่นน้อง โดย กยศ. ขอความร่วมมือสถานศึกษาเร่งดำเนินการให้ทันตามกำหนดการด้วย”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/438091&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sqKPNoFRrzuhq9qHI9DDD -

ซีพี 47 ปี ทุนการศึกษา มอบโอกาส 6,800 ทุน สร้างคนดี สร้างชาติ
ตลอดระยะเวลากว่า 47 ปี เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ “การศึกษา คือรากฐานของการพัฒนาคนและประเทศ” ผ่าน โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนไทยที่มีความสามารถ ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มีจิตสาธารณะและความตั้งใจดีในการพัฒนาตนเองและสังคม
จุดเริ่มต้นแห่ง “ทุนซีพี” จากแรงบันดาลใจสู่การต่อยอดกว่า 47 ปี
โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2522 จากนโยบายของ
นายจรัญ เจียรวนนท์ และ นายมนตรี เจียรวนนท์ ประธานกิตติมศักดิ์เครือฯ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา จึงริเริ่มมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีให้กับนักศึกษาที่มีภาวะผู้นำ ขยันเรียน มีจิตสำนึกสาธารณะ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยให้ทุนต่อเนื่อง 3 ปีจนจบการศึกษาภายหลัง นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ได้ขยายผลโครงการอย่างเป็นระบบ ภายใต้การนำของ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เพื่อส่งต่อเจตนารมณ์ “สร้างคนดี สร้างชาติ” ให้ยั่งยืน
พัฒนาทุนเพื่ออนาคต ต่อยอดเยาวชนในทุกระดับการศึกษา
ในปี พ.ศ. 2562 เครือฯ ได้ต่อยอดแนวคิดสู่การสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ โดยเปิดให้ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนระดับ มัธยมปลาย (สายวิทย์-คณิต), ปวช. และปวส. ในสาขาที่ประเทศขาดแคลน เช่น
แพทย์, วิศวกรรมศาสตร์, คอมพิวเตอร์ และช่างเทคนิค เพื่อเตรียมบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานแห่งอนาคตต่อมาในปี พ.ศ. 2566 เครือฯ ได้เปิด “ทุนต่อเนื่อง” หรือ Continuous Track สนับสนุนผู้รับทุนเดิมที่มีผลการเรียนดีให้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น ปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง เพื่อเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในชีวิต


โครงการพัฒนาทุน “เรียนรู้ เติบโต และคืนกลับสู่สังคม”
ทุนซีพีไม่เพียงให้การสนับสนุนด้านการเงิน แต่ยังออกแบบระบบพัฒนาผู้รับทุนอย่างครบวงจรผ่าน 3 กระบวนการหลัก
- Monitoring & IDP (Individual Development Plan)
ติดตามและพัฒนาศักยภาพผู้รับทุนรายบุคคล ทั้งด้านการเรียน การวางแผนชีวิต และการแก้ปัญหา ผ่านการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทุนโดยอ้างอิงจากแบบวัดPsytech Assessment - Skills Enhancement
ส่งเสริม 4 ทักษะแห่งอนาคต ได้แก่
- ทักษะดิจิทัล
- ทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร
- ทักษะชีวิตและการทำงาน
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
- Project-based Learning & Well-being
- ผู้รับทุนปริญญาตรีร่วมทำโครงการจิตอาสา
- ผู้รับทุนนวัตกรทำโครงงานนวัตกรรม
- มีระบบดูแลสุขภาพกาย–ใจ (Telemedicine) และสนับสนุนค่าใช้จ่าย/อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา
นอกจากนี้ ผู้ได้รับทุนยังมีโอกาสฝึกงานกับบริษัทในเครือซีพี เพื่อเตรียมพร้อมสู่การทำงานจริง และต่อยอดสู่การเป็นพนักงานในอนาคต

ผลสัมฤทธิ์กว่า 6,800 ทุนทั่วประเทศ
จนถึงปัจจุบัน (ปี 2568) เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 6,800 ทุน ครอบคลุมนักเรียนและนักศึกษาทั้งระดับมัธยมศึกษา ปวช. ปวส. และปริญญาตรีทั่วประเทศ และยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการ “สร้างคนดี คืนกำไรให้สังคม” ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า
“การศึกษา คือรากฐานของการสร้างคน และคน คือรากฐานของการสร้างชาติ”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/cp-education-continuous-track&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sNl7hCETIT8OI2JrIOje7 - Monitoring & IDP (Individual Development Plan)
-

ไทยเตรียมเป็น “ประเทศเกียรติยศ” งานการศึกษานานาชาติจีนปี 2569 | เดลินิวส์
© 2025 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5270832/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1t1Caluig230cEdAuiPrUe -

นักวิจัยพบ เดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว ช่วยชะลอสมองเสื่อม-อัลไซเมอร์ : อินโฟเควสท์

วารสารเนเจอร์ เมดิซีน (Nature Medicine) เผยแพร่ผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยของออสเตรเลียและนานาชาติ ซึ่งระบุว่า การเดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว อาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์
คณะนักวิจัยได้ติดตามกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 50-90 ปี ผู้มีการทำงานของสมองปกติ จำนวน 294 คน เป็นระยะเวลานานถึง 14 ปี เพื่อเฝ้าติดตามจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน การทำงานของสมอง และการสะสมของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์
กิจกรรมทางกายภาพที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับการทำงานของสมองเสื่อมถอยช้าลง ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวช้าลงของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ โดยผู้แสดงสัญญาณโรคอัลไซเมอร์ระยะแรกอาจชะลอการพัฒนาของโรคด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ ทุกวัน
เหล่าผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ที่เดินมากกว่า 5,000 ก้าวต่อวัน มีแนวโน้มความจำและการคิดเสื่อมถอยช้ากว่า ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวลดลงของโปรตีนเทาว์ (tau) ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์
คณะนักวิจัยระบุว่า การสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดอยู่ในระดับอิ่มตัวเมื่อเดิน 5,001-7,500 ก้าวต่อวัน หรือการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยอย่างเดิน 3,000-5,000 ก้าวต่อวัน ยังเชื่อมโยงกับการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดเสื่อมถอยช้าลงอย่างชัดเจน
ผลการศึกษานี้เน้นย้ำเป้าหมายการทำกิจกรรมทางกายภาพที่ไม่ยากเกินไปอาจช่วยกระตุ้นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลแบบสวมใส่ที่แพร่หลายอย่างสมาร์ตวอตช์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การศึกษาข้างต้นจัดทำโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นของออสเตรเลีย, โรงพยาบาลแมส เจเนอรัล บริกแฮมในเครือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยโทรอนโตของแคนาดา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ย. 68)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/542873&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qQZCelpT_kSrlBxsGfgTl -

ผปค.ช็อก! โรงเรียนดังย่านลาดพร้าว ส่งหนังสือแจ้ง “ประกาศเลิกกิจการ” ปิดตำนานกว่า 50 ปี
โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว ปิดตำนาน 50 ปี ประกาศเลิกกิจการปี 2569 ผู้ปกครองช็อก!
กลายเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับศิษย์เก่าและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก หลังโรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชื่อดังย่านลาดพร้าว ได้ส่งหนังสือถึงผู้ปกครอง เพื่อประกาศเลิกกิจการโรงเรียนอย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป
การประกาศครั้งนี้ทำให้ตำนานกว่า 50 ปีของโรงเรียนต้องสิ้นสุดลง ทางผู้บริหารให้เหตุผลว่า มาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ที่อัตราการเกิดของเด็กในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายรับไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนและการดูแลบุคลากรให้อยู่ในมาตรฐานที่ตั้งใจไว้
สารจากโรงเรียนถึงผู้ปกครอง: เหตุผลของการปิดตัว
หนังสือ ที่ อ.ด.พ.173/2568 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ได้ระบุใจความสำคัญที่ส่งถึงกลุ่มผู้ปกครอง ว่าเนื่องจากจำนวนนักเรียนในระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาลดลงตามลำดับ ทำให้การเก็บค่าเล่าเรียนไม่เป็นไปตามที่กำหนด คณะผู้บริหารจึงมีมติเห็นชอบให้หยุดการเรียนการสอนและเลิกกิจการโรงเรียนตั้งแต่วันที่เดือนพฤษภาคม 2569
ทางโรงเรียนขอเรียนเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 เพื่อชี้แจงมาตรการช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนในการเข้าเรียนต่อโรงเรียนต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียงอย่างละเอียด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งต่อความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ปกครองทุกท่านเสมอมา
ประวัติโรงเรียนอุดมศึกษา: การเติบโตกว่า 50 ปี
โรงเรียนอุดมศึกษา ก่อตั้งและวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 และสร้างเสร็จในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 โดยใช้ชื่อว่า “โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว” ใช้อักษรย่อว่า “อ.ด.พ.” โดยมี ผศ. เกษมศรี วัชรสกุณี เป็นผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการคนแรก
โรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษ มีการขยายอาคารเรียนหลายครั้งเพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วง พ.ศ. 2530 มีการสร้างโรงยิมเนเซียม (อาคาร 5) ทำให้รวมห้องเรียนทั้งหมดเป็น 61 ห้อง พร้อมทั้งขยายที่ดินรวมเป็น 7 ไร่ 34 ตารางวา
นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2532 โรงเรียนได้ขยายพื้นที่จนมีอาคารเรียนรวม 76 ห้อง บนพื้นที่กว่า 9 ไร่ และเพิ่มชั้นเรียนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปี พ.ศ. 2535 ตลอดจนมีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน สนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล รวมถึงศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัย จนกระทั่งมีการเปลี่ยนผู้อำนวยการเป็น นางกัณหา เภกานนท์ ในปี พ.ศ. 2565
สิ้นสุดตำนานโรงเรียนเก่าแก่ย่านลาดพร้าว
การตัดสินใจเลิกกิจการโรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าวถือเป็นการสิ้นสุดการดำเนินงานของสถาบันที่สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพมายาวนานกว่า 50 ปี สาเหตุหลักจากสภาพเศรษฐกิจและจำนวนนักเรียนที่ลดลง เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในภาคการศึกษาไทยปัจจุบัน
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9854678/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZRtdVhp8NlbwF5IPYjSmE -

สมาคมสื่อมวลชนท่องเที่ยวราชบุรี ร่วมยินดี “พลโทธีรพล ศรีเกษม” นั่งเก้าอี้เจ้ากรมการทหารช่างคนใหม่
เนื้อหาน่าอ่าน
แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/108245&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XOBXFSVpSNs3CyLfM5hd8 -

โกลเบล็ก ส่อง SET Q4/68 แกว่งไซด์เวย์รอเด้งขึ้นรับไฮซีซั่นท่องเที่ยว

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในช่วงไตรมาส 4/68 (ตุลาคมธันวาคม) ว่า ดัชนีจะเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideway Up” อยู่ในกรอบประมาณ 1,2801,370 จุด จากแรงสนับสนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนจากภาครัฐ โครงการเที่ยวดีมีคืนที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยประชาชนสามารถขอคืนเงินจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและพักผ่อน

โดยมีปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ นักลงทุนจับตาโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง ได้แก่ กระทรวงการคลังเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้เป็น 2.4% จากเดิมคาด 2.2% ผลบวกจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐอย่างคนละครึ่งพลัส และส่งออกขยายตัวดีโดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของ ภาครัฐ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” ในช่วงไตรมาส 4/68
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเห็นชอบมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนร่วมแก้หนี้ด้อยคุณภาพที่มียอดไม่เกิน 1 แสนบาทเพื่อปรับโครงสร้างหนี้และปลดล็อกเครดิตบูโร ผ่านการโอนซื้อของบริษัทบริหารสินทรัพย์ AMC โดยจะเปิดตัวโครงการวันที่ 11 พ.ย. นี้ ด้านภาคอุตสาหกรรม มีการรายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ระดับ 94.56 ขยายตัว 1.02%YoY ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.13% เนื่องจากยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 14 พ.ย. กำหนดวันสุดท้ายส่งงบการเงินงวดไตรมาส 3/68, วันที่ 17 พ.ย. สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 3/68 และ แนวโน้มปี 2568, วันที่ 17 ธ.ค. กำหนดประชุมกนง. ครั้งที่ 6/2568 เป็นครั้งสุดท้ายของปี 2568
ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 5 พ.ย. ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนด ไต่สวนคดีมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่, วันที่ 9-10 ธ.ค. กำหนดประชุมธนาคารกลางสหรัฐ และเดือนธ.ค.มีวันหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ซึ่งนักลงทุนสถาบันมักปิดสถานะการลงทุน
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงไฟฟ้ารับอานิสงส์จากมาตรการรัฐ: “เที่ยวดีมีคืน” หนุน MINTERWCENTELAWCBAAAV ส่วน GULFBGRIMGPSCEGCORATCH ได้แรงหนุนจาก Direct PPA ดึงลงทุน Data Center
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq05/12762189&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-XPJ1gRSOGVwdEfSP6buC







