Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ประวัติ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เก้าอี้รัฐมนตรียังเหนียว นั่งรมว.พัฒนาสังคมฯ ในครม.อนุทิน 2

    ประวัติ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เก้าอี้รัฐมนตรียังเหนียว นั่งรมว.พัฒนาสังคมฯ ในครม.อนุทิน 2

    ส่องประวัติ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ลูกสาว “กำนันป้อ” เจ้าของโรงแป้งมันระดับท็อปของประเทศ เก้าอี้รัฐมนตรียังแน่น จ่อนั่ง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในครม.อนุทิน 2

    วันที่ 16 มีนาคม 2569 ชื่อของ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล หรือ ปุ๋ง หนึ่งใน สส.บัญชีรายชื่อ กลุ่มพลังหญิงของพรรคเพื่อไทย ยังคงมีรายชื่อติดโผเป็นรัฐมนตรีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาลอนุทิน 2  สุดาวรรณ เป็นลูกสาวคนโตของ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล (กำนันป้อ) อดีตสส. พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และกระทรวงพาณิชย์ ในสมัยของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ มาดามหน่อย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน สุดาวรรณจึงเติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจ โรงงานแป้งมันแนวหน้าของประเทศไทย ที่ผันตัวมาเป็น “บ้านใหญ่” ทางการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในนครราชสีมา

    โดยในช่วงที่พ่อและแม่ของเธอกระโดดลงสนามการเมืองเต็มตัว สุดาวรรณ ยังเคยดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด มาแล้ว  เธอมีน้องชาย คือ นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล 

    สุดาวรรณ เกิดวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2525 ปัจจุบันมีอายุ 43 ปี  จบการศึกษา ปริญญาตรีด้านเทคโนโลยีธรณี สาขาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี   แม้จะเป็น สส. มาเพียง ไม่นาน แต่ก็มีประสบการณ์การทำงาน เป็นรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง  ทั้ง 

    -อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

    -อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

    – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    – อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ ปี 2566

    – สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ ปี 2569

    ด้วยบุคลิกของ ปุ๋ง เป็นสาวสุภาพอ่อนน้อม “นิ่ง สงบ สยบความเคลื่อนไหว” เธอมักจะให้เกียรติผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานเสมอ ซึ่งเป็นสไตล์ที่ “กำนันป้อ” มักเน้นย้ำกับลูกๆ ในการทำธุรกิจและการเมือง แม้ภายนอกจะดูเรียบร้อย แต่ด้วยพื้นฐานวิศวะและคนทำโรงงานแป้งมัน เธอขึ้นชื่อเรื่องการลงพื้นที่จริงและเกาะติดงานอย่างจริงจังไม่แพ้กัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2920446&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36Gjl30XO2aepNyoWmb41P

  • ‘โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง’ ลุยตลาดเบียร์ ส่งตำนานเบียร์สดบุกต่างจังหวัด ประเดิมพัทยา

    ‘โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง’ ลุยตลาดเบียร์ ส่งตำนานเบียร์สดบุกต่างจังหวัด ประเดิมพัทยา

    การขยายตลาดของ เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง มาสู่จังหวัดชลบุรีครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการนำมาตรฐานและเอกลักษณ์เบียร์สดต้นตำรับจากโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ไปสู่ผู้บริโภคในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น หลังสั่งสมประสบการณ์การผลิตเบียร์คุณภาพมานานกว่า 20 ปี ทั้งนี้หากพิจารณาจากฐานลูกค้าของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงทั้ง 3 สาขา พบว่า “ชลบุรี” ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีลูกค้าใช้บริการติดอันดับต้น ๆ ขณะเดียวกันในมุมศักยภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อ จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะ พัทยา ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย จึงถูกเลือกเป็น หมุดหมายแรกของการขยายตลาดเบียร์สดนอกโรงเบียร์

    โดยในเบื้องต้นบริษัทนำเสนอเบียร์สด 2 สูตร ได้แก่ เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง ลาเกอร์ (Lager) เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง โรเซ่ (Rosé) พร้อมกันนี้ยังได้จับมือพันธมิตร ร้าน Folks On The Beach หาดดงตาล เป็นหนึ่งในร้านนำร่องในจังหวัดชลบุรี และจัดงาน German Tawandang Road to Chonburi เปิดตัวเบียร์สดอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกริมทะเลพัทยา สำหรับการเสิร์ฟเบียร์สดออกนอกโรงเบียร์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด บริษัทจึงดึงผู้เชี่ยวชาญจาก เยอรมนีและญี่ปุ่น เข้ามาเสริมศักยภาพ ทั้งบรูว์มาสเตอร์จากเยอรมนี และเทคโนโลยี Micro-Foam จากญี่ปุ่น ที่ช่วยสร้างฟองเบียร์ละเอียดระดับพรีเมียม จนสามารถพัฒนานวัตกรรม พิมพ์ลายลงบนฟองเบียร์ (Foam Art) ได้ คล้ายกับการทำลาเต้อาร์ตในกาแฟ

    'โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง' ลุยตลาดเบียร์ ส่งตำนานเบียร์สดบุกต่างจังหวัด ประเดิมพัทยา

    สำหรับกลยุทธ์การขยายตลาด บริษัทเตรียมผลักดันการจำหน่ายผ่าน แทปเบียร์ (Tap Beer) ในช่องทาง On-Premise เช่น ผับ บาร์ ร้านอาหาร และโรงแรม โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2569 จะติดตั้งแทปเบียร์ให้ได้ 2,000 เครื่อง แม้จะมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต เนื่องจากแทปเบียร์แต่ละเครื่องมีราคาหลายหมื่นบาทจนเกือบถึงแสนบาท และต้องสั่งผลิตเฉพาะทาง โดยปัจจุบันโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงทั้ง 3 โรงเบียร์ มียอดขายเบียร์รวมราว 2,500 ลิตรต่อวัน โดยบริษัทคาดว่าการขายเบียร์สดนอกโรงเบียร์จะสร้างสัดส่วนรายได้ราว 5-10% ของธุรกิจในระยะเริ่มต้น โดยในภาพรวม ธุรกิจเบียร์ของบริษัทมีผลิตภัณฑ์รวม 7-8 แบรนด์ เช่น เบียร์คาราบาว , เบียร์ตะวันแดง, เบียร์พัทยา และเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง ขณะที่เบียร์ขวดและกระป๋องทำยอดขายได้ประมาณ 300,000 ลังต่อเดือน

    'โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง' ลุยตลาดเบียร์ ส่งตำนานเบียร์สดบุกต่างจังหวัด ประเดิมพัทยา

    ล่าสุดบริษัทเตรียมเปิดตัวเบียร์ใหม่ “เบียร์ภูเก็ต” ในเดือนเมษายนนี้ เป็น ไวเซ่นเบียร์ แอลกอฮอล์ 4.2% เพื่อเสริมพอร์ตจาก เบียร์พัทยา ที่มีลักษณะใกล้เคียงลาเกอร์ แอลกอฮอล์ 3.9% ซึ่งออกแบบให้ดื่มง่าย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการเบียร์เบา ๆ สามารถดื่มได้ตลอดวัน สำหรับกลยุทธ์ของบริษัทคือการสร้างความหลากหลายของเบียร์ เพื่อให้ตอบโจทย์การดื่มในหลายโอกาส พร้อมสร้าง แบรนด์ท้องถิ่น (Local Brand) ที่ทำให้คนในพื้นที่รู้สึกภาคภูมิใจ เช่นเดียวกับ เบียร์พัทยา ที่ปัจจุบันเริ่มขยายไปจำหน่ายในจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ อย่างเชียงใหม่และหัวหินแล้ว

    'โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง' ลุยตลาดเบียร์ ส่งตำนานเบียร์สดบุกต่างจังหวัด ประเดิมพัทยา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-business/digital-marketing/862513&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1eHH-o1X7FN8KlNdwbhDI0

  • ปลัดกระทรวงฯ ถกเข้ม อัพเดทสถิตินักท่องเที่ยวช่วงสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำมาตรการรับมือกระตุ้นท่องเที่ยวไทย

    ปลัดกระทรวงฯ ถกเข้ม อัพเดทสถิตินักท่องเที่ยวช่วงสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำมาตรการรับมือกระตุ้นท่องเที่ยวไทย

    ปลัดกระทรวงฯ ถกเข้ม อัพเดทสถิตินักท่องเที่ยวช่วงสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำมาตรการรับมือกระตุ้นท่องเที่ยวไทย


    17/03/2569 | 52 |

    วันที่ 16 มีนาคม 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือติดตามสถิตินักท่องเที่ยวและผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและบูรณาการความร่วมมือ เพื่อประเมินข้อมูลและกำหนดแนวทางรับมือร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว และสนับสนุนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อดูแลเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศอย่างต่อเนื่อง

    ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/162352


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/485802&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IC8ICNZmCb74wD4l_ohwi

  • จัดอันดับ 4 ร้านติดฟิล์มอาคาร ที่ช่วยลดความร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว และทำให้อาคารดูโปรขึ้น – บ้าน

    จัดอันดับ 4 ร้านติดฟิล์มอาคาร ที่ช่วยลดความร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว และทำให้อาคารดูโปรขึ้น – บ้าน

    คัดลอกลิงก์. รวมร้านติดฟิล์มอาคาร 4 แห่งที่น่าสนใจ พร้อมคำแนะนำการเลือกฟิล์มกันความร้อน ลดแสงสะท้อน และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้บ้าน ออฟฟิศ และอาคาร …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://home.kapook.com/view299468.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PUhL9IDZQ7e0cvG82JQ46

  • ระยองจัดเทศกาลสงกรานต์ กระตุ้นท่องเที่ยวชูถนนทุเรียน ขนศิลปิน-ดีเจชื่อดังร่วมสาดความสุข จัดเต็ม 6 เวที

    ระยองจัดเทศกาลสงกรานต์ กระตุ้นท่องเที่ยวชูถนนทุเรียน ขนศิลปิน-ดีเจชื่อดังร่วมสาดความสุข จัดเต็ม 6 เวที

    ภูมิภาค

    ระยองจัดเทศกาลสงกรานต์ กระตุ้นท่องเที่ยวชูถนนทุเรียน ขนศิลปิน-ดีเจชื่อดังร่วมสาดความสุข จัดเต็ม 6 เวที

    วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 16 มี.ค.ที่ห้องประชุมโรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ระยอง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัด งานเทศกาลสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ “สงกรานต์ถนนทุเรียน จังหวัดระยอง 2026 ครั้งที่ 2 (Rayong Durian Songkran 2026 #2)” ระหว่างวันที่ 13-14 เม.ย.69 นี้ ตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. บริเวณถนนทุเรียน สตาร์สาย 4 ศูนย์การค้าาระยอง อ.เมืองระยอง ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่2 โดยมี นางพิศมัย  ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง  นายทินกร  ลาวัณย์เสถียร ประธานสภาหอการค้าระยอง   อบจ.ระยอง ททท.สำนักงานระยอง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน โดยจะมีศิลปินและดีเจชื่อดัง อาทิ Rock Dance และ Peter Cat ก็อต สุทธิรักษ์ และ อาร์ท แมค จาก Tokyo Music รวมถึงทีมดีเจชื่อดังอย่าง DJ Sordor มาร่วมสร้างความสนุกบนเวทีคอนเสิร์ตถึง 6 เวทีด้วยกัน 

    ทั้งนี้งานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

    นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง ขึ้นชื่อว่าเป็นทุเรียนที่มีรสชาติที่อร่อยที่สุดในโลก ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นกิจกรรมสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างการเดินทางท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้จังหวัดระยองในฐานะเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ. ถนนทุเรียนจึงเป็นถนนประวัติศาสตร์ที่ต้องนึกถึงสงกรานต์ระยองต้องถนนทุเรียน ไม่แพ้ถนนข้าวสาร ถนนข้าวหลาม  ถนนข้าวเหนียวเป็นต้น
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/469417&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I6auWBecx-zgOtRb7LMB2

  • Trip.com เผยข้อมูล 217 ล้านผู้ใช้ ดันไทยติดอันดับจุดหมายโลก

    Trip.com เผยข้อมูล 217 ล้านผู้ใช้ ดันไทยติดอันดับจุดหมายโลก


    Trip.com เปิดผลจัดอันดับ Trip.Best 2026 ไทยยังแรง ติดอันดับจุดหมายท่องเที่ยวระดับโลกหลายหมวด พร้อมเผยเทรนด์ใหม่ คนไทยเที่ยวต่างประเทศเพิ่มกว่า 80%

    Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวระดับโลก จัดงาน “2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ Grande Centre Point Lumphini โดยรวบรวมผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเปิดเผยผลการจัดอันดับ Trip.Best ประจำปี 2026 พร้อมนำเสนอเทรนด์การท่องเที่ยวระดับโลกและโซลูชันใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดไทยโดยเฉพาะ

    ข้อมูลที่นำเสนอในงานอ้างอิงจากพฤติกรรมจริงของผู้ใช้งานฟีเจอร์ Trip.Best กว่า 217 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งสะท้อนภาพรวมของแนวโน้มการท่องเที่ยวในปัจจุบันได้อย่างครอบคลุม

    ไทยติดอันดับผู้นำการท่องเที่ยวหลายหมวดหมู่

    ผลการจัดอันดับ Trip.Best ปี 2026 ครอบคลุมการจัดอันดับระดับโลกทั้ง Global 100, Asia 100, Europe 100, Americas 100 และ China 100 รวมกว่า 30 ธีมการท่องเที่ยว พร้อมรายชื่อ โรงแรม 1,515 แห่ง แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ 852 แห่ง สถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืน 403 แห่ง ร้านอาหาร 422 ร้าน และจุดหมายปลายทางยอดเยี่ยม 288 แห่งทั่วโลก

    ผลการจัดอันดับยังสะท้อนว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยติดอันดับในหลายหมวดหมู่ ได้แก่

    • Global 100 Must-Visit Destination ไทยครองสัดส่วน 33% ของจุดหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    • Global 50 Family-Friendly Destination ไทยครองสัดส่วนสูงถึง 57%
    • หมวด เกาะและชายหาด ไทยครอง 50% ของจุดหมายทั้งหมดในภูมิภาค

    ขณะที่หมวดหมู่อื่น ๆ ไทยยังมีสัดส่วนโดดเด่น ได้แก่

    • ที่พัก: 37% ของจุดหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    • ไนต์ไลฟ์: 40% ของสถานที่เที่ยวยามค่ำคืน
    • กิจกรรมแนะนำ (Things to Do): 41% สูงสุดในทุกหมวด
    • ร้านอาหาร: 36% ของจุดหมายด้านอาหารในภูมิภาค

    นอกจากนี้ ตัวเลขการจองยังสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดท่องเที่ยวไทย โดยในปี 2025 การจองที่พักในประเทศไทยผ่านฟีเจอร์ Trip.Best เติบโต 24% จากปีก่อนหน้า และในช่วง Songkran ยอด GMV รายวันจากการเลือกจองผ่านฟีเจอร์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 67%

    ชี้เทรนด์ใหม่ คนไทยเที่ยวต่างประเทศพุ่ง

    ข้อมูลจาก Trip.Best ระบุว่า การจองท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยในปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่า 80% โดยจุดหมายยอดนิยม ได้แก่

    เมืองที่ถูกค้นหามากที่สุด ได้แก่ Shanghai, Chengdu, Tokyo และ Da Nang

    ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวไทยยังให้ความสนใจกับ โรงแรมที่มีธีมเฉพาะทาง เพิ่มขึ้น โดยมีอัตราเติบโตต่อปีถึง 75% ซึ่งความนิยมสูงสุด ได้แก่

    • โรงแรมที่มีวิวธรรมชาติ 29.1%
    • โรงแรมระดับ 4 ดาวที่คัดสรรพิเศษ 27.1%
    • ที่พักระดับลักชัวรี 18.2%

    เปิด 3 โครงการใหม่เจาะตลาดไทย

    ภายในงาน Trip.com ยังเปิดตัว 3 โครงการใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดไทย ได้แก่

    1. Trip.Best Reviewer Program

    โปรแกรมนักรีวิวสำหรับสมาชิกระดับ Black Diamond, Diamond+ และ Diamond เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวร่วมรีวิวและมีส่วนร่วมในการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมรับสิทธิประโยชน์ Trip Coins

    2. Black Diamond Tasting Privilege

    สิทธิพิเศษด้านอาหารสำหรับสมาชิก Black Diamond โดยรวบรวมร้านอาหารระดับพรีเมียมจาก 71 เมืองสำคัญทั่วโลก เช่น New York City และ London

    3. Top Experiences Ranking – Thailand Edition

    การจัดอันดับประสบการณ์ท่องเที่ยวในไทย ตั้งแต่การร่วมเทศกาล Songkran การเรียนทำอาหารไทย การสวมชุดไทยย้อนยุคใน Bangkok ไปจนถึงกิจกรรม Jungle Flight ที่ Chiang Mai

    ดันแคมเปญสงกรานต์กระตุ้นการท่องเที่ยว

    Trip.Best ยังเปิดตัวแคมเปญพิเศษช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมอบ ส่วนลดโรงแรมสูงสุด 60% และส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยวเริ่มต้น 50% พร้อมกิจกรรมเช็กอินแลนด์มาร์กในเมืองเพื่อสะสม Badge และรับ Trip Coins ตลอดช่วงแคมเปญ ผ่านแฮชแท็ก #TripBestSongkran

    การจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ Trip.com ในการเชื่อมต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกับนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมสนับสนุนการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/41138&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3urhvWjoajuGx_k3CE1ZFc

  • บสย. ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 3 เดือน ช่วย SMEs ธุรกิจท่องเที่ยว นำเข้า-ส่งออก รับมือสถานการณ์ “ตะวันออกกลาง”

    บสย. ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 3 เดือน ช่วย SMEs ธุรกิจท่องเที่ยว นำเข้า-ส่งออก รับมือสถานการณ์ “ตะวันออกกลาง”

    บสย. ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 3 เดือน ช่วย SMEs ธุรกิจท่องเที่ยว นำเข้า-ส่งออก รับมือสถานการณ์ “ตะวันออกกลาง”


    17/03/2569 | 34 |

    วันนี้  17 มีนาคม 2569  นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิต ตลอดจนต้นทุนการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความท้าทายให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้าและลูกหนี้ บสย. กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวเนื่อง ให้สามารถประคับประคองธุรกิจต่อไปได้ ดังนี้

    1. มาตรการช่วยลูกค้า บสย. พักชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกัน 3 เดือน สำหรับ SMEs ลูกค้า บสย. ที่จะครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 14 เมษายน 2569 
    2. มาตรการช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม สามารถขอรับสิทธิ์พักชำระค่างวด 3 เดือน (ทั้งส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ย) สำหรับลูกหนี้ บสย. ที่อยู่ในระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้ โดยลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 14 เมษายน 2569 
    3. มาตรการเสริมสภาพคล่อง โครงการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” มุ่งลดภาระทางการเงินให้ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ ด้วยจุดเด่น ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ค่าธรรมเนียมต่ำ เริ่มต้นเพียง 1% ต่อปี ในปีที่ 4-7 โดยคิดค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง (RBP) มุ่งชดเชย NPL ในอัตราสูง (Max Claim) เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อให้ SMEs ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า บสย. และกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ที่ยังไม่เคยใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อกับ บสย. ที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เปิดรับคำขอค้ำประกันตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2569

    สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้าและลูกหนี้ บสย. กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวเนื่อง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดการเข้าร่วมมาตรการ ได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ หรือช่องทาง LINE OA TCG First: @tcgfirst และ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/162359


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/485849&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38ZHzGQtgIBdZii6CXw2hR

  • ‘ททท. – เอกชน’ ชงมาตรการอุ้ม ‘ท่องเที่ยว’ ลดภาษีน้ำมัน-แจกตั๋วฟรีบินในประเทศ ฝ่าวิกฤติ ตอ.กลาง

    ‘ททท. – เอกชน’ ชงมาตรการอุ้ม ‘ท่องเที่ยว’ ลดภาษีน้ำมัน-แจกตั๋วฟรีบินในประเทศ ฝ่าวิกฤติ ตอ.กลาง

    ภาครัฐและเอกชนท่องเที่ยวต่างสะท้อนมุมมองและข้อเสนอมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือกับวิกฤติสงครามในตะวันออกกลาง นอกเหนือจากการตอกย้ำภาพลักษณ์ว่า “ประเทศไทย” เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย (Safe Destination) แล้ว หนึ่งในแนวทางสำคัญที่เห็นต้องตรงกันคือมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวทั้งตลาดในและต่างประเทศ เพื่อประคองภาพรวมอุตสาหกรรมให้ผ่านพ้นความยากลำบากนี้ไปได้!

    พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ นายกสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย (AAT) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13-14 มี.ค. สมาคมฯ ได้จัดการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากสายการบินสมาชิก ได้แก่ บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เกี่ยวกับสถานการณ์อุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน อาทิ “ต้นทุนการดำเนินงาน” ของสายการบิน อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่มีความผันผวนจากสถานการณ์ความตึงเครียดด้าน “ภูมิรัฐศาสตร์” ในหลายภูมิภาค ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกมีความไม่แน่นอน และอาจกระทบต่อเสถียรภาพต้นทุนของอุตสาหกรรมการบิน

    สมาคมฯ จึงเห็นควรเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินในระยะสั้น โดยเฉพาะการพิจารณา “ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน” สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของสายการบิน และช่วยรักษาระดับค่าโดยสารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เนื่องจากการเดินทางภายในประเทศมีบทบาทสำคัญต่อการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค

    “การมีมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสมในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว”

    นอกจากนี้ที่ประชุมฯ ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญของสมาคมฯ เช่น โครงการ “บัตรโดยสารราคาพิเศษช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569” ที่ทางสายการบินสมาชิกฯ ให้ความร่วมมือเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและลดราคาค่าบัตรโดยสารเพดานสูงสุด 30% อีกด้วย

    ‘ททท. - เอกชน’ ชงมาตรการอุ้ม ‘ท่องเที่ยว’ ลดภาษีน้ำมัน-แจกตั๋วฟรีบินในประเทศ ฝ่าวิกฤติ ตอ.กลาง

    ด้านการประชุมหารือผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ได้สะท้อนมุมมองและข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวไว้หลากหลาย โดยเฉพาะการรับมือกับสถานการณ์นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (Long-haul) จากตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกาหดตัว

    ชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า “กลยุทธ์สำคัญในช่วงนี้คือต้องเร่งหาตลาดทดแทนจากระยะใกล้ (Short-haul) เช่น จีน และอาเซียน หากเป็นไปได้อยากมีมาตรการส่งเสริมเกี่ยวกับตั๋วโดยสารเดินทางไปเมืองรองต่างๆ ในไทย ก็จะเป็นอีกจุดสำคัญที่จะช่วยสู้กับคู่แข่งประเทศอื่นๆ อย่างเวียดนามและจีนได้”

    ‘ททท. - เอกชน’ ชงมาตรการอุ้ม ‘ท่องเที่ยว’ ลดภาษีน้ำมัน-แจกตั๋วฟรีบินในประเทศ ฝ่าวิกฤติ ตอ.กลาง

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ตลาด “นักท่องเที่ยวจีน” ซึ่งมีจำนวนมากเป็นอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมด นับเป็น “ความหวังของหมู่บ้าน” ในสถานการณ์ตึงเครียดแถบตะวันออกกลาง จากการติดตามยอดจองการเดินทางล่วงหน้า (Forward Booking) แม้ในเดือน เม.ย.-พ.ค. นี้จะยังไม่เห็นผลกระทบ อัตราการจองที่นั่งโดยสารล่วงหน้าอยู่ที่ระดับ 60% แล้วก็จริง แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณสะดุดจากปัจจัยราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น

    “กลยุทธ์ฟื้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ไทยเราต้องทำต่อเนื่องคือการส่งเสริมท่องเที่ยวสองทาง เป็น Win-Win Strategy ซึ่งได้ช่วยเพิ่มสัดส่วนผู้โดยสารคนไทยเป็น 30-40% ในเที่ยวบินเส้นทางไทย-จีน จากเดิมก่อนโควิดระบาดคนไทยเดินทางไปจีนแค่ 10% ของเที่ยวบินเท่านั้น แต่ปัจจุบันพอเป็นตัวเลขนี้ สายการบินเขาแฮปปี้มากที่ได้สัดส่วนคนไทยเพิ่มขึ้น ช่วยลดความเสี่ยง เป็นโมเดลการท่องเที่ยวที่นำไปต่อยอดในตลาดอื่นๆ เช่น กลุ่มอันดามัน เชื่อมมาเลเซีย สิงคโปร์ เพื่อสร้างการท่องเที่ยวที่มั่นคงได้”

    ด้านตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปที่เดินทางผ่านบริษัทสมาชิกของแอตต้า พบว่าหลังจากเกิดเหตุในตะวันออกกลาง จำนวนหายไปถึง 30% จึงต้องเร่งเตรียมหาตลาดอื่นๆ มาชดเชย เช่น จากเอเชียกลางให้มาแวะเปลี่ยนเที่ยวบินในจีนก่อนมาไทย นอกจากนี้ในไตรมาส 2-3 วางแผนจัดโรดโชว์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน และอินเดีย

    เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า เดือน มี.ค. เป็นเดือนที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าไทยน้อยที่สุดอยู่แล้ว และเป็นขาลงเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันของตลาดนักท่องเที่ยวยุโรป โดยจากการประชุมร่วมกับทีเอชเอ ได้รับรายงานจากเชนโรงแรมที่มีฐานตลาดกลุ่มลักชัวรี พบว่ายอดจองห้องพักใหม่ในปีนี้เข้ามามากกว่ายอดยกเลิก เรียกได้ว่ายังเป็นบวกอยู่ แต่แน่นอนว่าต้องส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้เข้าไทยเพิ่มเติม เช่น โครงการสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เพื่อทำให้ราคาตั๋วโดยสารไม่แพง รวมถึงมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ ที่มีคอนเซ็ปต์ “Co-payment” เหมือนโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ผ่านมา

    ‘ททท. - เอกชน’ ชงมาตรการอุ้ม ‘ท่องเที่ยว’ ลดภาษีน้ำมัน-แจกตั๋วฟรีบินในประเทศ ฝ่าวิกฤติ ตอ.กลาง

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.จะมุ่งหาตลาดทดแทนนักท่องเที่ยวระยะไกลที่หายไป ด้วยการเน้นขยายตลาดระยะใกล้จากเอเชีย เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ รวมถึงกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) โดยใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบสองทาง ร่วมมือกับประเทศคู่ค้าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปมาระหว่างกัน ลดความเสี่ยงแก่ผู้ประกอบการสายการบิน ไม่ต้องพึ่งพาตลาดแค่ขาเดียวมากเกินไป

    นอกจากนี้ ททท.จะนำงบประมาณที่เหลือของโครงการ “ไทยแลนด์ ซัมเมอร์ บลาสต์” (Thailand Summer Blast) มาสนับสนุนสายการบินเพิ่มเที่ยวบินเข้าเมืองหลักเมืองรองต่อเนื่อง โดยได้ขยายระยะเวลาให้สายการบินขอการสนับสนุนไปถึงเดือน ก.ค. 2569 นอกจากนี้จะขอปรับเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนเที่ยวบินตลาดระยะไกลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณาด้วย

    “และอีกโครงการที่จะนำมาปัดฝุ่นเสนอ ครม.ใหม่ คือโครงการ Buy International, Free Thailand Domestic Flights ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นการเดินทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินราคาปกติเข้าประเทศไทย จะได้รับบัตรโดยสารเครื่องบินฟรีไป-กลับ เส้นทางภายในประเทศ ซึ่งเป็นโครงการที่เคยเสนอรัฐบาลชุดก่อน แต่ยังค้างท่อ รอการพิจารณา”

    ด้านมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ คาดว่ารัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยจะมีการผลักดันโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่างแน่นอน โดย ททท.จะต้องหามุมว่าสามารถ “พลัส” หรือ เพิ่มเติม ด้านการท่องเที่ยวอย่างไรได้บ้าง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1225406&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Q-XXdNlv6d4G9UuH_WBx6

  • สงครามตะวันออกกลาง! กระทบการท่องเที่ยวเชียงใหม่ นทท.ยกเลิกเดินทาง

    สงครามตะวันออกกลาง! กระทบการท่องเที่ยวเชียงใหม่ นทท.ยกเลิกเดินทาง

    สถานการณ์ความรุนแรงของสงครามตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบในเร็ววัน และคาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือขยายความรุนแรง จะมีผลกระทบมาถึงภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่มีความกังวลใจว่าจะทำให้เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวสะดุด เนื่องจากรายได้หลักของจังหวัดเชียงใหม่มาจากภาคกลางท่องเที่ยวเป็นหลัก ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้บอกเล่าถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบในด้านต่างๆ

    โดยหนึ่งในประเด็นที่มีความกังวลและมีแนวโน้มว่าจะย่ำแย่ลงหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายคือ ราคาน้ำมัน และการขาดแคลนน้ำมัน

    ผู้ประกอบการรถบัสนำเที่ยวรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า หากในอนาคตราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นก็จะทำให้ต้นทุนในการประกอบกิจการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่จะเป็นปัญหาตามมาหากมีคนแห่ไปเติมน้ำมัน หรือกักตุนน้ำมัน จนทำให้น้ำมันหมดหลายปั๊มพร้อมกัน ก็จะทำให้รถบัสต้องเสียเวลาไปหาปั๊มที่มีน้ำมันซึ่งจะใช้เวลามากขึ้นกว่าเดิม

    “ดังนั้นภาครัฐควรจะมีการตรึงราคา หาน้ำมันสำรอง และสื่อสารกับประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา เพื่อให้ประชาชนได้วางแผนในชีวิตได้ ส่วนการรับมือหากเป็นบริษัทนำเที่ยว ก็อาจจะต้องมีการลดขนาดธุรกิจลงหรือลดจำนวนรถเพื่อควบคุมต้นทุนให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ขาดทุน”

    ขณะที่ที่พักตามแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ก็แสดงความกังวลใจเกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบที่จะส่งผลกระทบมาถึงการท่องเที่ยวเช่นกัน

    The-war-in-the-Middle East-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo03.jpg

    The-war-in-the-Middle East-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo V03-1.jpg

    ม่านป่า มองเขา เฮ้าส์ หนึ่งในที่พักขนาดเล็กบนดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เปิดให้บริการยังไม่ถึงหนึ่งปี เปิดเผยว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เดินทางมาพักจะเป็นชาวต่างชาติ จากยุโรป และอเมริกา ซึ่งจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบพักผ่อนอย่างสบายไม่วุ่นวาย ถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของทางที่พัก

    “ซึ่งหากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางยืดเยื้อก็กังวลใจว่านักท่องเที่ยวจะหายไป และจะกระทบกับการดำเนินธุรกิจเนื่องจากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น กำลังไปได้ดีแต่อาจจะมาสะดุดเพราะเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังพอมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาพักและจองล่วงหน้าอยู่บ้าง แต่หลังจากนี้ก็คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป”

    “การดำเนินธุรกิจหลังจากนี้ต้องมีการปรับตัวและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดึงดูดลูกค้า จากเดิมที่ตั้งเป้าเป็นกลุ่มลูกค้าจากทางยุโรปเป็นหลัก ก็คงจะต้องหากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มมากขึ้น หรือมีการจัดส่วนลดในการจองผ่านแอพพลิเคชั่นให้กับนักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ามาเข้าพักตลอดทั้งปี”

    The-war-in-the-Middle East-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo V02-1.jpg

    อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงเชื่อมั่นว่าช่วงกรีนซีซั่นของจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ เพราะเชียงใหม่ในช่วงฤดูฝนป่าไม้จะมีความชุ่มชื่นสวยงาม นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางหรือยุโรปก็ชื่นชอบในการเดินป่า ชมภูเขา ตกเย็นก็กลับมาพักผ่อนที่ที่พักอย่างผ่อนคลาย

    “ทั้งนี้ก็คาดหวังว่าสถานการณ์จะกลับมาสงบในเร็ววัน ไม่อยากจะให้ยืดเยื้อเพราะเศรษฐกิจจะย่ำแย่ผู้คนไม่มีเงินไปเที่ยวผู้ประกอบการธุรกิจห้องพักขนาดเล็กก็จะล้มหายตายจาก”

    The-war-in-the-Middle East-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ศุภมิตร กิจจำพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ณ ปัจจุบันก็ได้รับผลกระทบบ้างแล้ว ซึ่งผลกระทบมาจากการที่นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีการยกเลิกการจองห้องพัก หรือนักท่องเที่ยวยุโรปที่จะต้องบินเข้ามาเปลี่ยนเครื่องที่ตะวันออกกลางก็มีการยกเลิกในโรงแรมหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ จุดนี้เราก็พยามช่วยกันขับเคลื่อนและหากลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวในส่วนของประเทศที่ใกล้กับประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

    ศุภมิตร กล่าวต่อว่า ตอนนี้ภาครัฐบาลเองก็ร่วมกันกับทางภาคเอกชนในการหามาตรการในการช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอย่างจังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของเรื่องราคาน้ำมัน ภาครัฐก็ต้องหาแนวทางในการเยียวยาและแก้ไขปัญหาในอนาคตที่จะสามารถตรึงราคาได้อยู่ในระดับไหน

    อย่างไรก็ตามทางจังหวัดเชียงใหม่ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ออก 4 มาตราการสำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินจากการปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง ได้แก่

    1.ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยมีศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเชียงใหม่ (TAC) บูรณาการร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ในการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

    2.มาตรการผ่อนปรนด้านวีซ่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ มีมาตรการเรื่องการขยายวีซ่า

    3.มาตรการพิเศษจากสายการบิน สายการบินเอทิฮัด ให้สิทธิเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินฟรี หรือขอคืนเงินสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ

    4.การสนับสนุนจากภาคเอกชน จังหวัดเชียงใหม่ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน มีโรงแรม ร้านอาหารราคาพิเศษสำหรับรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง และสามารถสอบถามรายละเอียด  ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ (TAC) โทร  0983010400

    The-war-in-the-Middle East-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ด้าน วาสนา ทองสุข ผู้บริหารปางช้างแม่แตง กล่าวว่า การท่องเที่ยวในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวจากตะวันตกและยุโรปนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว เนื่องจากมีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

    อีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจก็คือ “ปางช้าง” ซึ่งอำเภอแม่แตงเป็นอำเภอที่มีปริมาณช้างเลี้ยงหนาแน่นที่สุดในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดชาวต่างชาติได้ดี แต่จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางก็เริ่มส่งผลถึงการท่องเที่ยวของอำเภอแม่แตงบ้างแล้ว มีการยกเลิกจากนักท่องเที่ยวในยุโรป เช่น โปแลนด์ อย่างในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้ของปางช้างลดลงประมาณร้อยละ 20 ถึง 30

    The-war-in-the-Middle East-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo04.jpg

    The-war-in-the-Middle East-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    วาสนา กล่าวอีกว่า ข้อกังวลใจที่มีในตอนนี้คือ หากนักท่องเที่ยวลดจำนวนลงมากก็จะส่งผลกระทบกับปางช้าง ช้าง และควาญช้าง ซึ่งทางผู้ประกอบการก็ต้องมีการแบกรับต้นทุนในส่วนนี้เอาไว้

    “ไม่อยากจะให้เหตุการณ์ยืดเยื้อ เนื่องจากหลายปางช้างก็เพิ่งฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 มาได้ไม่นาน หากเจอวิกฤตเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอีกก็อาจจะไม่มีเงินสำรองในการดำเนินธุรกิจมากเพียงพอ สำหรับธุรกิจปางช้างผู้ประกอบการรายเล็ก ยังไม่น่าห่วงเท่ากับผู้ประกอบการรายใหญ่ เนื่องจากรายใหญ่นั้นมีช้าง มีควาญช้าง และพนักงานในการดูแลจำนวนมาก ทำให้แบกรับต้นทุนมากกว่า ส่วนการพัฒนาสถานที่ก็อาจจะต้องหยุดเอาไว้ก่อนเพื่อประหยัดเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ”

    “ทั้งนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลพลิกวิกฤตเป็นโอกาส นำเสนอประเทศไทยให้ชาวต่างชาติได้ทราบว่าประเทศไทยน่าเที่ยวอย่างไร ให้เป็นตัวเลือกในการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ ถือเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เนื่องจากบางประเทศในตอนนี้ยังไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ หรือหลายประเทศก็มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากกว่าเดินทางมายังประเทศไทย และประเทศไทยก็มีความปลอดภัยมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย สร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อช่วยประคองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงนี้” ผู้บริหารปางช้างแม่แตง กล่าว

    The-war-in-the-Middle East-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo05.jpg

    The-war-in-the-Middle East-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo06-1.jpg

    The-war-in-the-Middle East-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo07.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/the-war-in-the-middle-east-is-beginning-to-affect-the-tourism-sector-in-chiang-mai-province&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26oYS4CBczSrV1bkh0lMsf

  • ร้อนนี้หลบแดดเที่ยวฝายน้ำ‘ปางสวรรค์’คึกคักรับวันหยุดยาว

    ร้อนนี้หลบแดดเที่ยวฝายน้ำ‘ปางสวรรค์’คึกคักรับวันหยุดยาว

    ร้อนนี้หลบแดดเที่ยวฝายน้ำ‘ปางสวรรค์’คึกคักรับวันหยุดยาว

    วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฝายน้ำล้น ปางสวรรค์  หมู่ 11 บ่านปางสรวรรค์ ต.คอกควาย อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี   ในวันหยุดช่วงนี้คึกคัก มีนักท่องเที่ยวจากจังหวัดต่างๆเดินทางไปเยี่ยมเยือน โดยเฉพาะจากกรุงเทพมหานคร และภาคกลาง ในการสัมผัสกับม่านน้ำของฝ่ายแห่งนี้ ที่รับน้ำจากเทือกเขาของผืนป่าสงวนแห่งชาติป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยทับเสลาและป่าห้วยคอก ที่อยู่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ผู้ไปท่องเที่ยวระยะนี้จะได้สัมผัสความเย็นของสายน้ำ ความสวยงามของม่านน้ำของฝายปางสวรรค์ นับเป็นจุดเช็คอินขึ้นชื่ออีกแห่งของอำเภอบ้านไร่ นอกจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ

    คุณรัศมี ทองสิริไพรศรี นักท่องเที่ยว กล่าวว่า เห็นภาพใน ในโซเชียลมีเดี่ย เกี่ยวกับความสวยงามของฝ่ายปางสวรรค์ อ.บ้านไร่ มานานแล้ว ได้มีโอกาสเลยชัดชวนกันออกมาท่องเที่ยวเที่ยวกัน ได้สัมผัสความเป็นธรรมชาติ ความเย็นชุ่มฉ่ำ แล้วก็ได้รูปสวยๆ นับว่าไม่ผิดหวัง จึงขอเชิญชวนทุกคน ต้องมาเช็กอินที่ฝายกั้นน้ำที่บ้านไร่นี้

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/952888&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30WWs2eseXKaUAmX2XKT5p