Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • แมร์ทซ์: อิสราเอลกำลังทำ “งานสกปรก” แทนชาติตะวันตก

    แมร์ทซ์: อิสราเอลกำลังทำ “งานสกปรก” แทนชาติตะวันตก

    🔹ฟรีดริช แมร์ทซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้ให้สัมภาษณ์เชิงวิพากษ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อย โดยยอมรับถึงบทบาทที่ก่อให้เกิดความเสียหายของระบอบไซออนิสต์ในภูมิภาค พร้อมระบุว่าการโจมตีอิหร่านล่าสุดของระบอบนี้คือ “งานสกปรก” ที่อิสราเอลทำแทนชาติมหาอำนาจตะวันตก
    🔹แมร์ทซ์ได้อธิบายการกระทำก้าวร้าวของอิสราเอลต่อสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านว่าเป็น “งานสกปรก” ซึ่งเท่ากับเป็นการยอมรับถึงความไม่ชอบธรรมและไร้มนุษยธรรมของปฏิบัติการดังกล่าว
    โดยเขาให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ZDF ของเยอรมนี ระหว่างการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 (G7) ที่จัดขึ้นในแคนาดา โดยระบุว่า:
    🔹“นี่คืองานสกปรกที่อิสราเอลทำแทนพวกเราทุกคน”
    🔹แม้คำพูดของแมร์ทซ์จะใช้ถ้อยคำในเชิงเป็นปฏิปักษ์ แต่ในทางปริยาย เขายอมรับว่าตะวันตกไม่สามารถจัดการกับอิหร่านได้ และจึงต้องพึ่งอิสราเอลให้ทำ “งานสกปรก” แทน

  • ขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีเป้าหมายยุทธศาสตร์

    ขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีเป้าหมายยุทธศาสตร์

    ขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีเป้าหมายยุทธศาสตร์ / เรือพิฆาต USS Thomas Hudner ของสหรัฐฯ เคลื่อนตัวสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก / ทหารเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 70 ราย / ขีปนาวุธพุ่งเป้าหมายที่เมืองไฮฟา

    🔹สื่อของระบอบไซออนิสต์รายงานว่า อิหร่านได้เริ่มต้นคลื่นการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งที่ 5 แล้ว โดยระบุว่า ขีปนาวุธชุดที่ห้านี้ได้พุ่งเป้าหมายไปยังทั่วทุกพื้นที่ในอิสราเอล
    🔹แหล่งข่าวภาษาฮีบรูระบุว่า ขีปนาวุธของอิหร่านได้โจมตีโดยตรงไปยังอาคารกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลในกรุงเทลอาวีฟ
    จากผลของการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งนี้ ทหารหญิงชาวอิสราเอล 1 นายเสียชีวิต และทหารอีกประมาณ 70 นายได้รับบาดเจ็บ

  • ตัวแทนรัสเซีย: การโจมตีครั้งนี้ไม่มีเหตุผล

    ตัวแทนรัสเซีย: การโจมตีครั้งนี้ไม่มีเหตุผล

    เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวในการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เกี่ยวกับการโจมตีของอิสราเอลต่อดินแดนของอิหร่านว่า การโจมตีครั้งนี้ รวมถึงการโจมตีต่อสถานที่นิวเคลียร์ เป็น “การโจมตีโดยไม่มีเหตุผล” และ “ไม่สามารถยอมรับได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด”

    วาซิลี เนเบนเซีย กล่าวว่า:
    “ประชาคมระหว่างประเทศไม่สามารถ – และไม่ควร – เพิกเฉยต่อการยั่วยุอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้”
    เขาเตือนว่า: “การยอมให้เกิดการกระทำเช่นนี้จะนำไปสู่สงครามครั้งใหญ่ และเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของโลก”

    เนเบนซยา เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงประเมินการโจมตีของอิสราเอลอย่างจริงจัง และ “เรียกร้องให้ยุติการใช้กำลังทุกรูปแบบโดยทันที”
    เขาย้ำว่า การโจมตีพลเรือนชาวอิหร่านควรถูกประณาม และกล่าวว่า ไม่มีองค์กรใดของสหประชาชาติ ทั้งสำนักงานพลังงานปรมาณูสากลหรือคณะมนตรีความมั่นคง ออกมาประณามการกระทำของอิสราเอลเลย

    “เราควรประณามการโจมตีของอิสราเอลต่อสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน เพราะเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลและไม่อาจยอมรับได้”

    เนเบนซยา ระบุว่า คำเรียกร้องของรัสเซียให้ยุติการปะทะไม่ได้รับการตอบสนอง และอิสราเอลยังบ่อนทำลายความพยายามทุกประการในการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
    เขาย้ำว่า อิสราเอลไม่ให้ความเคารพต่อกฎหมายและกฎบัตรของสหประชาชาติ ขณะที่ประเทศตะวันตกก็ยังคงนิ่งเฉยต่อการโจมตีของอิสราเอล

    เอกอัครราชทูตรัสเซียกล่าวว่า ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต้องปฏิบัติตามหน้าที่ในการแก้ไขปัญหานี้ โดยกล่าวโทษประเทศเหล่านี้ว่า ละเลยและไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA)

    เขายังกล่าวถึงการถอนตัวฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ และการไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีของประเทศในกลุ่มยุโรป (E3) ต่อ JCPOA โดยระบุว่า สหรัฐฯ ได้ทำลายแนวทางการทูตและผลลัพธ์จากคณะกรรมาธิการ JCPOA ด้วยการคว่ำบาตรใหม่ ๆ ทั้งที่อิหร่านได้ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงและอนุญาตให้มีการตรวจสอบมากที่สุดภายใต้ NPT

    สุดท้าย เขากล่าวหาสื่อกระแสหลักว่าอยู่ในแนวทางเดียวกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอล และระบุว่า ขณะนี้เราเห็นการโจมตีของอิสราเอลต่ออิหร่านซึ่งได้รับการสนับสนุนทางวาจาจากฝรั่งเศส

  • สถานการณ์ปัจจุบันของโรงงานนิวเคลียร์

    สถานการณ์ปัจจุบันของโรงงานนิวเคลียร์

    ที่ฟอร์โด มีความเสียหายเล็กน้อยในบางพื้นที่ ซึ่งจากมุมมองทางเทคนิคแล้ว ไม่ถือว่าเป็นความเสียหายร้ายแรง ในอิสฟาฮานก็มีการโจมตีบางโกดังเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้เกิดไฟไหม้ แต่ไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรง

    จากการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า อุปกรณ์และวัสดุสำคัญจำนวนมากได้ถูกย้ายออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น โรงงานจึงไม่ได้รับความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ โชคดีที่เหตุการณ์เหล่านี้ไม่มีผู้เสียชีวิต

    ในกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้น การฟื้นฟูจะดำเนินการด้วยคุณภาพที่ดีกว่าเดิม และด้วยความสามารถทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และทรัพยากรบุคคลของอิหร่าน ความเสียหายเหล่านี้จะได้รับการชดเชยในเร็วๆ นี้

  • สถานการณ์การป้องกันทางอากาศของอิหร่านในการทำสงครามกับอิสราเอล

    สถานการณ์การป้องกันทางอากาศของอิหร่านในการทำสงครามกับอิสราเอล

    ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านสามารถยิงเครื่องบินรบของระบอบไซออนิสต์ (อิสราเอล) ตกได้ 2 ลำ
    ตามรายงานระบุว่า นักบินของหนึ่งในเครื่องบินรบที่ถูกยิงตกเป็นผู้หญิง และเธอถูกจับเป็นเชลยแล้ว
    กองทัพยังได้ประกาศว่า กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ยิงโจมตีเครื่องบินรบ F-35 ของอิสราเอลจำนวน 2 ลำ และโดรนขนาดเล็กจำนวนมากจนถูกทำลาย
    ตามรายงาน ระบุว่า หนึ่งในเครื่องบินรบดังกล่าวตกในพื้นที่เมืองฟอร์โด

  • ฉลอง 70 ปี สัมพันธ์ไทย-อิหร่าน เปิดโลกวัฒนธรรมเปอร์เซีย

    ฉลอง 70 ปี สัมพันธ์ไทย-อิหร่าน เปิดโลกวัฒนธรรมเปอร์เซีย

    ฉลอง 70 ปี สัมพันธ์ไทย-อิหร่าน เปิดโลกวัฒนธรรมเปอร์เซียกับกิจกรรม “Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต” ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมเดินทัวร์

    TK Park ร่วมกับ ศูนย์วัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย จัดกิจกรรม Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต ในโอกาสครบรอบ 70 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อิหร่าน

    พบกับกิจกรรมหลากหลายที่เข้าถึงง่าย สนุก และร่วมสมัย ชวนให้มารู้จักอิหร่าน ผ่านการ “อ่าน” และ เปิดมุมมองใหม่ต่อโลกเปอร์เซียผ่านการ “อ่าน” ในความหมายที่กว้างกว่าแค่ตัวหนังสือฉลอง 70 ปี สัมพันธ์ไทย-อิหร่าน เปิดโลกวัฒนธรรมเปอร์เซียกับกิจกรรม “Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต” ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมเดินทัวร์

    โดยมี นายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย นายวัฒนชัย วินิจจะกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) และ นายเมะดี ซาเระ ทูตวัฒนธรรม สาธารณรัฐ อิสลามแห่งอิหร่าน ประจำ กรุงเทพฯ ร่วมเป็นประธานเปิดงาน

    ร่วมด้วย คณะทูตจากหลากหลายประเทศให้เกียรติเข้าร่วม ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park โดยกิจกรรมจะจัดต่อเนื่องถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2568

    นายวัฒนชัย วินิจจะกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) กล่าวว่า กิจกรรม Read Iran ไม่ใช่แค่การจัดนิทรรศการหรือฉายภาพยนตร์ แต่คือส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ใหญ่ของ TK Park ที่อยากเป็นพื้นที่การเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรม หนังสือ เรื่องเล่า และประสบการณ์จริง

    เราหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้คน โดยเฉพาะเยาวชน ได้เปิดมุมมองใหม่ต่อโลก เข้าใจผู้อื่น และเติบโตเป็นพลเมืองโลกที่เคารพความหลากหลาย

    กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการหนังสือและงานศิลปะจากอิหร่าน ทั้งหนังสือหายากและผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตของชาวอิหร่านในรูปแบบที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

    งานเวิร์กชอประบายสีภาพวาดลวดลายเปอร์เซีย เป็นเทคนิคการระบายสีด้วยสีน้ำหมึก และทองคำ ผสานกับน้ำผึ้ง ตามแบบฉบับศิลปะเปอร์เซียดั้งเดิม โดยศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมและการออกแบบแบบดั้งเดิมของอิหร่าน รวมทั้ง การเปิดฉายภาพยนตร์อิหร่านคัดสรร 4 เรื่อง ที่จะพาไปรู้จักอิหร่านในแง่มุมที่อบอุ่น เข้าถึงง่าย และลึกซึ้งกว่าที่เคยรู้จัก

    นอกจากนี้ ยังตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมเดินทัวร์ “Following the Rose: ตามรอยกุหลาบ” สำรวจชุมชนเปอร์เซียในกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม และปิดท้ายในวันที่ 15 มิถุนายน กับกิจกรรม “รสชาติเปอร์เซีย” เปิดประสบการณ์ลิ้มรสชาและขนมแบบฉบับเปอร์เซีย พร้อมฟังเรื่องเล่าจากวัฒนธรรมอาหารที่เต็มไปด้วยสีสันและความหมาย

  • “Read Iran” สัปดาห์วัฒนธรรมและเทศกาลภาพยนตร์ “มากกว่าหนังสือคือชีวิต” ฉลองสัมพันธ์ 70 ปี ไทย-อิหร่าน

    “Read Iran” สัปดาห์วัฒนธรรมและเทศกาลภาพยนตร์ “มากกว่าหนังสือคือชีวิต” ฉลองสัมพันธ์ 70 ปี ไทย-อิหร่าน

    ช่วงเวลาพิเศษเกิดขึ้นแล้วที่ “Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต” เมื่อ Dr. Nassereddin Heidari เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย และ Mr. Mahdi Zare ทูตวัฒนธรรม สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจํากรุงเทพฯ นายวัฒนชัย วินิจจะกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ TK Park พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานทูตหลากหลายประเทศ ร่วมเปิดประตูสู่โลกแห่งวัฒนธรรมเปอร์เซีย
    .
    บรรยากาศในงานอบอุ่นทั้งจากความใส่ใจของทางสถานทูตและทีมงาน TK Park ที่ต้องการให้ “Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต” เป็นมากกว่านิทรรศการ แต่เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมที่ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น
    .
    จุดที่น่าประทับใจที่สุดคือการชมภาพยนตร์ “In the Arms of the Tree” ที่เปิดมุมมองใหม่ให้เราได้รู้จักอิหร่านในแง่มุมที่อ่อนโยนและลึกซึ้ง ขณะที่มุม Idea Space อัดแน่นไปด้วยหนังสือ งานศิลปะ หัตถกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวเปอร์เซีย รวมถึงเวิร์กช็อป “วาด ระบาย ลวดลายเปอร์เซีย” ที่น่าตื่นเต้นโดยศิลปินชาวอิหร่าน ออราช เกรโรอิยาน (Arash Geroeian) ที่ได้ถ่ายทอดเทคนิคการระบายสีตามแบบฉบับเปอร์เซียดั้งเดิม ให้ทุกคนได้สัมผัสจิตวิญญาณและความงามของศิลปะอิหร่าน
    นายวัฒนชัย วินิจจะกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ TK Park กล่าวว่า “หนังสือ ศิลปะ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมคือกุญแจสำคัญในการสร้าง “พลเมืองโลก” ที่เข้าใจและเคารพในความแตกต่างของกันและกัน”
    .
    “Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7-15 มิถุนายน นี้ เวลา 10:00–20:00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์) ที่ TK Park ชั้น 8 centralwOrld พร้อมกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งการฉายภาพยนตร์อิหร่านคัดสรร เวิร์กช็อปโดยศิลปินชาวอิหร่าน TK Chat Walk: Following the Rose ตามรอยกุหลาบ ทัวร์ชุมชนตามรอยมรดกเปอร์เซียในกรุงเทพฯ และนิทรรศการพิเศษที่มุม Idea Space
    .
    งานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อเราเปิดใจเรียนรู้ วัฒนธรรมที่แตกต่างก็สามารถเชื่อมโยงหัวใจของเราได้ มาร่วมสัมผัสความงดงามของอิหร่านและเปิดโลกทัศน์ใหม่ไปด้วยกัน
  • R

    AOC 1441 เตือนภัย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” อ้างเป็น “ตำรวจ” ข่มขู่ผู้เสียหายเอี่ยวคดีฟอกเงิน – ยาเสพติด พบสูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

    AOC 1441 เตือนภัย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” อ้างเป็น “ตำรวจ” ข่มขู่ผู้เสียหายเอี่ยวคดีฟอกเงิน – ยาเสพติด พบสูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

    นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 26 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย

    คดีที่ 1 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 14,115,680 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นพนักงานขนส่งแจ้งว่าเอกสารของผู้เสียหายถูกตีกลับ และได้โอนสายสนทนาไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ผู้เสียหายดำเนินการแจ้งความ จากนั้นมิจฉาชีพให้เพิ่มเพื่อนทาง Line อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า การฟอกเงิน และยาเสพติด ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากไม่ทำตามจะได้รับโทษขั้นร้ายแรง ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป ภายหลังไม่สามารถติดต่อมิจฉาชีพได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) มูลค่าความเสียหาย 3,257,056 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางแอปพลิเคชันหาคู่ ใช้โพรไฟล์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี การศึกษาดี ผู้เสียหายสนใจจึงพูดคุยสักระยะหนึ่งแล้วเพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพชักชวนให้โอนเงินเพื่อร่วมลงทุน แจ้งว่าเพื่อต้องการสร้างชีวิตคู่ไปด้วยกัน โดยเป็นการโอนเงินให้มิจฉาชีพนำไปลงทุนให้ หลังโอนเงินไปมิจฉาชีพแจ้งว่ากำลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน หากผู้เสียหายไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องให้โอนเงินไปเพื่อให้พ้นข้อกล่าวหา ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้ ภายหลังมิจฉาชีพแจ้งให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 3,330,587 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่จากกองคลัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แจ้งว่าได้จัดส่งอีเมลให้ 2 ฉบับ แต่ผู้เสียหายได้รับเพียง 1ฉบับ มิจฉาชีพจึงขอให้เพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่าจะมีการคุ้มครองบัญชีเงินฝาก โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเพื่อทำการคุ้มครองเงินฝาก และแจ้งว่าเป็นการโอนเงินชั่วคราวจะได้รับเงินคืน ภายหลังโอนเงินไปไม่สามารถติดต่อได้และไม่ได้รับเงินคืน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,854,035 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Instagram ใช้โพรไฟล์เป็นหนุ่มฐานะดี จากนั้นมิจฉาชีพชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพแจ้งว่าให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมแล้วจะได้รับค่าคอมมิชชัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปช่วงแรกได้รับเงินคืนจริง ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่า
    ต้องโอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ค่าประกันบัญชี และค่านิติบุคคล ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,514,660 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีที่ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน และสามารถนำเงินที่ถูกหลอกกลับคืนมาได้ แต่จะต้องโอนเงินไปตามขั้นตอนเพื่อตรวจสอบบัญชี ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป จากนั้นมิจฉาชีพยังคงติดต่อให้โอนเงินเพิ่มอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่เหลือเงินในบัญชี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก

    สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 25,072,018 บาท

    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้
    1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,766,746 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,062 สาย
    2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 684,603 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,280 บัญชี
    3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 217,405 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.76 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 159,294 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.27 (3) หลอกลวงลงทุน 96,853 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.15 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 90,116 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.16 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 49,155 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.18 (และคดีอื่นๆ 71,780 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.48)

    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้กลอุบายข่มขู่ผู้เสียหาย โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ลวงว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า คดีฟอกเงิน และยาเสพติด ขณะเดียวกันมิจฉาชีพยังมีการหลอกลวงให้รัก รับรางวัล หรือการหารายได้พิเศษ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว

    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

    หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441
    แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)
    | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com

    ————————————————————————————–

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaigov.go.th/news/contents/ministry_details/97035&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l1DT7uuk-zDbbOo_xBHcR

  • R

    AOC 1441 เตือนภัย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” อ้างเป็น “ตำรวจ” ข่มขู่ผู้เสียหายเอี่ยวคดีฟอกเงิน – ยาเสพติด พบสูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

    AOC 1441 เตือนภัย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” อ้างเป็น “ตำรวจ” ข่มขู่ผู้เสียหายเอี่ยวคดีฟอกเงิน – ยาเสพติด พบสูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

    นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 26 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย

    คดีที่ 1 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 14,115,680 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นพนักงานขนส่งแจ้งว่าเอกสารของผู้เสียหายถูกตีกลับ และได้โอนสายสนทนาไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ผู้เสียหายดำเนินการแจ้งความ จากนั้นมิจฉาชีพให้เพิ่มเพื่อนทาง Line อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า การฟอกเงิน และยาเสพติด ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากไม่ทำตามจะได้รับโทษขั้นร้ายแรง ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป ภายหลังไม่สามารถติดต่อมิจฉาชีพได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) มูลค่าความเสียหาย 3,257,056 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางแอปพลิเคชันหาคู่ ใช้โพรไฟล์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี การศึกษาดี ผู้เสียหายสนใจจึงพูดคุยสักระยะหนึ่งแล้วเพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพชักชวนให้โอนเงินเพื่อร่วมลงทุน แจ้งว่าเพื่อต้องการสร้างชีวิตคู่ไปด้วยกัน โดยเป็นการโอนเงินให้มิจฉาชีพนำไปลงทุนให้ หลังโอนเงินไปมิจฉาชีพแจ้งว่ากำลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน หากผู้เสียหายไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องให้โอนเงินไปเพื่อให้พ้นข้อกล่าวหา ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้ ภายหลังมิจฉาชีพแจ้งให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 3,330,587 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่จากกองคลัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แจ้งว่าได้จัดส่งอีเมลให้ 2 ฉบับ แต่ผู้เสียหายได้รับเพียง 1ฉบับ มิจฉาชีพจึงขอให้เพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่าจะมีการคุ้มครองบัญชีเงินฝาก โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเพื่อทำการคุ้มครองเงินฝาก และแจ้งว่าเป็นการโอนเงินชั่วคราวจะได้รับเงินคืน ภายหลังโอนเงินไปไม่สามารถติดต่อได้และไม่ได้รับเงินคืน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,854,035 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Instagram ใช้โพรไฟล์เป็นหนุ่มฐานะดี จากนั้นมิจฉาชีพชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพแจ้งว่าให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมแล้วจะได้รับค่าคอมมิชชัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปช่วงแรกได้รับเงินคืนจริง ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่า
    ต้องโอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ค่าประกันบัญชี และค่านิติบุคคล ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

    และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,514,660 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีที่ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน และสามารถนำเงินที่ถูกหลอกกลับคืนมาได้ แต่จะต้องโอนเงินไปตามขั้นตอนเพื่อตรวจสอบบัญชี ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป จากนั้นมิจฉาชีพยังคงติดต่อให้โอนเงินเพิ่มอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่เหลือเงินในบัญชี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก

    สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 25,072,018 บาท

    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้
    1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,766,746 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,062 สาย
    2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 684,603 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,280 บัญชี
    3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 217,405 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.76 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 159,294 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.27 (3) หลอกลวงลงทุน 96,853 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.15 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 90,116 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.16 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 49,155 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.18 (และคดีอื่นๆ 71,780 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.48)

    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้กลอุบายข่มขู่ผู้เสียหาย โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ลวงว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า คดีฟอกเงิน และยาเสพติด ขณะเดียวกันมิจฉาชีพยังมีการหลอกลวงให้รัก รับรางวัล หรือการหารายได้พิเศษ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว

    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

    หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441
    แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)
    | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com

    ————————————————————————————–

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaigov.go.th/news/contents/ministry_details/97035&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l1DT7uuk-zDbbOo_xBHcR

  • วาด ระบาย ลวดลายเปอร์เซีย

    วาด ระบาย ลวดลายเปอร์เซีย

     เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–อิหร่าน อุทยานการเรียนรู้ TK Park ร่วมกับ ศูนย์วัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย ชวนทุกท่านมารู้จักอิหร่าน ผ่านการ “อ่าน” และกิจกรรมหลากหลายที่เข้าถึงง่าย สนุก และร่วมสมัย ภายใต้ชื่องาน Read Iran: มากกว่าหนังสือคือชีวิต

              กิจกรรมเวิร์กช็อป วาด ระบาย ลวดลายเปอร์เซีย ชวนทุกคนมาระบายสีภาพวาดลวดลายเปอร์เซีย เปิดประสบการณ์และเรียนรู้เทคนิคการระบายสีด้วยสีน้ำ หมึก และทองคำ 24 กะรัต ผสานกับน้ำผึ้ง ตามแบบฉบับศิลปะเปอร์เซียดั้งเดิม โดย ออราช เกรโรอิยาน (Arash Geroeian) ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมและการออกแบบแบบดั้งเดิมของอิหร่าน ผู้มีผลงานจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการนานาชาติทั่วโลก

              ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม กำหนดจัดในวันที่ 7–8 มิถุนายน 2568 เวลา 13:00–16:00 น. รับจำนวนจำกัดเพียงวันละ 10 ท่าน คลิกลงทะเบียนล่วงหน้า สำหรับวันเสาร์ที่ 7↗ และวันอาทิตย์ที่ 8↗

     

              หมายเหตุ

              1. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม แต่หากผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นสมาชิก TK Park จะมีค่าเข้าพื้นที่วันละ 20 บาท/คน ไม่จำกัดจำนวนครั้งเข้า–ออกภายในวันนั้น หรือสมัครสมาชิก TK Park แบบรายปีเพื่อเข้าพื้นที่ได้ไม่จำกัดครั้งตลอดปี ตามรายละเอียดดังนี้↗

              2. อุทยานการเรียนรู้ TK Park ไม่มีบริการประทับตราจอดรถฟรี ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจอดรถ เป็นไปตามเงื่อนไขของศูนย์การค้า centralwOrld

     

    ___________________________

     

    เกี่ยวกับศิลปิน

              ออราช เกรโรอิยาน (Arash Geroeian) เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2524 (เตหะราน ประเทศอิหร่าน) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาพวาดเปอร์เซียด้วยสีน้ำและสื่อผสม และงานออกแบบแบบดั้งเดิมของอิหร่าน ผลงานอื่น ๆ ของเขา ได้แก่ การออกแบบพรมและพรมปูพื้น การตกแต่งเวทีและภาพยนตร์

              เขามีผลงาน 3 ชิ้นอยู่ในพิพิธภัณฑ์เตหะราน และจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวและกลุ่มมากกว่า 70 ครั้งทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ภาพวาดของเขายังถูกเก็บรักษาไว้ในคอลเลกชั่นส่วนตัวในประเทศต่าง ๆ เช่นกัน

     

    เกี่ยวกับจิตรกรรมขนาดเล็กของเปอร์เซีย

              จิตรกรรมขนาดเล็กของเปอร์เซียเป็นภาพวาดรูปแบบเฉพาะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบสองพันปี ซึ่งมีต้นกำเนิดในเปอร์เซีย ปรากฏในหนังสือศาสนาและผลงานของกวีในช่วงแรก แต่ต่อมาได้กลายมาเป็นภาพวาดรูปแบบอิสระที่มีรูปแบบและการออกแบบเป็นของตัวเอง

    จิตรกรรมเปอร์เซียมีพื้นฐานมาจากความเชื่อและการทำสมาธิแบบดั้งเดิมของชาวอิหร่าน ซึ่งต่อมาได้ผสานเข้ากับความคิดของศาสนาอิสลาม คุณลักษณะที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของจิตรกรรมเปอร์เซียคือไม่มีการใช้มุมมองและเงาในงานศิลปะประเภทนี้ ตัวอย่างเช่น วัตถุและสิ่งของในภาพเหมือนจะถูกวาดในระยะห่างเท่ากันไม่ว่าจะใกล้หรือไกลเพื่อหลีกเลี่ยงมุมมองและเงา เนื่องจากจิตรกรเชื่อว่าโลกนี้เป็นเงาของโลกในอดีต

              ในอดีต จิตรกรมืออาชีพและชำนาญจะได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์และสุลต่านในสมัยนั้น และศิลปินต้องทำงานร่วมกับรัฐบาล หลังจากที่พวกมองโกลโจมตีอิหร่าน จิตรกรต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของตนไปในทางที่ต่างออกไป ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างภาพวาดสไตล์จีนกับพื้นหลังแต่ในปัจจุบัน จิตรกรและศิลปินส่วนใหญ่มักจะทำงานอย่างอิสระในสไตล์ของตนเอง