Blog

  • สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัล 14,010,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน – ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

    Usxx 23 hours ago Home, ข่าวสาร 29 Views

    รัฐบาลมอบอัดฉีด 487 ล้านบาททัพซีเกมส์ เรือพายรับมากสุด 36.8 ล้าน

    รัฐบาลโอนเงินรางวัลอัดฉีดซีเกมส์ 2025 จำนวน 487 ล้านบาท ถึงมือนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ซึ่งทำผลงาน 12 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง โกยอัดฉีดมากสุด 36,832,500 บาท

    เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และคณะเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน
    โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมถึงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี

    ทั้งนี้ รัฐบาลไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มอบเงินรางวัลสนับสนุนแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 487,365,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลนักกีฬา จำนวน 335,700,000 บาท ,ผู้ฝึกสอน จำนวน 16,185,000 บาท และสมาคมกีฬา 100,710,000 บาท โดยดำเนินการโอนเงินในรูปแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาโดยตรง จากผลงาน 500 เหรียญรางวัล ประกอบไปด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง

    โดยสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัล 14,010,000 บาท
    จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน

    Check Also

    แบบประเมินการเข้าชมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568

    แบบประเมินการเข้าชมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568 ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม ถึงวันที่ 7 กันยายน 2568 ทำแบบประเมิน คลิก —>    …

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://volleyball.or.th/volley/27281&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HNEnWXcRr5auTl5arsabC

  • สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัล 14,010,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน – ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

    Usxx 22 hours ago Home, ข่าวสาร 28 Views

    รัฐบาลมอบอัดฉีด 487 ล้านบาททัพซีเกมส์ เรือพายรับมากสุด 36.8 ล้าน

    รัฐบาลโอนเงินรางวัลอัดฉีดซีเกมส์ 2025 จำนวน 487 ล้านบาท ถึงมือนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ซึ่งทำผลงาน 12 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง โกยอัดฉีดมากสุด 36,832,500 บาท

    เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และคณะเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน
    โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมถึงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี

    ทั้งนี้ รัฐบาลไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มอบเงินรางวัลสนับสนุนแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 487,365,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลนักกีฬา จำนวน 335,700,000 บาท ,ผู้ฝึกสอน จำนวน 16,185,000 บาท และสมาคมกีฬา 100,710,000 บาท โดยดำเนินการโอนเงินในรูปแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาโดยตรง จากผลงาน 500 เหรียญรางวัล ประกอบไปด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง

    โดยสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัล 14,010,000 บาท
    จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน

    Check Also

    แบบประเมินการเข้าชมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568

    แบบประเมินการเข้าชมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568 ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม ถึงวันที่ 7 กันยายน 2568 ทำแบบประเมิน คลิก —>    …

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://volleyball.or.th/volley/27281&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HNEnWXcRr5auTl5arsabC

  • ไทยสร้างไทย-เศรษฐกิจ ประกาศจับมือตั้งรัฐบาลสีขาว “พล.อ.รังษี” ลั่นต้องได้เสียงข้างมาก

    ไทยสร้างไทย-เศรษฐกิจ ประกาศจับมือตั้งรัฐบาลสีขาว “พล.อ.รังษี” ลั่นต้องได้เสียงข้างมาก

    “พล.ท.ภราดร” ยัน ไทยสร้างไทยส่งผู้สมัคร กทม. ครบทั้ง 33 เขต รับจุดยืนคล้ายพรรคเศรษฐกิจ ด้าน “พล.อ.รังษี” พรรคเศรษฐกิจต้องได้เสียงข้างมาก ขออย่าเพิ่งดูถูกว่าเป็นไปไม่ได้ ชี้ไม่มีปัญหาจับกับ ทสท. เป็นรัฐบาลพรรคสีขาว

    วันที่ 27 ธ.ค. 2568 เมื่อเวลา 08.02 น. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเศรษฐกิจ พร้อมคณะ และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวเช้าหัวเขียว

    พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ในส่วนพรรคไทยสร้างไทย ส่งผู้สมัคร สส.กทม. ครบทั้ง 33 เขต และหวังทุกเขต ส่วนจะใช้อะไรมัดใจคนกรุงฯ นั้น ตอนนี้สถานการณ์คือการเผชิญหน้าขาวกับเทา พรรคเราปลายทางมุ่งหมายคือปราบทุจริต การเมืองที่มีวุฒิภาวะ ตรงนี้เป็นจุดขายของเรา ขอให้ประชาชนมาใช้สิทธิเยอะๆ จบที่ฝ่ายขาวจะได้มีไทยสร้างไทยอยู่ตรงนั้น

    เมื่อถามว่าจุดยืนคล้ายกับพรรคเศรษฐกิจ ทุจริตเท่ากับประหาร พรรคเศรษฐกิจจะใช้อะไรมัดใจคนกรุงฯ พล.อ.รังษี กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจคือหนี้ก้อนใหญ่ หนี้ของประชาชน รัฐบาล และภาคธุรกิจ มีกว่า 5 ล้านล้านบาท หรือ 17 เท่าของงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งพรรคเศรษฐกิจ ได้คิดวิธีการแก้ปัญหา ด้วย 2 โครงการใหญ่ คือ สร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง 2 สาย จากเวียงจันทน์ ประเทศลาว มา กทม. และจากเชียงใหม่ไปทะลุเมียวดี ประเทศเมียนมา เพื่อเชื่อมต่อไปภาคใต้ ไปประเทศมาเลเซีย

    และอีกโครงการคือการสร้างโอเชี่ยนลิงก์ ทางเชื่อมทะเลจากมหาสมุทรอินเดีย อันดามัน บริเวณจ.ระนอง และจ.ชุมพร ผ่านอ่าวไทย ไปมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นการร่วมระดมทุนระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน เป็นการลงทุนแบบแบ่งปันผลกำไร ไม่ใช่สัมปทาน โดยจะมีการเซ็น MOU ร่วมกัน พ่วงซื้อสินค้าเกษตร จะทำให้การท่องเที่ยวไทยกลับมา, สินค้าเกษตรฟื้นตัว เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ โดยจะต้องเป็นผู้ส่งออกเอง จะทำให้รายได้ประชาชนและ จีดีพีของประเทศ เพิ่มขึ้น 3 เท่า

    “พรรคเศรษฐกิจต้องได้เสียงข้างมาก ขออย่าเพิ่งดูถูกว่าเป็นไปไม่ได้ อยู่ที่ประชาชน ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ยืนยันว่า กทม. ส่งครบทั้ง 33 เขต” พล.อ.รังษี กล่าว

    เมื่อถามว่า เมื่อฟังอย่างนี้พรรคไทยสร้างไทยน่าร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า น่าร่วม เพราะพรรคเศรษฐกิจเป็นสีขาว ไทยสร้างไทยก็สีขาว สถานการณ์การเมืองตอนนี้ต้องปิดจบที่สีขาว บ้านเมืองจะผ่านไปได้ แต่ต้องปิดจบ 4 ประกาศ สแกมเมอร์ ทุจริต คอร์รัปชัน และความเหลื่อมล้ำ ต้องปิดจบ พรรคไทยสร้างไทยต้องได้ 25 เสียงขึ้นไป ตนเองจึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี

    เมื่อถามว่า พรรคเศรษฐกิจสามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคไทยสร้างไทยได้หรือไม่ พล.อ.รังษี กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา พรรคสีขาวต้องรวมกับพรรคสีขาว” เมื่อถามว่าดูอย่างไรพรรคสีขาว พล.อ.รังษี กล่าวว่า “ก็ไม่มีสแกมเมอร์ ไม่ใช่ว่าจะไม่ร่วมอย่างเดียว ผมจะไล่กระทืบด้วย”

    เมื่อถามว่าวันนี้ถ้าหยุดยิง 72 ชั่วโมง ดีต่อประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.รังษี กล่าวว่า เรายังไว้ใจไม่ได้ เพราะกัมพูชาละเมิดเรามาเกือบ 700 ครั้งแล้ว เราต้องดูต่อ ที่กัมพูชายอมเพราะต้องยอมจำนน ไทยไล่ถล่มจนคลังแสง ซึ่งศึกครั้งนี้กัมพูชาทหารตายเป็นหมื่นคนแล้ว ส่วนฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ก็ใกล้จะสติแตกแล้ว และเกือบจะถูกถีบตกเก้าอี้แล้ว

    ด้าน พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เรื่องหยุดยิงเป็นเรื่องที่ดีต่อประชาชน เพราะเรายึดพื้นที่ได้ครบทุกกระบวนท่าแล้ว เท่ากับเราเป็นต่อ หากพูดไม่รู้เรื่อง เราก็ไม่จำเป็นต้องหยุด เพราะเรามียุทธศาสตร์สงคราม โดยเฉพาะทางการทหารเหนือชั้นกว่า และสถาปนาพื้นที่ความมั่นคงไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่กังวล

    เมื่อถามว่าเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีการยิง BM 21 ไม่หมดสักที พล.อ.รังษี กล่าวว่า เป็นนิสัยของกัมพูชาและเชื่อว่าตอนนี้มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนที่กัมพูชายิงเข้ามาแบบสะเปะสะปะ เพื่อทำให้เกิดความรุนแรง เมื่อขึ้นสู่โต๊ะเจรจาจะได้มีอำนาจต่อรองกับไทย จึงอย่าไปติดกับกัมพูชา เพราะเชื่อว่าตอนนี้เหลืออาวุธไม่ถึง 20%

    ส่วนเรื่องปราบปรามสแกมเมอร์ไทยยังทำน้อยมาก เพราะดูเส้นเงินที่ทางสหรัฐฯ ส่ง เหมือนให้ไทย ประมาณ 2 แสนล้าน อยู่ในตลาดหลักทรัพย์และตลาดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายสิบบริษัท แต่ไทยยึดได้แค่ 10,000 ล้านบาท แต่เหลืออยู่อีกเป็นแสนๆ ล้าน ตนเองจึงกลัวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะใช้เงินสแกมเมอร์มาไล่ซื้อเสียง

    ส่วนกระแสข่าวว่าพวกสแกมเมอร์ไล่ซื้อ สส. และพรรคการเมือง เป็นอย่างไร พล.อ.รังษี กล่าวว่า มีการแจกเงินแล้วจริงทั้งภาคใต้ กทม. และอีสานหัวละ 5 พันบาท และ 2 พันบาท ที่จะจ่ายก่อนการเลือกตั้ง

    พล.ท.ภราดร กล่าวเสริมว่า เป็นสิ่งที่อันตราย อย่าไปคิดว่ายังไงก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลนั้น ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะได้เป็นรัฐบาล เพราะเงินสีเทามันมาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแล้ว จึงขอให้จบที่พรรคสีขาว ให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2904453&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30JpQOsImp793c9qcHLS_R

  • “ภูมิใจไทย” ชูนโยบาย “เศรษฐกิจ” ควบคู่ “ความมั่นคง” | 27 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    “ภูมิใจไทย” ชูนโยบาย “เศรษฐกิจ” ควบคู่ “ความมั่นคง” | 27 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    27 ธ.ค. 2568 09:40 น.

    “ศุภมาส อิศรภักดี” ชู 2 นโยบาย หมัดเด็ดคว้าใจ กทม. (1) นโยบายเศรษฐกิจ อย่าง “คนละครึ่งพลัส” ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ (2) นโยบายความมั่นคง #ภูมิใจไทย #พรรคภูมิใจไทย #ข่าวการเมือง #เลือกตั้ง69 #เลือกอีกสักตั้ง #TRC #ป๊อปปุ ———————————————— 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath-news/greenhead-morning-news/1176378&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LeX8Hoa-QajN5vuIhYHBE

  • SCB EIC มองไทยปี 2026 โตช้าสุดในรอบ 30 ปี ถ้าไม่นับช่วงวิกฤติใหญ่

    SCB EIC มองไทยปี 2026 โตช้าสุดในรอบ 30 ปี ถ้าไม่นับช่วงวิกฤติใหญ่

    นี่ไม่ใช่คำอวยพรปีใหม่ แต่จะชวนมองไทยด้วย ‘ใจจริง’

    ปี 2025 ว่าแย่แล้ว แต่ปี 2026 จะแย่กว่า เพราะในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา SCB EIC มองว่า ปี 2026 จะเติบโตได้แย่ที่สุด (ถ้าแย่กว่านี้ก็คือปีที่เจอวิกฤติใหญ่)

    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2026 จะขยายตัวเพียง 1.5% ลดลงจาก 2% ในปี 2025

    ถามว่าแย่แค่ไหน? SCB EIC บอกว่าตัวเลขนี้ต่ำสุดในรอบ 3 ทศวรรษ (ไม่นับช่วงวิกฤติ)

    เรื่องนี้สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกหลาย ๆ เรื่อง เช่น สงครามการค้าและการแข่งขันจากต่างประเทศรุนแรงขึ้น ทั้งสินค้านำเข้าและการท่องเที่ยว ตลอดจนความเปราะบางภายในประเทศ ทั้งครัวเรือน ธุรกิจ และข้อจำกัดทางการคลัง ท่ามกลางปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมา

    [ ปีหน้าแย่เพราะคนไทยไร้แรงจับจ่าย ]

    SCB EIC วิเคราะห์ว่า การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่องในปี 2026 เพราะรายได้ฟื้นตัวช้า จากตลาดแรงงานที่เปราะบางมากขึ้น เห็นได้จากการจ้างงานและชั่วโมงทำงานที่ลดลง

    ข้อมูลจาก SCB EIC Consumer survey ปี 2025 ชี้ว่า ผู้บริโภคยังเผชิญปัญหารายได้โตช้ากว่ารายจ่าย โดยเฉพาะในกลุ่มรายได้น้อย ขณะที่ภาระหนี้ยังอยู่ในระดับสูงและความเสี่ยงการชำระหนี้เริ่มกระจายไปสู่กลุ่มรายได้สูงมากขึ้น

    [ การเมืองไทยไม่แน่นอน กระทบการเบิกจ่ายงบลงทุน ]

    ความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังการยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค. ส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการคลัง โดยคาดว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนในปีงบประมาณ 2569 จะทำได้น้อยกว่าปกติ

    ขณะที่การจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 มีแนวโน้มล่าช้าบ้าง ซึ่งจะทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนช่วงต้นปีงบประมาณ 2570 ต่ำกว่าปกติ แม้ผลกระทบอาจไม่รุนแรงมาก แต่ความไม่แน่นอนยังสูง

    นอกจากนี้ การใช้จ่ายภาครัฐในระยะกลางจะเผชิญข้อจำกัดการคลังมากขึ้น จากความพยายามปฏิรูปการคลังเพื่อลดขนาดการขาดดุลงบประมาณและควบคุมสัดส่วนหนี้สาธารณะ

    [ ดอกเบี้ยลดแล้ว แต่คนปล่อยสินเชื่อยังระวังตัว ]

    ในปี 2025 แม้ กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง แต่ภาวะการเงินตึงตัวขึ้นมากจากสินเชื่อภาคครัวเรือนและ SME ที่หดตัว และค่าเงินบาทที่แข็งตัวมาก ในปี 2026 SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ 1.0%

    เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำผ่านการลดต้นทุนทางการเงินและลดแรงกดดันการแข็งค่าของเงินบาท

    อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยนโยบาย อาจไม่ช่วยให้สินเชื่อครัวเรือนและ SME ปรับตัวดีขึ้นมากนัก เนื่องจากฐานะการเงินครัวเรือนและ SME ยังคงเปราะบางท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น ทำให้สถาบันการเงินจะยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่ออยู่

    ที่มา: SCB EIC

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/thai-grow-slowest-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17HI2813pviLWUQzGfBsc8

  • สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัล 14,010,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน – ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

    Usxx 21 hours ago Home, ข่าวสาร 28 Views

    รัฐบาลมอบอัดฉีด 487 ล้านบาททัพซีเกมส์ เรือพายรับมากสุด 36.8 ล้าน

    รัฐบาลโอนเงินรางวัลอัดฉีดซีเกมส์ 2025 จำนวน 487 ล้านบาท ถึงมือนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ซึ่งทำผลงาน 12 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง โกยอัดฉีดมากสุด 36,832,500 บาท

    เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และคณะเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน
    โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมถึงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี

    ทั้งนี้ รัฐบาลไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มอบเงินรางวัลสนับสนุนแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 487,365,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลนักกีฬา จำนวน 335,700,000 บาท ,ผู้ฝึกสอน จำนวน 16,185,000 บาท และสมาคมกีฬา 100,710,000 บาท โดยดำเนินการโอนเงินในรูปแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาโดยตรง จากผลงาน 500 เหรียญรางวัล ประกอบไปด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง

    โดยสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัล 14,010,000 บาท
    จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน

    Check Also

    แบบประเมินการเข้าชมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568

    แบบประเมินการเข้าชมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568 ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม ถึงวันที่ 7 กันยายน 2568 ทำแบบประเมิน คลิก —>    …

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://volleyball.or.th/volley/27281&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HNEnWXcRr5auTl5arsabC

  • สจด. กราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. กราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/119065/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Fg8MNntAmkr4b6Mf_AwO3

  • ด่วนที่สุด! การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี พ.ศ.2569

    สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหนังสือ ที่ ศธ 04009/ว 51307 เรื่อง การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี พ.ศ. 2569

    โดยเนื้อหาเป็นการประกาศรายละเอียดหลักเกณฑ์และปฏิทินการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัด สพฐ. (การย้ายกรณีปกติ) ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

    โดยกำหนดปฏิทินการย้าย 2 รอบ ประจำปี 2569 การดำเนินการย้ายในปีนี้แบ่งออกเป็น 2 รอบหลัก คือ

    รอบที่ 1

    ◦ เขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) หรือสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ประชาสัมพันธ์ตำแหน่งว่างก่อนวันที่ 12 มกราคม 2569
    ◦ ยื่นคำร้องขอย้ายได้ระหว่างวันที่ 12 – 30 มกราคม 2569 (รวม 15 วันทำการ)
    ◦ การออกคำสั่งย้ายให้มีผลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569

    รอบที่ 2

    ◦ ประชาสัมพันธ์ตำแหน่งว่างก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
    ◦ ยื่นคำร้องขอย้ายได้ระหว่างวันที่ 1 – 21 กรกฎาคม 2569 (รวม 15 วันทำการ)
    ◦ การออกคำสั่งย้ายให้มีผลในวันที่ 15 ตุลาคม 2569

    ส่วนเกณฑ์ประเมินจะมี 100 คะแนนเต็ม ในการพิจารณาการย้าย สพฐ. ได้กำหนดองค์ประกอบการประเมินโดยแบ่งสัดส่วนคะแนนรวม 100 คะแนน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ขอขย้าย ดังนี้

    1. เหตุผลในการขอย้าย (25 คะแนน)
    2. สภาพความยากลำบากในการปฏิบัติงานในสถานศึกษาปัจจุบัน (20 คะแนน)
    3. ระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษาปัจจุบัน (10 คะแนน)
    4. ภาระงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (20 คะแนน)
    5. การรักษาวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ (10 คะแนน)
    6. อายุราชการ (10 คะแนน)
    7. ผลการปฏิบัติงานที่เกิดกับผู้เรียนและสถานศึกษาปัจจุบัน (10 คะแนน)

    ทั้งนี้ ในส่วนของการรักษาวินัย หากผู้ขอขย้ายไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยย้อนหลัง 3 ปี จะได้รับคะแนนเต็ม 10 คะแนน แต่หากเคยถูกลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือน คะแนนจะลดหลั่นลงไปตามลำดับ

    ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร

    ที่มา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93139&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2F-2Kqs9ShUDHyTZwEbdqu

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67803/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0j7xbzItPNyIzpHYv_85o0

  • ส่องนโยบายมั่นคง 5 พรรค “สร้างรั้ว-รับทหารอาสา-ยกเลิกเกณฑ์ทหาร”

    ส่องนโยบายมั่นคง 5 พรรค “สร้างรั้ว-รับทหารอาสา-ยกเลิกเกณฑ์ทหาร”

    เปิดตัว ติดป้ายผู้สมัคร สส.เขตกันแล้ว ทั้งในเมืองหลวง และต่างจังหวัด รอเพียงแค่เบอร์พรรคและเบอร์ผู้สมัคร สส.ที่จะตามหลัง นับจากการเปิดรับสมัคร สส.เขต และ สส.ระบบบัญชีรายชื่อในอีก 2 วันนี้ ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งปี 2569 ทุกพรรคการเมืองมีเวลาในการหาเสียงสั้นและกระชั้นชิดมากก็จริง หลายพื้นที่ หลายเขต มีหน้าใหม่ และ “บ้านใหญ่” ลงชนกัน กลายเป็นศึกช้างชนช้าง

    นอกจากตัวผู้ลงสมัคร สส. โดยเฉพาะ สส.เขต ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง ทุก “สมรภูมิรบ” ดุเดือดไม่แพ้สงครามชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ “นักรบไทย” ต้องฝ่ากระสุนและจรวด BM-21 ชิงพื้นที่อธิปไตยกลับคืนมาให้ได้ ครานี้พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เคยนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจ ได้มีการนำเสนอนโบบายด้านความมั่น และการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ คอลเซนเตอร์ ทุนเทา เป็นครั้งแรก

    “ภท.” เสนอ “สร้างรั้วกั้นชายแดนไทย-เขมร เปิดรับทหารอาสา 1 แสนคน”

    ค่ายน้ำเงิน-ภูมิใจไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศสโลแกน “พูดแล้วทำพลัส” เสนอแคนดิเดตนายกฯ 2 รายชื่อ คือ “อนุทิน” และ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รมว.ต่างประเทศ นำเสนอนโยบายด้านความมั่นคง คือ  “สร้างกำแพง” เพื่อปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่เพียงเฉพาะภัยทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ และสังคม ทั้งการลักลอบนำของเถื่อนเข้าประเทศ สินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทะลักเข้ามากดราคาพืชผลทางการเกษตรไทย แรงงานผิดกฎหมาย ยาเสพติด เครือข่ายสแกมเมอร์ การพนัน กาสิโน และทุนสีเทา

    ภูมิใจไทย ประกาศว่า ประเทศไทยไม่เอาสิ่งเหล่านี้ และจำเป็นต้องมีกำแพงที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องอธิปไตย เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน  นอกจากนี้ ยังนำเสนอ นโยบายเปิดรับสมัคร ทหารอาสา 100,000 คน  รับราชการเป็นพลทหาร 4 ปี มีรายได้เดือนละ 12,000 บาท UP-SKILL / RE-SKILL และมีโอกาสสอบเป็นนายสิบ นายทหาร”

    ค่ายส้ม ปชน. “ยกเลิก” เกณฑ์ทหาร รับสมัคร “ทหารอาสา”

    ค่ายส้ม “พรรคประชาชน” เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ มาพร้อมสโลแกน “สร้างประเทศไทยที่ไม่มีสีเทา – เท่ากัน – ทันโลก”  แคนดิเดตนายกฯ 3 คน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นเบอร์ 1, ตามมาด้วย “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคฯ , และ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” รองหัวหน้าพรรคฯ

    นโยบายด้านความมั่นคง “ค่ายส้ม” ยังเน้นเรื่องเดิม คือ  “ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร” สู่ทหารมืออาชีพ เงินดี สวัสดิการครบ ระบบเข้มแข็ง ป้องกันประเทศมีประสิทธิภาพ ระบุว่า จะใช้ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) พ.ศ.2565 ในการรับสมัคร “ทหารอาสา” มาแทนที่การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ หรือการบังคับเกณฑ์ทหาร พร้อมกับปรับปรุงระเบียบเพื่อให้พลทหารที่ผ่านการฝึก และปรับตัวกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้แล้ว สามารถปฏิบัติงานแบบ “เช้าไป-เย็นกลับ” หรือมีวันหยุดที่มีความถี่มากขึ้นได้

    เพื่อให้พลทหารมีรูปแบบการใช้ชีวิต ที่ไม่แตกต่างจากอาชีพลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างเหมาบริการของหน่วยงานราชการอื่น ซึ่งจะทำให้พลทหารมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับสามารถสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิตและการดูแลครอบครัวได้

    “รทสช.”ออกรบรับ 2 แสนบาท ทำกำแพงกั้น ป้องกัมพูชาล้ำอธิปไตย

    ม้านอกสายตา สำหรับศึกเลือกตั้งครั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นำเสนอนโยบายภายใต้สโลแกน “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” โดย “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรคฯเป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 ตามด้วย อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคฯ และ นราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคฯ

    มีการนำเสนอหลายนโยบายทั้งเศรษฐกิจและพลังงาน แต่ที่เด่นสุด และไม่เคยมีมาก่อน คือ กาวประกาศจุดยืนเด็ดขาด วางนโยบายความมั่นคง ยกระดับสวัสดิการทหาร เสริมศักยภาพประเทศ  เช่น ออกรบ รับ 200,000 บาท เกณฑ์ทหาร สมัครใจ รับ 30,000บาท, ทหารเกณฑ์ รับ ‘เงินเดือน + เงินเพิ่ม’ ช่วยค่าครองชีพ รวม 15,000 บาท, สร้างอาวุธพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ’ เร่งด่วน ดูแลครอบครัว ทหารผู้สูญเสียจากการป้องกันประเทศ ลูกไม่ต้องออกจากบ้านพัก รับราชการทหารต่อ สร้างรั้ว ไทย-กัมพูชา กั้นเขตแดนไทยไม่ให้ใครมารุกล้ำอธิปไตย

    ปชป.หยุดคอรัปชัน “เปิดฟ้าใหม่ ไล่เมฆเทา” ต้านสแกมเมอร์

    ค่ายฟ้า “พรรคประชาธิปัตย์” ภายใต้แคมเปญ “เปิดฟ้าใหม่ ไล่เมฆเทา” มีการเปิดเผยชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคแล้ว 3 คน คือ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, “กรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้าพรรคฯ และ “ดร.การดี เลียวไพโรจน์” รองหัวหน้าพรรคฯ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง

    โดยมีการนำเสนอ 3 นโยบาย ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที คือ ด้านเศรษฐกิจและการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน, ด้านความมั่นคงและการต่อต้านมิจฉาชีพ (Scammer) อันมีรากฐานมาจากปัญหาคอร์รัปชัน และการขับเคลื่อนบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลก (International Stage of Thailand)

    “ค่ายแดง” พท.เสนอหยุด “ภัยไซเบอร์-ค้ามนุษย์-สแกมเมอร์”

    ส่วนค่ายแดง “เพื่อไทย” ภายใต้สโลแกน “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” มีแคนดิเดต 3 คน ประกอบด้วย  “จุลพันธุ์  อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ผอ.การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย และ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” อดีตรองคณบดีฝ่ายวิจัย และวิเทศสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

    “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” นโยบายส่วนใหญ่ เน้นด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก เช่น สร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจ รับผิดชอบทางการคลัง ลดการขาดดุลงบประมาณ ยกระดับ credit rating ประเทศผ่านการคลังที่มั่นคง  ให้ประชาชนเป็นผู้ถือเงินหรือคูปองในการเลือกใช้บริการภาครัฐ, หนี้ดีต้องได้รางวัล หนี้เสียรัฐต้องช่วยเหลือ-ปลดหนี้ประชาชนทั้งระบบ ครบทุกกลุ่ม เน้นไปที่หนี้เสียเรื้อรัง ให้กลับมายืนได้อีกครั้ง, ปลดล็อกกฎหมายและระบบภาษี เพื่อดึงดูดเงินจากต่างชาติที่ถูกกฎหมาย มาหมุนเศรษฐกิจไทย

    มีนโยบายด้านการเกษตร เอาใจเกษตรกร ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เกษตรกรต้องไม่แบกรับความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร โครงการไฟฟ้าเพื่อคนไทย ค่าไฟไม่เกิน 3.70 บาท/หน่วย  รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย

    ส่วนนโยบายด้านความมั่นคง คือ แก้ปัญหาภัยไซเบอร์ ค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ ปัญหาทุนเทา ยกระดับความปลอดภัยธุรกรรมออนไลน์ โดยธนาคาร-เครือข่ายโทรศัพท์ร่วมรับผิดชอบ ตั้งกองทุนคืนเงินผู้ถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพขึ้นบัญชีดำอาชญากรข้ามชาติ ร่วมมือนานาชาติ ให้ไทยมีบทบาทนำ

    ด้านพรรคเล็ก “เศรษฐกิจ” ภายใต้การนำของ พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เจ้าของแคมเปญ “คนไทยต้องมาก่อน”  สำหรับ “พล.อ.รังษี” ไม่เคยหลุดจากผลการสุ่มสำรวจของนิด้าที่คนไทยอยากเลือก และสนับสนุนให้เป็นนายกฯ สนามกทม.ครั้งนี้ ส่งผู้สมัครครบ 33 เขตเลือกตั้ง ส่องดูแล้ว ผู้สมัครมีทั้ง อดีตนายทหาร ตำรวจและพลเรือน มี “คริส โปตระนันท์” เป็นประธานพรรค

    นโยบายด้านความมั่นคง ในเพจพรรคฯยังไม่มีการนำเสนออย่างเป็นทางการ ปรากฏเพียงการเดินสายออกสื่อ เรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และมีเพียงข้อเสนอให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปตำรวจเท่านั้น การแก้ปัญหาชายแดนไทย-เขมร ยังไม่มีเป็นรูปธรรม

    ต้องจับตาดูว่านโยบายด้านความมั่นคงและการแก้ปัญหาภัยอาชญากรรมออนไลน์ของ 5 พรรคการเมืองจะทำได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงราคาคุยเพื่อใช้หาเสียงท่ามกลางสมรภูมิรบไทย-เขมร

    ทบ.เปิดข้อมูลพบ PMN-2 อีก 4 ทุ่น ใกล้จุดทหารไทยเหยียบกับระเบิด

    “ตุรกี” ทลายแผนก่อการร้าย จับผู้ต้องสงสัยโยงไอเอส 115 คน

    ทหารไทยยึดคืน 3 พื้นที่ บ้านคลองแผง–หนองจาน–หนองหญ้าแก้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/500516&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3n3_linNo3nGjJQcI_2oaR