Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล’ ปรับแผนลงทุน เคปแอนด์แคนทารี รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

    ‘ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล’ ปรับแผนลงทุน เคปแอนด์แคนทารี รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

    จีนหายไม่กระทบ แต่อุตสาหกรรมหดกระทบบุ๊กกิ้ง

    ภาพรวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ชลอตัว แต่ด้วยความที่โรงแรมในกลุ่มของเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวจากจีนมากนัก ทำให้ภาพรวมของโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ หัวหิน ยังสามารถเติบโตได้ดีในแง่ของการเติบโตของรายได้

    ส่วนโรงแรมที่อยู่ในโลเกชั่นในเมืองที่มีนิคมอุตสาหกรรม ก็ได้รับผลกระทบบ้าง เนื่องจากมีโรงงานบางส่วนปิดตัวลง และโรงงานอีกบางส่วนลดกำลังการผลิต ทำให้ลูกค้าในกลุ่มผู้บริหารที่มาพักโรงแรมเพื่อธุรกิจลดลง

    “เคปแอนด์แคนทารี มีลูกค้าหลักใน 2 ตลาด คือ 1.ตลาดเลเชอร์ เราไม่ได้พึ่งตลาดจีนมาก จีนชลอตัวก็ไม่กระทบมาก แต่ยอมรับช่วงโลว์ซีซันนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติชลอตัวกว่าโลว์ซีซันปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้แย่ เพราะปีที่แล้วนักท่องเที่ยวเติบโตมาก ส่วนไฮซีซันที่จะถึงนี้ ถือว่าดีกว่าไฮซีซันปีที่ผ่านมา โรงแรมในเมืองท่องเที่ยว ตอนนี้ยอดบุ๊กกิ้งล่วงหน้าของเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของโรงแรมที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวของเราเกือบเต็มหมดแล้ว 2.ลูกค้าที่มาจากกลุ่มอุตสาหกรรม ก็จะมีผลกระทบจากการไม่มีไลน์การผลิตใหม่ ไม่มีการปรับปรุงโรงงาน ซึ่งเกี่ยวกับธนาคารไม่ปล่อยกู้ โรงแรมก็จะไม่ได้ลูกค้ากลุ่มนี้ที่เข้ามาตรวจโรงงาน ทำให้ลดลงไป เราก็ต้องหันไปพึ่งตลาดสัมมนา กรุ๊ปท่องเที่ยวของบริษัทต่างๆในไทยเข้ามาทดแทน”

    ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล

    โดยประเมินว่าตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มโรงงานจะหายไปราว 20 % ซึ่งชลอไปก่อนจะเกิดกรณีที่มีการเจรจาภาษีทรัมป์ หลักๆเกิดจากเศรษฐกิจในประเทศที่ไม่ค่อยดี เงินบาทแข็งค่า ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเมืองที่แพงขึ้น ตามมาด้วยความไม่เชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน ด้านความปลอดภัยในไทย

    ส่วนผลกระทบจากภาษีทรัมป์ที่จะตามมา จะยิ่งกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม รวมไปถึงอาจจะมีกรณีนักลงทุนดึงเงินออกจากตลาดหลักทรัพย์ ท้ายสุดก็จะมีผลด้านจิตวิทยา คนก็จะลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ก็จะลดการเดินทางท่องเที่ยวลงก่อน ก็จะส่งผลต่อการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

    เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์

    แต่เราก็หวังว่า โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” จะแก้ปัญหาต่างๆได้รวดเร็ว เพื่อทำให้โรงแรมต่างๆที่เข้าร่วมโครงการ มีบุ๊กกิ้งเข้ามากระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในเดือนกรกฏาคมถึงกันยายนนี้ ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซันนี้ เพราะไฮซีซันนี้โรงแรมก็มีลูกค้าจองเข้ามาอยู่แล้ว

    สำหรับโรงแรมในเครือเคปแอนด์แคนทารีขณะนี้โรงแรมที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก คือ โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย รายได้ปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 20% ซึ่งเป็นเพราะกระแสการถ่ายทำซีรีส์ The White Lotus Season 3 ขณะที่ภูเก็ตรายได้น่าจะเท่ากับปีที่แล้ว เชียงใหม่ หัวหินก็ดีอยู่

    'ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล' ปรับแผนลงทุน เคปแอนด์แคนทารี รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

    ชลอแผนลงทุนสร้างโรงแรมใหม่ ใน 3 โลเคชั่น

    อย่างไรก็ตามแม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชลอตัวทั้งในไทยและทั่วโลก อาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมบ้าง แต่ก็ไม่ได้กระทบมากเหมือนตอนช่วงที่เกิดโควิด-19 ก็ตาม

    แต่ทางเคปแอนด์แคนทารี ก็ต้องมีแผนในการรับมือ โดยเราต้องเก็บเงินไว้ก่อน ทำให้ตัดสินใจชะลอการลงทุนโครงการโรงแรม บนพื้นที่ 25 ไร่ ติดกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา จ.ชลบุรี (มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท) ออกไป

    รวมถึงแผนที่จะสร้างโรงแรมในจังหวัดอุดรธานี และขอนแก่น ที่ทางบริษัทมีแลนด์แบงก์อยู่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา ก็ต้องรอจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม ซึ่งการที่เรามองขยายโรงแรมเพิ่มในอีสาน เนื่องจากภาคอีสานเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และเรามีโรงแรมในโซนนี้ที่นครราชสีมาเท่านั้น

    'ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล' ปรับแผนลงทุน เคปแอนด์แคนทารี รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

    “เราเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ผู้ถือหุ้น ธุรกิจโรงแรมเป็นของเราเอง ไม่มีใครมากดดันต้องขยายโรงแรมให้โต เราจึงตัดสินใจเองได้ ถ้าเศรษฐกิจยังไม่ดีก็ไม่ต้องรีบก็ได้ เพราะเรามีพนักงานกว่า 2-3 พันคนที่ต้องให้เขาอยู่รอดไปกับเรา และแม้การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมจะมีสูง แต่เราเชื่อมั่นคุณภาพและการบริการ รวมถึงโปรดักซ์ที่ดี โดยไม่ต้องลงไปลดราคาแข่งกัน แต่เราเน้นบริการทำให้ลูกค้ามีความประทับใจ เช่นดูเรื่องการอัพเกรดห้องพักให้ลูกค้า การกระตุ้นการขายด้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มรายได้ต่อหัว”

    อีกทั้งเคปแอนด์แคนทารี ยังเน้นเพิ่มเติมในเรื่องของประสบการณ์ท้องถิ่น โดยทำงานใกล้ชิดกับชุมชนในพื้นที่ เนื่องจากเทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ นักท่องเที่ยวไม่ได้แค่ต้องการมาพักและใช้บริการโรงแรมอย่างเดียว แต่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น อย่างโรงแรมที่เกาะยาว ในบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า เราก็อุดหนุนขนมพื้นถิ่นของชาวบ้าน การส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน เป็นต้น”

    'ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล' ปรับแผนลงทุน เคปแอนด์แคนทารี รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

    อย่างไรก็ดีแม้เคปแอนด์แคนทารีจะหยุดการลงทุนสร้างโรงแรมใหม่ชั่วคราวในขณะนี้ แต่บริษัทก็ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาและรีโนเวตโรงแรมต่างๆในเครือที่เปิดให้บริการอยู่แล้วในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกสอดรับกับดีมานด์ของตลาด และสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามเป้าหมาย

    อาทิ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต อยู่ระหว่างการพัฒนาพูลวิลล่าใหม่ในเดือนตุลาคมนี้ รีโนเวตห้องอาหารโรงแรมแคนทารี เชียงใหม่ เช่นเดียวกับเคป นิทรา หัวหิน ที่เพิ่งรีโนเวต และรีโนเวท โรงแรมแคนทารี รามคำแหง (รามคำแหง 42) เป็นต้น

    'ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล' ปรับแผนลงทุน เคปแอนด์แคนทารี รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

    เปิดตัว Cape & Kantary Card รอยัลตี้โปรแกรม

    นอกจากนี้ล่าสุดเคปแอนด์แคนทารี ได้จัดทำโครงการ รอยัลตี้โปรแกรม “Cape & Kantary Card” เป็นครั้งแรก เพื่อสร้างแบรนด์ดิ้ง และตอบแทนและคืนกำไรให้กับลูกค้า และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงแรมกับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสะสมคะแนนจากการเข้าพักในโรงแรมทั้ง 23 แห่งในเครือ พร้อมแลกคะแนนสะสมเป็นห้องพักได้ฟรี

    โดยทุกการใช้จ่าย 1,000 บาทต่อค่าห้องพักต่อวัน สมาชิกจะได้รับ 1 คะแนนสะสม เมื่อสะสมคะแนนครบ 20 คะแนนขึ้นไป สามารถแลกห้องพักโรงแรมในเครือได้ฟรี 1 ห้อง (1 คืน) พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน (จำนวนคะแนนแลกห้องพักขึ้นอยู่กับโลเกชั่น ช่วงเวลา และโปรโมชั่น) และรับคะแนนสะสม 2 เท่าเมื่อเช็กอินในเดือนเกิด (1 ครั้งในเดือนเกิด) รวมถึงส่วนลดสำหรับบริการต่าง ๆ ได้แก่ ส่วนลด 20% สำหรับบริการซักรีด และส่วนลด 15% สำหรับบริการสปา ณ เคปสปา

    'ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล' ปรับแผนลงทุน เคปแอนด์แคนทารี รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

    ทั้งบริษัทยังมอบโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ รับคะแนนสะสม 2 เท่าเมื่อสมัครสมาชิกและเข้าพักตั้งแต่วันนี้-30 พฤศจิกายน 2568 (สำหรับการเข้าพักครั้งแรกเท่านั้น) โดยสามารถสมัครฟรี

    “เราตั้งเป้าสมาชิก Cape & Kantary Card จำนวน 6,000 คนในปีแรก ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งก่อนจะเปิดรับสมัครสมาชิกในวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เราได้เริ่มทดลองนำ 3 โรงแรมมาลองดำเนินการทดลองระบบก่อน พบว่าได้รับการตอบรับดีมากมีนักท่องเที่ยวสมัครแล้วกว่า 1,000 คน โดยลูกค้าของโรงแรมส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มมาซ้ำ” ธีรวัลคุ์ กล่าว

    ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางการดำเนินธุรกิจของเคปแอนด์แคนทารี ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจไทยและโลกที่เกิดขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/637137&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qdN7OUnK3x0J2u6s4Hp98

  • ‘เปรมศักดิ์’ ยื่นกระทู้ถามเรื่องมาตรฐานรับรองวุฒิการศึกษาต่างประเทศ!

    ‘เปรมศักดิ์’ ยื่นกระทู้ถามเรื่องมาตรฐานรับรองวุฒิการศึกษาต่างประเทศ!

    ‘สว.เปรมศักดิ์’ ฉะ ‘กพ.-อว. ‘ ไร้มาตรฐานรับรองวุฒิการศึกษาต่างประเทศ ยื่นกระทู้ถามนายกฯ ยกกรณี ‘สืบพงษ์ ปราบใหญ่’ อดีตอธิการบดีรามคำแหง ห่วงอำนาจมืดใช้ระบบตรวจสอบวุฒิฯ เป็นเครื่องมือทางการเมือง

    27 ส.ค.2568 – นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้ยื่นกระทู้ถามต่อประธานวุฒิสภาเพื่อนำส่งถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องปัญหาการรับรองคุณวุฒิจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรเข้ารับราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยกระทู้นี้ได้รับเลขรับหนังสือที่ 7146

    นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สป.อว.) ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศจำนวนมากไม่ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นธรรม ทั้งที่ควรได้รับการพิจารณาตามมาตรฐานสากล

    นพ.เปรมศักดิ์ยกกรณี นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกจาก Pacific States University สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการรับรองจาก Accrediting Council for Independent Colleges and Schools (ACICS) ว่าเป็นตัวอย่างชัดเจนของความไม่เป็นธรรม แม้เขาจะผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและบรรจุเป็นอาจารย์ตั้งแต่ปี 2554 แต่ภายหลังกลับถูกตรวจสอบซ้ำหลายเรื่อง และถูกถอดถอนตำแหน่งอธิการบดี พร้อมเพิกถอนตำแหน่งทางวิชาการ ทั้งที่กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่ามหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่ศึกษาได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล

    “กรณีนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อบุคคล แต่ยังสะท้อนว่าระบบการตรวจสอบวุฒิอาจถูกใช้เป็น เวทีเล่นงานคู่แข่งทางการเมือง ซึ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือของระบบราชการและวงการอุดมศึกษาไทย” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว

    กระทู้ดังกล่าวตั้งคำถามสำคัญต่อรัฐบาล 3 ประเด็น ได้แก่ 1.การกำหนดอำนาจหน้าที่ระหว่าง ก.พ. และ สป.อว. ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติและการใช้ดุลพินิจทางการเมือง 2.การจัดทำฐานข้อมูลกลางของสถาบันการศึกษาต่างประเทศและองค์กรรับรอง เพื่อให้การตรวจสอบโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นมาตรฐานเดียวกัน และ 3.มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมกลไกป้องกันไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งและเลือกปฏิบัติซ้ำ

    “รัฐบาลต้องชี้แจงต่อสาธารณะผ่านราชกิจจานุเบกษา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าระบบการศึกษาไทยจะไม่ตกอยู่ภายใต้เกมการเมืองหรือแรงต้านจากกลุ่มอำนาจเก่า”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/850642/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S9lXGOH9oXty-LWlByl57

  • “

    “ธีรรัตน์” ลงพื้นที่ตรวจติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน มุ่งส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟื้นฟูป่าชายเลนพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน


    26/08/2568 | 75 |

    วันนี้ (26 ส.ค. 68) เวลา 13.30 น. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน โดยมีผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ได้แก่ นางสาวเกศรัชฎา กลั่นกรอง รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นางภัสรา นทีทอง ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน นายณทศพล จันทร์ลอย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบระบายน้ำ การสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ สะพานรักษ์ทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

    โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน ดำเนินการโดยสำนักงานเขตบางขุนเทียน เพื่อป้องกันและรักษาพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งได้มีการดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2559 อาทิ การปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น ปักเสาไฟฟ้ากันคลื่น และปลูกต้นโกงกางกว่า 107,000 ต้น ทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนได้กว่า 200 ไร่ พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรม “กระบอกไม้ไผ่ 3Rs” เพื่อนำเศษไม้ไผ่มาใช้ซ้ำและลดปัญหาขยะ

    นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนในการปลูกป่าชายเลนเพิ่มเติม โดยการปลูกกล้าต้นโกงกางด้วยการใช้ท่อซีเมนต์สูง 2 เมตร ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการรอดและสะสมตะกอนดินมากขึ้น รวมทั้งจัดกิจกรรมการดูแลชายฝั่ง เช่น การปลูกต้นโกงกางกว่า 110,000 ต้น การเก็บขยะทะเล การปั่นจักรยานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นต้น ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ชายฝั่งอย่างยั่งยืน

    กองสารนิเทศ สป.มท.

    ครั้งที่ 587/2568

    วันที่ 26 ส.ค. 2568


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/418190&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IwNKhKgseqvXzB2nDNz9L

  • เทรนด์ ‘คูลเคชั่น’ ทุบซ้ำท่องเที่ยวไทย?

    เทรนด์ ‘คูลเคชั่น’ ทุบซ้ำท่องเที่ยวไทย?

    เศรษฐกิจ

    เทรนด์ ‘คูลเคชั่น’ ทุบซ้ำท่องเที่ยวไทย?

    27 ส.ค. 2025 เวลา 7:00 น.

    ดูเหมือนว่าความหวังที่เราอยากให้ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” กลับมาเท่ากับช่วงก่อนโควิดราวๆ 40 ล้านคนต่อปี จะเลือนรางออกไปไกลมากขึ้น เพราะ “ภาวะโลกร้อน” ซึ่งทำให้อุณหภูมิในหลายประเทศ หลายเมือง พุ่งสูงขึ้น บีบให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวต้องปรับตัว

        เนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มเลี่ยงจุดหมายปลายทางที่ “อากาศร้อน” และหันไปมองหาประเทศที่มีอากาศเย็นสบายแทน จนกลายเป็นเทรนด์ “คูลเคชั่น” ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน
        สื่อต่างประเทศรายงานว่า กระแสคูลเคชั่นทำให้นักท่องเที่ยวพากันเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ร้อนระอุ หันไปพักผ่อนในภูมิภาคที่อากาศเย็นสบายกว่า เช่น สแกนดิเนเวีย ซึ่งมียอดจองการเดินทางเพิ่มขึ้นถึง 27% โดยเฉพาะสวีเดนที่พุ่งสูงถึง 47% ขณะที่อิตาลีเพิ่มขึ้นเพียง 3% สะท้อนถึง “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยุโรป ซึ่งบ่งชี้ถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

        สำหรับประเทศไทย ช่วงที่ผ่านมาเราเผชิญปัญหาที่ทำให้การท่องเที่ยวซบเซาลงไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นข่าวการลักพาตัวนักแสดงชาวจีน ข่าวแผ่นดินไหว ตึกถล่ม ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงจำนวนมาก แต่ก็พอมีนักท่องเที่ยวระยะไกลจากฝั่งยุโรปมาชดเชย อย่างไรก็ตาม จากเทรนด์ “คูลเคชั่น” ที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องติดตามว่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยมากน้อยเพียงใด

        ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์คูลเคชั่นสร้างความท้าทายอย่างยิ่งต่อการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อนของนักท่องเที่ยวยุโรปและเอเชียที่ต้องการหลบหนีความหนาวเหน็บมาท่องเที่ยวพักผ่อน แต่เมื่อโลกเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงมากขึ้น นักท่องเที่ยวอาจเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศร้อนชื้นอย่างไทย ซึ่งสภาพอากาศของไทยอย่างที่เราทราบกันว่าร้อนระอุตลอดทั้งปี โดยเฉพาะหน้าร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส

        อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายนี้ยังอาจมี “โอกาส” อยู่ หากเราสามารถปรับตัวได้โดยเรียนรู้จากโมเดลต่างประเทศ หลายแห่งพยายามส่งเสริมเรื่อง Green Infrastructure เปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นสีเขียว สร้างทางเดินเท้าที่ร่มรื่น เพิ่มระบบน้ำพุกลางเมืองเพื่อลดอุณหภูมิช่วงกลางวัน หรือแม้แต่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืนที่อากาศเย็นสบายกว่าช่วงกลางวัน เช่น เปิดโบราณสถานหรือวัดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราเชื่อว่าแหล่งท่องเที่ยวไทย ยังไงก็ยังมีเสน่ห์ในตัวเองไม่น้อย!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/business/economic/1195963&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LCOB0612C9kxmNdtKCIKn

  • ‘มอเตอร์เวย์ M81’ วิ่งฟรี 13 วัน เริ่ม 29 ส.ค.นี้

    ‘มอเตอร์เวย์ M81’ วิ่งฟรี 13 วัน เริ่ม 29 ส.ค.นี้

    กรมทางหลวง เปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (มอเตอร์เวย์ M81) ระยะทาง 96 กิโลเมตรตลอดสาย โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น. ไปจนถึง วันพุธที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. รวมทั้งสิ้น 13 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 9 กันยายน 2568 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (สนามกลีบบัว)

    สำหรับด่านที่เปิดให้บริการมีจำนวนทั้งสิ้น 7 ด่าน ได้แก่ ด่านบางใหญ่, ด่านนครชัยศรี, ด่านนครปฐมฝั่งตะวันออก, ด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก, ด่านท่ามะกา, ด่านท่าม่วง และด่านกาญจนบุรี ยกเว้นด่านศีรษะทอง ทั้งนี้ เปิดทดลองให้บริการจำกัดเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และกำหนดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการใช้เส้นทาง

    การเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ M81 ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้เดินทางเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติที่สร้างความภาคภูมิใจแก่คนไทย

    นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ การขนส่งและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยวในจังหวัดนนทบุรี นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันตก อีกทั้งยังเป็นทางเลือกในการเดินทางสู่ภาคใต้ สอดคล้องกับนโยบายคมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย ที่มุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่มีมาตรฐาน สร้างโอกาสและการเข้าถึงให้กับประชาชนในทุกมิติ รวมถึงเพื่อบรรเทาความหนาแน่นของการจราจรบนเส้นทางหลัก โดยเฉพาะบริเวณถนนกาญจนาภิเษกและถนนเพชรเกษม มอเตอร์เวย์ M81 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสำหรับประชาชนผู้ใช้ทาง

    ทั้งนี้  ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดศึกษาข้อมูลการเดินทาง ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งาน และปฏิบัติตามกฎจราจร ป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตลอดการเดินทาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-motorway-free-road&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00IgJ1V-t0wjKqM3MxV7uO

  • นักธุรกิจ จับตาผลคดีคลิปเสียงฮุน เซน ออกหน้าไหนก็กระทบเศรษฐกิจ

    นักธุรกิจ จับตาผลคดีคลิปเสียงฮุน เซน ออกหน้าไหนก็กระทบเศรษฐกิจ

    นักธุรกิจ จับตาผลคดีคลิปเสียงฮุน เซน ออกหน้าไหนก็กระทบเศรษฐกิจ

    สถานการณ์การเมืองไทยในช่วงนี้ ยังคงอยู่ในความสนใจของประชาชนและนักลงทุน หลังนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม ได้ยื่นคำแถลงปิดคดีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกำหนดอ่านคำวินัจฉัยในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคมนี้

    ความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ไม่ได้สร้างความตื่นตัวเพียงด้านกฎหมายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการวางแผนธุรกิจของผู้ประกอบการไทยทั้งรายใหญ่และรายเล็ก

    ในมุมของธุรกิจ ผู้ประกอบการหลายรายต้องจับตาดูว่าการลาออก การรอดคดี หรือการถูกพักการเล่นการเมืองของนายกรัฐมนตรี จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อสภาพเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทย

    นายพีรวัส เจนตระกูลโรจน์ ทายาทรุ่นที่ 2 บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด จำกัด หรือแบรนด์ ‘ศรีฟ้า’ เบเกอรี่กาญจน์ หนึ่งในภาคธุรกิจเอกชน ที่สะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์การเมืองของไทย เปิดเผยกับ ‘ฐานเศรษฐกิจ’ ว่า หากนายกรัฐมนตรีชิงลาออกก่อนที่ศาลจะตัดสิน แม้เหตุการณ์ทางการเมืองจะมีความสำคัญ แต่สำหรับธุรกิจของเราโดยตรงนั้นแทบไม่ส่งผลกระทบใด ๆ เนื่องจากเป็นธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดเล็ก ที่เน้นทำตลาดกับผู้บริโภคโดยตรง ราคาสินค้าเข้าถึงง่ายและไม่ต้องพึ่งนโยบายรัฐหรือใช้อำนาจทางราชการในการดำเนินธุรกิจ

    อย่างไรก็ตาม ในมุมของเศรษฐกิจโดยรวม การลาออกของนายกรัฐมนตรีก่อนศาลตัดสินอาจส่งผลต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ ทำให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติลดลง เพราะนักลงทุนมักจับตาสถานการณ์ทางการเมืองเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

    นายพีรวัส เจนตระกูลโรจน์

    ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีรอดคดี แม้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจของเรา แต่การรอดคดีจะช่วยให้ความเชื่อมั่นและความต่อเนื่องของนโยบายรัฐยังไม่เกิดการสะดุด ส่งผลให้การวางแผนลงทุนของนักลงทุนต่างชาติสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นใจ

    ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีถูกลงโทษและต้องพักการเล่นการเมือง ความเสถียรของการเมืองจะลดลงอย่างชัดเจน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของต่างชาติ นักลงทุนอาจชะลอหรือย้ายการลงทุนไปประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองมากกว่า ขณะเดียวกันภาคธุรกิจที่พึ่งพานโยบายรัฐหรือการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการก็จะได้รับผลกระทบโดยตรงมากขึ้น

    นายพีรวัสกล่าวต่อว่า การเมืองไม่เสถียรภาพเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 20 ปี และส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนโดยตรง แม้ผลกระทบนี้อาจไม่ชัดเจนกับธุรกิจที่ทำตลาดตรงกับผู้บริโภคโดยไม่ต้องพึ่งนโยบายรัฐ แต่ธุรกิจที่ต้องพึ่งพารัฐบาลหรือสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ ย่อมได้รับผลกระทบมากกว่า

    การเมืองที่ไม่มั่นคงยังทำให้การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงการสนับสนุนการลงทุนหรือสิทธิประโยชน์สำหรับนักลงทุนต่างชาติไม่สามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ นักลงทุนจึงอาจมองหาประเทศอื่นที่มีเสถียรภาพมากกว่า

    ในด้านการปรับตัวของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองใด ผู้ประกอบการขนาดกลาง-ขนาดเล็กยังต้องปรับตัวอยู่เสมอ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ธุรกิจเล็กหรือใหญ่ควรไม่ยึดติดกับปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพร้อมพัฒนา ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง

    ดังนั้น เหตุการณ์ทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นการลาออก การรอดคดี หรือการถูกพักเล่นการเมืองของนายกรัฐมนตรี จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมและความเชื่อมั่นนักลงทุนอย่างชัดเจน แต่สำหรับธุรกิจที่ทำตลาดตรงกับผู้บริโภคโดยไม่ต้องพึ่งนโยบายรัฐ ผลกระทบอาจน้อยมาก

    อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องและเสถียรภาพของนโยบายรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุน ขณะที่ผู้ประกอบการทุกระดับควรเตรียมพร้อมปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/637054&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZEitvvLaJ_k02R1BMatFF

  • การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว เดือนกันยายน 2568 จัดเต็ม 4 ทริป จองตั๋วด่วน

    การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว เดือนกันยายน 2568 จัดเต็ม 4 ทริป จองตั๋วด่วน

    ทั่วไป

    26 ส.ค. 2025 เวลา 16:32 น.

    การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว เดือนกันยายน 2568 จัดเต็ม 4 ทริป จองตั๋วด่วน

    อัปเดตล่าสุด การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว เดือนกันยายน 2568 นั่งรถไฟเที่ยว ขบวนรถนำเที่ยว KIHA 183 สัมผัสวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ รีบจองตั๋วด่วน ที่นั่งมีจำนวนจำกัด

    อัปเดตล่าสุด โปรแกรมท่องเที่ยว นั่งรถไฟเที่ยว ไปกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดปฏิทินท่องเที่ยวทางรถไฟสุดพิเศษ ขบวนรถไฟนำเที่ยว KIHA 183 เดือนกันยายน 2568 ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ จองตั๋วด่วน ที่นั่งมีจำนวนจำกัด

    การรถไฟฯ อัปเดต โปรแกรมเที่ยวไทย เดือนกันยายน 2568 จัดเต็ม 4 ทริปเด็ดห้ามพลาด

    • วันที่ 6 และ 7 กันยายน 2568 (One Day Trip) ทริป ‘ตะลุยล่องเรือคลองมหาสวัสดิ์ ชมศิลปะเมืองไม้ สักการะพระปฐมเจดีย์’ ราคา 1,599 บาท
    • วันที่ 13-14 กันยายน 2568 (2 วัน 1 คืน) ทริป ‘เที่ยวเมืองโคราช ดินแดนมหัศจรรย์ โคราช จีโอพาร์ค’ ราคา 4,099 บาท
    • วันที่ 20 และ 21 กันยายน 2568 (One Day Trip) ทริป ‘สืบสานวัฒนธรรม ไทยทรงดำ มหัศจรรย์ถ้ำเขาย้อย’ ราคา 1,599 บาท
    • วันที่ 27 และ 28 กันยายน 2568 (One Day Trip) ทริป ‘พาเที่ยวเมืองแปดริ้ว ทางสายสุข วันสบายๆ ที่จิมมี่ฟาร์ม’ ราคา 1,599 บาท

    ราคานี้รวมค่าโดยสารรถไฟปรับอากาศ อาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งประกันอุบัติเหตุเรียบร้อยแล้ว ที่นั่งมีจำนวนจำกัด! อย่ารอช้า รีบชวนเพื่อน จูงมือแฟน ควงแขนครอบครัว มาสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกัน

    จองตั๋ว หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง ระบบ D-Ticket : https://www.dticket.railway.co.th/ , Call Center : 1690 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือติดตามข่าวสารทริปอื่นๆ ได้ที่ Website : www.railway.co.th

    การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว เดือนกันยายน 2568 จัดเต็ม 4 ทริป จองตั๋วด่วน

    การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว เดือนกันยายน 2568 จัดเต็ม 4 ทริป จองตั๋วด่วน

    การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว เดือนกันยายน 2568 จัดเต็ม 4 ทริป จองตั๋วด่วน

    การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว เดือนกันยายน 2568 จัดเต็ม 4 ทริป จองตั๋วด่วน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1195939&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21Yph1x19phyt3gl77Pb8c

  • จ.สุรินทร์ จัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ ๓) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ อ.ท่าตูม – สุรินทร์  (บ.ตาฮะ – อ.ท่าตูม)

    จ.สุรินทร์ จัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ ๓) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ อ.ท่าตูม – สุรินทร์  (บ.ตาฮะ – อ.ท่าตูม)

    จ.สุรินทร์ จัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ ๓) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ อ.ท่าตูม – สุรินทร์  (บ.ตาฮะ – อ.ท่าตูม)


    26/08/2568 | 36 |

    จ.สุรินทร์ จัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ ๓) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ อ.ท่าตูม – สุรินทร์  (บ.ตาฮะ – อ.ท่าตูม)

    วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายชำนาญ  ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ มอบหมายให้ นายวีระชัย ประเสริฐโส  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เป็นประธานการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ ๓) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ อ.ท่าตูม – สุรินทร์  (บ.ตาฮะ – อ.ท่าตูม) ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลท่าตูม อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์  เพื่อรับทราบการนำเสนอสรุปผลการศึกษาของโครงการด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการและการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และเกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการศึกษาโครงการ สำหรับนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาออกแบบรายละเอียดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการนี้มีผู้แทนกรมทางหลวง ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชน ร่วมประชุม


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/417983&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1U1cmU7kmlwEeG73RqugrW

  • “ธีรรัตน์”  ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน มุ่งส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 

    “ธีรรัตน์”  ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน มุ่งส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 

    การเมือง

    “ธีรรัตน์”  ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน มุ่งส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 

    วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.11 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เวลา 13.30 น. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน โดยมีผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ได้แก่ นางสาวเกศรัชฎา กลั่นกรอง รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นางภัสรา นทีทอง ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน นายณทศพล จันทร์ลอย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบระบายน้ำ การสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ สะพานรักษ์ทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ
     
    โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน ดำเนินการโดยสำนักงานเขตบางขุนเทียน เพื่อป้องกันและรักษาพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งได้มีการดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2559 อาทิ การปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น ปักเสาไฟฟ้ากันคลื่น และปลูกต้นโกงกางกว่า 107,000 ต้น ทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนได้กว่า 200 ไร่ พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรม “กระบอกไม้ไผ่ 3Rs” เพื่อนำเศษไม้ไผ่มาใช้ซ้ำและลดปัญหาขยะ
     
    นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนในการปลูกป่าชายเลนเพิ่มเติม โดยการปลูกกล้าต้นโกงกางด้วยการใช้ท่อซีเมนต์สูง 2 เมตร ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการรอดและสะสมตะกอนดินมากขึ้น รวมทั้งจัดกิจกรรมการดูแลชายฝั่ง เช่น การปลูกต้นโกงกางกว่า 110,000 ต้น การเก็บขยะทะเล การปั่นจักรยานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นต้น ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ชายฝั่งอย่างยั่งยืน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/443836&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nYDNdhS0EUZkwmnnPmts3