Blog

  • ลามิน่า” ยืนหนึ่ง ตอกย้ำค่ากันร้อนต้อง TSER – ไทยรัฐออนไลน์

    ลามิน่า” ยืนหนึ่ง ตอกย้ำค่ากันร้อนต้อง TSER – ไทยรัฐออนไลน์

    ลามิน่าฟิล์มชี้ ตลาดฟิล์มกรองแสงถูกบิดเบือนข้อมูลจากผู้ประกอบการหลายราย ที่ชูการกันความร้อนจากการทดสอบด้วยหลอดอินฟราเรด (IR) แทนที่จะเป็นการใช้ค่า TSER (Total Solar Energy …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/auto/news/2899002&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0d8rtItzV25jU9ny_0_nPQ

  • กวาดล้างทุจริตพ่นพิษ บริษัทอาวุธจีนรายได้วูบสวนทางเทรนด์โลก

    กวาดล้างทุจริตพ่นพิษ บริษัทอาวุธจีนรายได้วูบสวนทางเทรนด์โลก

    Geopolitics

    กวาดล้างทุจริตพ่นพิษ บริษัทอาวุธจีนรายได้วูบสวนทางเทรนด์โลก

    กวาดล้างทุจริตพ่นพิษ บริษัทอาวุธจีนรายได้วูบสวนทางเทรนด์โลก

    รายงานล่าสุดจากกลุ่มคลังสมองดังเผย รายได้จากบริษัทการทหารรายใหญ่ของจีนลดลงในปีที่ผ่านมา เนื่องจากการกวาดล้างทุจริตชลอการจัดซื้อและการทำสัญญาซื้อขายอาวุธ

    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานผลการศึกษาล่าสุดจากสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสต็อกโฮล์ม ( SIPRI) เผยแพร่วันจันทร์ (1 ธ.ค.) พบว่า สงครามในยูเครนและกาซา รวมถึงความตึงเครียดระดับโลกและภูมิภาค หนุนให้รายได้ของบริษัทอาวุธทั่วโลกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่บริษัทจีนกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม

    “ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตจำนวนมากในการจัดหาอาวุธของจีนส่งผลให้สัญญาอาวุธสำคัญหลายรายการถูกเลื่อนออกไปหรือยกเลิกในปี 2024” หนาน เทียน ผู้อำนวยการโครงการค่าใช้จ่ายทางทหารและการผลิตอาวุธของ SIPRI กล่าว

    “เรื่องนี้ทำให้ความพยายามปรับปรุงกองทัพจีนให้ทันสมัยยิ่งเกิดความไม่แน่นอน ไม่ทราบด้วยว่าเมื่อใดขีดความสามารถใหม่ๆ ของจีนจะเป็นรูปธรรม”

    • รายได้จีนลด 10% ญี่ปุ่นเพิ่ม 40%

    ตอนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงออกคำสั่งกวาดล้างทุจริตแบบหว่านแหในปี 2012 กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ โดยมาถึงระดับสูงของกองทัพในปี 2023 เมื่อกองกำลังจรวดตกเป็นเป้าถูกเล่นงาน

    ในเดือน ต.ค. นายพลระดับสูงสุดแปดนายถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ รวมถึงเหอเว่ยตง นายพลหมายเลขสองของจีน ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมาธิการทหารกลางภายใต้ประธานาธิบดีสี คณะกรรมการชุดนี้เป็นองค์กรบังคับบัญชาทหารสูงสุดของจีน

    นักการทูตทั้งเอเชียและตะวันตกเผยว่า พวกเขายังพยายามวัดผลกระทบจากการปราบปรามในกองทัพจีนที่เพิ่มมากขึ้น และระดับสายการบังคับบัญชาที่สาวไปถึง

    เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศ ข้อมูลจาก SIPRI ชี้ว่า ในปีที่ผ่านมารายได้ของบริษัทอาวุธรายใหญ่ของจีนลดลง 10% ขณะที่บริษัทในญี่ปุ่นรายได้เพิ่มขึ้น 40% เยอรมนีเพิ่ม 36% สหรัฐขยับขึ้น 3.8%

    รายได้ 100บริษัทอาวุธใหญ่สุดของโลก เพิ่มขึ้น 5.9% ทุบสถิติที่ 6.79 แสนล้านดอลลาร์ ความตกต่ำของจีนมากถึงขนาดทำให้เอเชีย-โอเชียเนียเป็นภูมิภาคเดียวที่รายได้บริษัทค้าอาวุธชั้นนำลดลง

    ข้อน่าสังเกตคือรายได้จากอาวุธของจีนลดลงทั้งๆ ที่งบประมาณกลาโหมเพิ่มขึ้นตลอดสามทศวรรษ เมื่อรัฐบาลปักกิ่งแข่งขันทางยุทธศาสตร์กับวอชิงตัน มหาอำนาจทางทหารเจ้าเก่าของเอเชียมากขึ้น อีกทั้งยังมีความตึงเครียดเรื่องไต้หวันและข้อพิพาทในทะเลจีนใต้

    • ลงทุนระยะกลาง-ระยะยาว

    การเสริมสร้างกำลังทหารกำลังออกผล เห็นได้จากจีนมีกองเรือรบและหน่วยเรือตรวจการณ์ฝั่งใหญ่ที่สุดในโลกเข้าประจำการ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบินทันสมัยลำใหม่ ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงใหม่ อาวุธนิวเคลียร์ และโดรนทางอากาศและทางทะเล

    ทว่า  เมื่อพิจารณารายได้ของบริษัทอาวุธรายใหญ่ AVIC ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่สุดของประเทศ, Norinco ผู้ผลิตระบบอาวุธทางบก และ CASC ผู้ผลิตอากาศยานและขีปนาวุธ รัฐเป็นเจ้าของทุกบริษัทNorinco รายได้ทรุดหนักสุด 31% มาอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์

    การเปลี่ยนแปลงบุคลากรระดับสูงที่พัวพันทุจริตของ Norinco และ CASC ทำให้รัฐบาลต้องทบทวนและชลอโครงการ ขณะเดียวกันการส่งมอบเครื่องบินทหารของ AVIC ก็ช้าลง

    เสี่ยวเหลียง นักวิจัยของ SIPRI กล่าวว่า ไทม์ไลน์ของระบบอาวุธทันสมัยสำหรับกองกำลังจรวด กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ซึ่งจัดการคลังแสงขีปนาวุธทิ้งตัว, ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงและขีปนาวุธร่อนที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้น อาจได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับโครงการด้านอวกาศและไซเบอร์ นี่ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเป้าหมายของพีแอลเอที่ต้องมีขีดความสามารถหลักๆ และพร้อมทำสงครามในวาระครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งกองทัพแดงโดยเหมา เจ๋อตง เมื่อปี 1927

    “อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางและระยะยาวกว่านั้นการลงทุนอย่างต่อเนื่องในงบประมาณกลาโหมและความมุ่งมั่นทางการเมืองเบื้องหลังการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยจะดำเนินต่อไป แม้ว่าบางโครงการจะล่าช้าต้นทุนสูงขึ้น และควบคุมการจัดซื้อจัดจ้างที่เข้มงวดขึ้น” เหลียงย้ำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1209995&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DbBx9e36Fc27E6vU1oK4K

  • โอกาสโกอินเตอร์! กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครหญิงไทย 25 อัตรา ทำงานนวดแผนไทยในมาเลเซีย หนุน“คนไทยต้องมีงานทำ”

    โอกาสโกอินเตอร์! กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครหญิงไทย 25 อัตรา ทำงานนวดแผนไทยในมาเลเซีย หนุน“คนไทยต้องมีงานทำ”

    นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในการผลักดันให้ “คนไทยต้องมีงานทำ” ควบคู่กับ การสร้างโอกาสให้แรงงานไทยมีงานทำในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มรายได้และขยายโอกาสการจ้างงานให้แก่แรงงานไทยและครอบครัว ตามนโยบายเร่งด่วน (Quick Big Win) ในการเร่งรัดส่งแรงงานไทยและขยายตลาดแรงงานต่างประเทศเชิงรุก ให้บรรลุเป้าหมายมากกว่า 50,000 อัตรา ภายในระยะเวลา 4 เดือน ล่าสุดเปิดรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานกับนายจ้างบริษัท VYV Wellness Retreat Sdn Bhd ประเทศมาเลเซีย ซึ่งประกอบกิจการร้านนวด โดยเปิดรับตำแหน่งพนักงานนวดแผนไทย จำนวน 25 อัตรา ระยะเวลาจ้างงาน 2 ปี ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 12 ธันวาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ

    นายสมชาย กล่าวว่า ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกสามารถเลือกค่าตอบแทนได้ระหว่างแบบเงินเดือนประจำเดือนละ 3,300 ริงกิตมาเลเซีย ประมาณ 25,158 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) หรือเลือกแบบค่าคอมมิชชั่นตามจำนวนชั่วโมงทำงาน ชั่วโมงที่ 1–160 คิดอัตราชั่วโมงละ 22 ริงกิต ตั้งแต่ชั่วโมงที่ 161 เป็นต้นไป คิดอัตราชั่วโมงละ 25 ริงกิต ทำงาน 7.5 ชั่วโมงต่อวัน และทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ นายจ้างจัดสวัสดิการให้ ได้แก่ ที่พัก อุปกรณ์ประกอบอาหาร จ่ายค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับ เมื่อทำงานครบสัญญาจ้าง ค่าธรรมเนียมการจ้าง ค่าดำเนินการและค่าใบอนุญาตทำงานพร้อมประกันคุ้มครองการเบิกค่ารักษาพยาบาล และประกันสุขภาพตามที่รัฐบาลประเทศมาเลเซียกำหนด สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องเป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 21 – 44 ปี ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา โดยมีใบรับรองการนวดเท้า หรือนวดไทย อย่างน้อย 150 ชม. มีสุขภาพแข็งแรง ผ่านการตรวจสุขภาพ มีมารยาทและทัศนคติที่ดี

    “การรับสมัคร ในครั้งนี้เป็นการดำเนินการเพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยวิธีรัฐจัดส่ง คนหางานไม่ต้องเสียค่าสมัครหรือค่าบริการใด ๆ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกไปทำงานจ่ายเพียงค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ได้แก่ ค่าถ่ายรูป ค่าทำหนังสือเดินทาง (กรณียังไม่มี) ค่าตรวจสุขภาพ และค่าสมัครสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ รวมค่าใช้จ่าย ประมาณ 6,500 บาท ทั้งนี้ ผู้ที่มีความประสงค์สมัครงานสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร และศึกษารายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์ doe.go.th/overseas หรือ lib.doe.go.th หรือเฟซบุ๊ก : แรงงานไทยไปต่างประเทศโดยรัฐจัดส่ง หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2245 1034 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/977488&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rzKrklOqRp8K5N6kqYw4M

  • เมาท์แรง ! ดาราหน้าหล่อรักหมดโปร แอบคุยพริตตี้อกดูม ทำแฟนสาวสวยร้องสะอื้น

    เมาท์แรง ! ดาราหน้าหล่อรักหมดโปร แอบคุยพริตตี้อกดูม ทำแฟนสาวสวยร้องสะอื้น

    เมาท์แรง ! ดาราหน้าหล่อรักหมดโปร แอบคุยพริตตี้อกดูม ทำแฟนสาวสวยร้องสะอื้น

                เมาท์แรง ดาราชายรักหมดโปร พริตตี้สาวอกดูม ทำแฟนสาวร้องสะอื้น เผยคำใบ้ ชายเคยมีคู่จิ้น ส่วนแฟนสาวสวย การศึกษาดี ใครกัน ? 

    ซุบซิบดารา

                วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์เดลินิวส์ คอลัมน์มายาลั้ลลา โดยมาดามกุ๊งกิ๊ง ได้เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับดาราชายหน้าหล่อรายหนึ่ง เป็นที่หมายปองของสาว ๆ หลายคน เคยมีคู่จิ้นทั้งชายและหญิง ก่อนที่จะมีแฟนสาว แรก ๆ ก็ดีต่อใจตัวติดกัน แต่หลังจากคบหาดูใจกันมาพักใหญ่ หลัง ๆ มีคนสังเกตเห็นว่า ไม่ค่อยเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน

                โดยแฟนสาวคนนี้ เป็นสาวสวย การศึกษาดีมาก และมีฐานะดี แต่ก่อนที่ฝ่ายดาราชายจะมาคบเธอ เขาเคยมีแฟนนอกวงการมาก่อน เป็นแนวสวย เซ็กซี่ และเอ็กซ์หน่อย ๆ แต่พอเปลี่ยนสไตล์มาคบแฟนสาวคนนี้ ก็ทำให้หลายคนประหลาดใจเล็กน้อย แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ดูเหมือนจะราบรื่น และไม่มีปัญหาอะไร 

                กระทั่งเมื่อหลายเดือนก่อน แหล่งข่าวเผยว่า เจอคนหน้าคล้ายดาราชายคนนี้ไปดื่มที่ทองหล่อ และแดนซ์กับเพื่อน ๆ โดยไร้เงาแฟนสาว แต่กลับมีสาวสวยใส่สายเดี่ยวทรงโตยืนข้าง ๆ แทน ตอนแรกคนเข้าใจว่าเขากับเธอเป็นเพื่อนกัน จนวันหนึ่ง เพื่อนสนิทฝ่ายชายคนหนึ่งเกิดหลุดปากเล่าว่า ดาราชายแอบคุยกับพริตตี้สาวสวยคนหนึ่ง 

                โดยพริตตี้สาวคนนี้ไม่มีชื่อเสียง แต่เป็นคนสวย อ้อนเก่ง ทำให้ดาราชายสนิทสนมด้วย และเหมือนคุยกันถูกคอ อะไรเลยไปได้ดี ด้านแฟนสาวรู้เรื่องพริตตี้สาวแล้ว ก็ร้องไห้สะอื้นเสียใจ และส่อแววรักหมดโปรฯ จากตอนแรกฝ่ายชายดูแลดี และรักกันมาก แต่พอหมดโปรฯ ฝ่ายชายดูจะทุ่มเทใจไปทางสาวทรงแซ่บแบบที่หลายคนคาดไม่ถึง

    ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://women.kapook.com/view296912.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IEA1__-RUIdoOaCbmEYfj

  • เทพไท ไม่แปลกใจ ‘อภิสิทธิ์-ปชป.’ ฉุดกระแสใต้คืนชีพ ห่วง สส.เขต โดนกระสุนดินดำเอาไปกิน

    เทพไท ไม่แปลกใจ ‘อภิสิทธิ์-ปชป.’ ฉุดกระแสใต้คืนชีพ ห่วง สส.เขต โดนกระสุนดินดำเอาไปกิน

    เทพไท ชี้ ผลการสำรวจของนิด้าโพล อาจวัดความนิยมของพรรคการเมือง และจะบ่งบอกถึงส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่สำหรับส.ส.ในระบบเขต ยังเชื่อว่าพรรคการเมืองที่มีทรัพยากรพร้อม มีกระสุนดินดำเป็นจำนวนมาก และยิงเข้าเป้า ก็จะมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง

    1 ธ.ค.2568-นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” เรื่อง “ปชป.ภาคใต้ คืนชีพ จริงหรือ?” เนื้อหาระบุว่า ในฐานะที่เป็นอดีตนักการเมืองจากภาคใต้ และเป็นศิษย์เก่าของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อผลการสำรวจความคิดเห็นทางการเมือง ของนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สอบถามความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชนในภาคใต้ พบว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ มีคะแนนนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกระแสการเมืองในภาคใต้ บางคนรู้สึกตื่นเต้นกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป

    แต่สำหรับผมเห็นว่า ผลการสำรวจของนิด้าโพล ไม่ได้เกินความคาดหมาย ซึ่งผมเคยวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ว่า มีความเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน เมื่อนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง และอยากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการสำรวจของนิด้าโพล คือ

    1.ผลการสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังคืนชีพมาเป็นพรรคของคนภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากผลการเลือกตั้งปี 2562 และ 2566  กระแสพรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำจนฐานเสียงของประชาธิปัตย์เดิม กลับไปเลือกพรรคการเมืองอื่น วันนี้ได้หันกลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม กำลังจะเข้าสู่บรรยากาศเดิมๆ คือ“พรรคของเรา คนของเรา” อีกครั้งหนึ่ง

    2.คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์กับคะแนนนิยมตัวบุคคลคือหัวหน้าพรรคใกล้เคียงกัน พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยม 28.60% ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีคะแนนนิยม 25.65% แต่พรรคการเมืองอื่น คะแนนนิยมของพรรคกับหัวหน้าพรรคแตกต่างกัน เช่น คะแนนนิยมของพรรคประชาชน 17.80% คะแนนนิยมของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 12.85% และคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย 11.65% คะแนนนิยมของนายอนุทินชาวีรกุล 15.40%

    3.ความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ที่เพิ่มขึ้น มีผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคประชาชนมีคะแนนนิยมสูงเป็นอันดับหนึ่งของภาคใต้ อยู่ที่ 29.92% วันนี้ลดเหลือ 17.80% ในขณะที่คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2566 อยู่ที่ 8.19% วันนี้มีคะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 28.60% ซึ่งจะตัดคะแนนกันในกลุ่มผู้ใช้สิทธิ์ที่เลือกพรรคการเมืองในเชิงอุดมการณ์ ซึ่งทั้ง2พรรค จะแย่งตลาดคะแนนนิยมหรือฐานเสียงเดียวกัน

    4.ปัจจัยชี้ขาดของการเมืองภาคใต้อยู่ที่ส.ส.เขต ซึ่งจะมีความเสียเปรียบพรรคการเมืองอื่น เพราะประชาธิปัตย์ชูจุดขายเรื่องการเมืองสุจริต และเช่นเดียวกันพรรคประชาชน ก็ชูจุดขายเรื่องอุดมการณ์ จึงให้ฐานเสียงของกลุ่มที่ไม่ขายเสียง และกลุ่มที่นิยมการเมืองเชิงอุดมการณ์ ก็จะมาตัดกันเอง ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชน

    5.เมื่อระบบการเลือกตั้งมีบัตร2ใบ ก็เป็นโอกาสที่ทำให้ประชาชนที่ชอบพรรคการเมือง ก็จะเลือกพรรคการเมืองตามใจชอบ แต่ในระบบเขตก็เป็นโอกาสของนักเลือกตั้งที่นิยมซื้อเสียง สามารถเจาะคะแนนจากประชาชนที่ต้องการขายเสียงได้ จึงทำให้พรรคที่ใช้กระสุน มีโอกาสแย่งพื้นที่ส.ส.เขตได้มากกว่าพรรคที่เน้นเรื่องกระแส

    ผลการสำรวจของนิด้าโพล อาจวัดความนิยมของพรรคการเมือง และจะบ่งบอกถึงส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่สำหรับส.ส.ในระบบเขต ยังเชื่อว่าพรรคการเมืองที่มีทรัพยากรพร้อม มีกระสุนดินดำเป็นจำนวนมาก และยิงเข้าเป้า ก็จะมีโอกาสชนะการเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้ได้

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/906274/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YX3zTUS-qcicFmYl-w12b

  • สวนนงนุชพัทยา ลงทุนโซลาร์รูฟท็อป 3.5 เมกะวัตต์ เดินหน้าท่องเที่ยวสีเขียวอย่างยั่งยืน

    สวนนงนุชพัทยา ลงทุนโซลาร์รูฟท็อป 3.5 เมกะวัตต์ เดินหน้าท่องเที่ยวสีเขียวอย่างยั่งยืน

    สวนนงนุชพัทยาทุ่ม 60 กว่าล้าน ลงทุนโซลาร์รูฟท็อป 3.5 เมกะวัตต์ ลานจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์ หนุนท่องเที่ยวสีเขียว ลดคาร์บอน พร้อมมีตู้ชาร์จไฟรองรับรถยนต์ไฟฟ้า

        เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 สวนนงนุชพัทยา ประกาศเดินหน้าสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการลงนามสัญญาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ขนาด 3,503 กิโลวัตต์-พีค พร้อมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน       นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายอุปกรณ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) แบบเบ็ดเสร็จ มีกำลังการติดตั้งรวม 3,503.00 kWp มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยสวนนงนุชพัทยาเป็นผู้ลงทุนและมอบหมายให้บริษัท อิเรเดี๊ยน โซล่า จำกัด เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งและบริหารจัดการระบบพลังงานดังกล่าว       นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เปิดเผยภายหลังการลงนามในสัญญาซื้อขายอุปกรณ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาแบบเบ็ดเสร็จ โดยโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของสวนนงนุชพัทยา ในการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ ได้แก่

    1. การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก : การออกแบบ “ลานจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์” ซึ่งไม่เพียงให้ร่มเงาและลดความร้อนแก่รถยนต์ของนักท่องยื่นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการให้บริการ
    2. การรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) : การจัดเตรียมสถานีชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ใช้รถ EV ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น พร้อมตู้ชาร์จไฟรองรับรถยนต์ไฟฟ้า แก่ผู้ที่มาเที่ยวสวนนงนุชฯ
    3. การลดการปล่อยคาร์บอน : โครงการนี้สนับสนุนนโยบายการลดคาร์บอนเครดิตอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
    4. การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือก : การนำพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดมาใช้ผลิตไฟฟ้าภายในพื้นที่สวน จะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากระบบหลัก ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดรอยเท้าคาร์บอนขององค์กร
    โดยสวนนงนุชพัทยา ได้ยกระดับมาตรฐานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบวงจร เพื่อก้าวสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว (Green Attraction) ลดคาร์บอน เพื่อให้โลกมีสิ่งแวดล้อมที่ดีงามต่อไป

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/news/pr/95290/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rdr9gajFAb05njnfGPfT6

  • สัมผัสความผ่อนคลายตลอดสุดสัปดาห์พร้อมสัตว์เลี้ยงของคุณที่โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก

    สัมผัสความผ่อนคลายตลอดสุดสัปดาห์พร้อมสัตว์เลี้ยงของคุณที่โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก

    สัมผัสความผ่อนคลายตลอดสุดสัปดาห์พร้อมสัตว์เลี้ยงของคุณที่โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ

    ให้คุณและสัตว์เลี้ยงได้พักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ที่สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ โรงแรม Pet Friendly บรรยากาศอบอุ่นใจกลางย่านทองหล่อย่านที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ออกแบบให้คุณรู้สึกเสมือนบ้าน ห้องสวีทขนาดกว้างขวางที่สามารถรองรับสัตว์เลี้ยงพร้อมด้วยเซ็ตอัพพิเศษและไอศกรีมสำหรับสัตว์เลี้ยง ให้คุณและเพื่อนรักขนฟูได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่และมีช่วงเวลาที่น่าประทับใจร่วมกัน

    ภายในโรงแรมมีพื้นที่สำหรับคุณและสัตว์เลี้ยงให้ได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็น The Patio สวนลอยฟ้าที่สามารถพาน้องเดินเล่นและพักผ่อนได้อย่างสบายๆ รวมทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายให้คุณได้ผ่อนคลาย อาทิ ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่น ซาวน่า สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ The Den โคเวิร์กกิ้งสเปซที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม The Social Night พร้อมเครื่องดื่มและของทานเล่นฟรี ให้คุณได้พบปะและทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ เวลา 17.30-18.30 น.

    ไม่ว่าคุณจะเลือกพักผ่อนสบายๆ ในห้องพัก หรือออกมาใช้พื้นที่ส่วนกลางที่อบอุ่นและผ่อนคลาย สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ พร้อมให้คุณและสัตว์เลี้ยงได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างลงตัว

    โรงแรมตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 55 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทองหล่อ ทำให้การเดินทางง่ายดายและสะดวกสบาย รายล้อมไปด้วยคาเฟ่ Pet Friendly และพื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ทำให้การออกไปเดินเล่นหรือหาที่นั่งชิลกับเพื่อนรักขนฟูเป็นเรื่องง่ายและเพลิดเพลินตลอดการเข้าพัก

    สอบถามข้อมูลหรือสำรองห้องพักได้ที่เบอร์โทรศัพท์ +66 (0) 2059 8999 หรืออีเมล [email protected] หรือจองตรงที่เว็บไซต์ https://bit.ly/bkkth_petgetaway


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12770176&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xHfdSJN7WLvXPOxH4-v3L

  • ทิพยประกันภัย เชิญครู-อาจารย์ทั่วประเทศ และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมโครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 59 เรียนรู้นวัตกรรมไฟฟ้าพลังงานสะอาด ผ่านการศึกษาระบบ โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ทิพยประกันภัย เชิญครู-อาจารย์ทั่วประเทศ และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมโครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 59 เรียนรู้นวัตกรรมไฟฟ้าพลังงานสะอาด ผ่านการศึกษาระบบ โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น –  ขอเชิญชวนร่วมโครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 59 ณ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เรียนรู้การบริหารจัดการน้ำและพลังงานอย่างยั่งยืน ผ่านตัวอย่างของเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่ 2 ของประเทศ และเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกของภาคะวันออกเฉียงเหนือ ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสแนวคิดพลังงานสะอาดผ่านการศึกษาระบบ โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริด ที่ผสานพลังงานน้ำและแสงอาทิตย์เข้าด้วยกัน และร่วมกิจกรรม ปลูกป่า ปล่อยปลา Forest Therapy (อาบป่า) ก้าวแห่งการตื่นรู้ wakening Walk เรียนรู้การฟื้นฟูสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติสะท้อนแนวคิดของ ศาสตร์พระราชา ที่ทรงเน้น “การพัฒนาอย่างเข้าใจธรรมชาติ” ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

    เชิญร่วมโครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 59 ในวันที่ 13 – 14 ธันวาคม 2568 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ คุณพุทธชาด โทรศัพท์ 086 614 1662 FB : ตามรอยพระราชา-The King’s Journey

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/01/598938/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23JZdyDr5JfypERTsDwfGl

  • ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่คุณต้องการ

    ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่คุณต้องการ

    ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่ท่านต้องการ

    ขออภัย
    ไม่พบข้อมูลที่ท่านต้องการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails%3Fid%3D100326201%26symbol%3DCOMAN&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3moE5RyCFT9hVpFzqXujit

  • บทเรียนหาดใหญ่สู่การกันกรุงเทพฯจมทะเล ป้องเศรษฐกิจ 18.6 ล้านล.

    บทเรียนหาดใหญ่สู่การกันกรุงเทพฯจมทะเล ป้องเศรษฐกิจ 18.6 ล้านล.

    รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ อดีตกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์   เปิดเผยว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจ ชีวิต ทรัพย์สินของคนจำนวนมากจากน้ำท่วมใหญ่และภาคใต้ สะท้อน ความล้มเหลวในการบริหารจัดการภัยพิบัติขนาดใหญ่ของสังคมไทยอย่างชัดเจน ต้องมีการถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและความผิดผลาดซ้ำเดิมอีก คาดผลกระทบภัยพิบัติทางธรรมชาติต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาวะโลกร้อน 

    นอกจากนี้ชาวไทยยังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมเข้าขั้นวิกฤติหลายมิติหลายลักษณะด้วยกัน ปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก น้ำท่วมรุนแรงจากปรากฎการณ์ลานีญาล้วนมีความเกี่ยวพันกับภาวะโลกร้อน ภาวะโลกร้อนอันเป็นผลจากการพัฒนาแบบทำลายสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานฟอสซิสที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจกทำลายชั้นบรรยากาศโลก เกิดความแปรปรวนของภูมิอากาศอย่างรุนแรง 

    จากข้อมูลของนักวิจัยเกี่ยวกับลานีญาในประเทศไทย พบว่า ปรากฎการณ์ลานีญาอาจยาวนาน 9-12 เดือน ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง ทำให้ปริมาณน้ำฝนอาจสูงถึง 14,000 ล้าน ลบ. ม. 

    การคาดการณ์เหล่านี้ มีการนำเสนอข้อมูลล่วงหน้ามา 1-2 ปีแล้ว เป็นข้อมูลพยากรณ์ที่มีฐานจากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ แต่การตัดสินใจทางนโยบายและการดำเนินการของระบบราชการในหลายกรณีไม่ได้อิงข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่เท่าไหร่ จึงทำให้การตัดสินใจ การสั่งการ การดำเนินการไม่มีประสิทธิภาพและล้มเหลว 

    บทเรียนหาดใหญ่สู่การกันกรุงเทพฯจมทะเล ป้องเศรษฐกิจ 18.6 ล้านล.

    การสูญเสียทางเศรษฐกิจเกิดจากการลดลงของรายได้ ความเสียหายทางทรัพย์สิน ความเสียหายทางด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต จากการชะลอตัวลงของการท่องเที่ยวและการเดินทาง ภัยพิบัติเกี่ยวเนื่องกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน  การชะลอตัวลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลางแจ้งและโครงการก่อสร้างต่างๆ ค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้น ค่าเสียโอกาสจากประเด็นทางด้านสุขภาพ 

    นอกจากนี้ ผู้มีรายได้น้อยและคนจนในพื้นที่ภัยพิบัติจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ผู้ใช้แรงงานในเขตพื้นที่ภัยพิบัติ

    การเปลี่ยนผ่านจากเอลนีโญ สู่ลานีญาในไทยทำให้ภาคเกษตรกรรมได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ หลายพื้นที่ของประเทศเจอน้ำท่วมซ้ำซาก 

    ช่วงหน้าแล้งก็เจอภัยแล้งรุนแรงมาก การจะบรรเทาปัญหาเหล่านี้ได้ต้องปรับยุทธศาสตร์เป็นการพัฒนาแบบยั่งยืน เดินหน้าลงทุนระบบการบริหารจัดการน้ำ การปรับยุทธศาสตร์เป็นการพัฒนาแบบยั่งยืน จะช่วยแก้ที่ต้นตอของปัญหา การพัฒนาในแบบที่ทำลายสิ่งแวดล้อมจะทำให้เกิดภาวะโลกเดือดรุนแรงขึ้นอีกทั้งส่งผลให้เกิดความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศน้ำท่วม ภัยแล้งรุนแรงขึ้นไปอีก 

    ขณะที่หลายพื้นที่ ประชาชนฐานรากเผชิญความยากลำบากอย่างรุนแรง รัฐบาลต้องปลดล็อคหนี้ทับถมอันเป็นผลมาจากการไม่สามารถทำงานและแสวงหารายได้จากพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับความเสียหาย ผ่านการทำโครงการลงทุนขนาดเล็กกระจายทั่วประเทศเพื่อสร้างฐานรายได้ให้กับประชาชนฐานราก  

    ความไม่มั่นใจต่อการบริหารจัดการเรื่องอุทกภัย การจัดการน้ำท่วมขังและการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบเกิดขึ้นต่อสาธารณชน และ เริ่มวิตกกังวลมากขึ้นว่าจะเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การทำงาน การสูญเสียรายได้และทรัพย์สินแบบหาดใหญ่ และแบบปีพ.ศ. 2554 หรือไม่ การเตรียมการรับมือมีประสิทธิภาพอย่างไร

    ขณะที่ปัญหาที่ใหญ่กว่าน้ำท่วมขังอุทกภัยใหญ่หาดใหญ่และภาคใต้ และแบบปี 2554 ก็คือ มีงานวิจัยของกรีนพีซเตือนว่าในอีก 4-5ปีข้างหน้า กรุงเทพฯอาจจมทะเล สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสังคมรุนแรงหากไม่ทำอะไรเพื่อป้องกันตั้งแต่ตอนนี้อย่างจริงจังเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวพันกันมากขึ้น เรื่อย ๆ 

    งานวิจัยของธนาคารโลกชี้ด้วยว่า ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อนที่ไม่มีการแก้ไขสูงถึง 20% ของจีดีพีโลกและ เพิ่มมากขึ้น เรื่อย ๆ ในอนาคต ความเสียหายลดลงได้หากทุกประเทศร่วมมือกันในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดกิจกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสร้างมลพิษทางอากาศ

    แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์การทรุดตัวของกรุงเทพฯดีขึ้นจากสั่งห้ามการดูดน้ำบาดาลมาใช้ แต่การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลยังเกิดขึ้นต่อเนื่องหากกรุงเทพฯและปริมณฑลเผชิญน้ำท่วมไหลหลากจากทางเหนือบวกระดับน้ำทะเลสูงขึ้นไปพร้อมกัน จากข้อมูลของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) บ่งชี้ว่า การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ระหว่าง 0.43-0.84 เมตรภายในปี พ.ศ. 2643 

    ไทยจะเผชิญการเกิดพายุความเร็วลมรุนแรงสร้างความเสียหายมากขึ้น คลื่นพายุซัดฝั่งสูงขึ้น และ ปริมาณน้ำฝนมีสภาวะสุดขีดมากกว่าในอดีตเหมือนที่เกิดขึ้นที่หาดใหญ่ หากเกิดสถานการณ์กรุงเทพฯจมน้ำความเสียหายทางด้านต่างๆจะรุนแรงมากกว่าหาดใหญ่หลายเท่าตัว หากพื้นที่มากกว่า 80% ของกรุงเทพจมทะเล 

    งานวิจัยกรีซพีซประเมินสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอยู่ที่ 18.6 ล้านล้านบาท กระทบประชาชนกว่า 10.45 ล้านคน พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ 1,512 ตารางกิโลเมตร พื้นที่มากกว่า 96% ของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงน้ำท่วมหากระดับน้ำทะเลหนุนสูง และ มีงานวิจัยของ Greenpeace ฉายภาพอนาคตว่า กรุงเทพฯอาจเผชิญน้ำท่วมใหญ่ในปี พ.ศ. 2573 

    จึงขอเสนอนโยบาย 6 ข้อเร่งดำเนินการ ได้แก่ สร้างเขื่อนกั้นน้ำหรือ ถนนเลียบชายฝั่งยกสูง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากซึ่งรัฐบาลต้องวางแผนงบประมาณให้ดี, ปลูกป่าชายเลน เพื่อให้เป็นพื้นที่กันชน ซับน้ำ รองรับความรุนแรงของคลื่นทะเล การปลูกป่าชายเลนตลอดแนวพื้นที่จากบางขุนเทียน สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการจะฟื้นฟูธรรมชาติและยังสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อีกด้วย, จัดระเบียบการใช้ที่ดินริมชายฝั่ง, กระจายการลงทุนไปภูมิภาค, หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน และศึกษาการย้ายเมืองหลวง 

    นโยบายการย้ายเมืองหลวงแบบกรุงจาร์กาตาควรถูกนำมาศึกษาอย่างจริงจัง เสนอว่า รัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งต้องเริ่มต้นลงทุนเพื่อป้องกัน กรุงเทพและปริมณฑล จากภัยพิบัติในอนาคตโดยเฉพาะการเผชิญน้ำท่วมใหญ่จากระดับน้ำทะเลหนุนสูงพร้อมน้ำหลากจากทางเหนือ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/645405&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0H-qUIGvBGqmjCDFCVbpqH