Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ชาย 68 อวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่ มาประมาณ 5 ปีแล้ว ต้องใช้ยาเพื่อให้แข็งตัว | เดลินิวส์

    ชาย 68 อวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่ มาประมาณ 5 ปีแล้ว ต้องใช้ยาเพื่อให้แข็งตัว | เดลินิวส์

    กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่นับถือ

    ผมอายุ 68 ปี ปัจจุบันยังชอบเล่นกีฬาหลายอย่าง โดยเฉพาะตีกอล์ฟ ทุกวันนี้กล้ามเนื้อก็ยังแข็งแรงดีอยู่ แม้ว่าจะป่วยเป็นเบาหวานมาเกือบ 20 ปีก็ตาม พยายามคุมอาหารพวกแป้ง และของที่มีรสหวานมาโดยตลอด เจาะเลือดล่าสุดระดับน้ำตาลน้อยกว่า 100 แพทย์บอกว่าคุมน้ำตาลได้ดี สำหรับความดันตรวจวัดเป็นประจำ ค่าออกมาเป็นปกติ รวมทั้งการตรวจวัดความแข็งแรงของหัวใจก็ปกติ เรื่องทางสุขภาพร่างกายไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวลหนักใจ แต่ในเรื่องสุขภาพทางเพศมีปัญหา เริ่มมีอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัวเต็มที่มาประมาณ 5 ปีแล้ว อาการไม่หนักมากคือบางครั้งก็แข็งตัวได้เอง บางครั้งแข็งตัวแล้วก็อ่อนตัวลงเร็ว แต่พอได้รับการกระตุ้นเล้าโลมก็กลับมาแข็งตัวได้ ต้องใช้ยาเฉพาะกิจมากินเสริมร่วมด้วยเป็นบางครั้ง เริ่มใช้ยาเฉพาะกิจมาได้ปีกว่าแล้ว จึงขอปรึกษาคุณหมอโอว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะแก้ไขได้บ้างไหมครับ

    ด้วยความนับถือ
    ภาวุฒิ 68

    ตอบ ภาวุฒิ 68
    ชายวัย 68 ปี ป่วยเป็นเบาหวาน แล้วเกิดอาการอีดี อวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่แก้ปัญหาด้วยการกินยาเฉพาะกิจ อาการแบบนี้เรียกว่าดื้อต่อยาเฉพาะกิจ ซึ่งประสิทธิภาพของยาเฉพาะกิจ มักจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของอาการอีดี รายงานการศึกษาประสิทธิภาพของยาเฉพาะกิจในคนไข้อีดี ในสหรัฐแบ่งเป็นกลุ่มฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนต่ำ 77 คน ความดันเลือดสูง 61 คน ภาวะโปรแลคตินสูงผิดปกติ 4 คน เบาหวาน 48 คน, โรคซึมเศร้า 21 คน, ผ่าตัดต่อมลูกหมาก 12 คน, ฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก 8 คน, รักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยวิธีลดฮอร์โมนแอนโดรเจน 3 คน, ผ่าตัดมะเร็งทวารหนัก หรือกระเพาะปัสสาวะ 7 คน, บาดเจ็บที่ไขสันหลัง 2 คน และหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท 6 คน

    พบว่าประสิทธิภาพของยา คิดเป็น 86.2% ของคนไข้ที่เป็นความดันเลือดสูง 68.7% ในคนไข้เบาหวาน 85.7% ในคนไข้ซึมเศร้า 16.6% ในคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดต่อมลูกหมาก และ 87.5% ในคนไข้ที่ได้รับการฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก พบว่าคนไข้ที่มีระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำ 15 คน ไม่ตอบสนองต่อยาเฉพาะกิจ จึงได้ให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทนพบว่า 11 คน หรือ 73.3% ในกลุ่มนี้ตอบสนองต่อยา จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการรักษาผู้ป่วยอีดีที่เป็นโรคดังกล่าวด้วยยากลุ่มพีดีอี5ไอ นั้นการรักษาอาจไม่ได้ผล การรักษาอาการอีดีจึงต้องอาศัยหลายวิธีร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อเพศ ใช้คลื่นเสียงความถี่เพื่อเพิ่มการสร้างเส้นเลือดใหม่ในองคชาต เพื่อให้มีการเพิ่มออกซิเจนแก่กล้ามเนื้อเพศ แต่การที่จะเลือกวิธีไหนนั้นจะต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อนเสมอ ดูระดับฮอร์โมนเพศชายควบคู่กับดูค่าพีเอสเอ

    ฉะนั้นการฟื้นฟูอาการอีดีที่มีประสิทธิภาพและลดอาการดื้อยานั้นคุณจำเป็นต้องขอคำแนะนำจากแพทย์โดยตรงเท่านั้น เมื่อรักษาอิงกับการอ่อนแอของปัญหาแต่ละท่านก็สามารถเสริมส่วนอ่อนแอตามข้อเท็จจริงแล้วเปลี่ยนความอ่อนแอให้ฟื้นเป็นความแข็งแรงได้อีกครั้ง โดยทั่วไปวัย 60-70 ปีชายจะบอกกับตัวเองและอวดเพื่อน ๆ ว่าแข็งแรงดีแต่ความเป็นจริงตามธรรมชาติก็คือแข็งแรงตามอายุเท่านั้นยังห่างไกลจากความแข็งแรงของวัย 30 ปีอย่างแน่นอน เช่น หญิงสูงวัย ย่อมเสน่ห์กายน้อยกว่าเสน่ห์สาววัย 20 ปีอย่างแน่นอน แต่เสน่ห์อื่นจะช่วยให้ชนะวัย 20 ได้อย่างแน่นอน ชายวัย 60-70 ปีหากได้ฟื้นฟูตามระบบก็จะมีเสน่ห์และความแข็งแรงชนะวัย 30 ปีอย่างกินขาด ฉะนั้นต้องฟื้นฟูเท่านั้นไม่มีอะไรจะลอยมาหาเฉย ๆ.

    ……………………………….
    ดร.โอ สุขุมวิท 51

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5798113/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30xm7JlehBQIDSf2hhadhn

  • วว. เปิดบ้านต้อนรับคณะอนุกรรมการวุฒิสภา โชว์ศักยภาพการบริหารจัดการงานวิจัย/นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    วว. เปิดบ้านต้อนรับคณะอนุกรรมการวุฒิสภา โชว์ศักยภาพการบริหารจัดการงานวิจัย/นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    วว. เปิดบ้านต้อนรับคณะอนุกรรมการวุฒิสภา โชว์ศักยภาพการบริหารจัดการงานวิจัย/นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ให้การต้อนรับคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการดำเนินงานด้านการวิจัย ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา นำโดย รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง ประธานอนุกรรมการฯ ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กรรมการและอดีตผู้ว่าการ วว. ภายใต้ โครงการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการงานวิจัยและการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลไกการขับเคลื่อนงานวิจัยระดับประเทศ ในวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี

    ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ เห็นว่า วว. เป็นหน่วยงานวิจัยระดับชาติที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม อีกทั้งมีรูปแบบการบริหารจัดการงานวิจัยที่สามารถเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีงานนวัตกรรมด้านการเกษตรกรกรรมและอาหารปลอดภัย ซึ่งเป็นประเด็นที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการดำเนินงานวิจัยฯ ในคระกรรมธิการการเกษตรและสหกรณ์วุมิสภา ให้ความสนใจและสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้เพื่อประโยชน์ของวุฒิสภาในอนาคต

    โอกาสนี้ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. พร้อมด้วย ดร.พงศธร ประภักรางกูร รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม และคณะผู้บริหาร นักวิจัย/บุคลากร ร่วมให้การต้อนรับ

    โดย ผู้ว่าการ วว. ได้เป็นประธานกล่าวต้อนรับและแนะนำพันธกิจหลักขององค์กรในการเป็นเสาหลักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย ในกรอบ 4 พันธกิจ ได้แก่ 1) วิจัยพัฒนาและบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่ามูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจประเทศบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพ ตอบสนองการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน 2) ถ่ายทอดเทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่ภาคอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน และผลักดันให้เกิดการนําไปใช้ประโยชน์ทั้งเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 3) บริการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ รับรองระบบคุณภาพ อบรมและที่ปรึกษา เพื่อยกระดับมาตรฐานและความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และ 4) พัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรสู่องค์กรสมรรถนะสูง ทันสมัย และมีธรรมาภิบาล

    “…การมาเยือนของคณะฯ ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงมิติของ “องค์ความรู้ทางปัญญา” เข้ากับ “กลไกเชิงนโยบาย” ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ วว. เชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญที่ วว. ภาคภูมิใจ คือ ผลงานวิจัยของ วว. สามารถขับเคลื่อนจากห้องปฏิบัติการ ให้กลายเป็น นวัตกรรมที่ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง การหารือ ระหว่าง วว. และคณะอนุกรรมการฯ ในวันนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญให้แก่คณะอนุกรรมการฯ ในการกลั่นกรองและส่งเสริมยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยของชาติ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยฐานรากแห่งปัญญาและเทคโนโลยีสืบไป…” ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ กล่าวสรุป

    รวมทั้งยังมีการบรรยายสรุปภาพรวมระบบการบริหารจัดการงานวิจัยของ วว. ใน 2 มิติสำคัญ ดังนี้
    1) ด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ โดย ดร.พงศธร ประภักรางกูร
    2) ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย ดร.พัชทรา มณีสินธุ์

    นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางการยกระดับงานวิจัยสู่นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในเชิงนโยบาย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และในช่วงบ่าย คณะอนุกรรมการฯ ได้เข้าเยี่ยมชม ห้องปฏิบัติการวิจัยโรงงานผลิตสารชีวภัณฑ์เพื่อการเกษตรกรรมและอาหารปลอดภัย หรือ ICPIM 2 (มีศักยภาพในการยกระดับผลิตผลทางการเกษตรในการรองรับนโยบายของรัฐบาล มุ่งสู่ระบบการผลิตพืชปลอดภัย และระบบการผลิตพืชอินทรีย์ เพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตร ลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ลดการตกค้างของสารเคมีในพืชผลการเกษตร ปลอดภัยทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค ต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรไทย) และโรงงานนำทางสายการผลิตอาหารแห้ง (ให้บริการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ อาทิ ทุเรียน ขนุน กล้วย สับปะรด ฟักทอง มันเทศ กระเจี๊ยบ ฯลฯ ด้วย นวัตกรรมเครื่องทอดสุญญากาศ) พร้อมชมนิทรรศการที่รวบรวมสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากฝีมือนักวิจัย วว. อาทิ
    • นวัตกรรมเกษตรและอาหารปลอดภัย ได้แก่ เทคโนโลยีปุ๋ยอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการพัฒนาสารชีวภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน
    • นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสกัดเข้มข้นที่มีสรรพคุณช่วยลดไขมัน ความดัน และบรรเทาอาการนอนกรน รวมถึงการเพิ่มมูลค่าสารสกัดจากมะพร้าว
    • เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้แก่ การจัดการวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร แก๊สชีวภาพ และไบโอชาร์ (Biochar) หรือถ่านชีวภาพ

    จากการเยี่ยมชมภารกิจของ วว. โดย คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการดำเนินงานด้านการวิจัยฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงกลไกฝ่ายนิติบัญญัติเข้ากับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

    #คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการดำเนินงานด้านการวิจัย
    #คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา
    #เทคโนโลยี #นวัตกรรม #ววน #วทน #เศรษฐกิจ
    #อว #วว #TISTR

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1013852&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw262SynoAOW2IbY-P3Z9xze

  • เหล่าเจ้าตูบดูทีวีจริงหรือ และการดูทีวีมีประโยชน์ต่อพวกมันหรือไม่ – BBC News ไทย

    เหล่าเจ้าตูบดูทีวีจริงหรือ และการดูทีวีมีประโยชน์ต่อพวกมันหรือไม่ – BBC News ไทย

    รายการทีวีสำหรับน้องหมากำลังได้รับความนิยม ว่าแต่พวกมันดูกันจริง ๆ ไหม ?

    ที่มาของภาพ, Luca Carano

    คำบรรยายภาพ, ลูกา คาราโน และ ลูน่า น้องหมาของเขา
      • Author, เดวิด ซิลเวอร์เบิร์ก
      • Role, ผู้สื่อข่าวเทคโนโลยี บีบีซี
      • Reporting from, รายงานจากนครโตรอนโต, แคนาดา
    • เวลาอ่าน: 5 นาที

    หกปีก่อน ในตอนที่ลูกา คาราโน อาศัยอยู่ในเมืองบาร์เซโลนากับแฟนสาวของเขาในตอนนั้น พวกเขาตัดสินใจทิ้งลูน่า สุนัขของพวกเขาไว้ที่บ้านเพียงลำพังขณะที่พวกเขาออกไปทานอาหารเย็น แม้ปกติแล้วพวกเขาจะพาลูกสุนัขไปด้วย แต่ในคืนนั้นพวกเขาทิ้งเจ้าตูบไว้ที่บ้าน

    “ตอนนั้นผมคิดอยู่ว่า เธอคงจะเบื่อและเหงา น่าจะมีอะไรสักอย่างบนยูทิวป์ (YouTube) สำหรับลูน่า” คาราโน ย้อนเล่าให้ฟัง

    ปัจจุบัน คาราโนเป็นนักบินและอาศัยอยู่ที่เมืองโบโลญญา ในอิตาลี

    เขาจึงตัดสินใจลงมือทำตามความคิด เขาได้สร้างช่องยูทิวป์ที่มีชื่อว่า เซียสต้า ด็อก ทีวี (Siesta Dog TV) ซึ่งมีวิดีโอเกี่ยวกับสุนัขและสำหรับสุนัข โดยใช้สีที่พวกมันมองเห็นได้ดีที่สุด

    การ์ตูนแต่ละเรื่องมีความยาวถึง 10 ชม. โดยมีภาพวาดสุนัขเล่นสนุกกันในนครนิวยอร์ก แบบแอนิเมชัน หรือสุนัขกำลังจองมองดูบ่อเป็ด อีกทั้งยังมีดนตรีประกอบที่ผ่อนคลายคล้ายกับเพลงคลาสสิกหรือเพลงบรรยากาศโดยรอบ เพื่อให้สุนัขรู้สึกผ่อนคลาย

    หนึ่งในวิดีโอของคาราโนมียอดวิวประมาณ 3.5 ล้านครั้ง

    “ผมได้เห็นว่าลูน่าสนุกกับวิดีโอเหล่านี้อย่างไร และผมได้รับความคิดเห็นมากมายจากผู้คนที่บอกว่าพวกเขารู้สึกดีที่ได้ปล่อยให้สุนัขของพวกเขาอยู่อย่างลำพังกับวิดีโอของผม เพราะมันทำให้สุนัขสงบลง” คาราโนบอก

    ที่มาของภาพ, Luca Carano

    คำบรรยายภาพ, ปัจจุบันมีกว่าช่องรายการหลายสิบช่องที่สตรีมรายการทีวีสำหรับสุนัข

    ตลอดระยะเวลาหกปีนับตั้งแต่ที่คาราโนเริ่มทำช่องยูทิวป์ รายการทีวีสำหรับสุนัขก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    มีช่องมากมายที่มีไว้เพื่อตอบสนองความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากขึ้นที่กังวลเกี่ยวกับการทิ้งสุนัขไว้ที่บ้าน

    “ผู้คนผูกพันกับสุนัขของตนมากกว่าที่เคยเป็นมา และพวกเขาปฏิบัติต่อสุนัขเหมือนลูก ๆ และกังวลเกี่ยวกับการทิ้งพวกมันไว้ตามลำพัง” นิโคลัส ดอดแมน ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพฤติกรรมสุนัขในคอนเนตทิคัต (Center for Canine Behaviour Studies in Connecticut) กล่าว

    “นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีความตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะวิตกกังวลจากการแยกกันที่ส่งผลกระทบต่อสุนัข” เขากล่าว

    นั่นทำให้เกิดความต้องการรายการทีวีที่เป็นมิตรกับสุนัข ช่องอื่น ๆ ได้แก่ โฟร์ พาวส์ ทีวี (Four Paws TV), การ์ตูน ด็อก มิวสิค (Cartoon Dog Music), พัพพี ดรีมสเคป (Puppy Dreamscape) และ สลีปปีแคทส์ (Sleepy Cats)

    วิดีโอบางอันแสดงลูกสุนัขกำลังวิ่งเล่นหรือภาพระยะใกล้ของกระรอก บางรายการแสดงภาพของเล่นนุ่มนิ่มที่สัตว์อื่น ๆ หรือมนุษย์กำลังเล่นอยู่

    วิดีโอของคาราโนแตกต่างจากช่องอื่น ๆ ตรงที่ส่วนใหญ่ใช้โทนสีฟ้า ซึ่งสุนัขสามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าสีอื่น ๆ การสร้างเนื้อหาดังกล่าวยิ่งทำได้ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยีเอไอ (AI)

    “วิดีโอของเราบางส่วนสร้างด้วยเอไอ บางส่วนวาดด้วยมือ และเทคโนโลยีช่วยให้เราสร้างฉากวีดีโอได้ทุกสถานที่ที่เราต้องการ เช่น ฮาวาย” คาราโนกล่าว

    “และสุดท้ายแล้ว สุนัขไม่สนใจหรอกว่าสิ่งที่พวกมันเห็นนั้นเป็นเอไอหรือไม่” เขาเสริม

    แต่เหล่าเจ้าตูบดูทีวีจริงหรือ และการดูทีวีมีประโยชน์ต่อพวกมันหรือไม่ ? ผลการวิจัยในเรื่องนี้ยังมีความหลากหลาย

    งานวิจัยจากศูนย์ศึกษาพฤติกรรมสุนัข มหาวิทยาลัยควีนส์ เบลฟาสต์ ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2023 ได้ศึกษาปฏิกิริยาของสุนัข 50 ตัวในศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ต่อหน้าจอต่าง ๆ

    งานวิจัยฉบับนี้ พบว่าสุนัขใช้เวลาเพียง 10.8% ของเวลาดูทั้งหมดในการจ้องมองจอโทรทัศน์โดยตรง

    รายงานนี้ยังระบุว่า “สุนัขในการวิจัยนี้ให้ความสนใจกับจอโทรทัศน์ค่อนข้างน้อย และปรับตัวให้คุ้นชินกับการมีอยู่ของจอภายในระยะเวลาอันสั้น”

    ผู้เขียนเน้นย้ำว่ารูปแบบความบันเทิงแบบดั้งเดิมสำหรับสุนัขมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดี

    “การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ทั้งกับสุนัขตัวอื่น ๆ และกับมนุษย์ เป็นสิ่งจำเป็นและควรได้รับการพิจารณาว่าเป็นรูปแบบการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่สำคัญที่สุดสำหรับสุนัขที่ถูกกักขัง”

    การที่สุนัขไม่สนใจหน้าจอสอดคล้องกับงานวิจัย อิลเยนา ฮิร์สกีจ-ดักลาส (Ilyena Hirskyj-Douglas) ของผู้ช่วยศาสตราจารย์จากคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยกลาสโกว์

    เธอทำการศึกษา 2 ชิ้นที่พบว่าโดยทั่วไปแล้วสุนัขไม่สามารถดูวิดีโอได้เป็นเวลานาน “ฉันสังเกตเห็นว่าสุนัขดูวิดีโอเป็นช่วงสั้น ๆ” เธอกล่าว

    อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ตรวจสอบพฤติกรรมของสุนัขเพียง 2 ตัวเท่านั้น โดยงานวิจัยอื่น ๆ มีผลลัพธ์ที่เป็นบวกมากกว่า

    การศึกษาจากมหาวิทยาลัยออเบิร์น ซึ่งตีพิมพ์ในเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ได้ศึกษาพฤติกรรมการดูทีวีของสุนัข 453 ตัว ผ่านแบบสำรวจที่เจ้าของกรอก

    นักวิจัยพิจารณาเฉพาะพฤติกรรมของสุนัขที่เจ้าของระบุว่าดูทีวีอยู่แล้ว

    โดยรายงานระบุว่า “สุนัขได้สัมผัสกับโลกที่มีความหมายและเต็มไปด้วยวัตถุเมื่อพวกมันดูโทรทัศน์” และ “การมีส่วนร่วมกับโทรทัศน์อาจมอบประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและมีความหมายแก่สุนัขได้”

    ที่มาของภาพ, DogTV

    คำบรรยายภาพ, ด็อกทีวี (DogTV) เป็นรายการบุกเบิกด้านวิดีโอสำหรับสุนัข

    เบค ลูบีช มั่นใจว่า ทีวีสำหรับสุนัขนั้นมีประโยชน์ ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอของด็อกทีวี (DogTV) บริษัทที่ตั้งอยู่ในรัฐแอริโซนา ซึ่งเปิดตัวในสหรัฐฯ เมื่อปี 2012

    “วิดีโอของเราช่วยลดความเครียดในสุนัข” เบค ลูบีช กล่าว

    เธออ้างถึงการศึกษาของมหาวิทยาลัยเพอร์ดูฉบับหนึ่งที่พบว่า สุนัขในคอกที่ดูวิดีโอใช้เวลาในการเดินวนไปมาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และใช้เวลาในการเลียขนและพักผ่อนมากขึ้น

    เนื้อหาของด็อกทีวีนำเสนอวีดีโอสุนัขจริงและใช้เอไอในขอบเขตจำกัด

    “รายการที่ลอกเลียนแบบจำนวนมากหันมาใช้เอไอ เพื่อผลิตเนื้อหาจำนวนมาก แต่ที่ด็อกทีวี เราไม่เชื่อว่าไม่ควรใช้ทางลัดในการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง” ลูบีชกล่าว

    “ในขณะที่เรากำลังทดสอบการใช้เอไออย่างจริงจังและเริ่มใช้มันในขอบเขตจำกัดภายในองค์ประกอบการผลิตที่เลือกไว้ เราทำเช่นนั้นอย่างรอบคอบและมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด” เธอกล่าวเสริม

    วิดีโอของด็อกทีวี ได้รับการแก้ไขปรับปรุงในขั้นตอนหลังการผลิตเพื่อเพิ่มสีสันที่ดึงดูดใจสุนัข

    “สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อคุณเพิ่มความเข้มของสีแดงและสีเขียว มันจะทำให้วิดีโอมีมิติมากขึ้น ทำให้สีต่าง ๆ ดูโดดเด่นขึ้น และช่วยให้สุนัขมองเห็นได้ดีขึ้น”

    ด็อกทีวีดำเนินรายการหลายรายการที่มีเนื้อหาคล้ายกับการบำบัดด้วยการเผชิญหน้า เนื่องจากสุนัขจำนวนมากกลัวดอกไม้ไฟหรือการนั่งรถ ดังนั้นวิดีโอเกี่ยวกับประสบการณ์เหล่านั้นอาจช่วยให้สุนัขที่วิตกกังวลเอาชนะความกลัวเหล่านั้นได้ ลูบีชกล่าว

    “ยิ่งสุนัขได้เห็นสิ่งเหล่านั้นในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้มากเท่าไหร่ พวกมันก็จะยิ่งรู้สึกวิตกกังวลน้อยลง เมื่อออกไปเผชิญประสบการณ์เหล่านั้นจริง ๆ” เธอกล่าว

    ที่มาของภาพ, DogTV

    คำบรรยายภาพ, ด็อกทีวีปรับแต่งสีในวิดีโอเพื่อดึงดูดความสนใจของสุนัข

    ลูบีชเน้นย้ำว่า เมื่อพูดถึงทีวี สุนัขแต่ละตัวและแต่ละสายพันธุ์นั้นมีความแตกต่างกัน

    เธอกล่าวด้วยว่า การที่สุนัขนอนเล่นอยู่ริมทุ่งอาจทำให้สุนัขตัวหนึ่งรู้สึกผ่อนคลาย แต่สุนัขอีกตัวอาจชอบวิดีโอที่กระตุ้นมากกว่า เช่น ภาพสุนัขวิ่งไล่กันในสวนสาธารณะ

    นอกจากนี้ สำหรับสุนัขที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย วีดีโอเหล่านี้ก็มีประโยชน์เช่นกัน

    ลูบีชกล่าวเสริมว่า “เนื้อหาวิดีโอช่วยกระตุ้นสมองสำหรับสุนัขแก่และสุนัขขี้เกียจ เพราะหากพวกมันไม่ได้ออกกำลังกายบ่อย ๆ พวกมันก็ยังต้องการฝึกฝนสมองอยู่”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cede7nwwx2po.amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Z0-MqOjuJa6P-O0a0AzBT

  • บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ความมั่นคง

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ความมั่นคง

    วันนี้ (22 เม.ย.2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม พร้อมส่วนราชการและฝ่ายความมั่นคง ร่วมพิธีบวงสรวงปราสาทตาควาย บ้านไทยนิยมพัฒนา ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ รวมถึงวางพวงมาลาหน้าอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย เพื่อสดุดีทหารไทยที่เสียชีวิตจากการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา เมื่อปี 2554 และไว้อาลัยแด่ทหารไทยที่เสียชีวิตจากการสู้รบเมื่อปี 2568

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    ภายในงานมีประชาขนในพื้นที่ รวมถึงครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตจากปฎิบัติการยึดปราสาทตาควาย และเนิน 350 มาร่วมงาน เพื่อระลึกถึงความเสียสละของทหารไทยทุกคนที่ปฎิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตย

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    รมว.กลาโหม กล่าวว่า พิธีบวงสรวงปราสาทตาควาย และสดุดีทหารหาญ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่หลังการสู้รบในห้วงที่ผ่านมา ไทยสามารถควบคุมพื้นที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 ได้ทั้งหมด และมีการสถาปนาพื้นที่อธิปไตยของไทย

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า ขณะนี้หารือกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเตรียมบูรณะและซ่อมแซมปราสาทตาควาย ที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ โดยสำรวจพื้นที่และโครงสร้างตัวปราสาทที่เสียหายเบื้องต้นแล้ว จากนั้นจะเสนองบประมาณเพื่อบูรณะซ่อมแซมในปี 2570 โดยจะเข้าดำเนินการร่วมกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยว ปราสาทตาควายและเนิน 350 ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ด้านความมั่นคง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการจัดระเบียบ และกำหนดเวลาในการเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชม เพื่อความปลอดภัย

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    อ่านข่าว :

    “ทรัมป์” หิวแสง? สื่อวิจารณ์ยับปั่นโซเชียล เสี่ยงพังดีลนิวเคลียร์อิหร่าน

    ศร.ขีดเส้น 15 วัน ให้ผู้เชี่ยวชาญทำความเห็นถึงศาล กรณีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด

    ขบวนการลักขุดทอง จุดไฟ-ยิงขู่ จนท.ไฟป่าทองผาภูมิวิกฤต ลามไปเขาแหลม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504937&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VwdWJvhDWXyIMtTDFNCvJ

  • สุรินทร์บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” รำลึกวีรชนชายแดน รัฐหนุนท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

    สุรินทร์บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” รำลึกวีรชนชายแดน รัฐหนุนท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

    ภูมิภาค

    สุรินทร์บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” รำลึกวีรชนชายแดน รัฐหนุนท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

    วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.12 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    จังหวัดสุรินทร์จัดพิธีบวงสรวง “ปราสาทตาควาย” และวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย เพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้กล้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และประวัติศาสตร์ชายแดน

    เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จัดพิธีบวงสรวงบริเวณด้านหน้าปราสาทตาควาย โดยมีนายจำเริญ แหวนเพชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน นำหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมพิธี พร้อมการรำบวงสรวงและการแสดงสดุดีวีรชน โดยมีนางรำจากพื้นที่เข้าร่วมกว่า 400 คน

    การจัดพิธีครั้งนี้นับเป็นการฟื้นกิจกรรมอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่คลี่คลายลง โดยชุมชนได้กลับมาจัดงานตามประเพณี เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และรำลึกถึงผู้เสียสละ

    ต่อมา พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมพิธีถวายภัตตาหารเพล ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชน และวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย ท่ามกลางทหารผ่านศึกและประชาชนจำนวนมาก รวมถึงบุคคลที่เป็นที่รู้จักในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

    พลโทอดุลย์ ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันความพร้อมในการดูแลอธิปไตยของประเทศ และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและคุณภาพชีวิตของประชาชน

    ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ปราสาทตาควายเป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมของภูมิภาค รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟู โดยยึดหลักความปลอดภัยควบคู่กับการรักษาคุณค่าดั้งเดิม พร้อมผลักดันให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

    ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี คณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม กลุ่มปราสาทตาเมือนธม บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อประเมินศักยภาพการพัฒนาและการอนุรักษ์ในระยะต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473560&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BTSPqYXzcNczB-Lef721b

  • ประกาศเปิดการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หลังสถานการณ์ไฟป่า-หมอกควันคลี่คลาย

    ประกาศเปิดการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หลังสถานการณ์ไฟป่า-หมอกควันคลี่คลาย

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ประกาศกลับมา “เปิดการท่องเที่ยวและพักแรม” แล้ว หลังสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันคลี่คลาย จนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยและเข้าสู่ภาวะปกติ ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. เป็นต้นไป

    วันที่ 22 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เปิดเผยว่า ตามที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้มีประกาศลงวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569 เรื่อง ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณเป็นการชั่วคราว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งส่งผลให้มีฝุ่นละอองสะสม (PM 2.5) สูงถึง 42.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน นักท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานนั้น

    ล่าสุด อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่าในภาพรวมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้คลี่คลายลง จนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยและเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของประชาชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติ รวมถึงเพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่น อาศัยอำนาจตามมาตรา 25 และมาตรา 35 (4) แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 อุทยานแห่งชาติเอราวัณจึงขอประกาศเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาพักผ่อนและสัมผัสความสวยงามของน้ำตกเอราวัณ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โทรศัพท์ 034-574-222 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทางเพจเฟซบุ๊กอุทยานแห่งชาติเอราวัณ Erawan National Park ตลอด 24 ชั่วโมง

    ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2928228&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2L7JF_kyw5a7AdtQ7fdDvD

  • เจาะ Green Solutions for Hotels กลไกพลิกโฉมโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน

    เจาะ Green Solutions for Hotels กลไกพลิกโฉมโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน

    อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อกติกาโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด” ของธุรกิจ จากข้อมูล พบว่า โรงแรมในไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 3-4 เท่า ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรม สส.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง เปิดตัวโครงการ “Financing the Transition: Green Solutions for Hotels” เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม

    จากแรงกดดันสู่โอกาส ทำไมโรงแรมไทยต้องปรับตัว?

    ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งผลสำรวจ พบว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 84% ต้องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีกฎเกณฑ์ทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรปที่จะเริ่มบังคับใช้มาตรฐานความยั่งยืนอย่างเข้มข้นในปี 2571 ซึ่งจะกระทบต่อโรงแรมที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานหรือทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติ

    การปรับตัวในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีแนวคิดว่า “การทำ Green คือการลดต้นทุนและทำให้แข่งได้” เนื่องจากเทคโนโลยีประหยัดพลังงานในปัจจุบันมีความพร้อมและสามารถคืนทุนได้ในตัวเอง

    เจาะ Green Solutions for Hotels กลไกพลิกโฉมโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน

    กลไก “Total Solution” เจาะลึก 4 ขั้นตอนสู่ความยั่งยืน

    โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา “ความไม่รู้” ของผู้ประกอบการ ผ่านแนวคิด “รู้-วัด-ลด-ยกระดับ” ซึ่งเป็นการสนับสนุนแบบครบวงจรที่มากกว่าแค่การให้สินเชื่อ

    1.รู้ : การตระหนักรู้และเทคโนโลยี สนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับโรงแรมแต่ละขนาด โดยความร่วมมือจากสมาคมบริษัทจัดการพลังงานไทย (ESCO) เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่าควรเริ่มปรับตัวจากจุดไหน เช่น การเปลี่ยนระบบปรับอากาศ หรือการใช้ Heat Pump

    2.วัด: การประเมินสถานะตนเอง สนับสนุนการใช้เครื่องมือ CF-Hotels ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มฟรีในการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อให้โรงแรมรู้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง และใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนลดการปล่อยก๊าซหรือประกอบการขอสินเชื่อ

    3.ลด: แหล่งเงินทุนและเงื่อนไขพิเศษ ธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีเงื่อนไขจูงใจ เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษช่วงแรก (ประมาณ 3.5-5%) และมีกลไก “Credit Boost” จาก บสย. เพื่อช่วยค้ำประกันสินเชื่อสำหรับผู้ที่มีหลักประกันจำกัด

    4.ยกระดับ: มาตรฐานการรับรองสากล การผลักดันให้โรงแรมได้รับมาตรฐาน Green Hotel Plus โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล GSTC และมาตรฐาน EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) สำหรับอาคารสีเขียวที่รับรองโดย IFC

    เงื่อนไขและจุดเด่นของแต่ละธนาคาร

    ภายใต้โครงการ “Financing the Transition: Green Solutions for Hotels” ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 9 แห่ง ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีเงื่อนไขพิเศษเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรมในการปรับตัวสู่ความยั่งยืน 

    1.ธนาคารกรุงเทพ: นำเสนอ “สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่โรงแรมสีเขียว” เน้นสนับสนุน 3 กิจกรรมหลัก คือ การลดก๊าซเรือนกระจก (เช่น เปลี่ยนบอยเลอร์เป็นฮีทปั๊ม), การปรับตัวในพื้นที่ขาดแคลนน้ำหรือเสี่ยงภัยพิบัติ และการจัดการขยะ

    2.ธนาคารกรุงไทย: สินเชื่อ “กรุงไทยเพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่อง Green for Hotel” ให้วงเงินสูงสุด 1.25 เท่าของราคาประเมิน ระยะเวลากู้สูงสุด 12 ปี โดยอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจะลดหย่อนตามระดับการปรับตัว (3 ระดับ: ลงทุน, วัดค่าก๊าซ, และมีใบรับรอง)

    3.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา: สินเชื่อธุรกิจโรงแรมเพื่อความยั่งยืน ให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.5-5% ใน 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาท นานสูงสุด 10 ปี พร้อมสิทธิ์ใช้แพลตฟอร์ม “SET Carbon” ฟรี 1 ปี (จำนวนจำกัด)

    4.ธนาคารกสิกรไทย: “Green Hotel Solution” ให้เงินกู้สูงสุด 100% ของมูลค่าการลงทุน ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 3.5-5% และมีอัตราพิเศษสูงสุดถึง MLR -1.25% นาน 5 ปี สำหรับผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มคำนวณคาร์บอนควบคู่ไปด้วย

    5.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร: ใช้แนวคิด “ยิ่งลดคาร์บอนได้มาก ดอกเบี้ยยิ่งลดลง” โดยแบ่งระดับโรงแรมตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่อตารางเมตร (Tier C ถึง A+) และมีทีมวิศวกรให้คำแนะนำเชิงลึกภายในธนาคาร

    6.ธนาคารทหารไทยธนชาต: ให้วงเงิน 100% ของโครงการ ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 3.5-5% ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงอาคาร, พลังงานหมุนเวียน, การจัดการน้ำ/ขยะ และสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สำหรับโรงแรม

    7.ธนาคารไทยพาณิชย์: เน้น “Total Solution” สนับสนุนทั้งการสร้างอาคารใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงและการปรับปรุงอาคารเดิม โดยมีสินเชื่อเชื่อมโยงเป้าหมายความยั่งยืน (SLL) ที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนเมื่อบรรลุเป้าหมาย GSTC หรือ Green Hotel Plus

    8.ธนาคารยูโอบี: มีความโดดเด่นที่สินเชื่อสำหรับ SMEs วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท “ไม่ต้องใช้หลักประกัน” ผ่อนนาน 5 ปี และหากโรงแรมได้มาตรฐาน Green Hotel Plus จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 0.25% จากอัตราเริ่มต้น 3.5%

    9.ธนาคารไอซีบีซี (ไทย): สนับสนุนทั้ง SME และธุรกิจขนาดใหญ่ ดอกเบี้ยเริ่มต้นประมาณ 3.5-5% ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี เน้นการลงทุนในระบบโซลาร์เซลล์ การบำบัดน้ำเสีย และอาคารสีเขียว

    เจาะ Green Solutions for Hotels กลไกพลิกโฉมโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน

    ต่อยอดโครงการ “Financing the Transition”

    โครงการนี้เป็นการขยายผลจากโครงการ “Financing the Transition” เฟสแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดย ณ สิ้นปี 2568 ได้ปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 163,000 ล้านบาท ให้แก่ธุรกิจกว่า 700 ราย สำหรับเฟสใหม่ที่เน้นกลุ่มโรงแรมนี้ ธปท. มุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ยังขาดความพร้อม

    การเปลี่ยนผ่านสู่ “โรงแรมสีเขียว” ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการลงทุนมหาศาลเสมอไป แต่สามารถเริ่มจาก “Energy Efficiency” หรือการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานซึ่งเปรียบเสมือนพลังงานขั้นต้นที่ถูกที่สุด 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741322&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0B30VLzyJ3W0Ah41yADGaD

  • เดินหน้า “Colors of EEC” ดันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร 3 จังหวัดภาคตะวันออก

    เดินหน้า “Colors of EEC” ดันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร 3 จังหวัดภาคตะวันออก

    ภูมิภาค

    เดินหน้า “Colors of EEC” ดันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร 3 จังหวัดภาคตะวันออก

    วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.01 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการและคณะทำงานดำเนินโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและบริการ กิจกรรมหลัก “สีสันอีอีซี” หรือ Colors of EEC โดยมี นายธนศร ดอกเดื่อ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง, นางปวีณวรรณ นิลกำแหง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา, นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา, นางเยาวลักษณ์ เครือคำขาว ประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี, นางสาวคนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง วันนี้(21 เมษายน 2569) เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมทัพพระยา 401 ศาลาว่าการเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

    การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมย่อย “เทศกาลสีสันอีอีซี เทศกาลอาหารและสินค้าชุมชน” ซึ่งมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy Tourism Destination และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

    ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 ที่แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานดำเนินโครงการดังกล่าว พร้อมรายงานความคืบหน้าในการเตรียมการจัดงาน ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรก จึงไม่มีการรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมพิจารณารูปแบบการดำเนินโครงการ โดยเน้นการนำเสนออัตลักษณ์ด้านอาหารท้องถิ่น สินค้าชุมชน วัฒนธรรม และเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชุมชนได้ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

    โครงการ “Colors of EEC” ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและวัฒนธรรมชุมชน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473548&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Cd8G9fO9w6wAv3Gd4QHhA

  • ก.ท่องเที่ยวฯ จ่อชง ครม.ยกเลิก “ฟรีวีซ่า 60 วัน” หวังคัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    ก.ท่องเที่ยวฯ จ่อชง ครม.ยกเลิก “ฟรีวีซ่า 60 วัน” หวังคัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงการแก้ปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาพำนักในไทยแล้วสร้างปัญหาว่า กระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคงต่างๆ และกระทรวงท่องเที่ยวฯ จะมีกลไกพิจารณาในเรื่องความเหมาะสมของวีซ่า โดยจากที่ได้ทดลองใช้มาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน มาระยะหนึ่ง ทุกภาคส่วนก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะปรับอย่างไรเพื่อลดปัญหาของนักท่องเที่ยวที่ไม่พึงประสงค์

    ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้มีการพูดคุยเรื่องการยกเลิกมาตรการผ่อนผันวีซ่า 60 วัน (ฟรีวีซ่า) ทั้งหมดทุกประเทศ โดยไม่ได้เลือกปฏิบัติกับประเทศใดประเทศหนึ่ง และให้กลับไปทบทวนและใช้เกณฑ์วีซ่าของแต่ละประเทศตามเดิม หรือนำเสนอรูปแบบวีซ่าใหม่ที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศต่อไป ซึ่งเป็นกลไกเบื้องต้นในการคัดกรองนักท่องเที่ยว

    นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการหารือประชุมเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากเป็นมติ ครม. เดิม การจะเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขใด ๆ จึงต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม.

    ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว Quick Win ที่จะเสนอเข้าครม. จะมีวาระใดบ้างนั้น นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ทั้งกลไกมาตรการเรื่องการยกเว้นภาษี ที่จะมาช่วยการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนของภาครัฐในการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก และค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น รวมถึงก็อาจมีการนำมาตรการส่งเสริมที่เคยประสบความสำเร็จในช่วงโควิด-19 กลับมาปรับใช้อีกก็ได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000038089&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WKTC2qVM4VqfD_Td2Jt2D

  • หัวหินขับเคลื่อนเมืองอารยสถาปัตย์ ยกระดับท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล-เมืองสุขภาพ

    หัวหินขับเคลื่อนเมืองอารยสถาปัตย์ ยกระดับท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล-เมืองสุขภาพ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/142931&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SFgHCqbjmBnCfhBWLLjyI