Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สุกี้ตี๋น้อยเปิดตัว ‘ตี๋น้อย PLUS+’ ตั้งเป้ารายได้ 13,000 ล้านบาท

    สุกี้ตี๋น้อยเปิดตัว ‘ตี๋น้อย PLUS+’ ตั้งเป้ารายได้ 13,000 ล้านบาท

    บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร “สุกี้ตี๋น้อย” เปิดตัวบุฟเฟต์รูปแบบใหม่ “ตี๋น้อย PLUS+” ราคา 299 บาท พร้อมตั้งเป้าขยายสาขา 60 แห่งทั่วประเทศ หนุนรายได้เติบโต 42% แตะ 13,000 ล้านบาทในปี 2569

    ยกระดับประสบการณ์ใหม่ด้วย ‘ตี๋น้อย PLUS+’

    นัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า “ตี๋น้อย PLUS+” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์คุ้มค่า ไม่ใช่เพียงความอิ่ม โดยยังคงจุดแข็งด้านราคาเข้าถึงง่าย ควบคู่การเพิ่มคุณภาพและความหลากหลายของเมนู

    โมเดลใหม่นี้มาพร้อมหม้อน้ำซุป 3 ช่อง ตัวเลือกซุปหลากหลาย อาทิ หม่าล่าเข้มข้น และหม่าล่านม ที่ได้ “เชฟโฮ” (Mr. Kwok Hing Ho) เจ้าของ HO KITCHEN SEAFOOD เข้าร่วมพัฒนาให้มีเอกลักษณ์และรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น

    S__62038048.jpg

    ผลงานโดดเด่นปี 2568-2569

    บริษัทสะท้อนการเติบโตแข็งแกร่งในปี 2568 ด้วยรายได้รวม 9,147 ล้านบาท เติบโต 31% จากปีก่อน กำไรสุทธิ 864 ล้านบาท จำนวนผู้ใช้บริการ 36.04 ล้านคน เพิ่มขึ้น 34%

    ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีลูกค้า 10.28 ล้านคน เติบโต 36% คาดรายได้เติบโต 34% จากงวดเดียวกันปีก่อน ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 3.5%

    ระบบสมาชิกและแผนขยายสาขา

    ความสำเร็จของระบบ “TN FAMILY” มีสมาชิกปัจจุบัน 3.1 ล้านราย เข้าใช้บริการเฉลี่ย 40,000 รายต่อวัน

    บริษัทวางแผนขยายสาขากว่า 60 แห่งทั่วประเทศผ่านแบรนด์ Suki Teenoi, Teenoi PLUS+, Teenoi BBQ, Teenoi Gold และแบรนด์ใหม่ จากปัจจุบันครอบคลุม 35 จังหวัด เพิ่มเป็น 57 จังหวัด คาดสิ้นปี 2569 มีสาขารวม 133 แห่ง

    การสนับสนุนจากเจมาร์ท กรุ๊ป

    กิติพัฒน์ ชลวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) ยืนยันการสนับสนุนการเติบโตของสุกี้ตี๋น้อยผ่านเทคโนโลยี AI และการสร้าง Synergy ร่วมกับธุรกิจในเครือ เช่น JAS ASSET, JAYMART MOBILE และ J VENTURES เพื่อเพิ่มมูลค่าลูกค้าและยกระดับความสามารถแข่งขันระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/suki-teenoi-plus-revenue-target-13000-million&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yGKN5x8wKLDS5lVHriJQP

  • หล่มสักคึกคัก! ‘ฝายห้วยขอนแก่น’ แหล่งท่องเที่ยวใหม่น้ำใส-หาดทรายสวย

    หล่มสักคึกคัก! ‘ฝายห้วยขอนแก่น’ แหล่งท่องเที่ยวใหม่น้ำใส-หาดทรายสวย

    หล่มสักคึกคัก! ‘ฝายห้วยขอนแก่น’ แหล่งท่องเที่ยวใหม่น้ำใส-หาดทรายสวย

    วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.05 น.

    หล่มสักคึกคัก! ‘ฝายห้วยขอนแก่น’ แหล่งท่องเที่ยวใหม่น้ำใส-หาดทรายสวย ชู Soft Power ชุมชนยลวิถีห้วยไร่ กระตุ้นเศรษฐกิจรับหน้าร้อน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดแหล่งท่องเที่ยวฝายห้วยขอนแก่น ณ ต.ห้วยไร่ อ.หล่มสัก เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้า OTOP ในพื้นที่ โดยมีผู้นำชุมชนและหน่วยงานส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมสนับสนุนอย่างพร้อมเพรียง

    นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก เปิดเผยว่า ฝายห้วยขอนแก่นมีศักยภาพโดดเด่นด้วยสภาพน้ำที่ใสสะอาดและมีหาดทรายตามธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การเป็นสถานที่พักผ่อนของครอบครัว ทางอำเภอและชุมชนจึงร่วมกันปรับภูมิทัศน์และจัดสรรพื้นที่สำหรับจอดรถและจำหน่ายสินค้าชุมชน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ให้มาใช้บริการ

    นายอำเภอหล่มสัก เน้นย้ำว่า การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้จะช่วยให้คนในชุมชนไม่ต้องเดินทางไปเล่นน้ำในพื้นที่ห่างไกลเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความสนุกสนานให้เด็กๆ ในช่วงปิดเทอมแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและประหยัดน้ำมันท่ามกลางสภาวะปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

    สำหรับฝายห้วยขอนแก่น เดิมทีเป็นแหล่งน้ำที่มีปัญหาในอดีต ทั้งน้ำท่วมพื้นที่เกษตรในฤดูฝนและแห้งขอดในฤดูแล้ง แต่หลังจากมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและฝายกักเก็บน้ำ ปัญหาดังกล่าวได้หมดไป ปัจจุบันพื้นที่นี้ไม่เพียงแต่ใช้เพื่อการเกษตรเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นต้นแบบของ ‘ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี’ ที่สร้างรายได้หล่อเลี้ยงชาวบ้านตำบลห้วยไร่ได้อย่างยั่งยืน

    ////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    พิกัดใหม่คลายร้อน! ‘วัดโฆษาท่าช้าง’ พลิกโฉมฝายน้ำล้น-เป็นแหล่งเล่นน้ำสุดคึกคัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/953970&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04MAUiLl2I9fWoe-Q9_7dw

  • ส่งออกรถยนต์เยอรมันไปจีนดิ่ง 33% ในปี 2025

    ส่งออกรถยนต์เยอรมันไปจีนดิ่ง 33% ในปี 2025

    อุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมันเผชิญวิกฤตที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี หลังการศึกษาใหม่เผยให้เห็นว่าการส่งออกไปยังตลาดจีนดิ่งลงอย่างน่าตกใจ 33% ในปี 2025 ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่นจีน

    การศึกษาโดยบริษัทที่ปรึกษา EY เผยให้เห็นว่ามูลค่าการส่งออกรถยนต์เยอรมันไปจีนลดลงเหลือเพียง 13.6 พันล้านยูโร (15.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้จีนตกจากอันดับ 2 มาเป็นอันดับ 6 ในรายชื่อตลาดส่งออกที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมนี

    สหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดหลัก แต่ยอดลดลงเช่นกัน

    สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดอันดับหนึ่ง ด้วยมูลค่าการส่งออก 28.5 พันล้านยูโร แต่ลดลง 18% จากปี 2024 ท่ามกลางนโยบายการเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดี Donald Trump

    ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมรถยนต์จาก EY, Constantin M. Gall กล่าวว่า “การลดลงของการส่งออกไปทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาก่อให้เกิดปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินอย่างมหาศาลทั่วทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมนี”

    ผู้ผลิตจีนท้องถิ่นเข้ามาแย่งตลาด

    จีนที่เคยเป็นตลาดที่เชื่อถือได้สำหรับรถยนต์เยอรมัน กลายเป็นตลาดที่ท้าทายมากขึ้นเนื่องจากการเกิดขึ้นของคู่แข่งในประเทศ โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีผู้นำอย่าง BYD ความต้องการในจีนยังลดลงเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอันดับสองที่ยืดเยื้อ

    ผู้ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ของจีนกำลังขยายตลาดไปยังยุโรปมากขึ้น ในปี 2025 มูลค่าการนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนจากจีนไปสหภาพยุโรปเกินมูลค่าการส่งออกจากสหภาพยุโรปไปจีน แม้จะมีการเก็บภาษีนำเข้าสูงต่อรถยนต์ไฟฟ้าผลิตในจีนเพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศ

    วิกฤตการจ้างงานและการล้มละลาย

    การศึกษายังแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมนีโดยรวมลดแรงงานเกือบ 50,000 คนในปีที่แล้ว ทำให้จำนวนคนงานทั้งหมดอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี ขณะเดียวกันการยื่นขอล้มละลายในภาคนี้ก็สูงสุดในรอบ 14 ปีเช่นกัน

    ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมันชื่อดังอย่าง Volkswagen, BMW และ Mercedes กำลังเผชิญกับความต้องการที่อ่อนแอในยุโรปและปัญหาการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยปัญหา การส่งออกของภาครถยนต์เยอรมันลดลงประมาณ 4% โดยรวมในปีที่แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/german-auto-exports-china-drop-33-percent-2025&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xE6lPrgAqsDgQAicT1ECb

  • Test & Go ฮีโร่ช่วยท่องเที่ยว สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยทั้งคนไทยและต่างชาติ

    Test & Go ฮีโร่ช่วยท่องเที่ยว สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยทั้งคนไทยและต่างชาติ

    การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)ในวันที่ 20 ม.ค.65 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเปิดลงทะเบียน Thailand Pass สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยทั้งคนไทยและต่างชาติในรูปแบบ test & Go เริ่ม 1 ก.พ. 2565

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/vido/511042&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JghE7f7n_CIUtmHoYCgxD

  • สงคราม-น้ำมันพุ่ง ‘สงกรานต์’ ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

    สงคราม-น้ำมันพุ่ง ‘สงกรานต์’ ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

    สงคราม-น้ำมันพุ่ง 'สงกรานต์' ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

    ธุรกิจร้านอาหารไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน จากทั้งต้นทุนที่พุ่งสูงและรายได้ที่มีแนวโน้มหดตัว ท่ามกลางผลกระทบของสถานการณ์สงครามและราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณชัดต่อภาคท่องเที่ยวและกำลังซื้อผู้บริโภค

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และเจ้าของร้านสตีฟ คาเฟ่ เปิดเผยข้อมูลกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการประเมินความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกจะกระทบเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างน้อย 1–3 เดือน โดยเฉพาะช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคท่องเที่ยวควรจะคึกคัก “เรื่องสงครามคาดการณ์ยาก แต่ดูจากแนวโน้มแล้ว กระทบต่อเนื่องในระยะสั้น และกดดันเศรษฐกิจทันที”

    คนไทยลดเที่ยว–ต่างชาติหาย ฉุดรายได้ร้านอาหาร

    ผลกระทบที่เห็นชัดคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยคนไทยมีแนวโน้มลดการเดินทางโดยเฉพาะต่างประเทศ จากค่าตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นและความกังวลด้านค่าใช้จ่าย ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศก็ชะลอลงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทำให้การเดินทางโดยเฉพาะด้วยรถยนต์ส่วนตัวลดลง “ปีนี้คนจะระวังการใช้เงินมากขึ้น เที่ยวก็น้อยลง โดยเฉพาะต่างจังหวัด”

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของไทย คาดว่าบรรยากาศจะซบเซากว่าปกติ โดยคนไทยจำนวนมากอาจเลือกอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้น และลดการเดินทางระยะไกล

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช

    ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบสัญญาณชะลอตัวชัดเจนโดยเฉพาะตลาดยุโรปและจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก ส่งผลให้ร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรง “ร้านของผมลูกค้าต่างชาติประมาณ 50–60% ตอนนี้ลดลงแบบเห็นได้ชัด” ทั้งนี้ประเมินว่าในช่วงสงกรานต์ปีนี้

    • นักท่องเที่ยวยุโรปอาจลดลงถึง 60%
    • นักท่องเที่ยวเอเชียลดลงราว 10%
    • ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวอาจลดลงประมาณ 40%

    ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว รับรายได้หด–คุมต้นทุนเข้ม

    จากแรงกดดันดังกล่าว ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเร่งปรับตัวทั้งด้านรายได้และต้นทุนควบคู่กัน โดยเฉพาะการบริหารแรงงานและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง แนวทางที่เริ่มเห็นชัดในหลายร้าน ได้แก่

    • ชะลอการรับพนักงานใหม่เมื่อมีคนลาออก
    • ปรับตารางการทำงานตามยอดขายจริง
    • ลดชั่วโมงโอที และใช้พนักงานพาร์ทไทม์แทน
    • ควบคุมค่าใช้จ่ายทุกด้านอย่างเข้มงวด

    ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางรายเริ่มติดตามกระแสเงินสดแบบรายวัน เพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงรายได้ผันผวน

    ชี้ “พลังงาน” ปมหลัก กดเศรษฐกิจทั้งระบบ

    นายสรเทพมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งแก้ไข คือปัญหาราคาพลังงานและน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทั้งระบบเศรษฐกิจ และส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อการท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่าย “ถ้ารัฐบาลยังแก้ปัญหาน้ำมันไม่ได้ ทุกอย่างจะหยุดหมด ทั้งการท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่าย”

    พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้หลายประเทศทั่วโลกจะเผชิญราคาน้ำมันปรับขึ้นเช่นกัน แต่ไม่ได้เกิดปัญหาการขาดแคลนในลักษณะเดียวกับประเทศไทย

    ทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งสร้างความเชื่อมั่น และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านพลังงานอย่างจริงจัง มากกว่าการชี้แจงสถานการณ์เพียงอย่างเดียว “รัฐบาลควรแก้ปัญหา ไม่ใช่แก้ตัว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/654444&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wOouS-kFTDIQMJRj6ma17

  • อัปเดตราคาน้ำมัน 22 มี.ค.69 “เบนซิน-ดีเซล” พุ่งขึ้น! คาดปรับราคาอีกหลายชนิดทั่วประเทศ

    อัปเดตราคาน้ำมัน 22 มี.ค.69 “เบนซิน-ดีเซล” พุ่งขึ้น! คาดปรับราคาอีกหลายชนิดทั่วประเทศ

    อัปเดตราคาน้ำมัน 22 มี.ค.69 “เบนซิน-ดีเซล” พุ่งขึ้น! คาดปรับราคาอีกหลายชนิดทั่วประเทศ

    เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดตราคาน้ำมันจากหลายบริษัทใหญ่ ได้แก่ บางจาก คอร์ปอเรชั่น, ปตท., เชลล์, พีทีจี และ เชฟรอน โดยราคาน้ำมันในวันพรุ่งนี้ 22 มีนาคม 2569 จะมีการปรับเปลี่ยนใหม่ตามรายละเอียดดังนี้:

    • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 46.84 บาท/ลิตร
    • ไฮดีเซล S: 31.14 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียม 97: 49.54 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO: 24.79 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO: 28.05 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91S EV: 32.68 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO: 33.05 บาท/ลิตร

    การปรับราคาครั้งนี้สะท้อนถึงการปรับตัวตามปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงต้นทุนการผลิตและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาในการจำหน่ายในประเทศ

    #ราคาน้ำมัน #น้ำมันพุ่ง #ราคาน้ำมันวันนี้ #ปตท #บางจาก #เชฟรอน #น้ำมันดีเซล #น้ำมันเบนซิน #ข่าวน้ำมัน #อัปเดตราคา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/136324&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AvHjrnBerXulBl9OcZ9lo

  • เปิดใจแม่น้องเบส สุดดีใจ ออมเงินกับโรงเรียนปีเดียว ได้เกือบแสน หวังปลูกฝังวินัยให้ลูกรู้จักการออม

    เปิดใจแม่น้องเบส สุดดีใจ ออมเงินกับโรงเรียนปีเดียว ได้เกือบแสน หวังปลูกฝังวินัยให้ลูกรู้จักการออม

    จากเรื่องราวใจฟูของ Kru nok ครูโรงเรียนบ้านหนองลุมพุกหญ้าม้า อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี หลังโลกโซเชียลชื่นชมการปลูกฝังวินัยการเงินของเด็กนักเรียน

    ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ ครูนก หรือ น.ส.กนกวรรณ อายุ 34 ปี ครูประจำชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนหนองลุมพุกหญ้าม้า โดย ครูนก บอกว่า เรื่องราวที่มีการแชร์ในโซเซียลเป็นเรื่องราวดีๆ การออมเงินของเด็กๆที่โรงเรียนหนองลุกพุกหญ้าม้า สังกัดสำนักงานประถมศึกษาเขต 2 กุมภวาปี โดยทางโรงเรียนมีโครงการให้เด็กๆ ทุกชั้น ตั้งแต่อนุบาลถึงม.3 ได้ออมเงินทุกวัน ไม่มีกำหนดว่าใครจะออมเท่าไหร่ โดยจะฝากไว้กับคุณครูประจำชั้น และจะไม่มีการเบิกระหว่างการออม เมื่อครบ 1 ปี หรือ 1 ปีการศึกษา ก็จะนำเงินไปมอบให้ผู้ปกครองของเด็กต่อไป

    อย่างเช่น น้องเบส วัย 5 ขวบ ออมเงินในปีนี้ได้ถึง 72,270 บาท ซึ่งสาเหตุที่น้องเบส ออมเงินได้เยอะ เพราะคุณแม่เปิดร้านอาหารตามสั่ง นำเงินมาฝากส่งออมไว้กับคุณครูวันละ 400 บาท ส่วนเด็กๆ คนอื่นก็ลดหลั่นกันไป เช่น น้องพรทิพย์ ได้ 7,000 กว่าบาท น้องชลลิดาและเพื่อนๆ ออมได้ 3,000 บาทเศษ ส่วนใหญ่เงินออมเด็กจะอยู่ประมาณ 3,000 บาทเศษ เพราะน้องออมวันละ 20 บาท อีกสาเหตุที่ผู้ปกครองนำมาออมกับคุณครู เพราะผู้ปกครองบอกว่า หากเก็บเงินหรือออมเงินที่บ้าน ยังไงก็จะถอนอยู่ดี จึงนำให้ลูกๆ มาฝากไว้กับคุณครู สิ้นปีการศึกษา ทางครูก็มอบคืนให้ผู้ปกครองเอาไว้ไปซื้ออุปกรณ์การศึกษาในปีต่อไป ตอนเอาไปมอบให้ผู้ปกครองทุกคนดีใจและใจฟูมาก อย่างเช่นผู้ปกครองของน้องเบส ก็ยิ้ม บอกว่าได้เยอะเนาะคุณครู ที่โรงเรียนทำโครงการนี้ถือเป็นการฝึกนิสัยการออมเงินให้กับน้องๆ ตั้งแต่เด็กๆ ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ชาวเน็ตชื่นชมทางโรงเรียน ก็ขอบคุณมากค่ะ

    ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหนองหญ้าม้า อ.ประจักษ์ศิลปาคม พบกับ น้องเบส อายุ 5 ขวบ และคุณแม่ ซึ่งเป็นคนออมเงินได้ถึง 72,720 บาท โดยคุณแม่ม้วย นางปวีณา อายุ 48 ปี คุณแม่ของน้องเบส เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่ให้ลูกชายไปออมกับคุณครู เพราะถ้าเก็บไว้ที่บ้านยังไงก็ถอนมาใช้อยู่ดี ส่วนเงินออมวันละ 400 บาท เป็นเงินที่ตนเองเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง ก็แบ่งไปให้ลูกชายออมไว้กับคุณครู ปีนี้ออมได้ยอดเงินจำนวน 72,720 บาท เงินที่ได้จะเก็บไว้จ่ายค่าประกันชีวิตให้กับตนเอง เพราะทำประกันไว้เยอะ

    คุณแม่ม้วย บอกว่า ก็ดีใจ ที่เราเอาเงินไปออมกับครูที่โรงเรียน ปีนี้ได้ยอดเกือบแสน ปีที่แล้วเราออมได้หมื่นกว่าบาท ปีนี้เลยตั้งใจเลยว่า ต้องเก็บให้ได้วันละ 400 บาท บางวันก็ไม่ได้ถึง 400 บาท เอาไปฝากเท่าที่ได้ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็เอาไปฝากกับครูวันจันทร์ ก็จะทบไปเลย 3 วัน เป็น 1,200 บาท โดยการฝากเงินไปกับลูกชายเพื่อให้ออมกับคุณครูเป็นเรื่องดี ฝึกวินัยการใช้เงินของตนเองอย่างมาก เพราะทางโรงเรียนมีระเบียบห้ามถอนระหว่างทาง จนกว่าจะครบปี ใจจริงก็อยากจะสร้างระเบียบให้กับตนเอง เอาเงินไปออมไว้ที่อื่นด้วย เพราะถ้าออมไว้กับตนเองติดนิสัยหยิบมาใช้เหมือนเดิม อีกอย่างที่เราออมแบบนี้เป็นการปลูกฝังให้เรารู้จักการออมเงินและการใช้เงิน อยากฝากถึงทุกคนเอาไว้เป็นแรงบันดาล ไม่ต้องฝากเยอะก็ได้ ออมเท่าที่เราออมได้ วันละ 10 บาท 20 บาทก็ได้ พอครบปี เราเห็นเงินก้อนโต เราก็ดีใจ เงินจำนวนนี้ก็จะเก็บไว้ให้ลูกชายและจ่ายประกันชีวิตให้กับตนเอง บอกตรงๆ ดีใจมากที่เห็นเงินออมเงินเก็บปีหนึ่ง 70,000 บาทเศษ คิดในใจโอ้โห!!! ไม่คิดว่าเราจะเก็บเงินได้ถึงขนาดนี้ ปีต่อไปก็จะออมอีกแน่นอน

    คุณแม่กล่าวตอนท้ายด้วยความดีใจ พร้อมบอกว่า ตอนไปหอบเงิน 70,000 บาทกลับบ้าน ปรากฏว่ามีชาวบ้านมาที่บ้าน ขอยืมเงิน แต่ตนเองไม่ให้เพราะเราจำเป็นต้องใช้จ่ายประกัน

    ส่วน น้องเบส ยิ้มแฉ่ง เมื่อเห็นแม่ให้เงินไปออมกับคุณครูได้ถึง 70,000 บาทเศษ บอกสั้นๆ ว่า โตขึ้นผมอยากเป็นตำรวจครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/social/morning/459489&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yH_PdbhqD4nhRZv4I0nKg

  • โลจิสติกส์ภาคใต้เดือด จี้รัฐเร่งแก้น้ำมันขาดแคลน | TOPNEWS

    โลจิสติกส์ภาคใต้เดือด จี้รัฐเร่งแก้น้ำมันขาดแคลน | TOPNEWS

    โลจิสติกส์ภาคใต้เดือด จี้รัฐเร่งแก้น้ำมันขาดแคลน

    • เผยแพร่ : 21/03/2026 23:53

    วันที่ 21 มี.ค. 2569 นายภาณุ เค้าเปี่ยมจิต นายกสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ พร้อมด้วย ดร.มาลิน สืบสุข อุปนายกสมาคมฯ และนายรุจิระ ธรรมศิริพงษ์ เลขาธิการสมาคมฯ ร่วมกันแถลงถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่า ความเสียหายในขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้ แต่ต้นทุนและเวลาการทำงานได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งในภาคขนส่งและประชาชนทั่วไป ขณะที่ในสมาคมฯ มีรถบรรทุกในสังกัดหลายพันคัน ต่างประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเช่นเดียวกัน

    นายภาณุ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับเหมาะสม โดยระบุว่าข้อมูลปัจจุบันชี้ว่าน้ำมันในประเทศยังเพียงพอใช้อีกประมาณ 60 วัน และล่าสุดมีการแจ้งว่าสามารถใช้งานได้ถึง 104 วัน จึงเชื่อว่ารัฐบาลมีศักยภาพในการควบคุมราคาหน้าปั๊มได้ พร้อมขอให้ตรวจสอบปริมาณน้ำมันในคลัง ผู้กลั่นน้ำมัน และพ่อค้าคนกลาง เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันระหว่างพ่อค้าคนกลางกับราคาหน้าปั๊มมีความแตกต่างกันมากกว่า 10 บาท ซึ่งสร้างความผิดปกติในระบบตลาดและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยตรง

    นอกจากต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับต้นทุนด้านเวลา จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาขนส่งสินค้าเพียง 1-2 วัน แต่ปัจจุบันต้องใช้เวลา 4-5 วัน เนื่องจากต้องรอคิวเติมน้ำมันตามสถานีบริการต่าง ๆ ทำให้เกิดความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทาน หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ผู้ประกอบการบางรายอาจจำเป็นต้องหยุดเดินรถ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคอุตสาหกรรม เมื่อโรงงานผลิตสินค้าแล้วไม่สามารถขนส่งได้ ต้องหาพื้นที่โกดังจัดเก็บเพิ่มเติม และบางแห่งเริ่มประสบปัญหาไม่มีพื้นที่เก็บสินค้า จนอาจต้องหยุดการผลิต ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

    จรัส ชูศรี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

    1

    sdfvsvse

    ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เปิดเทศกาลมะม่วงบางคล้า ครั้งที่ 22 กระตุ้นท่องเที่ยว–เศรษฐกิจท้องถิ่น

    ต้องไปเห็นกับตา! เสน่ห์ไทลื้อ เมืองมาง – เมืองหย่วน จ.พะเยา วธ.ปลุกเสน่ห์ล้านนาโบราณ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ชู UNSEEN THAI THAI ปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่น เดินหน้าดันพะเยาหมุดหมายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    มอบหมอนยางพารา 107 ใบ หนุนทหารเรือชายแดนไทย–กัมพูชา

    แห่ร่วมพิธีวังเศรษฐีนาคราช! ส่องเลขธูป 924 ลุ้นโชคงวด 1 เม.ย.

    “กรมศิลปากร” เตรียมความพิเศษฉลอง 2 วาระสำคัญ “115 ปี กรมศิลปากร – 120 ปี หอสมุดแห่งชาติ”

    “รมว.ทส.สุชาติ” ประสาน มท. ขอให้ผู้ว่าฯ ช่วยอำนวยความสะดวกเติมน้ำมันดับไฟป่า ด้านอุทยานฯ​ สั่งติดป้ายถังเชื้อเพลิง​ให้ชัด! “น้ำมันเพื่อใช้ในภารกิจดับไฟป่าเท่านั้น” ป้องกันการเข้าใจผิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1523685&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3l8qm2V_9BpfTzU1798Vn0

  • “นิพิฏฐ์” ทุบโต๊ะ! เลิกโยนบาปชาวบ้านกักตุน ชี้เป้า “คลังยักษ์สงขลา” ท้า รมต. กล้า “แก้ผ้า” ตัวจริงไหม? | เดลินิวส์

    “นิพิฏฐ์” ทุบโต๊ะ! เลิกโยนบาปชาวบ้านกักตุน ชี้เป้า “คลังยักษ์สงขลา” ท้า รมต. กล้า “แก้ผ้า” ตัวจริงไหม? | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

    น้ำมันหายไปไหน ยังแก้ผ้าใครไม่ได้เลย

    ถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ในภาคใต้ มีที่ไหนบ้าง เป็นของใครบ้าง คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ น่าจะรู้ดีที่สุด เพราะทำธุรกิจน้ำมันมาตลอดชีวิต

    ลองไปตรวจดูสิครับ มีการกักตุนน้ำมันหรือเปล่า

    อีกคนหนึ่งที่น่าจะมีข้อมูลดีเท่าๆ กับคุณพิพัฒน์ คือคุณบุญสม ต.บางกุ้ง จ.สุราษฎร์ธานี แต่ท่านเลิกทำธุรกิจนี้ไปแล้ว 

    แถวๆ ต.เกาะแต้ว จ.สงขลา ก็มีคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ของใครไม่รู้แต่คงไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนกล้าเข้าไปตรวจสอบหรอก

    ระบบการจำหน่ายน้ำมันในประเทศไทย ไม่มีธรรมาภิบาลหรอก มีการหาผลประโยชน์กันตั้งแต่การผลิต-การขนส่ง-การจำหน่าย

    ที่มีปัญหา ส่วนหนึ่งมาจากระบบการขนส่ง ลองตรวจสอบดูสิครับ ทั้งการขนส่งทางระบบท่อ และการขนส่งทางรถยนต์

    รัฐมนตรีพิพัฒน์ เคยบอกว่าจะแก้ผ้าผู้ค้าน้ำมันประจานว่าน้ำมันหายไปไหน แต่สุดท้ายยังไม่สามารถแก้ผ้าใครได้

    ไปตรวจแถวเกาะแต้ว สงขลาก่อน อาจแก้ผ้าใครได้สักคน แต่ผมว่าไม่กล้า

    ใครเป็น สส. มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ถ้าจะช่วยประชาชนก็ทำเถอะ ผมเป็นประชาชนไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ทำได้แค่นี้แหละ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5707538/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HDiH9rGw7TrDpnb-FTnZb

  • ด่วน! เช้านี้ “ปตท.-บางจาก” ขึ้นราคาน้ำมัน “เบนซิน-แก๊สโซฮอล์” ลิตรละ 1 บาท “ดีเซล” 0.70 บาท

    ด่วน! เช้านี้ “ปตท.-บางจาก” ขึ้นราคาน้ำมัน “เบนซิน-แก๊สโซฮอล์” ลิตรละ 1 บาท “ดีเซล” 0.70 บาท

    เมื่อวันที่ 21 มี.ค.69 บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก [OR] และ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น [BCP] ปรับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 1.00 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซล เพิ่มขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร มีผล 21 มี.ค. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น วันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    – เบนซิน 95 ลิตรละ 41.64 บาท

    – แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 33.05 บาท

    – แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 32.68 บาท

    – E20 ลิตรละ 28.05 บาท

    – E85 ลิตรละ 24.79 บาท

    – ดีเซล ลิตรละ 31.14 บาท

    #ราคาน้ำมัน #ราคาน้ำมันวันนี้ #ปตท #บางจาก #ปรับราคา #น้ำมัน #เบนซิน #ดีเซล #แก๊สโซฮอล์ #E20 #E85 #ราคาน้ำมันใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/136250&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L1TFYkzG1EHRbXeJ94oyw