Blog

  • อดีตผู้ว่าททท. ถอดรหัสท่องเที่ยวปี 68-69 ไทยยังติดหล่มนักท่องเที่ยวจีนชลอตัว

    อดีตผู้ว่าททท. ถอดรหัสท่องเที่ยวปี 68-69 ไทยยังติดหล่มนักท่องเที่ยวจีนชลอตัว

    นายยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปี 2568 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ตามข้อมูลล่าสุดจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การเดินทางระหว่างประเทศมายังไทยยังคงคึกคัก แม้ต้องเผชิญกับแรงกระแทกจากภายนอก 

    โดยมีการเปลี่ยนแปลงของตลาดแหล่งผู้มาเยือน พฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่พัฒนา และสภาพเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่สร้างแนวโน้มและทิศทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมนี้

    ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 12 ธันวาคม 2568  ประเทศไทยรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30,768,775 คน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเฉลี่ยต่อวันเกินกว่า 100,000 คน ทั้งนี้ ตลาดหลัก 5 อันดับแรกในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้

    สำหรับตลาดระยะใกล้ 5 อันดับแรก ได้แก่มาเลเซีย จีน อินเดีย เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ในขณะที่ตลาดระยะไกล 5 อันดับแรก ได้แก่ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ตามลำดับ

    เมื่อเปรียบเทียบตลาดระยะใกล้กับระยะไกล จากการวิเคราะห์และส่วนแบ่งรายได้ จะพบว่านักท่องเที่ยว “ตลาดระยะใกล้” ส่วนใหญ่เป็นประเทศอาเซียนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือยังคงครองสัดส่วนการท่องเที่ยวขาเข้าของไทย โดยคิดเป็น 67% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด และ 55% ของรายได้จากการท่องเที่ยว

    ยุทธศักดิ์ สุภสร

    ขณะที่ “ตลาดระยะไกล” เช่น ยุโรปและอเมริกา มีสัดส่วน 33% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด แต่สร้างรายได้ถึง 45% สะท้อนถึงการใช้จ่ายต่อคนที่สูงกว่า

    ขณะเดียวกันในปีนี้การท่องเที่ยวไทย ยังต้องเผชิญกับผลกระทบหลักในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา” ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ มีการยกเลิกการจองมากกว่า 8,000 รายการในช่วงแรกของเหตุการณ์ การปิดด่านและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ กอปรกับความกังวลด้านความปลอดภัย 

    ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างรวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ ผลกระทบทางเศรษฐกิจคาดว่ามีความเสียหายหลายพันล้านบาทต่อเดือน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจรถเช่า บริษัททัวร์ โรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว และอุบลราชธานี

    ผลกระทบจาก “น้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่” ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวภาคใต้และโรงแรมภาคใต้ต้องเผชิญกับอุปสรรคเพิ่มเติมจากเหตุน้ำท่วมรุนแรงในอำเภอหาดใหญ่ ทำให้นักท่องเที่ยวไทยและมาเลเซีย จำนวนมากยกเลิกการจองและการเดินทาง

    ส่งผลกระทบหนักต่อธุรกิจโรงแรม คาดว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ในภาคใต้จะสูงถึงหลักหมื่นล้านบาท และอาจส่งผลต่อเนื่องไปจนสิ้นปี

    รวมไปถึง “การเปลี่ยนแปลงของตลาด” โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซียแซงจีน และการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและการใช้จ่าย

    หนึ่งในแนวโน้มเด่นปี 2568 คือ การเปลี่ยนแปลงของตลาดแหล่งผู้มาเยือน โดยมาเลเซียอาจแซงจีนขึ้นเป็นอันดับ 1 เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี (ไม่นับช่วงวิกฤตโควิด-19) ข้อมูลจาก ททท. ประเมินว่ามาเลเซียจะมีนักท่องเที่ยว มากกว่า 4.4 ล้านคนในปี 2568 ขณะที่นักท่องเที่ยวจีน มีจำนวนน้อยกว่า

    ปัจจัยของการเปลี่ยนแปลงนี้มีหลายด้าน โดยการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวอย่างมาก จากที่เคยคิดเป็น 28% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปี 2562 (11.1 ล้านคน) ปัจจุบันเหลือเพียง 14% และคาดว่าจะมีผู้มาเยือนตํ่ากว่า 5 ล้านคนในปี 2568

    ททท. คาดการณ์ว่าจีนจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวมาเลเซียยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 อันดับแรกที่เดินทางมาเที่ยวไทยในปัจจุบัน คิดเป็น 60% ของจำนวนนักท่องเที่ยวและ 58% ของรายได้จากการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปอยู่ที่ประมาณ 44,000 บาท

    หากวิเคราะห์ลึกด้านการใช้จ่าย จะพบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจีนแม้จำนวนลดลง แต่ยังคงใช้จ่ายสูงสุด เฉลี่ย 55,000 บาทต่อทริป เมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ใช้จ่ายเฉลี่ย 22,000 บาทต่อทริป ระยะเวลาพักก็แตกต่างกัน โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซียพักเฉลี่ย 4.17 วัน ใช้จ่าย 21,450 บาทต่อคนต่อทริป

    นักท่องเที่ยวจีนพักเฉลี่ย 7.35 วัน ใช้จ่าย 42,428 บาทต่อทริป และเดินทางกระจายทั่วประเทศมากกว่า ขณะที่นักท่องเที่ยวมาเลเซียมักกระจุกตัวที่ภาคใต้ เช่น หาดใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากนํ้าท่วมล่าสุด

    การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบตลาดนี้สร้างความท้าทายในการบรรลุเป้าหมายรายได้ โดยการสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน 1 คน ต้องใช้จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเพิ่มขึ้น 2 เท่าเพื่อชดเชยรายได้เดิม อีกทั้งการกระจาย ตัวของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่จำกัด ยังกระทบต่อการกระจายรายได้ทั่วประเทศเมื่อเทียบกับกลุ่มจีน

    อย่างไรก็ตามททท. คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 33 ล้านคน ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ 37 ล้านคน สาเหตุหลักจากตลาดระยะใกล้โดยเฉพาะจีนลดลง รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง 5% จากประมาณการเดิม

    ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศคาดว่าจะเติบโต โดยมี 204.57 ล้านคน/ครั้ง (เพิ่มขึ้น 2%) และรายได้ประมาณ 1.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปี 2567

    สำหรับปี 2569 ททท. ตั้งเป้าหมายสูงขึ้นที่ 34.9 ล้านผู้มาเยือน (เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2568) และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.63 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้น 8%) โดยตลาดระยะใกล้ยังคงเป็นแหล่งหลัก คิดเป็น 67% ของผู้มาเยือนและ 55% ของรายได้ ขณะที่ตลาดระยะไกลจะมีสัดส่วน 33% และสร้างรายได้ 45% ของรายได้รวม

    ดังนั้นภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2568–2569 เผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของตลาด ผลกระทบต่อเนื่องจากความขัดแย้งชายแดนและภัยธรรมชาติ รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดหลักอย่างจีนที่ยังไม่เต็มที่

    อย่างไรก็ดี การเติบโตของตลาดทางเลือก โดยเฉพาะมาเลเซียและอินเดีย รวมถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของตลาดระยะไกลในการสร้างรายได้ ถือเป็นโอกาสใหม่ การปรับตัวให้ทันสถานการณ์ ต้องอาศัยกลยุทธ์การตลาดที่เจาะจง การกระจายความเสี่ยงด้านตลาด และการเสริมสร้างความปลอดภัยและความยืดหยุ่น แม้จะยังมีความไม่แน่นอน

    แต่ข้อมูลบ่งชี้ว่าหากประเทศไทยตอบสนองอย่างมียุทธศาสตร์และปรับตัวได้ทันเวลา จะยังคงรักษาตำแหน่งแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโลก สร้างคุณค่าเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศได้ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/648051&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CxhOspIqLi2INt_g6plF5

  • ผู้ว่าฯ น่าน นำทีมต้อนรับผู้โดยสารเที่ยวบินแรกปีใหม่ 2569

    ผู้ว่าฯ น่าน นำทีมต้อนรับผู้โดยสารเที่ยวบินแรกปีใหม่ 2569

    วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ท่าอากาศยานน่านนคร จังหวัดน่าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน สายการบินแอร์เอเชีย สายการบินนกแอร์ ท่าอากาศยานน่านนคร และหน่วยงานภาคีด้านการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดน่านด้วยเที่ยวบินแรกของศักราชใหม่ ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจ และส่งเสริมภาพลักษณ์จังหวัดน่านในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ

    นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมคณะ ได้ร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึก “ชุดต้อนรับปีใหม่เมืองน่าน” แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึง โดยเที่ยวบินพาณิชย์เที่ยวแรกของปี ประกอบด้วย สายการบินนกแอร์ จำนวน 143 คน และสายการบินแอร์เอเชีย จำนวน 158 คน รวมผู้โดยสารในช่วงเช้าทั้งสิ้น 301 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

    ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีความยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านในวันแรกของปีใหม่ น่านเป็นเมืองที่มีวิถีชีวิตและประเพณีอันงดงาม มีเมืองเก่าที่คงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างสมบูรณ์ ผสานกับเสน่ห์ของธรรมชาติ ทั้งภูเขา ป่าไม้ น้ำตก และอากาศที่เย็นสบาย เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนจังหวัดน่านตลอดทั้งปี

    ด้านภาคการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่จำนวนมาก ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จังหวัดน่านได้เน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยในการเดินทาง และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในทุกพื้นที่ เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3858448/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Gm-zi2ivYUwkZWnlohgaE

  • โอกาสที่คนใต้เฝ้ารอ!

    โอกาสที่คนใต้เฝ้ารอ!

    โอกาสที่คนใต้เฝ้ารอ! ‘ดร.สามารถ’หนุนสร้างทางเชื่อมสมุย ยกระดับท่องเที่ยวสู่เมืองเศรษฐกิจ

    วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.11 น.

    2 มกราคม 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายโยธาและจราจร โพสต์เฟซบุ๊กกรณีการ โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุยระบุว่า

    “สะพานสมุย” ไม่ใช่แค่สะพาน แต่คือ “โอกาส” ที่คนใต้เฝ้ารอ

    กว่า 8 ปีแล้วที่ผมได้เสนอแนวคิด “สะพานเชื่อมเกาะสมุย” ผ่านเฟซบุ๊กในเดือนพฤษภาคม 2560 วันนั้นหลายคนมองว่าเป็นแค่ความฝัน วันนี้… ความฝันนั้นกำลังขยับเข้าใกล้ความจริง

    การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำลังเดินหน้าศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี สู่หาดตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย ระยะทางรวมสะพานและถนนเชื่อมต่อ 37.41 กิโลเมตร ใช้โครงสร้างสะพานขึง งบลงทุนประมาณ 55,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี คาดเริ่มก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้งานได้ปี 2577
    ผลลัพธ์ที่ได้… ไม่ธรรมดา การข้ามทะเลจากที่ต้องรอเรือ-นั่งเรือกว่า 2 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 20 นาทีเท่านั้นนี่ไม่ใช่แค่เรื่อง “ความสะดวก” แต่มันคือการเปลี่ยน “ภูมิศาสตร์เศรษฐกิจของภาคใต้”

    ลองนึกภาพดูนะครับ เมื่อ สมุย-สุราษฎร์-ภูเก็ต ถูกเชื่อมต่อด้วยโครงข่ายสะพานและมอเตอร์เวย์ การเดินทางจากสมุยไปภูเก็ตจากเดิม 6 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยใช้สะพานสมุยและมอเตอร์เวย์สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต ระยะทาง 236 กิโลเมตร ซึ่งผมอยากให้เร่งก่อสร้างควบคู่กันไป

    แล้วประโยชน์คืออะไร?

    1. ยกระดับการท่องเที่ยวทั้งระบบ
    นักท่องเที่ยวไม่ต้องจำกัดตัวเองอยู่แค่เกาะเดียว เขาสามารถขับรถเที่ยวได้หลายแห่ง จะทำให้ สมุย-พะงัน-ภูเก็ต-อันดามัน กลายเป็น “คลัสเตอร์ท่องเที่ยวระดับโลก” นักท่องเที่ยวจะพักยาว ใช้จ่ายมากขึ้น ช่วยกระจายรายได้จริง ไม่กระจุกตัวอยู่แค่โรงแรมใหญ่ อีกทั้ง ร้านอาหาร ชุมชน เมืองรองจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

    2. ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มโอกาสธุรกิจ
    วันนี้การขนส่งต้องพึ่งเรือ มีต้นทุน เวลา และความเสี่ยงจากคลื่นลม ทำให้สินค้าเกษตร อาหารทะเลเสียหายง่าย วันหน้าเมื่อมีสะพาน ต้นทุนการขนส่งจะลดลง เวลาส่งสินค้าแน่นอนขึ้น ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้ จะทำให้เกิดคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า สมุยจะไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่จะเป็น “เมืองเศรษฐกิจ”อีกด้วย

    3. ยกระดับคุณภาพชีวิตคนใต้ผู้ป่วยฉุกเฉินจะไม่ต้องรอเรือ สามารถส่งต่อโรงพยาบาลได้ทันเวลา ลดความเสี่ยงต่อชีวิต นักเรียน นักศึกษา และคนทำงานสามารถเดินทางไปเรียน/ทำงานบนฝั่งได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องย้ายที่อยู่

    โดยสรุป สะพานสมุยไม่ใช่แค่สะพานรองรับการสัญจรเท่านั้น แต่คือ สะพานแห่งโอกาส… โอกาสทองของคนใต้ โอกาสของเศรษฐกิจ และโอกาสของประเทศไทยในระยะยาว

    เมื่อผลลัพธ์คือประโยชน์มหาศาลเช่นนี้ ผมขอพูดตรงๆ ว่า… ถึงเวลาเร่งลงมือก่อสร้าง “สะพานเชื่อมเกาะสมุย” ได้แล้ว ขอยกธงเชียร์ กทพ.อย่างเต็มที่ครับ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    พบรอยร้าวตรงคอสะพานมหาโพธิ์ ชาวบ้านหวั่นเกิดอันตราย

    แบบนี้ปกติหรืออันตราย? สาวโพสต์ภาพสะพานรอยต่อแยกจากกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/938350&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3q4NVOsCBpgDY5KPTsImG2

  • สุดคึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน ‘อะเมซิ่ง ลพบุรี’ ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อ.เมือง จ.ลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานเปิดงานอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และ กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 68 ถึง 1 ม.ค. 69ซึ่งทางจ.ลพบุรี ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับจ.ลพบุรี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ 2569 ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจำนวนมาก

    ทั้งนี้ จ.ลพบุรีได้ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวด้วยการผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปีและยังเป็นการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งยังยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรีเมือง ดูศิลป์” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญในการเคาท์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2569 ผ่านนิทรรศการศิลปะ การแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน การแสดงมหกรรมบอลลูนจัดแสดงบอลลูนลมร้อนแฟนซีหลากสีสันและรูปทรงแปลกตา การแสดงพลุเทิดพระเกียรติ 3 ชุดการแสดง 1,159 นัด ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ประกอบด้วย ชุดการแสดงแสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน ชุดการแสดงแสงแห่งความจงรักภักดี สถิตกลางใจนิจนิรันดร์ และชุดการแสดงน้อมใจภัคเทิดไท้องค์ราชา ชาวประชาร่วมใจ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ มากมาย อาทิ การแสดงซุ่มเฉลิมพระเกียรติ การสาธิตการทำหัวโขน ศิลปะการทอผ้าหมัดหมี่ การทำดินสอง การแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม การจัดแสดงซุ้มและอุโมงค์ไฟ การจำหน่ายสินค้าของดีของเด่นซึ่งเป็น อัตลักษณ์ ของจังหวัดลพบุรี การนั่งรถรางชมโบราสถานเมืองเก่าลพบุรี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว มีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอด 3 วัน  3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

    โดยการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของจ.ลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิง เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทรัพยากร นโยบาย และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและผลักดันลพบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5462570/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XBRkqsvGzl3aH8ndjnZly

  • สุดคึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน ‘อะเมซิ่ง ลพบุรี’ ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อ.เมือง จ.ลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานเปิดงานอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และ กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 68 ถึง 1 ม.ค. 69ซึ่งทางจ.ลพบุรี ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับจ.ลพบุรี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ 2569 ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจำนวนมาก

    ทั้งนี้ จ.ลพบุรีได้ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวด้วยการผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปีและยังเป็นการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งยังยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรีเมือง ดูศิลป์” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญในการเคาท์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2569 ผ่านนิทรรศการศิลปะ การแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน การแสดงมหกรรมบอลลูนจัดแสดงบอลลูนลมร้อนแฟนซีหลากสีสันและรูปทรงแปลกตา การแสดงพลุเทิดพระเกียรติ 3 ชุดการแสดง 1,159 นัด ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ประกอบด้วย ชุดการแสดงแสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน ชุดการแสดงแสงแห่งความจงรักภักดี สถิตกลางใจนิจนิรันดร์ และชุดการแสดงน้อมใจภัคเทิดไท้องค์ราชา ชาวประชาร่วมใจ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ มากมาย อาทิ การแสดงซุ่มเฉลิมพระเกียรติ การสาธิตการทำหัวโขน ศิลปะการทอผ้าหมัดหมี่ การทำดินสอง การแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม การจัดแสดงซุ้มและอุโมงค์ไฟ การจำหน่ายสินค้าของดีของเด่นซึ่งเป็น อัตลักษณ์ ของจังหวัดลพบุรี การนั่งรถรางชมโบราสถานเมืองเก่าลพบุรี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว มีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอด 3 วัน  3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

    โดยการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของจ.ลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิง เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทรัพยากร นโยบาย และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและผลักดันลพบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5462570/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XBRkqsvGzl3aH8ndjnZly

  • สุดคึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน ‘อะเมซิ่ง ลพบุรี’ ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อ.เมือง จ.ลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานเปิดงานอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และ กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 68 ถึง 1 ม.ค. 69ซึ่งทางจ.ลพบุรี ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับจ.ลพบุรี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ 2569 ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจำนวนมาก

    ทั้งนี้ จ.ลพบุรีได้ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวด้วยการผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปีและยังเป็นการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งยังยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรีเมือง ดูศิลป์” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญในการเคาท์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2569 ผ่านนิทรรศการศิลปะ การแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน การแสดงมหกรรมบอลลูนจัดแสดงบอลลูนลมร้อนแฟนซีหลากสีสันและรูปทรงแปลกตา การแสดงพลุเทิดพระเกียรติ 3 ชุดการแสดง 1,159 นัด ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ประกอบด้วย ชุดการแสดงแสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน ชุดการแสดงแสงแห่งความจงรักภักดี สถิตกลางใจนิจนิรันดร์ และชุดการแสดงน้อมใจภัคเทิดไท้องค์ราชา ชาวประชาร่วมใจ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ มากมาย อาทิ การแสดงซุ่มเฉลิมพระเกียรติ การสาธิตการทำหัวโขน ศิลปะการทอผ้าหมัดหมี่ การทำดินสอง การแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม การจัดแสดงซุ้มและอุโมงค์ไฟ การจำหน่ายสินค้าของดีของเด่นซึ่งเป็น อัตลักษณ์ ของจังหวัดลพบุรี การนั่งรถรางชมโบราสถานเมืองเก่าลพบุรี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว มีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอด 3 วัน  3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

    โดยการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของจ.ลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิง เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทรัพยากร นโยบาย และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและผลักดันลพบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5462570/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XBRkqsvGzl3aH8ndjnZly

  • สุดคึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน ‘อะเมซิ่ง ลพบุรี’ ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อ.เมือง จ.ลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานเปิดงานอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และ กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 68 ถึง 1 ม.ค. 69ซึ่งทางจ.ลพบุรี ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับจ.ลพบุรี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ 2569 ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจำนวนมาก

    ทั้งนี้ จ.ลพบุรีได้ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวด้วยการผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปีและยังเป็นการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งยังยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรีเมือง ดูศิลป์” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญในการเคาท์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2569 ผ่านนิทรรศการศิลปะ การแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน การแสดงมหกรรมบอลลูนจัดแสดงบอลลูนลมร้อนแฟนซีหลากสีสันและรูปทรงแปลกตา การแสดงพลุเทิดพระเกียรติ 3 ชุดการแสดง 1,159 นัด ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ประกอบด้วย ชุดการแสดงแสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน ชุดการแสดงแสงแห่งความจงรักภักดี สถิตกลางใจนิจนิรันดร์ และชุดการแสดงน้อมใจภัคเทิดไท้องค์ราชา ชาวประชาร่วมใจ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ มากมาย อาทิ การแสดงซุ่มเฉลิมพระเกียรติ การสาธิตการทำหัวโขน ศิลปะการทอผ้าหมัดหมี่ การทำดินสอง การแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม การจัดแสดงซุ้มและอุโมงค์ไฟ การจำหน่ายสินค้าของดีของเด่นซึ่งเป็น อัตลักษณ์ ของจังหวัดลพบุรี การนั่งรถรางชมโบราสถานเมืองเก่าลพบุรี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว มีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอด 3 วัน  3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

    โดยการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของจ.ลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิง เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทรัพยากร นโยบาย และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและผลักดันลพบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5462570/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XBRkqsvGzl3aH8ndjnZly

  • สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ

    สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ

    วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่

    2 มกราคม 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.วรัดดา ประเสริฐศรี หรือ “โย๋” ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เดินหน้าหาเสียงอย่างต่อเนื่อง ลงพื้นที่พบปะประชาชนใน 5 อำเภอ ได้แก่ ลืออำนาจ พนา ปทุมราชวงศา ชานุมาน และเสนางคนิคม เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์พื้นที่

    ‘โย๋-วรัดดา’ เป็นนักบริหารหญิงรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ทำงานทั้งเชิงนโยบายและระดับพื้นที่มาอย่างยาวนาน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ ภาควิชาบัญชี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาโท บริหารธุรกิจ (MBA) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง

    ด้านประสบการณ์ทำงาน เคยดำรงตำแหน่งคณะที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (ด้านการต่างประเทศ) ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบูรณาการพลังงานไฮโดรเจน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
    และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฎร

    ขณะเดียวกันยังทำงานใกล้ชิดพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ทั้งในบทบาทประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.ลืออำนาจ กรรมการคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด อนุกรรมการประกันสังคมจังหวัดอำนาจเจริญ รวมถึงเลขาธิการผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดอำนาจเจริญ

    ‘โย๋-วรัดดา’ ยังมีบทบาทด้านเศรษฐกิจและกีฬา เคยเป็นรองประธานสโมสรฟุตบอล AMNAT UNITED ไทยลีก 3 รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานีและกรรมการหอการค้าจังหวัด อำนาจเจริญ

    จากการทำงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม ทำให้ได้รับรางวัลหลายรายการ อาทิ รางวัลลูกผู้มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ รางวัลเข็มเชิดชูเกียรติคนดีศรีอีสาน และรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่นระดับจังหวัด

    วรัดดาระบุว่า เหตุผลที่ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เพราะต้องการกลับมาสร้างบ้านเกิดของตนเอง หลังลงพื้นที่กับมารดา “คุณแม่จันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี” มานานกว่าสิบปี ทำให้เห็นปัญหาที่ชาวอำนาจเจริญเผชิญซ้ำ ๆ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร รายได้ และโอกาสของคนรุ่นใหม่

    “อยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิด อยากสร้างบ้านเกิดเจ้าของ อยากเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องชาวอำนาจเจริญ อยากให้บ้านเฮาบ่แล้ง ให้ทำนาปรังได้ ทำเกษตรได้ต่อเนื่อง พี่น้องมีงานมีรายได้ ไม่อดไม่อยากคือเก่า ด้วยนโยบายที่ทําได้จริงมีผลงานที่ไม่เคยทิ้งพี่น้องของพรรคเพื่อไทย”
    วรัดดากล่าว

    ผู้สมัคร สส.เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 ย้ำว่า หากได้รับความไว้วางใจ จะทำหน้าที่เชื่อมงานนโยบายกับพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทำงานประสานทุกฝ่าย เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาที่ชาวบ้านเผชิญอยู่จริงให้เห็นผลเป็นรูปธรรม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/924999/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VyXwk53wUeRpYQ90ni1RW

  • ดร.สามารถ ชี้สะพานสมุยไม่ใช่แค่ทางข้าม แต่คือโอกาสเศรษฐกิจใต้

    ดร.สามารถ ชี้สะพานสมุยไม่ใช่แค่ทางข้าม แต่คือโอกาสเศรษฐกิจใต้

    ดร.สามารถ ชี้สะพานสมุยไม่ใช่แค่ทางข้าม แต่คือโอกาสเศรษฐกิจใต้

    ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

    “สะพานสมุย” ไม่ใช่แค่สะพาน
    แต่คือ “โอกาส” ที่คนใต้เฝ้ารอ

    กว่า 8 ปีแล้วที่ผมได้เสนอแนวคิด “สะพานเชื่อมเกาะสมุย” ผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 วันนั้นหลายคนมองว่าเป็นเพียงความฝัน วันนี้…ความฝันนั้นกำลังขยับเข้าใกล้ความจริง

    การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำลังเดินหน้าศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี สู่หาดตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย ระยะทางรวมสะพานและถนนเชื่อมต่อ 37.41 กิโลเมตร ใช้โครงสร้างสะพานขึง งบลงทุนประมาณ 55,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2572 และเปิดใช้งานได้ในปี 2577

    ผลลัพธ์ที่ได้…ไม่ธรรมดา การข้ามทะเลจากที่ต้องรอเรือและนั่งเรือกว่า 2 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 20 นาทีเท่านั้น

    นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความสะดวก” แต่คือการเปลี่ยน “ภูมิศาสตร์เศรษฐกิจของภาคใต้”

    ลองนึกภาพดูนะครับ เมื่อสมุย–สุราษฎร์ธานี–ภูเก็ต ถูกเชื่อมต่อด้วยโครงข่ายสะพานและมอเตอร์เวย์ การเดินทางจากสมุยไปภูเก็ต จากเดิมที่ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยใช้สะพานสมุยและมอเตอร์เวย์สุราษฎร์ธานี–ภูเก็ต ระยะทาง 236 กิโลเมตร ซึ่งผมอยากให้เร่งก่อสร้างควบคู่กันไป
     

    แล้วประโยชน์คืออะไร

    1. ยกระดับการท่องเที่ยวทั้งระบบ
    นักท่องเที่ยวไม่ต้องจำกัดตัวเองอยู่เพียงเกาะเดียว สามารถขับรถท่องเที่ยวได้หลายแห่ง ทำให้สมุย–พะงัน–ภูเก็ต–อันดามัน กลายเป็น “คลัสเตอร์ท่องเที่ยวระดับโลก” นักท่องเที่ยวจะพักนานขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น ช่วยกระจายรายได้จริง ไม่กระจุกตัวอยู่แค่โรงแรมขนาดใหญ่ ร้านอาหาร ชุมชน และเมืองรองจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

    2. ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
    ปัจจุบันการขนส่งต้องพึ่งพาเรือ ซึ่งมีต้นทุนด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงจากคลื่นลม ทำให้สินค้าเกษตรและอาหารทะเลเสียหายได้ง่าย ในอนาคตเมื่อมีสะพาน ต้นทุนการขนส่งจะลดลง เวลาการส่งสินค้ามีความแน่นอนมากขึ้น ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้ เกิดคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า สมุยจะไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่จะเป็น “เมืองเศรษฐกิจ” ด้วย

    3. ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนใต้
    ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ต้องรอเรือ สามารถส่งต่อโรงพยาบาลได้ทันเวลา ลดความเสี่ยงต่อชีวิต นักเรียน นักศึกษา และคนทำงานสามารถเดินทางไปเรียนหรือทำงานบนฝั่งได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐาน

    โดยสรุป “สะพานสมุย” ไม่ใช่แค่สะพานสำหรับการสัญจรเท่านั้น แต่คือสะพานแห่งโอกาส—โอกาสทองของคนใต้ โอกาสของเศรษฐกิจ และโอกาสของประเทศไทยในระยะยาว

    เมื่อผลลัพธ์คือประโยชน์มหาศาลเช่นนี้ ผมขอพูดตรง ๆ ว่า ถึงเวลาเร่งลงมือก่อสร้าง “สะพานเชื่อมเกาะสมุย” ได้แล้ว

    ขอยกธงเชียร์ กทพ. อย่างเต็มที่ครับ

    แหล่งที่มา : เพจเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ (คลิ๊ก)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/735880&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw009eJ9CtK6Iuu8Ju-lvh6C

  • กยศ. เชิญชวนผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระ ลดภาระการชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์

    กยศ. เชิญชวนผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระ ลดภาระการชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์

    เริ่มต้นปีใหม่ กยศ. เชิญชวนผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระ ลดภาระการชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์

    วันที่ 2 มกราคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เชิญชวนผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ เพื่อช่วยลดภาระให้ผู้กู้ยืมเงินสามารถวางแผนการชำระหนี้ได้อย่างเหมาะสม ผ่อนชำระเงินคืนเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน ผ่อนชำระหนี้ได้นานสูงสุดถึง 15 ปี พร้อมปลดภาระผู้ค้ำประกันเมื่อทำสัญญา หากชำระหนี้เสร็จสิ้นโดยไม่ผิดเงื่อนไขตามสัญญา กยศ. จะให้ส่วนลดเบี้ยปรับที่เกิดขึ้นก่อนทำสัญญาทั้งหมด 100% พร้อมจะงดการฟ้องคดีและบังคับคดี

    ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมเงินทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ง่าย สะดวก รวดเร็ว ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผ่านเว็บไซต์ www.studentloan.or.th โดยยืนยันตัวตนและการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชัน ThaID

    “การดำเนินการดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมเงินได้กลับมาชำระหนี้ รวมถึงลดจำนวนผู้กู้ยืมเงินที่อาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องคดีหรือบังคับคดี และ กยศ. จะนำเงินที่ได้รับชำระคืนไปหมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้องได้อย่างต่อเนื่องต่อไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2905433&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1v3tW506uXGnbTm9b_6FBD