Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “นฤมล”หวังสภาฯ ชุดนี้ปลดล็อค“พ.ร.บ.การศึกษาฯ”สำเร็จ

    “นฤมล”หวังสภาฯ ชุดนี้ปลดล็อค“พ.ร.บ.การศึกษาฯ”สำเร็จ

    ทั่วไป

    “นฤมล”หวังสภาฯ ชุดนี้ปลดล็อค“พ.ร.บ.การศึกษาฯ”สำเร็จ

    15 ก.ย. 2025 เวลา 12:30 น.

    “รมว.นฤมล” เปิดเวทีสัมมนา“พ.ร.บ.การศึกษาฯ”หวังสภาฯ ชุดนี้ปลดล็อคสำเร็จ ย้ำไม่ใช้การศึกษาเป็นเป้าหมายทางการเมือง พร้อมขอ ขรก.ร่วมมือพัฒนาการศึกษาไทย

    เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทาง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. … และการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การศึกษา”จัดโดย สมาคมผู้ปริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน (แห่งประเทศไทย) โดยมีผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา,รองผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วม 

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราได้มาพบกันครบทั้ง 245 เขตทั่วประเทศ หลายรัฐบาลพยายามที่จะผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เข้าสู่สภาฯ เพื่อจะได้ปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงอีกหลายจุดในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคการศึกษาของไทย และยังไม่เอื้อที่จะช่วยให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษาทั่วประเทศไทยได้ เราจึงอยากจะให้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับที่เรากำลังผลักดันเข้าสู่สภาฯ สามารถปิดช่องว่างเหล่านั้นได้หมด ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อจะนำเข้าสภาฯ ก็จะเกิดการยุบสภาทุกรอบ แต่หวังว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น 

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีทั้งหมด 7 ร่าง 1 ในนั้นจะเป็นร่างของกระทรวงศึกษา ส่วนอีก 6 ร่างจะเป็นของพรรคการเมือง และกลุ่มต่างๆ ที่นำเสนอมา สำหรับขั้นตอนการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น ขณะนี้อยู่ที่การพิจารณาให้ความเห็นจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งตนได้ประสานไปยังปลัดกระทรวงการคลังเพื่อให้ช่วยเร่งรัดการดำเนินการให้แล้ว โดยเราขอให้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้เข้าสภาฯในชุดปัจจุบัน อย่าให้มันเป็นอาถรรพ์เหมือนกับทุกชุด

    “อาจารย์พูดกับผู้บริหารกระทรวง และข้าราชการประจำมาเสมอว่า ภาคการเมืองมาแล้วก็ไป แต่ถ้าจะมาทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องทำงานกับข้าราชการประจำ และข้าราชการประจำก็ต้องยืนหยัดบนหลักการว่า ท่านจะทำงานเพื่อภาคการศึกษาอย่างแท้จริง อาจารย์ไม่อยากให้เอาการศึกษาไปใช้เป็นเครื่องมือที่จะทำเป้าหมายทางการเมือง เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรม(กธ.)ที่เราเข้ามาดูแลกระทรวงศึกษา เราก็จะไม่ใช้การศึกษาเพื่อเป้าหมายทางการเมือง แต่เรามาเพื่อที่จะทำให้ภาคการศึกษาดีขึ้นจริง ๆ อาจารย์ก็หวังว่า พวกเราก็จะยึดหลักการเดียวกัน”ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อด้วยว่า ในช่วงบ่ายของการสัมมนาในวันนี้ ขอให้ทุกคนใช้เวลาให้เต็มที่ในการที่จะสะท้อนสิ่งที่ท่านอยากจะให้คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ที่จะมี สส.มาพูดคุยกับเรา เราต้องให้เขาเข้าใจและมาเป็นแนวร่วมเดียวกับเราในการที่จะผลักดันให้เกิดการแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ สำเร็จให้ได้ในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน

    จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ได้มอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติเพื่อเป็นการสดุดีคุณงามความดีและเป็นเกียรติประวัติแก่บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ทางด้านการศึกษา จำนวน 52 คนและมอบโล่ประกาศกิตติคุณให้แก่คณะกรรมการสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา จำนวน 37 คน

    ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ พิจารณา รับวาระร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การยกเลิกคำสั่ง คสช. แล้ว จะนำไปสู่การพิจารณาถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะไปชดเชยสำหรับคำสั่ง คสช. ที่ยกเลิกไป ส่วนหลัก ๆ ที่ทางผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เสนอเข้าไปก็พยายามจะให้มีส่วนของผู้ที่มีส่วนได้เสียเข้าไปอยู่ในองค์ประกอบมากกว่าที่เป็นอยู่ใน คำสั่ง ของ คสช. เช่น จะมีตัวแทนจากครู ตัวแทนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าไปกำหนดทิศทางการบริหารจัดการบุคลากรทางการศึกษา ขั้นตอนต่อไปก็จะอยู่ในชั้นกรรมาธิการที่จะมีการพิจารณา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1198814&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tkpJbSwsjpDwVqti-QbKB

  • ไทวัสดุ และเฟรมเม็กซ์ ร่วมยกระดับสภาพแวดล้อมทางการศึกษา ผ่านโครงการ “ซื้อ 1 ให้ 10 ประตูหน้าต่าง เพื่อโรงเรียนของหนู” หนุนปรับปรุงอาคารเรียน โรงเรียนบ้านกองม่องทะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ไทวัสดุ และเฟรมเม็กซ์ ร่วมยกระดับสภาพแวดล้อมทางการศึกษา ผ่านโครงการ “ซื้อ 1 ให้ 10 ประตูหน้าต่าง เพื่อโรงเรียนของหนู” หนุนปรับปรุงอาคารเรียน โรงเรียนบ้านกองม่องทะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ไทวัสดุ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ภายใต้บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลัง เฟรมเม็กซ์ (FRAMEX) แบรนด์ประตูและหน้าต่างอลูมิเนียมและยูพีวีซีชั้นนำ ภายใต้ บริษัท วินโดว์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าส่งต่อโอกาสการศึกษาให้เด็กในพื้นที่ห่างไกล ผ่านโครงการ “ซื้อ 1 ให้ 10 ประตูหน้าต่าง เพื่อโรงเรียนของหนู”  สำหรับลูกค้าที่ซื้อประตูและหน้าต่าง แบรนด์ FRAMEX จากไทวัสดุ ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยการซื้อทุก ๆ 1 บาน เท่ากับการบริจาค 10 บาท ซึ่งได้มีการดำเนินโครงการฯ และสะสมยอดในรอบที่ 1 ของเดือนเม.ย.-มิ.ย. 68 ที่ผ่านมาแล้วรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 365,070 บาท เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงและติดตั้งประตู หน้าต่างใหม่ให้กับอาคารเรียน รวมถึงจัดหาอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ตลอดจนเงินทุนสนับสนุนให้แก่ โรงเรียนบ้านกองม่องทะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนกว่า 350 คน ให้ดียิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ ในพิธีส่งมอบได้มีผู้บริหารจากเฟรมเม็กซ์ คือ นายธนินทร์ รัตนศิวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายศิริโชค วรรธนะพันธุ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายวชิรวุฒิ บุญเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิต พร้อมด้วยผู้บริหารจากไทวัสดุ คือ นางสาวอุทัยวรรณ พรหมเดเวช ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ และนางจุฑาทิพย์ แก้วมี ผู้จัดการไทวัสดุ สาขากาญจนบุรี  ส่งมอบการสนับสนุนให้แก่ตัวแทนจากโรงเรียนบ้านกองม่องทะ ได้แก่ ดร.นันท์ปภัทร บรรณ์ติเจริญโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต 3 และนายชัยศักดิ์ ภูมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองม่องทะ เป็นผู้รับมอบการสนับสนุน เมื่อเร็วๆนี้

    นายธนินทร์ รัตนศิริวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและคณะผู้บริหาร บริษัท วินโดว์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการฯ นี้เกิดจากการที่บริษัทฯ ตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของอนาคตเด็กไทย และเป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันผลักดันเพื่อให้สังคมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับ เฟรมเม็กซ์ มองว่ากิจกรรม CSR นี้ไม่ใช่เพียงการทำบุญหรือการบริจาค แต่คือการผสานคุณค่าทางธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง ดังนั้น โครงการ “ซื้อ 1 ให้ 10 ประตูหน้าต่าง เพื่อโรงเรียนของหนู” จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจของบริษัทฯ ในฐานะผู้ผลิตประตู-หน้าต่าง ดำเนินการสร้างประโยชน์ให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน เพื่อให้เด็กๆ ได้มีห้องเรียนที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อการเรียนรู้มากขึ้น

    “ผมขอขอบคุณไทวัสดุที่ร่วมเดินเคียงข้างกันในโครงการครั้งนี้ เฟรมเม็กซ์จะยังคงมุ่งมั่นผลักดันกิจกรรมลักษณะนี้ต่อไป ภายใต้แนวคิด “ประตูหน้าต่าง ที่ดูแลคุณไปทุกช่วงชีวิต” เราพร้อมสานต่อการทำงานร่วมกับไทวัสดุ เพื่อพัฒนาโรงเรียนที่ยังขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ และร่วมกันสร้างสังคมที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับเยาวชนไทย” นายธนินทร์ กล่าวเพิ่มเติม

    นางสาวอุทัยวรรณ พรหมเดเวช ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ในปัจจุบัน ยังมีโรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ที่ยังขาดแคลนงบประมาณในการปรับปรุงอาคารเรียนที่ชำรุด รวมทั้งอุปกรณ์การเรียน อาหารกลางวัน และทุนการศึกษา ไทวัสดุ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนไทย จึงได้ร่วมมือกับเฟรมเม็กซ์ ในโครงการ “ซื้อ 1 ให้ 10 ประตูหน้าต่าง เพื่อโรงเรียนของหนู” เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือกัน ระหว่างไทวัสดุ และพันธมิตรคู่ค้า ในการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ชุมชน ควบคู่ไปกับการเดินหน้า ผลักดันธุรกิจให้เติบโตร่วมกัน  นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสดีที่ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการแบ่งปันสิ่งดีๆกลับคืนสู่สังคมอีกด้วย

    “ไทวัสดุ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นโครงการ “ซื้อ 1 ให้ 10 ประตูหน้าต่าง เพื่อโรงเรียนของหนู” ก้าวสู่การส่งต่อครั้งแรก ให้กับโรงเรียนบ้านกองม่องทะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยทีมงานไทวัสดุและเฟรมเม็กซ์ ได้เข้าไปดำเนินการติดตั้งประตูและหน้าต่างใหม่ที่อาคารเรียนมัธยม พร้อมส่งมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา รวมถึงเงินสมทบทุนเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาโรงเรียนและดูแลนักเรียนกว่า 350 คน สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทวัสดุ ต่อการส่งเสริมความเท่าเทียมและยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยในพื้นที่ห่างไกล สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจควบคู่การดูแลสังคมภายใต้ปรัชญา CRC Care ของเซ็นทรัล รีเทล ในด้าน Care for the Community” นางสาวอุทัยวรรณ กล่าว

    ด้าน นายชัยศักดิ์ ภูมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองม่องทะ กล่าวว่า โรงเรียนบ้านกองม่องทะทำหน้าที่เป็นเสมือนบ้านหลังที่สองของเด็ก ๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาคารเรียนหลายส่วนอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม โดยเฉพาะประตู–หน้าต่างที่ชำรุด เปิดช่องให้ลม ฝน และแมลงเข้ามา ทำให้เด็ก ๆ ต้องเรียนในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ขณะที่โรงเรียนยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้อย่างเพียงพอ

    “ความช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้เด็ก ๆ รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกหลงลืม และยังมีผู้ใหญ่ในสังคมที่พร้อมยื่นมือมาดูแล สิ่งนี้จะสร้างประโยชน์สูงสุดในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของน้องๆนักเรียน ช่วยส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้ และสร้างอนาคตที่มั่นคงยั่งยืนให้กับพวกเขา พร้อมหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ มีกำลังใจเรียนรู้ เติบโต และก้าวไปเป็นกำลังสำคัญของสังคมไทยในอนาคตต่อไป” นายชัยศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

    โครงการ “ซื้อ 1 ให้ 10 ประตูหน้าต่าง เพื่อโรงเรียนของหนู” ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยในรอบที่ 2 นี้ เริ่มสะสมยอดตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2568 เพื่อนำไปสนับสนุนการปรับปรุงและพัฒนา โรงเรียนที่ยังขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกลต่อไป

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม และโปรโมชั่นดีๆ จากไทวัสดุ ได้ที่ www.thaiwatsadu.com, Line : @Thaiwatsadu , Facebook: Thai Watsadu หรือ โทร 1308

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/15/578117/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L7iaLPq9Qe4Um9WP6IU5A

  • กำแพงเพชรลงนามความร่วมมือด้านการศึกษา หวังแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมไทย-จีน | เดลินิวส์

    กำแพงเพชรลงนามความร่วมมือด้านการศึกษา หวังแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมไทย-จีน | เดลินิวส์

    กำแพงเพชรลงนามความร่วมมือด้านการศึกษา หวังแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมไทย-จีน

    รร.เตรียมนานาชาติภู่ขจร และโรงเรียนนานาชาติทีซีอี ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ความร่วมมือทางการศึกษารูปแบบใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งนักเรียน ครู และสังคมโดยรวม ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมจีน–ไทยอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5114720/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Z2E0jcxJyv7HpXip9D471

  • SISB ปักธงผู้นำการศึกษาคุณภาพดี – เข้าถึงได้

    SISB ปักธงผู้นำการศึกษาคุณภาพดี – เข้าถึงได้

    ข่าวทั่วไป Monday September 15, 2025 14:00 —ThaiPR.net

    SISB ปักธงผู้นำการศึกษาคุณภาพดี - เข้าถึงได้

    คุณยิว ฮอค โคว (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณสุนันทา ลีลาแสงสาย (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี และคุณศุภกร อุณหไพบูลย์ (ซ้าย) นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) (SISB) ถ่ายภาพร่วมกันในงาน Analyst Meeting สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 โดยระบุว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเป็นช่วงเปิดปีการศึกษาใหม่ของทุกปี ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการศึกษาที่มีคุณภาพและสามารถเข้าถึงได้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ บริษัทฯ


    เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12747670&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RcnKZzzzoMi8q0lU2SPRP

  • ไอทีดี แนะทางรอดประเทศไทย เน้นลงทุนเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว

    ไอทีดี แนะทางรอดประเทศไทย เน้นลงทุนเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว

    ไอทีดี เผย “เศรษฐกิจดิจิทัล” ทางรอดประเทศไทย หลังรายงานลงทุนโลกปี 2568 จัดทำโดย UNCTAD พบว่า เมือปี 2567 เศรษฐกิจดิจิทัลโลกมีมูลค่าลงทุนพุ่ง สวนทาง FDI โลกที่ลดลงถึง 11% แนะไทยหันดึงลงทุนเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว เหตุมีศักยภาพหลายด้าน

    นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) เปิดเผยว่า ไอทีดีจัดสัมมนา การค้าและการพัฒนาในภูมิอาเซียนปี 68 (Southeast Asia Trade and Development Forum 2025) เพื่อจับตามองทิศทางเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยถอดบทเรียนจากรายงานการลงทุนโลกปี 68 (World Investment Report 2025) จัดทำโดยการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ที่ระบุว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกปี 67 ลดลงถึง 11% ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตอกย้ำว่าเศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การปรับกติการค้าพหุภาคี แรงกดดันสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นความท้าทายที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก โดยอาเซียน และไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

    ทั้งนี้ แม้ไทยและอาเซียนอยู่ห่างจากสมรภูมิหลักอย่างสหรัฐฯ และยุโรป แต่ผลกระทบเกิดขึ้นชัดเจน เพราะเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออก จึงต้องเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้า มาตรการภาษีของสหรัฐฯ มาตรการกีดกันทางการค้าต่างๆ ซึ่งกระทบอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เกษตร ท่องเที่ยว ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อม ไทยต้องรับมือกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงและถี่ขึ้น อีกทั้งการแข่งขันของมหาอำนาจสหรัฐฯ และจีนก็กำลังดึงเอาอาเซียน และไทยเข้าสู่สมรภูมิอิทธิพลทางการค้า เทคโนโลยี และความมั่นคง

    “ท่ามกลางความปั่นป่วนนี้ อาเซียนถูกจับตามองว่าเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ เพราะยังเห็นการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งในรายงานฯ ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัล มีมูลค่าลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในปี 67 และบริษัทข้ามชาติ 100 อันดับแรกมีรายได้จากเทคโนโลยีมากกว่า 20% ทำให้ไทยมีโอกาสใช้ประโยชน์จากทำเลยุทธศาสตร์และความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ก้าวขึ้นเป็นฐานการลงทุนใหม่ของภูมิภาคได้”

    นายสุภกิจ กล่าวว่า ไทยควรใช้จุดแข็งที่มีอยู่ ทั้งด้านแรงงาน ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ดี มาต่อยอดสู่การเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน แม้การลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งลดลง แต่สำหรับไทย จะเป็นโอกาสหากเร่งดึงดูดการลงทุนในสาขาเหล่านี้ได้ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการยกระดับความยั่งยืนในระยะยาว

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2882878&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1He9tu3NKRHo-tjfwfjeWf

  • “กลุ่มบริษัทเวิร์คพอยท์” จัดงานครบรอบ 36 ปี อบอุ่นพร้อมหน้าผู้บริหาร ศิลปิน และพนักงาน

    “กลุ่มบริษัทเวิร์คพอยท์” จัดงานครบรอบ 36 ปี อบอุ่นพร้อมหน้าผู้บริหาร ศิลปิน และพนักงาน

    Save as PDF

    กลุ่มบริษัทเวิร์คพอยท์ จัดงานครบรอบ 36 ปี เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ภายใต้คอนเซปต์ “Keep Spreading Happiness” สะท้อนพันธกิจขององค์กรในการส่งต่อความสุขอย่างไม่รู้จบ เพื่อให้ทุกวันของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและพลังใจ

    เริ่มด้วยพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี คุณปัญญา นิรันดร์กุล ประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหาร ศิลปิน พิธีกร ผู้ประกาศข่าว และพนักงานในเครือเวิร์คพอยท์เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ภายในงานยังมีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา นับเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่องค์กรให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา พร้อมเป็นกำลังใจและการดูแลบุคลากรอย่างต่อเนื่อง สร้างความปลาบปลื้มใจแก่ทั้งผู้ปกครองและน้องๆ ที่ได้รับทุนการศึกษาในปีนี้

    นอกจากนี้ “มูลนิธิเวิร์คพอยท์” ได้เปิดจุดรับบริจาคอุปกรณ์การเรียนและกีฬา เพื่อนำสิ่งของที่ได้ส่งต่อไปยังน้องๆ ที่ขาดแคลน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการสานต่อภารกิจ “ส่งต่อความสุข” สร้างสังคมที่ดีเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มต่อไป…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.workpoint.co.th/en/newsroom/press-releases/1886/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%258C-%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259A-36-%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B5-%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3-%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599-%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qfjWZ99FfZ5lYGh607jA2

  • S

    S

    นายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางสาวสุน...

    SISB ปักหมุดปี 68 จำนวนนักเรียนแตะ 4.7 พันคน

    นายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางสาวสุนันทา ลีลาแสงสาย ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) (SISB) ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน “Opportunity Day” สำหรับผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 2/2568 บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยระบุว่าในปี 2568 คาดจำนวนนักเรียนแตะระดับ 4,700 คน ตั้งเป้าขยายจำนวนที่นั่ง 1,300 ที่นั่ง แบ่งเป็นสาขาประชาอุทิศเฟส 3 จำนวน 600 ที่นั่ง คาดเปิดใช้งานได้ในไตรมาส 1/2569 และเดินหน้าขยายโรงเรียนนานาชาติแห่งที่ 7 ในโซนรังสิต จังหวัดปทุมธานี

    นายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แล... SISB ปรับเป้านักเรียนปี 66 แตะ 4.1 พันคน — นายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางสาวสุนันทา ลีลาแสงสาย ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท เอสไอ…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iezpdzzvocxaw9ty1rjbm4s3vfq2125j&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gUnrJY-ttyRgjWZdH98UQ

  • “นฤมล”หวัง“พ.ร.บ.การศึกษา”ผ่านสภาฯ ชุดปัจจุบัน-ปลดล็อกสำเร็จ

    “นฤมล”หวัง“พ.ร.บ.การศึกษา”ผ่านสภาฯ ชุดปัจจุบัน-ปลดล็อกสำเร็จ

    “นฤมล”หวัง“พ.ร.บ.การศึกษา”ผ่านสภาฯ ชุดปัจจุบัน-ปลดล็อกสำเร็จ

    เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทาง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. … และการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การศึกษา จัดโดย สมาคมผู้ปริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน (แห่งประเทศไทย) โดยมีผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, รองผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วม 

                          “นฤมล”หวัง“พ.ร.บ.การศึกษา”ผ่านสภาฯ ชุดปัจจุบัน-ปลดล็อกสำเร็จ

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราได้มาพบกันครบทั้ง 245 เขตทั่วประเทศ หลายรัฐบาลพยายามที่จะผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เข้าสู่สภาฯ เพื่อจะได้ปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงอีกหลายจุดในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบัน ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคการศึกษาของไทย และยังไม่เอื้อที่จะช่วยให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษาทั่วประเทศไทยได้ 

    “เราจึงอยากจะให้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับที่เรากำลังผลักดันเข้าสู่สภาฯ สามารถปิดช่องว่างเหล่านั้นได้หมด ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อจะนำเข้าสภาฯ ก็จะเกิดการยุบสภาทุกรอบ แต่หวังว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น”

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีทั้งหมด 7 ร่าง 1 ในนั้นจะเป็นร่างของกระทรวงศึกษา ส่วนอีก 6 ร่างจะเป็นของพรรคการเมือง และกลุ่มต่างๆ ที่นำเสนอมา 

    สำหรับขั้นตอนการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น ขณะนี้อยู่ที่การพิจารณาให้ความเห็นจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งตนได้ประสานไปยังปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อให้ช่วยเร่งรัดการดำเนินการให้แล้ว โดยเราขอให้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้เข้าสภาฯ ในชุดปัจจุบัน อย่าให้มันเป็นอาถรรพ์เหมือนกับทุกชุด

                      “นฤมล”หวัง“พ.ร.บ.การศึกษา”ผ่านสภาฯ ชุดปัจจุบัน-ปลดล็อกสำเร็จ

    “อาจารย์พูดกับผู้บริหารกระทรวง และข้าราชการประจำมาเสมอว่า ภาคการเมืองมาแล้วก็ไป แต่ถ้าจะมาทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องทำงานกับข้าราชการประจำ และข้าราชการประจำก็ต้องยืนหยัดบนหลักการว่า ท่านจะทำงานเพื่อภาคการศึกษาอย่างแท้จริง 

    อาจารย์ไม่อยากให้เอาการศึกษาไปใช้เป็นเครื่องมือที่จะทำเป้าหมายทางการเมือง เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่เราเข้ามาดูแลกระทรวงศึกษา เราก็จะไม่ใช้การศึกษาเพื่อเป้าหมายทางการเมือง แต่เรามาเพื่อที่จะทำให้ภาคการศึกษาดีขึ้นจริง ๆ อาจารย์ก็หวังว่า พวกเราก็จะยึดหลักการเดียวกัน” 

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ในช่วงบ่ายของการสัมมนาในวันนี้ ขอให้ทุกคนใช้เวลาให้เต็มที่ ในการที่จะสะท้อนสิ่งที่ท่านอยากจะให้คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ที่จะมี สส.มาพูดคุยกับเรา เราต้องให้เขาเข้าใจและมาเป็นแนวร่วมเดียวกับเราในการที่จะผลักดันให้เกิดการแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ สำเร็จให้ได้ในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน

    จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ได้มอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติเพื่อเป็นการสดุดีคุณงามความดีและเป็นเกียรติประวัติ แก่บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ทางด้านการศึกษา จำนวน 52 คน และมอบโล่ประกาศกิตติคุณให้แก่คณะกรรมการสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา จำนวน 37 คน

                      “นฤมล”หวัง“พ.ร.บ.การศึกษา”ผ่านสภาฯ ชุดปัจจุบัน-ปลดล็อกสำเร็จ

    ศ.ดร.นฤมล ยังได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณารับวาระร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติว่า เรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การยกเลิกคำสั่ง คสช. แล้ว จะนำไปสู่การพิจารณาถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะไปชดเชยสำหรับคำสั่ง คสช. ที่ยกเลิกไป

    ส่วนหลัก ๆ ที่ทางผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เสนอเข้าไปก็พยายามจะให้มีส่วนของผู้ที่มีส่วนได้เสียเข้าไปอยู่ในองค์ประกอบมากกว่าที่เป็นอยู่ใน คำสั่ง ของ คสช. เช่น จะมีตัวแทนจากครู ตัวแทนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าไปกำหนดทิศทางการบริหารจัดการบุคลากรทางการศึกษา ขั้นตอนต่อไปก็จะอยู่ในชั้นกรรมาธิการที่จะมีการพิจารณา
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/638899&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0G6Pfq2_0vkOKU2LTLOdWY

  • ‘บิ๊กโปรเจกต์’ ค่อยสมัยหน้า   บอก ‘อนุทิน’ ชะลอ ‘แลนด์บริดจ์’

    ‘บิ๊กโปรเจกต์’ ค่อยสมัยหน้า บอก ‘อนุทิน’ ชะลอ ‘แลนด์บริดจ์’

    ‘นรเศรษฐ์ ปรัชญากร’ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงข่าว ว่า ภายหลังการลงพื้นที่รับฟังความเห็นของประชาชนในจังหวัดระนองและจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ และกฎหมายระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ SEC ซึ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจรากฐานและวิถีชุมชน ที่จังหวัดชุมพรบริเวณแหลมริ่ว และบริเวณอ่าวอ่างจังหวัดระนอง  

    กระบวนการการศึกษาค่อนข้างมีปัญหา ชาวบ้านรู้สึกถึงความไม่โปร่งใส และขาดการมีส่วนร่วม โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนเวทีรับฟังความเห็นจัดเพียงไม่กี่ครั้งเชิญเฉพาะหน่วยงานรัฐและผู้นำท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงไม่ได้เข้าร่วม อีกทั้งข้อมูลที่ออกมาไม่ตรงกับรายงานการศึกษาเดิม ขอบเขตการศึกษาก็ไม่ครอบคลุม ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และระบบนิเวศ และมีการศึกษาเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น ทั้งนี้ยังไม่มีการพิจารณารอยเลื่อนเปลือกโลกในพื้นที่และยังมีการเร่งรัดให้ทำภายใน 120 วันหลังจากที่รายงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงเป็นข้อกังวลว่า หากตัวกฎหมายผ่าน 120 วันไปแล้วตัวรายงานก็อาจจะผ่านไปด้วย   

    นรเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พื้นที่ท่าเรือที่จะก่อสร้างมีการทับซ้อนกับพื้นที่ที่เคยถูกเสนอเป็นพื้นที่มรดกโลก ถ้าหากก่อสร้างก็จะสูญเสียคุณค่าทางธรรมชาติอย่างถาวร พื้นที่ก่อสร้างซึ่งเป็นท่าเรือที่จังหวัดระนองมีพื้นที่ก่อสร้างเท่ากับเกาะพยาม ขณะที่ท่าเรือที่ชุมพรก็มีขนาดใหญ่ประมาณ 3.5 เท่า ของเกาะหลีเป๊ะจึงต้องใช้หินและดินถมทะเล ในปริมาณมากซึ่งการดูดทรายและการถมทะเล มีความเสี่ยงต่อการกัดเซาะชายฝั่ง เกาะพยามและชายฝั่งใกล้เคียงอาจมีความเสียหายเกิดขึ้น การระเบิดภูเขาเพื่อขนหิน และเดินเรือจำนวนมากก็ทำลายถิ่นอาศัยของสัตว์น้ำ อีกทั้งกรมชลประทานมีแผนสร้างเขื่อน 9-13 แห่ง เพื่อป้อนน้ำให้กับโครงการทำให้ชุมชนต้องแย่งชิงการใช้น้ำกับทางโครงการ ขณะที่ผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน มีชาวมอแกนและคนไทยพลัดถิ่นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ถูกย้ายถิ่นฐานและไม่มีที่อยู่อาศัยรองรับหากโครงการนี้เกิดขึ้น การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติบริเวณเกาะพยามก็จะได้รับผลกระทบหนัก ธุรกิจที่พักประมงเกิดความเสียหาย และรายงานเศรษฐกิจที่ประเมินมูลค่าชาวประมงต่ำกว่าความเป็นจริง 

    นอกจากนี้กฎหมาย SEC ประชาชนยังมีความกังวล ในเรื่องอำนาจของคณะกรรมการที่อาจล้นเกินและเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน ส่วนเรื่องผลกระทบด้านเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว การตัดถนน จากชุมพรไประนอง ผ่านพื้นที่พะโต๊ะ ซึ่งเป็นแหล่งพื้นที่ทุเรียน กาแฟ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจหมื่นกว่าล้านบาทต่อปี จะทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้ำจำนวนมากเพราะเป็นการตัดผ่านแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้ในการเกษตร ซึ่งตามกฎหมายSEC น้ำถือเป็นทรัพย์สินของรัฐ อีกทั้งมลพิษจากนิคมอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นอาจถูกพัดเข้าสู่พื้นที่เกษตรส่งผลต่อผลผลิตและสุขภาพของประชาชน และเรื่องการท่องเที่ยวอาจสูญเสียจุดขาย ทางด้านธรรมชาติและวิถีชีวิตดั้งเดิม 

    ดังนั้นกมธ.ฯ จึงมองว่าโครงการขนาดใหญ่แบบนี้อยากให้มีการทบทวนให้รอบคอบ และชะลอการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ ผลักดันกฎหมาย SEC และรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน และอยากให้มีการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA โดยให้สภาพัฒน์หรือหน่วยงานกลางเป็นผู้ดำเนินการก่อนตัดสินใจเพื่อประเมินผลกระทบเชิงพื้นที่ และเชื่อมโยงโครงการทั้งหมดเป็นรายงานเดียว ส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มมีส่วนร่วมโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ชาวมอแกนหรือคนไทยพลัดถิ่น และอยากเสนอให้มีการพัฒนาภาคใต้ตามศักยภาพพื้นที่และสนับสนุนเกษตรยั่งยืนการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และทำโครงการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตท้องถิ่น ไม่ใช่เป็นการพัฒนาที่ยัดเยียดลงไป 

    “ชาวบ้านไม่ได้กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้กลัวการพัฒนาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น แต่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในโครงการที่จะเกิดขึ้น ชาวบ้านไม่ต้องการความเจริญที่ถูกยัดเยียดเข้ามา เป็นการเจริญที่ผิดฝาผิดตัว จากวิถีชีวิตหรือศักยภาพในพื้นที่ที่มีอยู่แล้ว แต่ต้องการพัฒนา ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง” 

    นรเศรษฐ์ อยากสื่อสารไปยังผู้มีอำนาจ ว่าอยากให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชน คำนึงถึงวิถีเศรษฐกิจฐานรากวิถีชีวิตดั้งเดิม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โครงการขนาดใหญ่ ที่รัฐบาลอยากผลักดันมีความชอบธรรมและยั่งยืนและจากการที่ฟังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะมีแจ้งว่าจะมีแผนงาน ผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ให้เกิดขึ้นนั้น จริง ๆ แล้วโครงการขนาดใหญ่แบบนี้เงินลงทุนระดับหลายล้านบาท และต้องใช้เวลาในการก่อสร้างนับ 10 ปีมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง 

    “รัฐบาลของนายอนุทินมีเวลากำหนดไว้ชัดเจน ที่จะยุบสภาภายใน 4 เดือน จึงอยากจะวิงวอนให้ชะลอการผลักดันโครงการนี้ออกไปก่อนและศึกษาให้รอบคอบ โครงการใหญ่ขณะนี้ควรเป็นฉันทามติของประชาชนของประชาชนทั้งประเทศ เพราะทรัพยากรทะเลของไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นของประชาชนทุกคนในประเทศนี้ ถ้าต้องการจะผลักดันจริง ๆ ก็ให้ใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงครั้งหน้าถ้าประชาชนเห็นด้วยได้รับเลือกให้กลับมาอย่างล้นหลาม เป็นรัฐบาลก็จะมีความชอบธรรมในการผลักดันโครงการ จากการได้รับฉันตามมติจากประชาชนในการเลือกตั้ง”

    — นรเศรษฐ์ กล่าว

    เมื่อถามว่าในระยะเวลา 4 เดือนรัฐบาลจะผลักดันโครงการได้แค่ไหน นรเศรษฐ์  กล่าวว่า ไม่ใช่เวลาที่เหมาะเพราะรัฐบาลมีเวลาเจาะจงไว้แล้วว่าจะยุบสภาภายใน 4 เดือน ถ้าจะผลักดันโครงการขนาดใหญ่แบบนี้ควรทำเป็นนโยบาย เพื่อให้ได้ฉันทามติและกลับมาทำในฐานะรัฐบาลในอนาคต และรายงานทั้งหมดจะเสร็จได้คงไม่ทัน 4 เดือนแต่ถ้ารัฐบาลที่ต้องการผลักดันนโยบายนี้ก็ควรเป็นรัฐบาล ที่มีระยะเวลาในการทำงานระยะยาวมากกว่า  

    กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอาจจะอยู่ยาวกว่า 4 เดือน นรเศรษฐ์ กล่าวว่า อนุทิน จะดำเนินการตาม MOA ที่ได้ให้สัญญาไว้ ดังนั้นกฎหมายที่รัฐบาลนายอนุทินจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น รวมถึงการผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญ โครงการขนาดใหญ่สามารถศึกษาไปพร้อมกันได้ แต่ไม่ควรรีบเร่งเนื่องจากกระบวนการศึกษาผลกระทบและสิ่งแวดล้อมยังเป็นคำถามทั้งในแง่ของกระบวนการและเนื้อหาหากจะผลักดันโครงการลักษณะแบบนี้ ควรจะทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ และรายงานต่าง ๆ ที่มีปัญหาก็ควรรื้อกลับมาทำใหม่ 

    ชี้หน้าที่ ‘สว.’ ต้องตรวจสอบการทำงาน ’รัฐบาล’ หลังมีจ้องเช็คบิลเตรียมสอบ ‘งบฯซอฟต์พาวเวอร์’ 

    พร้อมกันนี้ได้กล่าวถึงกรณีมี ‘สว.’ ยื่นตรวจสอบงบฯซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ว่า ได้ข่าวมาเหมือนกันว่าจะมีคนตรวจสอบงบซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งมีสว.มีความเชี่ยวชาญหลายคนที่ตนรู้จักมีความเชี่ยวชาญเรื่องนโยบายซอฟพาวเวอร์ แต่ยังไม่ได้พูดคุยว่าจะมีการตรวจสอบอย่างไร ในส่วนของ กมธ. พัฒนการเมืองฯสว. ภารกิจคือการติดตามเรื่องการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน และโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการเพราะฉะนั้น ในเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์คงไม่ใช่ภารกิจหลักของ กมธ.นี้ 

    เมื่อถามถึงกรณีที่หลายคนมองว่าเหมือนเป็นการเช็คบิลอดีตนายกฯ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าการตรวจสอบโครงการทุกโครงการ มีความจำเป็นที่จะต้องทำ และเป็นหน้าที่ของ สว. ที่ติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอยู่แล้ว  สว. ที่สนใจเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ก็เป็นสิทธิ์ที่จะตรวจสอบได้ พร้อมกับเชิญชวน สว. ทุกคน อยากให้ทำหน้าที่ตรวจสอบทุกเรื่องที่มีความสนใจ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/senators-warn-anutin-about-large-scale-projects&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2s5GT8c_ksiHPoV-M_LVKB

  • “นฤมล” สัมมนา พ.ร.บ.การศึกษา ลั่นไม่ใช้การเมืองเป็นเครื่องมือ

    “นฤมล” สัมมนา พ.ร.บ.การศึกษา ลั่นไม่ใช้การเมืองเป็นเครื่องมือ

    “นฤมล” เปิดเวทีสัมมนา วอนอยากเห็นทุกคนช่วยกันผลักดันให้ พ.ร.บ.การศึกษาจบในสมัยนี้ ลั่นไม่ใช้การเมืองเป็นเครื่องมือ

    วันที่ 15 กันยายน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการสัมมนา “ทิศทาง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ” จัดโดยสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน (แห่งประเทศไทย) โดยมีผู้บริหารการศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยนฤมลกล่าวว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนี้จะสำเร็จ เพื่อเป็นการปลดล็อกปัญหาที่คั่งค้างในวงการศึกษามาอย่างยาวนานและช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยขอให้ทุกคนร่วมมือกันเพื่อผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้สำเร็จ อย่าให้เป็นเหมือนอาถรรพ์ที่ร่างกฎหมายถูกปัดตกทุกครั้งที่มีการยุบสภา

    นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังได้ย้ำกับข้าราชการทุกคนว่า ไม่อยากให้เอาการศึกษาไปใช้เป็นเครื่องมือที่จะทำเป้าหมายทางการเมือง และยืนยันว่าการทำงานของตนและพรรคกล้าธรรมจะมุ่งเน้นที่การพัฒนาการศึกษาอย่างแท้จริง ไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง.

    ทั้งนี้ในช่วงท้ายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณเพื่อเชิดชูบุคลากรด้านการศึกษาที่อุทิศตนเพื่อราชการจำนวน 52 คน และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้คณะกรรมการสมาคมผู้บริหารการศึกษาอีก 37 คนด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2882905&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R9yk1_xKlZox1O7JDYpxA