Blog

  • “สิริพงศ์” ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทั้งด้านตัวเงิน-เศรษฐกิจ เดินหน้าลงทุนผ่าน

    “สิริพงศ์” ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทั้งด้านตัวเงิน-เศรษฐกิจ เดินหน้าลงทุนผ่าน

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึง กรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตุเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายของรัฐบาล ว่า สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์หรือโครงการคลองไทย ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยมาเป็นนระยะเวลา 10 ปีแล้ว ซึ่งการนำกลับมาพิจารณาในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อดูสถานการณ์โลกโดยรวม ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หรือในหลายประเทศที่มีความพยายามที่จะเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบต่างๆ ประกอบกับ การคาดการณ์ว่าช่องแคบมะละกา จะเต็มความจุในอีก 10 ปี ข้างหน้า

    ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าสถานการณ์โลกเป็นแบบนี้แล้วจะหยิบเรื่องนี้มาพูด แต่หากสถานการณ์โลกเป็นแบบนี้แล้วไม่นำเรื่องนี้มาพิจารณามองว่า เป็นเรื่องแปลกมากกว่า ว่า เราจะไปเอื้อให้ใครหรือไม่

    อย่างไรก็ตาม โครงการแลนด์บริดจ์มีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นรัฐบาลต้องทำข้อมูลให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด เนื่องจากตัวเลขที่มีในตอนนี้จะสร้างเศรษฐกิจ รายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ๆให้คนไทยได้จำนวนมาก

    สำหรับคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ สำนักงานขนส่งทางราง (สนข.) ได้มีการศึกษาทั้งอัตราผลตอบแทนภายในทางการเงิน (FIRR) อยู่ที่ 11% และ อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ( EIRR ) 8% ซึ่งการทำข้อมูลตรงนี้ สนข. ได้จ้างที่ปรึกษาเอกชนเป็นบริษัทระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาร่วมศึกษา

    ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ความคุ้มค่าในการลงทุนไม่ใช่แค่รัฐบาลจะไปเชิญชวนต่างชาติมาลงทุนได้ แต่จะต้องประกอบด้วยภาคเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเดินเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยได้เดินสายโรดโชว์และบริษทให้ความสนใจกว่า 400 บริษัท ดังนั้นคิดว่า ด้านเศรษฐกิจมีความคุ้มค่าและเป็นที่น่าสนใจต่อการลงทุนของภาคเอกชน

    ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้สำหรับโครงการใหญ่ๆ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศน์หรือสิ่งมีชีวิต แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ การหามาตรการทำให้ความเจริญที่จะเข้ามาสามารถอยู่กับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต โดยที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุด

    ส่วนการตั้งข้อสังเกตุว่า เงินทุนนับล้านล้านบาทสูงเกินที่จะมาดำเนินโครงการนี้นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้ยังเป็นการประมาณว่า การทำท่าเรือและระบบล้อ ราง ท่อ อยู่ที่ประมาณ 9 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งจะไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาล แต่จะเป็นโครงการร่วมทุน PPP หลังจากนี้จะประเมินว่าจะใช้ PPP รูปแบบใด

    ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ ย้ำว่า ไทม์ไลน์การดำเนินโครงการจะเป็นไปตามที่ สนข. กำหนดอย่างเร็วการวางโครงสร้างพื้นฐานใน 2573 แต่อันดับแรกจะต้องมีการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ซึ่งคาดว่า ภายในปีนี้จะสามารถเดินหน้าร่างพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ได้ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมาดูเรื่องความพร้อม สภาพพื้นที่ ข้อกฎหมาย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเชิญชวนนักลงทุน

    อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากติดตามโครงการนี้ตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าเงื่อนไขต่างๆได้ปรับเปลี่ยนมาตลอด เช่น เมื่อก่อนมีคำถามว่า จะให้เช่าพื้นที่ 99 ปี แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่า จะเป็นการเช่าพื้นที่ 50 ปี เป็นต้น ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลฟังเสียงประชาชน และฟังข้อท้วงติงจากประชาชนเช่นกัน ดังนั้นร่าง พ.ร.บ. SEC ดังกล่าวหลักๆ มาจากการฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนด้วย ซึ่งในเร็วๆนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคมจะลงพื้นที่ เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นและพูดคุยในพื้นที่ด้วย


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12811192&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nL1SJ9ZSdDFeL0cLfvSqW

  • “อนุทิน”ตั้ง”เอกนิติ”หน.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ขีดเส้น 90 วันจบ

    “อนุทิน”ตั้ง”เอกนิติ”หน.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ขีดเส้น 90 วันจบ

    (4พ.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม สส. และการประชุมคณะรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมตามปกติประจำสัปดาห์ เพื่อให้สมาชิกพรรคได้รับทราบ เข้าใจ และสนับสนุนแนวทางที่พรรคจะนำเสนอในสภาฯ รวมถึงวาระต่าง ๆ ที่อยู่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยนายอนุทิน กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ขณะนี้ในคณะรัฐมนตรีมีความเข้าใจตรงกันแล้ว และไม่มีปัญหาในประเด็นดังกล่าว พร้อมเตรียมเสนอให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ รมว.คลัง ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการ เพื่อเร่งสรุปผลภายใน 90 วัน ให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบัน ซึ่งการศึกษาที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้อยู่บนสมมติฐานของสถานการณ์โลกในอดีต แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านความมั่นคงทางพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น และลดผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์โลก

    “การศึกษาต้องดูทุกมิติ ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การลงทุน รูปแบบโลจิสติกส์ รวมถึงสิ่งที่จะเชื่อมโยงกับโครงการแลนด์บริดจ์ หากมองเฉพาะการขนส่งสินค้าอย่างเดียวอาจไม่คุ้มทุน แต่จะดูเพียงตัวเลขผลตอบแทนก็ไม่ได้ ต้องดูประโยชน์ในภาพรวมด้วย” นายอนุทิน กล่าว

    นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การพิจารณาความคุ้มค่าจะต้องครอบคลุมถึงโอกาสในการสร้างประโยชน์เชิงระบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพในการดึงดูดพันธมิตรการลงทุน โดยย้ำว่าข้อสรุปสุดท้ายยังต้องรอผลการศึกษาอย่างรอบด้าน ส่วนจุดแข็งของประเทศไทยแม้จะไม่มีทรัพยากรพลังงานอย่างน้ำมัน แต่ไทยมีศักยภาพด้านอาหาร จึงควรให้ความสำคัญกับ“ความมั่นคงทางอาหาร”และใช้เป็นจุดขายในเวทีโลก โดยโครงการแลนด์บริดจ์จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับระบบขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารสด ให้สามารถส่งถึงปลายทางได้รวดเร็วขึ้น

    นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีตยังไม่ปรากฏประเด็นเรื่องการปิดช่องแคบหรือการเก็บค่าผ่านทางในเส้นทางเดินเรือสำคัญ แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณความเปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีทางเลือกด้านโลจิสติกส์ เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยจากภายนอก ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องการเอื้อประโยชน์ไม่เป็นความจริง โดยตลอดระยะเวลา 7 – 8 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยดำเนินนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใด พร้อมย้ำว่าโครงการนี้เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันมาตั้งแต่ปี 2562 และมีความต่อเนื่อง

    สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในภาคใต้ที่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการ แต่ยังมีความกังวลในรายละเอียดนั้น นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องสื่อสารข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจว่าประโยชน์ของโครงการจะเกิดขึ้นกับประเทศในภาพรวมอย่างไร โดยย้ำว่า “นโยบายของรัฐบาลต้องก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติเป็นสำคัญ 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/politics/NuTOxg1Il&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08MTHjbWmIYxLjg3MXfe5x

  • “มูลนิธิยังมีเรา” มอบทุน “น้องน้ำฝน” สานฝันอยากเป็นพยาบาลทหาร | TOPNEWS

    “มูลนิธิยังมีเรา” มอบทุน “น้องน้ำฝน” สานฝันอยากเป็นพยาบาลทหาร | TOPNEWS

    “มูลนิธิยังมีเรา” มอบทุน “น้องน้ำฝน” สานฝันอยากเป็นพยาบาลทหาร

    • เผยแพร่ : 04/05/2026 21:12


    วันที่ 4 เม.ย.2569 มูลนิธิยังมีเรา จัดโครงการมอบทุนการศึกษา “สานฝันการศึกษา” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนและเยาวชนที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมี น.ส.กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ บรรณาธิการข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคใต้ เป็นตัวแทนลงพื้นที่มอบทุนการศึกษาให้กับ ด.ญ.วราภรณ์ กล่อมสุข หรือ “น้องน้ำฝน” อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านไสใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 1 ทุน เป็นเงิน 6,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และเป็นแรงผลักดันให้นักเรียนตั้งใจศึกษาเล่าเรียน 

    จากการลงพื้นที่พบว่า สภาพความเป็นอยู่ของน้องน้ำฝนค่อนข้างลำบาก อาศัยอยู่ในบ้านปูนชั้นเดียวที่ยังไม่ได้ฉาบผิว ไม่มีห้องนอน มีเพียงห้องน้ำ 1 ห้อง โดยพักอาศัยรวมกัน 3 คน ได้แก่ น.ส.มาลี พรหมกุล อายุ 51 ปี ผู้เป็นมารดา น้องน้ำฝน และพี่ชายอีก 1 คน ซึ่งน้องเป็นเด็กกำพร้า บิดาแยกไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่ยังเด็ก มารดาทำหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ประกอบอาชีพกรีดยางพารา มีรายได้เพียงวันละ 100–200 บาท ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว

    น้องน้ำฝน เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวการเปิดรับสมัครทุนจากมูลนิธิยังมีเรา จึงได้เขียนเรื่องราวชีวิตเพื่อขอรับการสนับสนุน และเมื่อทราบว่าได้รับทุน รู้สึกตื้นตันใจและดีใจเป็นอย่างมาก โดยมีความฝันอยากเป็นพยาบาลทหาร เพื่อช่วยเหลือผู้คน พร้อมยืนยันว่าจะตั้งใจเรียนและนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง รวมถึงตอบแทนสังคมในอนาคต พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนข่าว TOPNEWS และมูลนิธิยังมีเรา ที่มอบโอกาสในครั้งนี้ ด้าน น.ส.เสาวณี ชัยฤกษ์ ครูประจำชั้น กล่าวว่า น้องน้ำฝนเป็นนักเรียนที่มีความประพฤติดี ขยัน ตั้งใจเรียน และมีจิตอาสา ช่วยเหลืองานกิจกรรมของโรงเรียนมาโดยตลอด เมื่อทราบว่าน้องได้รับทุนการศึกษา รู้สึกซาบซึ้งใจและดีใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมฝากขอบคุณผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ทั้งนี้ โครงการ “สานฝันการศึกษา” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่มูลนิธิยังมีเราดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

    กัญญาณัฐ  เพ็ญสวัสดิ์ ศูนย์ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคใต้

    13

    11

    “มูลนิธิยังมีเรา” มอบทุน “น้องน้ำฝน” สานฝันอยากเป็นพยาบาลทหาร

    “นายกฯอนุทิน” เผยตั้ง “เอกนิติ” คุมศึกษา “โครงการแลนด์บริดจ์” เร่งสรุปผลใน 90 วัน ยันไม่เอื้อประโยชน์ใคร ย้ำลงทุนเพื่อความมั่นคงทางภูมิศาสตร์

    ระทึก! รถขนแบตเตอรี่ลิเธียมไฟไหม้กลางทาง สั่งตรวจโรงงานต้นทางที่แปลงยาว

    อบอุ่นคับคั่ง! คนดังพัทยาร่วมอวยพรวันเกิด “อำพร แก้วแสง” ครบ 54 ปี ทำบุญใหญ่บนเขาพระตำหนัก

    ยูเออีออกมาประณามหลังเรือน้ำมันถูกโจมตี

    ราคาน้ำมันโลกพุ่งทันทีหลังอิหร่านยิงเรือรบสหรัฐ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1565351&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bj0QfJJE4QS19_cB5Oh3D

  • “อนุทิน” เผยตั้ง”เอกนิติ” ศึกษา”แลนด์บริดจ์” สรุปใน 90 วัน

    “อนุทิน” เผยตั้ง”เอกนิติ” ศึกษา”แลนด์บริดจ์” สรุปใน 90 วัน

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ได้มีการแต่งตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยให้เร่งสรุปผลการศึกษาภายใน 90 วัน ให้สอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องพิจารณาทุกรูปแบบ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าของการลงทุน เรื่องของโลจิสติกส์ และสิ่งที่ต้องผูกอยู่กับโครงการแลนด์บริดจ์

    นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ถ้าจะเอาเรื่องของคาร์โก้และการขนส่ง อาจจะไม่คุ้มทุน ซึ่งดูเรื่องทุนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูทั้งเรื่องผลการศึกษา จุดคุ้มทุน การหาพาร์ทเนอร์ และประโยชน์ใช้สอยในโครงการนี้ เป็นการดูภาพรวมเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า

    ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลการศึกษาที่เคยดำเนินการมาในอดีต อยู่บนสถานการณ์โลกอีกบริบทหนึ่ง แต่ขณะนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปแล้ว ทั้งเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ การที่จะทำให้ประเทศไทยไม่ต้องมีผลกระทบ หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด หากเกิดสถานการณ์หรือความขัดแย้งใดๆ จึงต้องหายุทธศาสตร์ที่ทำให้ไทยยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองได้ หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

    “แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ว่าทจะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ แต่เป็นนโยบาย ซึ่งเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทย และแฟนๆ ของพรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็นเรื่องเก่าด้วยซ้ำ เราพูดมาตั้งแต่ปี 2562 และสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลที่ผ่านมาก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาและตั้งใจที่จะให้เกิดขึ้น ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นงานที่ต่อเนื่อง”นายอนุทิน กล่าว

    ส่วนผลสำรวจ นิด้าโพล ที่ระบุว่า ประชาชนภาคใต้เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ยังไม่เข้าใจเรื่องรายละเอียดนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลต้องสื่อสารให้เห็นถึงคุณประโยชน์ เพราะไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรต้องเห็นประโยชน์ส่วนรวมและต่อประเทศชาติ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

    ส่วนที่ประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จะยื่นหนังสือคัดค้านต่อสส.ในพื้นที่ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ นายอนุทิน ตอบกลับว่า แต่ก็มีคนเห็นด้วย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อมูลจากผลการศึกษา ความคุ้มทุน และประโยชน์ใช้สอยจากโครงการ

    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จำที่ตนเคยพูดได้หรือไม่ว่า ประเทศไทยไม่มีน้ำมันแต่มีอาหาร ทุกวันนี้ประเทศไทยต้องเริ่มให้ความสำคัญกับการขายความมั่นคงทางอาหารต่อทั่วโลก ดังนั้นโครงการแลนด์บริดจ์จะทำให้ระบบการขนส่งอาหารไปถึงปลายทางได้เร็วกว่า และตอนนั้นที่พูดคือปี 2562 ยังไม่มีใครมาขู่ว่า ช่องแคบฮอร์มุชจะปิด หรือช่องแคบมะละกาจะเก็บค่าผ่านทาง ไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของ แต่ปัจจุบันสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว

    “เราก็ต้องมาดูว่า เราจะมีกลไกอันไหน มีทรัพยากรอันไหนที่จะทำให้เราไม่ต้องไปพึ่งพา สิ่งที่คนที่ไม่พอใจอะไรก็จะมาขู่ ไม่พอใจอะไรก็จะมาขึ้นนู่นขึ้นนั่น ประเทศไทยเราก็จะกินน้ำใต้ศอกอยู่ตลอด เราก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบของเราบ้าง”นายอนุทิน กล่าว

    สำหรับข้อห่วงใยว่า โครงการแลนด์บริดจ์ จะมีการเอื้อประโยชน์ให้นายทุน นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้ว ยังไม่เคยเอื้อใครสักที เข้ามา 7-8 ปีก็ไม่เคยเอื้อใคร มีแต่คนเกลียดเอาทุกวัน มีแต่ขัดใจเขา มีแต่ทำให้เขาโกรธ เพราะไม่ได้ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว จนตอนนี้จะเหลือแต่ สส.แล้ว เพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว

    นอกจากนี้ นายอนุทิน กล่าวถึง กรณีการแสดงความเห็นที่ไม่ตรงกันในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ระหว่างนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร ไม่มีปัญหา เป็นเพียงการพูดกันคนละที


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12811198&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tln3581H3T8yJe2YJa2Yu

  • สุดประทับใจ ดีเจพุฒ มอบทุนการศึกษาให้  น้องเอวา  ลูกสาว  แดนนี่ ศรีภิญโญ

    สุดประทับใจ ดีเจพุฒ มอบทุนการศึกษาให้ น้องเอวา ลูกสาว แดนนี่ ศรีภิญโญ

    สุดประทับใจ ดีเจพุฒ มอบทุนการศึกษาให้ น้องเอวา ลูกสาว แดนนี่ ศรีภิญโญ

    วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.43 น.

    Tag :

    ทำเอาแฟนคลับใจฟูไปตาม ๆ กัน เมื่อพระเอกหนุ่มชื่อดัง “พุฒ พุฒิชัย” หรือ ดีเจพุฒ ได้เผยโมเมนต์สุดอบอุ่นผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเป็นภาพและคลิปวิดีโอขณะพบกับ “น้องเอวา” ลูกสาวของนักแสดงรุ่นพี่ “แดนนี่ ศรีภิญโญ”

    โมเมนต์น่ารักเบื้องหลังรายการจากโพสต์ในอินสตาแกรมของ push_dj ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศในรายการ “คุยแซ่บโชว์” เผยให้เห็นความใจดีของหนุ่มพุฒที่ตั้งใจมอบ “ทุนการศึกษา” ให้กับน้องเอวา สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็นและทีมงานในรายการเป็นอย่างมาก

    เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

    โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

    1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

    3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/962254&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VemRt0963ZNAzlPWiuuqS

  • พนง. ผวา ! หนุ่มไอที ติดกล้องแอบถ่ายห้องน้ำบริษัท แถมตีมึน ตำรวจับไม่ถึงวัน

    พนง. ผวา ! หนุ่มไอที ติดกล้องแอบถ่ายห้องน้ำบริษัท แถมตีมึน ตำรวจับไม่ถึงวัน

               ร้องเอาผิด พนักงาน IT ติดกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำบริษัท เหยื่อโดนเพียบ 30-40 คน อึ้งคดีไม่คืบ จับแป๊บ ๆ ก็ปล่อย ชี้แม่เป็นถึง ผอ.โรงเรียน ส่วนพ่อระดับผู้จัดการธนาคาร

               เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เพจ ตลาดล่างอัปเกรด แชร์เรื่องราวเตือนภัย หลังมีคนเจอกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำบริษัท โดยมีผู้เสียหายราว 30-40 คนรวมตัวไปแจ้งความ อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัว และคดียังมีความล่าช้า ปัจจุบันผู้ก่อเหตุยังใช้ชีวิตปกติ  

               โดยมีการเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา มีน้องฝึกงานเข้าห้องน้ำที่บริษัท ในพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นเจอกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำจึงนำมาให้หัวหน้าดู 

               เมื่อถอดกล้องออกมาดู พนักงานมีการปรึกษากันว่าจะทำยังไงต่อไป และเมื่อมีคนพูดขึ้นว่าจะแจ้งความ พบว่า นาย B ซึ่งเป็นพนักงาน IT ของบริษัท ได้เอากล้องไปถอดเมมโมรี่การ์ดออก พนักงานที่อยู่ตรงนั้นก็ถามว่าจะถอดทำไม และห้ามไม่ให้ถอด แต่นาย B ทำเหมือนไม่ได้ยิน มีการถอดเมมโมรี่การ์ดและสลับอันใหม่ใส่ไปแทน 

               วันนั้นมีการแจ้งความแล้ว แต่ทางตำรวจไม่ได้มาเก็บหลักฐานหรือมาที่เกิดเหตุเลย และวันรุ่งขึ้น นาย B ก็มาทำงานปกติ แต่ทำได้ครึ่งวัน

               วันที่ 4 เมษายน นาย B ยังคงมาทำงานปกติ เรื่องเงียบ ตำรวจไม่มีการเรียกสอบปากคำใด ๆ ผู้เสียหายจึงรวมตัวกันไป สภ. เพื่อตามเรื่อง ได้เจอกับตำรวจที่พูดจาไม่เข้าหูนัก โดยทางตำรวจถามว่าจะยกโขยงกันมาทำไม เป็นแค่พยาน ทั้งที่ 30-40 คน ตรงนั้นไม่ใช่พยาน แต่เป็นผู้เสียหาย 

    ติดกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำ

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตลาดล่างอัปเกรด

               เมื่อถามว่าเรื่องไปถึงไหน ทำไมไม่เรียกมาให้ปากคำสักที ตำรวจก็อ้างว่าหมวดงานเยอะ ทำงานคนเดียวต้องเข้าใจ กลุ่มผู้เสียหายจึงส่งตัวแทนไปคุยกับรองผู้กำกับ สักพักใหญ่ก็รีบกลับไปที่บริษัท ทางตำรวตตามมาด้วย และมีการเรียกคุยกับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ยกเว้นนาย B 

               ตำรวจมีการเปิดกล้องวงจรปิดที่บริษัท เจอว่าช่วงสำคัญที่นาย B นำกล้องไปเปลี่ยนเมมโมรี่การ์ด ถูกลบไปจากกล้องวงจรปิด ตำรวจจึงเดินมาจับกุมนาย B ไปที่โรงพัก 

               นาย B รับสารภาพว่าทำจริง โดยทำมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว มีการดูคลิปที่แอบถ่ายวันละ 3 เวลา แต่ปรากฏว่านาย B ได้รับการปล่อยตัวไปในวันนั้น และออกมาใช้ชีวิตปกติราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

               โดยเป็นที่น่าสังเกตด้วยว่าผู้ก่อเหตุมาจากครอบครัวที่มีหน้ามีตาในพื้นที่ แม่เป็น ผอ.โรงเรียน พ่อเป็นผู้จัดการธนาคาร และมีญาติ ๆ เป็นข้าราชการระดับสูง มียศ โดยกลุ่มผู้เสียหายมีความคาใจในกระบวนการดำเนินคดีที่ล่าช้า จึงอยากออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/253186&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3swRzPPHPvSkqMiWOKzsiE

  • ถ้าไม่กล้าก็ปิดพรรคไป! “ปิยบุตร”ฟาดแรงพรรคประชาชน ด้าน “เท้ง”โผล่อีโมจิรับทราบ | เดลินิวส์

    ถ้าไม่กล้าก็ปิดพรรคไป! “ปิยบุตร”ฟาดแรงพรรคประชาชน ด้าน “เท้ง”โผล่อีโมจิรับทราบ | เดลินิวส์

    วันที่ 4 พฤษภาคม 69 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความระบุว่า

    “หากไม่มีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

    หากไม่มีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

    หากปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพ องค์กรตุลาการ องค์กรอิสระ ตลอดจนชนชั้นนำจารีตประเพณี

    หากปราศจากซึ่งการก่อรูปของระบอบตามรัฐธรรมนูญ 2560

    หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิมแนวบ้านใหญ่ไม่สวามิภักดิ์ต่อชนชั้นนำ

    หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิม ไม่สมคบกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่กินรวบประเทศ

    ก็ไม่มีความจำเป็นใดต้องก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

    พูดให้ชัดขึ้น ก็คือ กำเนิดของพรรคอนาคตใหม่ และการดำรงสืบเนื่องเป็นพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนในวันนี้ คือ ปฏิกิริยาต่อสภาพการเมืองและเศรษฐกิจตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

    การดำรงอยู่ของพรรคนี้ อย่างน้อยๆ ก็ในช่วงชีวิตแรก 1-2 ทศวรรษนี้ จึงสัมพันธ์กับเรื่องการปฏิรูปอย่างถึงราก ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

    เมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องปัญหาขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียง “คน” ที่มาดำรงตำแหน่ง แต่ต้องไปให้ไกลถึงการตั้งประเด็นเรื่องอำนาจขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หรือไปให้ถึงการตั้งคำถามว่า องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญแบบนี้ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ อย่างไร

    เมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียงการทำให้คนไม่สูญเสียเวลาในชีวิตไปเป็นปี แต่ต้องชี้ให้เห็นว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ขั้นมูลฐาน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำพลเรือนให้มีความเป็นทหาร

    เมื่อไรที่พรรคมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน ต้องไม่เป็นเพียงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้โดดเด่น หรือแข่งขันกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ต้องไม่เป็นเพียงการ “แฉ” รายวัน/รายสัปดาห์ เพื่อให้พรรคหรือนักการเมืองของพรรคมีแสงส่อง และต้องไม่เป็นเพียง “กระบอกเสียง” ให้แก่ข้าราชการที่ทนไม่ไหว หรือประชาชนที่ประสบปัญหาถูกรีดไถ ตบทรัพย์ เท่านััน แต่ต้องขยายและชี้ให้เห็นถึงประเด็นโครงสร้าง สัมพันธภาพทางอำนาจระหว่าง “ทุน-นักการเมือง-ราชการ” โยงใยไปถึง “ยอดปิระมิด” และการกินรวบประเทศ

    หากวันนี้ พรรคไม่ทำภารกิจเรื่องเหล่านี้ หรือไม่ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรคแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีพรรคนี้ต่อไป

    หรือหากจะมีพรรคต่อไป พรรคก็จะกลายเป็นเพียงที่รวมตัวกันของคนที่ประสงค์เข้ามาทำงานการเมือง อยากเอาความรู้ความสามารถที่ตนร่ำเรียน มีประสบการณ์ มาช่วยพัฒนาประเทศ

    นักการเมืองของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นนักเลือกตั้ง เอาชนะเลือกตั้งให้ได้สม่ำเสมอ

    ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นเทคโนแครต “ปะผุซ่อมแซม” เป็นจุดตามที่ตนเองถนัด

    หากเป็นเช่นนี้… ก็ไม่มีความแตกต่างจากพรรคอื่นๆ

    เพียงแต่รูปโฉมดูสดใสใหม่กว่าเดิมๆ เท่านั้น

    การหลอมรวมความคิดภายในพรรคให้เป็นเอกภาพ จำเป็นอย่างยิ่งต้องถกกันถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรค และพิจารณาร่วมกันว่า เหตุเหล่านี้ได้ลดความสำคัญหรือถูกขจัดแล้วหรือยัง

    หากคำตอบร่วมกันมีว่า สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว ไม่มีความจำเป็นแล้ว ก็ละทิ้งแนวทางตั้งต้นไปเสีย

    หากคำตอบร่วมกันยังยืนยันว่า สภาพการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ยังคงเหมือนเดิมที่เป็นมาตลอด 2 ทศวรรษ หรือเลวร้ายกว่าเดิมแล้วล่ะก็ พรรคก็ต้องเดินหน้าตามเข็มมุ่ง ทำให้คนไทยเห็นพ้องต้องกันให้ได้ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปอย่างถึงรากขนานใหญ่ และพรรคคือตัวแทนแห่งความหวังที่จะรับภารกิจประวัติศาสตร์ไปปฏิรูปให้สำเร็จจงได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5835201/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GGEGTx8uqna9lZxVi6y-T

  • สิริพงศ์ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เล็งดึงเอกชนร่วมลงทุน 9 แสนล้าน

    สิริพงศ์ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เล็งดึงเอกชนร่วมลงทุน 9 แสนล้าน

    วันนี้ (4 พ.ค.2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงความคุ้มค่า และความจำเป็นของโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังกตว่า แนวคิดการเชื่อมต่อทางน้ำระหว่าง 2 ฝั่งทะเลของไทย มีการหารือกันมานานนับทศวรรษ

    แต่ในปัจจุบันความจำเป็นทางภูมิรัฐศาสตร์และสภาวะเศรษฐกิจโลก ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความแออัดที่เพิ่มขึ้นของช่องแคบมะละกา ซึ่งคาดการณ์ว่า จะถึงจุดเต็มขีดความสามารถในการรองรับเรือขนส่งสินค้าภายใน 10 ปี ข้างหน้า ดังนั้น การหยิบยกโครงการนี้มาพิจารณา จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลตามสถานการณ์โลก เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในการสร้างรายได้และงานให้แก่คนไทย

    สำหรับความคุ้มค่าในการลงทุนนั้น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ดำเนินการศึกษาอย่างละเอียดร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ผลการประเมินพบว่า ตัวเลขทางสถิติมีความน่าสนใจอย่างมาก โดยมีอัตราผลตอบแทนภายในทางการเงิน (FIRR) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 11 และอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ร้อยละ 8 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

    จากการทำโรดโชว์ที่ผ่านมาพบว่า มีบริษัทระดับโลกให้ความสนใจร่วมศึกษาและติดตามโครงการมากกว่า 400 แห่ง สะท้อนให้เห็นว่า ภาคเอกชนเล็งเห็นผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการเชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์ผ่านประเทศไทย

    ในประเด็นเรื่องงบประมาณที่สูงถึงกว่า 900,000 ล้านบาท นายสิริพงศ์ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินทั้งหมดในการดำเนินการ แต่จะใช้วิธีการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership หรือ PPP) ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการก่อสร้างท่าเรือ ระบบราง ล้อ และท่อ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและประโยชน์สูงสุดต่อภาครัฐ

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเสียงสะท้อนจากประชาชน โดยได้มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขระยะเวลาการเช่าพื้นที่จากเดิมที่มีแนวคิดให้เช่า 99 ปี ปรับลดลงเหลือเพียง 50 ปี เพื่อลดความกังวลของสังคมและสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนและการรักษาอธิปไตยเหนือพื้นที่

    สำหรับกรอบเวลาในการดำเนินงาน รัฐบาลมีแผนผลักดันร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ พ.ร.บ.SEC เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายในปีนี้ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญ ในการปลดล็อกข้อกฎหมายและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเชิญชวนนักลงทุน หากการพิจารณากฎหมายและขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) เป็นไปตามแผน คาดว่า จะสามารถเริ่มงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเร็วที่สุดภายในปี 2573

    ในตอนท้าย นายสิริพงศ์ได้กล่าวถึงความห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อมว่า รัฐบาลยอมรับว่า โครงการขนาดใหญ่ ย่อมมีผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะใช้มาตรการบริหารจัดการที่เข้มงวดที่สุด เพื่อให้คนในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกับโครงการได้อย่างยั่งยืน

    ในเร็ว ๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ จะนำทีมลงพื้นที่เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงแนวทางการดำเนินโครงการให้ตอบโจทย์วิถีชีวิต และสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนในภาคใต้ได้มากที่สุด

    อ่านข่าว :

    อนุทินจัดทัพใหญ่ดัน “แลนด์บริดจ์” ตั้งเอกนิติ ปธ.ศึกษาฯ ขีดเส้น 90 วัน

    “กลุ่มรักษ์ระนอง” ค้าน “แลนด์บริดจ์” ชี้กระทบชุมชน-กลุ่มเปราะบาง-สิ่งแวดล้อม

    SEC Watch ส่ง จม.ถึง สส.ภูมิใจไทยภาคใต้ ถามกรณีที่ดิน-ทรัพยากร “แลนด์บริดจ์”

    “คนหลังสวน” หวัง “แลนด์บริดจ์” ประตูเศรษฐกิจยุคใหม่ พลิกชีวิตให้ดีกว่าเดิม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505469&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-Un8l5mvU1U5KLgHfdgmK

  • ร้านชุดนักเรียนคึกคัก รับเปิดเทอม ดันยอดขายพุ่งสวนเศรษฐกิจ | เที่ยงทันข่าว | 4 พ.ค. 69

    ร้านชุดนักเรียนคึกคัก รับเปิดเทอม ดันยอดขายพุ่งสวนเศรษฐกิจ | เที่ยงทันข่าว | 4 พ.ค. 69

    ผู้ปกครองแห่ซื้อชุดนักเรียนคึกคัก รับเปิดเทอม ชี้เป็นของจำเป็นต้องซื้อ ดันยอดขายพุ่งสวนเศรษฐกิจ โดยกลุ่มผู้ปกครองที่มาเลือกซื้อสินค้า ยอมรับว่า แม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษายังเป็นสิ่งจำเป็น

    #ร้านชุดนักเรียน #ชุดนักเรียน #เปิดเทอม #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #เที่ยงทันข่าว
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 02-118-0054
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/217660&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sOocpTEZ3Da-1pBCHGYVk

  • อัปเดต”ราคาทองวันนี้” 4 พ.ค. 69 ราคาร่วงแรง

    อัปเดต”ราคาทองวันนี้” 4 พ.ค. 69 ราคาร่วงแรง

    เศรษฐกิจ-ปากท้อง 4 พ.ค. 69 109

    | ข่าวเวิร์คพอยท์ข่าวเวิร์คพอยท์

    อัปเดต”ราคาทองวันนี้” 4 พ.ค. 69 ราคาร่วงแรง ปิดตลาด – 650 บาท

    (4พ.ค.69) เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำได้รายงาน”ราคาทองคำ“ปิดตลาดวันนี้ปรับราคาลง 650 บาท

    โดย”ราคาทองคำ“ประกาศครั้งที่ 17 เวลา 17.20 น.(-100)

    ทองแท่ง

    • รับซื้อ บาทละ 70,200.00 บาท
    • ขายออก บาทละ 70,400.00 บาท

    ทองรูปพรรณ

    • รับซื้อ บาทละ 68,796.08 บาท
    • ขายออก บาทละ 71,200.00 บาท

    ที่มา : สมาคมค้าทองคำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/Nt6wOyGgl&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1njmjwWeGXBCRVulM8cP6O