Blog

  • อบจ.อุบลฯ จัดโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2569 รุ่นที่ 1

    อบจ.อุบลฯ จัดโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2569 รุ่นที่ 1

    ภูมิภาค

    อบจ.อุบลฯ จัดโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2569 รุ่นที่ 1

    วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.08 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 20 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นายกานต์  กัลป์ตินันท์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ นางกรรณิกา ตันติศิรินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธี เปิด “โครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง” ประจำปีงบประมาณ 2569 รุ่นที่ 1 ณ หอประชุม อบต.หนองสะโน อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี 
                    
    โดยมีวิทยากรจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มาบรรยายให้ความรู้ ในเรื่อง หลักการแนวคิด และการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต, การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียง  มิติการเกษตร (การเพาะเห็ดเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน) การฝึกปฏิบัติเพาะเห็ดเศรษฐกิจ และการทำน้ำยาล้างจาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความรู้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรที่หลากหลาย สามารถแก้ปัญหาทางการเกษตรและดำเนินชีวิตด้วยการพึ่งพาตนเอกตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน ซึ่งมีเกษตรกร และประชาชนทั่วไป ในพื้นที่ อ.บุณฑริก เข้าร่วมอบรม จำนวน 200 คน  

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/455212&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gl_lIN-lX5A2zoOoEI5jA

  • พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน

    พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน

    พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน

    พัฒนาสิ่งแวดล้อม เพื่อเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืน

    พัทยาให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ “สิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็นพื้นฐานของคุณภาพชีวิตที่ดี นโยบายสำคัญ ได้แก่

    • การเพิ่ม พื้นที่สีเขียว และคืนพื้นที่สาธารณะให้ประชาชน
    • การจัดการขยะอย่างยั่งยืน ด้วย เตาเผาขยะเทคโนโลยีใหม่บนเกาะล้าน
    • การขับเคลื่อนระบบ “พัทยาสะอาด 24 ชั่วโมง” เพื่อลดคราบขยะและยกระดับภูมิทัศน์ให้สวยงาม

    การพัฒนาเหล่านี้ช่วยให้พัทยากลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองอยู่อาศัยที่สะอาดขึ้นอย่างเห็นผล

    พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน

    ยกระดับความปลอดภัย เมืองน่าอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน

    ในด้านความปลอดภัย พัทยาปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานทั่วเมือง เช่น

    • การติดตั้ง เสาไฟใหม่ และปรับเป็น หลอดไฟ LED เพิ่มความสว่างทั่วพื้นที่
    • การติดตั้ง เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ PM2.5 เพื่อเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน
    • มาตรการเข้มงวดในการ ป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด เพื่อความเรียบร้อยและความมั่นคงของเมือง

    ทั้งหมดนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

    พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน

    คุณภาพชีวิตดีขึ้นด้วยบริการสุขภาพและเทคโนโลยี

    เมืองพัทยานำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับบริการประชาชน โดยเฉพาะผ่าน @pattayaconnect ซึ่งให้บริการสำคัญ เช่น

    • ระบบ จองคิวโรงพยาบาลออนไลน์
    • บริการข้อมูลและร้องเรียนผ่านช่องทางดิจิทัล
    • การอัปเดตข่าวสารเมืองแบบตรงจุด

    ด้านสาธารณสุข พัทยายังเร่งพัฒนา

    • 13 คลินิกดี ให้บริการเชิงรุกแก่ประชาชน
    • ยกระดับโรงเรียนเมืองพัทยาทั้ง 11 แห่ง เพื่อวางรากฐานการศึกษาในอนาคต

    ทั้งหมดนี้คือการ “สร้างงานและสร้างโอกาส” ให้กับคนพัทยาในระยะยาว

    พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน

    พัทยาสู่เมืองสมดุล: คุณภาพชีวิตดี เศรษฐกิจเติบโตยั่งยืน

    พัทยากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า เมืองที่พัฒนาอย่างยั่งยืนต้องเติบโตควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ใช่เพียงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ต้องเป็นการเติบโตที่สมดุลและยืนยาว

    พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน

    นโยบายที่ “จับต้องได้” เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะ การพัฒนาระบบความปลอดภัย การยกระดับสาธารณสุข และการยกคุณภาพการศึกษา คือรากฐานที่จะทำให้พัทยาก้าวสู่การเป็น Smart City แห่ง EEC อย่างแท้จริง

    พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน

    พัทยาจึงไม่ใช่เพียงเมืองท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่เป็น “เมืองคุณภาพชีวิต” ที่พร้อมมอบชีวิตที่ดีกว่า และเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน

    พลิกโฉมพัทยา: สร้างคุณภาพชีวิต สู่เศรษฐกิจยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/pr-news/news/social/378969664&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1puWkPbbJZ2rII-wILwbPx

  • ดีป้า ยกเลิกประกาศการรับสมัครผู้อำนวยการสำนักงานฯ และทบทวนการดำเนินการสรรหา

    ดีป้า ยกเลิกประกาศการรับสมัครผู้อำนวยการสำนักงานฯ และทบทวนการดำเนินการสรรหา

    ดีป้า ยกเลิกประกาศการรับสมัครผู้อำนวยการสำนักงานฯ และทบทวนการดำเนินการสรรหา

    พฤศจิกายน 20, 2025 | By Techsauce Team

    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568, DEPA ยกเลิกประกาศการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานฯ และทบทวนการดำเนินการสรรหา

    การประชุมคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ครั้งที่ 6/2568 วานนี้ (19 พ.ย. 2568) 

    มีมติให้ยกเลิกประกาศการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 และการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานฯ ก่อนดำเนินการออกประกาศคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เรื่อง ยกเลิกประกาศการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และทบทวนการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ในวันนี้ (20 พ.ย. 2568)

    ทั้งนี้ มติดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการที่คณะอนุกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีจำนวนอนุกรรมการและองค์ประกอบไม่ครบถ้วน จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้จนกว่าจะมีการแต่งตั้งอนุกรรมการทดแทนผู้ที่ลาออกไป อีกทั้งในที่ประชุม คณะกรรมการกำกับฯ ได้มีการทบทวนการดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานฯ โดยจะแก้ไขรายละเอียดต่าง ๆ ของข้อบังคับคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ว่าด้วยการสรรหาผู้อำนวยการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ที่เคยวางระเบียบไว้เมื่อนานมาแล้ว ทั้งในเรื่องกระบวนการ แผนงาน และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ตลอดจนวิธีการหรือรูปแบบ

    การนำเสนอวิสัยทัศน์ของผู้สมัครให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนไปของเศรษฐกิจและสังคมไทยในปัจจุบัน และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความโปร่งใสแก่สาธารณชน อีกทั้งยังเป็นความเสมอภาค และเป็นธรรมแก่ผู้สมัครทุกคน

    นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยจากที่ประชุมว่า ปัจจุบันยังไม่มีผู้ยื่นสมัครเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าว จึงเห็นสมควรที่จะเลื่อนเวลาการสรรหาออกไป เพื่อเปิดโอกาสแก่ผู้ที่สนใจในวงกว้างอย่างแท้จริง

    ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/pr-news/depa-cancels-director-recruitment-2025&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PhxpZfMwYM5Sg7gNBAOYy

  • ‘ถ้ำมองของกรมพระกำแพง’ นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติครั้งแรกของโลก – แนวหน้า

    ‘ถ้ำมองของกรมพระกำแพง’ นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติครั้งแรกของโลก – แนวหน้า

    นับเป็นครั้งแรกที่ภาพถ่ายฟิล์มกระจก 3 มิติ (Stereoscopic Glass Plate Photography) อันทรงคุณค่าและหาชมยาก ที่ได้รับการจัดเก็บอย่างหวงแหนในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ถูกนำมาเผยแพร่ต่อ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/928913&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw119lPxMoe5NtJvLvdkDmk5

  • สติกเกอร์มาแล้ว “รถขวัญใจเยาวชน” หมอนทองวิทยา พร้อมสู่การเดินทางครั้งใหม่ | คมชัดลึก

    สติกเกอร์มาแล้ว “รถขวัญใจเยาวชน” หมอนทองวิทยา พร้อมสู่การเดินทางครั้งใหม่ | คมชัดลึก

    20 พ.ย. 2568 เมื่อเวลา 10.00 น. รถบรรทุกคันใหม่ ทีมนักเตะ “โรงเรียนหมอนทองวิทยา” มีการติดสติกเกอร์ และตราของโรงเรียน พร้อมฟิล์มกันแดด ห้องคนขับ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/general-news/610119&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WPoJ6PArD99NeARNGW5_L

  • ‘เอกนิติ’ ชงครม.เศรษฐกิจ เพิ่มทักษะแรงงาน-ปลดล็อกลงทุน 3 แสนล้าน

    ‘เอกนิติ’ ชงครม.เศรษฐกิจ เพิ่มทักษะแรงงาน-ปลดล็อกลงทุน 3 แสนล้าน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า จะเสนอวาระให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องการลงทุนเพื่ออนาคต เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้  ได้แก่

    1. การเพิ่มทักษะแรงงาน (Reskill/Upskill) 

    โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 100,000 คน ภายใน 4 เดือน ซึ่งเป็นการเพิ่มทักษะให้คนไทยเพื่อให้ทันต่อโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เงินจาก กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มาใช้ในการรีสกิล (Reskill) หรืออัปสกิล (Upskill) ให้กับแรงงานไทย เช่น การเทรนคนในอุตสาหกรรมยานยนต์ระบบสันดาปให้สามารถทำงานกับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นต้น

    ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะร่วมมือกับภาคเอกชนในการกำหนดมาตรฐานทักษะที่ตลาดต้องการ และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการจัดทำหลักสูตรระยะสั้น โดยจะเป็นการจ้างให้มาฝึกอบรม เพื่อเสริมทักษะแก่คนงาน

    2. ช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยสู่ระบบอัตโนมัติ 

    มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการปรับตัวเข้าสู่โลกยุคใหม่ โดยจะใช้เงินส่วนที่เหลืออยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาท ในกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    ทั้งนี้ จะมอบเงินอุดหนุนให้แก่เอสเอ็มอี เพื่อปรับเปลี่ยนโรงงานและการผลิตของตนเองให้ใช้ ระบบอัตโนมัติ (Automation) มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนการผลิตและช่วยในการเปลี่ยนผ่าน (Transform) สู่โลกยุคใหม่

    3. ปลดล็อกการลงทุนด้วยระบบ Fast Pass 

    โครงการนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของการลงทุนเพื่ออนาคต และ เป็นโครงการที่ไม่ต้องใช้งบประมาณ ซึ่งจะใช้มติ ครม. เพื่อปลดล็อกกฎระเบียบและกระบวนการต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อนักลงทุนที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แล้ว และพร้อมที่จะลงทุน

    สำหรับปัจจุบัน มีโครงการลงทุนของ BOI ที่พร้อมจะลงทุนรอการปลดล็อกอยู่ประมาณ 470,000 ล้านบาท ในธุรกิจต่างๆ โดยคาดว่าเม็ดเงินประมาณ 300,000 ล้านบาท จะสามารถเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ในปีหน้าทันที หากมีการปลดล็อก

    “Fast Pass จะช่วยร่นระยะเวลาในการขออนุญาตต่างๆ เช่น การขอวีซ่าจากกระทรวงต่างประเทศ การขออนุญาตเข้าเมือง (ตม.) รวมถึงการปลดล็อกปัญหาเรื่อง น้ำและไฟ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ Data Center ที่รอการลงทุนอยู่เป็นจำนวนมาก”

    ทั้งนี้ BOI จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง (รวมศูนย์) และกำหนดให้หน่วยงานต่างๆ ต้องอนุมัติภายในเวลาที่จำกัด และกลไก Fast Pass นี้ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาระยะสั้น แต่จะถูกนำไปเสนอต่อคณะกรรมการชุดของอาจารย์บวรศักดิ์ที่เกี่ยวข้องกับ Regulatory Guillotine เพื่อนำไปสู่การแก้ไขกฎกระทรวงและระเบียบต่างๆ อย่างถาวรด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/644509&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Jzm2jjrEo7PUIDpWUJjPf

  • “ดร.เอกนิติ” ปาฐกถาพิเศษ ในงาน FTI Outlook 2026 พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย

    “ดร.เอกนิติ” ปาฐกถาพิเศษ ในงาน FTI Outlook 2026 พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย

    “ดร.เอกนิติ” ปาฐกถาพิเศษ นโยบายใหม่สู่การพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ในงานสัมมนา FTI Outlook 2026  เพื่อนำเสนอทิศทางเศรษฐกิจโลกและไทย แนวโน้มเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในปี 2026 

    วันที่ 19 พ.ย. 68 ที่ ปตท. สำนักงานใหญ่ ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายพิเศษเรื่อง “Navigating the Global Economic Landscape รู้รอบทิศ คิดรอบด้าน เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปี 2026” ในงานสัมมนาวิชาการประจำปี FTI Outlook 2026 “DECODING THAILAND’S INDUSTRY FOR THE UPCOMING FUTURE ถอดรหัสอุตสาหกรรมไทย อ่านเกมอนาคต” โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Policy Vision for Thailand’s Economic Transformation นโยบายใหม่สู่การพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย” กล่าวรายงานโดยนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

    ทั้งนี้ งานสัมมนาวิชาการประจำปี FTI Outlook 2026 จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อนำเสนอทิศทางเศรษฐกิจโลกและไทย แนวโน้มเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในปี 2026 การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายใต้รัฐบาลใหม่ ในงานมีการเสวนา “CEO Vision: Leading Change for the Upcoming Future อ่านเกมอนาคต พลิกโฉมอย่างผู้นำ” โดยนางสาวชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการอาวุโส กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต และนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2896757&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0y65LcAv1qrryZgDL0sj8m

  • 7 เทรนด์ Wellness ปี 2026 เมื่อ ‘สุขภาพ’ กลายเป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ของโลก

    7 เทรนด์ Wellness ปี 2026 เมื่อ ‘สุขภาพ’ กลายเป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ของโลก

    นพ.ตนุพล วิรุฬหารุญ หรือ หมอแอมป์ แห่ง BDMS Wellness Clinic เปิดเผยเทรนด์ Wellness Economy ในปี 2026 จากข้อมูลล่าสุดจาก Global Wellness Institute ( GWI) สถาบันเวลเนสระดับโลก ผนวกเข้ากับเทรนด์ของประเทศไทย ระบุว่า

    Wellness 2026 จะเป็นปีที่ “สุขภาพ” ไม่ใช่แค่ค่านิยม แต่คือระบบเศรษฐกิจใหม่ของโลก

    เนื่องจากจะเป็นจุดเปลี่ยนจากการแค่เป็นการดูแลสุขภาพส่วนตัว เป็น ‘ระบบเศรษฐกิจสุขภาพ’ เนื่องจากข้อมูลล่าสุดจากรายงาน Global Wellness Economy Monitor 2025 (GWI) ชี้ชัดว่า

    เศรษฐกิจเวลเนสโลกปี 2026 จะขยายสู่ 7.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2024 และจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.6% จนแตะราว 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2029 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 7.1% ของ GDP โลก (ปี 2024 อยู่ที่ 6.12%)

    นั่นหมายความว่า  “สุขภาพ” ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่คือ “พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ของโลกใบนี้

    นพ.ตนุพล วิรุฬหารุญ

    สำหรับเทรนด์ Wellness ปี 2026 ที่ประเทศไทยต้องรู้ ได้แก่

    1) Wellness Real Estate  โตเร็วที่สุดในโลก

    หมวดนี้ในปี 2026 จะพุ่งแตะ 746 พันล้านดอลลาร์ ก่อนจะทะลุ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2029

    เติบโตเฉลี่ย 15.2% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าตลาดอสังหาฯ ปกติหลายเท่า!

    นพ.ตนุพลมองว่า บ้าน–คอนโด–อาคาร–รีสอร์ตยุคใหม่ต้องออกแบบเพื่อ “สุขภาพผู้คนก่อนสวยงาม” เช่น อากาศดี, แสงดี, เสียงดี, นอนดี, เดินได้ ออกกำลังกายง่าย และมีพื้นที่สีเขียวและชุมชนเชื่อมโยงกัน

    2)  Mental Wellness มาแรงไม่หยุด

    หมวดนี้มีมูลค่าแตะ 331 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 และเติบโตเฉลี่ย 10.1% ต่อปี เพราะคนทั้งโลกต้องการการนอนดี, การจัดการความเครียด, พื้นที่พักใจ และเครื่องมือฟื้นฟูสมอง

    อ้างอิงจากข้อมูล GWI สะท้อนว่า “คนรุ่นใหม่ทั่วโลกเครียดที่สุดในประวัติศาสตร์” จึงไม่แปลกที่ Sleep Economy, Aromatherapy, Mindfulness, Sound Healing จะเติบโตแบบก้าวกระโดด

    3) แพทย์แผนดั้งเดิม ใกล้แตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์

    ในปี 2026 คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าราว 756.6 พันล้านดอลลาร์ ก่อนจะทะลุ “ล้านล้าน” ในปี 2029  เติบโตเฉลี่ยถึง 10.8% ต่อปี ซึ่งเป็นหนึ่งในหมวดที่โตรวดเร็วที่สุด

    เนื่องจาก คนกลับมาเชื่อใน “รากวัฒนธรรมสุขภาพของชาติ” เช่น แพทย์แผนจีน แพทย์อินเดีย (Ayurveda) แพทย์แผนไทย ญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงสมุนไพรไทย เพราะผู้คนต้องการสิ่งที่ เป็นธรรมชาติ  ปลอดภัย และสามารถปรับใช้ในชีวิตจริงได้

    4) Wellness Tourism หรือ ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ จะโตแบบติดปีก

    ในปี 2026 แตะ 1.078 ล้านล้านดอลลาร์ โตเฉลี่ย 9.1% ต่อปี และเป็นสัดส่วน 17.6% ของการท่องเที่ยวโลก

    เนื่องจากผู้เดินทางต้องการกำลังใจ, ต้องการพักใจ พักกาย และต้องการสถานที่ที่พาเขากลับมาเป็น “ตัวเองที่ดีที่สุด”

    นอกจากนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก ทั้งแพทย์ บุคลากรอาหารดี การบริการเป็นเลิศ และธรรมชาติเด่น นพ.ตนุพลขอเรียกสิ่งนี้ว่า “Wellness Soft Power ของไทย”

    5) Public Health & Prevention & Preventive Medicine

    สำหรับอัตราเติบโตในหมวดนี้ในปี 2024–2029 จะโต 3.3% ต่อปี อย่างไรก็ตามตัวเลขนั้นโตน้อยกว่าค่าเฉลี่ย สาเหตุจากสถานการณ์หลังโควิด มีการจัดสรรงบป้องกันโรคลดลงทั่วโลก, หลายประเทศลดงบวัคซีน การตรวจคัดกรองและการสื่อสารสุขภาพ อีกทั้งงบประมาณในช่วงปีดังกล่าวเคลื่อนกลับสู่ระดับก่อน COVID-19 เนื่องจากหลายรัฐบาล “ตัดงบสาธารณสุขเชิงป้องกัน” เพราะประเมินผลระยะสั้นได้ยาก

    อย่างไรก็ตามแม้โตช้า แต่หมวดนี้กลับเป็นหมวดที่จะสร้าง ‘ผลตอบแทนจากการลงทุน’ (ROI) สูงสุด

    รายงาน WHO ชี้ว่า หากสามารถ “ลงทุน 1 เหรียญในระบบป้องกันสุขภาพ จะได้กลับมา 35 เหรียญ”

    สอดคล้องกับงานวิจัยของ Masters et al., 2017 (Journal of Epidemiology & Community Health, BMJ Group) ที่พบว่า การลงทุนด้านสาธารณสุขให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 14.3 เท่า  นพ.ตนุพลชี้ว่า นั่นหมายถึงว่าประเทศที่ลงทุนสุขภาพก่อน จะเติบโตทางเศรษฐกิจเร็วกว่าชาติที่เน้นรักษาปลายเหตุ

    อีกส่วนหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือ Personalized Medicine (การแพทย์เฉพาะบุคคล / เวชศาสตร์แม่นยำ) ซึ่งมีอัตราเติบโตปี 2024–2029 อยู่ที่ 9.3% ต่อปีหมวดนี้โต เร็วมากกว่า 3 เท่า ของ Public Health เพราะแรงขับเคลื่อนดังนี้

    •  การตรวจ DNA / Epigenetics / Telomere / Longevity Biomarkers เพิ่มขึ้นทั่วโลก
    •  Wearables , AI , Blood Biomarkers   ทำได้ง่ายขึ้น ถูกลง
    • คนต้องการ “ตรวจลึก–รู้ก่อน–ป้องกันก่อน”
    • คลินิก Longevity / Wellness Clinics กำลังขยายตัวทั่วโลก
    • Demand จากผู้ที่ใช้ GLP-1 (ลดความอ้วน) / Anti-aging Therapy (ชะลอวัย) / Hormone Optimization ทำให้ตลาดโตเพิ่ม

    ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวทำให้ ภาพใหญ่ของโลกเปลี่ยนจาก ‘รักษาเมื่อป่วย’ เป็น ‘ป้องกันก่อนป่วย’

    อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาครัฐโตช้า (3.3%) ส่วนประชาชนและภาคเอกชนหันไปลงทุน Personalized Medicine ที่โตถึง 9.3% ต่อปี

    6) อาหารสุขภาพ ,แร่ธาตุ วิตามิน , อาหารลดน้ำหนัก

    ซึ่งมีมูลค่าปี 2024 อยู่ที่ 1.275 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ปี 2026 ที่ 1.364 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่คาดการณ์ปี 2029 เท่ากับ 1.539 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้อัตราเติบโตเฉลี่ย 2024–2029 คือ 3.9% ต่อปี

    GWI อธิบายว่า ภาวะเงินเฟ้อผลักราคาของอาหารสุขภาพในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้สะท้อนยอดขายที่แท้จริง นอกจากนี้การแข่งขันรุนแรง และคนอีก 2.6 พันล้านคนทั่วโลกยังไม่มีกำลังพอจะจ่ายอาหารสุขภาพไหว

    ทั้งนี้ เทรนด์อาหารสุขภาพปี 2026 ที่น่าสนใจคือ Gut Health มาแรงที่สุด นั่นคือ ตลาดอาหารที่เกี่ยวกับลำไส้ – ไมโครไบโอม อาทิ โพรไบโอติก พรีไบโอติก Plant-based ฯลฯ

    ตามมาด้วย Brain Food และ Mood Food ที่เน้นช่วยเรื่องสมาธิด ลดความเครียด เสริมความทรงจำ และตลาด GLP-1 Lifestyle กับ High-Protein Demand เพื่อลดน้ำหนัก เช่นอาหารกลุ่มโปรตีนสูง และลดน้ำตาล เป็นต้น

    7)  Workplace Wellness

    เป็นหมวดที่โตช้า แต่จำเป็นที่สุดในโลกที่กำลังเครียด โดยโตเพียง 2.2% ต่อปี เพราะหลายบริษัทไม่เชื่อว่า “ออกกำลังกายในออฟฟิศอย่างเดียวแก้ปัญหาได้”  ซึ่งเทรนด์ของโลกกำลังขยับไปสู่การให้ทำงาน 4 วัน, สนับสนุนการนอนที่เพียงพอ ลดการส่งงานดึก และจัดสรรสภาพแวดล้อมที่ดี อากาศดี แสงดี

    …..

    7 เทรนด์ Wellness ปี 2026 เมื่อ ‘สุขภาพ’ กลายเป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ของโลก

    ท้ายนี้ นพ.ตนุพลมองว่า ปี 2026 สุขภาพไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่คือพลังเศรษฐกิจใหม่ของครอบครัว ของธุรกิจ และของประเทศ และควรเริ่มที่วันนี้ เพราะทุกวิถีชีวิตของผู้คน กำลังเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลก.

    อ้างอิง

    Global Wellness Institute (2025). Global Wellness Economy Monitor 2025. Miami, FL: GWI.

    Masters, R., Anwar, E., Collins, B., Cookson, R., & Capewell, S. (2017).

    Return on investment of public health interventions: a systematic review.

    Journal of Epidemiology & Community Health, 71(8), 827–834.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/733718&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yq6J8VIpTTIssWYw-0xpU

  • ส.อ.ท.ถอดรหัสอุตสาหกรรม วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยปี 2569

    ส.อ.ท.ถอดรหัสอุตสาหกรรม วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยปี 2569

    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงานสัมมนาวิชาการประจำปี FTI Outlook 2026 ภายใต้หัวข้อ “DECODING THAILAND’S INDUSTRY FOR THE UPCOMING FUTURE ถอดรหัสอุตสาหกรรมไทย อ่านเกมอนาคต” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและฉากทัศน์เศรษฐกิจ-อุตสาหกรรมไทยปี 2569 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ นักเศรษฐศาสตร์ และผู้นำภาคธุรกิจ ร่วมถอดรหัสปัจจัยเสี่ยงและโอกาส พร้อมประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทย รวมถึงทิศทางอุตสาหกรรมรายสาขา เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนธุรกิจและเตรียมความพร้อมรับมือความท้าทายในอนาคต

    งานจัดขึ้นที่ ห้อง Auditorium อาคาร 3 ชั้น 2 ปตท. สำนักงานใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Policy Vision for Thailand’s Economic Transformation นโยบายใหม่สู่การพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย”

    ดร.เอกนิติ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งสังคมสูงวัย แรงงานขาดแคลน ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และคอขวดเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ทำให้ไทยไม่สามารถพึ่งการเติบโตแบบเดิมได้อีกต่อไป รัฐบาลจึงเดินสองแนวทางคู่กัน คือ ประคองเศรษฐกิจระยะสั้น ด้วยมาตรการเฉพาะหน้า เช่น คนละครึ่งพลัส และเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและหมุนเวียนเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับ วางรากฐานระยะยาว ผ่านการปฏิรูประบบเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง

    fti-outlook-2026-SPACEBAR-Photo01.jpg

    การลงทุนถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตระยะยาว รัฐบาลผลักดัน BOI FastPass และ PPP Fast Track เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านการลงทุน มูลค่ากว่า 4.7 แสนล้านบาท และยกระดับคุณภาพแรงงานด้วยการพัฒนาทักษะแบบ Demand Driven ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมผลักดัน TH-AI Passport เพื่อยกระดับความสามารถด้าน AI

    ด้าน SMEs ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจไทย ก็ได้รับมาตรการสนับสนุนตั้งแต่เงินทุน ระบบสินเชื่อเชิงซัพพลายเชน ไปจนถึงการพัฒนาทักษะผู้ประกอบการให้เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้จริง โดยเฉพาะร้านค้าคนละครึ่งพลัสกว่า 400,000 ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ Upskill ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน – 19 ธันวาคม 2568

    เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ระบุว่า เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวน ทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สงครามการค้า และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ GDP โลกปี 2569 คาดขยายตัวเพียง 3.1% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ขณะที่ไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ทั้งต้นทุนการผลิตสูง หนี้ครัวเรือน และแรงกดดันจากค่าเงินบาท

    fti-outlook-2026-SPACEBAR-Photo02.jpg

    คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่า GDP ไทยปี 2568 จะขยายตัวในกรอบ 1.8–2.2% แม้การส่งออกโต 9.5–10.5% แต่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มี local content ต่ำ การนำเข้าขยายตัวสูงถึง 10.2% ทำให้การเติบโตจำกัด อย่างไรก็ตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลจะเป็นแรงสนับสนุนให้ GDP ปีนี้และปีหน้าเพิ่มขึ้น

    การจัดงาน FTI Outlook 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าใจ ทิศทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยปี 2569 พร้อมถอดรหัสปัจจัยเสี่ยง โอกาส และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ช่วยให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนวางแผนเชิงกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ

    นอกจากนี้ ปีนี้ยังครบรอบ 22 ปีของ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (TISI) ที่ทำหน้าที่เป็น “เข็มทิศ” เศรษฐกิจไทย สะท้อนภาวะภาคการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส.อ.ท. จึงมุ่งใช้เวที FTI Outlook 2026 เป็นพลังสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนปรับตัว เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ ความยั่งยืนและความสามารถแข่งขันสูง ในอนาคต

    fti-outlook-2026-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/fti-outlook-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nBXpndv4OY4Q2lFLRUQyH

  • ปมไต้หวันฉุดเศรษฐกิจญี่ปุ่น จีนขู่แบน “อาหารทะเล” เสียหายพันล้านเยน

    ปมไต้หวันฉุดเศรษฐกิจญี่ปุ่น จีนขู่แบน “อาหารทะเล” เสียหายพันล้านเยน

    ข้อพิพาทจีน-ญี่ปุ่นจากคำพูด นายกฯทาคาอิจิ เรื่องไต้หวัน ลุกลามสู่แบนอาหารทะเลและบอยคอตท่องเที่ยว ญี่ปุ่นเสี่ยงเสียรายได้ 9,600 ล้านดอลลาร์จากนักท่องเที่ยวจีน หุ้นตก 5-10% GDP อาจร่วง 0.5% หากยืดเยื้อกระทบอุตสาหกรรมประมงและค้าปลีกหนัก

    วันนี้ (20 พ.ย.2568) CNN รายงาน ข้อพิพาททางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ลุกลามจากคำพูดของนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ เรื่องการตอบโต้ทางทหารหากจีนบุกไต้หวัน กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยเฉพาะภาคอาหารทะเลและการท่องเที่ยว จีนขู่ว่าจะแบนนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่นทั้งหมด ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ โดยเหมา หนิงโฆษกกระทรวงกการต่างประเทศจีน ระบุว่า “แม้ส่งมาก็ไม่มีตลาด” 

    สื่อญี่ปุ่นอย่าง NHK และ Kyodo รายงานว่าจีนแจ้งแบนแล้ว แต่ญี่ปุ่นยังไม่ยืนยัน มิโนรู คิฮาระ เลขาฯ คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่าโตเกียวยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ โดยจีนเรียกร้องให้ถอนคำพูด มิเช่นนั้นจะมีมาตรการเพิ่ม หลังเคยแบนอาหารทะเลบางส่วนตั้งแต่ ส.ค.2566 จากน้ำเสียฟุกุชิมะ และเพิ่งผ่อนปรนให้บางส่วนเมื่อช่วงต้นปี 2568

    การระงับคำสั่งซื้อนี้กระทบญี่ปุ่นอย่างหนัก เพราะจีนเป็นตลาดหลักของอาหารทะเลญี่ปุ่น มูลค่าการส่งออกอาหารทะเลบางประเภทปี 2567 อยู่ที่ 144.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2566 ลดลงร้อยละ 57 เหลือ 218,500 ล้านเยน ราว 1,400 ล้านดอลลาร์ จากการแบนก่อนหน้า

    หากระงับคำสั่งซื้อทั้งหมด ชาวประมง อุตสาหกรรมแปรรูป และผู้ส่งออกจะเดือดร้อน โดยรวมส่งออกอาหารทะเลญี่ปุ่นปี 2566 มูลค่า 3.9 ล้านล้านเยน (หรือราว 26,440 ล้านดอลลาร์) ญี่ปุ่นอาจต้องหาตลาดใหม่ แต่การแข่งขันสูงและต้นทุนเพิ่มจะฉุดกำไรลง

    คำขู่นี้ตามเกิดขึ้นตามหลังคำเตือนพลเมืองจีนให้เลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นช่วงสัปดาห์ก่อน สายการบินจีน เช่น Air China, China Eastern, China Southern เสนอคืน หรือ เปลี่ยนตั๋วฟรี นักท่องเที่ยวจีน 7,500,000 ล้านคน เป็นจำนวนสูงสุด บริษัทท่องเที่ยวญี่ปุ่น East Japan International Travel Service สูญเสียการจองถึงร้อยละ 70 ในปีนี้ ยู จินซิน รองประธาน บอก CNN ว่า เป็นการสูญเสียที่หนักมาก ถ้ายังไม่สิ้นสุดจะกระทบการเงินหนัก

    อ่านข่าวเพิ่ม :

    “วราเทพ” คัมแบ็กเพื่อไทย ส่งลูกชายลง สส.กำแพงเพชร

    หมอเด็กแนะ เมื่อลูกมีไข้ ดูแลอย่างไรให้ถูกวิธี?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358701&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nYbsz2kjmb4KeDOFitqRI