Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์” รวมพลภาครัฐ-เอกชนรุกตั้ง “พันธมิตรอีคอมเมิร์ซ” เพิ่มส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

    “อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์” รวมพลภาครัฐ-เอกชนรุกตั้ง “พันธมิตรอีคอมเมิร์ซ” เพิ่มส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

    “อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์“ รวมพลภาครัฐ-เอกชนรุกตั้ง ”พันธมิตรอีคอมเมิร์ซ (FKII E-Commerce Alliance)” ช่วยประเทศไทยเพิ่มส่งออกสินค้าทั่วโลก คิกออฟบิสสิเนสฟอรั่ม 21 เมษายนเชิญอดีต “รองนายกฯจุรินทร์” ปาฐกถาพิเศษ “มิติใหม่กลยุทธ์แพลตฟอร์มดิจิทัลส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดจีนและตลาดโลก”

    วันที่ 19 เม.ย.69 นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และประธานสถาบัน เอฟเคไอไอ ไทยแลนด์ (FKII Thailand) เปิดเผยา กรณีที่การส่งออกของไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพลังงาน โดยแนวโน้มปีนี้หน่วยงานเศรษฐกิจ เช่น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย และ กรุงไทย คอมพาส (Krungthai COMPASS)คาดการณ์ว่า ภาพรวมทั้งปี 2569 การส่งออกอาจชะลอตัวลงเหลือเพียง 1.2% – 2.0% เนื่องจากปัจจัยดังนี้

    1.ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสงครามที่อาจขยายวงกว้างส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งสินค้า (Logistics) รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อาจกระทบต่ออุปทานวัตถุดิบ

    2.นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีนำเข้า (Reciprocal Tariff) และมาตรา 232 ของสหรัฐฯ เริ่มส่งผลให้สินค้าบางรายการ เช่น ตู้เย็น และผลไม้แปรรูป เริ่มหดตัว

    3.การชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า เศรษฐกิจจีนที่ยังเผชิญปัญหาอุปทานส่วนเกิน และเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตและชะลอตัวลงตามคาดการณ์ของ WTO

    ”การส่งออกคือเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักสร้างรายได้ให้กับประเทศกำลังอ่อนแรงจึงเป็นหน้าที่ที่ทุกภาคส่วนจะต้องระดมความร่วมมือส่งเสริมเพิ่มการส่งออกให้มากขึ้นรวมทั้งแก้โจทย์ใหญ่คือการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อให้ผลประโยชน์ตกสู่มือเกษตรกรและ SMEs โดยตรงมากขึ้น ในส่วนของเอฟเคไอไอ.(FKII) มุ่งเน้นส่งเสริมการค้าข้ามพรมแดนแบบออนไลน์โดยการสร้างพันธมิตรอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce Alliance) เพื่อลดขั้นตอนตัวกลาง และสร้างแบรนด์สินค้าไทยให้ครองใจผู้บริโภคชาวจีนและชาวโลกช่วยเสริมศักยภาพการส่งออกรูปแบบการค้าแบบดั้งเดิม”

    นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า เอฟเคไอไอ. จึงได้จัดงานFKII Business Collaboration วันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 09.30 – 12.00 น. ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา กรุงเทพมหานคร โดยมี Highlight สำคัญภายในงาน

    1.ปาฐกถาพิเศษ: หัวข้อ “มิติใหม่กลยุทธ์แพลตฟอร์มดิจิทัลส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดจีนและตลาดโลก” โดย คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

    2.พิมพ์เขียวกลุ่มพันธมิตรอีคอมเมิร์ซโดย คุณอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand

    3.มุมมองวิกฤตและโอกาสเศรษฐกิจไทยภายใต้การขับเคลื่อนFKII -TVA: โดย คุณชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา

    4.ก้าวใหม่เทคโนโลยีการค้าจีน: โดย Chen Xiaoya (CEO, Hangzhou Wangchao Technology Co., Ltd.)

    5.พิธีลงนาม MOU: ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สถาบัน FKII Thailand และ Hangzhou Wangchao Technology Co., Ltd.ในวาระก้าวสู่ปีที่51ของความสัมพันธ์ไทย-จีน

    จึงขอเชิญผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน LineOA : @FKII Thailand สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: คุณวรวุฒิ 091-1805459

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/142219&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw281c5Fp-X3ja_-gLXyH_Nm

  • GDP ไทย โตต่ำสุดในอาเซียน นักเศรษฐศาสตร์ ชี้!มาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง | เข้มข่าวค่ำ | 19 เม.ย. 69

    GDP ไทย โตต่ำสุดในอาเซียน นักเศรษฐศาสตร์ ชี้!มาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง | เข้มข่าวค่ำ | 19 เม.ย. 69

    IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 69 เหลือ 1.5% ต่ำสุดในอาเซียน นักเศรษฐศาสตร์ มอง ไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ จากปัญหาเชิงโครงสร้างสะสมยาวนาน

    #GDPไทย #เศรษฐกิจไทย #อาเซียน #เข้มข่าวค่ำ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/216652&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kS58iiFXBzkMrSjg2xw4S

  • อนุทิน ยกทีม รมว.ติดตามแก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5 ที่เชียงใหม่ พรุ่งนี้ | เข้มข่าวค่ำ | 19 เม.ย. 69

    อนุทิน ยกทีม รมว.ติดตามแก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5 ที่เชียงใหม่ พรุ่งนี้ | เข้มข่าวค่ำ | 19 เม.ย. 69

    “อนุทิน” เตรียมยกทีม รมต. ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พรุ่งนี้ ติดตามมาตรการแก้ปัญหาไฟป่า-หมอกควัน-ฝุ่น PM 2.5 ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน

    #อนุทิน #ไฟป่า #เชียงใหม่ #เข้มข่าวค่ำ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/216647&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iaGd6Dm5vvXysIMYCf0Ho

  • ผู้ว่าฯโคราช ต้อนรับทูต 8 ชาติ เยือนเขาใหญ่ โชว์ Soft Power สงกรานต์ลานวัด ดันไทยสู่เป้าหมายท่องเที่ยวระดับโลก | TOPNEWS

    ผู้ว่าฯโคราช ต้อนรับทูต 8 ชาติ เยือนเขาใหญ่ โชว์ Soft Power สงกรานต์ลานวัด ดันไทยสู่เป้าหมายท่องเที่ยวระดับโลก | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 19/04/2026 19:27

    ผู้ว่าฯโคราช ต้อนรับทูต 8 ชาติ เยือนเขาใหญ่ โชว์ Soft Power สงกรานต์ลานวัด ดันไทยสู่เป้าหมายท่องเที่ยวระดับโลก

    วันนี้ (18 เม.ย. 2569) เวลา 13.30 น. อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับคณะเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจาก 7 ประเทศ และเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ในโอกาสเดินทางเยือนพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

    การเยือนครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ไทย โดย สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ร่วมกับ โรงแรมนิมมาน เขาใหญ่ จัดโครงการ “เปิดประสบการณ์เรียนรู้เชิงวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมกับชุมชน และความเป็นเลิศทางวัฒนธรรมท่องเที่ยวเขาใหญ่” ระหว่างวันที่ 17 – 19 เมษายน 2569 ณ พื้นที่เขาใหญ่

    คณะทูตที่เข้าร่วมประกอบด้วย ฟิลิปปินส์ ฮังการี กัวเตมาลา ศรีลังกา เปรู อียิปต์ และเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ภายในงานได้จัดกิจกรรม “สงกรานต์ลานวัด” จำลองวิถีไทยอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน อาทิ รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ ก่อเจดีย์ทราย รำวงพื้นบ้าน เพื่อให้คณะทูตได้สัมผัสวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

    ผู้ว่าฯ โคราช กล่าวว่า การต้อนรับคณะทูตในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะ “เขาใหญ่” ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ที่มีทั้งทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เข้มแข็ง การผลักดัน “Soft Power” ผ่านเทศกาล สงกรานต์ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน.

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    1

    ปก web ยกระดับกู้ภัยปี 69

    เชียงใหม่-เปิดงาน “CIMAC 2026” ฉลอง 730 ปีเมือง ดนตรี-ศิลปะนานาชาติยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง

    นาทีระทึก! กระบะใช้เชือกลากรถข้ามถนน จยย.มองไม่เห็นเกี่ยวเชือกล้ม ร่างกระเด็นกลางถนน

    พัทยาคึกคัก! วันไหลพัทยานักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำทั่วเมือง สนุกชุ่มฉ่ำตลอดแนวชายหาด

    ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ ลุยวิมานแมน! เล่นน้ำฉ่ำวันไหล คุมเข้มความปลอดภัย CCTV ทั่วงาน

    ฉก.นย.จันทบุรี ลุยยึดบุหรี่เถื่อนกว่า 6 หมื่นมวน ซุกพงหญ้าชายแดนโป่งน้ำร้อน คาดรอจังหวะลำเลียงหนีภาษี

    ส่งออกอ่อนแรง! “อลงกรณ์-จุรินทร์” ดีเดย์ 21 เม.ย. ผุดพิมพ์เขียวดิจิทัลกู้ ศก.ไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1551277&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mwPhN5TIDLrtKkY6dEAy0

  • “ในหลวง-พระราชินี”พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก มสธ. “กรมพระศรีสวางควัฒน”เฝ้าฯ รับพระราชทานดุษฎีดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

    “ในหลวง-พระราชินี”พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก มสธ. “กรมพระศรีสวางควัฒน”เฝ้าฯ รับพระราชทานดุษฎีดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

    “ในหลวง-พระราชินี”พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก มสธ. “กรมพระศรีสวางควัฒน”เฝ้าฯ รับพระราชทานดุษฎีดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    วันที่ 19 เม.ย.69 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประจำปีการศึกษา 2566 ณ อาคารอเนกนิทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

    โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าฯ รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000036920&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SGNV1tJ10fS4Oni8qKVur

  • “ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2566

    “ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2566

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประจำปีการศึกษา 2566 พร้อมพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์

    วันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 16.57 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประจำปีการศึกษา 2566 ณ อาคารอเนกนิทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

    ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/royal-news/142227&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GgVkMg7rxghVuNpc-m3Da

  • “ฉัตริน” คณะทำงาน อว. อธิบายเบื้องหลัง “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” 3,600 บาท ฝีมือนักวิจัยไทยที่ประสิทธิภาพสู้ระบบนำเข้าหลักแสน ชู “ความดันบวก” 

    “ฉัตริน” คณะทำงาน อว. อธิบายเบื้องหลัง “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” 3,600 บาท ฝีมือนักวิจัยไทยที่ประสิทธิภาพสู้ระบบนำเข้าหลักแสน ชู “ความดันบวก” 

    วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.04 น.

    หัวใจสำคัญปกป้องสมองเด็กจาก CO_2 และปิดรอยรั่วอาคารที่เครื่องฟอกอากาศทั่วไปทำไม่ได้ ยันเดินหน้ายุทธศาสตร์ 2 ขา “เซฟชีวิตกลุ่มเปราะบางวันนี้-ขุดรากถอนโคนต้นเหตุวันหน้า” ด้วย Deep Tech ระดับโลก ทั้ง ACSM วิเคราะห์ฝุ่นระดับโมเลกุลแบบที่จีนใช้สำเร็จ และกล้องอินฟราเรดเทคโนโลยี James Webb ล่าจุดไฟป่าแม่นยำสูง 

    เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569  นายฉัตริน จันทร์หอม อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะคณะทำงานของรองนายกฯ และ รมว.อว. (ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) โพสต์ Facebook อธิบายเรื่องการทำห้องปอดฝุ่นครบวงจรซึ่งเป็นเทคโนโลยีของนักวิจัยชาวไทย และการแก้ปัญหาระยะยาวเรื่อง PM 2.5 โดยระบุว่า

    ตอบดราม่าเรื่อง “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร”

    จากการที่ อ.เชน ขึ้นไปเชียงใหม่เพื่อนำเอาเทคโนโลยีของคนไทย (ผลงานวิจัยของ มช. นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ คณะสาธารณะสุขศาสตร์ และ ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ) มาแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น ก็มี influ หลายคนที่เคลมว่าตนเป็นคนสายวิทย์ สาย STEM แต่ไม่มี intellectual integrity ออกมา spread misinformation

    จริงๆผมไม่อยากมาเสียเวลาตอบข้อกล่าวหาคนที่วิจารณ์โดยยังไม่ได้อ่านข่าวให้จบด้วยซ้ำ แต่บังเอิญวันนี้เป็นวันเสาร์ก็เลยว่างตอบ 

    ผมเลยจะขอตอบทีละประเด็นนะครับ

    1. “ซื้อเครื่องกรองฝุ่นใน app สีส้ม ราคาถูกกว่า 3,600 บาทของ อว.”
    คนที่พูดแบบนี้คืออ่านแค่พาดหัวกับดูรูป (อาจจะหมดโควตา 2 บรรทัดต่อปีไปแล้ว) ถ้าสละเวลาอ่านข่าวให้จบ จะรู้ว่าระบบ ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร มี 3 ส่วนครับ

    ระบบความดันบวก
    เครื่องฟอกอากาศ DIY (ไม่ถึง 1,000 บาท)
    เซนเซอร์ IoT วัดฝุ่น
    รวมต้นทุนวัสดุทั้งระบบ = ~3,600 บาท สำหรับพื้นที่ 50 ตร.ม. 

    เทียบกับระบบนำเข้าจากต่างประเทศที่ราคาหลักหมื่นหลักแสน นี่คือเหตุผลที่งานวิจัยชิ้นนี้มีค่า เพราะมันทำให้อากาศสะอาดไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือยของคนมีเงิน

    2. “ทำไมต้องมีระบบความดันบวก ใช้แค่เครื่องฟอกอากาศไม่พอเหรอ?”
    ไม่พอ และในระยะยาวเป็นอันตรายต่อกลุ่มเปราะบางครับ

    2.1 เครื่องฟอกอากาศไม่กำจัด CO₂ และ CO₂ ที่สะสมทำร้ายสมองเด็ก
    เครื่องฟอกอากาศหมุนเวียนอากาศในห้อง ไม่ได้เติมอากาศใหม่ ถ้าปิดห้องสนิทเพื่อกันฝุ่น CO₂ จากลมหายใจจะสะสมขึ้นเรื่อยๆ ในห้องเรียน/ห้องนอนที่ปิดสนิทและมีเด็กอยู่เยอะๆ CO₂ พุ่งถึง 2,000–3,000 ppm ได้ในเวลาไม่นานและส่งผลต่อสมองเด็ก [1][2][3]

    2.2 US CDC แนะนำว่า: Aim for 5 ACH 
    US CDC ประกาศแนวปฏิบัติ “Aim for 5” ห้องที่มีผู้ใช้งานควรมีการเปลี่ยนอากาศอย่างน้อย 5 ครั้งต่อชั่วโมง [4]

    เครื่องฟอกอากาศหมุนเวียนอากาศได้อย่างเดียวแต่ไม่ได้เติมอากาศใหม่ ต้องมีระบบความดันบวกเข้ามาช่วย

    2.3 ความดันบวกปิดรอยรั่วที่เครื่องฟอกอากาศทำไม่ได้
    แม้ปิดประตูหน้าต่างหมด PM2.5 ภายนอกก็ยังซึมเข้าห้องผ่านรอยรั่วของอาคาร บาง study วัด infiltration factor ในบ้านช่วงไฟป่าได้ 0.33–0.76 (ฝุ่นในบ้านเป็น 33–76% ของภายนอก แม้ปิดหน้าต่างหมด) [5]
    เครื่องฟอกอากาศอย่างเดียวทำได้แค่เก็บกวาดฝุ่นที่อยู่ในห้อง แต่ไม่เติมอากาศใหม่ CO₂ สะสม และฝุ่นภายนอกยังซึมเข้ามาเรื่อยๆ

    3. “เป็นการแก้แค่ปลายเหตุ ไม่แก้ต้นเหตุ”
    อันนี้ก็ไม่ได้อ่านข่าวให้จบเหมือนกัน
    อว. เดินหน้า 2 แนวทางพร้อมกัน

    ระยะสั้น: ปกป้องชีวิตคนที่กำลังป่วยขณะนี้
    ค่าฝุ่นที่เชียงใหม่วันนี้ 150–180 มคก./ลบ.ม. เด็กในสถานสงเคราะห์สูดเข้าไปทุกวัน ใครก็ตามที่บอกว่าห้องปลอดฝุ่นไม่ควรทำเพราะเป็นการแก้ปลายเหตุ กรุณาไปบอกเด็กในสถานสงเคราะห์บ้านเวียงพิงค์ว่า “อดทนสูดฝุ่นไปก่อน รอให้พี่แก้ต้นเหตุเสร็จค่อยว่ากัน”

    ระยะยาว: ใช้ deep tech เพื่อสืบต้นเหตุและวิธีแก้
    อว. (ผ่าน NARIT) กำลังพยายามทำสิ่งที่ไทยยังไม่เคยทำสำเร็จมาก่อน:

    1. Real-time Mass Spectrometry (ACSM) เครื่องมือที่จำแนกองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่น PM2.5 ระดับโมเลกุลแบบ real time จีนใช้เครื่องมือนี้เป็นเครือข่ายใหญ่และแก้ปัญหา PM2.5 สำเร็จในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ไทยตอนนี้มี 3 เครื่อง (เชียงใหม่ กทม. สงขลา) และผลเบื้องต้นกำลังปฏิวัติความเข้าใจเรื่องฝุ่นในไทย เช่น พบว่าการเผาชีวมวลไม่ใช่สาเหตุเดียว แต่มี secondary aerosol จาก NOx, SOx ที่ทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศด้วย

    2. Drone-mounted Spectrograph  ร่วมกับ University of Science and Technology of China นำโดรนติดสเปกโตรมิเตอร์บินสำรวจแหล่งปล่อยมลพิษที่ความละเอียด 10 เมตร/พิกเซล ละเอียดกว่าดาวเทียม Sentinel-5P ประมาณ 100,000 เท่า และกำลังขยายผลในพื้นที่ขนาดใหญ่

    3. ระบบตรวจจับไฟป่าเรียลไทม์ด้วยกล้องอินฟราเรด เทคโนโลยีช่วงคลื่นเดียวกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb แก้จุดอ่อนของดาวเทียม VIIRS/MODIS ที่มีความคลาดเคลื่อนตำแหน่ง 500 เมตร–3 กิโลเมตร และไม่ได้ผ่านไทยตลอดเวลา เราจะพัฒนาร่วมกับอาสาสมัครดับไฟป่าที่เป็นผู้ใช้งานจริง ตั้งเป้าใช้งานได้จริงภายใน 1 ปี

    4. LiDAR วัด Planetary Boundary Layer + แบบจำลองฝุ่น PM2.5 เพื่อทำแผนที่แหล่งปล่อยมลพิษความละเอียดสูง

    นี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุระดับโมเลกุล ระดับที่จีนใช้แก้ปัญหาสำเร็จในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คนที่บอกว่าเราแก้แค่ปลายเหตุ กรุณาแสดงวุฒิภาวะด้วยการไปอ่านงานของ NARIT ก่อน แล้วค่อยมาวิจารณ์

    เราพร้อมถกเถียงกับใครก็ตามที่วิจารณ์ด้วยข้อเท็จจริง การวิจารณ์เชิงเทคนิคที่ชี้ข้อบกพร่องจริงๆ เรายินดีรับฟังและปรับปรุง

    แต่การวิจารณ์ที่ตั้งอยู่บนการ อ่านข่าวไม่จบ + ไม่เปิดตำราก่อนพิมพ์ + ไม่รู้ว่านักวิจัยกำลังทำอะไรอยู่จริงๆ เป็นการใช้ปัญหาของประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

    คนเชียงใหม่กำลังสูดฝุ่นอยู่ตอนนี้ ช่วยใช้เวลาและพื้นที่สื่อให้เกิดประโยชน์กับพวกเขา ไม่ใช่เอาไปทำลายงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ไทยที่กำลังพยายามช่วยพวกเขา

    ถ้าคุณคิดว่าคุณฉลาด ผมแนะนำให้มานั่งคุยกับ อาจารย์สุวัฒน์ อาจารย์วิภู ที่เป็นคนทำเทคโนโลยีนี้และทำเรื่องนี้มาทั้งชีวิต แล้วคุณจะรู้ตัวว่าคุณไม่ได้ฉลาดเลย

    ถ้าคุณเป็น active citizen อย่างที่คุณเคลม ก็มาที่ อว. เพื่อให้คำแนะนำได้ครับ แต่สิ่งที่คุณทำอยู่ก็เป็นได้แค่ political actor ที่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์นิดหน่อยแต่ไม่ได้มี intellectual integrity เลยครับ

    ป.ล. อันนี้ไม่ได้ว่าเจ้าของโพสต์คนเดียวนะครับ แต่ขอใช้พื้นที่นี้ตอบคำถามใน comment section ของโพสต์นี้และโพสต์อื่นๆด้วย

    References
    [1] Satish, U., et al. (2012). Is CO2 an Indoor Pollutant? Direct Effects of Low-to-Moderate CO2 Concentrations on Human Decision-Making Performance. Environmental Health Perspectives, https://www.researchgate.net/…/231176310_Is_CO_2_an…
    [2] Allen, J.G., MacNaughton, P., Satish, U., Santanam, S., Vallarino, J., & Spengler, J.D. (2016). Associations of Cognitive Function Scores with Carbon Dioxide, Ventilation, and Volatile Organic Compound Exposures in Office Workers. Environmental Health Perspectives, https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/26502459/
    [3] Du, B., Tandoc, M.C., Mack, M.L., & Siegel, J.A. (2020). Indoor CO2 concentrations and cognitive function: A critical review. Indoor Air, https://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/ina.12706
    [4] US CDC / NIOSH. How Much Ventilation Is Enough? (Aim for 5). https://www.cdc.gov/…/ventila…/prevention/Aim-for-5.html
    [5] Xiang, J., et al. (2021). Field measurements of PM2.5 infiltration factor and portable air cleaner effectiveness during wildfire episodes in US residences. Science of the Total Environment, https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0048969721007105?via%3Dihub

    https://www.facebook.com/share/p/1GpH8aZVam/
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/473109&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yXzIWznwC1sLGovlmC8-x

  • เทนนิสหญิงไทย U14 บุกมาเลเซีย ลุยศึก ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ ลุ้นตั๋วโลก

    เทนนิสหญิงไทย U14 บุกมาเลเซีย ลุยศึก ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ ลุ้นตั๋วโลก

    ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ออกเดินทางสู้ศึก 2026 ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ เทนนิส รอบคัดเลือกที่มาเลเซีย นายกสุชัย มั่นใจเด็กไทยมีลุ้นคว้าโควตาไปรอบชิงแชมป์โลก

    นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยความเคลื่อนไหวล่าสุดของทัพนักหวดเยาวชนไทย โดยสมาคมได้ส่งนักกีฬา เทนนิสเยาวชนหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ออกเดินทางเมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรายการ 2026 ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ เทนนิส (2026 ITF World Junior Tennis) รอบคัดเลือกโซนเอเชีย/โอเชียเนีย (Asia/Oceania Finals Qualifying Event) ณ เมืองกูชิง รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 21-26 เมษายน 2569

    สำหรับรายชื่อนักหวดเยาวชนหญิงทีมชาติไทยชุดนี้ ประกอบด้วย

    • พลอยเพชร ด้วงเขียว (น้องพลอย) จากสงขลา

    • อัญวีณ์ ไพศาลภาณุวงศ์ (น้องจ๊ะจ๋า) จากเชียงใหม่

    • ศรุดา สุดตา (น้องเอมมี่) จากกรุงเทพฯ โดยมี จ่าสิบเอก สหทัศน์ ศุภกิจ (โค้ชจิม) รับหน้าที่ผู้ฝึกสอน และ นายอนุชิต เรือนก้อน ทำหน้าที่เทรนเนอร์

    นายกสมาคมกีฬาลูกสักหลาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากจบการแข่งขันของทีมหญิง ทางสมาคมจะส่งนักกีฬา เทนนิสเยาวชนชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี เดินทางไปแข่งขันรายการเดียวกัน ณ เมืองกูชิง ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เพื่อคัดเลือกตัวแทนโซนเอเชีย/โอเชียเนีย ไปแข่งขันรอบไฟนอลส์ชิงแชมป์โลกต่อไป

    ในส่วนของทัพนักกีฬาชาย ประกอบด้วย

    • ปัณณพรรธน์ นิ่มนวลกุล (น้องอันปัน) จากกรุงเทพฯ

    • วริษฐ์ เลิศสินธพานนท์ (น้องแทน) จากกรุงเทพฯ

    • ฟาโรห์ โกวิทวัฒนชัย (น้องฟาโรห์) จากชลบุรี โดยมี เดนิส เขียวรักษา (น้องเดนิส) จากชลบุรี เป็นนักกีฬาสำรอง ขณะที่ พชรพล คำสมาน (โค้ชเอ็กซ์) รับหน้าที่ผู้ฝึกสอน และ นายพันธุ์ทิวา ชาวอุทัย เป็นเทรนเนอร์

    “ผมขอขอบคุณผู้ฝึกสอน สตาฟฟ์โค้ช และคณะทำงานทุกคนที่เตรียมความพร้อมให้นักกีฬา โดยเป้าหมายสำคัญคือการพยายามคว้าโควตาไปแข่งขันรอบสุดท้ายของโลกให้ได้ ขออวยพรให้ทุกคนเดินทางปลอดภัยและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้” นายสุชัย กล่าวทิ้งท้าย

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/102615/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38G8x5Q01Fm4fW2pgejZi_

  • ชิปก็แพง แรงซื้อก็หด! สงครามอิหร่าน สะท้านวงการไอทีแค่ไหน?

    ชิปก็แพง แรงซื้อก็หด! สงครามอิหร่าน สะท้านวงการไอทีแค่ไหน?

    ความตึงเครียดของสถานการณ์โลกที่กำลังคุกรุ่น ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกระนาบเศรษฐกิจ ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เคยดูเหมือนจะลอยตัวเหนือวิกฤตได้เสมอ

    วันนี้ KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที พามาพูดคุยกับ โอภาส เฉิดพันธุ์ แม่ทัพใหญ่แห่ง MVP ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการสมาร์ตโฟนไทยมาอย่างยาวนาน เพื่อถอดรหัสผ่านหน้างาน Thailand Mobile Expo (TME) ครั้งที่ผ่านมาว่าในวันที่คนไม่กล้าใช้เงิน และเสียงปืนเสียงระเบิดในตะวันออกกลางดังขึ้น วงการไอทีไทยสบายดีไหม กำลังปรับตัวอย่างไร และอะไรคือความหวังใหม่ในรอบถัดไป

    คลื่นความกังวลใจในไฟสงคราม

    ในช่วงเริ่มต้นของงาน TME ครั้งนี้ ยอมรับว่ามีความกังวลเกิดขึ้นในใจของผู้จัดงานไม่น้อย เนื่องจากสภาวะสงครามในต่างประเทศส่งผลกระทบโดยตรงต่อจิตวิทยาของผู้บริโภคชาวไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ โอภาส เปิดเผยถึงความกังวลในช่วงแรกว่า “ตอนแรกสุด เราเองกังวลว่าคนน่าจะน้อย เนื่องจากว่าสถานการณ์สงครามด้วย แล้วคนก็ถูกบอกมาว่าอย่าเพิ่งใช้เงิน เช่นภาครัฐเนี่ยให้หยุดงานเวิร์คฟอร์มโฮม แล้วก็ให้ทุกคนประหยัดเพราะว่ามีเรื่องสงคราม เราก็กังวล ซึ่งจริงๆ ก็มีผลอยู่ร่วมวันสองวันแรก เพราะว่าก็มีคนมาเดินน้อยลง และมีการซื้อของน้อยลงจริง”

    อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ พลังของโปรโมชั่นและการเป็นสินค้าที่ “ต้องใช้” ก็ทำให้ผู้คนยังคงหลั่งไหลเข้ามา โดยผู้จัดงานรายนี้ให้มุมมองว่า “ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ สุดท้ายคนก็มาซื้ออยู่ดี เพราะว่ามีโปรโมชั่น เป็นการชี้ให้เห็นว่าจริงๆ แล้วคนยังอยากซื้อของเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการสื่อสาร เพราะว่าอย่างไรก็เป็นของที่ต้องใช้ตลอด แล้วก็เป็นการอัปเดตเทรนด์ด้วย มันคือทำให้ชีวิตดีขึ้น”

    ปรากฏการณ์ซ่อมก่อนซื้อ!

    ความแตกต่างของงานรอบนี้จากงานครั้งก่อนๆ ที่โอภาสสะท้อนให้เห็นคือการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคจากการซื้อใหม่ไปสู่การดูแลเครื่องเก่าอย่างจริงจัง

    “ในรอบนี้เราสังเกตได้เลยว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนจากการที่จะซื้อเครื่องใหม่มาเป็นการบำรุงรักษาเครื่องเดิม แล้วก็ซื้อของลดราคามากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยอดซื้อจริงๆ ก็ไม่ได้ตกเยอะเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น แต่ว่าก็ตกตามสภาวะเศรษฐกิจนั่นแหละครับ”

    ความต้องการซ่อมแซมพุ่งสูงขึ้นจนกลายเป็นภาพจำใหม่ของงาน นอกจากนี้โอภาสยังลงรายละเอียดลึกไปถึงกลุ่มอุปกรณ์เสริมที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญว่า “พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนชัดเจน เนื่องจากการตึงตัวทางเศรษฐกิจเนี่ยมาดูแลเครื่อง ซึ่งปกติเนี่ยแบตเสื่อม เราซื้อใหม่ แต่ตอนนี้คนยินดีจะเปลี่ยนแบตเยอะมากในงาน ซึ่งก็ไม่เคยเห็นเยอะขนาดนี้มาก่อน เปลี่ยนแบต ซ่อมจอ เปลี่ยนเคส ดูแลอย่างอื่น ซื้อฟิล์มกันรอยกล้องด้านหลัง อะไรต่างๆ เยอะมากครับ ในงานนี้ยอดของแนวดูและรักษาเครื่องถือว่าขึ้นเยอะมาก”

    กำแพงราคากับสถานการณ์ชิปแพง

    ปัจจัยที่ทำให้คนไทยต้องหันหลังให้เครื่องใหม่ไม่ได้มีแค่เรื่องสงคราม แต่เป็น “ราคา” ที่พุ่งสูงขึ้นจนกลายเป็นกำแพงขนาดใหญ่ โอภาสชี้ให้เห็นถึงต้นเหตุสำคัญว่า

    “เครื่องใหม่นี่ 50,000 อัปทั้งนั้นเลย OPPO Find N6 เปิดมา 80,000 บาทอย่างนี้ ราคาสูงมาก เหตุผลก็คือชิปขาดแคลน ค่าเครื่องก็เลยแพงขึ้นไปโดยปริยาย นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนมาหาซื้อเครื่องมือสองเยอะ เพราะจริงๆ มันไม่ได้ต่างขนาดนั้นสำหรับตัวใหม่กับตัวเก่าครับ”

    นอกจากนี้ สภาวะจิตใจที่ถูกกดทับจากปัจจัยภายนอกยังส่งผลต่อการถือเงินสดไว้ในมือ แม่ทัพใหญ่แห่ง MVP บอกว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นไม่ได้เพียงทำให้คนไม่อยากขับรถหรือเดินทางเท่านั้น

    “พอมีเรื่องน้ำมันแพงเกิดขึ้น มันมีผลทางสภาพจิตใจว่าไม่อยากซื้อเครื่องใหม่ เก็บเงินไว้ก่อน เพราะว่าของกินของใช้จะแพงขึ้นเรื่อยๆ หรือเปล่า น้ำมันแพงเลยทำให้ทุกอย่างดูอึมครึมไปหมดครับ คนไม่กล้าใช้เงิน รู้สึกว่าอยากจะเก็บเงินสดไว้ด้วยเผื่อฉุกเฉิน”

    AI จุดเปลี่ยนที่จะทำให้วงการไอทีไม่ต้อง ‘เจ็บ’ จนตาย

    ถึงแม้เมฆหมอกแห่งสงครามจะยังปกคลุม แต่โอภาสมั่นใจว่าอุตสาหกรรมไอทีจะไม่ถึงทางตัน เพราะ AI กำลังจะเป็นฟันเฟืองสำคัญ โดยรวมเขามองว่าจะกระทบไม่มาก เพราะว่าถึงที่สุดแล้วคนก็จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ไอทีที่ดีขึ้นสำหรับการทำงานอยู่ดี

    “รอบนี้ในงาน Thailand Mobile Expo คอมพิวเตอร์ขายดีขึ้นเยอะเลยครับ ผมเองก็ซื้อ เอามาทำงาน เอามาหาเงิน คราวนี้มันจะเป็นสินค้าที่เอาไว้ใช้ทำงานหาเงินมากกว่าการเป็นเครื่องเล่นเกมส์หรือแค่เพื่อความบันเทิงแล้ว”

    โอภาสย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนเราอาจไม่ได้พูดถึง AI CPU แต่ตอนนี้เราต้องมองถึงชิป AI แล้ว เพราะว่าทุกคนต้องเริ่มใช้งานอุปกรณ์ที่มี AI กันหมดแล้ว และนี่ทำให้ทิศทางถัดไปของงานแฟร์ไอทีระดับประเทศอย่าง TME จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของสมาร์ตโฟนอีกต่อไป และจะมีการย้ายฐานทัพสู่สเกลที่ใหญ่ขึ้น

    “รอบหน้าผมจัด Thailand Mobile Expo คู่กับงาน AI Expo ในเดือนตุลาคม ที่อิมแพคฯ เมืองทองธานี ที่เราย้ายจากศูนย์ฯสิริกิติ์ไปอิมแพคฯ เพราะว่างานเราใหญ่กว่าเดิมเยอะ ตอนนี้ผมมองว่า Mobile กับ AI ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ต่อไปคนจะซื้อมือถือหรือซื้อคอมใหม่ ควรต้องเข้าใจ AI ก่อน”

    ในวันที่โลกเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อนเช่นนี้ ชี้ให้เห็นว่าแม้สงครามอิหร่านจะสะท้านจิตใจจนคนไทยรัดเข็มขัดและหันไปซ่อมเครื่องเดิมกันระนาว แต่เทคโนโลยี AI ที่กำลังก้าวเข้าสู่ชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังจะเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาสร้างความต้องการใหม่และขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมไอทียังคงเดินหน้าต่อไปได้ ท่ามกลางกระแสคลื่นเศรษฐกิจที่ยังคงไม่แน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1230192&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vtLP0L4ngu7WCRxZMfMdd

  • ราคาน้ำมันดิบ 18/04/69 จับตาตลาดโลกผันผวน

    ราคาน้ำมันดิบ 18/04/69 จับตาตลาดโลกผันผวน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/142144&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ui0YcQqGxfTRwzN2S2ZiV