
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึง กรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตุเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายของรัฐบาล ว่า สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์หรือโครงการคลองไทย ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยมาเป็นนระยะเวลา 10 ปีแล้ว ซึ่งการนำกลับมาพิจารณาในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อดูสถานการณ์โลกโดยรวม ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หรือในหลายประเทศที่มีความพยายามที่จะเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบต่างๆ ประกอบกับ การคาดการณ์ว่าช่องแคบมะละกา จะเต็มความจุในอีก 10 ปี ข้างหน้า
ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าสถานการณ์โลกเป็นแบบนี้แล้วจะหยิบเรื่องนี้มาพูด แต่หากสถานการณ์โลกเป็นแบบนี้แล้วไม่นำเรื่องนี้มาพิจารณามองว่า เป็นเรื่องแปลกมากกว่า ว่า เราจะไปเอื้อให้ใครหรือไม่
อย่างไรก็ตาม โครงการแลนด์บริดจ์มีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นรัฐบาลต้องทำข้อมูลให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด เนื่องจากตัวเลขที่มีในตอนนี้จะสร้างเศรษฐกิจ รายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ๆให้คนไทยได้จำนวนมาก
สำหรับคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ สำนักงานขนส่งทางราง (สนข.) ได้มีการศึกษาทั้งอัตราผลตอบแทนภายในทางการเงิน (FIRR) อยู่ที่ 11% และ อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ( EIRR ) 8% ซึ่งการทำข้อมูลตรงนี้ สนข. ได้จ้างที่ปรึกษาเอกชนเป็นบริษัทระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาร่วมศึกษา
ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ความคุ้มค่าในการลงทุนไม่ใช่แค่รัฐบาลจะไปเชิญชวนต่างชาติมาลงทุนได้ แต่จะต้องประกอบด้วยภาคเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเดินเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยได้เดินสายโรดโชว์และบริษทให้ความสนใจกว่า 400 บริษัท ดังนั้นคิดว่า ด้านเศรษฐกิจมีความคุ้มค่าและเป็นที่น่าสนใจต่อการลงทุนของภาคเอกชน
ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้สำหรับโครงการใหญ่ๆ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศน์หรือสิ่งมีชีวิต แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ การหามาตรการทำให้ความเจริญที่จะเข้ามาสามารถอยู่กับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต โดยที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุด
ส่วนการตั้งข้อสังเกตุว่า เงินทุนนับล้านล้านบาทสูงเกินที่จะมาดำเนินโครงการนี้นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้ยังเป็นการประมาณว่า การทำท่าเรือและระบบล้อ ราง ท่อ อยู่ที่ประมาณ 9 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งจะไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาล แต่จะเป็นโครงการร่วมทุน PPP หลังจากนี้จะประเมินว่าจะใช้ PPP รูปแบบใด
ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ ย้ำว่า ไทม์ไลน์การดำเนินโครงการจะเป็นไปตามที่ สนข. กำหนดอย่างเร็วการวางโครงสร้างพื้นฐานใน 2573 แต่อันดับแรกจะต้องมีการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ซึ่งคาดว่า ภายในปีนี้จะสามารถเดินหน้าร่างพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ได้ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมาดูเรื่องความพร้อม สภาพพื้นที่ ข้อกฎหมาย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเชิญชวนนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากติดตามโครงการนี้ตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าเงื่อนไขต่างๆได้ปรับเปลี่ยนมาตลอด เช่น เมื่อก่อนมีคำถามว่า จะให้เช่าพื้นที่ 99 ปี แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่า จะเป็นการเช่าพื้นที่ 50 ปี เป็นต้น ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลฟังเสียงประชาชน และฟังข้อท้วงติงจากประชาชนเช่นกัน ดังนั้นร่าง พ.ร.บ. SEC ดังกล่าวหลักๆ มาจากการฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนด้วย ซึ่งในเร็วๆนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคมจะลงพื้นที่ เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นและพูดคุยในพื้นที่ด้วย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12811192&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nL1SJ9ZSdDFeL0cLfvSqW













จากการลงพื้นที่พบว่า สภาพความเป็นอยู่ของน้องน้ำฝนค่อนข้างลำบาก อาศัยอยู่ในบ้านปูนชั้นเดียวที่ยังไม่ได้ฉาบผิว ไม่มีห้องนอน มีเพียงห้องน้ำ 1 ห้อง โดยพักอาศัยรวมกัน 3 คน ได้แก่ น.ส.มาลี พรหมกุล อายุ 51 ปี ผู้เป็นมารดา น้องน้ำฝน และพี่ชายอีก 1 คน ซึ่งน้องเป็นเด็กกำพร้า บิดาแยกไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่ยังเด็ก มารดาทำหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ประกอบอาชีพกรีดยางพารา มีรายได้เพียงวันละ 100–200 บาท ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว





น้องน้ำฝน เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวการเปิดรับสมัครทุนจากมูลนิธิยังมีเรา จึงได้เขียนเรื่องราวชีวิตเพื่อขอรับการสนับสนุน และเมื่อทราบว่าได้รับทุน รู้สึกตื้นตันใจและดีใจเป็นอย่างมาก โดยมีความฝันอยากเป็นพยาบาลทหาร เพื่อช่วยเหลือผู้คน พร้อมยืนยันว่าจะตั้งใจเรียนและนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง รวมถึงตอบแทนสังคมในอนาคต พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนข่าว TOPNEWS และมูลนิธิยังมีเรา ที่มอบโอกาสในครั้งนี้ ด้าน น.ส.เสาวณี ชัยฤกษ์ ครูประจำชั้น กล่าวว่า น้องน้ำฝนเป็นนักเรียนที่มีความประพฤติดี ขยัน ตั้งใจเรียน และมีจิตอาสา ช่วยเหลืองานกิจกรรมของโรงเรียนมาโดยตลอด เมื่อทราบว่าน้องได้รับทุนการศึกษา รู้สึกซาบซึ้งใจและดีใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมฝากขอบคุณผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ทั้งนี้ โครงการ “สานฝันการศึกษา” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่มูลนิธิยังมีเราดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสังคมไทยอย่างยั่งยืน





กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ ศูนย์ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคใต้








