Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ประกาศสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เรื่อง การรับสมัครขอทุนช่วยเหลือการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๙ (รอบ๓) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประกาศสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เรื่อง การรับสมัครขอทุนช่วยเหลือการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๙ (รอบ๓) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/122257/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l7OPRia7OlDG98ytPWoiw

  • ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับทราบรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา รายจ่ายสูงกว่ารายรับ

    ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับทราบรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา รายจ่ายสูงกว่ารายรับ

    ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับทราบรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา รายจ่ายสูงกว่ารายรับ

    วันนี้, 07:01น.

              ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 โดยนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมการและเลขานุการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา กล่าวชี้แจงรายงานว่า กองทุนฯ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เป็นทุนเลี้ยงชีพ รักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือในกรณีทุพพลภาพ กรณีถึงแก่กรรม การให้การศึกษาบุตร และสวัสดิการสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนฯ กำหนด โดยมีกรอบกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2516 มีผลใช้บังคับเมื่อ 23 พฤษภาคม 2556 โดยมีคณะกรรมการและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ดำเนินการ โดยคณะกรรมการมีหน้าที่กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของกองทุน กำหนดแนวทางการบริหารและการจ่ายเงินกองทุน ระดมการจัดหาทุน ออกระเบียบการจ่ายเงิน เก็บรักษา อนุมัติ การเบิกจ่ายเงิน และการยกเลิกการจ่ายเงิน การบริหารการจัดหาผลประโยชน์และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติ ตลอดจนปฏิบัติติการอื่นใดตามที่กฎหมายบัญญัติ

              ส่วนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่ในการบริหารกองทุนฯ ตามระเบียบของคณะกรรมการ รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ จัดทำรายงานและการบัญชีของกองทุนฯ จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีนำเสนอต่อคณะกรรมการ โดยการจัดทำรายงานการเงินของกองทุนฯ เป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตรวจสอบรายงานการเงิน ประกอบด้วยงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 งบแสดงผลการดำเนินงาน ทางการเงิน และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ รวมถึงสรุปนโยบายการเงินสำคัญ ซึ่งมีความเห็นว่า รายงานการเงินดังกล่าวมีความถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 180 ล้านบาท รายได้อื่นกว่า 31 ล้านบาท รวมรายได้กว่า 211 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้นกว่า 234 ล้านบาท ซึ่งรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิกว่า 23 ล้านบาท

              ต่อมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อภิปราย นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า แม้สมาชิกรัฐสภาจะจ่ายเงินสมทบเดือนละ 3,500 บาท เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ในเชิงสวัสดิการ 5 สิทธิ คือ เงินทุนเลี้ยงชีพ (บำนาญ) ค่ารักษาพยาบาล/ตรวจร่างกาย ปีละไม่เกิน 130,000 บาท เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร เบิกได้ 2 คน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาถึงปริญญาตรี กรณีทุพพลภาพได้รับเงิน 15,000 บาทต่อเดือน และกรณีถึงแก่กรรมได้รับเงิน 200,000 บาท ซึ่งมองว่าเป็นกองทุนฯ ที่ให้สวัสดิการมากเกินไป และอยากเสนอแนะว่าหากปรับลดสวัสดิการตรงส่วนใดได้ก็ควรปรับลด ไม่เช่นนั้นกองทุนฯ อาจจะขาดทุนจนไม่สามารถดำเนินการต่อได้ โดยยกตัวอย่างสิทธิในการได้รับเงินบำนาญเริ่มต้น 21,300 บาทต่อเดือน หากเป็น สส. เพียง 1 เดือน แต่ไม่ถึง 1 ปี ก็จะได้รับบำนาญไปตลอดชีวิต ซึ่งเห็นว่านี่เป็นการเอาเปรียบประชาชนมากเกินไป

    ….

    วิทยุรัฐสภา

    #ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/160460&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1onZG0OwJKgzEu-prq2-j3

  • ‘แม็กซ์ ธีระชาติ’ พรรคส้มซัดประกันสังคม ข้อมูล ‘นายกฯ’ หลุดถึงยอมขยับ | เดลินิวส์

    ‘แม็กซ์ ธีระชาติ’ พรรคส้มซัดประกันสังคม ข้อมูล ‘นายกฯ’ หลุดถึงยอมขยับ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตอนุไอที ประกันสังคม และผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีมีการนำข้อมูลส่วนตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปสมัครสมาชิกกองทุนประกันสังคม โดยระบุว่า ข้อมูลนายกฯ หลุดถึงยอมขยับ บอร์ดไอทีประกันสังคมก้าวหน้าเตือนมาตั้งแต่ปี 67 แกล้งทำไม่ได้ยิน ไม่สนใจ แล้วก็เปลี่ยนเรื่อง

    เรียนท่านรัฐมนตรีแรงงานท่านใหม่ ท่าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท่านกำลังจะโดนเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมหลอกว่าทุกอย่างปกติ ระบบไม่ได้ถูกแฮกไม่ได้ผิดอะไร แล้วโยนความผิดไปให้การแอบอ้างข้อมูลของบุคคลอื่นในการเข้าใช้เป็นต้นเหตุที่ข้อมูลท่านนายกฯ หลุดครับ จริงๆ แล้วมันเป็นความผิดพลาดของการทำงานของผู้มีอำนาจรับผิดชอบในสำนักงานประกันสังคมแบบเต็มๆ

    ก่อนอื่นเลยข้อมูลพื้นฐานที่ใช้สมัครเข้าใช้บริการ เช่น เลขบัตรประชาชน ชื่อนามสกุล ไม่สามารถใช้ยืนยันตนได้แน่ๆ แต่หน่วยงานงบไอทีระดับพันกว่าล้านต่อปีกลับใช้วิธีนี้ มันคือการเอากุญแจบ้านตัวเองไปแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูแล้วบอกว่าอย่าเข้ามาขโมยของนะ มันผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าผู้บริหารไอทีมีความรู้เบื้องต้นคงไม่ปล่อยให้มันมาไกลถึงขนาดนี้

    อย่างที่เคยบอกพวกเราพูดไปเตือนไปมันเหมือนพูดกับกำแพง ช่วงแรกๆ ที่เข้ามาก็พยามสื่อสารแต่มันไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ สุดท้ายก็ต้องอาศัยผู้ประกันตนทุกคนช่วยกันกระจายข้อมูลที่พวกเราได้เข้าไปรับรู้ว่ามันผิดปกติขนาดไหน และนั่นเป็นเหตุผลทำไมประกันสังคมต้องเปิดเผย โปร่งใส และตรงไปตรงมาต่อผลประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกคน

    ท่านคิดว่า สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน – Social Security Office รู้เรื่องข้อมูลหลุดตั้งแต่ตอนไหน เคสนี้เพิ่งเป็นข่าว นายกฯ ข้อมูลหลุดวันนี้ แต่จริงๆ แล้วคุณ ชานนท์ ทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีการแจ้งเคสและพยามเตือนในที่ประชุมมาเป็นเวลายาวนานมาก นานระดับตั้งแต่ปี 2567 แต่ไม่เกิดการแก้ไขใดๆ ต้องรอให้เป็นข่าวก่อน วันเดียวแก้ได้เลย คือมันชัดว่าถ้าจะแก้ก็แก้ได้แต่ไม่สนใจ ไม่ทำ เพราะประเทศนี้มันยังมีความจำเป็นที่ต้องขับเคลื่อนด้วยการด่า

    ชานนท์พยามเตือนหลายครั้งทั้งในที่ประชุมอนุไอที ทั้งในไลน์กรุ๊ป แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการเพิกเฉยจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับผิดชอบตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายไอทีอย่าง คุณมุทิตา ชูประดิษฐ์ ซึ่งเป็นท่านเดียวกับที่มีปัญหาเรื่องการตรวจรับโครงการ 850 นานถึง 360 วัน โดยระหว่าง 360 วันนั้น ไม่มีการคิดค่าปรับวันละ 848,000 บาท และตรวจรับโครงการผ่านมาทั้งๆ ที่ทุกวันนี้ก็ยังแก้ปัญหากันไม่จบ

    นายธีระชาติ ระบุต่อว่า ซึ่งเป็นท่านเดียวกับการปล่อยให้มีการให้ข้อมูลเท็จ เกี่ยวกับข้อมูลในการดันให้เกิดการจัดซื้อเรื่อง water mist และ IPS และอนุไอทีก็เคยมีมติให้ส่งข้อสังเกตให้กับท่านเลขาธิการประกันสังคม เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ก็ยังลอยตัวไม่เกิดการจัดการใดๆในสำนักงานแม้ข้อสงสัยในการทุจริตชัดเจนอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่แสดงให้เห็นว่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดตอนนี้กับไอทีประกันสังคม ไม่ได้เกิดจากงบไม่พอ แต่เกิดจากข้อสงสัยในการทุจริตอย่างมโหฬาร หนำซ้ำยังไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการจนน่าสงสัยว่าจริงๆ แล้วทีมผู้บริหารไอทีประกันสังคมตอนนี้ มีความรู้เรื่องไอทีจริงๆ มากน้อยแค่ไหน หรือแค่ถูกย้ายข้ามสายมาตามคำสั่ง

    ระบบ e-self service ที่เป็นปัญหา ไม่ใช่โครงการไก่กา แต่ใช้งบประมาณพัฒนาไปน่าจะเกิน 69 ล้านบาท แถมยังต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาอีกปีละ 8 ล้านกว่าบาท โครงการระดับนี้ มีข้อผิดพลาดระดับนี้ ไม่ใช่ว่าท่านจะไปขู่ไล่ฟ้อง พ.ร.บ.คอมพ์ กับคนอื่น แต่ต้องกลับมาดูแล้วว่ามันมีอะไรผิดปกติบ้างในระบบไอทีประกันสังคม

    เสียดายว่าชานนท์ไม่ถนัดเขียนเอง เลยต้องมายืมมือผมเล่าเรื่องให้สังคมควรได้รับรู้ว่า ระหว่างเวลาที่ผ่านมา ได้มีความพยามในการเตือนประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นในที่ประชุมอีกเรื่อยๆ แต่ทุกครั้งที่พูดถึงทั้งบอร์ดนายจ้าง ทั้งสำนักงานต่างก็เพิกเฉย แล้วเปลี่ยนเรื่องไปคุยกันเรื่องอื่น ถ้าเป็นคนทั่วไปที่มีสำนึกรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายคงไม่ปล่อยมานานขนาดนี้ ตอนนี้เท่าที่ข้อมูลการบันทึกการประชุมที่หาได้

    นายธีระชาติ ระบุต่อไปว่า มีการบันทึกในรายงานการประชุมอย่างน้อยสามครั้ง คือ วันที่ 5 สิงหาคม 2567, วันที่ 11 ตุลาคม 2567, 8 พฤศจิกายน 2567 และอีกหลายครั้งที่ไม่ได้ถูกบันทึกในรายงานการประชุม ซึ่งผมจะแนบรายละเอียดมาให้ทุกท่านได้ดูว่า เวลาเราเจอช่องโหว่แล้วแจ้งให้ทราบ คำถามคำตอบเป็นอย่างไร ที่เลวร้ายคือช่องโหว่แบบนี้เราไม่สามารถแจ้งให้สาธารณะรับรู้ได้ถ้าไม่เป็นข่าว และยังไม่ถูกแก้ เพราะนั่นเท่ากับการชี้โพรงให้กระรอกซะอย่างนั้น

    “ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอให้ท่านรัฐมนตรี อย่าเพิ่งรีบปักใจเชื่อเพื่อนร่วมงานใหม่ของท่าน แล้วช่วยกำชับเรื่องปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมขอข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่ผมโพสต์อยู่นี้เป็นจริงหรือไม่ พร้อมออกคำสั่งให้เปิดเผยรายงานการประชุมทุกครั้งที่ไม่ได้ตีลับ เพื่อแก้ปัญหาความไม่โปร่งใสรวมถึงความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการ สุดท้ายคนที่ต้องมารับกรรมคือผู้ประกันตน ทุกวันนี้ยังมีคนอีกจำนวนมากได้รับผลกระทบจากไอทีที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างชัดเจนของสำนักงานประกันสังคม ผมขออนุญาตฝากความหวังไว้กับท่าน ช่วยเปลี่ยนให้หน่วยงานนี้ได้สร้างหลักประกันที่เพิ่งพาได้ให้กับผู้ประกันตนได้อย่างเต็มที่สักทีครับ” นายธีระชาติ ระบุ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5747609/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2y1U9ud_GMUzJi66_O9dIB

  • พรรคเศรษฐกิจ จุดพลุจี้ยกเลิก บำนาญ สส. ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

    พรรคเศรษฐกิจ จุดพลุจี้ยกเลิก บำนาญ สส. ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

    พรรคเศรษฐกิจ จุดพลุจี้ยกเลิก บำนาญ สส. ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

    วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.56 น.

    วันนี้ 3 เมษายน 2569 พรรคเศรษฐกิจ ได้ออกมาโพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงสวัสดิการของเหล่านักการเมืองที่ทำเอาชาวเน็ตตาสว่างกันทั้งประเทศ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “สส. #พรรคเศรษฐกิจ ประกาศ ยกเลิกบำนาญ สส. เมื่อวานนี้ในสภา ใครเห็นว่า สส.สามล้อถูกหวย ไม่ควรได้บำนาญสส. เดือนละ 20,000-40,000 บ้าง? ขอเสียงหน่อย”

    พรรคเศรษฐกิจ

    หลังจากที่โพสต์ของ พรรคเศรษฐกิจ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตแห่เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างถล่มทลาย เช่น

    “หมอวรงค์เสนอ3ข้อทำตามนั้นเลยครับ สุดยอด”

    “เพิ่งรู้ ว่าเป็น สส มีบำนาญ”

    “ให้ได้ครับ แต่ขอ 5 สมัย ครบ 5 สมัย เอาไปเลย บำนาญรัฐ”

    “พูดถึงเพื่อเตี๊ยม ภูมิใจเตี๊ยม ก็บอกมาเถอะ อุ่นใจ เย่ ๆๆๆ”

    “อย่างนี้นี่เอง ถึงอยากจะเป็นกันทั้งครอบครัว”

    “เพิ่งรู้ สส. มีบำนาญ”

    “อยากรู้ ใคร/พรรคไหน ในอดีต ที่เสนอเรื่องเพิ่มสวัสดิการ สส. มากมายขนาดนี้ ประชาชน จะได้รู้จัก หน้าตา จะได้ชื่นชม ได้ถูกคน”

    “#พรรคเศรษฐกิจ รอบหน้าไม่ได้มาแค่3ท่านแน่นอน “

    “หาแสงไปเรื่อยๆ 555”

    “เห็นด้วยยกเลิกไปเลยประชาชนทำงานกว่าจะได้บำนาญจากประกันสังคมต้องอายุ55ปี สส.ทำงานเข้ามาปีเดียวก็ได้บำนาญจากภาษีประชาชนเอาเปรียบมาก”

    “พนักงานข้าราชการ ทำงานอย่างน้อย25ปี กว่าจะได้บำนาญ อายุ55 – 60ปีกว่าจะได้ แถมได้น้อยกว่าอีก”

    พรรคเศรษฐกิจ

    พรรคเศรษฐกิจ

    ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก พรรคเศรษฐกิจ – Economic Party

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/956707&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Qb0kU8ZwZ3ZW2HEGobh3q

  • โพลพระปกเกล้า เผยประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเชื่อมั่นรัฐบาลอนุทิน 2 รับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ

    โพลพระปกเกล้า เผยประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเชื่อมั่นรัฐบาลอนุทิน 2 รับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ

    โพลพระปกเกล้า เผยผลสำรวจเสียงในหัวประชาชน พบ 82.1% ไม่ค่อยเชื่อมั่นรัฐบาลอนุทิน จะรับมือผลกระทบเศรษฐกิจได้ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ แต่ยอมรับได้หากรัฐใช้งบดูแลราคาพลังงานระยะสั้น

    วันที่ 3 เมษายน 2569 KPI Poll สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงในหัวประชาชนต่อการรับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง

    การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 15 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 27 – 30 มีนาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

    1. หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ท่านเชื่อมั่นมากน้อยเพียงใดว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” จะสามารถรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม (สำรวจโดย x Line Today) พบว่า 82.1% ไม่ค่อยเชื่อมั่น-ไม่เชื่อมั่นเลย ว่ารัฐบาลใหม่จะรับมือเศรษฐกิจได้ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ สูงสุดแบบทิ้งห่าง รองลงมา 12.8 % ค่อนข้างเชื่อมั่น-เชื่อมั่นมากที่สุด และ 5.1% ไม่แน่ใจ

    ประชาชนกว่า 3 ใน 4 กำลังสะท้อนความศรัทธาที่มีต่อรัฐบาลและมีความกังวลอย่างหนักต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจมองว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนพอที่จะเป็นเบาะรับแรงกระแทกจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางได้

    2. ส่วนใหญ่หนุนมาตรการผสม เชียร์รัฐ “อุ้มพลังงานแบบจำกัด-ช่วยรากหญ้า”- “อีสาน” ขอตรึงถ้วนหน้า

    พบว่า 39.0% ต้องการให้รัฐบาลทั้งตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่และปล่อยให้สะท้อนต้นทุนจริง แต่เอางบไปช่วยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง รองลงมา 30.7% ต้องการให้ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่ 11.1% ต้องการให้ควรปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาวและช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจะเหมาะสมกว่า และ 8.1% ไม่แน่ใจ

    เสียงส่วนใหญ่ของทุกภาคต้องการให้รัฐบาลทั้งตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่และปล่อยให้สะท้อนต้นทุนจริง แต่เอางบไปช่วยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง ยกเว้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่วนใหญ่ต้องการให้ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่ สูงถึง 41.3%

    ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจความซับซ้อนของปัญหา จึงไม่เลือกทางใดทางหนึ่งสุดโต่ง แต่ต้องการให้รัฐบาลประคับประคองทั้งระบบไปพร้อมกับการดูแลผู้ที่เดือดร้อนที่สุด ส่วนภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคเดียวที่ให้น้ำหนักกับการตรึงราคาพลังงานให้คนส่วนใหญ่สูงสุด อาจสะท้อนภาพความเปราะบางของสายป่านที่สั้นกว่าภาคอื่น ทำให้ไม่พร้อมรับมือกับต้นทุนค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นแบบฉับพลัน

    3. ปากท้องต้องรอด ส่วนใหญ่ยอมให้รัฐใช้งบอุ้มพลังงานช่วงวิกฤต “ตะวันออก-ใต้” หนุนสุดตัว

    พบว่า 38.6% ยอมรับได้ หากรัฐบาลต้องลดงบประมาณนโยบายอื่นเพื่อดูแลราคาพลังงานในระยะสั้น เพราะกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง รองลงมา 25.3% ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้นๆ 14.9% ยอมรับได้เฉพาะการช่วยคนรายได้น้อยและภาคขนส่ง 11.1% ไม่ยอมรับ เพราะควรเก็บงบไว้ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะยาว และ 10.1% ไม่แน่ใจ

    เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค พบว่า หลายพื้นที่มีแนวโน้มยอมรับการใช้งบพยุงราคาพลังงาน โดยเฉพาะ ภาคตะวันออก (60.4%) และ ภาคใต้ (54.9%) ที่มีสัดส่วนยอมรับได้ เพราะเรื่องพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรงสูงสุดทิ้งห่างภาคอื่น ๆ ขณะที่ กรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ (32.9%) ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้น ๆ

    สะท้อนว่า ประชาชนจำนวนมากยังเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น หากช่วยรักษาเสถียรภาพค่าครองชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะภาคตะวันออกซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรม และภาคใต้ซึ่งพึ่งพาภาคบริการและการท่องเที่ยว คนสองภาคนี้จึงให้น้ำหนักกับการทุ่มงบประมาณเพื่อตรึงราคาพลังงานอย่างชัดเจน ในขณะที่คน กทม. มีแนวโน้มยอมรับมาตรการช่วยเหลือแบบมีเงื่อนไขและจำกัดช่วงเวลามากกว่า

    บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 15

    ผลสำรวจครั้งนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าประชาชนกำลัง “กังวลอย่างมาก” ต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่ยังส่งสัญญาณ 2 เรื่องพร้อมกัน คือ ยังไม่มั่นใจรัฐบาลในการรับมือผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน แต่ขณะเดียวกัน ประชาชนก็ไม่ได้ปฏิเสธบทบาทของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตครั้งนี้ พร้อมยอมรับการใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อบรรเทาผลกระทบระยะสั้น หากช่วยลดค่าครองชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลจึงควรเร่งสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผ่านการสื่อสารแผนรับมือทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน พร้อมทั้ง จัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลราคาพลังงานอย่างยืดหยุ่นและมีกรอบเวลาที่แน่นอน โดยอาจเน้นการช่วยเหลือในพื้นที่หรือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบหนัก ควบคู่ไปกับการทยอยปรับราคาตามกลไกตลาดในส่วนที่รับไหว เพื่อให้ประชาชนรู้สึกได้ว่า รัฐบาลสามารถเป็นที่พึ่งได้จริงในยามที่ค่าครองชีพและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกำลังกดดันชีวิตประจำวันอย่างหนัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2924430&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04VjAHKQaIHrj-B7eBn7mr

  • “จีไอเอส” ดัน GIS สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ชู 6 กลไกขับเศรษฐกิจไทยแข่งโลก

    “จีไอเอส” ดัน GIS สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ชู 6 กลไกขับเศรษฐกิจไทยแข่งโลก

    จีไอเอสประกาศแผนปี 2569 ดัน GIS สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ชู 6 กลไกขับเศรษฐกิจ เสริมศักยภาพแข่งขันประเทศ ด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่และ AI ยกระดับการตัดสินใจทุกภาคส่วน

    บริษัท จีไอเอส จำกัด ผู้นำด้านการให้บริการระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์แบบครบวงจร ในกลุ่มบริษัทซีดีจี เปิดเผยกลยุทธ์ปี 2569 เดินหน้าตอกย้ำผู้นำเทคโนโลยี GIS ของประเทศ ผ่านแนวทาง 6 GIS Drivers ขยายบทบาทจากเทคโนโลยีวิเคราะห์เชิงลึก สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ ยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการและผลลัพธ์เชิงนโยบาย เศรษฐกิจและสังคม ครอบคลุมตั้งแต่ระดับประเทศ อุตสาหกรรม องค์กร ไปจนถึงประชาชน

    ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ประธานบริษัท จีไอเอส จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ ต่างต้องใช้ ‘ข้อมูลเชิงพื้นที่และเทคโนโลยี GIS’ เป็นแกนสำคัญ เพราะทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นบนพื้นที่จริง การมองเห็นข้อมูลทั้งหมดแบบรอบด้านจึงลดความผิดพลาดในการวางแผนงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานไปพร้อมกัน ‘จีไอเอส’ จึงมุ่งเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างเต็มศักยภาพ สะท้อนผ่านผลลัพธ์จริงในหลายมิติ

    ทั้งการวางโครงสร้างพื้นฐานและบริหารสาธารณูปโภค การพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ การบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ตลอดจนส่งเสริมการให้บริการภาคประชาชนให้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยี GIS ในฐานะกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนการตัดสินใจและการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ”

    “ในปีนี้ เรายังคงเดินหน้าผลักดันเทคโนโลยี GIS ให้ก้าวสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศพร้อมขยายการใช้งานให้ครอบคลุมทุกมิติของเศรษฐกิจและสังคมเพราะเราพิสูจน์แล้วว่า GIS สามารถนำไปใช้งานได้จริงในหลายภาคส่วน ช่วยให้ทุกองค์กรมองเห็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ขับเคลื่อนการตัดสินใจที่แม่นยำ วางแผนอย่างมีทิศทาง สร้างผลลัพธ์เชิงนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งมอบคุณค่าใหม่ให้ประเทศและสร้างความได้เปรียบในระยะยาว” ประธานบริษัท จีไอเอส กล่าว

    ท่ามกลางการเติบโตของเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 118 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.75 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2577 สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีต่อระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ ดังนั้นปี 2569 จีไอเอสจึงวางกรอบกลยุทธ์ “6 GIS Drivers” เพื่อยกระดับการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่และเทคโนโลยี GIS ขับเคลื่อนคุณค่าทางเศรษฐกิจในทุกระดับ ได้แก่

    1. GIS Driver 1: Enterprise GIS Infrastructure Solutions: ยกระดับเทคโนโลยี GIS สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ รองรับการตัดสินใจในภารกิจสำคัญระดับประเทศ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ผ่านระบบภูมิสารสนเทศระดับองค์กร (Enterprise GIS) พร้อมผลักดันมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ

    2. GIS Driver 2: Nationwide Digital Map Data & Content: วางรากฐานโครงสร้างข้อมูลเชิงพื้นที่ของประเทศผ่าน NOSTRA Map ด้วยฐานข้อมูลแผนที่ดิจิทัลและข้อมูลเชิงลึก ที่มีความละเอียด แม่นยำสูงด้วยมาตรฐานระดับโลก พร้อมครอบคลุมทั่วประเทศ และมีข้อมูลเฉพาะด้านสำหรับรองรับการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและธุรกิจ เพื่อการวิเคราะห์ วางแผน และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโตในระยะยาว

    3. GIS Driver 3: Logistics Intelligence: เสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของประเทศด้วย NOSTRA LOGISTICS ที่พัฒนาโซลูชันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการงานขนส่งสำหรับโรงงานผลิต ธุรกิจค้าส่ง-ปลีก งานขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ และธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ตลอดจนการวิเคราะห์ต้นทุน–กำไร เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโลจิสติกส์ไทย

    4. GIS Driver 4: Smart Consumer Technology: ขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี GIS สู่ผู้บริโภคผ่านช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี ครอบคลุมอุปกรณ์นำทางอัจฉริยะ อุปกรณ์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย รวมถึงสินค้าเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่จีไอเอสเป็นผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมขององค์กรสู่การใช้งานจริงของประชาชน สร้างดีมานด์ด้านเทคโนโลยีในระยะยาว

    5. GIS Driver 5: AI as the Strategic Engine: เร่งยกระดับเทคโนโลยี GIS ด้วยการผสาน AI เพื่อเสริมศักยภาพการวิเคราะห์ การคาดการณ์ และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ โดยตั้งเป้าให้ 30% ของโซลูชันในปีนี้เป็น AI-enabled ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากรและปรับกระบวนการทำงาน เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างคุณค่าจากข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำไปใช้ได้จริง

    6. GIS Driver 6: New S‑Curve Ventures: ขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวด้วยการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี GIS สู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมขยายบทบาทสู่การเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีในระดับสากล ควบคู่กับการสำรวจและพัฒนาธุรกิจใหม่ที่ต่อยอดจากศักยภาพของ GIS เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และเสริมขีดความสามารถขององค์กรในอนาคต

    เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดผลในทุกมิติ จีไอเอสมุ่งเสริมความพร้อมทั้งด้านข้อมูลเชิงพื้นที่ เทคโนโลยี บุคลากร และกระบวนการทำงาน โดยต่อยอดจากประสบการณ์ด้านระบบภูมิสารสนเทศระดับองค์กรที่ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยมากว่า 30 ปี พร้อมผนึกความร่วมมือข้ามธุรกิจในกลุ่มบริษัทซีดีจี เพื่อเชื่อมต่อเทคโนโลยีและผลลัพธ์ที่จะสร้างความได้เปรียบแก่องค์กร และเพิ่มขีดความสามารถในการสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศให้เกิดผลสูงสุด

    “จีไอเอสพร้อมเดินเคียงข้างทุกภาคส่วนในการผลักดันเทคโนโลยี GIS ให้ก้าวสู่บทบาทของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ เพราะเราเชื่อว่าเทคโนโลยี GIS ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถยกระดับประสิทธิภาพของทุกองค์กรและหน่วยงานให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง ทั้งในด้านการตัดสินใจ การบริหารจัดการ และการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งจะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว” ดร.ธนพร ทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/740377&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wnCj6wCs6x4Nfsf81azaW

  • แจ้ง 2 ข้อหาครูอังกฤษล่วงละเมิด-ตบตีนักเรียนชาย 3 ปี ยันคดีไม่ล่าช้า

    แจ้ง 2 ข้อหาครูอังกฤษล่วงละเมิด-ตบตีนักเรียนชาย 3 ปี ยันคดีไม่ล่าช้า

    ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เผยคดีครูล่วงละเมิดทางเพศ ตบตีนักเรียนชาย แจ้งข้อหาแล้ว 2 ข้อหา ยันคดีไม่ล่าช้า อยู่ระหว่างสอบพยานเพิ่มเติม คาดส่งสำนวนได้เร็วๆ นี้

    วันที่ 2 เม.ย. 68 มีรายงานว่า น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ได้พานายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 20 ปี น้องชายเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ หลังได้แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 กรณีถูกครูสอนภาษาอังกฤษโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง ใน จ.บุรีรัมย์ ล่วงละเมิดทางเพศ

    น.ส.บี (นามสมมติ) เล่าว่าเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นน้องชายเรียนอยู่ชั้น ม.5 อายุ 17 ปี ถูกครูสอนภาษาอังกฤษ ตอนนั้นอายุ 45 ปี หลอกลวงแล้วทำการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งหลังจากนั้นทั้งสองได้ติดต่อกันมาโดยตลอดโดยครูรายนี้ จะยื่นข้อเสนอทั้งการช่วยเหลือด้านการเงิน ค่าใช้จ่ายในการเรียน อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงโทรศัพท์มือถือ จะเป็นคนดูแลทั้งหมดตั้งแต่ตอนนั้น

    จากคำบอกเล่าของ นายเอ็ม (นามสมมติ) หลังจากคบหากันครูรายนี้เรื่อยมาจนถึงเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย ครูได้ใช้อำนาจเข้ามาบังคับข่มเหง ให้ทำตามที่สั่งในลักษณะหึงหวง ถึงขั้นสั่งย้ายหอเป็นประจำ ครั้งหลังสุดนายเอ็มแขนหักจากการย้ายหอเพราะมีเรื่องทะเลาะกันระหว่างขนของ ก่อนจะไปทะเลาะทำร้ายกันต่อในโรงพยาบาล แต่ครูรายนี้กลับไปแจ้งความให้เอาผิดกับนายเอ็มที่ไปทำร้ายร่างกาย เช่นเดียวกับพวกตนที่ไปแจ้งความในคดีเดียวกัน

    หลังจากแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 คดีกลับไม่คืบหน้า อีกทั้งยังถูกครูรายนี้ข่มขู่มาโดยตลอด ทำให้นายเอ็มกลายเป็นคนซึมเศร้า ทำร้ายตัวเองทุกครั้งเมื่อโดนข่มขู่

    น.ส.บี เล่าด้วยว่า ตอนนี้ครอบครัวของนายเอ็มรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่ฝ่ายครูได้เริ่มล่วงละเมิดนายเอ็ม ตั้งแต่อายุ 17 ปี ทั้งยังบังคับลักษณะกักขังหน่วงเหนี่ยว จึงเดินหน้าติดตามคดีทำร้ายร่างกาย และเข้าร้องไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของครูรายนี้เพื่อให้ดำเนินการทางวินัย และหากสามารถเอาผิดคดีล่วงละเมิดได้ ญาติก็จะทำเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

    ขณะที่ พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้มาพบกับผู้รับมอบอำนาจและผู้เสียหายด้วยตัวเอง พร้อมอธิบายว่า ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ดำเนินการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานตามกระบวนการขั้นตอน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร

    ทั้งนี้ผู้กำกับการ ยืนยันว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้ทำคดีล่าช้า ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกิดตั้งแต่ปี 66 แต่ทางผู้รับมอบอำนาจจากผู้ปกครองได้พาผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์เมื่อเดือน ต.ค. 68 หลังจากได้รับแจ้งความก็ได้มีการสอบปากคำผู้เสียหาย ผู้ถูกกล่าวหาตามขั้นตอน รวมทั้งรวบรวมพยานบุคคลและพยานเอกสาร หลังจากนั้นก็ได้แจ้งข้อกล่าวหากับครูที่ถูกกล่าวหาไปแล้ว 2 ข้อหา คือ “พรากผู้เยาว์ , ข่มขืนใจให้กระทำการใดไม่กระทำการใด”

    เบื้องต้น ครูที่ถูกกล่าวหาก็ให้การปฏิเสธ และมีการอ้างชื่อพยานเพิ่มเติมหลายคน ทางพนักงานสอบสวนก็ต้องเรียกสอบปากคำพยานเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานเพื่อประกอบสำนวนคดี หลังจากนั้นก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการตามขั้นตอน ซึ่งทางตำรวจก็ต้องทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบและรัดกุมมากที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2924350&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LQvn-logrgr5u-sGhZxta

  • เอปสันแต่งตั้ง “ยรรยง มุนีมงคลทร” ขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่

    เอปสันแต่งตั้ง “ยรรยง มุนีมงคลทร” ขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่

    ไอที

    เอปสันแต่งตั้ง “ยรรยง มุนีมงคลทร” ขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่

    วันศุกร์ ที่ 03 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.23 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เอปสันแต่งตั้ง “ยรรยง มุนีมงคลทร” ขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่
    เป็นผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศ พร้อมควบตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารประเทศไทย

    เอปสัน สิงคโปร์ สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ ไซโก้ เอปสันคอร์ปอเรชั่น ประกาศแต่งตั้ง นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัดขึ้นดำรงตำแหน่งใหม่เป็นผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Senior Regional Director) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ยังคงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหาร เอปสัน ประเทศไทย และเอปสัน เวียดนาม ควบคู่กันไปด้วย

    ในบทบาทใหม่นี้ นายยรรยงจะรับผิดชอบกำกับดูแลการดำเนินงานของกลุ่มประเทศ (Country Cluster) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจากเดิมที่ครอบคลุมตลาดประเทศไทยและเวียดนาม จะเพิ่มเป็น 4 ประเทศ โดยเพิ่มสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยภารกิจสำคัญ 3 ประการที่นายยรรยงจะรับผิดชอบ ประกอบด้วย การเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานของแต่ละประเทศ การขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงบูรณาการเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกัน (Synergy) และการพัฒนาและดำเนินกลยุทธ์การเติบโตที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศในกลุ่ม ทั้งนี้ นายยรรยงจะยังคงดูแลการดำเนินงานของเอปสัน ประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง

    การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเอปสันในศักยภาพด้านการบริหารและวิสัยทัศน์ของนายยรรยง ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    นายซิ่ว จิน เกียด กรรมการผู้จัดการภูมิภาค เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เอปสันขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับนายยรรยง มุนีมงคลทร ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโสประจำกลุ่มประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป โดยในบทบาทใหม่นี้ นายยรรยงจะรับผิดชอบกำกับดูแลกลุ่มประเทศที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งครอบคลุมประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และไทย การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ทั้งสำหรับนายยรรยงและเอปสัน ในการมุ่งสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ Engineered Future 35”

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/471482&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bvnueGfvk0-45gcEDGm7l

  • สมัครงาน 2569 : กรุงเทพมหานคร รับสมัครข้าราชการ 14 ตำแหน่ง 121 อัตรา

    สมัครงาน 2569 : กรุงเทพมหานคร รับสมัครข้าราชการ 14 ตำแหน่ง 121 อัตรา

    สมัครงาน 2569 : กรุงเทพมหานคร รับสมัครข้าราชการ 14 ตำแหน่ง 121 อัตรา

    สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดรับสมัครบุคคลสอบบรรจุเข้ารับราชการในสังกัด 14 ตำแหน่ง 121 อัตรา เงินเดือนระหว่าง 11,380 – 21,404 บาท รับสมัคร 9-27 เม.ย. 69

    สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1/2569 ทั้งหมด 14 ตำแหน่ง จำนวน 121 อัตรา ค่าตอบแทนระหว่าง 11,380 – 21,404 บาทต่อเดือน เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 9 – 27 เมษายน 2569 โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

    ตำแหน่งที่เปิดรับ

    1. เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน จำนวน 50 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
    ประกาศสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1/2569
    • ปวช. เงินเดือน 11,380 – 12,520 บาท
    • ปวท.หรือ อนุปริญญา หลักสูตร 2 ปี เงินเดือน 13,130 – 14,450 บาท
    • ปวส.หรือ อนุปริญญา หลักสูตร 3 ปี เงินเดือน 13,920 – 15,320 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในทุกสาขาวิชา
    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หรืออนุปริญญา หลักสูตร 2 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในทุกสาขาวิชา
    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หลักสูตร 3 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในทุกสาขาวิชาหรืออนุปริญญา
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    2. เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน จำนวน 1 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปวช. เงินเดือน 11,380 – 12,520 บาท
    • ปวท.หรือ อนุปริญญา หลักสูตร 2 ปี เงินเดือน 13,130 – 14,450 บาท
    • ปวส.หรือ อนุปริญญา หลักสูตร 3 ปี เงินเดือน 13,920 – 15,320 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในทุกสาขาวิชา
    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หรืออนุปริญญา หลักสูตร 2 ปีต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในทุกสาขาวิชา
    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หลักสูตร 3 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในทุกสาขาวิชาหรืออนุปริญญา
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    3. นายช่างโยธาปฏิบัติงาน จำนวน 11 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปวช. เงินเดือน 11,380 – 12,520 บาท
    • ปวท.หรือ อนุปริญญา หลักสูตร 2 ปี เงินเดือน 13,130 – 14,450 บาท
    • ปวส.หรือ อนุปริญญา หลักสูตร 3 ปี เงินเดือน 13,920 – 15,320 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน
    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชา เทคนิควิศวกรรมสํารวจ สาขาวิชาเทคนิควิศวกรรมโยธา หรือสาขาวิชาเทคนิคการจัดการงานก่อสร้าง หรือ อนุปริญญาหลักสูตร 2 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาก่อสร้าง
    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาโยธาสาขาวิชาสำรวจ หรือสาขาวิชาการก่อสร้าง
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    4. พนักงานเทศกิจปฏิบัติงาน จำนวน 33 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปวช. เงินเดือน 11,380 – 12,520 บาท
    • ปวท.หรือ อนุปริญญา หลักสูตร 2 ปี เงินเดือน 13,130 – 14,450 บาท
    • ปวส.หรือ อนุปริญญา หลักสูตร 3 ปี เงินเดือน 13,920 – 15,320 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในทุกสาขาวิชา
    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หรืออนุปริญญา หลักสูตร 2 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในทุกสาขาวิชา
    • ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หลักสูตร 3 ปี ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในทุกสาขาวิชา หรืออนุปริญญา
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    5. เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติการ จำนวน 2 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท
    • ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 19,120 – 21,404 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน และได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    6. นักจัดการงานโยธาปฏิบัติการ จำนวน 3 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท
    • ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 19,120 – 21,404 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ทางโยธา หรือทางการจัดการงานก่อสร้าง สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทางวิศวกรรมโยธา หรือทางวิศวกรรมก่อสร้าง หรือ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    7. นักบัญชีปฏิบัติการ จำนวน 5 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท
    • ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 19,120 – 21,404 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ทางบัญชีหรือทางการบัญชี
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    8. นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ จำนวน 1 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท
    • ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 19,120 – 21,404 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชา บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    9. นักวิชาการคลังปฏิบัติการ จำนวน 2 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท
    • ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 19,120 – 21,404 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สขาวิชานิติศาสตร์
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    10. นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ จำนวน 3 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท
    • ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 19,120 – 21,404 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในทุกสาขาวิชา
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    11. นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ จำนวน 1 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท
    • ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 19,120 – 21,404 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาโตสาขาวิชาหนึ่ง ทางสิ่งแวดล้อม สาขาวิชาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ทางเคมี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ ทางอนามัยสิ่งแวดล้อม สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทางสิ่งแวดล้อม สาขาวิชาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    12. นิติกรปฏิบัติการ จำนวน 1 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท
    • ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 19,120 – 21,404 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชานิติศาสตร์
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    13. บรรณารักษ์ปฏิบัติการ จำนวน 1 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท
    • ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 19,120 – 21,404 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ทางบรรณารักษ์ศาสตร์ ทางบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ทางบรรณารักษ์ศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ทางสารสนเทศศึกษา หรือทางสารนิเทศศาสตร์
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    14. สถาปนิกปฏิบัติการ จำนวน 7 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    • ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี เงินเดือน 18,150 – 19,970 บาท
    • ปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี เงินเดือน 19,120 – 21,404 บาท

    คุณสมบัติเฉพาะ

    • ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาสถาปัตยกรรม และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามที่กฎหมายกําหนด
    • ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สอบผ่านและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านการวัดภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกรุงเทพมหานคร หรือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสํานักงาน ก.พ. ตามระดับวุฒิการศึกษาที่ใช้สมัครสอบหรือในระดับที่สูงกว่า และสําเร็จการศึกษาตามวุฒิ การศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯ ภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 27 เมษายน 2569

    ผู้ที่สนใจ สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ https://ksb.bangkok.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 9 – 27 เมษายน 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1/2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/272421&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fWx3M9jse8ZScsYPiwjcn

  • DSI ร่วมแสดงความยินดี วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในโอกาสครบรอบ 87 ปี

    DSI ร่วมแสดงความยินดี วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในโอกาสครบรอบ 87 ปี

    Developed by Bureau of Technology and Information Inspection Center. Department of Special Investigation.

    Copyright © 2016 Department of Special Investigation

    128 Chaeng Watthana Road, Thung Song Hong Subdistrict, Lak Si District, Bangkok 10210

    Admin Contact : webadmin@dsi.go.th, Official Document Contact : saraban@dsi.go.th

    Tel. 02-831-9888 Fax. 02-975-9888

    Follow DSI : DSI Facebook Fanpage DSI PR Instagram DSI TikTok DSI Twitter DSI PR Youtube

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dsi.go.th/th/Detail/95a6213711eec5f0e06187426109debc&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jCId5ysG0HtSVe-RdgrC3