Blog

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    SOCAIL 16-9_2o-Recovered

    ปก web ต้านภัยความรุนแรงในสถานศึกษา

    เหตุระเบิดรถยนต์ปลิดชีพนายพลรัสเซียกลางกรุงมอสโก

    สีหศักดิ์แจงสื่อนอกไทย-กัมพูชาจะพูดคุยอีกรอบ 24 ธค.

    มาเลฯชี้อาเซียนต้องกดดันไทย-กัมพูชาหนักขึ้นเพื่อยุติสู้รบ

    “ภูมิใจไทย” จัดทัพใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส.สงขลาครบ 9 เขต มั่นใจพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง

    “รมว.ซาบีดา” เปิดงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีเที่ยวงานบัวลอย “ไข่หวาน” นมัสการหลวงพ่อมอญ ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    รมว.ต่างประเทศอาเซียนทยอยถึงที่ประชุมเพื่อถกปมไทย-กัมพูชา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    622

    ประชุมอาเซียน

    สิงคโปร์วิตกสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

    ท่าอากาศยานเชียงใหม่คุมเข้มอำนวยความสะดวกช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

    กาญจนบุรี///จับคาด่าน!!ลักลอบขนต่างด้าวสาวอัดแน่นเต็มคัน ค่าจ้างคนละ 3 พัน รถเถื่อนทะเบียนปลอม

    ป.ป.ช.ลุยสอบข้อเท็จจริง ปมคลิปเสียง อ้างเป็น “บิ๊กตำรวจ” เรียกรับผลประโยชน์จาก ธุรกิจผิดกฎหมาย พื้นที่นครศรีฯ

    ไอเอฟดีโพล เปิดผลสำรวจ คนไทยไม่ยอมควักจ่ายร่วมทำบุญการเมือง ชี้ประชาชนมีส่วนร่วมป้องทุนเทาแทรกแซง

    โค้ชแม็ก ชัชวาล นำทัพศิษย์เก่า สกร. จัดเทควันโดชิงแชมป์นานาชาติ มุ่งสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    SOCAIL 16-9

    avavw

    เปิดภาพ กกล.บูรพา ลุยทำลายเป้าหมายอาคาร 2 หลัง ฝั่งปอยเปต เครือข่ายสแกมเมอร์ ใช้เป็นฐานพลซุ่มยิงทหารไทย

    สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ จัดอบรมเพิ่มทักษะแรงงานอิสระและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ

    อดีต สส. ชลบุรี แจ้งความเอาผิด เงินฝากกว่า 2 แสนหายจากบัญชี ทั้งที่ไม่เคยถอน ธนาคารพบปลอมเอกสารเบิกเงิน

    “นายกฯอนุทิน” ลั่นไม่อยากกลืนน้ำลาย ไม่ขอพูดเงื่อนไขจับมือตั้งรัฐบาล เผย “เอกนิติ-ศุภจี” ยังร่วมทำงานภูมิใจไทย

    รังสิมันต์ โรม’ รอง หน. พรรค ปชน. เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในนามพรรคชิงเก้าอี้ สส.ระยอง อ้อนขอให้เลือก สส.พรรคยกจังหวัดอีกครั้ง และถล่มทลายทั้งประเทศ

    กต.ตร.สภ.บัวเชด จัดประชุมร่วม สภ.บัวเชด เพื่อร่วมกันแก้ไขและรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    • เผยแพร่ : 22/12/2025 15:33

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากจะมีส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนแล้ว ยังมี “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง เพราะปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 500–700 กิโลกรัม ราคาขายส่งจากสวนอยู่ที่ 30–80 บาทต่อกิโลกรัม

    นางสมพร ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 58 ปี ชาวสวนมะขามเทศกว่า 26 ไร่ ในพื้นที่ ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนตนประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว แต่ **มาระยะหลัง** ประสบปัญหาแรงงานปีนเก็บน้ำตาลมะพร้าว

    จึงทดลองปลูกมะขามเทศจำนวน 9 ไร่ ซึ่งแรก ๆ ก็ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน กระทั่งเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มอยู่ได้และมีรายได้ดี พออยู่ตัวจึงขยายพื้นที่ปลูกมาจนปัจจุบันปลูกมะขามเทศพันธุ์สีชมพูสลับกับ **พันธุ์ขาวใหญ่** ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น รวมพื้นที่ทั้งหมด 26 ไร่ แต่ละวันจะเก็บเกี่ยวมะขามเทศประมาณวันละ 10 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 600–700 กิโลกรัม

    โดยจุดเด่นของมะขามเทศสวนตนคือปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม อีกทั้งดูแลบำรุงรักษาอย่างดี จึงกล้าการันตีว่ามะขามเทศของตนมีรสชาติหวานมัน อร่อยถูกใจผู้บริโภค ทำให้มีพ่อค้าจากต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครปฐม และราชบุรี มารับซื้อถึงสวนในราคาจัมโบ้กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนขนาดย่อมลงมาราคาอยู่ที่ 30 และ 50 บาทตามลำดับ ซึ่งลูกค้าสั่งจองเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทันกับความต้องการของตลาด


    —สำหรับผู้สนใจปลูกมะขามเทศ สามารถซื้อกิ่งพันธุ์ขนาดสูงประมาณศอกเศษ ในราคากิ่งละ 30 บาท วิธีปลูกคือขุดหลุมกว้างประมาณ 1 ศอก ปลูกลงดิน รดน้ำวันเว้นวัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพ ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 087-012-3478

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS   ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ปก web ออกหน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุข

    75289

    ตม.จว.มุกดาหาร บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานความมั่นคงจังหวัดมุกดาหาร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม และ ปิดล้อมตรวจค้น แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

    “สุดารัตน์” ประกาศจุดยืน “ไทยสร้างไทย” เดินหน้าสงครามล้างบางคนโกง ลั่น 3 มาตรการเด็ดขาด ปราบโกงทันทีถ้าได้เป็นรัฐบาล

    ชายแดนยังเดือด ภ.3 งัดมาตรการรับเทศกาลปีใหม่ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ เปิดมอเตอร์เวย์เต็มเส้นทาง อีสานเดินทางปลอดภัย

    สมุทรสงคราม///มะขามเทศผลไม้เศรษฐกิจสมุทรสงครามสร้างได้ดีกับเกษตรกร

    กฟผ. คว้า 5 รางวัล SOE Awards ประจำปี 2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กฟผ. ได้รับ 5 รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมดูแลรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เดินหน้าสู่ความยั่งยืน

    ชลบุรีฮือฮา! ชาวบ้านแห่ขอพร ท้าวเวสสุวรรณทรงราหู วัดเขาช่องลม ให้โชครางวัลที่ 1 แล้ว 18 ราย หวัง เป็นรายที่ 19 ส่องเลขธูปรับปีใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1431617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XD5SXllg9JMHMbF1Z8BjJ

  • ชาวเชียงใหม่ขอ ‘รัฐบาลชุดใหม่’ แก้พิษเศรษฐกิจให้คนไทยอยู่ดีกินดีเป็นของขวัญปี 2569

    หากพูดถึงเทศกาลปีใหม่ สิ่งที่หลายคนนึกถึงก็คือของขวัญปีใหม่ เพื่อสร้างกำลังใจให้เริ่มต้นปีใหม่ให้ดีกว่าเดิม ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามประชาชนชาวเชียงใหม่ รวมถึงพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งภาคเอกชน ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และภาคประชาสังคม ว่าต้องการของขวัญปีใหม่ปี 2569 เป็นสิ่งใดจากรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2569

    โดยชาวเชียงใหม่ในแต่ละภาคส่วน ต่างก็มีสิ่งที่ต้องการจะให้รัฐบาลให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกภาคส่วนก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่าอยากจะให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและประชาชนคนไทยมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นกว่าเดิม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo10.jpg

    กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ทั้งในตัวเมืองและพื้นที่รอบนอก กล่าวให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า ในปี 2569 นี้ อยากให้รัฐบาลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของประชาชนที่ถูกเรียกว่าคนรากหญ้า หาเช้ากินค่ำ เพราะการค้าขายในทุกวันนี้ไม่ดี ประชาชนประหยัดเงินมากขึ้น เลือกซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น และยังไม่เห็นว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างชัดเจนในเร็ววัน

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo16.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo17.jpg

    “ดังนั้นหากสามารถที่จะออกนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นก็จะดีมาก อย่างนโยบายคนละครึ่งพลัสนับว่าเป็นโครงการที่ดี ทำให้ประชาชนกล้าที่จะใช้เงินมากขึ้น และทำให้หลายคนสามารถได้กินหรือได้ซื้อสิ่งที่อยากจะได้แต่ไม่กล้าซื้อในตอนที่ยังไม่มีโครงการ”

    “อย่างไรก็ตาม ก็เข้าใจว่าโครงการในลักษณะนี้รัฐบาลไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องมากนัก แต่ก็อยากจะให้มีนโยบายออกมาเป็นระยะ เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ช่วยลดค่าของชีพของประชาชนในแต่ละวันให้ประชาชนมีเงินเก็บบ้าง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) ได้แสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ทางผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว โรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่กำลังเจอปัญหาต้นทุนสินค้าทุกกลุ่มที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังต้องขายในราคาเดิม เพราะไม่สามารถขึ้นราคาห้องพักได้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก

    “ดังนั้นในปี 2569 นี้ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น พร้อมพร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งการท่องเที่ยวภายในประเทศนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ถ้าคนในประเทศเที่ยวด้วยกัน ระหว่างภูมิภาคก็จะสามารถช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้”

    “สิ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคได้ก็คือการจัดประชุมสัมมนาระหว่างภูมิภาคซึ่งจะเป็นการเพิ่มการกระจายเม็ดเงินจากภูมิภาคหนึ่งสู่อีกภูมิภาคหนึ่ง ดังนั้นก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการจัดสัมมนาระหว่างภูมิภาคด้วยกัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าสามารถทำได้ อย่างน้อยในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ก็จะมีการใช้บริการของการสัมมนา ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวก็ยังจะพอเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงที่ตกธงช้างทางการท่องเที่ยว” ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าว

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo13.jpg

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวว่า ในตอนนี้เศรษฐกิจก็ยังไม่ได้คล่องตัวมากนัก แนวโน้มในปี 2569 ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีปัจจัยใดเข้ามาทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องหวังพึ่งรัฐบาลชุดใหม่ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ให้เป็นของขวัญต้อนรับปี 2569

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo06-1.jpg

    “ผู้ประกอบการร้านอาหาร อยากให้รัฐบาลชุดใหม่หาวิธีที่กระตุ้นเศรษฐกิจ และออกโครงการที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโครงการใหม่ๆ หรือเป็นการนำเอาโครงการเดิมเข้ามาปรับปรุงให้ดีขึ้น อย่างโครงการที่สามารถให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคลสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อเป็นการกระจายรายได้และให้ประชาชนมีตัวเลือกในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo11.jpg

    ธนิต กล่าวด้วยว่า “อีกส่วนหนึ่งก็คือ อยากจะให้เพิ่มแหล่งเงินทุน หรือมีการผ่อนผันการชำระหนี้สินสำหรับผู้ประกอบการ เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ฟื้นตัว หลังจากเจอปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ขณะนี้ก็มีอยู่ยังไม่หมดไป และเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกสักระยะ หากสามารถช่วยจุดนี้ได้ก็จะเป็นการต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo19-1.jpg

    ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ได้มีการประกาศยุบสภาแล้วและจะมีการเลือกตั้งใหม่ ส่วนตัวก็มีความเป็นห่วงคิดว่าการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่าจะเกิดความยืดเยื้อ ซึ่งในปี 2569 สิ่งที่อยากจะได้จากรัฐบาลเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ก็คือ การผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งมีการพูดถึงมาเป็นระยะเวลานานแต่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสักที

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo14.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo08.jpg

    “หากสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ การบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่า PM2.5 ก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่ง สิ่งที่จะได้ก็คือสุขภาพของประชาชนคนไทยที่ดีขึ้นไม่ต้องมากังวลใจและเผชิญกับมลพิษทางอากาศในทุกๆ ปี”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo18.jpg

    ขณะที่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์จากสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า อยากได้ของขวัญจากรัฐบาลชุดใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ คือ การแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างสารปนเปื้อนในแม่น้ำที่มีต้นเหตุมาจากการทำอย่างแร่ในประเทศเพื่อนบ้านแต่ส่งผลกระทบมาถึงคนไทยในตอนนี้ก็ยังไม่เห็นวิธีการในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

    “ทุกวินาทีที่ผ่านไปชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำที่มีการปนเปื้อนสารพิษก็ยังกังวลใจและยังว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ควรจะเอาสิ่งนี้มอบเป็นของขวัญให้กับประชาชนคนไทยที่เดือดร้อน และที่สำคัญมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน บุคคลที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งก็ยังยืนยันว่าการปิดเหมืองหรือทำให้เหมืองมีคุณภาพไม่ปล่อยพิษลงแม่น้ำก็คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo09.jpg

    .jpg-5.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo05.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo15.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-a-better-quality-of-life-for-thai-people-as-a-gift-for-the-year-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kNeIwHyxg9-p0u9Ux7aC5

  • ชาวเชียงใหม่ขอ ‘รัฐบาลชุดใหม่’ แก้พิษเศรษฐกิจให้คนไทยอยู่ดีกินดีเป็นของขวัญปี 2569

    หากพูดถึงเทศกาลปีใหม่ สิ่งที่หลายคนนึกถึงก็คือของขวัญปีใหม่ เพื่อสร้างกำลังใจให้เริ่มต้นปีใหม่ให้ดีกว่าเดิม ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามประชาชนชาวเชียงใหม่ รวมถึงพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งภาคเอกชน ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และภาคประชาสังคม ว่าต้องการของขวัญปีใหม่ปี 2569 เป็นสิ่งใดจากรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2569

    โดยชาวเชียงใหม่ในแต่ละภาคส่วน ต่างก็มีสิ่งที่ต้องการจะให้รัฐบาลให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกภาคส่วนก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่าอยากจะให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและประชาชนคนไทยมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นกว่าเดิม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo10.jpg

    กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ทั้งในตัวเมืองและพื้นที่รอบนอก กล่าวให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า ในปี 2569 นี้ อยากให้รัฐบาลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของประชาชนที่ถูกเรียกว่าคนรากหญ้า หาเช้ากินค่ำ เพราะการค้าขายในทุกวันนี้ไม่ดี ประชาชนประหยัดเงินมากขึ้น เลือกซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น และยังไม่เห็นว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างชัดเจนในเร็ววัน

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo16.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo17.jpg

    “ดังนั้นหากสามารถที่จะออกนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นก็จะดีมาก อย่างนโยบายคนละครึ่งพลัสนับว่าเป็นโครงการที่ดี ทำให้ประชาชนกล้าที่จะใช้เงินมากขึ้น และทำให้หลายคนสามารถได้กินหรือได้ซื้อสิ่งที่อยากจะได้แต่ไม่กล้าซื้อในตอนที่ยังไม่มีโครงการ”

    “อย่างไรก็ตาม ก็เข้าใจว่าโครงการในลักษณะนี้รัฐบาลไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องมากนัก แต่ก็อยากจะให้มีนโยบายออกมาเป็นระยะ เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ช่วยลดค่าของชีพของประชาชนในแต่ละวันให้ประชาชนมีเงินเก็บบ้าง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) ได้แสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ทางผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว โรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่กำลังเจอปัญหาต้นทุนสินค้าทุกกลุ่มที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังต้องขายในราคาเดิม เพราะไม่สามารถขึ้นราคาห้องพักได้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก

    “ดังนั้นในปี 2569 นี้ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น พร้อมพร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งการท่องเที่ยวภายในประเทศนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ถ้าคนในประเทศเที่ยวด้วยกัน ระหว่างภูมิภาคก็จะสามารถช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้”

    “สิ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคได้ก็คือการจัดประชุมสัมมนาระหว่างภูมิภาคซึ่งจะเป็นการเพิ่มการกระจายเม็ดเงินจากภูมิภาคหนึ่งสู่อีกภูมิภาคหนึ่ง ดังนั้นก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการจัดสัมมนาระหว่างภูมิภาคด้วยกัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าสามารถทำได้ อย่างน้อยในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ก็จะมีการใช้บริการของการสัมมนา ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวก็ยังจะพอเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงที่ตกธงช้างทางการท่องเที่ยว” ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าว

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo13.jpg

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวว่า ในตอนนี้เศรษฐกิจก็ยังไม่ได้คล่องตัวมากนัก แนวโน้มในปี 2569 ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีปัจจัยใดเข้ามาทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องหวังพึ่งรัฐบาลชุดใหม่ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ให้เป็นของขวัญต้อนรับปี 2569

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo06-1.jpg

    “ผู้ประกอบการร้านอาหาร อยากให้รัฐบาลชุดใหม่หาวิธีที่กระตุ้นเศรษฐกิจ และออกโครงการที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโครงการใหม่ๆ หรือเป็นการนำเอาโครงการเดิมเข้ามาปรับปรุงให้ดีขึ้น อย่างโครงการที่สามารถให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคลสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อเป็นการกระจายรายได้และให้ประชาชนมีตัวเลือกในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo11.jpg

    ธนิต กล่าวด้วยว่า “อีกส่วนหนึ่งก็คือ อยากจะให้เพิ่มแหล่งเงินทุน หรือมีการผ่อนผันการชำระหนี้สินสำหรับผู้ประกอบการ เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ฟื้นตัว หลังจากเจอปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ขณะนี้ก็มีอยู่ยังไม่หมดไป และเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกสักระยะ หากสามารถช่วยจุดนี้ได้ก็จะเป็นการต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo19-1.jpg

    ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ได้มีการประกาศยุบสภาแล้วและจะมีการเลือกตั้งใหม่ ส่วนตัวก็มีความเป็นห่วงคิดว่าการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่าจะเกิดความยืดเยื้อ ซึ่งในปี 2569 สิ่งที่อยากจะได้จากรัฐบาลเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ก็คือ การผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งมีการพูดถึงมาเป็นระยะเวลานานแต่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสักที

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo14.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo08.jpg

    “หากสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ การบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่า PM2.5 ก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่ง สิ่งที่จะได้ก็คือสุขภาพของประชาชนคนไทยที่ดีขึ้นไม่ต้องมากังวลใจและเผชิญกับมลพิษทางอากาศในทุกๆ ปี”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo18.jpg

    ขณะที่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์จากสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า อยากได้ของขวัญจากรัฐบาลชุดใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ คือ การแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างสารปนเปื้อนในแม่น้ำที่มีต้นเหตุมาจากการทำอย่างแร่ในประเทศเพื่อนบ้านแต่ส่งผลกระทบมาถึงคนไทยในตอนนี้ก็ยังไม่เห็นวิธีการในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

    “ทุกวินาทีที่ผ่านไปชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำที่มีการปนเปื้อนสารพิษก็ยังกังวลใจและยังว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ควรจะเอาสิ่งนี้มอบเป็นของขวัญให้กับประชาชนคนไทยที่เดือดร้อน และที่สำคัญมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน บุคคลที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งก็ยังยืนยันว่าการปิดเหมืองหรือทำให้เหมืองมีคุณภาพไม่ปล่อยพิษลงแม่น้ำก็คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo09.jpg

    .jpg-5.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo05.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo15.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-a-better-quality-of-life-for-thai-people-as-a-gift-for-the-year-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kNeIwHyxg9-p0u9Ux7aC5

  • ชาวเชียงใหม่ขอ ‘รัฐบาลชุดใหม่’ แก้พิษเศรษฐกิจให้คนไทยอยู่ดีกินดีเป็นของขวัญปี 2569

    หากพูดถึงเทศกาลปีใหม่ สิ่งที่หลายคนนึกถึงก็คือของขวัญปีใหม่ เพื่อสร้างกำลังใจให้เริ่มต้นปีใหม่ให้ดีกว่าเดิม ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามประชาชนชาวเชียงใหม่ รวมถึงพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งภาคเอกชน ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และภาคประชาสังคม ว่าต้องการของขวัญปีใหม่ปี 2569 เป็นสิ่งใดจากรัฐบาลชุดใหม่ ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ในปี 2569

    โดยชาวเชียงใหม่ในแต่ละภาคส่วน ต่างก็มีสิ่งที่ต้องการจะให้รัฐบาลให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกภาคส่วนก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่าอยากจะให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและประชาชนคนไทยมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นกว่าเดิม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo10.jpg

    กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ทั้งในตัวเมืองและพื้นที่รอบนอก กล่าวให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า ในปี 2569 นี้ อยากให้รัฐบาลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของประชาชนที่ถูกเรียกว่าคนรากหญ้า หาเช้ากินค่ำ เพราะการค้าขายในทุกวันนี้ไม่ดี ประชาชนประหยัดเงินมากขึ้น เลือกซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น และยังไม่เห็นว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างชัดเจนในเร็ววัน

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo16.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo17.jpg

    “ดังนั้นหากสามารถที่จะออกนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นก็จะดีมาก อย่างนโยบายคนละครึ่งพลัสนับว่าเป็นโครงการที่ดี ทำให้ประชาชนกล้าที่จะใช้เงินมากขึ้น และทำให้หลายคนสามารถได้กินหรือได้ซื้อสิ่งที่อยากจะได้แต่ไม่กล้าซื้อในตอนที่ยังไม่มีโครงการ”

    “อย่างไรก็ตาม ก็เข้าใจว่าโครงการในลักษณะนี้รัฐบาลไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องมากนัก แต่ก็อยากจะให้มีนโยบายออกมาเป็นระยะ เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ช่วยลดค่าของชีพของประชาชนในแต่ละวันให้ประชาชนมีเงินเก็บบ้าง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) ได้แสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ทางผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว โรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่กำลังเจอปัญหาต้นทุนสินค้าทุกกลุ่มที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังต้องขายในราคาเดิม เพราะไม่สามารถขึ้นราคาห้องพักได้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก

    “ดังนั้นในปี 2569 นี้ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น พร้อมพร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งการท่องเที่ยวภายในประเทศนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ถ้าคนในประเทศเที่ยวด้วยกัน ระหว่างภูมิภาคก็จะสามารถช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้”

    “สิ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคได้ก็คือการจัดประชุมสัมมนาระหว่างภูมิภาคซึ่งจะเป็นการเพิ่มการกระจายเม็ดเงินจากภูมิภาคหนึ่งสู่อีกภูมิภาคหนึ่ง ดังนั้นก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการจัดสัมมนาระหว่างภูมิภาคด้วยกัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าสามารถทำได้ อย่างน้อยในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ก็จะมีการใช้บริการของการสัมมนา ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวก็ยังจะพอเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงที่ตกธงช้างทางการท่องเที่ยว” ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าว

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo13.jpg

    ด้าน ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวว่า ในตอนนี้เศรษฐกิจก็ยังไม่ได้คล่องตัวมากนัก แนวโน้มในปี 2569 ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีปัจจัยใดเข้ามาทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องหวังพึ่งรัฐบาลชุดใหม่ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ให้เป็นของขวัญต้อนรับปี 2569

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo06-1.jpg

    “ผู้ประกอบการร้านอาหาร อยากให้รัฐบาลชุดใหม่หาวิธีที่กระตุ้นเศรษฐกิจ และออกโครงการที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโครงการใหม่ๆ หรือเป็นการนำเอาโครงการเดิมเข้ามาปรับปรุงให้ดีขึ้น อย่างโครงการที่สามารถให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคลสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อเป็นการกระจายรายได้และให้ประชาชนมีตัวเลือกในการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo11.jpg

    ธนิต กล่าวด้วยว่า “อีกส่วนหนึ่งก็คือ อยากจะให้เพิ่มแหล่งเงินทุน หรือมีการผ่อนผันการชำระหนี้สินสำหรับผู้ประกอบการ เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ฟื้นตัว หลังจากเจอปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ขณะนี้ก็มีอยู่ยังไม่หมดไป และเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกสักระยะ หากสามารถช่วยจุดนี้ได้ก็จะเป็นการต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo19-1.jpg

    ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ได้มีการประกาศยุบสภาแล้วและจะมีการเลือกตั้งใหม่ ส่วนตัวก็มีความเป็นห่วงคิดว่าการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่าจะเกิดความยืดเยื้อ ซึ่งในปี 2569 สิ่งที่อยากจะได้จากรัฐบาลเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ก็คือ การผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งมีการพูดถึงมาเป็นระยะเวลานานแต่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสักที

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo14.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo08.jpg

    “หากสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ การบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไฟป่า PM2.5 ก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่ง สิ่งที่จะได้ก็คือสุขภาพของประชาชนคนไทยที่ดีขึ้นไม่ต้องมากังวลใจและเผชิญกับมลพิษทางอากาศในทุกๆ ปี”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo18.jpg

    ขณะที่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์จากสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า อยากได้ของขวัญจากรัฐบาลชุดใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ คือ การแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างสารปนเปื้อนในแม่น้ำที่มีต้นเหตุมาจากการทำอย่างแร่ในประเทศเพื่อนบ้านแต่ส่งผลกระทบมาถึงคนไทยในตอนนี้ก็ยังไม่เห็นวิธีการในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

    “ทุกวินาทีที่ผ่านไปชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำที่มีการปนเปื้อนสารพิษก็ยังกังวลใจและยังว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ควรจะเอาสิ่งนี้มอบเป็นของขวัญให้กับประชาชนคนไทยที่เดือดร้อน และที่สำคัญมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน บุคคลที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งก็ยังยืนยันว่าการปิดเหมืองหรือทำให้เหมืองมีคุณภาพไม่ปล่อยพิษลงแม่น้ำก็คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย”

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo09.jpg

    .jpg-5.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo05.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

    Chiang Mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-SPACEBAR-Photo15.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-is-calling-on-the-new-government-to-solve-the-economic-crisis-and-ensure-a-better-quality-of-life-for-thai-people-as-a-gift-for-the-year-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kNeIwHyxg9-p0u9Ux7aC5

  • ศุภชัย-วปอ.65 ลงชายแดน ดูแล ‘คน-ทหาร’

    การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังสะเทือนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเงียบๆ เมื่อความไม่สงบแปรเปลี่ยนเป็น ‘ต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น’ ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ และโอกาสทำมาหากินที่ลดลงของคนชายแดน

    เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่จังหวัดอุบลราชธานี นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 65 (วปอ.65) นำโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานนักศึกษาฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอวารินชำราบและอำเภอเดชอุดม เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัย ผู้ป่วย และกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo01.jpg

    การลงพื้นที่ครอบคลุมหลายจุดสำคัญ ทั้งมณฑลทหารบกที่ 22 โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ศูนย์พักพิงผู้ป่วย ณ ที่ว่าการอำเภอเดชอุดม และศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเมืองเดช โดยได้มอบถุงยังชีพมากกว่า 700 ชุด พร้อมข้าวสารและของใช้จำเป็น เพื่อช่วยประคับประคองการดำรงชีพในช่วงวิกฤต

    ศุภชัย กล่าวว่า นักศึกษาวปอ.65 ทุกคนตระหนักดีว่า ความไม่แน่นอนที่ประชาชนและกำลังพลเผชิญอยู่ ไม่ได้กระทบเฉพาะวันนี้ แต่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนในระยะยาว การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบสิ่งของ แต่คือการยืนยันว่าประชาชนจะไม่ถูกทิ้งไว้ลำพังในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด

    “พวกเราตระหนักดีว่า ในห้วงเวลาที่ประชาชนและกำลังพลต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน สิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่าสิ่งของใดๆ คือกำลังใจและความห่วงใย ซึ่งพวกเราขอร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยต่อความทุกข์ยากของพสกนิกรมาโดยตลอด และเป็นพลังใจสำคัญให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลประชาชนไม่ให้ถูกทอดทิ้ง”

    — ศุภชัย กล่าว

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo02.jpg

    กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนแนวคิดของหลักสูตร วปอ. ที่มอง “ประชาชนเป็นศูนย์กลางของความมั่นคง” เพราะหากฐานชีวิตของคนในพื้นที่พังลง ความมั่นคงด้านอื่นย่อมสั่นคลอนตามไปด้วย

    เบื้องหลังภารกิจดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากนักศึกษา วปอ.65 และภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษา อาทิ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, บิสเทค (ประเทศไทย), ทีคิวเอ็ม คอร์ปอร์เรชั่น, วรพงษ์ ริเวอร์ พาร์ค, ทรู คอร์ปอเรชั่น, เครือเจริญโภคภัณฑ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ร่วมกันส่งต่อทรัพยากรอุปโภคบริโภคเพื่อพยุงชีวิตประชาชนและกำลังพลในพื้นที่ประสบภัย

    ท่ามกลางเสียงปะทะตามแนวชายแดนที่ยังหยุดไม่ได้ นักศึกษา วปอ.65 ยังคงยึดมั่นในบทบาทของการเสริมสร้างความมั่นคงที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมั่นว่าพลังของความร่วมมือ ความเข้าใจ และความเมตตา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo03.jpg

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/supachai-thaindc65-border-support&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KjD55t3Cstco1xeFIvpuv

  • ศุภชัย-วปอ.65 ลงชายแดน ดูแล ‘คน-ทหาร’

    การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังสะเทือนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเงียบๆ เมื่อความไม่สงบแปรเปลี่ยนเป็น ‘ต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น’ ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ และโอกาสทำมาหากินที่ลดลงของคนชายแดน

    เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่จังหวัดอุบลราชธานี นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 65 (วปอ.65) นำโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานนักศึกษาฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่อำเภอวารินชำราบและอำเภอเดชอุดม เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัย ผู้ป่วย และกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo01.jpg

    การลงพื้นที่ครอบคลุมหลายจุดสำคัญ ทั้งมณฑลทหารบกที่ 22 โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ศูนย์พักพิงผู้ป่วย ณ ที่ว่าการอำเภอเดชอุดม และศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเมืองเดช โดยได้มอบถุงยังชีพมากกว่า 700 ชุด พร้อมข้าวสารและของใช้จำเป็น เพื่อช่วยประคับประคองการดำรงชีพในช่วงวิกฤต

    ศุภชัย กล่าวว่า นักศึกษาวปอ.65 ทุกคนตระหนักดีว่า ความไม่แน่นอนที่ประชาชนและกำลังพลเผชิญอยู่ ไม่ได้กระทบเฉพาะวันนี้ แต่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนในระยะยาว การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบสิ่งของ แต่คือการยืนยันว่าประชาชนจะไม่ถูกทิ้งไว้ลำพังในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด

    “พวกเราตระหนักดีว่า ในห้วงเวลาที่ประชาชนและกำลังพลต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน สิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่าสิ่งของใดๆ คือกำลังใจและความห่วงใย ซึ่งพวกเราขอร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยต่อความทุกข์ยากของพสกนิกรมาโดยตลอด และเป็นพลังใจสำคัญให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลประชาชนไม่ให้ถูกทอดทิ้ง”

    — ศุภชัย กล่าว

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo02.jpg

    กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนแนวคิดของหลักสูตร วปอ. ที่มอง “ประชาชนเป็นศูนย์กลางของความมั่นคง” เพราะหากฐานชีวิตของคนในพื้นที่พังลง ความมั่นคงด้านอื่นย่อมสั่นคลอนตามไปด้วย

    เบื้องหลังภารกิจดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากนักศึกษา วปอ.65 และภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษา อาทิ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, บิสเทค (ประเทศไทย), ทีคิวเอ็ม คอร์ปอร์เรชั่น, วรพงษ์ ริเวอร์ พาร์ค, ทรู คอร์ปอเรชั่น, เครือเจริญโภคภัณฑ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ร่วมกันส่งต่อทรัพยากรอุปโภคบริโภคเพื่อพยุงชีวิตประชาชนและกำลังพลในพื้นที่ประสบภัย

    ท่ามกลางเสียงปะทะตามแนวชายแดนที่ยังหยุดไม่ได้ นักศึกษา วปอ.65 ยังคงยึดมั่นในบทบาทของการเสริมสร้างความมั่นคงที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมั่นว่าพลังของความร่วมมือ ความเข้าใจ และความเมตตา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo03.jpg

    supachai- thaindc65-border-support-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/supachai-thaindc65-border-support&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KjD55t3Cstco1xeFIvpuv

  • เปิด 5 แกนฟื้นเศรษฐกิจไทย หอการค้าชงสมุดปกขาว 2568 ถึงรัฐบาล

    เปิด 5 แกนฟื้นเศรษฐกิจไทย หอการค้าชงสมุดปกขาว 2568 ถึงรัฐบาล

    เสียงจากเอกชนถึงรัฐบาล เปิดสาระสำคัญ สมุดปกขาว 2568 หอการค้าไทย ชงข้อเสนอ 5 แกนหลักรีเซ็ตเศรษฐกิจไทย ดึงลงทุน–ยกระดับแข่งขัน

    หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยนำเสนอสมุดปกขาว 2568 ต่อรัฐบาล เสนอแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย เสริมความสามารถการแข่งขัน พัฒนาความยั่งยืน และขับเคลื่อนศักยภาพการค้า การลงทุน และ SMEs ทั่วประเทศ

    โดยกำหนดการนำเสนอสมุดปกขาว หอการค้าไทย ปี 2568 ต่อ คณะรัฐบาลปัจจุบัน ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นำโดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

    การมอบสมุดปกขาวในช่วงเวลานี้มีความหมายยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน แต่ยังสะท้อนถึงความยืนหยัดและความมุ่งมั่นของภาคธุรกิจไทยที่พร้อมเดินหน้าร่วมกับรัฐบาล เพื่อฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวผ่านทุกความท้าทาย ทั้งจากภัยพิบัติธรรมชาติและความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

    สมุดปกขาว คืออะไร? เข้าใจความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในยุคใหม่

    สมุดปกขาวคือเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญที่รวบรวมเสียงของภาคเอกชนทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนต่อรัฐบาล โดยสะท้อนเจตนารมณ์ของหอการค้าไทยในการ”ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ” เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและทั่วถึงในทุกภูมิภาค การมอบสมุดปกขาวในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศถือเป็นธรรมเนียมประจำปีที่มีความสำคัญ โดยรวบรวมข้อเสนอจากผู้ประกอบการและถ่ายทอดสู่รัฐบาลอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ 

    ไฮไลต์ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หอการค้าไทยได้สรุปข้อเสนอเชิงนโยบาย ภายใต้บทบาท “คลังสมองเอกชน” โดยการระดมความคิดเห็นอย่างเป็นระบบจากคณะกรรมการและที่ปรึกษาภายใต้โครงสร้างของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จำนวน 36 คณะกรรมการ ครอบคลุม 10 สายงานหลัก ได้แก่ การค้า–การลงทุน, เกษตร–อาหาร, ท่องเที่ยวและบริการ, AI & Technology, Sustainability, พัฒนาเครือข่ายหอการค้า, โครงสร้างเศรษฐกิจ, กฎหมาย, พัฒนาสังคมและจรรยาบรรณ และ SMEs 

    เปิด 5 แกนฟื้นเศรษฐกิจไทย หอการค้าชงสมุดปกขาว 2568 ถึงรัฐบาล

    โดยคณะกรรมการทุกชุดได้ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ เศรษฐกิจและความต้องการของภาคธุรกิจในทุกมิติ ภายใต้กรอบข้อเสนอ 5 Core Values ซึ่งครอบคลุมทั้งนโยบายระดับประเทศ

    และแนวทางขับเคลื่อนในระดับภูมิภาค เพื่อให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงจากฐานราก เชื่อมต่อสู่เวทีเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน ดังนี้

    1. ด้านการค้าและการลงทุน (Trade & Investment) มุ่งยกระดับศักยภาพการค้าการลงทุนของประเทศผ่านการเร่งให้สัตยาบัน FTA (ไทย–ศรีลังกา, ไทย–EFTA) และการสมัครเข้าร่วม OECD พร้อมปรับโครงสร้างกฎหมาย เปิดเสรีโลจิสติกส์ ทบทวน พ.ร.บ.ธุรกิจคน ต่างด้าว และจัดตั้งหน่วย Fast Track Reform (Guillotine Unit) เพื่อรื้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรค

    ขณะเดียวกันสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ชีวภาพ (Bioplastics) และพลังงานสะอาด ด้านแรงงาน เสนอระบบค่าจ้างตามทักษะ (Pay-by-Skills) ร่วมกับการยกระดับทักษะ แรงงาน (Up/Reskill) จัดตั้งศูนย์บริการแรงงานเบ็ดเสร็จ และคณะกรรมการร่วมรัฐ–เอกชนด้านแรงงาน (กรอ.แรงงาน)

    ส่วนด้านค้าปลีก เสนอขยายโครงการ Easy e-Receipt เฟส 2 จัดตั้งเขตปลอดภาษีในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก คืน VAT ทันทีแก่นักท่องเที่ยว และตั้งศูนย์ One Stop Service อำนวยความสะดวกผู้ค้าปลีก

    2. ด้านเกษตรและอาหาร (Agriculture & Food) เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร (Value-Based Agriculture) ผ่านการผลักดัน Product Champions ในสินค้าหลัก เช่น ข้าว ยาง ปาล์ม ไก่ หมู กุ้ง และพืชสมุนไพร พร้อมสนับสนุนการแปรรูป การพัฒนาพันธุ์ด้วยเทคโนโลยี Gene Editing และส่งเสริมสินค้า GI–Future Food

    แผนยุทธศาสตร์มหานครผลไม้เมืองร้อนของประเทศไทย ขับเคลื่อนสู่ศูนย์กลางการค้าและความรู้ผลไม้เมืองร้อนโลก รวมถึงพัฒนาโครงสร้างฐานราก เช่น ระบบน้ำ ที่ดิน ฐานข้อมูลเกษตรกร และศูนย์ประสานงานสินค้าเกษตรและอาหาร (AFC) ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลตลาด

    นอกจากนี้ยังยกระดับอุตสาหกรรมประมง ด้วยการลดภาษีวัตถุดิบ การพัฒนาแรงงานตามมาตรฐานสากล (GLP) และเร่งปลดล็อกข้อจำกัดการส่งออก

    3. ด้านการท่องเที่ยวและบริการ (Tourism & Services) เสนอเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและสุขภาพระดับโลก (Global Wellness & Tourism Hub) โดยผลักดันการใช้แนวคิด “Happy Model” เป็นกรอบพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง มุ่งยกระดับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นผ่านโครงการ Trusted Thailand ใช้มาตรการภาษีและการเงินกระตุ้นการท่องเที่ยวหักลดหย่อนภาษีสูงสุด 15,000 บาท และหักภาษี 3 เท่าสำหรับการจัดอบรมต่างจังหวัด)

    พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์ม TAGTHAi ให้เป็น National Digital Tourism Utility เชื่อมโยงข้อมูลเมืองหลักและเมืองรอง เสริมเส้นทาง ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและทางทะเล (Wellness & Cruise Tourism) รวมถึงจัดสรร Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SME และ Startup ด้านท่องเที่ยว เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

    4. ด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Digital & AI with Innovation) ผลักดันเศรษฐกิจ Digital–Green Economy ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเศรษฐกิจดิจิทัลต่อ GDP จาก 23.9% เป็น 35% ภายในปี 2579 และสร้างงานคุณภาพกว่า 2 ล้านตำแหน่ง

    เสนอจัดตั้งศูนย์บัญชาการเศรษฐกิจดิจิทัล (DECC) พร้อมกองทุน Digital–Green Infrastructure เพื่อสนับสนุนการลงทุนใน AI, Cloud, Data Center และพลังงานสะอาด

    พัฒนาโครงการ Thailand AI Ready ยกระดับทักษะประชาชนกว่า 5 ล้านคน และ ออกมาตรการ Digital Visa ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เสริมด้วย Digital Voucher สำหรับ SME และกรอบกฎหมายใหม่ว่าด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล–กรีน พร้อมมาตรฐาน AI Ethics และ Data Governance การส่งเสริมโครงการพลิกโฉมธุรกิจ สู่ Smart Business ด้วย Automation and Robotics 

    5. ด้านความยั่งยืน (Sustainability) เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเสนอร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาด จัดตั้ง “กองทุนอากาศสะอาด” ลดการเผาในภาคเกษตรด้วยระบบ Traceability ส่งเสริมมาตรฐานการออกแบบบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล การใช้วัสดุหมุนเวียน และแรงจูงใจทางภาษีสำหรับ Green Innovation พร้อมผลักดันตลาดไฟฟ้าเสรี (Open Electricity Market) และขยายความรับผิดชอบผู้ผลิต (EPR) ไปยังอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ยานยนต์ และวัสดุก่อสร้าง และการสนับสนุนโครงการ Platform ซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Neutrality 4 ALL) 

    ข้อเสนอทั้งหมดนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของหอการค้าไทยในการ “ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ” เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึงในทุกภูมิภาค 

    โดยการมอบสมุดปกขาวในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ถือเป็นธรรมเนียมสำคัญประจำปี ที่หอการค้าไทยจัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคเอกชนทั่วประเทศ ถ่ายทอดเสียงของผู้ประกอบการสู่รัฐบาลอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ สมุดปกขาวฉบับนี้จึงมิได้เป็นเพียงเอกสารข้อเสนอ แต่คือ “แผนที่เศรษฐกิจภาคเอกชนของไทย” ที่สะท้อนพลังของความร่วมมือและความมุ่งมั่นของเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เข้มแข็งและยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/735353&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37zjs8z3VFbA5dtY4oLFcb