Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ไลน์แมน เตรียมควงสมาคมภัตตาคารไทยไปพรรคภูมิใจไทย พรุ่งนี้ 9 ก.ย. หวังปัดฝุ่น ‘คนละครึ่ง’ ช่วยกระตุ้นร้านอาหาร  

    ไลน์แมน เตรียมควงสมาคมภัตตาคารไทยไปพรรคภูมิใจไทย พรุ่งนี้ 9 ก.ย. หวังปัดฝุ่น ‘คนละครึ่ง’ ช่วยกระตุ้นร้านอาหาร  

    LINE MAN Wongnai เผยเตรียมตัวเดินทางเข้าไปพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับสมาคมภัตตาคารไทย หวังฟื้น ‘โครงการคนละครึ่ง’ กระตุ้นเศรษฐกิจ มองว่าที่ขุนคลังคนใหม่เหมาะสม มีความรู้ ความสามารถในการเข้ามาดูเรื่องเศรษฐกิจ

    8 ก.ย. 2568 – นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ย. 2568) บริษัทและสมาคมภัตตาคารไทยจะเดินทางเข้าไปที่พรรคภูมิใจไทย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการนำ “โครงการคนละครึ่ง” กลับมา จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมากระแสในโลกโซเชียลส่วนมากก็ค่อนข้างเห็นด้วยและอยากให้มีการจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยบริษัทเองก็เป็นหนึ่งในภาคเอกชนที่ต้องการสนับสนุนอยู่แล้ว เนื่องจากในแพลตฟอร์มมีร้านค้ารายย่อยค่อนข้างเยอะ หากมีโครงการดังกล่าวก็จะช่วยร้านค้าให้มีลูกค้ามากขึ้น

    “เราจะเข้าไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย และนำข้อมูลเกี่ยวกับการทำโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมาไปนำเสนอ ที่จะดูว่ามีจุดอ่อนและจุดแข็งด้านไหนบ้าง แต่ส่วนตัวเห็นว่าจุดอ่อนแทบไม่มี อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเรื่องการใช้คูปองบ้างเล็กน้อย และการใช้ Co-Payment เป็นหลักการที่ถูกต้อง และดีกว่าแจกเงินช่วยเหลือแบบ 100%  หากต้องการนำโครงการกลับมาก็สามารถใช้ระบบเทคโนโลยีและข้อมูลเดิมได้เลย ซึ่งโครงการคนละครึ่งคราวก่อน สามารถทำให้ร้านค้ามียอดโต 1.7-4 เท่า และลูกค้าก็ยังใช้บริการร้านค้านั้นๆ อย่างต่อเนื่องอีกด้วย  แม้ว่ารัฐบาลจะมีเวลาแค่ 4 เดือนก็เชื่อว่าทำทันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ก็น่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาช่วย”

    สำหรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เท่าที่ทราบก็จะมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งส่วนตัวมองว่าเหมาะสม เป็นคนมีความสามารถ มีความรู้ เชื่อมั่นว่าจะเข้ามาดูในเรื่องของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี  

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/857973/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mgtu6odbHFIepMkibaRXm

  • วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ, วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา และอำเภอปักธงชัย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.สิริรัชนา เนาว์โสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย กล่าวต้อนรับ, นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่น, นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวรายงาน พร้อมนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. คณาจารย์ ผู้นำและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในท้องถิ่นเข้าร่วมในพิธี ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง วช., สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ, วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา และอำเภอปักธงชัย ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นในการส่งเสริม และผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรน ในการยกระดับเกตรกรรมในระดับท้องถิ่น ครอบคลุมถึงการท่องเที่ยว วช. คาดหวังว่าศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ จะเป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และเข้าถึงการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีได้อย่างครอบคลุมในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย

    ดร.สิริรัชนา เนาว์โสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย กล่าวว่า ขอขอบคุณ วช. และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรของวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึงและเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ วิทยาลัยฯ มีความพร้อมในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีโดรนอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและชุมชนในระยะยาว

    นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย กล่าวถึงการที่วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัยได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีโดรน ที่จะมีบทบาทช่วยสนับสนุนการพัฒนาในภาคการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของอำเภอปักธงชัยที่มีพื้นที่สำหรับประกอบอาชีพด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ โดยเทคโนโลยีโดรนถือเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการยกระดับภาคการเกษตร ทั้งในด้านการลดต้นทุนการผลิต การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

    นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรและการเสริมสร้างศักยภาพของพื้นที่ผ่านศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตร ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อภาคการเกษตรของไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรนสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทั้งในด้านการท่องเที่ยว การเกษตร ตลอดจนประยุกต์ใช้ในงานด้านภัยพิบัติ โดยขับเน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง ในครั้งนี้ สมาคมฯ ได้นำอุปกรณ์มาสนับสนุนและประกอบการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร , แบตเตอรี่ พร้อมเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ , เครื่องปั่นไฟ , ระบบฝึกบินจำลอง (Flight Simulator) และหลักสูตรการเรียนการสอนด้านอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ กพท.

    ทั้งนี้ วช. มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนโครงการที่ส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตรแห่งนี้ เป็นต้นแบบของการบูรณาการเทคโนโลยีกับภาคการศึกษา รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/955238&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yJRMLf2vAdi3wZoOo6lNp

  • พ่อเมืองชลบุรีนำทีมตรวจสอบน้ำท่วมพื้นที่เมืองท่องเที่ยว สั่งเพิ่มกำลังระบายน้ำด่วน

    พ่อเมืองชลบุรีนำทีมตรวจสอบน้ำท่วมพื้นที่เมืองท่องเที่ยว สั่งเพิ่มกำลังระบายน้ำด่วน

    ภูมิภาค

    พ่อเมืองชลบุรีนำทีมตรวจสอบน้ำท่วมพื้นที่เมืองท่องเที่ยว สั่งเพิ่มกำลังระบายน้ำด่วน

    วันจันทร์ ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2568, 20.49 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เวลา 13.30 น.วันที่ 8 ก.ย.68 ที่สถานีสูบระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม สถานีที่ 4 บ้านเขาตาโล เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วม หลังเกิดฝนตกหนักกว่า 50 มิลลิเมตรในคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำท่วมขังหลายจุดในเขตเมืองพัทยา

    ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าเมืองพัทยาได้ปรับปรุงระบบท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ทำให้จุดเสี่ยงน้ำท่วมลดลงจากกว่า 20 จุด เหลือเพียง 9 จุด แต่บางพื้นที่ยังคงมีปัญหาน้ำท่วมสูง โดยมีแผนวางระบบท่อระบายน้ำใหม่เพื่อเปลี่ยนเส้นทางน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำชากนอก เพื่อลดการท่วมซ้ำบนถนนสุขุมวิท พร้อมเตรียมระบบแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงในช่วงฝนตกหนัก

    จากนั้น เวลา 15.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี ผู้แทนนายอำเภอเมืองชลบุรี รองนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามการทำงานของสถานีสูบน้ำหาดวอนนภา ถนนบางแสนล่าง ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี ซึ่งใช้เครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้วจำนวน 3 เครื่อง และได้สั่งการเสริมกำลังเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 1 เครื่องจากจังหวัดจันทบุรี 

    ทั้งนี้ เพื่อเร่งระบายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ตลาดหนองมนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมสูงกว่าทุกปี จากฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำป่าจากเขาสะสมไหลลงมา ขณะเดียวกัน เทศบาลเมืองแสนสุขได้เปิดจุดแจกถุงทรายฟรีให้ประชาชนรับไปป้องกันน้ำเข้าบ้านเรือนระหว่างสถานการณ์ฝนตกหนัก

    นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามผลการแก้ไขปัญหา ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วน ให้เร่งจัดหาเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกหนัก และอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ส่วนในระยะยาว ให้บูรณาการโครงการบริหารจัดการระบบระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างยั่งยืนต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445652&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eYw7P-CBWIn4asZAmtr3m

  • เที่ยวอีสานสุดสนุก! ททท. ชวนสำรวจเส้นทาง “ออกพรรษา 3 สนุก” ปลุกกระแสท่องเที่ยวปลายปี | TOPNEWS

    เที่ยวอีสานสุดสนุก! ททท. ชวนสำรวจเส้นทาง “ออกพรรษา 3 สนุก” ปลุกกระแสท่องเที่ยวปลายปี | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 08/09/2025 18:33

    เที่ยวอีสานสุดสนุก! ททท. ชวนสำรวจเส้นทาง “ออกพรรษา 3 สนุก” ปลุกกระแสท่องเที่ยวปลายปี

    วันที่​ 9 กันยายน​ 68  นครพนม – สกลนคร – มุกดาหาร เตรียมตัวให้พร้อมรับความตระการตาแห่งเทศกาลออกพรรษา เมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยสำนักงานนครพนมและสำนักงานอุบลราชธานี แท็กทีมกันจัดกิจกรรม Media Fam Trip “ออกพรรษา 3 สนุก” ขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568 พาคณะสื่อมวลชน 29 ชีวิตจากกลุ่มจังหวัด “สนุก” (สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร) และกลุ่มจังหวัด “โขง ชี มูล” (อุบลราชธานี, ยโสธร, อำนาจเจริญ) ไปเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวช่วงปลายปี

    กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ประเพณีสีสนุก” ที่มุ่งโปรโมตเสน่ห์งานประเพณีออกพรรษาของแต่ละจังหวัดให้โด่งดังยิ่งขึ้น ทั้งทางสื่อออนไลน์และออฟไลน์

    ตลอด 3 วัน 2 คืน คณะสื่อฯ ได้สัมผัสกับเสน่ห์อันน่าทึ่งของทั้งสามจังหวัด เริ่มต้นที่ นครพนม ด้วยการเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์วัดพระ​ธาตุพนม​ เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ก่อนจะไปต่อที่ เพื่อล่องเรือชมความงามของแม่น้ำโขงสองฝั่งไทย-ลาว และร่วมพิธีรำบวงสรวง พญาศรีสัตตนาคราช เสริมสิริมงคลให้ชีวิต การเดินทางไม่ได้หยุดแค่ที่ประเพณี แต่ยังได้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน ทำเรือไฟโบราณ​เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่หลากหลายและน่าสนใจ

    แต่ไฮไลต์เด็ดที่พลาดไม่ได้คือ 3 งานประเพณีสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้งฯ จ.สกลนคร (1-7 ต.ค. 68): ชมความวิจิตรงดงามของปราสาทผึ้งที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างประณีต พร้อมร่วมชมการแข่งขันเรือยาวสุดมันส์ งานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาด จ.นครพนม (27 ก.ย. – 8 ต.ค. 68): ตื่นตาตื่นใจกับขบวนเรือไฟที่ส่องประกายระยิบระยับกลางลำน้ำโขง พร้อมช้อปปิ้งของดีในงานกาชาด และงานเทศกาลแข่งเรือออกพรรษา จ.มุกดาหาร (4-7 ต.ค. 68): สัมผัสความตื่นเต้นของการแข่งขันเรือยาว ที่สะท้อนถึงประเพณีและความสามัคคีของชุมชนริมน้ำโขง

    กิจกรรม Media Fam Trip ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่เป็นการส่งต่อเรื่องราวความงดงามของประเพณี วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวของภาคอีสานให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น หวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจด้วยตัวเองในช่วงเทศกาลออกพรรษาที่กำลังจะมาถึงนี.

    ข่าว-ภาพ​ ประทีป​ วชิระ​ธ​ั​ญญา​กุล​ ผู้​สื่อข่าว​ประจำ​จังหวัด​นครพนม

    7

    11

    สภ.ท่าศาลา เดินหน้าปราบปรามรถแต่งซิ่งอย่างต่อเนื่อง

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ‘น้ำตกเขาหลูซาน’ ไหลหลั่งงดงามดั่งบทกวี

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) เทียนจินดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยทรัพยากรทางวัฒนธรรม

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนอวดโฉมเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ในพิธีสวนสนาม

    ค้นพบแหล่งโบราณคดี 2,000 ปี “ผาปางเปือย” บนยอดเขาภูขัด พิษณุโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1305875&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IhSGQj2yMc8om8o998swS

  • วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ, วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา และอำเภอปักธงชัย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.สิริรัชนา เนาว์โสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย กล่าวต้อนรับ, นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่น, นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวรายงาน พร้อมนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. คณาจารย์ ผู้นำและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในท้องถิ่นเข้าร่วมในพิธี ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง วช., สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ, วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา และอำเภอปักธงชัย ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นในการส่งเสริม และผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรน ในการยกระดับเกตรกรรมในระดับท้องถิ่น ครอบคลุมถึงการท่องเที่ยว วช. คาดหวังว่าศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ จะเป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และเข้าถึงการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีได้อย่างครอบคลุมในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย

    ดร.สิริรัชนา เนาว์โสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย กล่าวว่า ขอขอบคุณ วช. และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรของวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึงและเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ วิทยาลัยฯ มีความพร้อมในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีโดรนอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและชุมชนในระยะยาว

    นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย กล่าวถึงการที่วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัยได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีโดรน ที่จะมีบทบาทช่วยสนับสนุนการพัฒนาในภาคการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของอำเภอปักธงชัยที่มีพื้นที่สำหรับประกอบอาชีพด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ โดยเทคโนโลยีโดรนถือเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการยกระดับภาคการเกษตร ทั้งในด้านการลดต้นทุนการผลิต การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

    นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรและการเสริมสร้างศักยภาพของพื้นที่ผ่านศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตร ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อภาคการเกษตรของไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรนสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทั้งในด้านการท่องเที่ยว การเกษตร ตลอดจนประยุกต์ใช้ในงานด้านภัยพิบัติ โดยขับเน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง ในครั้งนี้ สมาคมฯ ได้นำอุปกรณ์มาสนับสนุนและประกอบการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร , แบตเตอรี่ พร้อมเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ , เครื่องปั่นไฟ , ระบบฝึกบินจำลอง (Flight Simulator) และหลักสูตรการเรียนการสอนด้านอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ กพท.

    ทั้งนี้ วช. มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนโครงการที่ส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตรแห่งนี้ เป็นต้นแบบของการบูรณาการเทคโนโลยีกับภาคการศึกษา รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/955238&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yJRMLf2vAdi3wZoOo6lNp

  • ตื่นตา! มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้ | เดลินิวส์

    ตื่นตา! มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 68 ภราดา ดร.มณฑล ประทุมราช รักษาการประธานมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน “ASSUMPTION EXPO 2025 : Education for Sustainable Futures” มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้ โดยมี ภราดา ดร.เดชาชัย ศรีพิจารณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ, ภราดาพัชรปกรณ์ ลังบุบผา รองผู้อำนวยการโรงเรียน/ประธานจัดงาน, ภราดามานิต สกนธวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด คุณสมกมล จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด คุณพิณรัตน์ กิติเวชกุล ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิร์ด (Central World) ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

    ภายหลังพิธีเปิด เป็นการเสวนาในวันแรกที่สนใจ คือ การเสวนา หัวข้อ “Sustain Your Dream : ฝันให้ไกล…และทำให้ยั่งยืน” โดย ดร. กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย/กรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (อัสสัมชนิก รุ่น 97) คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (อัสสัมชนิก รุ่น 107) คุณไพรัช เอื้อผดุงเลิศ (อัสสัมชนิก รุ่น 112) CO-FOUNDER, EXECUTIVE CREATIVE DIRECTOR บริษัท ชูใจ กะ กัลยาณมิตร, คุณศิริชัย จิระพงษ์พันธ์ Manager, PTTGC/Commercial Department Manager, Envicco (อัสสัมชนิก รุ่น 113), คุณชัย เทอดผดุงชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพย์อิทฟอร์เวิร์ด จำกัด (อัสสัมชนิก รุ่น 109) ร่วมเสวนา

    สำหรับงาน ASSUMPTION EXPO 2025 : Education for Sustainable Futures มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 “สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเสนอแนวคิดการศึกษาเพื่อความยั่งยืน (Education for Sustainable Futures) การศึกษาที่ดีไม่ใช่แค่การสร้าง “เด็กเก่ง” แต่ต้องสร้าง “คนเก่งที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและโลก” กาารแสดงศักยภาพของนักเรียนและหลักสูตรโรงเรียนอัสสัมชัญ ที่หลักสูตรไม่ได้สอนเพียงวิชาการ แต่ยังบ่มเพาะ Soft Skills และ Future Skills, สร้างพื้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) จุดประกายแรงบันดาลใจสู่อนาคต

    ภายในงาน ASSUMPTION EXPO 2025 : Education for Sustainable Futures มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 แบ่งออกเป็น

    โซน 1 เป็นโซนการเรียนรู้ที่ผสมผสานความรู้และคุณธรรม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Introduction & Sustainable Education Zone)
    โซน 2 เป็นโซนพลังความคิดสร้างสรรค์ (Impact Invest Zone) จากผลงานจริงของนักเรียน Dream Maker Space, Education Beyond Tomorrow การแสดงนวัตกรรม และ บริษัทจำลอง
    โซน 3 เป็นโซนเวิร์กช็อปและการแบ่งปันที่จะปลุก Future Skills ให้เด็ก ๆ และผู้ปกครองพร้อมรับอนาคต (Knowledge Sharing & Workshops)
    โซน Knowledge Sharing & Workshops ณ CraftStudio ชั้น 5

    กิจกรรมบนเวที ประกอบด้วย การเสวนา หัวข้อ “Sustain Your Dream: ฝันให้ไกล…และทำให้ยั่งยืน”, หัวข้อ “Global Citizenship & Youth Responsibility: จตุรมิตรสี่พี่น้องประครองรัก รักษ์โลกให้ยั่งยืน”, หัวข้อ “InnovationxSustainability”, หัวข้อ “InnovationxSustainability” การแสดงบนเวทีของนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 ก.ย. 68 ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิร์ด (Central World) ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/AssumptionCollege1885

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5095714/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Acf3vw6WGZGfVND5KJ2J5

  • ดีลร้อน! ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ ซีอีโอดุสิตธานี ตอบรับนั่ง ‘รมว.พาณิชย์’ ครม.อนุทิน 1

    ดีลร้อน! ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ ซีอีโอดุสิตธานี ตอบรับนั่ง ‘รมว.พาณิชย์’ ครม.อนุทิน 1

    วันที่ 8 กันยายน 2568 มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ติดต่อทาบทาม “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” กรรมการผู้บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

    แทนที่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ที่หลุดโผ ครม.ชุดนี้

    ดีลร้อน! ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ ซีอีโอดุสิตธานี ตอบรับนั่ง ‘รมว.พาณิชย์’ ครม.อนุทิน 1

    ประวัติการศึกษา

    การศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา
    ปริญญาตรี: สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    ปริญญาโท : บริหารธุรกิจ (MBA) สาขาการเงินและการบัญชีต่างประเทศ, มหาวิทยาลัย Northrop รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 

    ประสบการณ์การทำงาน

    • เคยร่วมนำทีมบริหารที่ IBM กว่า 20 ปี เป็นผู้หญิงคนแรกในไทยที่ได้รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป (General Manager) ก่อนจะบริหารงานระดับภูมิภาค (Asia-Pacific) 
    • เคยดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทยคม ในปี พ.ศ. 2554 
    • ปัจจุบันเป็น กรรมการบริหารกลุ่ม (Group CEO) และสมาชิกคณะกรรมการบริหารด้านต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยง การลงทุน และความยั่งยืน ของ บมจ.ดุสิตธานี (DUSIT)
    • ดำรงบทบาทสำคัญในวงการธุรกิจและการศึกษา รวมถึงตำแหน่งกรรมการในหลายองค์กร อาทิ SCG Packaging, ธนาคารกสิกรไทย สถาบันการศึกษา เป็นต้น

    คุณสมบัติพิเศษ

    • เป็นหนึ่งในผู้บริหารหญิงแถวหน้าของไทย มีผลงานโดดเด่นในการนำองค์กรแบรนด์ท้องถิ่นให้เข้าระบบธุรกิจระดับสากล
    • มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและบริการต่างประเทศ และมีเครือข่ายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

    ด้านชีวิตส่วนตัว

    “ศุภจี” มีบุตร 2 คน และเธอยังเป็นพี่สาวของ “ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์” กรรมการผู้จัดการไมโครซอฟท์ประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/financial/730069&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gT8CjIVBUMNHjM7v4FN83

  • ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่

    สภาผู้บริโภคเปิดบ้านต้อนรับผู้บริหาร สคบ. ร่วมหารือแนวทาง คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ยก 4 ประเด็นเร่งด่วนกระทบคุณภาพชีวิตประชาชน เตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่

    วันที่ 8 กันยายน 2568 คณะผู้บริหารสำนักงานสภาผู้บริโภค นำโดยสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำโดยรณรงค์ พูนพิพัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือในการคุ้มครองผู้บริโภค โดยจะเสนอ 4 ประเด็นสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งการยืนยันตัวตนผู้ขายสินค้าออนไลน์ การพัฒนาขนส่งสาธารณะ ค่าน้ำค่าไฟหอพัก และการจัดการสายสื่อสาร พร้อมหารือการผลักดันกฎหมายสำคัญอย่าง “เลมอน ลอว์” เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากปัญหาสินค้าชำรุดบกพร่อง

    ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่ : สารี อ๋องสมหวัง

    สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคมีแผนผลักดันนโยบายเร่งด่วนในการคุ้มครองผู้บริโภค ใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การยืนยันตัวตนผู้ขาย และนโยบายเรื่องการขนส่งสาธารณะ และอีก 2 ประเด็นถูกเสนอจากองค์กรสมาชิกในพื้นที่ คือ ประเด็นเรื่องค่าน้ำค่าไฟหอพัก ห้องเช่า และประเด็นเรื่องสายสื่อสาร

    สำหรับเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ขายที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น เป็นประเด็นสำคัญเรื่องจากปัจจุบันมีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ทุกวัน และยังคงมีผู้บริโภคที่ถูกหลอกลวงทุกวันเช่นกัน ทั้งกรณีซื้อของไม่ได้ของ สินค้าไม่ตรงปก โดยเฉพาะการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอย่างเฟซบุ๊ก ดังนั้น การบืนยันตัวตนผู้ขายอาจจะช่วยป้องกันการปลอกลวง และทำให้สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ด้วย

    ส่วนประเด็นการขยายและพัฒนาการขนส่งสาธารณะ สภาผู้บริโภคมีเป้าหมายเรื่องการรับรองสิทธิของผู้บริโภคในการเข้าถึงบริการสาธารณะ ซึ่งนอกจากจะขับเคลื่อนในกรุงเทพฯ เช่น เรื่องบริการรถไฟฟ้า 20 บาทแล้ว ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาขนส่งในต่างจังหวัด โดยปีนี้มีโครงการขยายความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใน 12 จังหวัด เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และอาจจะขยายเพิ่มใน 20 จังหวัดที่มีหน่วยงานประจำจังหวัด

    “สำหรับนโยบายการเรื่องการขนส่งสาธารณะนั้น ในช่วงหาเสียงเมื่อปี 2566 ทุกพรรคมีนโยบายการผลักดันระบบขนส่งสาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้ ของพรรคภูมิใจไทย เสนอให้ใช้บริการรถไฟฟ้าราคา 40 บาทตลอดทั้งวัน สะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่นโยบายดังกล่าวจะได้รับการสานต่อ เพราะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน” นางสารี กล่าว

    สำหรับเรื่องที่มีการเสนอจากองค์กรสมาชิกในต่างจังหวัด เรื่องการควบคุมสัญญาหอพัก ค่าน้ำค่าไฟห้องเช่าที่เป็นธรรม เป็นเรื่องที่มองว่าหากทำความร่วมมือกับ สคบ. จะเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะ สคบ. มีหน้าที่กำกับดูแลเรื่องสัญญาอยู่แล้ว และอยากชวน สคบ. มาร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับมหาวิทยาลัย เนื่องจากหอพักส่วนมากจะอยู่แถวมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของนักศึกษาได้มาก

    ในกรณีสายสื่อสาร ซึ่งรวมถึงทั้งสายไฟฟ้าและสายสื่อสารของบริษัทต่าง ๆ ที่ห้อยระโยงระยางและในหลาย ๆ ครั้งทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภค อย่างกรณีผู้บริโภคในจังหวัดน่านและพะเยา ที่สภาผู้บริโภคเข้าไปช่วยเหลือผู้บริโภคจนได้รับเงินเยียวยา แต่ ยังไม่ใช่การจัดการอย่างเป็นระบบ มองว่าหากทำงานร่วมกับ สคบ. จะช่วยพัฒนาการทำงานให้เป็นรูปธรรมได้มากขึ้น

    “ประเด็นทั้งหมดนี้ สภาผู้บริโภคมองว่าหากทำงานร่วมกับ สคบ. หารือกับรัฐมนตรีและเห็นความสำคัญร่วมกัน น่าจะทำให้เกิดความสำเร็จได้ไม่ยาก” สารี ระบุ

    อิฐบูรณ์ อ้นวงษา

    อิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสำนังานสภาผู้บริโภค ให้ข้อมูลเสริมว่า ประเด็นการยืนยันตัวตนผู้ขาย อยากทำงานร่วมกับ สคบ. ในแง่มุมของการแสดงฉลาก เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลที่ถูกต้องเพียงพอในการเลือกซื้อสินค้า นอกจากนี้สภาผู้บริโภคยังทำงานร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ในเรื่องสัญลักษณ์มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ที่ผู้บริโภคจะใช้ประกอบในการเลือกซื้อสินค้า ซึ่งเป็นประเด็นเรื่องความปลอดภัยของสินค้า

    นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังได้ผลักดันร่างพ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือ พ.ร.บ. เลมอน ลอว์ ซึ่งปัจจุบันมีร่างกฎหมายฉบับสภาผู้บริโภคและฉบับสภาผู้แทนราษฎร อยากให้ สคบ. ช่วยผลักดันกฎหมายให้เกิดขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีประเด็นเรื่องสินค้าชำรุดบกพร่องหลายกรณี ซึ่งเป็นกรณีใหญ่ ๆ เช่น เรื่องรถยนต์ไฟฟ้าเนต้า ปัญหาโทรศัพท์มือถือจอขึ้นเส้น เรื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน  

    รณรงค์ พูนพิพัฒน์

    ด้านรณรงค์ พูนพิพัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุว่า คณะผู้บริหาร สคบ. มีความตั้งใจที่จะเข้ามาเยี่ยมเยียน และขยายความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 หน่วยงาน ให้เกิดผลและตรงความคาดหมายอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย

    “อะไรที่กฎหมายให้ทำได้ก็ทำ อะไรที่กฎหมายให้ทำไม่ได้อาจจะนำไปสู่การเสนอแก้ไขกฎหมายต่อไป เราคุยกันในช่วงที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลพอดี เป็นช่วงที่ต้องเลือกทำสิ่งที่สามารถสร้างความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น และแผนการดำเนินงานในระยะยาวเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค โดยสคบ. ยินดีให้ความร่วมมือกับสภาผู้บริโภคในการผลักดันการคุ้มครองผู้บริโภคให้ประสบความสำเร็จ” รณรงค์ กล่าว

    ทั้งนี้ สคบ. เห็นด้วยในหลักการกับ 4 ประเด็นที่สภาผู้บริโภคเสนอ โดยประเด็นเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ขาย เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า ปัญหาการ คือยืนยันตัวตนผู้ขายในต่างประเทศ และแพลตฟอร์มที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายไทย เช่น เฟซบุ๊ก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกับเพราะผู้ขายในประเทศที่สามารถกำกับดูแลได้ และต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการกำกับดูแลเฉพาะ เช่น เอ็ตด้า (ETDA) กระทรวงดีอี ที่ยังตามทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลายประเทศก็ยังทำไม่ได้เพราะติดเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

    ส่วนเรื่องขนส่งสาธารณะ เป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย เพราะหากคุยกับรัฐบาลและรัฐบาลตอบรับ ก็อยากจะถูกนำไปพัฒนาเป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อพัฒนาขนส่งทั่วประเทศได้ แต่ควรระวังเรื่องผู้ที่เสียผลประโยชน์จากข้อเสนอของสภาผู้บริโภค เพราะอาจจะทำให้เกิดเสียงคัดค้าน สำหรับ สคบ. ต้องดูว่าจะร่วมมือกับในลักษณะใด เนื่องจากสคบ. ทำงานเรื่องสินค้าและสัญญาเป็นหลัก แต่ยินดีให้ความร่วมมือ และช่วยใช้กฎหมายในมือเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองผู้บริโภค

    สำหรับเรื่องค่าน้ำค่าไฟหอพัก เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ สคบ.โดยตรง และมีกฎหมายในมือ แต่ปัญหาหลักคือมีผู้ให้บริการจำนวนมาก ทั้งนี้ เรื่องการทำความร่วมมือกับสภาผู้บริโภคและมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่น่าสนใจและสามารถทำได้ทันที

    เรื่องสายสื่อสารและสายไฟฟ้าเป็นเรื่องสำคัญมาก ยกตัวอย่างกรณีที่น้ำท่วมแล้วมีคนถูกไฟดูด หรือเสียชีวิตจากช็อต อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่เพราะต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น การไฟฟ้า คมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงภาคเอกชนด้วย แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องคุ้มครองผู้บริโภค เพราะการจ่ายเงินชดเชยการเยียวยาไม่คุ้มค่ากับการเสียชีวิต จึงต้องทำงานเชิงป้องกันด้วย

    สำหรับกฎหมายเลมอนลอว์ สคบ. ได้มีการเสนอกฎหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ต้องติดตามว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไร

    “ผมมีความเข้าใจส่วนตัวว่ารัฐบาลใหม่ จะต้องอยากทำอะไรใหม่ ๆ ที่ดีกว่าของเดิม เพราะฉะนั้นเรื่อง 4 นโยบายเร่งด่วนของสภาผู้บริโภค สามารถเสนอได้เลย ถึงแม้ สภาผู้บริโภคจะผลักดันมาตลอด แต่เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น หากรัฐบาลใหม่ทำให้เกิดขึ้นได้ ก็จะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย” รณรงค์ กล่าว

    นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้แบ่งการทำงานระหว่างสภาผู้บริโภคและสคบ. ออกแบบนโยบายที่น่าจะเป็นรูปธรรมในระยะสั้น เพื่อเสนอต่อรัฐบาล นอกจากนี้ มีข้อเสนอระยะยาวเพื่อเป็นแนวทางให้การดำเนินงานต่อไป นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางการประสานงานในการช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย การเชื่อมโยงข้อมูลในการคุ้มครองผู้บริโภค และการออกกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

    การหารือระหว่าง สภาผู้บริโภคและ สคบ. ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการประสานความร่วมมือเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในประเด็นที่กระทบชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการซื้อขายออนไลน์ การเดินทางสาธารณะ ค่าครองชีพ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากสามารถผลักดันร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้ผู้บริโภคไทยในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/08092568_tccxocpb_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JNZPlDQBx62e3yUwkDNlD

  • “สรวงศ์” อำลาตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวฯ

    “สรวงศ์” อำลาตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวฯ

    8 ก.ย. – “สรวงศ์” อำลาตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวฯ โดยมีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในกระทรวงฯ ร่วมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น

    นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางมาอำลาตำแหน่ง ขอบคุณคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ อย่างเป็นทางการ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วงบ่ายวันนี้ โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมมอบดอกไม้เพื่อแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจ

    บรรยากาศในการอำลาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพัน รมว.สรวงศ์ ได้กล่าวถึงความร่วมมือและความมุ่งมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการท่องเที่ยวและกีฬาให้ก้าวหน้าตามนโยบายที่วางไว้ การทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายต่างๆ และสร้างความสำเร็จให้แก่ประเทศ

    ในช่วงท้ายของการอำลา ขณะที่ รมว.สรวงศ์ กำลังก้าวขึ้นรถออกจากกระทรวงฯ มีฝนตกปรอยๆ ทำให้บรรยากาศดูชุ่มฉ่ำและน่าจดจำ ซึ่งถือเป็นความประทับใจสุดท้ายที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำและทีมงาน. – สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    สมุทรปราการ 8 ก.ย.- สมุทรปราการอ่วม! ระดับน้ำยังท่วมสูง หลังฝนตกหนักทั้งคืน ด้าน สพท. สั่งปิดแล้ว 25 โรงเรียน ปรับให้สอนแบบออนไลน์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือ สพท. สั่งปิด 25 โรงเรียนจังหวัดสมุทรปราการ 1 วัน พร้อมปรับการเรียนเป็นแบบออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ปกครอง หลังฝนตกหนักทั้งคืน ถนนสายสำคัญหลายเส้นถูกน้ำท่วม บางแห่งสูงกว่า 30 เซนติเมตร รวมถึงตรอกซอกซอยต่าง ๆ โดยบางพื้นที่น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ขณะเดียวกันหลายจุดยังคงมีน้ำท่วมขัง ระบายออกไม่ได้ เนื่องจากระดับน้ำในคลองสายหลักสูง ประกอบกับน้ำทะเลหนุน เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำ หากฝนไม่ตกลงมาซ้ำ คาดว่าบ่ายวันนี้สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ มีรายงานว่าเกิดเหตุ หนุ่มวัย 17 ปี เข็นรถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำ ถูกไฟรั่วจากแบริเออร์ก่อสร้างบนถนนแพรกษา ช็อตเสียชีวิตต่อหน้าเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่เร่งสอบหาสาเหตุและป้องกันเหตุซ้ำ -สำนักข่าวไทย

    กรุงเทพฯ 8 ก.ย. – ศาลสั่งจำคุก 4 ปี “ลูกเกด ชลธิชา” สส.ประชาชน คดี ม.112 คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือ 2 ปี 8 เดือน ส่าสุดศาลให้กันประกันตัวแล้ว กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต วันนี้ ( 8 ก.ย.) ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.595/65 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด สส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี เป็นจำเลยในความผิด ดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ ม.4 (3) จากกรณีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.63 จำเลยได้โพสต์ข้อความ ลงในเฟซบุ๊กตัวเอง เกี่ยวกับราษฎรสาส์น […]

    กรุงเทพฯ 7 ก.ย. – โผ ครม. “อนุทิน 1” รื้อทั้งยวง หลัง “ธรรมนัส” คุมท่องเที่ยว ทำภูมิใจไทยต้องเกลี่ยใหม่ “ไชยชนก” ดีอี “ซาบีดา” วัฒนธรรม รอเปิดคนนอก “กลาโหม-ยุติธรรม” แว่วพลตำรวจโท อดีตรองผู้การภาค 3 ติดโผ จับตา “ศักดิ์ดา” ร่วมด้วย​ ด้าน “นิพนธ์” จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโผ ครม.ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ประมาณ 12 ที่นั่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล […]

    ชัยภูมิ 7 ก.ย.-น้ำท่วมหนักใน 3 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิ หลังฝนตกหนักตลอดทั้งคืน สภาพภายในวัดดอนไผ่ ริมถนนชัยภูมิ-นครสวรรค์ อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (7 ก.ย.) หลังพายุฝนกระหน่ำตลอดทั้งคืน ระดับน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร พระสงฆ์ต้องอพยพหนีน้ำท่วมไปฉันอาหารอยู่บนที่สูง ขณะนี้ระดับน้ำยังไม่ลดลง นอกจากนี้ ยังเกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง ย่านเศรษฐกิจในตัวอำเภอแก้งคร้อ และอำเภอบ้านเขว้า น้ำป่าสีแดงขุ่นไหลเข้าท่วมถนนสาย 225 ชัยภูมิ-นครสวรรค์ รวมถึงร้านค้า บ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะที่วัดกลางโนนแดง และวัดดอนไผ่ สาเหตุมาจากกรมทางหลวงก่อสร้างถนน 4 เลน ตัดผ่านบ้านโนนแดง ต.โนนแดง อ.บ้านเขว้า ทำให้น้ำป่าที่ไหลมาจากเขาภูแลนคา ไม่สามารถไหลไปลงแม่น้ำชีได้.-สำนักข่าวไทย

    ข่าวแนะนำ


    ดอนเมือง 8 ก.ย.-เครื่องบินส่วนตัว “ทักษิณ” แลนดิ้งเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ โดย “ทักษิณ” มีใบหน้ายิ้มแย้ม ขณะมาขึ้นรถที่จอดรอหน้าอาคารผู้โดยสาร 8 ก.ย.68 บริเวณทางเข้าออกลานจอดเครื่องบินส่วนบุคคล ท่าอากาศยานดอนเมือง พบสื่อมวลชนเดินทางมาติดตามบรรยากาศเดินทางกลับของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังได้รับแจ้งข้อมูลเรดาร์เครื่องบินส่วนตัวรุ่น Bombardier Global 7500 ออกเดินทางจากสนามบินเซเลตาร์ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 14.54 น. ที่ผ่านมา เครื่องบินส่วนตัวของนายทักษิณ ลงจอดบริเวณสนามบินส่วนตัว ประเทศไทย เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศฝนตกหนัก ขณะที่นายทักษิณ เดินออกมาขึ้นรถที่จอดรอหน้าอาคารผู้โดยสาร ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า ก่อนจะขึ้นรถเบนซ์แล่นออกจากสนามบินไป พร้อมกับรถยนต์และรถตู้อีกคัน ทั้งนี้ มีรายงานว่า เครื่องบินส่วนตัวของนายทักษิณ มีผู้โดยสารเดินทางมา 6 คน โดยมีนายทักษิณ ชินวัตร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของนายทักษิณ ซึ่งเป็นภรรยาของนายสมชาย ร่วมเดินทางมาด้วย พร้อมกับผู้ติดตาม.-สำนักข่าวไทย

    พรรคภูมิใจไทย 8 ก.ย.- โผ ครม. “อนุทิน 1” คนการเมืองส่งรายชื่อครบแล้ว “บวรศักดิ์” นั่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ด้าน “ไผ่ ลิกค์-สัมพันธ์” หลุดโผ กล้าธรรมดัน “นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ-อามินทร์” เสียบแทน รอลุ้นตรวจคุณสมบัติ 7-10 วัน หากสะดุดต้องหลีกทางทันที ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1 ว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (8 ก.ย.) ได้รับการตอบรับจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีชื่อนั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ซึ่งมีรายงานว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมาคุยกันลงตัวแล้ว โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับนายบวรศักดิ์ ด้วยตัวเอง สำหรับการจัด ครม.ครั้งนี้ มีการใช้รัฐมนตรีคนนอกถึง 6 กระทรวง คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม […]

    พรรคเพื่อไทย 8 ก.ย.- “แพทองธาร” เข้าพรรคเพื่อไทย บอก “ทักษิณ” กลับแน่ เผยส่งข้อความแสดงความยินดี “อนุทิน” นั่งนายกตั้งแต่วันแรก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยได้ทักทายสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าสบายดีหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ยิ้ม ก่อนกล่าวว่า สบายดีค่ะ เมื่อถามว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยวันนี้ (8 ก.ย.) หรือไม่ น.ส.แพทองธาร ถามกลับว่า วันนี้หรือเดี๋ยวรอดูแล้วกัน แต่ว่ากลับมาแน่นอน เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธาร จะไปรอรับด้วยตัวเองหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คงไม่ได้ไปรับ พอดีวันนี้ติดงานตอนบ่ายจึงไม่ได้ไป เมื่อถามว่า ตอนนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี ได้เป็นนายกฯ มีอะไรฝากถึงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ได้ส่งข้อความไปยินดีเรียบร้อยแล้ว ส่งตั้งแต่วันแรกเลย ส่วนวันนี้ที่เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยมีประชุมอะไรหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ตอบคำถาม และขึ้นด้านบนอาคารทันที .-316 […]

    จันทรุปราคา

    ตรัง 8 ก.ย.- ชาวตรังตื่นตา ชมปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง ที่หอนาฬิกา ท่ามกลางฝนโปรยปราย เมื่อคืนที่ผ่านมา ค่ำคืนวันที่ 7 กันยายน 2568 ชาวตรังรวมตัวกันที่ จัตุรัสนครตรัง บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาตรัง ถนนวิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง เพื่อเฝ้าชมปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง ที่เกิดขึ้นระหว่างเวลา 00.31 – 01.53 น. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แม้มีฝนโปรยปรายลงมาบางช่วง แต่ประชาชนไม่พลาดเก็บภาพความสวยงามของพระจันทร์สีแดงอิฐ พร้อมกันนี้ ตำรวจ สภ.เมืองตรัง ได้จัดกำลังดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด คืนวันที่ 7 กันยายน 2568 ท้องฟ้าเหนือจังหวัดตรัง ปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนชาวตรัง โดยเฉพาะที่ จัตุรัสนครตรัง บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ถนนวิเศษกุล ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง มีประชาชนออกมาเฝ้าชมและบันทึกภาพพระจันทร์ที่ถูกเงาโลกบังจนกลายเป็นดวงจันทร์สีแดงอิฐ สวยงามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน ช่วงเวลาสำคัญเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 00.31 น. ซึ่งเป็นจังหวะที่พระจันทร์ถูกเงาโลกบังทั้งดวง มองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/sport-1583018&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XDJayQYM_y3gev89ncu0g

  • เปิดประวัติ ‘อรรถกร ศิริลัทธยากร’ ว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่

    เปิดประวัติ ‘อรรถกร ศิริลัทธยากร’ ว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่

    วันนี้(วันที่ 9 กันยายน 2568 )ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโผ ครม.’อนุทิน‘ ล่าสุดในส่วนของพรรคกล้าธรรม​ จำนวน 7 ที่นั่ง​ แบ่งเป็น  4 รัฐมนตรีว่าการ  3 รัฐมนตรีช่วย ดังนี้  

    • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรฯ
    • อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
    • นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ
    • อัครา พรหมเผ่า รมว.พัฒนาสังคมฯ
    • อามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรฯ
    • องอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศึกษาธิการ 
    • นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรฯ (แทน ไผ่ ลิกค์)

    เปิดประวัติ ‘อรรถกร ศิริลัทธยากร’ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ชื่อเล่นว่า เบนซ์ เกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2527 ที่ตำบลพนมสารคาม อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรของ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พรรคพลังประชาชน ในสมัยรัฐบาล นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี

    อรรถกร ศิริลัทธยากร

    จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้าน Communication Arts จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และปริญญาโท Marketing Management จาก Middlesex University ประเทศอังกฤษ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/638309&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e4Q4el76Ts334JMB3O2Me