เศรษฐกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP economy) กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเสาหลักที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจฮ่องกง สะท้อนให้เห็นจากการที่ฮ่องกงเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Hong Kong Comic Con 2026 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre (HKCEC) ใน วันที่ 29 – 31 เดือนพฤษภาคมนี้ ตามคำกล่าวของ Ms. Monica Lee-Muller กรรมการผู้จัดการของ HKCEC
Ms. Monica Lee Lee ระบุในงานพบสื่อเมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 ว่างานนี้จะถูกจัดขึ้นในฮ่องกงเป็นครั้งแรก มีความแตกต่างจากงาน Ani-Com & Games Hong Kong ที่จัดเป็นประจำทุกฤดูร้อน โดย งาน Comic Con นี้จะมุ่งเน้นวัฒนธรรมป๊อประดับนานาชาติ พร้อมเชิญดาราฮอลลีวูด รวมถึงนักแสดงจากทีมภาพยนตร์หลายเรื่องดัง เช่น จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (Marvel Cinematic Universe) สตาร์ วอร์ส (Star Wars)และศิลปินการ์ตูนนานาชื่อดังมาร่วมงาน เป็นต้น งานดังกล่าวคาดว่าจะดึงดูดแฟนการ์ตูนและอนิเมะจากทั่วโลกจำนวนมาก ซึ่งจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญให้กับฮ่องกง
ทั้งนี้ในส่วนงาน Hong Kong Toys & Games Fair ที่จัดขึ้นในเดือนมกราคมของทุกปี ได้แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของศักยภาพฮ่องกงในการพัฒนาเศรษฐกิจด้าน IP โดยเฉพาะโซนใหม่ของการจัดงาน “Pop & Play” ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้เข้าชม ซึ่งมีตัวละคร IP ท้องถิ่นอย่าง B.Duck และ IP แฟชั่นจีน Tutu Mokey ที่ได้รับความนิยมสูง

นอกจากงาน Comic Con แล้ว HKCEC ยังเตรียมจัดการประชุมและงานใหม่อีกสี่งานภายในปีนี้ โดยHKCEC ได้ลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อปรับปรุงสถานที่ครั้งใหญ่ พร้อมยกระดับคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม เช่น ห้องละหมาดและอาหารฮาลาล เพื่อรองรับความต้องการของผู้เข้าชมกลุ่มนี้
ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง
การจัดงาน Hong Kong Comic Con 2026 ซึ่งเป็นครั้งแรกในฮ่องกง ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าตลาดกำลังเปิดกว้างสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ การ์ตูน อนิเมะ เกม ของเล่น แฟชั่น และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มี IP เป็นตัวขับเคลื่อน และโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการพัฒนาและต่อยอด IP ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ เช่นตัวละครไทย แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ หรือคอนเทนต์ไทย สามารถนำมาปรับใช้ในสินค้าแฟชั่น ของเล่น ของสะสม หรือสินค้าลิขสิทธิ์ต่างๆ เพราะฮ่องกงเป็นตลาดที่เปิดรับ IP ใหม่ ๆ และเป็นประตูสู่ประเทศจีน
งานแสดงอย่าง Comic Con, Toys & Games Fair และงานด้านครีเอทีฟอื่นๆ เป็นเวทีสำคัญในการพบปะผู้ซื้อ ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรด้านลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าร่วมออกงานแสดงสินค้าในฮ่องกงเหล่านี้เพื่อทดสอบตลาดและสร้างการรับรู้แบรนด์ได้
ฮ่องกงมีระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็งและได้รับการยอมรับระดับสากล ผู้ประกอบการไทยสามารถร่วมพัฒนาโปรเจกต์ IP ร่วมกับสตูดิโอ นักออกแบบ หรือผู้จัดจำหน่ายในฮ่องกงได้ อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการไทยควรที่จะศึกษาความต้องการของผู้บริโภคฮ่องกงที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นเอกลักษณ์ พิจารณาจดทะเบียนลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าในฮ่องกงเพื่อปกป้อง IP และเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในปี 2569–2570 ซึ่ง HKCEC จะจัดงานแสดงสินค้าใหม่เพิ่มอีกหลายงาน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/m1p22ugqu4uxh6cjrlvwaxq2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MEoXU_U7bu_mKuiyi6qF9









วันที่ 13 มี.ค. 2569 ที่ห้องลิลลี่ โรงแรมนิภาการ์เด้น อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและเกียรติบัตรให้กับนักเรียนนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างยิ่งใหญ่ โดยมี นางบัญชาลักษณ์ ลือสวัสดิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้สำเร็จการศึกษาจำนวน 1,432 คน โดยมี นายสราวุธ สมบูรณ์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคใต้ตอนบน รวมถึงผู้ปกครองเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง



ดร.บัญชาลักษณ์ ลือสวัสดิ์ กล่าวว่า ในนามของคณะผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนนักศึกษาทุกคนที่สำเร็จการศึกษาทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) โดยเชื่อมั่นว่าความรู้และทักษะที่ได้รับจากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในสัมมาอาชีพ สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ และที่สำคัญสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ต่อไป




ด้าน นายสราวุธ สมบูรณ์ กล่าวรายงานว่า ปัจจุบันวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เปิดการเรียนการสอน 3 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และหลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ (ทล.บ.) โดยจัดการศึกษา 5 ประเภทวิชา ได้แก่ ประเภทวิชาอุตสาหกรรม ประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประเภทวิชาพาณิชยกรรม ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ และประเภทวิชาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ สำหรับปีการศึกษา 2568 มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. จำนวน 744 คน และระดับ ปวส. จำนวน 688 คน รวมทั้งสิ้น 1,432 คน โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่นของผู้สำเร็จการศึกษาและผู้ปกครองที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น












