Blog

  • ไทย-กัมพูชา เดือด!! เงินบาทเเข็งโป๊ก ทองคำเอาไงต่อ? – InterGold

    ไทย-กัมพูชา เดือด!! เงินบาทเเข็งโป๊ก ทองคำเอาไงต่อ? – InterGold

    วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 20.04 น.

    ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ ของขวัญซานต้ามาแล้ว!!

    .

    ———————————————————————————————————————–

    .

    ภาพรวมเศรษฐกิจโลกกำลังก้าวเข้าสู่ “ธีมดอกเบี้ยขาลง” ชัดเจนขึ้น หลังตัวเลข Non-farm payrolls และอัตราว่างงานสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด สะท้อนเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะเดียวกันเงินเฟ้ออยู่ราว 2.7% ต่ำกว่าคาด ทำให้ตลาดมั่นใจว่า Fed จะเดินหน้าลดดอกเบี้ย และอาจส่งแรงกระเพื่อมให้ธนาคารกลางทั่วโลกปรับทิศทางตาม สภาวะดอกเบี้ยขาลงเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ทางเลือก โดยเฉพาะทองคำที่ได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากสถิติช่วงปลายปี (“ซานตาคลอสแจกเงิน”) ซึ่งมักหนุนราคาทองคำตั้งแต่คริสต์มาสถึงต้นมกราคม จนล่าสุดราคาทะลุ All Time High ขึ้นมายืนเหนือ 4,400 ดอลลาร์

    .

    ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดระหว่างขั้วอำนาจยังเป็นแรงหนุนทองคำในระยะยาว ทั้งการขยับจุดยืนของอินเดียต่อกลุ่ม BRICS ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาเพื่อจำกัดช่องทางการค้าพลังงานของจีน รวมถึงประเด็นไต้หวันที่ญี่ปุ่นเริ่มแสดงท่าทีเลือกข้างชัดขึ้น ซึ่งล้วนเพิ่มความไม่แน่นอนต่อระบบโลก แม้ระยะสั้นอาจมีความกังวลเรื่องฟองสบู่สินทรัพย์หรือความเสี่ยงจากญี่ปุ่น แต่ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังอยู่ในวงจรดอกเบี้ยขาลง โอกาสเกิดวิกฤตใหญ่มีจำกัด และหากเกิดขึ้นจริงทองคำยังมีบทบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ไทย “เงินบาทแข็งผิดปกติ” ช่วงปลายปีเป็นแรงกดดันต่อราคาทองในประเทศ แต่มีโอกาสเป็นเพียงชั่วคราว เพราะบาทที่แข็งเกินไปอาจกระทบเศรษฐกิจและนำไปสู่วงจรอ่อนค่ากลับเมื่อเข้าสู่ปีหน้า

    .

    กลยุทธ์ช่วงนี้แนะนำ “เก็งกำไรตามสถิติขาขึ้น” ในเทศกาลคริสต์มาส โดยตั้งเป้าหมายระยะสั้นแถว 4,500 ดอลลาร์ภายในวันที่ 3–5 มกราคม แต่ด้วยราคาที่ขึ้นมาแรงแล้ว หัวใจคือ Money Management: กำหนดขนาดสถานะให้เหมาะสม รับมือความผันผวน และมี Stop Loss ชัดเจนบริเวณ 4,300 ดอลลาร์ อีกมุมหนึ่งเงินบาทแข็งอาจเป็นโอกาสในการแปลงเงินบาทเป็นดอลลาร์เพื่อไปลงทุนสินทรัพย์ต่างประเทศหรือทองคำสปอตได้เปรียบด้านต้นทุนอัตราแลกเปลี่ยน โดยเน้นถือเพื่อ “รันเทรนด์” ไปถึงต้นปีหน้ามากกว่าซื้อขายสั้น ๆ ที่เสี่ยงหลุดรอบใหญ่—เดินตาม “คุณลุงซานต้า” ได้ แต่ต้องสะพายเป้ความระมัดระวังไว้เสมอเพื่อเก็บกำไรได้อย่างยั่งยืน.

    .

    รับชมเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/Ngb_tbN2Pdk

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @intergold  

    คลิกที่ลิงค์สำหรับเพิ่มเพื่อน : https://page.line.me/intergold  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/gold-22-11-68/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Brt2cUXlNFfY0iA8WwGqA

  • ไม่ถูกใจไรเดอร์  ทำ อิสริยะ สะดุดการเมือง

    กระบวนการรับรอบผู้สมัครส.ส.พรรคประชาชน เพื่อรอบรองผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เกิดประเด็นที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะคนสายเทค เมื่อ อิสริยะ ไพรพ่ายฤทธิ์ อดีตรองประธาน LINE MAN Wongnai ไม่ผ่านไพรมารี โหวดด้วยเหตุผล ทัศนคติไม่สอดคล้องกับนโยบายของพรรค โดยเฉพาะประเด็น นิยามลูกจ้าง การคุ้มครอบแรงงาน และการไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับไรเดอร์​ 

    ย้อนไป มาร์ค อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ วิศวกรจากคณะวิศวะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผันตัวมาทำงานสื่อ blognone หลังจากมีประสบการทำงานกับอินเทอร์เน็ตประเทศไทย มาร์ค ถูกจดจำ ในฐานะการเป็นสื่อไอที ที่มีความแตกต่างจากสื่อไอที ทั่วไป เคยปรากฎ วิวาทะ กับ สื่อ ด้วยกัน ด้วยมุมมองในการทำหน้าที่ที่แตกต่างกันมาแล้ว แต่ก็เป็นการไม่ตรงกันในการทำหน้าที่

    อิสริยะ มีความสนใจการเมืองมากมาสักพักใหญ่  ความสัมพันธ์กับพรรคประชาชน มีความเข้มแข็ง จนทำให้ตัดสินใจทิ้งงานเอกชน ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง แล้วมาทำงานการเมือง

    เหตุผลที่ทำให้ อิสริยะ ไม่ผ่านไพรมารี โหวด จริงๆ แล้วน่าจะมาจาก การทำหน้าที่ผู้บริหารของ Lineman Wongnai ที่ต้อง ติดต่อ พบเจอ กับ ไรเดอร์ อยู่ตลอด มาระยะหลังที่ ธุรกิจบริการรถสาธารณะไม่เหมือนเดิม ธุรกิจไรเดอร์ที่เคยเติบโตมาก ช่วงโควิด กลายเป็นไม่เหมือนเดิม เมื่อคนเมืองกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แพลตฟอร์มที่แบกต้นทุนไว้ก็เริ่มมีผลกระทบ สุดท้ายจึงทำให้ผลตอบแทนที่ไรเดอร์เคยได้ลดลง และตรงนี้เองทำให้ เหล่าไรเดอร์ไม่พอใจมากๆ  อิสริยะ ในฐานะคนที่ดีลตรงกับไรเดอร์ จึงถูกจดจำจากไรเดอร์ เรื่อง ผิดสสัญญาที่เคยให้ไว้

    ทีมเศรษฐกิจ ของแคนดิจเดตนายกรัฐมนตรี

    การไม่ผ่านไพรมารีโหวต ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ที่สุด ยังมีการขอฟังความคิดเห็นของประชาชนจากภาคอื่น และไม่ว่าจะเป็นยังไง อนาคตของ มาร์ค อิสริยะ กับพรรคประชาชน น่าจะยัแเดินหน้าต่อไปแบบไม่มีปัญหา เพราะมาร์ค อยู่ในทีมเศรษฐกิจ ของพรรค ที่มีหัวเรือ คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนเดตนายกรัฐมนตรี

    ความสำคัญของอิสริยะ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคด้านไฮเทค ความรู้ความเชี่ยวชาญ มีส่วนสำคัญในกับพรรคประชาชน ดังนั้น เรื่องไม่ถูกใจไรเดอร์ของ อิสริยะ จึงเป็นความ ไม่ถูกใจ ของคนบางส่วน และเหมือนเป็นวิบากกรรมที่ต้องเผชิญ ไม่ได้มีอะไรต้องน่ากังวล ถ้าทะเลาะกับใครในพรรค ในมุมมองที่แตกต่างกัน อันนี้น่าเป็นห่วง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/displeased-riders-causing-issariya-stumble-politics&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gxuNwc7gZzMFcEKg4mmbL

  • ไม่ถูกใจไรเดอร์  ทำ อิสริยะ สะดุดการเมือง

    กระบวนการรับรอบผู้สมัครส.ส.พรรคประชาชน เพื่อรอบรองผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เกิดประเด็นที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะคนสายเทค เมื่อ อิสริยะ ไพรพ่ายฤทธิ์ อดีตรองประธาน LINE MAN Wongnai ไม่ผ่านไพรมารี โหวดด้วยเหตุผล ทัศนคติไม่สอดคล้องกับนโยบายของพรรค โดยเฉพาะประเด็น นิยามลูกจ้าง การคุ้มครอบแรงงาน และการไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับไรเดอร์​ 

    ย้อนไป มาร์ค อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ วิศวกรจากคณะวิศวะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผันตัวมาทำงานสื่อ blognone หลังจากมีประสบการทำงานกับอินเทอร์เน็ตประเทศไทย มาร์ค ถูกจดจำ ในฐานะการเป็นสื่อไอที ที่มีความแตกต่างจากสื่อไอที ทั่วไป เคยปรากฎ วิวาทะ กับ สื่อ ด้วยกัน ด้วยมุมมองในการทำหน้าที่ที่แตกต่างกันมาแล้ว แต่ก็เป็นการไม่ตรงกันในการทำหน้าที่

    อิสริยะ มีความสนใจการเมืองมากมาสักพักใหญ่  ความสัมพันธ์กับพรรคประชาชน มีความเข้มแข็ง จนทำให้ตัดสินใจทิ้งงานเอกชน ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง แล้วมาทำงานการเมือง

    เหตุผลที่ทำให้ อิสริยะ ไม่ผ่านไพรมารี โหวด จริงๆ แล้วน่าจะมาจาก การทำหน้าที่ผู้บริหารของ Lineman Wongnai ที่ต้อง ติดต่อ พบเจอ กับ ไรเดอร์ อยู่ตลอด มาระยะหลังที่ ธุรกิจบริการรถสาธารณะไม่เหมือนเดิม ธุรกิจไรเดอร์ที่เคยเติบโตมาก ช่วงโควิด กลายเป็นไม่เหมือนเดิม เมื่อคนเมืองกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แพลตฟอร์มที่แบกต้นทุนไว้ก็เริ่มมีผลกระทบ สุดท้ายจึงทำให้ผลตอบแทนที่ไรเดอร์เคยได้ลดลง และตรงนี้เองทำให้ เหล่าไรเดอร์ไม่พอใจมากๆ  อิสริยะ ในฐานะคนที่ดีลตรงกับไรเดอร์ จึงถูกจดจำจากไรเดอร์ เรื่อง ผิดสสัญญาที่เคยให้ไว้

    ทีมเศรษฐกิจ ของแคนดิจเดตนายกรัฐมนตรี

    การไม่ผ่านไพรมารีโหวต ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ที่สุด ยังมีการขอฟังความคิดเห็นของประชาชนจากภาคอื่น และไม่ว่าจะเป็นยังไง อนาคตของ มาร์ค อิสริยะ กับพรรคประชาชน น่าจะยัแเดินหน้าต่อไปแบบไม่มีปัญหา เพราะมาร์ค อยู่ในทีมเศรษฐกิจ ของพรรค ที่มีหัวเรือ คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนเดตนายกรัฐมนตรี

    ความสำคัญของอิสริยะ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคด้านไฮเทค ความรู้ความเชี่ยวชาญ มีส่วนสำคัญในกับพรรคประชาชน ดังนั้น เรื่องไม่ถูกใจไรเดอร์ของ อิสริยะ จึงเป็นความ ไม่ถูกใจ ของคนบางส่วน และเหมือนเป็นวิบากกรรมที่ต้องเผชิญ ไม่ได้มีอะไรต้องน่ากังวล ถ้าทะเลาะกับใครในพรรค ในมุมมองที่แตกต่างกัน อันนี้น่าเป็นห่วง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/displeased-riders-causing-issariya-stumble-politics&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gxuNwc7gZzMFcEKg4mmbL

  • นักวิชาการ มธ. ชงรัฐจัด “บิ๊กอีเวนต์” ฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่

    นักวิชาการ มธ. ชงรัฐจัด “บิ๊กอีเวนต์” ฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่

    เร่งฟื้นฟูหาดใหญ่ นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ 3 ผู้สมัคร สส. เขต 2 จ.สงขลา ต้องเสนอ HOW ว่าจะทำอย่างไร มากกว่าจะทำอะไร แนะรัฐบาลใช้โอกาสปีใหม่ดึงเม็ดเงินเข้าพื้นที่ จัดบิ๊กอีเวนต์ ชักชวนหน่วยงานรัฐจัดสัมมนา พร้อมดึงบริษัทมหาชนลงพื้นที่ทำ CSR แนะยกเครื่องเศรษฐกิจใหม่ ปรับทิศทางจากเมืองชอปปิงสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร พักผ่อน weekend ใช้ต้นทุนด้านการศึกษา-สุขภาพ ดึงต่างชาติอยู่ยาว

    22 ธันวาคม 2568 – ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตการณ์น้ำท่วมใหญ่ และในอนาคตอันใกล้กำลังจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในพื้นที่เขต 2 จ.สงขลา ที่น่าจับตามองและอยู่ในความสนใจของสังคม ได้แก่ นายศาสตรา ศรีปาน อดีตแชมป์เก่า 2 สมัย ที่ครั้งนี้ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย นายจุรี นุ่มแก้ว จากพรรคประชาธิปัตย์ และ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จากพรรคประชาชน โดยสิ่งที่จะเป็นจุดตัดในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือภาพลักษณ์ของผู้สมัคร และแนวทางปฏิบัติ หรือ HOW ที่มีรูปธรรมชัดเจนของผู้ลงสมัคร เพราะสิ่งที่คนหาดใหญ่ต้องการในเวลานี้คือผู้แทนที่เป็นนักปฏิบัติที่สามารถนำหลักการต่างๆ ไปก่อให้เกิดผลได้จริง ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่จะบอกว่าจะเข้ามาทำอะไร แต่ต้องมี HOW คือต้องนำเสนอว่าจะทำสิ่งนั้นอย่างไรด้วย ส่วนปัญหาของหาดใหญ่เชื่อว่าผู้สมัครทุกท่านทราบดีและนำมาสู่นโยบายที่อาจจะไม่แตกต่างกันมากนัก

    นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปด้วยว่า สำหรับข้อเสนอเร่งด่วนภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน หรือ Quick win ที่ควรต้องเร่งดำเนินการเพื่อฟื้นฟูหาดใหญ่ คือการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยการจัดบิ๊กอีเวนต์ต่างๆ ให้ผู้คนเข้ามาจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นการให้หน่วยงานราชการต่างๆ ในภาคใต้มาจัดอบรมสัมมนาในพื้นที่หาดใหญ่เพิ่มขึ้น หรือจะเป็นการประสานไปยังบริษัทเอกชนใหญ่ๆ ระดับมหาชน เพื่อมาทำกิจกรรมความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคม (CSR) ในลักษณะของโครงการที่จะฟื้นฟูหาดใหญ่รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง

    “หลายอย่างมันรอเลือกตั้งไม่ได้เสียด้วยซ้ำ ในช่วงปีใหม่เราน่าจะดึงเงินสักก้อนมาสู่ผู้ประกอบการ จริงอยู่ที่เรามีนโยบายมาตรการสินเชื่อเพื่อการช่วยเหลือไปแล้ว ซึ่งส่วนตัวไม่ได้ติดตรงนั้น แต่สิ่งเหล่านั้นมันทำได้แค่ช่วยผู้ประกอบการ แต่ไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการยืนได้ เพราะมันไม่ใช่การหารายได้ ดังนั้นรายได้ที่ช่วยหาดใหญ่ได้เร็วที่สุดมันมีแค่เงินของรัฐที่ช่วยผ่านการอบรมสัมมนา ไปจัดกิจกรรมที่กระตุ้นการท่องเที่ยว หรือกลไกที่จะทำให้ชาวต่างชาติมาเที่ยว สิ่งเหล่านี้ คือ Quick win ระยะสั้น” ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว

    นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว สิ่งที่ชาวหาดใหญ่ให้ความสำคัญอย่างมากในเวลานี้ คือเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิอากาศ หรือน้ำท่วม ดังนั้นจะต้องมีแผนการดำเนินงานรับมือที่จะก่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าโอกาสที่จะเกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่และนำมาซึ่งความสูญเสียแบบที่ผ่านมาต้องเกิดขึ้นได้น้อย ผ่านการจัดระบบผังเมือง และแผนบริหารจัดการภัยพิบัติที่ดี รวมไปถึงการมีกลไกในการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติที่รวดเร็วมากพอให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจได้ว่าหากเกิดภัยพิบัติขึ้นอีกทุกอย่างจะได้รับการถูกออกแบบ วางแผนและจัดการอย่างเป็นระบบ ดังนั้น ช่วงเวลาเหล่านี้จึงเป็นจังหวะที่ดีอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนให้หาดใหญ่กลายเป็นเมืองต้นแบบที่มีความยืดหยุ่นในการรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

    นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปด้วยว่า แม้สภาวะเศรษฐกิจของหาดใหญ่ในเวลานี้กำลังประสบกับภาวะวิกฤติซึ่งทุกฝ่ายจะต้องเร่งเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาโดยเร็ว และควรใช้จังหวะวิกฤตินี้เปลี่ยนเป็นโอกาสในการเปลี่ยนทิศทางเพื่อพลิกโฉมยกเครื่องการพัฒนาเศรษฐกิจหาดใหญ่ เพราะต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม เศรษฐกิจหาดใหญ่ก็ซบเซามาเป็นเวลานาน ตลาดที่เคยคึกคักหนาแน่นไปด้วยผู้คนอย่างตลาดกิมหยงต้องเงียบเหงาลง รวมถึงอีกหลายๆ พื้นที่ก็ประสบสภาวะเช่นเดียวกัน

    ทั้งนี้ หาดใหญ่ควรปรับเปลี่ยนจากการเป็นเมืองชอปปิง มาเป็นแหล่งอาหารการกิน เป็นแหล่งพักผ่อนในช่วง weekend ซึ่งตอนนี้เมืองสงขลาเพิ่งได้รับการประกาศให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารโลกจากองค์การยูเนสโกโดยหาดใหญ่สามารถใช้ผลผลิตจากแบรนด์นี้เพื่อสร้างให้กลายเป็นแหล่งกินแหล่งเที่ยว พร้อมกันนี้ หาดใหญ่ยังเป็นเมืองการศึกษา ควรจะดึงนักศึกษาต่างชาติเข้ามา โดยการปรับปรุงหลักสูตรนานาชาติ หรือ การทำ MOU กับประเทศอื่นๆ ที่จะทำให้คนต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเชิงการศึกษา และใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ได้นานกว่า ที่สำคัญคือหาดใหญ่ยังมีความเข้มแข็งเรื่องการแพทย์ มีโรงพยาบาลชั้นนำของภาคใต้ตั้งอยู่ และมีศูนย์ดูแลผู้สูงวัยที่มีคุณภาพสูงในระดับสากลอยู่ในหลายๆ แห่ง จึงสามารถขยับไปสู่มิติการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) ที่จะทำให้ชาวต่างชาติอยากจะมาใช้ชีวิตเกษียณได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/919943/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iOGnOVfdnRXIe87QCcC_n

  • ไม่ถูกใจไรเดอร์  ทำ อิสริยะ สะดุดการเมือง

    กระบวนการรับรอบผู้สมัครส.ส.พรรคประชาชน เพื่อรอบรองผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เกิดประเด็นที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะคนสายเทค เมื่อ อิสริยะ ไพรพ่ายฤทธิ์ อดีตรองประธาน LINE MAN Wongnai ไม่ผ่านไพรมารี โหวดด้วยเหตุผล ทัศนคติไม่สอดคล้องกับนโยบายของพรรค โดยเฉพาะประเด็น นิยามลูกจ้าง การคุ้มครอบแรงงาน และการไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับไรเดอร์​ 

    ย้อนไป มาร์ค อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ วิศวกรจากคณะวิศวะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผันตัวมาทำงานสื่อ blognone หลังจากมีประสบการทำงานกับอินเทอร์เน็ตประเทศไทย มาร์ค ถูกจดจำ ในฐานะการเป็นสื่อไอที ที่มีความแตกต่างจากสื่อไอที ทั่วไป เคยปรากฎ วิวาทะ กับ สื่อ ด้วยกัน ด้วยมุมมองในการทำหน้าที่ที่แตกต่างกันมาแล้ว แต่ก็เป็นการไม่ตรงกันในการทำหน้าที่

    อิสริยะ มีความสนใจการเมืองมากมาสักพักใหญ่  ความสัมพันธ์กับพรรคประชาชน มีความเข้มแข็ง จนทำให้ตัดสินใจทิ้งงานเอกชน ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง แล้วมาทำงานการเมือง

    เหตุผลที่ทำให้ อิสริยะ ไม่ผ่านไพรมารี โหวด จริงๆ แล้วน่าจะมาจาก การทำหน้าที่ผู้บริหารของ Lineman Wongnai ที่ต้อง ติดต่อ พบเจอ กับ ไรเดอร์ อยู่ตลอด มาระยะหลังที่ ธุรกิจบริการรถสาธารณะไม่เหมือนเดิม ธุรกิจไรเดอร์ที่เคยเติบโตมาก ช่วงโควิด กลายเป็นไม่เหมือนเดิม เมื่อคนเมืองกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แพลตฟอร์มที่แบกต้นทุนไว้ก็เริ่มมีผลกระทบ สุดท้ายจึงทำให้ผลตอบแทนที่ไรเดอร์เคยได้ลดลง และตรงนี้เองทำให้ เหล่าไรเดอร์ไม่พอใจมากๆ  อิสริยะ ในฐานะคนที่ดีลตรงกับไรเดอร์ จึงถูกจดจำจากไรเดอร์ เรื่อง ผิดสสัญญาที่เคยให้ไว้

    ทีมเศรษฐกิจ ของแคนดิจเดตนายกรัฐมนตรี

    การไม่ผ่านไพรมารีโหวต ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ที่สุด ยังมีการขอฟังความคิดเห็นของประชาชนจากภาคอื่น และไม่ว่าจะเป็นยังไง อนาคตของ มาร์ค อิสริยะ กับพรรคประชาชน น่าจะยัแเดินหน้าต่อไปแบบไม่มีปัญหา เพราะมาร์ค อยู่ในทีมเศรษฐกิจ ของพรรค ที่มีหัวเรือ คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนเดตนายกรัฐมนตรี

    ความสำคัญของอิสริยะ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคด้านไฮเทค ความรู้ความเชี่ยวชาญ มีส่วนสำคัญในกับพรรคประชาชน ดังนั้น เรื่องไม่ถูกใจไรเดอร์ของ อิสริยะ จึงเป็นความ ไม่ถูกใจ ของคนบางส่วน และเหมือนเป็นวิบากกรรมที่ต้องเผชิญ ไม่ได้มีอะไรต้องน่ากังวล ถ้าทะเลาะกับใครในพรรค ในมุมมองที่แตกต่างกัน อันนี้น่าเป็นห่วง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/displeased-riders-causing-issariya-stumble-politics&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gxuNwc7gZzMFcEKg4mmbL

  • โรบินสัน ต่อยอดพื้นที่ศูนย์การค้า ปั้น Outdoor Zone กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    โรบินสัน ต่อยอดพื้นที่ศูนย์การค้า ปั้น Outdoor Zone กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจศูนย์การค้าในต่างจังหวัดที่เข้มข้นขึ้น ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าปรับกลยุทธ์การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ด้วยการต่อยอดโมเดล “Outdoor Zone” เพื่อเพิ่มศักยภาพการดึงทราฟฟิก สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย และเชื่อมศูนย์การค้ากับเศรษฐกิจท้องถิ่นให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

    Outdoor Zone เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์รูปแบบใหม่ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 โดยตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า เน้นร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็ก ครอบคลุมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม บริการ สุขภาพ ความงาม และการศึกษา เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกและเข้าถึงร้านค้าได้รวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในอาคารหลัก

    ปัจจุบัน Outdoor Zone เปิดให้บริการแล้วใน 3 สาขา ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด และได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการพื้นที่ค้าปลีกที่มีต้นทุนเหมาะสม ทำเลชัด และมีทราฟฟิกรองรับในระดับจังหวัด

    นายณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ กล่าวว่า การพัฒนา Outdoor Zone เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโมเดลธุรกิจศูนย์การค้าให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจภูมิภาค โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถขยายกิจการในทำเลศักยภาพได้ง่ายขึ้น และช่วยกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจสู่ชุมชนโดยรอบ

    โรบินสัน ต่อยอดพื้นที่ศูนย์การค้า ปั้น Outdoor Zone กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ในเชิงโครงสร้าง Outdoor Zone แต่ละสาขามีพื้นที่รวมกว่า 40 ยูนิต ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูง ทั้งด้านการจัดร้าน เวลาเปิด–ปิด และรูปแบบธุรกิจ ขณะเดียวกันยังใช้โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และมาตรฐานความปลอดภัยของศูนย์การค้า เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและความเสี่ยงของผู้ประกอบการรายย่อย

    โมเดลดังกล่าวยังถูกมองว่าเป็นเครื่องมือเพิ่มทราฟฟิกให้กับศูนย์การค้าในภาพรวม เนื่องจาก Outdoor Zone ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างพื้นที่ภายนอกกับโซนค้าปลีกหลัก ช่วยกระตุ้นการใช้บริการทั้งสองฝั่งควบคู่กัน

    ในมุมของผู้บริโภค Outdoor Zone ถูกวางบทบาทให้เป็นพื้นที่บริการใกล้บ้าน รวมร้านค้าหลากหลายหมวด ตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านแฟชั่น คลินิกความงาม ร้านนวด โรงเรียนกวดวิชา ไปจนถึงบริการในชีวิตประจำวัน เช่น ซักผ้า ขนส่ง และสินเชื่อ ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการใช้ศูนย์การค้าในฐานะ “Community Hub” มากกว่าการเป็นเพียงพื้นที่จับจ่ายสินค้า

    โรบินสันไลฟ์สไตล์มีแผนขยาย Outdoor Zone เพิ่มอีกอย่างน้อย 3 สาขาในปี 2569 ได้แก่ สกลนคร เพชรบุรี และลพบุรี และอยู่ระหว่างพิจารณาขยายไปยังจังหวัดศักยภาพอื่น เช่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชลบุรี แม่สอด และกำแพงเพชร เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

    โรบินสัน ต่อยอดพื้นที่ศูนย์การค้า ปั้น Outdoor Zone กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    การขยายโมเดล Outdoor Zone สะท้อนทิศทางของธุรกิจค้าปลีกที่หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่เชิงระบบ และการสร้าง Ecosystem ระหว่างศูนย์การค้า ผู้ประกอบการ และชุมชน มากกว่าการแข่งขันด้านพื้นที่เช่าเพียงอย่างเดียว ท่ามกลางกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/marketing/647196&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iQEfB3y26Uizh5VGdaiQt

  • ออมสิน ตั้งสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ฯ คิกออฟการศึกษาพฤติกรรมการเงินคนไทยฐานราก

    ออมสิน ตั้งสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ฯ คิกออฟการศึกษาพฤติกรรมการเงินคนไทยฐานราก

    ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ โครงการศึกษาครัวเรือนฐานรากเพื่อสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ ระหว่าง ธนาคารออมสิน และ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เพื่อศึกษาความเป็นอยู่และพฤติกรรมทางการเงินของกลุ่มครัวเรือนฐานรากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการเงินในระบบ ที่จะนำไปสู่การต่อยอดองค์ความรู้จากการวิจัยในการพัฒนาระบบการเงินที่เหมาะสม ช่วยยกระดับเศรษฐกิจและความเข้มแข็งทางการเงินของภาคครัวเรือนไทย โดยมี นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และ ดร. โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว

    นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ภายใต้บทบาทการเป็น Social Bank ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินและสร้างการเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม ธนาคารเดินหน้าภารกิจหลักที่ 1 ในการสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงิน ซึ่งหากพิจารณาจากสถานการณ์การเข้าถึงสินเชื่อของคนไทย ปัจจุบันยังพบว่าครัวเรือนกว่าร้อยละ 30 ยังอยู่ในกลุ่ม Unserved และ Underserved โดยเป็นผู้มีรายได้น้อยและ/หรือรายได้ไม่แน่นอน ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบจากการขาดประวัติเครดิตทางการเงิน และกว่าครึ่งยังต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้นและต้องเผชิญภาระดอกเบี้ยสูง ดังนั้น เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนบทบาทการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ธนาคารจึงได้จัดตั้งสถาบันวิจัยเศรษฐกิจฐานรากขึ้นเป็นครั้งแรก และได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เพื่อคิกออฟงานวิจัย “โครงการศึกษาครัวเรือนฐานรากเพื่อสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ” โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายของการศึกษาเป็นผู้เข้าร่วมโครงการสินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส ที่ธนาคารได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2568 เพื่อปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ที่มีรายได้ แต่ไม่เคยมีประวัติเครดิตทางการเงิน หรือไม่เคยใช้บริการสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของโครงการนี้มีลักษณะตัวตน หรือ Customer Persona ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของงานศึกษาวิจัยครั้งนี้
    ทั้งนี้ ธนาคารหวังว่าจะสามารถนำผลลัพธ์ของงานวิจัยไปออกแบบเครื่องมือทางการเงิน หรือมาตรการสินเชื่อที่ตรงจุด สามารถตอบโจทย์ความคาดหวัง และสร้างระบบการเงินที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs และสอดคล้องตามบทบาทของธนาคารเพื่อสังคม

    ดร. โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการศึกษาข้อมูลเชิงลึกของลูกหนี้ภายใต้โครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” ของธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นต้นแบบสินเชื่อดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้แต่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อในระบบสามารถกู้เงินได้เป็นครั้งแรก โดยธนาคารออมสินได้ปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยคนไทยสร้างประวัติเครดิตทางการเงินไปแล้วกว่า 200,000 ราย สะท้อนถึงความต้องการเข้าถึงสินเชื่อในระบบที่ยังมีอยู่จำนวนมาก การศึกษาครั้งนี้จึงมุ่งขยาย “ประตูสู่ระบบการเงิน” ให้กว้างขึ้น ผ่านการเก็บข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มคนที่อยู่นอกระบบเป็นครั้งแรก
    ใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
    1) ปัญหาเศรษฐกิจการเงิน พฤติกรรมและความต้องการทางการเงิน
    2) โมเดลผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยให้ลูกหนี้ชำระคืนได้จริง
    3) การทดลองใช้ข้อมูลใหม่และข้อมูลทางเลือกเพื่อค้นหาตัวชี้วัดความเสี่ยงที่แม่นยำยิ่งขึ้นให้กับสถาบันการเงิน
    4) การติดตามผลการเข้าถึงสินเชื่อต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของลูกหนี้ตลอดระยะเวลา 1 ปี
    เพื่อนำไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม ซึ่งผลการศึกษาจะช่วยให้ธนาคารออมสินออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการพิจารณาสินเชื่อที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับศักยภาพของลูกหนี้ และเพิ่มโอกาสในการชำระคืน
    ขณะเดียวกัน สถาบัน ฯ จะมีองค์ความรู้เชิงลึกเพื่อนำไปสนับสนุนนโยบาย Your Data และโครงการ Risk-Based Pricing ของธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วยให้สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงได้โปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ “เคยถูกมองไม่เห็น” เข้าสู่ระบบการเงินได้มากขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนงานวิจัยให้เกิดผลจริง ต่อประชาชนฐานราก เสริมรากฐานระบบการเงินที่เข้าถึงง่าย ยั่งยืน และช่วยยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของครัวเรือนไทยได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/266334&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Tlw3zAWKXagUfYki5dyST

  • ดีอี – สธ. เดินหน้านโยบาย ‘Quick Win’ วางรากฐานสู่บริการสุขภาพดิจิทัลไร้รอยต่อ

    ดีอี – สธ. เดินหน้านโยบาย ‘Quick Win’ วางรากฐานสู่บริการสุขภาพดิจิทัลไร้รอยต่อ

    ไอที

    ดีอี – สธ. เดินหน้านโยบาย ‘Quick Win’ วางรากฐานสู่บริการสุขภาพดิจิทัลไร้รอยต่อ

    วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.33 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ดีอี – สธ. เดินหน้านโยบาย ‘Quick Win’ วางรากฐานสู่บริการสุขภาพดิจิทัลไร้รอยต่อ

    ดีอี – สธ. เดินหน้านโยบาย ‘Quick Win’ วางรากฐานสู่บริการสุขภาพดิจิทัลไร้รอยต่อ พร้อมเดินหน้าเชื่อมข้อมูลหมอพร้อม–Health Link ครอบคลุม 15,000 แห่งทั่วประเทศ

    นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มุ่งยกระดับคุณภาพและมาตรฐานเทคโนโลยีด้านสุขภาพของประเทศ ภายใต้นโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” ซึ่งประเด็นสำคัญในการพิจารณาครั้งนี้ คือ การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพข้ามกระทรวง และข้ามหน่วยงาน ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานธรรมาภิบาลด้านข้อมูลสุขภาพระดับชาติ และสร้างมาตรฐานใหม่ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฎิรูประบบสุขภาพของประเทศ โดยการดำเนินงานเห็นชอบการเชื่อมโยง 4 มิติ คือ 1. เชื่อมโยงข้อมูลในระดับประเทศผ่านระบบ “หมอพร้อม” 2. เชื่อมโยงข้อมูลในระดับพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ผ่านระบบ Health Link 3. เชื่อมโยงระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงบริการสุขภาพดีถ้วนหน้า (Health for all) และ 4. กรอบการจัดทำ พ.ร.บ.สุขภาพดิจิทัล เนื่องจากระบบสุขภาพไทยยังขาดกฎหมายกลางที่กำกับดูแลและเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพอย่างบูรณาการ กฎหมายที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพดิจิทัลและนวัตกรรมใหม่

    นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และโฆษกกระทรวงดีอี เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงสาธารณสุข ว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน โดยทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันพัฒนาและผลักดันระบบ บริหารจัดการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระดับประเทศ (Central Data Exchange Service: CDES) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศสุขภาพจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ
    ระบบดังกล่าวจะทำงานเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Health Link และกระทรวงสาธารณสุขเพื่อสร้าง ศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลของประเทศ ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงและสามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการดูแลสุขภาพ การบริหารจัดการบริการสาธารณสุข ตลอดจนการกำหนดนโยบายเชิงรุกเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงดีอี ที่ผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารภาครัฐและแก้ไขปัญหาภัยสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบบริการภาครัฐที่มีศักยภาพ โปร่งใส และเชื่อมโยงถึงกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

    ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า การเชื่อมระบบ Health Link  และระบบหมอพร้อม จะทำให้ประเทศไทยสามารถเชื่อมข้อมูลสุขภาพได้กว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ โดยทั้งสองระบบสามารถเชื่อมข้อมูลกันด้วยกลไกการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามมาตรฐานสากล โดยระบบ Health Link ซึ่งพัฒนาโดย BDI  ได้ดำเนินงานเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพสถานพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 7 หน่วยนวัตกรรมที่ขึ้นทะเบียนในระบบสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ปัจจุบันเชื่อมโยงไปแล้วกว่า 8,000 แห่งทั่วประเทศ ดังนั้น การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นการนำร่องการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเพื่อการรักษาพยาบาลในระดับประเทศ ขานรับนโยบาย Quick Win ของรัฐบาล
    การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สองกระทรวง ร่วมกันผลักดันแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลระบบสารสนเทศสุขภาพระดับประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกที่ โดยไม่ต้องพกเอกสาร หรือกลับไปขอประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลเดิม ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลประกอบการวินิจฉัยได้อย่างครบถ้วน ลดการตรวจซ้ำซ้อน ป้องกันความผิดพลาดจากการสั่งยาที่ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ เพิ่มคุณภาพการรักษา และทำให้ระบบสุขภาพโดยรวมสามารถบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การการนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อวางแผนเชิงนโยบาย สร้างรากฐานสู่บริการสุขภาพดิจิทัลไร้รอยต่อที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนครอบคลุมทุกมิติ

    โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และโฆษกกระทรวงดีอี ได้รับมอบหมายจาก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเฉพาะด้านระบบสุขภาพดิจิทัล ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะทำงานจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี

    สำหรับประชาชนที่สนใจสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่: https://healthlink.go.th และสามารถติดตามอัปเดตข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ได้ทางเว็บไซต์ https://bdi.or.th/ และ Facebook: BDI – Big Data Institute

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/459678&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sR0AxbyDJvyUDDUQrQov4

  • NT สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ   จัดชุดอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม OneWeb  

    NT สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ   จัดชุดอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม OneWeb  

    ไอที

    NT สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ   จัดชุดอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม OneWeb  

    วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.43 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ  
    จัดชุดอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม OneWeb  

    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT  หน่วยงานภาครัฐผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมด้านดาวเทียม พร้อมสนับสนุนภารกิจทางการทหารด้วยบริการโซลูชัน NT nexConnect โดยมอบอุปกรณ์ User Terminal เชื่อมต่อสัญญาณโครงข่ายดาวเทียม OneWeb  เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานด้านความมั่นคง ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ LEO (Low Earth Orbit) 

    ทั้งนี้  NT พร้อมให้การสนับสนุนภารกิจสำคัญของกองทัพอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีดาวเทียม โดยเฉพาะดาวเทียม LEO ที่มีความเร็วการเชื่อมต่อสูงและมีค่าความหน่วงต่ำ ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกลทั้งบนบกและมหาสมุทรที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานหลัก เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสื่อสารในทุกภารกิจให้รวดเร็ว ทันท่วงที และสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/459684&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02zFLqP-rQT20n_GYikTP6

  • ไม่ถูกใจไรเดอร์  ทำ อิสริยะ สะดุดการเมือง

    กระบวนการรับรอบผู้สมัครส.ส.พรรคประชาชน เพื่อรอบรองผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เกิดประเด็นที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะคนสายเทค เมื่อ อิสริยะ ไพรพ่ายฤทธิ์ อดีตรองประธาน LINE MAN Wongnai ไม่ผ่านไพรมารี โหวดด้วยเหตุผล ทัศนคติไม่สอดคล้องกับนโยบายของพรรค โดยเฉพาะประเด็น นิยามลูกจ้าง การคุ้มครอบแรงงาน และการไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับไรเดอร์​ 

    ย้อนไป มาร์ค อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ วิศวกรจากคณะวิศวะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผันตัวมาทำงานสื่อ blognone หลังจากมีประสบการทำงานกับอินเทอร์เน็ตประเทศไทย มาร์ค ถูกจดจำ ในฐานะการเป็นสื่อไอที ที่มีความแตกต่างจากสื่อไอที ทั่วไป เคยปรากฎ วิวาทะ กับ สื่อ ด้วยกัน ด้วยมุมมองในการทำหน้าที่ที่แตกต่างกันมาแล้ว แต่ก็เป็นการไม่ตรงกันในการทำหน้าที่

    อิสริยะ มีความสนใจการเมืองมากมาสักพักใหญ่  ความสัมพันธ์กับพรรคประชาชน มีความเข้มแข็ง จนทำให้ตัดสินใจทิ้งงานเอกชน ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง แล้วมาทำงานการเมือง

    เหตุผลที่ทำให้ อิสริยะ ไม่ผ่านไพรมารี โหวด จริงๆ แล้วน่าจะมาจาก การทำหน้าที่ผู้บริหารของ Lineman Wongnai ที่ต้อง ติดต่อ พบเจอ กับ ไรเดอร์ อยู่ตลอด มาระยะหลังที่ ธุรกิจบริการรถสาธารณะไม่เหมือนเดิม ธุรกิจไรเดอร์ที่เคยเติบโตมาก ช่วงโควิด กลายเป็นไม่เหมือนเดิม เมื่อคนเมืองกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แพลตฟอร์มที่แบกต้นทุนไว้ก็เริ่มมีผลกระทบ สุดท้ายจึงทำให้ผลตอบแทนที่ไรเดอร์เคยได้ลดลง และตรงนี้เองทำให้ เหล่าไรเดอร์ไม่พอใจมากๆ  อิสริยะ ในฐานะคนที่ดีลตรงกับไรเดอร์ จึงถูกจดจำจากไรเดอร์ เรื่อง ผิดสสัญญาที่เคยให้ไว้

    ทีมเศรษฐกิจ ของแคนดิจเดตนายกรัฐมนตรี

    การไม่ผ่านไพรมารีโหวต ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ที่สุด ยังมีการขอฟังความคิดเห็นของประชาชนจากภาคอื่น และไม่ว่าจะเป็นยังไง อนาคตของ มาร์ค อิสริยะ กับพรรคประชาชน น่าจะยัแเดินหน้าต่อไปแบบไม่มีปัญหา เพราะมาร์ค อยู่ในทีมเศรษฐกิจ ของพรรค ที่มีหัวเรือ คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนเดตนายกรัฐมนตรี

    ความสำคัญของอิสริยะ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคด้านไฮเทค ความรู้ความเชี่ยวชาญ มีส่วนสำคัญในกับพรรคประชาชน ดังนั้น เรื่องไม่ถูกใจไรเดอร์ของ อิสริยะ จึงเป็นความ ไม่ถูกใจ ของคนบางส่วน และเหมือนเป็นวิบากกรรมที่ต้องเผชิญ ไม่ได้มีอะไรต้องน่ากังวล ถ้าทะเลาะกับใครในพรรค ในมุมมองที่แตกต่างกัน อันนี้น่าเป็นห่วง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/displeased-riders-causing-issariya-stumble-politics&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gxuNwc7gZzMFcEKg4mmbL