Blog

  • ‘ธุรกิจค้าปลีกไทย’ ยืนบนจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ การแข่งขันสูง แต่ยังเติบโตต่อได้ แนะธุรกิจเร่งปรับโครงสร้าง รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

    แนะผู้ประกอบการเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเชื่อมทุกช่องทางการขายแบบออฟไลน์และออนไลน์ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อสร้างความอยู่รอดและการเติบโตอย่างยั่งยืน

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยผลวิเคราะห์ภาพรวม ‘ธุรกิจค้าปลีกไทย’ ที่กำลังเผชิญความท้าทายด้านจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง ส่งผลให้การเติบโตชะลอตัว การแข่งขันสูง และผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม

    ขณะเดียวกันยังมีโอกาสจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการปรับตัวเชิงดิจิทัล หากสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

    อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “จากการวิเคราะห์พบว่า รายได้ครัวเรือนที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ต่ำถึงปานกลาง ประกอบกับภาระหนี้สินและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าอย่างระมัดระวัง เน้นสินค้าจำเป็นและความคุ้มค่า (Value for Money) 

    ภาคการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ช่วยพยุงยอดขายค้าปลีกในบางหมวด เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวหลัก 

    ขณะที่เชิงโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกหน้าร้านยังคงมีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนและต่างจังหวัด ในทางกลับกันร้านค้าปลีกออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย และลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาที่ได้ 

    อย่างไรก็ตาม ร้านค้าปลีกออนไลน์ยังไม่สามารถทดแทนร้านค้าหน้าร้านได้อย่างสมบูรณ์ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวมาใช้การตลาดแบบ Omnichannel หรือการผสมผสานช่องทางการขายระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์ จนเกิดมาตรฐานใหม่ที่ผู้ประกอบการในยุคนี้ต้องเร่งพัฒนา เช่น เพิ่มช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ หรือการสั่งผ่านออนไลน์และมารับสินค้าที่หน้าร้าน หรือการจัดส่งแบบเร่งด่วนในพื้นที่

    ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลในธุรกิจค้าปลีก 14,902 ราย ทุนจดทะเบียน 136,794 ล้านบาท แบ่งเป็น ซุปเปอร์มาร์เก็ต 930 ราย ทุนจดทะเบียน 11,119 ล้านบาท ดิสเคาท์สโตร์/ซูเปอร์มาร์เก็ต/ไฮเปอร์มาร์เก็ต 299 ราย ทุนจดทะเบียน 22,893 ล้านบาท ร้านสะดวกซื้อ/มินิมาร์ท 1,328 ราย ทุนจดทะเบียน 23,391 ล้านบาท ร้านขายของชำ 1,114 ราย ทุนจดทะเบียน 3,735 ล้านบาท และร้านค้าขายปลีกอื่นๆ 11,231 ราย ทุนจดทะเบียน 75,656 ล้านบาท  โดยกว่า 94% เป็นธุรกิจขนาดเล็ก

    ทั้งนี้ การจัดตั้งใหม่ช่วง 5 ปีย้อนหลัง (2563-2567) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 32.52%  จาก 1,390 รายในปี 2563 เป็น 1,842 ราย ในปี 2567

    ขณะเดียวกันการจดเลิกเพิ่มขึ้นจาก 298 ราย ในปี 2563 เป็น 332 ราย ในปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.) สะท้อนแรงกดดันจากการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้น ด้านผลประกอบการพบว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2565-2567) รายได้และกำไรมีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ โดยในปี 2567 แม้รายได้รวมจะอยู่ที่ 1,306,002 ล้านบาท ลดลง 345,397 ล้านบาท คิดเป็น 20.92% เมื่อเทียบกับปี 2566 (1,651,399 ล้านบาท)

    แต่สามารถทำกำไรสุทธิได้ที่ 47,893 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,082 ล้านบาท คิดเป็น 23.40% เมื่อเทียบกับปี 2566 (38,811 ล้านบาท) สะท้อนถึงความสามารถของผู้ประกอบการในการควบคุมต้นทุนและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์

    ด้านการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติในธุรกิจค้าปลีกมีเงินลงทุน 11,571 ล้านบาท ประเทศที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ญี่ปุ่น 21.14% ทุน 2,446 ล้านบาท จีน 18.98% ทุน 2,196 ล้านบาท และสิงคโปร์ 16.70% ทุน 1,932 ล้านบาท

    ธุรกิจค้าปลีกไทยกำลังยืนอยู่บนช่วง ‘หัวเลี้ยวหัวต่อ’ ที่รอการพิสูจน์ความอยู่รอดและการเติบโตในระยะยาว ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการปรับตัวเชิงโครงสร้าง การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี เช่น ระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและ AI การพัฒนา Omnichannel อย่างมีประสิทธิภาพ

    รวมถึงการดำเนินธุรกิจบนหลักความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมศักยภาพการแข่งขันของค้าปลีกไทยในอนาคต” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/the-thai-retail-business-is-at-a-critical-juncture-facing-intense-competition/news-update/amp/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ax3kKg02E6cfbZFNx7ql9

  • ‘เลือกตั้ง 2569’ ท่องเที่ยวหวังรัฐบาลใหม่ ชูภาพลักษณ์ปลอดภัย ดึง FDI ลงทุนรถไฟทั่วไทย

    ‘เลือกตั้ง 2569’ ท่องเที่ยวหวังรัฐบาลใหม่ ชูภาพลักษณ์ปลอดภัย ดึง FDI ลงทุนรถไฟทั่วไทย

    “เลือกตั้ง 2569” ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย! ไม่ใช่เฉพาะในเชิงโครงสร้างทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจอีกด้วย! นอกเหนือจากปัญหาปากท้อง กำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศหดตัวจากปัญหาหนี้ครัวเรือนแล้ว “ภาคการท่องเที่ยว” เป็นอีกหนึ่งเซ็กเตอร์สำคัญที่เคยขับเคลื่อนรายได้รวมตลาดในและต่างประเทศสูงถึง 3 ล้านล้านบาทเมื่อปี 2562 ก่อนโควิดระบาด ครองสัดส่วนเกือบ 20% ของจีดีพี ภาคเอกชนต่างสะท้อนความคาดหวังถึง “รัฐบาลใหม่” ไว้หลากหลายทัศนะ ครอบคลุมทั้งการกระตุ้นระยะสั้นและการลงทุนระยะยาว

    ภูมิกิตติ์ รักแต่งาม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการเดินทางในประเทศเป็นโจทย์สำคัญที่อยากเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาพัฒนาวางโรดแมป โดยเฉพาะการขยายโครงข่าย “รถไฟ” ไปตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ควบคู่กับการอัปเกรดคุณภาพรถไฟไทย จะช่วยเพิ่มการเข้าถึง “เมืองรอง” ให้เดินทางได้สะดวกขึ้น และสร้างแต้มต่อแก่ภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างมาก โดยเฉพาะมิติการกระจายรายได้

    “หากรัฐบาลใหม่สนใจเรื่องการลงทุนวางโครงข่ายรถไฟทั้งประเทศจะเป็นเรื่องดีมาก เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยการท่องเที่ยวในประเทศได้จริง เข้าถึงเมืองรองต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เราจะเห็นว่าในหลายประเทศที่โดดเด่นด้านการท่องเที่ยว เช่น ญี่ปุ่น จีน และยุโรป ผู้คนต่างนิยมเดินทางด้วยรถไฟ และยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวได้ดีมากๆ”

    อีกจุดที่ต้องการเห็นคือ “ความต่อเนื่อง” ของนโยบายดึงดูด “FDI” หรือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศด้านการท่องเที่ยว อย่างเทศกาลดนตรี “Tomorrowland” ที่ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะมาจัดในไทย 5 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2573 หรือแม้แต่ความเป็นไปได้ของแนวคิดสร้างโครงการสวนสนุกขนาดใหญ่ระดับโลก ดึง “ดิสนีย์แลนด์” เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว

    “ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรี Tomorrowland หรือดิสนีย์แลนด์ รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ มองว่าเป็นผลบวกกับประเทศไทยทั้งหมด ประเด็นสำคัญคือรัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจต่อเนื่องแก่นักลงทุนให้ได้”

    ‘เลือกตั้ง 2569’ ท่องเที่ยวหวังรัฐบาลใหม่ ชูภาพลักษณ์ปลอดภัย ดึง FDI ลงทุนรถไฟทั่วไทย

    เนื่องจาก “เสถียรภาพ” ของรัฐบาลมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจลงทุน แม้การเมืองจะมีพลิกผัน แต่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดมาบริหารประเทศ นักลงทุนต่างชาติเขาอยากได้ “ความมั่นใจ” ว่ารัฐบาลใหม่จะสานต่อ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ใช่ว่ารัฐบาลก่อนอนุมัติไปแล้ว แต่รัฐบาลใหม่มาเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขภายหลัง ทำให้ “BOI” (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน “เพราะเมืองไทยน่าสนใจ ใครๆ ก็อยากมาลงทุนอยู่แล้ว”

    นอกจากนี้ ต้องการให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าส่งเสริม “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้เท่าทัน “ระเบียบการค้าโลก” เช่น การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รับมือกับมาตรการด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของสหภาพยุโรป (EU) ที่จะเข้มงวดขึ้น ให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เอสเอ็มอีเข้าถึงได้จริง เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงกิจการให้ได้มาตรฐานสากล

    ‘เลือกตั้ง 2569’ ท่องเที่ยวหวังรัฐบาลใหม่ ชูภาพลักษณ์ปลอดภัย ดึง FDI ลงทุนรถไฟทั่วไทย

    ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า สมาคมฯ อยากให้รัฐบาลใหม่สนใจดึงผู้ประกอบการเอกชนท่องเที่ยวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายและมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันมากกว่านี้ รวมถึงการสนับสนุนเอกชนออกไปทำตลาดจัดโรดโชว์ในต่างประเทศ 

    สมาคมฯ คาดการณ์ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ”เดินทางเข้าไทยฟื้นแตะ “39 ล้านคน” ในปี 2569 สูงกว่าตัวเลขเป้าหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งตั้งไว้ที่ 36.7 ล้านคน โดยตลาดอันดับ 1 คาดเป็น “นักท่องเที่ยวจีน” ซึ่งน่าจะเดินทางเข้าไทยเกือบ 9 ล้านคน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 2568 ที่ปิดราว 4.5 ล้านคน หลังจากเมื่อเดือน พ.ย. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดเสียงชื่นชมอย่างมากจากชาวจีนบนโลกโซเชียลมีเดีย ส่งผลบวกต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

    ส่วนข้อพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่นทำให้นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกการเดินทางไปญี่ปุ่น แม้อานิสงส์ส่วนใหญ่จะไปตกอยู่ที่สิงคโปร์ เวียดนาม และเกาหลีใต้ในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ค่อยเดินทางมาไทยนัก แต่ในปี 2569 เราหวังว่าจะเจาะฐานตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ๆ ในเมืองรองของจีนได้ โดยหน่วยงานรัฐควรออกมาตรการสนับสนุนเพื่อกระตุ้นการเดินทางตั้งแต่ต้นปี ในช่วง“เทศกาลตรุษจีน” อัดโปรโมชันอยู่เที่ยวไทยนาน หากพำนักตั้งแต่ 5 คืนขึ้นไป รัฐบาลสามารถสนับสนุนค่าใช้จ่าย 1-2 คืน หรือจะสนับสนุนค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างสีสัน ดึงศิลปินจีนเข้ามาจัดคอนเสิร์ตในไทย ทั้งหมดก็เพื่อกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางช่วงตรุษจีนให้ได้มากกว่า 20,000 คนต่อวัน จากปัจจุบันเฉลี่ย 11,000-12,000 คนต่อวัน

    “คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 39 ล้านคนในปี 2569 เป็นตัวเลขที่เป็นไปได้ หากรัฐบาลใหม่และหน่วยงานภาครัฐแอคทีฟมากขึ้น ร่วมมือกับภาคเอกชนเป็นเซลส์แมน (Salesman) ไปโรดโชว์ส่งเสริมการขายในต่างประเทศ”

    ‘เลือกตั้ง 2569’ ท่องเที่ยวหวังรัฐบาลใหม่ ชูภาพลักษณ์ปลอดภัย ดึง FDI ลงทุนรถไฟทั่วไทย ธนพล ชีวรัตนพร

    เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ความคาดหวังรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง 2569 คืออยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลเร็วที่สุดและมีเสถียรภาพ เพราะกลัวสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งประเทศไทยเคยมีประสบการณ์ตรงนี้มาแล้ว 

    เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ต้องการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เร่งพิจารณางบกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และที่สำคัญคือการชูนโยบาย “ความปลอดภัย” ซึ่งอยากให้รัฐบาลยกเป็น “วาระแห่งชาติ” ในเมื่อ ททท. บอกว่าอยากได้ดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาจับจ่าย หากมองในมุมซัพพลายก็ต้องมีความปลอดภัยและซัพพลายที่ได้มาตรฐานมอบให้นักท่องเที่ยวด้วย

    สมาคมฯ ประเมินว่าปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 36-37 ล้านคน หลังจากปัญหาต่างๆ เริ่มคลี่คลาย แต่ก็ยังมีปัจจัยท้าทาย และมองว่าตลาดจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นจากตัวเลข 4.5 ล้านคนในปี 2568 แต่การเพิ่มให้ได้ 9 ล้านคนนั้น นับเป็นเรื่องยากพอสมควร 

    “ตอนนี้ภาวนาว่าอย่าให้มีข่าวร้ายเข้ามาอีก เพราะปี 2568 โดนไปหลายรอบ และแต่ละเหตุการณ์ก็หนักหนามาก ทั้งปัญหาสแกมเมอร์ แผ่นดินไหวสะเทือนถึงกรุงเทพฯ น้ำท่วมภาคใต้ และกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา”

    ‘เลือกตั้ง 2569’ ท่องเที่ยวหวังรัฐบาลใหม่ ชูภาพลักษณ์ปลอดภัย ดึง FDI ลงทุนรถไฟทั่วไทย เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1214927&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KHBfguf4xgy5CAXC9lHdF

  • เที่ยวบินปฐมฤกษ์ บินตรงสิงคโปร์-เชียงราย

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/138865&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bnVTdPTOd4EulqHAoevxV

  • “ทรัมป์” ขู่แทรกแซงอิหร่านหากใช้กำลังกับผู้ประท้วง

    “ทรัมป์” ขู่แทรกแซงอิหร่านหากใช้กำลังกับผู้ประท้วง

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/tna/th%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%259F%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AE%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A2/news/list/138882&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JQPx_px0kNkef9-ZedOiZ

  • บาหลีเตรียมคุมเข้มคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ เน้นดึงกลุ่มคุณภาพ

    บาหลีเตรียมคุมเข้มคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ เน้นดึงกลุ่มคุณภาพ

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ม.ค. 69)

    ทางการเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เตรียมยกระดับมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้มงวดขึ้น โดยจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2569 ครอบคลุมทั้งการตรวจสอบฐานะทางการเงิน ระยะเวลาที่พำนัก และแผนการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

    วายัน คอสเตอร์ ผู้ว่าการเกาะบาหลีของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า แนวทางการบริหารจัดการการท่องเที่ยวของบาหลีจะเปลี่ยนจุดโฟกัสจากเดิมที่เน้นปริมาณมาเป็นคุณภาพ เพื่อให้สอดรับกับกฎระเบียบของจังหวัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเป็นระเบียบเรียบร้อย

    สำหรับการตรวจสอบกำลังซื้อของผู้มาเยือนนั้น เจ้าหน้าที่จะขอดูรายงานการเคลื่อนไหวทางบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อตรวจสอบสถานะทางการเงินของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งผู้ว่าการเกาะบาหลีกล่าวว่า “ปัจจัยหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่จำเป็นต้องนำมาพิจารณา คือจำนวนเงินคงเหลือในบัญชีออมทรัพย์ของคุณในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา”

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นอกจากการเช็กฐานะทางการเงินแล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าบาหลีจะต้องแจ้งข้อมูลระยะเวลาที่จะพำนัก รวมถึงรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ที่วางแผนจะทำในระหว่างการเดินทางด้วย

    ทั้งนี้ ในปี 2568 บาหลีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทางอากาศ 7.05 ล้านคน และทางเรืออีกกว่า 71,000 คน

    โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRC10IQ5M95J58JRDJ733QNOMBK3VNML&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20hqEP9r6smY2l4Cvhzot4

  • กัมพูชาชี้เสียมราฐนักท่องเที่ยวลดฮวบช่วงปีใหม่ | TOPNEWS

    กัมพูชาชี้เสียมราฐนักท่องเที่ยวลดฮวบช่วงปีใหม่ | TOPNEWS

    ขแมร์ไทม์สรายงานโดยอ้างข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดเสียมราฐเผยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมาเยือนเสียมราฐในช่วงวันหยุดสิ้นปี ระหว่างวันที่ 30-31 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ประมาณ 286,751 คน ลดลงมากกว่า 14.06 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

    ทั้งนี้นักท่องเที่ยวในประเทศคิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของจำนวนผู้มาเยือนทั้งหมด ประมาณ 279,210 คน ในช่วงสองวันดังกล่าว โดยลดลง 13.66 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ซบเซาแม้จะอยู่ในช่วงการเฉลิมฉลองปีใหม่

    ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวเสียมราฐก็เหลือเพียง 7,541 คน ลดฮวบ 26.5% เมื่อเทียบกับ 10,260 คน ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568

    เสียมราฐถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของกัมพูชา โดยมีนครวัดแหล่งมรดกโลก เป็นสิ่งดึงดูด

    สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดเสียมราฐต้องเร่งประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้ชาวกัมพูชามาเที่ยวกันเอง รวมทั้งเพิ่มผลผลิตด้านการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นโดยเฉพาะในช่วงเทศกาล หรือ high season

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1443279&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uexSVuUs2vlLbCfbdBobz

  • เที่ยวบินปฐมฤกษ์ บินตรงสิงคโปร์-เชียงราย

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/138865&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bnVTdPTOd4EulqHAoevxV

  • “กัณวีร์” ควง “อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่ปัตตานี ดูงาน “บ้านเดินดิน” ชื่นชมเป็นห้องแล็บชุมชน ขยายโอกาส สร้างงาน ผลักดันเป็นเศรษฐกิจชุมชน-สันติภาพกินได้

    “กัณวีร์” ควง “อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่ปัตตานี ดูงาน “บ้านเดินดิน” ชื่นชมเป็นห้องแล็บชุมชน ขยายโอกาส สร้างงาน ผลักดันเป็นเศรษฐกิจชุมชน-สันติภาพกินได้

    วันที่ 2 ม.ค. 69 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ อ.ปานะเระ จ.ปัตตานี ตั้งใจไปเยี่ยมชมและเรียนรู้แนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ บ้านเดินดิน และ Benjametha Ceramic ซึ่งเป็นตัวอย่างเศรษฐกิจชุมชน ที่เป็นนโยบายหลักของพรรคพลวัต โดยมีนายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ประธานยุทธศาสตร์และนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาลงพื้นที่ด้วยกัน และได้แลกเปลี่ยนกับ นายเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา บ้านเดินดิน ศิลปินเซรามิก และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Derndin (เดินดิน) และ Benjametha Ceramic ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะน้ำท่วมครั้งล่าสุด ทำให้ฟาร์มไก่ โรงผ้าคราม รวมถึง โรงงานเซรามิค ได้รับความเสียหายอย่างหนักด้วย

    นายกัณวีร์ เปิดเผยว่า ได้วิธีคิดในการผลักดันเศรษฐกิจชุมชนจากบ้านเดินดิน เพราะเป็นการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ตนจึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองนำไปคิดให้ดีว่า นโยบายต่าง ๆ ที่จะทำเพื่อประชาชน ขออย่าลืมความเป็นมนุษย์ ซึ่งตรงกับนโยบายสันติภาพที่กินได้ สันติภาพที่ยั่งยืนที่พรรคพลวัต จะผลักดันให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้

    “ระหว่างเดินดูความเสียหายจากน้ำท่วม คุณเอ็มโซเฟียน ได้ให้ดูกล่องเลี้ยงชันโรงที่บอกว่ามีผึ้งมาอยู่ด้วย ซึ่งปกติผึ้งไม่กล้ามาแตะชันโรง แต่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข สันติภาพที่กินได้ เราต้องมีพื้นที่ในการแสดงสิทธิเสรีภาพ เราควรยอมรับเขาในสิ่งที่เป็นบอกได้ว่าอยู่อย่างไร รัฐที่เป็นตัวแทนจะต้องเข้าใจในบริบทตรงนี้ในการถามทั้งผึ้งและชันโรงว่า จะอยู่ร่วมกันยังไง ต้องบริหารจัดการที่ดูได้ว่ารากเหง้าปัญหาคืออะไร ซึ่งการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน”

    นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนรู้จากนายเอ็มโซเฟียนมานานตั้งแต่ทำงานอยู่ TCDC เห็นถึงการพัฒนาการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เห็นถึงความพยายามที่จะใช้สินทรัพย์ในชุมชน ทำให้เกิดประโยชน์ เป็นที่น่าชื่นชม และนายเอ็มโซเฟียน มีพื้นฐานความคิดที่ดี พรรคพลวัตจึงอยากทำงานในแง่วิธีคิด ที่จะนำไปถ่ายทอดเป็นเศรษฐกิจชุมชน

    “บ้านเดินดิน เป็นเหมือนห้องแล็บชุมชน ที่จะใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ ให้ประชาชนได้รับโอกาส เป็นพื้นที่กลางของชุมชน ที่จะให้บอกว่าชุมชนเรามีอะไรดี อย่างการทำผ้าคราม การทำเซรามิค ก็เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีของชุมชน สามารถสร้างงานให้ชุมชน เป็นที่ที่ให้ทุกคนแสดงความสามารถของตัวเอง ซึ่งสิ่งนี้แหละครับคือเศรษฐกิจชุมชน”

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำ นายเอ็มโซเฟียน เปิดเผยด้วยว่า เป็นสิ่งที่ตนอยากเห็นกระบวนการของชาวบ้าน ความตั้งใจในการทำ บ้านเดินดิน เพราะอยากเป็นห้องแล็บของชุมชน อย่างที่ตนได้ทำต้นคราม ก็เพาะพันธุ์อยากขยายพันธุ์ แต่เสียดายที่น้ำท่วมแปลงต้นครามเสียหายหมด แต่ยังมีองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดได้

    “ผมอยากให้โรงเรียนในชุมชนมาดูเซรามิค สามารถมา Work Shop มาเรียนรู้ได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างที่ผมทำมาจากความตั้งใจ เหมือนเราตั้งชื่อว่าบ้านเดินดิน เพราะทุกคนก็ต้องกลับสู่ดิน ผมจึงพร้อมจะถ่ายทอดให้ชุมชนมาก ๆ ครับ” นายเอ็มโซเฟียน กล่าว

    นายกัณวีร์ เปิดเผยด้วยว่า การลงพื้นที่วันนี้ได้นำผู้สมัคร สส.เขต 4 จังหวัดปัตตานี นายไซนุดิง ยุโซะ มาเรียนรู้ด้วย ซึ่งนายไซนุดิง ก็ทำงานกับชุมชนและมีความตั้งใจจะนำอุดมการณ์มาทำงานการเมือง อยากนำแนวคิดไปผลักดันในสภาผู้แทนราษฏร เพราะความสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นได้สิ่งสำคัญคือเศรษฐกิจจะต้องดี อย่างที่เห็นแพะ ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจในพื้นที่ แต่มีแพะจากเมียนมา ราคาถูกกว่า พอเข้ามามาก ทำให้แพะในพื้นที่ราคาตก คนเลี้ยงแพะเริ่มท้อ ทั้งๆที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจ รวมถึง วัว แต่ปัจจุบันคนเลี้ยงวัว ยังไม่มีแล้ว ทำให้วัว พื้นบ้าน หายไป จึงน่าจะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะทำเป็นเศรษฐกิจชุมชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/268584&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KKsAxT7_Uzj4KHMt21MaD

  • เลือกตั้ง69 : ยศชนัน-จุลพันธ์ ลุย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ชูสุขภาพดันศก.

    เลือกตั้ง69 : ยศชนัน-จุลพันธ์ ลุย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ชูสุขภาพดันศก.

    เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ที่สวนลุมพินี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำทีมวิ่งออกกำลังกาย ระบุว่า ปัญหาสุขภาพเป็นภาระเศรษฐกิจสำคัญ คิดเป็นราว 10% ของ GDP การแก้ปลายทางอย่างค่ารักษาไม่เพียงพอ ต้องแก้ที่ต้นทาง โดยกว่า 64% ของโรคสามารถป้องกันได้ พร้อมเชิญชวนประชาชนออกกำลังกาย
     

    นายยศชนันย้ำว่า พรรคเพื่อไทยผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดแล้วและจะเดินหน้าต่อ รวมถึงกฎหมายลูก เพราะอากาศที่ดีคือฐานสุขภาพและเศรษฐกิจ หากคุณภาพอากาศแย่ ผู้คนใช้ชีวิตนอกบ้านไม่ได้ เศรษฐกิจชะลอ จึงเสนอแนวทางลดค่าเดินทาง รถเมล์ 10 บาท รถไฟฟ้า 20 บาท เพื่อลดภาระประชาชนและลดมลพิษ

    ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านกระบวนการยาวนานและเข้าสู่ชั้น สว.แล้ว แต่สะดุดจากการยุบสภา ยืนยันว่าหากกลับมาเป็นรัฐบาล จะผลักดันให้แล้วเสร็จในสมัยถัดไป เพื่อรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการได้อากาศบริสุทธิ์ พร้อมกำกับผู้ก่อมลพิษให้เป็นผู้จ่ายชดเชย และประสานประเทศเพื่อนบ้านแก้ปัญหาการเผาข้ามแดน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/735879&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-BRWWtAP7diWINNipx97k

  • ญี่ปุ่นรำลึก 2 ปี แผ่นดินไหวใหญ่คาบสมุทรโนโตะ

    ญี่ปุ่นรำลึก 2 ปี แผ่นดินไหวใหญ่คาบสมุทรโนโตะ

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/138875&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06IMc1PXzYFHd4bGF-p-Gb