Blog

  • WSOL ผนึก FPT ไอทียักษ์ใหญ่เวียดนาม ขยายโอกาสด้านเทคโนโลยี

    นายเลวี่ เหงียน (Mr. Levi Nguyen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT Thailand – FPT Taiwan, FPT Corporation บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีและบริการไอทีระดับโลกจากประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทส่งตัวแทนร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (MOA) กับ บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพดิจิทัลและผลักดันโอกาสใหม่ด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

    โดยความร่วมมือนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ  FPT ในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มธนาคารและการเงิน พลังงาน โทรคมนาคม ค้าปลีก การผลิต ตลอดจนการให้บริการแก่ภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในด้าน (Infrastructure), Core Platform, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud, Cybersecurity และ Enterprise Solutions ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

    ขณะที่ WSOL มีเครือข่ายลูกค้าและจุดเชื่อมต่อบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งระบบชำระเงิน บริการทางการเงิน โครงสร้างร้านค้า รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ WSOL ทำหน้าที่เป็น “Go-to-Market Gateway” ที่สำคัญในการขยายโอกาสนำเทคโนโลยีระดับภูมิภาคของ FPT เข้าสู่ตลาดประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยี โดยเริ่มจากกลุ่มธุรกิจทางการเงินและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล พร้อมต่อยอดไปยังหลายภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการยกระดับการให้บริการดิจิทัลและเทคโนโลยีในประเทศไทย

    “การร่วมมือกับ WSOL จะช่วยให้ FPT สามารถผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยของ WSOL เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดไทยได้อย่างแท้จริง ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย”

    นายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL กล่าวเสริมว่า “WSOL เชื่อว่าความร่วมมือกับ FPT จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีของไทย ด้วยประสบการณ์ของ FPT ที่ครอบคลุมในหลากหลายอุตสาหกรรม ผสานกับเครือข่ายของ WSOL ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ จะช่วยให้เราพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์องค์กรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขยายโอกาสใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต

    นอกจากนี้ FPT และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ต่างๆ จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ WeiD แพลตฟอร์มแบบบูรณาการและผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2569  โดยเฉพาะในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของธุรกิจ B2B2C และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจของ WSOL เติบโตอย่างมั่นคงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/pr/803494&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KVYuoSGeevCY_vTgvs6ua

  • WSOL ผนึก FPT ไอทียักษ์ใหญ่เวียดนาม ขยายโอกาสด้านเทคโนโลยี

    นายเลวี่ เหงียน (Mr. Levi Nguyen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT Thailand – FPT Taiwan, FPT Corporation บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีและบริการไอทีระดับโลกจากประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทส่งตัวแทนร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (MOA) กับ บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพดิจิทัลและผลักดันโอกาสใหม่ด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

    โดยความร่วมมือนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ  FPT ในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มธนาคารและการเงิน พลังงาน โทรคมนาคม ค้าปลีก การผลิต ตลอดจนการให้บริการแก่ภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในด้าน (Infrastructure), Core Platform, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud, Cybersecurity และ Enterprise Solutions ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

    ขณะที่ WSOL มีเครือข่ายลูกค้าและจุดเชื่อมต่อบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งระบบชำระเงิน บริการทางการเงิน โครงสร้างร้านค้า รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ WSOL ทำหน้าที่เป็น “Go-to-Market Gateway” ที่สำคัญในการขยายโอกาสนำเทคโนโลยีระดับภูมิภาคของ FPT เข้าสู่ตลาดประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยี โดยเริ่มจากกลุ่มธุรกิจทางการเงินและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล พร้อมต่อยอดไปยังหลายภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการยกระดับการให้บริการดิจิทัลและเทคโนโลยีในประเทศไทย

    “การร่วมมือกับ WSOL จะช่วยให้ FPT สามารถผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยของ WSOL เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดไทยได้อย่างแท้จริง ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย”

    นายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL กล่าวเสริมว่า “WSOL เชื่อว่าความร่วมมือกับ FPT จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีของไทย ด้วยประสบการณ์ของ FPT ที่ครอบคลุมในหลากหลายอุตสาหกรรม ผสานกับเครือข่ายของ WSOL ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ จะช่วยให้เราพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์องค์กรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขยายโอกาสใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต

    นอกจากนี้ FPT และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ต่างๆ จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ WeiD แพลตฟอร์มแบบบูรณาการและผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2569  โดยเฉพาะในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของธุรกิจ B2B2C และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจของ WSOL เติบโตอย่างมั่นคงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/pr/803494&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KVYuoSGeevCY_vTgvs6ua

  • ทำไมหลายธุรกิจไม่ได้ไปต่อในปี 69 ปัจจัยเสี่ยงฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย

    ทำไมหลายธุรกิจไม่ได้ไปต่อในปี 69 ปัจจัยเสี่ยงฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย

    เศรษฐกิจไทยปี 69 ยังเผชิญกับดัก ‘วิกฤต’

    หนึ่งในความไม่แน่นอนสำคัญ คือ การเมืองไทยที่กำลังเดินเข้าสู่ช่วงสำคัญ การเปลี่ยนรัฐบาล หรือการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังเกิดขึ้นในปีหน้า สร้างคำถามถึงความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ หากเป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากมีเหตุการณ์ให้ต้องสะดุดกลางทาง หรือแม้จะเลือกตั้งเสร็จสิ้น แต่เกิดความล่าช้าหรือการจัดตั้งรัฐบาลมีปัญหา ไม่เพียงความเชื่อมั่นนักลงทุนจะสั่นคลอน แต่ภาคธุรกิจและประชาชนจะต้องรับต้นทุนจากความไม่ชัดเจนในการกำหนดทิศทางประเทศ

    เมื่อ “เงินเฟ้อ” ไม่ใช่แค่ตัวเลข และ “SME” กำลังขาดลมหายใจ

    สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในภาวะ “เงินฝืด” อย่างที่หลายคนกังวล แต่เรากำลังยืนอยู่บนความผันผวนที่ประมาทไม่ได้ 

    เงินเฟ้อที่ “เอาแน่เอานอนไม่ได้”

    แม้ระดับเงินเฟ้อจะทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นช้าๆ แต่ปัจจัยภายนอกอย่าง ราคาพลังงาน และ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทิศทางราคาสินค้ามีความผันผวนสูง

    รัฐบาลไม่สามารถใช้นโยบาย “แจกเงิน” หรือกระตุ้นเศรษฐกิจแบบหว่านแหได้อีกต่อไป เพราะหากทำโดยไม่คำนึงถึงเสถียรภาพในระยะยาว อาจกลายเป็นการซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อให้บานปลาย

    วิกฤตสินเชื่อ SME กระดูกสันหลังที่เริ่มเปราะบาง

    โจทย์ใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลมองข้ามไม่ได้คือ ภาคเอสเอ็มอี (SME) ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ แต่ตอนนี้กำลังเผชิญกับ “ภาวะเงินฝืดในระดับธุรกิจ” (Credit Crunch)

    การปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ “ติดลบ” อย่างต่อเนื่อง เป็นหลักฐานชัดเจนว่ากลไกทางการเงินกำลังติดขัด ธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้ และผู้ประกอบการเข้าไม่ถึงเงินทุน

    มาตรการแก้เกม: แค่ “อัดฉีด” อาจไม่พอ

    ปัจจุบันกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารพาณิชย์ กำลังเตรียมมาตรการ “ชดเชยต้นทุนสินเชื่อ” เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ย แต่นี่เป็นเพียงการ “ปฐมพยาบาล” เท่านั้น

    การช่วยเรื่องต้นทุนดอกเบี้ยเป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่ “คำตอบสุดท้าย” คือการ ยกระดับขีดความสามารถ ของ SME ให้แข่งขันได้ในโลกยุคใหม่ หากไม่แก้ที่ศักยภาพ ต่อให้มีเงินทุนหมุนเวียน ธุรกิจก็อาจไปต่อไม่ได้ในระยะยาว

    ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ , ม.หอการค้าไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/861245&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MfyrNFsN_NKc6gu0_9IDj

  • O

    O

    จบลงอย่างงดงามสำหรับ Chang Music Connection Presents Overcoat Music Festival 2025 ครั้งที่ 15 เทศกาลดนตรีที่สร้างค่ำคืนสุดประทับใจให้ชาวแกะนับหมื่น และกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางดนตรี ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวของภูมิภาค และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน ให้จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดใกล้เคียงอย่างมีนัยสำคัญ

    Overcoat Music Festival ครั้งที่ 15 ส่งท้ายปีสวยงาม! ดันเศรษฐกิจเพชรบูรณ์-ภาคเหนือตอนล่าง กระตุ้นท่องเที่ยวไทยรับฤดูหนาว

    สัปดาห์เทศกาลวันหยุดยาวสุดท้ายก่อนสิ้นปี นักเดินทางจากทั่วประเทศหลั่งไหลเข้าสู่จังหวัดเพชรบูรณ์ จนโรงแรม รีสอร์ต ที่พัก และโฮมสเตย์เต็มยาวหลายวันก่อนถึงวันงาน ขณะที่ร้านอาหาร คาเฟ่ ปั๊มน้ำมัน ตลาดชุมชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในอำเภอเขาค้อและอำเภอใกล้เคียง ได้รับอานิสงส์จากการเดินทาง ของกลุ่มผู้ชมจำนวนมหาศาล สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในพื้นที่ตลอดสุดสัปดาห์ได้อย่างคึกคัก นอกจากรายได้ทางตรงแล้ว Overcoat Music Festival เทศกาลดนตรีที่ครองใจชาวเพชรบูรณ์ ยังช่วยขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น เช่น ผู้ขายสินค้าแฮนด์เมด ชุมชนผลิตสินค้าพื้นเมือง และ SME ในพื้นที่ โดยมีการจัดบูทสนับสนุนสินค้าในงาน สร้างพื้นที่ให้ธุรกิจขนาดเล็กเติบโตควบคู่กับงานบันเทิงขนาดใหญ่ ในมิติความเป็น “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” Overcoat ยังเป็นตัวอย่างของคอนเสิร์ตที่สร้างผลลัพธ์เกินกว่าความบันเทิง ด้วยการดึงดูดนักเดินทางรุ่นใหม่—กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ และคุณค่าทางวัฒนธรรม ส่งผลให้เขาค้อกลายเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวฤดูหนาวที่เติบโตขึ้นทุกปี Overcoat Music Festival ครั้งที่ 15 ส่งท้ายปีสวยงาม! ดันเศรษฐกิจเพชรบูรณ์-ภาคเหนือตอนล่าง กระตุ้นท่องเที่ยวไทยรับฤดูหนาว

    จันทร์ศรีษร มณีฉาย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีเดีย แรพ จำกัด ผู้จัดงาน เผยว่า “Overcoat Music Festival ไม่ได้เป็นเพียงงานดนตรี แต่เป็นฟันเฟืองหนึ่งของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่ช่วยสร้างรายได้ให้คนในชุมชน ปีนี้เราครบรอบ 15 ปี เห็นได้ชัดว่าพลังของดนตรีกลายเป็นวัฒนธธรมที่สามารถสร้างโอกาส ให้จังหวัดเพชรบูรณ์และพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างแท้จริง และเราตั้งใจจะทำให้ Overcoat เป็นส่วนหนึ่ง ของอนาคตเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยต่อไป”

    การจัดงานในปีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดเพชรบูรณ์ในการเป็นเจ้าภาพกิจกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายจังหวัดกำลังมุ่งสู่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงคนรุ่นใหม่กลับมาท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ด้วยบรรยากาศลมหนาวที่เป็นเอกลักษณ์ ไลน์อัพศิลปินระดับประเทศ และงานที่จัดอย่างพิถีพิถัน Overcoat Music Festival ปีนี้จึงกลายเป็นทั้งความสุขของผู้ชม และแรงกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปีไปพร้อมกัน ผู้จัดงานยืนยันแล้วว่า ปีหน้า Overcoat จะกลับมาพร้อมเซอร์ไพรส์และความพิเศษมากกว่าเดิม สร้างความหวังให้ชาวแกะและชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่เตรียมต้อนรับการเติบโตต่อเนื่องอีกครั้งในปี 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iessjycm6ztefb18k742xvp7h3n833zj&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TyaueM-fBQ8f8HmDZAfth

  • วธ. เยือนหนองคาย ปักหมุดบ้านเดื่อ ชุมชนต้นแบบยลวิถี สัมผัสอัตลักษณ์ 700 ปี ริมฝั่งโขง เปิดเส้นทางท่องเที่ยว “ฮอดบ้านเดื่อ” ยลอัตลักษณ์ริมโขง-ลิ้มรสเมนูมะเดื่อ ผลักดันเสน่ห์ชุมชน สู่หมุดหมาย Unseen ไท ไทย ระดับโลก | TOPNEWS

    วธ. เยือนหนองคาย ปักหมุดบ้านเดื่อ ชุมชนต้นแบบยลวิถี สัมผัสอัตลักษณ์ 700 ปี ริมฝั่งโขง เปิดเส้นทางท่องเที่ยว “ฮอดบ้านเดื่อ” ยลอัตลักษณ์ริมโขง-ลิ้มรสเมนูมะเดื่อ ผลักดันเสน่ห์ชุมชน สู่หมุดหมาย Unseen ไท ไทย ระดับโลก

    นายประสพ กล่าวอีกว่า “ชุมชนบ้านเดื่อ” เป็นชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ โดยได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เนื่องจากมีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความรักความสามัคคี และมีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ช่วยสร้างโอกาสและรายได้ให้แก่คนในชุมชน เพื่อให้ลูกหลานได้กลับมาอยู่ใกล้ชิดครอบครัวในภูมิลำเนา

    นายประสพ เน้นย้ำถึงความโดดเด่นของชุมชนบ้านเดื่อที่มีวิถีชีวิตริมน้ำโขง และ “เส้นทางท่องเที่ยวสายมะเดื่อ” ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีจุดไฮไลต์ห้ามพลาด คือการชมสถาปัตยกรรมล้านช้าง ณ วัดอุทุมพร และการลิ้มลองอาหารสำรับชุมชนที่หาทานได้เฉพาะที่นี่ เช่น เมี่ยงมะเดื่อปลานิลทอดมหามงคล น้ำพริกมะเดื่อ (รางวัลชนะเลิศรายการยกพลคนน้ำพริก) และปลาจุ่มบ้านเดื่อ ครม. รวมถึงการท่องเที่ยววิถีลุ่มน้ำโขง ทั้งการพับนกใบตาล การล่องเรือชมพระอาทิตย์สองแผ่นดินไทย-ลาว และการแต่งกายด้วยเสื้อย้อมสีมะเดื่อ นุ่งผ้าซิ่นลายพญานาคที่งดงาม

    “ชุมชนบ้านเดื่อ เป็นต้นแบบที่สะท้อนถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อ นนโยบาย “Unseen ไท ไทย” ของกระทรวงวัฒนธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมุ่งเน้นการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม โดยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับอัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เป็น “ของดี” ในท้องถิ่นที่หาชมได้ยาก ซึ่งการที่ชุมชนแห่งนี้สามารถยกระดับทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่โดดเด่น ไม่เพียงแต่
    จะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดหนองคายในระดับสากล แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในพื้นที่ ทำให้ลูกหลานไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานไปทำงานแดนไกล แต่สามารถกลับมาต่อยอดภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษในบ้านเกิดได้อย่างภาคภูมิใจและยั่งยืน” ปลัด วธ. กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1433320&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rJsdf3lD6aYDNHptFJpfV

  • “แฮสเซตต์” ชี้เฟดลดดอกเบี้ยช้าเกินไป แม้เศรษฐกิจสหรัฐโตเกินคาดใน Q3/68

    “แฮสเซตต์” ชี้เฟดลดดอกเบี้ยช้าเกินไป แม้เศรษฐกิจสหรัฐโตเกินคาดใน Q3/68

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ธ.ค. 68)

    นายเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว และเป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยล่าช้าเกินไป แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวในไตรมาส 3/2568 ที่สูงเกินคาดก็ตาม

    ทั้งนี้ นายแฮสเซตต์ถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะเข้ารับตำแหน่งต่อจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลังจากที่เขาครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม 2569

    ‘หากดูธนาคารกลางทั่วโลก สหรัฐถือว่าล้าหลังมากในแง่ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย’ นายแฮสเซตต์กล่าวในรายการ Money Movers ของสำนักข่าว CNBC

    นอกจากนี้ นายแฮสเซตต์ระบุว่า กระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่สร้างแรงกดดันให้เงินเฟ้อลดลง

    กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2568 ในวันนี้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 4.3% ในไตรมาสดังกล่าว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.2% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง

    ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3.5% ในไตรมาส 3 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในไตรมาส 2

    นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของการส่งออกและการใช้จ่ายในภาครัฐก็ได้เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ขณะที่การลงทุนของภาคเอกชนในสินทรัพย์ถาวรที่ลดลงน้อยกว่าคาดก็เป็นปัจจัยบวกเช่นกัน

    ก่อนหน้านี้ สหรัฐมีกำหนดเผยแพร่ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับ GDP ประจำไตรมาส 3/2568 ในวันที่ 30 ตุลาคม แต่ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์

    นอกจากนี้ ตัวเลข GDP ประจำไตรมาส 3/2568 ที่มีการเผยแพร่ในวันนี้ ถือเป็นตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ซึ่งเดิมมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 26 พฤศจิกายน

    เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 0.5% ในไตรมาส 1 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี ก่อนที่จะมีการขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 2

    การหดตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 1 มีสาเหตุจากการนำเข้าที่พุ่งขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจต่างรีบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ก่อนที่มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะมีผลบังคับใช้

    อย่างไรก็ตาม การนำเข้าลดลง 29.8% ในไตรมาส 2 และเป็นปัจจัยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสดังกล่าว

    โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IRBM0IQBV1DG85BE9APORNQBCZU7LQ1L&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sig3Eet4HfN13IgohUVNk

  • ตำรวจท่องเที่ยวพัทยารวบ 2 ผู้ต้องหา อาศัยช่วงชุลมุน ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดหลายสกุล

    ตำรวจท่องเที่ยวพัทยารวบ 2 ผู้ต้องหา อาศัยช่วงชุลมุน ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดหลายสกุล

    ตำรวจท่องเที่ยวพัทยารวบ 2 ผู้ต้องหา อาศัยช่วงชุลมุน ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดหลายสกุล

    เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ รอง ผบก.ทท.1 และ พ.ต.อ.มิลิน เพียรช่าง ผกก.2 บก.ทท.1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1  และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวชุดวอกกิ้งสตรีท เมืองพัทยาเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” เหตุเกิดภายในถนนวอล์คกิ้งสตรีท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

    ผู้ต้องหาทั้งสองรายคือ นายยอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ชาว จ.นครราชสีมา และ นายกอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด โดยการจับกุมสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สายตรวจได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่า มีเหตุชุลมุนและกระชากทรัพย์บริเวณหน้าตู้แลกเงิน เมื่อเข้าตรวจสอบพบ นักท่องเที่ยว อายุ 52 ปี สัญชาติอิสราเอล ผู้เสียหาย กำลังมีปากเสียงกับสาวประเภทสองรายหนึ่ง โดยผู้เสียหายยืนยันว่า ถูกล้วงกระเป๋ากางเกง

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียง พบผู้ต้องหาอีกรายกำลังก้มเก็บเงินอยู่ด้านหลังตู้แลกเงิน เมื่อตรวจสอบ และเชิญตัวมาสอบสวน ผู้เสียหายสามารถยืนยันได้ว่า เงินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของตนที่ถูกลักไปจริง จากการตรวจยึดของกลาง พบเงินสดหลายสกุล รวมมูลค่าจำนวนมาก ได้แก่เงินไทย 1,200 บาท เงินดอลลาร์สหรัฐ 300 ดอลลาร์ เงินสกุลอิสราเอล 160 เชเขล

    เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

    นอกจากนี้ ตำรวจท่องเที่ยวพัทยายังย้ำเตือนนักท่องเที่ยวให้เพิ่มความระมัดระวังทรัพย์สิน โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่นในช่วงเวลากลางคืน และเทศกาล หากพบเหตุผิดปกติสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที

    เครดิต สยามชล นิวส์ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/63738&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IARkWvaTJwSNOgwjUgCXm

  • ‘อรรถกร’ วางแผนกระตุ้นท่องเที่ยวชายแดน จัดกิจกรรมสีสัน แต่รอให้สงบก่อน | เดลินิวส์

    ‘อรรถกร’ วางแผนกระตุ้นท่องเที่ยวชายแดน จัดกิจกรรมสีสัน แต่รอให้สงบก่อน | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 23 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดน ว่า ขณะนี้ได้วางแผนไว้แต่รอให้พื้นที่ชายแดนเกิดความสงบก่อน โดยคาดหวังว่าจะจบในเร็ววัน ซึ่งหลังจากนั้นจะกลับไปพิจารณาว่า ในเชิงพื้นที่เข้าไปสร้างสีสัน หรือกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ชายแดนได้อย่างไร

    ทั้งนี้ เชื่อว่าขณะนี้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนที่เกิดเหตุปะทะเกิดความเครียด โดยจะพยายามทำทุกวิถีทาง เช่น การลงพื้นที่ไปจัดกิจกรรมในพื้นที่ ทั้งการจัดแข่งขันกีฬา และกิจกรรมการกระตุ้นการท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ตาม กรณีการทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นั้น รัฐบาลชุดใหม่หรือคนที่จะมารับหน้าที่ต่อ จะสามารถทำได้เลย ไม่มีการวางยาอะไรทั้งสิ้น เพราะการทำงานยึดถือความถูกต้องและความเหมาะสมเป็นหลัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5433596/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oo30CC1i50LbJvhy7h3qY

  • เสียชื่อเมืองท่องเที่ยว! ขยะเกลื่อน ‘จุดชมวิวเขาค้อ’ ทิ้งลงร่องน้ำยาวกว่า 200 เมตร

    เสียชื่อเมืองท่องเที่ยว! ขยะเกลื่อน ‘จุดชมวิวเขาค้อ’ ทิ้งลงร่องน้ำยาวกว่า 200 เมตร

    วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

    เสียชื่อเมืองท่องเที่ยว! ขยะเกลื่อน ‘จุดชมวิวเขาค้อ’ ทิ้งลงร่องน้ำยาวกว่า 200 เมตร นักท่องเที่ยวสุดเซ็ง-แม่ค้าจี้หน่วยงานใช้งบเช่าที่มาดูแล

    วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีการโพสต์และแชร์ภาพสุดอุจาดตาบริเวณ จุดชมวิวทะเลหมอกเขาค้อ หลังพบกลุ่มคนมักง่ายทิ้งขยะลงในร่องระบายน้ำริมทางยาวเกือบ 200 เมตร ทำลายทัศนียภาพจุดเช็กอินชื่อดัง ด้านนักท่องเที่ยวเผยสุดผิดหวัง ขณะที่กลุ่มแม่ค้าในพื้นที่จี้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ นำเงินค่าเช่ามาบริหารจัดการเก็บขยะและปรับปรุงภูมิทัศน์ด่วน ก่อนนักท่องเที่ยวจะหายหมด

    จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมถนนสาย 2196 แยกรื่นฤดี – เขาค้อ ต.เขาค้อ (บริเวณหน้าสำนักงานสาธารณสุขเขาค้อ) ซึ่งเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สำคัญ พบว่าลานกว้างสำหรับชมวิวดูสะอาดตาและสวยงามตามปกติ แต่เมื่อมองลงไปในร่องระบายน้ำ พบขยะหลากหลายชนิดถูกทิ้งกองพะเนินตลอดแนวระยะทางกว่า 150-200 เมตร นอกจากนี้บริเวณลาดชันด้านล่างยังมีขยะกระจายเกลื่อนพื้นที่

    นักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่เดินทางมาพักผ่อน ให้ข้อมูลว่า ตนเองมาถ่ายรูปที่จุดนี้เป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้เห็นสภาพขยะแล้วรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก โดยขยะพวกนี้น่าจะมาจากนักท่องเที่ยวที่มักง่ายบางส่วน รวมถึงในช่วงกลางคืนที่มักมีวัยรุ่นมาจับกลุ่มดื่มกินแล้วทิ้งไว้ อยากฝากถึงทุกคนว่าถ้ามาดื่มกินก็ควรเก็บกลับไปทิ้งด้วย และอยากให้ผู้ดูแลเข้ามาปลูกต้นไม้ ดอกไม้ให้สมกับเป็นจุดเช็กอิน เพราะตอนนี้ดูแห้งแล้งและโทรมมาก

    ด้านตัวแทนแม่ค้าในพื้นที่ ระบุว่า ร้านค้าทุกร้านมีการจ่ายค่าเช่าพื้นที่ให้กับหน่วยงานรัฐอย่างถูกต้อง จึงต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม จึงเรียกร้องถึงหน่วยงานให้นำเงินค่าเช่ามาปรับปรุงภูมิทัศน์ ปลูกดอกไม้และจัดจุดถ่ายรูปให้ดึงดูด และจัดวางถังขยะให้เพียงพอตามจุดต่างๆ นอกจากนี้ขอให้จัดส่งรถเก็บขยะมาดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ โดยปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวและยอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งมาจากความไม่ประทับใจในสถานที่ที่ขาดการดูแลและเต็มไปด้วยขยะ

    ซึ่งปัญหาขยะที่จุดชมวิวเขาค้อไม่เพียงแต่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่กำลังทำลาย ‘ภาพลักษณ์’ ของเมืองท่องเที่ยวระดับประเทศ หากหน่วยงานที่รับผิดชอบยังนิ่งเฉย ปล่อยให้จุดเช็กอินกลายเป็นจุดทิ้งขยะ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในระยะยาว

    ///////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/936730&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ETJgzUSGX0Vpf8I7uGsS_

  • กาฬสินพร้อมจัดยิ่งใหญ่! งานดอกไม้บานกลางแสงไฟ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

    กาฬสินพร้อมจัดยิ่งใหญ่! งานดอกไม้บานกลางแสงไฟ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

    วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.39 น.

    อลังการครั้งแรก! จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับอำเภอหนองกุงศรี เทศบาลตำบลหนองบัว ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดใหญ่ “งานดอกไม้บาน กลางแสงไฟ”  (Kalasin Flowers in the Light) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการท่องเที่ยวเมืองกาฬสินธุ์สู่ความยั่งยืน ที่สวนสาธารณะเกาะมหาราช ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เที่ยวชมฟรีตลอด 10 วัน 10 คืน ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2569 คาดเงินสะพัดในท้องถิ่นกว่า 30 ล้านบาท

    ที่สวนสาธารณะเกาะมหาราช (บริเวณทางขึ้นสะพานเทพสุดา ข้ามเขื่อนลำปาว) ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ มอบหมายนายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานแถลงข่าวจัดงานดอกไม้บานกลางแสงไฟ (Kalasin Flowers in the Light) โดยมีนายจารุวัตร ภูแก้ว นายอำเภอหนองกุงศรี นายประมวล กระธรรมะ นายกเทศมนตรีตำบลหนองบัว  นายโสภณ ถาวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชอุ่ม 2021 จำกัด ร่วมเวทีเสวนาและแถลงข่าว

    ทั้งนี้ มีนายคมกริช ไตรยศ เกษตร จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ธิติ สมศรี ผกก.สภ.หนองกุงศรี นายสมบูรณ์ นาสาทร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหนองกุงศรี พร้อมด้วยส่วนราชการการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

    นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าการจัดงานดอกไม้บานกลางแสงไฟ  (Kalasin Flowers in the Light) กำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2569  ที่สวนสาธารณะเกาะมหาราช เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด ที่มีการบูรณาการของหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นการสานพลังความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการท่องเที่ยวเมืองกาฬสินธุ์สู่ความยั่งยืน ทั้งในส่วนของการสร้างเกษตรมาตรฐานสูง อาหารปลอดภัย การท่องเที่ยวที่หลากหลาย สู่การเป็นเมืองน่าอยู่ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

    นายผดุงศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับงานกาฬสินธุ์ดอกไม้บานกลางแสงไฟ (Kalasin Flowers in the Light) ถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะพลิกโฉมภูมิทัศน์การท่องเที่ยวของภูมิภาค ซึ่งจะได้สัมผัสกับมหัศจรรย์ดอกไม้และการออกแบบภูมิทัศน์ ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของทุ่งดอกไม้นานาพรรณกว่า 100,000 ต้น ที่ถูกรังสรรค์ผ่านการออกแบบภูมิทัศน์ระดับมืออาชีพ ผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างลงตัว ทั้งระบบไฟ LED แสง สี เสียงเต็มรูปแบบ ที่จะเปลี่ยนพื้นที่เกาะมหาราช ให้กลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในพื้นที่

    “โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม  โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยกว่า 165,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นกว่า 30 ล้านบาท และที่สำคัญคือการสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น กลุ่ม OTOP วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่กว่า 100 ราย ให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าโดยตรง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง สร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว และเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ดำเนินงานภายใต้กรอบการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนผ่านการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เช่น การติดตั้งระบบรดน้ำอัตโนมัติเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและการเลือกใช้ไฟประดับแบบ LED เพื่อลดการใช้พลังงาน ตั้งแต่การวางแผน การจัดการขยะไปจนถึงการบำรุงรักษาสถานที่ต่อเนื่องหลังจบงาน เพื่อเปลี่ยนพื้นที่จัดงานชั่วคราวให้กลายเป็นมรดกสีเขียว และแหล่งท่องเที่ยวถาวรของจังหวัดในระยะยาว” นายผดุงศักดิ์กล่าว

    อย่างไรก็ตาม งานกาฬสินธุ์ดอกไม้บานกลางแสงไฟ (Kalasin Flowers in the Light) ที่จัดขึ้นดังกล่าว อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์อันงดงามของ จ.กาฬสินธุ์ เช่น กิจกรรม Countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 การแสดงวงดนตรีโปงลาง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน และคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง ที่จะมาสร้างความสุขและความบันเทิงเที่ยวชมฟรีตลอด 10 วัน 10 คืน

     โดยคาดหวังว่างานกาฬสินธุ์ดอกไม้บานกลางแสงไฟ (Kalasin Flowers in the Light) มิใช่เพียงเทศกาล แต่เป็นโครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่วางรากฐานอนาคตของจังหวัดอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ดอกไม้นานาพรรณ หลากสีสัน ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน ส่วนใหญ่เป็นประเภทไม้ดอกเมืองหนาว ซึ่งยังจะชูช่อออกดอกให้นักท่องเที่ยว ได้มาชมความสวยงามอลังการไปอีกประมาณ 3 เดือน ก่อนที่จะร่วงโรยไปตามฤดูกาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/459770&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bh7opQVn83WSSdHNdqPKl