Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • IMF หั่น GDP โลกปี 2026 รับมือ ‘ของแพง-เศรษฐกิจฝืด’ ขณะที่อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด GDP ไทยโตต่ำเพียง 1.4% ชี้โจทย์หิน Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยสวนทางตลาด หากเงินเฟ้อสงครามไม่จบ

    IMF หั่น GDP โลกปี 2026 รับมือ ‘ของแพง-เศรษฐกิจฝืด’ ขณะที่อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด GDP ไทยโตต่ำเพียง 1.4% ชี้โจทย์หิน Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยสวนทางตลาด หากเงินเฟ้อสงครามไม่จบ

    ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง แม้การเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนการเจรจายังไม่สามารถหาข้อสรุปกันได้ แต่สหรัฐฯ และอิหร่านมีข้อตกลงในหลักการที่จะเดินหน้าเจรจาต่อและอาจขยายระยะเวลาการหยุดยิงออกไป รวมถึงจะมีการเจรจารอบ 2 โดย ปธน. ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับหลายสื่อว่าสงครามที่ยืดเยื้อเกือบ 7 สัปดาห์ใกล้จะยุติแล้ว พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร และระบุว่าจีนตกลงจะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน หนุนดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ระหว่างสัปดาห์

    ด้านตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ เดือน มี.ค. +3.3%YoY ตามตลาดคาด และสูงสุดตั้งแต่ พ.ค. 2024 ตามราคาพลังงาน ด้าน PPI ขยายตัว +4.0%YoY จาก +3.4% เดือนก่อน

    ด้าน IMF (เม.ย. 2026) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 ลงสู่ 3.1% จาก 3.3% ในประมาณการครั้งก่อน ในเดือน ม.ค. 2026 และปรับเพิ่มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปสู่ 4.4% จาก 3.8% ฉุดโดยสงครามในตะวันออกกลาง

    ด้านผลประกอบการ TSMC ที่ดีกว่าคาดช่วยหนุนกลุ่มเทคฯ ปรับขึ้นได้ 6.2% WoW ขณะที่แรงหนุนบางส่วนยังมาจากการลงทุนด้าน AI และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศ

    ด้านตลาดหุ้น EM ปรับตัวขึ้นเช่นกัน +4.4% WoW โดย GDP จีน 1Q26 ขยายตัว 5.0%YoY เร่งขึ้นจาก 4Q25 และสูงกว่าตลาดคาด ด้านตัวเลขเศรษฐกิจเดือน มี.ค. ส่งสัญญาณผสม โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 5.7%YoY สูงกว่าคาด แต่ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 1.7%YoY ต่ำกว่าคาดและชะลอลงจากเดือนก่อน การลงทุนสินทรัพย์ถาวร (YTD) เพิ่มขึ้น 1.7%YoY ต่ำกว่าคาด ด้านการส่งออก ขยายตัว +2.5%YoY ลดลงจากเดือนก่อน และต่ำกว่าตลาดคาด

    ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับลดลง 1% จากแรงกดดันจากหุ้น DELTA ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับที่ 1 (Cash Balance) ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลง 3.9% WoW

    เศรษฐกิจโลกเปิดโหมด ‘Stagflation’ สงครามฉุด GDP แต่ดันเงินเฟ้อ

    บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า สถานการณ์สหรัฐฯ และอิหร่านมีข้อตกลงในหลักการที่จะเจรจาต่อและอาจขยายการหยุดยิง บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า สถานการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดในระยะสั้น คือการต่ออายุหยุดยิงชั่วคราวหรือข้อตกลงบางส่วน ซึ่งจะเป็นก้าวแรกสู่การเจรจาที่ครอบคลุมกว่าในระยะต่อไป

    IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2026 ลงสู่ 3.1% (เดิม 3.3%) และเงินเฟ้อโลกคาดเพิ่มขึ้น 4.4% (เดิม 3.8%) สะท้อนผลกระทบจากสงครามสร้าง disruption เชิงโครงสร้างต่อตลาดพลังงาน

    สำหรับไทย บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมิน GDP ปี 2026 หลังสงครามยืดเยื้อที่ 1.4% ต่ำกว่า IMF ที่ 1.5% เล็กน้อย โดยคาดว่าแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและส่งออกจะชะลอลง ขณะที่ต้นทุนพลังงานนำเข้ากดดันภาคการผลิตและ ธปท. อาจไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้แม้เศรษฐกิจชะลอ

    ด้านเงินเฟ้อสหรัฐฯเร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า ในส่วนของนโยบายการเงิน Fed อาจเผชิญการตัดสินใจที่ยากลำบากมากขึ้นว่าจะ ‘มองผ่าน’ (look through) แรงกระแทกพลังงานชั่วคราวนี้ หรือจะระมัดระวังมากขึ้นหากการส่งผ่านราคาสู่ core inflation เริ่มปรากฏในเดือนถัดๆ ไป โดยมองว่า Fed อาจมีเหตุผลเพียงพอที่จะอดทนรอได้จากตลาดแรงงานและยอดค้าปลีกที่ยังแข็งแกร่ง

    อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะทำให้ราคาน้ำมันอยู่สูงยาวนานขึ้น และทำให้เงินเฟ้อส่งผ่านและทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อสูงขึ้น จนทำให้ Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังพุ่งขึ้นต่อเนื่อง

    ด้านจีน GDP 1Q26 ได้แรงหนุนจากภาคการผลิตตามการส่งออก แต่มีแนวโน้มชะลอลงในไตรมาส 2 จากผลกระทบของสงคราม ซ้ำเติมอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอต่อเนื่อง

    กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย

    นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ (มองบวกต่อการเจรจา): ให้ปรับพอร์ตตามกรอบเวลาและความผันผวน ดังนี้

    • ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เล่นเก็งกำไรในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ. (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่เป็นเป้า Short Covering ได้แก่ BTS LH MINT AWC BDMS HMPRO OR CPALL
    • ระยะกลาง (3-6 เดือน): สะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินเฟ้อ (ADVANC TRUE BDMS BH CHG BCH CPALL CPAXT BJC CPN)
    • ระยะยาว (6-12 เดือน+): ลงทุนกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมฯ ตามเทรนด์ลดการพึ่งพาฟอสซิล (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA)
    • นักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำ (กังวลเจรจาล้มเหลว): เน้นถือเงินสด/ตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อลดผลกระทบ Bond Yield พุ่งและรอจังหวะซื้อเมื่อสถานการณ์ชัดเจน รวมทั้งทำ Strategic Hedging ในหุ้นน้ำมัน (PTTEP PTTGC) และหุ้น High Dividend (Yield > 5%) ก่อน XD เม.ย.-พ.ค. นี้ (KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI)
    • Trading Idea : หุ้น Rebound Play ซึ่งคาดหากสงครามจบ ราคาหุ้นจะฟื้นตัวเร็วหลังปรับลงแรงตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง ได้แก่ TIDLOR SAWAD CBG OSP และหุ้น Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น (เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มทำความเย็น) ได้แก่ ICHI HTC CPALL HMPRO GLOBAL

    “ช่วงสั้นมอง SET จะเข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก หากการเจรจามีพัฒนาการเชิงบวกก่อนเส้นตายหยุดยิงจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่หนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้น โดยคาด SET จะปรับตัวทะลุแนวต้านที่ 1,530-1,550 จุด จาก Fund Flow ที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาด EM หลังคลายกังวลอุปทานน้ำมันชะงักงัน แต่หากการเจรจาล้มเหลวจนนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร จะส่งผลให้ตลาดปรับลดลง คาด SET จะปรับฐานลงแรงไปทดสอบแนวรับที่ 1,400-1,450 จุด จาก Fund Flow ที่ไหลออกตามความกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะฉุดเงินเฟ้อให้รุนแรงขึ้น” บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุไว้ในส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์

    ปัจจัยต้องติดตามสัปดาห์นี้

    • ความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพรอบสองหระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และสถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
    • การประกาศงบ 1Q26 ของบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ อาทิ Tesla (TSLA) และ Alphabet (GOOGL)
    • ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ มี.ค. ของไทย, ยอดค้าปลีก มี.ค. และ PMI เบื้องต้นภาคผลิตและบริการ เม.ย. ของสหรัฐฯ

    หุ้นเด่นประจำสัปดาห์: CPN – กำไรยังแกร่ง ท่ามกลางสงคราม

    แนะนำ บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN เนื่องจากเหตุผลหลัก ดังนี้

    • เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกรายใหญ่สุดในไทย โดยมีการผสมผสานทั้งส่วนค้าปลีก ที่อยู่อาศัย สำนักงาน และโรงแรมเข้าด้วยกัน อีกทั้งมีการใช้ประโยชน์จาก The 1 ซึ่งเป็น loyalty platform ของกลุ่มเซ็นทรัลที่มีฐานสมาชิกกว่า 20 ล้านราย ทำให้มีความได้เปรียบในการใช้ข้อมูลต่อยอดทางธุรกิจ
    • 1Q26 คาดกำไรโตดี YoY แรงหนุนจากฐานต่ำของธุรกิจที่อยู่อาศัยและแนวโน้มที่เป็นบวกของธุรกิจค้าปลีก ขณะที่การเติบโต QoQ จะมาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงตามฤดูกาล ส่วนปี 2026 คาดกำไรปกติเติบโต 9.6%YoY ซึ่งยังมี Upside risk จากขายสินทรัพย์ให้ CPNREIT ใน 2H26 และโอน Dusit Residences เร็วกว่าคาด
    • ผลการดำเนินงานแกร่งและได้รับผลกระทบจำกัดท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง สะท้อนได้จากจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายร้านค้าที่ยังเติบโตดี YTD ขณะที่ Valuation ยังไม่แพง โดยปัจจุบันซื้อขาย PER 26F ที่ 15.7 เท่า (-1SD.)
    • เราประเมินราคาเป้าหมายที่หุ้นละ 79 บาท อิงวิธี DCF และคาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2026 หุ้นละ 2.53 บาท คิดเป็น Div. Yield ราวปีละ 4%

    ธีมการลงทุนตลาดหุ้นโลก

    ผลประกอบการ 1Q26 ของกลุ่มธนาคารใหญ่สหรัฐฯ มีกำไรสุทธิเติบโตแกร่ง และดีกว่าคาด หนุนโดยรายได้ตลาดทุนเป็นหลัก ขณะที่ NII ยังมีความทนทาน แม้ NIM จะมีทิศทางผสมผสาน ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงมีเสถียรภาพ เรายังมองบวกต่อกลุ่มที่มีรายได้ตลาดทุนสูงอย่าง JPM GS MS

    • ผลประกอบการธนาคารใหญ่สหรัฐฯ (JPM, BAC, C , GS, MS , WFC) เติบโตแกร่งหนุนโดยรายได้ตลาดทุน: กำไรสุทธิได้รับแรงส่งหลักจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจ Investment Banking และรายได้ Trading ที่ทำสถิติใหม่ นำโดย GS และ MS ขณะที่ NII ยังมีความทนทาน แม้ NIM จะมีทิศทางผสมผสาน ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ (CRE) ที่เริ่มทรงตัว
    • การผ่อนปรนเกณฑ์เงินกองทุน: ข้อเสนอปรับลดระดับเงินกองทุนขั้นต่ำ (CET1) ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ (G-SIBs) ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสในการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน (Share Repurchase) เพื่อยกระดับ ROE ในระยะยาว
    • ความเสี่ยงจากภาค Private Credit ยังอยู่ในวงจำกัด: แม้เกิดภาวะตึงตัวด้านสภาพคล่อง (Liquidity Mismatch) ในกลุ่ม Private Credit จากการระงับการไถ่ถอนเงิน แต่ประเมินว่ายังไม่เป็นความเสี่ยงเชิงระบบต่อธนาคารใหญ่ เนื่องจากมีสัดส่วนการปล่อยกู้ที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องระมัดระวัง WFC ที่มีสัดส่วนความเกี่ยวข้องในพอร์ตนี้สูงกว่ากลุ่ม
    • แนวโน้ม 2Q26 และกลยุทธ์การลงทุน: คาดกำไรขยายตัวต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของดีล M&A และความผันผวนที่สูงภายใต้นโยบายรัฐบาลทรัมป์หนุนรายได้การเทรด ด้วยเหตุนี้ เรามองบวกในหุ้นที่มีสัดส่วนรายได้ตลาดทุนสูง ได้แก่ JPM, GS และ MS เนื่องจากมีปริมาณดีลในมือ (Backlog) ระดับสูง และได้รับประโยชน์จากความผันผวนของตลาดที่เอื้อต่อรายได้ Trading
    • ความเสี่ยงขาลง ได้แก่ เศรษฐกิจชะลอตัว, การชะลอตัวของการไหลเข้าของเงินทุน, การสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด และภาวะตลาดที่ซบเซา

    มุมมองการลงทุนต่อสินทรัพย์ต่างๆ โดย SCB CIO

    เงินสด / สภาพคล่อง

    ได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน และสงครามในตะวันออกกลาง สถานการณ์ล่าสุดบนช่องแคบฮอร์มุซค่อนข้างสับสน โดยอิหร่านบังคับใช้ข้อจํากัดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลัง Trump ยังยืนยันการปิดล้อมท่าเรือ จนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ รวมถึงโครงการนิวเคลียร์

    ตราสารหนี้ / เงินฝากระยะยาว

    UST Yield และ TH Bond Yield มีโอกาสทรงตัวถึงปรับลดลง จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีพัฒนาการเชิงบวก ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ แม้คาดธนาคารกลางอาจชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ทั้งนี้ แนะนำลงทุนพันธบัตรระยะสั้น-กลาง เพื่อจำกัดความเสี่ยงบน Duration

    U.S. Treasury & IG

    แนะนำ UST และหุ้นกู้ US IG ระยะสั้น หลังผู้ว่าการ Fed ส่งสัญญาณว่าหากสงครามอิหร่านยุติได้เร็ว Fed อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ แม้เงินเฟ้อจะเสี่ยงพุ่งขึ้นในระยะสั้นก็ตาม ในขณะที่ ควรหลีกเลี่ยงตราสารหนี้ระยะยาว จากความกังวลวินัยการคลังสหรัฐฯ และความเสี่ยงการแทรกแซงความเป็นอิสระของ Fed

    High Yield Bond

    ความเสี่ยงที่ HY Credit Spread จะกว้างขึ้นยังมีอยู่ จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจกดดันเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้รมว.คลังสหรัฐฯ จะคาด GDP สหรัฐฯ ปีนี้โตสูงถึง 3.0-3.5% ก็ตาม ทั้งนี้ เราคาดการณ์ความแตกต่างของผลตอบแทนระหว่างผู้ออกตราสารที่มีคุณภาพ Credit แข็งแกร่ง และอ่อนแอ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

    สินทรัพย์ผสมกึ่งหนี้กึ่งทุนและ REITs

    กองทุนสินทรัพย์ผสม ช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตลงทุน โดยลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดและสถานการณ์ภายนอก อีกทั้ง บริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่น ตามภาวะเศรษฐกิจ และ ความเสี่ยง

    Asia REITs

    REITs ในเอเชีย มีโอกาสฟื้นตัว ตามความกังวลต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่เริ่มลดลง หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีพัฒนาการเชิงบวก ทั้งนี้ เรายังมีมุมมองบวกต่อ SG REITs โดยได้อานิสงส์จากแนวโน้มต้นทุนกู้ยืมที่ลดลง P/BV ที่ยังน่าสนใจ และ DPU ที่ยังเติบโต ขณะที่ TH REITs ยังมี Dividend Yield ในระดับที่สูง

    Global Infrastructure

    โครงสร้างพื้นฐานเป็นแรงขับเคลื่อนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและอุปสงค์ที่เร่งตัวขึ้นจาก AI จะเป็นปัจจัยหนุนการลงทุนในพลังงานทางเลือกและระบบสายส่งไฟฟ้า นอกจากนี้ คุณสมบัติของโครงสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อ ยังช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงในระยะยาว

    Private Asset *สำหรับนักลงทุน Ultra High Net Worth เท่านั้น

    Private Credit ได้รับแรงกดดันด้านสภาพคล่อง การผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น นักลงทุนบางส่วนถอนเงินลงทุน แนะนำคัดเลือกกองทุนที่ปล่อยสินเชื่อให้บริษัทใหญ่ ในฐานะเจ้าหนี้ที่มีสิทธิเรียกร้องหลักประกันเป็นลำดับแรก / Private Equity ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของ IPO และ M&A คัดเลือกกองทุนที่กระจายความเสี่ยง และยืดหยุ่นสภาพคล่อง

    หุ้นประเทศพัฒนาแล้ว

    หุ้นสหรัฐฯ ได้อานิสงส์หลักจากพัฒนาการด้านเทคฯ และกำไรที่ยังขยายตัวดี / หุ้นยุโรปได้แรงหนุนจากลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และ ECB ที่อาจไม่รีบเร่งขึ้นดอกเบี้ย / หุ้นญี่ปุ่นได้แรงหนุนจากการปฏิรูปบรรษัทภิบาล และเสถียรภาพรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น แม้ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง อาจยังสร้างความผันผวนระยะสั้น

    หุ้นสหรัฐฯ

    ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มได้แรงหนุนจาก 1) สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย 2) ผลประกอบการของบจ.ที่แข็งแกร่ง โดยกำไรกลุ่มธนาคารใน 1Q2569 ยังเติบโตโดดเด่น และ 3) หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ล่าสุด Meta ขยายข้อตกลงสั่งซื้อชิปปรับแต่งพิเศษ กับ Broadcom เพื่อรองรับการขยายตัวของ AI

    หุ้นยุโรป

    ดัชนีหุ้นยุโรปมีโอกาสฟื้นตัวตามความเสี่ยงขาลงของ EPS ที่ลดลง หากวิกฤตพลังงานคลี่คลาย ตามพัฒนาการเชิงบวกในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ การที่ราคาพลังงานปรับลดลง หลังการหยุดยิงและตัวเลขเงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน ยังช่วยลดความจำเป็นที่ ECB จะต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน เม.ย.นี้

    หุ้นญี่ปุ่น

    ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นฟื้นตัวขึ้นจากแรงขับเคลื่อนในหุ้นกลุ่มเทคฯ และเซมิคอนดักเตอร์เป็นหลัก ทว่า แนวโน้มกำไรของบจ. ญี่ปุ่นในระยะสั้นมีความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่ในระยะยาวยังได้แรงหนุนจาก 1) มาตรการกระตุ้นการคลังภายใต้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และ 2) การปฏิรูปธรรมาภิบาลหนุน ROE และ P/BV ผ่านการซื้อหุ้นคืนและจ่ายปันผล

    หุ้นประเทศตลาดเกิดใหม่

    ตลาดหุ้น EM เอเชีย ระยะสั้นอาจผันผวนตามพัฒนาการความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน–สหรัฐฯ และราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอยู่สูง อย่างไรก็ดี ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำไรที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะเอเชียเหนือ (เกาหลี–ไต้หวัน) จากอุปสงค์ด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ ด้าน Valuation น่าสนใจเมื่อเทียบกับอดีตและภูมิภาค

    หุ้นอินเดีย

    ดัชนีหุ้นอินเดียยังเผชิญผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อแนวโน้ม EPS อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ารัฐบาลจะออกมาตรการทางการคลัง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ในขณะที่ RBI ยังมีข้อจำกัดในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หลังอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนล่าสุด เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.4%YoY

    หุ้นไทย

    ดัชนีหุ้นไทย ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ทำให้เผชิญแรงกดดันจากสงครามจำกัดกว่าตลาดหุ้นเอเชียอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ผลลบต่อเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ โดยคาดว่า กนง.ยังมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในปีนี้ ด้านกำไรของดัชนี SET ยังมีแนวโน้มเติบโต ต่ำกว่ากลุ่มประเทศเกิดใหม่โดยรวม และ ตลาดหุ้นโลก

    หุ้นจีน All-Share

    ดัชนีหุ้นจีนได้แรงหนุนจากนโยบายภาครัฐที่เน้นพัฒนาเทคโนโลยี โดยล่าสุด CSRC ออกแนวทางการปฏิรูปตลาด ChiNext เพื่อหนุนการจดทะเบียนในบริษัทกลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ ผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อจีนยังจำกัด สะท้อนจาก GDP ใน 1Q2569 ที่เติบโต 5%YoY แข็งแกร่งกว่าที่คาด

    หุ้นเกาหลีใต้

    ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำไรที่แข็งแกร่ง (นำโดยกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ จากอุปสงค์ AI) และกำไรที่กว้างมากขึ้น สะท้อนคุณภาพของ Earnings cycle Valuation อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอดีตและภูมิภาค Fund Flow ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิ นอกจากนี้ ความคืบหน้าการปฏิรูปธรรมาภิบาลยังเป็นแรงหนุนในระยะกลาง-ยาว

    สินค้าโภคภัณฑ์ – ทองคำ

    ราคาทองคำ เผชิญแรงกดดันในระยะสั้นจาก US Bond Yield ที่ปรับเพิ่มขึ้น ตามคาดการณ์ว่า Fed จะยังคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง ขณะที่ระยะกลาง-ยาว ยังได้แรงหนุนจากอุปสงค์ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และแรงซื้อของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก แนะนำทยอยลงทุนในกองทุนทองคำ เพื่อใช้กระจายความเสี่ยงของพอร์ต

    ทองคำ

    ราคาทองคำยังคงผันผวน ตามพัฒนาการสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนบนการเจรจา ซึ่งจะส่งผลต่อคาดการณ์เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยนโยบาย และ Bond Yield อย่างไรก็ดี ตลาดได้ปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ Fed ไปบ้างแล้ว เรามองหากสถานการณ์ขัดแย้งคลี่คลาย ทองคำมีแนวโน้มฟื้นตัว แนะนำทยอยลงทุนเมื่อย่อตัว

    หุ้นกลุ่มธุรกิจพลังงานยั่งยืน

    หุ้นกลุ่มพลังงานยั่งยืน ได้รับแรงหนุนจากการเป็นทางเลือกในภาวะวิกฤตพลังงาน แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อความมั่นคงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะจีน และ อุปสงค์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น ความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล Data Center และการจัดหาพลังงานให้โรงงานผลิตชิป ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการเติบโตของกำไร

    หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

    หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ยังเติบโตสอดคล้องกับกระแสการลงทุนด้าน AI และ Data Center สะท้อนได้จาก ผลประกอบการใน 1Q2569 ของ ASML และ TSMC เติบโตดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และ ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ตามอุปสงค์บนชิปหน่วยความจำที่ยังสูงกว่าอุปทาน ซึ่งช่วยหนุนอัตราทำกำไรของกลุ่มฯ ยังคงดีต่อเนื่อง

    หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก

    การปรับประมาณการ การเติบโตกำไรของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงโดดเด่น ถูกขับเคลื่อนจากธีมโครงสร้างระยะยาว เช่น AI และ Data Center ทั้งนี้ นักลงทุนเริ่มเจาะลึกและคัดกรองบริษัทมากขึ้น แนะนำลงทุนในกลุ่มฯ โดยเน้นกลยุทธ์แบบ Active เพื่อคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพเติบโต ได้เปรียบเชิงโครงสร้าง และไม่ถูก Disrupt จาก AI อย่างชัดเจน

    หุ้นตลาดเกิดใหม่ เอเชีย (ไม่รวมจีน)

    เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งได้อานิสงส์จากการเติบโตบนห่วงโซ่อุปทานด้าน AI นอกจากนี้ ยังมีบางประเทศ อาทิ บราซิล ที่ได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางคลี่คลายขึ้น หลังมีการเจรจากันอย่างเป็นทางการ แม้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

    ภาพ: Billion Photos / Shutterstock

    • 20 เม.ย. 2026

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/imf-gdp-thailand-inflation-fed-rates/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LiYGu6x2R2jHrA9aSS0um

  • เอกนิติ ถก 3 เครดิตโลก ย้ำศก.ไทยแกร่ง เงินสำรองสูงกว่าหนี้ตปท..2.5 เท่า

    เอกนิติ ถก 3 เครดิตโลก ย้ำศก.ไทยแกร่ง เงินสำรองสูงกว่าหนี้ตปท..2.5 เท่า

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้หารือกับผู้บริหารของสถาบันจัดอันดับเครดิต 3 แห่ง ประกอบด้วย Fitch Ratings, S&P Global Ratings, และ Moody’s Investors Service ในระหว่างการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

    ในการนี้ รองนายกฯ เอกนิติ ได้เน้นย้ำกับทั้ง 3 สถาบันว่า เศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพโดยรวมที่ดีและสามารถรองรับความผันผวนจากภายนอกได้ โดยโครงสร้างหนี้สาธารณะเกือบทั้งหมด (กว่า 99%) เป็นหนี้ภายในประเทศ จึงมีความเสี่ยงต่ำมากจากภาวะความผันผวนของการเงินโลก อีกทั้งไทยยังมีเงินสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 280 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึงเกือบ 2.5 เท่า และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกันชนสำคัญต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

    ในด้านนโยบาย ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในกรอบนโยบายการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework) โดยมุ่งรักษาความยั่งยืนทางการคลัง ควบคู่กับการคงความยืดหยุ่นในการรองรับความผันผวนจากภายนอก โดยมีแนวทางสำคัญคือการใช้มาตรการการคลังแบบ “มุ่งเป้า” (Target) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้จ่ายภาครัฐ และการใช้นโยบายการคลังในระยะข้างหน้าจะมุ่งเน้นการสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่เน้นการใช้พลังงานสะอาดลดการพึ่งพาน้ำมัน (Transition) รวมถึง การปฎิรูปเศรษฐกิจสู่การเติบโตระยะยาว(Transform) โดยเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต เศรษฐกิจดิจิทัล และการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741179&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27tlhHZf1FeH0nHcIobVBf

  • 4 หน่วยงานเศรษฐกิจนัดประชุมทบทวนกรอบงบรายจ่ายปี 70 วันที่ 22 เม.ย.นี้ : อินโฟเควสท์

    4 หน่วยงานเศรษฐกิจนัดประชุมทบทวนกรอบงบรายจ่ายปี 70 วันที่ 22 เม.ย.นี้ : อินโฟเควสท์

    อนันต์ แก้วกำเนิด (ภาพ:Thaigov)

    นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ. 2570 เพื่อเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันพรุ่งนี้ (21 เม.ย.)

    อย่างไรก็ดี ยืนยันว่า ที่ประชุมวันนี้ ยังไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับการจัดทำ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการหารือในรายละเอียดส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่

    ขณะที่ในวันที่ 22 เม.ย.69 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล จะมีการประชุม 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ เพื่อทบทวนกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2570

    “การประชุม 4 หน่วยงาน เป็นการประชุมเพื่อทบทวนกรอบงบประมาณปี 2570 ซึ่งหากที่ประชุมมีข้อสรุปว่าจะใช้กรอบงบประมาณตามเดิม ก็จะได้เดินหน้าตามกรอบเดิมได้เลย แต่หากว่ามีการปรับ ก็ต้องมาดูความเหมาะสม และความจำเป็นกันต่อไป และจะต้องมีการเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้พิจารณาต่อไป” นายอนันต์ กล่าว

    โดยก่อนหน้านี้ ที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบการจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ. 2570 ที่วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4 พันล้านบาทจากปีก่อน หรือคิดเป็น 0.2% ส่วนการจัดทำงบขาดดุล อยู่ที่ 7.88 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.9% ของ GDP ขณะที่ได้มีการประมาณการจัดเก็บรายได้รวมของรัฐบาลไว้ที่ 3.58 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อหักรายจ่ายอื่น ๆ เช่น การหักคืนภาษีของกรมสรรพากร อากรถอนคืนกรมศุลกากร การจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะคงเหลือรายได้สุทธิ 3 ล้านล้านบาท

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/586400&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VEH_SC4g54WbApSd8j7VV

  • นายกฯ มอบนโยบายทำงบฯ ปี 2570  ต้องตรงเป้า-แม่นยำ  ตัดรายจ่ายไม่จำเป็น คุมงบเพิ่มไม่เกิน 20%

    นายกฯ มอบนโยบายทำงบฯ ปี 2570 ต้องตรงเป้า-แม่นยำ ตัดรายจ่ายไม่จำเป็น คุมงบเพิ่มไม่เกิน 20%

    วันนี้, 15:11น.

               10.00 น. (20เม.ย.69) ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

               โดยระบุว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้มีความแตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเริ่มจากการทบทวนและปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่จำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด

               การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะต้อง ‘ตรงเป้า แม่นยำ และตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส’ เพื่อพาประเทศก้าวผ่านวิกฤต ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเร่งหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยรัฐบาลกำหนดกรอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่

              1. เศรษฐกิจ มุ่งกระจายรายได้ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และส่งเสริมการค้า เกษตร และการท่องเที่ยวผ่านนโยบายพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม

              2. การต่างประเทศและความมั่นคง เสริมบทบาทไทยในเวทีโลก เร่งผลักดันเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ควบคู่กับการยกระดับความมั่นคงชายแดนและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

              3. สังคม ยกระดับการศึกษา สุขภาพ เสริมสร้างความเข้มแข็งครอบครัวและชุมชน ผ่านนโยบายสูงวัยพลัส และการศึกษาเท่าเทียมพลัส

              4. ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม ยกระบบบริหารจัดการน้ำและการรับมือภัยพิบัติ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ผ่านนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพลัส

              5. การบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐให้เป็น “ราชการทันใจ” ปราบคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง ด้วยนโยบาย AI พลัส และไทยแลนด์ พลัส

               ทั้งนี้ กรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 อยู่ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 เท่านั้น ขณะที่ภาระรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

               นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้การใช้งบประมาณยึดหลักความคุ้มค่า และงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) โดยพิจารณาจากความจำเป็น ความเร่งด่วน และความเหมาะสมของสถานการณ์ พร้อมปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างจริงจัง พร้อมกำหนด “กฎเหล็ก” ว่า การขอรับงบประมาณเพิ่มจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยรับงบประมาณปรับลดคำขอตั้งงบประมาณสำหรับการศึกษาดูงาน และการปรับลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน โดยให้เน้นการเช่ามากกว่า หรือหากมีความจำเป็น ขอให้ใช้การลงทุนในรูปแบบของการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศไทย (Thailand Future Fund) และเสนอคำขอตั้งงบลงทุนเท่าที่จำเป็น

                นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transformation) โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อาทิ การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ Hybrid ในภาครัฐ รวมถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานในระยะยาว

                อีกทั้ง รัฐบาลยังให้ความสำคัญของการรักษาอธิปไตยของประเทศ โดยต้องเสริมความพร้อมด้านความมั่นคงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัยและเพียงพอ ทั้งนี้ ขอให้กองทัพร่วมกับสำนักงบประมาณวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการปกป้องอธิปไตย รักษาเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของชาติ พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง

                 โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงบประมาณ ระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อยกระดับความโปร่งใส ลดการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของภาครัฐ

    #งบประมาณปี2570

    #จัดทำงบประมาณปี2570

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/160867&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WlbUJmuGVL3w33Pz1L3t6

  • รีวิวการเที่ยวสิงคโปร์ เสาร์-อาทิตย์ ฉบับ 2 วัน 1 คืน

    รีวิวการเที่ยวสิงคโปร์ เสาร์-อาทิตย์ ฉบับ 2 วัน 1 คืน

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/X48EqVLwDP3W&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1v-vhYqHP7eHbjpoBJ_1m5

  • ท่องเที่ยวโลก ต้องจริงจังเรื่องอาชญากรรม

    ท่องเที่ยวโลก ต้องจริงจังเรื่องอาชญากรรม

    ท่องเที่ยวโลก ต้องจริงจังเรื่องอาชญากรรม

    ท่องเที่ยวโลก ต้องจริงจังเรื่องอาชญากรรม

    20 เม.ย. 2569 04:30 น.

    -ก+

    LightDark

    ข่าวหนังสือพิมพ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/newspaper/2927472&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vUofeLDtJyeEIKXLeXs4F

  • พัทยาเตรียมเนรมิตรันเวย์แห่งรสชาติ “สีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15” 1-4 พ.ค.

    พัทยาเตรียมเนรมิตรันเวย์แห่งรสชาติ “สีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15” 1-4 พ.ค.

    พัทยาเตรียมเนรมิตรันเวย์แห่งรสชาติ

    ภาคตะวันออกพร้อมปลุกกระแสการท่องเที่ยวอีกครั้ง กับงานใหญ่แห่งปี “สีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15: EEC The Food Runway” เตรียมเนรมิตถนนเลียบชายหาดพัทยากลางให้กลายเป็นรันเวย์แห่งความคิดสร้างสรรค์ระหว่างวันที่ 1 4 พฤษภาคม 2569 โดยความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อมุ่งเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่

    ปีนี้งานมาในคอนเซปต์ “From Local Cuisine to Modern Culinary Fashion – จากอาหารท้องถิ่น สู่อาหารแฟชั่นสุดทันสมัย” ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อนๆ ด้วยการดึงของดีจาก 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา มายกระดับให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผสมผสานทั้งศิลปะ แฟชั่น อาหาร และความบันเทิงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

    ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดภายในงาน:

    • แหล่งรวมของอร่อย: ยกทัพร้านอาหารและสินค้าเด็ดจาก 3 จังหวัด กว่า 120 ร้านค้ามาไว้ในที่เดียว
    • EEC Food Runway Contest: ครั้งแรกกับการประชันไอเดียสร้างสรรค์ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ที่นำวัตถุดิบและอาหารขึ้นชื่อมาตีความใหม่เป็นชุดแฟชั่นบนรันเวย์ที่สวมใส่ได้จริง
    • Night Festival ริมหาด: เพลิดเพลินกับบรรยากาศยามค่ำคืน พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำตลอด 4 วัน ได้แก่ YOURMOOD (1 พ.ค.), HERS (2 พ.ค.), ก้านตอง ทุ่งเงิน (3 พ.ค.) และปลานิลเต็มบ้าน (4 พ.ค.)

    สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวด EEC Food Runway Contest หรือต้องการตรวจสอบรายละเอียดกิจกรรม สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: สีสันตะวันออก แล้วไปสัมผัสประสบการณ์ที่ “กินได้ ดูได้ และรู้สึกได้” พร้อมกันที่ถนนเลียบชายหาดพัทยากลาง 1 4 พฤษภาคมนี้


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq01/12807438&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3y5XPGDdWRxkSJb3-1DRAd

  • &

    &

    ยกระดับเทศกาลอาหารสู่รันเวย์แห่งความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นท่องเที่ยวภาคตะวันออก

    ภาคตะวันออกเตรียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง กับการจัดงาน สีสันตะวันออก EEC ครั้งที่ 15: EEC The Food Runway” ระหว่างวันที่ 1 – 4 พฤษภาคม 2569ถนนเลียบชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี

    โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

    ต่อยอดความสำเร็จ สู่ประสบการณ์รูปแบบใหม่

    การจัดงานในปีนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา พร้อมนำเสนอแนวคิดใหม่ภายใต้ธีม “From Local Cuisine to Modern Culinary Fashion” “จากอาหารท้องถิ่น สู่อาหารแฟชั่นสุดทันสมัย”

    สะท้อนการนำ “ของดีท้องถิ่น” จากจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา มาต่อยอดสู่ประสบการณ์สร้างสรรค์ ที่ผสานอาหาร ศิลปะ แฟชั่น และความบันเทิง เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในยุคใหม่

    ไฮไลต์กิจกรรมภายในงาน

    • ร้านอาหารและสินค้าท้องถิ่นกว่า 120 ร้านค้า จาก 3 จังหวัดภาคตะวันออก
    • การประกวด EEC Food Runway Contest (งานประกวด 2 พ.ค. 69) เวทีสร้างสรรค์ที่นำอาหารขึ้นชื่อของแต่ละพื้นที่ มาถ่ายทอดเป็นชุดแฟชั่นบนรันเวย์ที่สามารถสวมใส่ได้จริง
    • มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังตลอด 4 วัน

    1 พฤษภาคม 2569: YOURMOOD

    2 พฤษภาคม 2569: HERS

    3 พฤษภาคม 2569: ก้านตอง ทุ่งเงิน

    4 พฤษภาคม 2569: ปลานิลเต็มบ้าน

    • บรรยากาศงานริมชายหาดพัทยากลาง ในรูปแบบ Night Festival

    แล้วคุณ…จะเริ่มชิมร้านไหนก่อนดี?

    • พบกันที่ สีสันตะวันออก EEC The Food Runway พัทยากลาง 1 – 4 พฤษภาคม 2569
      กับประสบการณ์ที่ “กินได้ ดูได้ และรู้สึกได้” บนรันเวย์แห่งรสชาติ
    • เปิดรับสมัครการประกวด EEC Food Runway Contest และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: สีสันตะวันออก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieobc6pn0t8vj2zkxcqpwbhf6ki2p3g4&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hOR3L8T9bdpFTjQRG3s9D

  • มณฑลฝูเจี้ยนจัดประชุมพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวปี 2569 ณ เมืองจางโจว มุ่งบูรณาการความร่วมมือและส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม

    มณฑลฝูเจี้ยนจัดประชุมพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวปี 2569 ณ เมืองจางโจว มุ่งบูรณาการความร่วมมือและส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม

    คณะกรรมการจัดงานประชุมว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลฝูเจี้ยน ประจำปี 2569

    งานประชุมว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลฝูเจี้ยน ประจำปี 2569 เปิดฉากขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน ณ เมืองจางโจว มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสู่เสาหลักทางเศรษฐกิจ” โดยมุ่งถ่ายทอดภูมิปัญญา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมหมินหนาน (ฝูเจี้ยนตอนใต้) งานประชุมนี้สอดรับกับโครงการสำคัญในการพัฒนาศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมหมินหนานระดับโลก ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลัก 6 รายการ พร้อมด้วยกิจกรรมเสริมอีก 60 รายการ เพื่อดึงดูดผู้มาเยือนจากทั่วโลก

    ในพิธีเปิดงาน มีการจัดแสดงโชว์อินเทอร์แอคทีฟในชื่อ “หวนคืนสู่หมินหนาน” โดยจำลองบรรยากาศท่าเรือเยว่กังอันเก่าแก่ ผสานกับงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นอย่างวิจิตร ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง “ความกล้าหาญและมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ” ได้อย่างมีชีวิตชีวา

    งานประชุมนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือในอุตสาหกรรม ควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุน และการเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยมีการเปิดตัวโครงการสำคัญหลากหลาย ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เศรษฐกิจการแสดง รวมถึงแนวคิด “ภาพยนตร์และโทรทัศน์ผสานการท่องเที่ยว”

    เพื่อถ่ายทอดและส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น ภายในงานยังมีการจัดแสดงวัฒนธรรมหมินหนานอันหลากหลาย ทั้งการแสดงตลก การแสดงงิ้วเกอจื่อ และงานกาลา นอกจากนี้ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวแคมเปญ “เปิดประสบการณ์ใช้ชีวิตสไตล์ฝูเจี้ยน” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาววันแรงงานและช่วงฤดูร้อน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติได้สัมผัสเสน่ห์และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของฝูเจี้ยนตอนใต้อย่างแท้จริง

    นับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา งานประชุมนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรม ตลอดจนผลักดันการบูรณาการวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้งทั่วทั้งมณฑลฝูเจี้ยน

    ที่มา: คณะกรรมการจัดงานประชุมว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลฝูเจี้ยน ประจำปี 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRFJ0PR0ETRQ1DOUH6LB92NIV925B5QX&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QnLL2PxJnWrM0WTDmL4XQ

  • ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีกันย์

    ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีกันย์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีกันย์ ราศีแห่งนางฟ้า ที่ปรารถนาความงดงาม บริสุทธิ์ และสมบูรณ์แบบ ดังนั้นภารกิจของ “นางฟ้า” คือพยายามกำจัดสิ่งสกปรก มีมลพิษให้พ้นไปจากชีวิต ร่างกาย หัวใจ และคอยหาสิ่งมาเติมเต็มชีวิต ร่างกายและหัวใจ ให้บริสุทธิ์งดงามอยู่เสมอ

    การเงิน “ท่านให้มา” อยู่ในระยะที่จะได้รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สักการะบูชา ที่จะทำให้เกิดลาภ ได้ผลประโยชน์อย่างไม่คาดฝัน แต่ถ้าคิดจะ เสี่ยงโชค เก็งกำไร ก็อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงที่จะสูญเสียมากกว่า ซึ่งวันที่ 24-26 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    การงาน งาน ภารกิจที่ติดต่อ สัมพันธ์กับต่างประเทศ ท่องเที่ยว การศึกษา หรือเรื่องศรัทธา ความเชื่อ ที่กระทำอย่างซื่อสัตย์ โปร่งใส และตรงไปตรงมา ก็จะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้รับลาภ ผลประโยชน์ มีเงินทองไหลมาเทมา แต่ถ้าถูกชักชวนให้ร่วมหุ้น ลงทุนโดยเฉพาะที่เกี่ยวที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือค้าขายผลผลิตเกษตรกรรม ก็ควรพิจารณาให้รอบคอบ หาข้อมูลให้ละเอียด เพราะมีเกณฑ์จะสูญเสียมากกว่า

    ความรัก จากการเดินทางท่องเที่ยว หรือการเข้าร่วมกิจกรรมตามความเชื่อ ศรัทธาใด ๆ ก็อาจเป็นโอกาสให้คนโสดได้พบรัก เจอคนถูกใจ ที่สามารถจะร่วมสานรัก พัฒนาสัมพันธ์จนได้ครองคู่อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับคนมีคู่ครองอยู่แล้ว ก็ควรระวังการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากเกินไป ก็อาจทำให้ทะเลาะวิวาทจนแตกหักกันได้       

    สุขภาพ ยังอยู่ในระยะที่ควรตั้งสติให้มาก ๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงการเสพสุรา หรือสารเสพติดใด ๆ เพราะอาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายมากกว่าที่คิด

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 30 เมษายน ดาวพุธ ดาวประจำตัวของชาวราศีกันย์ จะโคจรมาสถิตร่วมกับดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม กับดาวอังคาร ที่เป็นคู่ศัตรู และดาวเนปจูนในเขตราศีมีน ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะที่ควรปล่อยตัวแบบสบาย ๆ และหลีกเลี่ยงที่จะรีบเร่ง รวบรัดตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ รวมถึงอดทน อดกลั้นที่จะ ..ขัดจังหวะ พูดแทรกในการประชุม เพราะมีเกณฑ์สูงว่าจะเป็นโอษฐภัย ทำให้แพ้ภัยจากปากตนเองได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/325582/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00GTZ3lmxbmj9irJNE2xpd