Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ผถห.TPL ไฟเขียวเทค 2 บ.ขนส่งสร้างเครือข่ายรถขนส่งพัสดุ-บุคลลากรขึ้นผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจร

    ผถห.TPL ไฟเขียวเทค 2 บ.ขนส่งสร้างเครือข่ายรถขนส่งพัสดุ-บุคลลากรขึ้นผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจร

    ผถห.TPL ไฟเขียวเทค 2 บ.ขนส่งสร้างเครือข่ายรถขนส่งพัสดุ-บุคลลากรขึ้นผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจร

    บมจ.ไทยพาร์เซิล [TPL] เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติประเด็นสำคัญได้แก่

    – การเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เฟิสท์ ทรานสปอร์ต จำกัด (FT) ผู้ให้บริการรถบัสและรถตู้สำหรับการท่องเที่ยวและการเดินทางในประเทศ เพื่อขยายฐานธุรกิจสู่บริการขนส่งบุคคลในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในอนาคต

    – การเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เฉลิมภัทร คอร์ปอเรชั่น จำกัด (CPC) ซึ่งประกอบธุรกิจด้านการขนส่งบุคคล ทั้งการขนส่งพนักงานภาคอุตสาหกรรม และรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการที่หลากหลายและสร้างรายได้ระยะยาวที่มั่นคง

    – การออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน ทั้งในรูปแบบการจัดสรรให้บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) และสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) รวมถึงการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) รุ่น TPL-W1 และ TPL-W2

    – การขอผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Whitewash) เพื่อรองรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ภายหลังการเข้าซื้อกิจการและการเพิ่มทุน

    นายชัยพิพัฒน์ แก้วไตรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPL กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจการเข้าลงทุนใน FT และ CPC ถือเป็นการขยายธุรกิจครั้งสำคัญ ที่ช่วยให้บริษัทฯ ก้าวสู่การเป็น Integrated Logistics Hub ครอบคลุมทั้งการขนส่งสินค้าและการขนส่งบุคคล รวมกว่า 1,500 คันซึ่งจะช่วยกระจายรายได้ ลดความเสี่ยงจากการแข่งขันในตลาดขนส่งพัสดุ และเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง

    ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้ปรับรายละเอียดสำคัญในแผนยุทธศาสตร์การลงทุนภายใต้โครงการ “Project Synergy Move” ซึ่งเป็นการเข้าลงทุนในบริษัท เฟิสท์ ทรานสปอร์ต จำกัด (FT) และบริษัท เฉลิมภัทร คอร์ปอเรชั่น จำกัด (CPC) เพื่อยกระดับธุรกิจจากผู้ให้บริการขนส่งพัสดุสู่แพลตฟอร์มการขนส่งและการเคลื่อนย้ายแบบครบวงจร โดยมติได้รับการอนุมัติครบทุกวาระ ช่วยปูทางให้บมจ. ไทยพาร์เซิล เดินหน้าขยายธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรในประเทศไทย


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq05/12745312&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gZRQLbWPCNls66yDYKXwj

  • เตรียมตัวให้พร้อม “ภูกระดึง” เปิดท่องเที่ยว-พักแรมบนยอดเขา 1 ต.ค.68-31 พ.ค.69

    เตรียมตัวให้พร้อม “ภูกระดึง” เปิดท่องเที่ยว-พักแรมบนยอดเขา 1 ต.ค.68-31 พ.ค.69

    ปลายปี 2568 ลมหนาวเริ่มพัดมาเยือน ความท้าทายครั้งใหม่ที่ “ภูกระดึง” กำลังรอคอยนักเดินทางได้เริ่มต้นอีกครั้งแล้ว อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย ประกาศเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักค้างแรมบนยอดภู ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568 – 31 พ.ค. 2569 หลังปิดฟื้นฟูธรรมชาตินาน 4 เดือนเต็ม เพื่อให้ป่าไม้ น้ำตก และสรรพชีวิตบนภูได้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

    นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มเดินทางขึ้นยอดเขาได้ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. ของทุกวัน เตรียมพบกับเสน่ห์แห่งผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ทะเลหมอกยามเช้า และวิวทิวทัศน์ตระการตาที่ขึ้นชื่อว่า เป็นหนึ่งในความงดงามที่สุดของเมืองไทย  

    ภูกระดึงไม่ใช่แค่การเดินป่า แต่เป็นการเดินทางเพื่อพิสูจน์หัวใจ “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” คำกล่าวนี้ดังก้องในใจนักเดินทางทุกคนที่ก้าวผ่านเส้นทาง 5.5 กม. สู่ยอดเขา และต่อด้วยอีก 3.5 กม. สู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ที่นี่คือสนามทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์ที่มีทั้งน้ำตก ผาหิน และลานสนกว้างใหญ่ 

    ในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิอาจแตะ 0-10 องศาเซลเซียส พร้อมหมอกหนาที่ยอดภูกระดึง โดยเฉพาะเดือนธันวาคมที่ใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนสีเป็นแดงเพลิง สร้างภาพที่น่าตื่นตา ไม่ว่าคุณจะมาเพื่อถ่ายรูปเช็กอินที่ผาหล่มสัก ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก หรือเดินสำรวจสระอโนดาต ภูกระดึงก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่ยากจะลืม 

    เตรียมร่างกายให้พร้อม ตรวจสอบสภาพอากาศ จองเต็นท์ล่วงหน้า และอย่าลืมระวังสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า ที่อาจปรากฏตัว ภูกระดึงไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่คือตำนานแห่งการผจญภัยที่รอให้คุณมาเขียนเรื่องราวของตัวเอง กล้าพิชิตหรือยัง 

    เส้นทางที่เปิดให้นักท่องเที่ยวใช้เส้นทาง ในปี 2568

    • เส้นทางขึ้นเขา-เส้นทางหลังแป-โซนศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-ผานกแอ่น (เปิด 1 รอบต่อวัน)

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-อ่างเก็บน้ำไพรัตน์ ธารไชย

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-ลานองค์พระพุทธเมตตา

    • เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง(ยอดเขา)-ลานองค์พระพุทธเมตตา-น้ำตกถ้ำใหญ่ (เปิด 1 รอบต่อวัน)

    • เส้นทางเลียบหน้าผา-ผาเมษา-ผาหมากดูก-ผาจำศีล-ผานาน้อย-ผาเหยียบเมฆ-ผาแดง-ผาหล่มสัก

    จุดท่องเที่ยว – ระบบรักษาความปลอดภัย

    • จุดท่องเที่ยวผานกแอ่น มีเจ้าหน้าที่บินโดรน และออกลาดตระเวนเส้นทางก่อนนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่จุดท่องเที่ยว โดยมีเจ้าหน้าที่นำทางตลอดเส้นทาง สามารถเข้าชมได้ 1 รอบต่อวัน เวลา 05.00 น.

    • จุดท่องเที่ยวน้ำตกถ้ำใหญ่ มีเจ้าหน้าที่บินโดรน และออกลาดตระเวนเส้นทางก่อนนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่จุดท่องเที่ยว โดยมีเจ้าหน้าที่นำทางตลอดเส้นทาง สามารถเข้าชมได้ 1 รอบต่อวัน เวลา 10.00 น.

    • จุดท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น อ่างเก็บน้ำไพรัตน์-ธารไชย , ลานองค์พระพุทธเมตตา , เส้นทางเรียบหน้าผา ผาเมษา , ผาหมากดูก , ผาจำศีล , ผานาน้อย , ผาเหยียบเมฆ , ผาแดง และผาหล่มสัก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้เอง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวนเส้นทาง และมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

    “ภูกระดึง” เที่ยวเลย หน้าหนาว ธรรมชาติสวย

    หนึ่งในลิสต์ เส้นทางท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ภูกระดึง เส้นทางในฝันของนักเดินป่า ที่ใครหลายคนอยากพิชิตให้ได้ สักครั้ง

    ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย อุทยานแห่งชาติอันดับ 2 ของประเทศไทย (ประกาศเมื่อ 23 พ.ย. 2505) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 348 ตารางกิโลเมตร ที่นี่คือภูเขาหินทรายยอดตัด มีที่ราบบนภูกระดึงประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร เต็มไปด้วยผืนป่า ทุ่งหญ้า หน้าผา ลำธาร น้ำตก และเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำพอง สายน้ำสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    เสน่ห์ของภูกระดึง คือบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส ทำให้ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายยอดฮิต ทั้งกลุ่มเพื่อน คู่รัก ครอบครัว ไปจนถึงนักเดินป่ามือใหม่ที่อยากท้าทายทั้งแรงกายและหัวใจ

    นอกจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้ว สิ่งที่เป็นภาพจำของการพิชิตภูกระดึงก็คือ “ลูกหาบ” ฮีโร่เบื้องหลังการเดินทาง ที่คอยแบกสัมภาระหนักอึ้งขึ้นยอดเขา อาชีพนี้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตที่ผูกพันกับภูเขาแห่งนี้ ภูกระดึงมีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร

    เส้นทางขึ้นภูกระดึงจึงไม่ใช่แค่ “การเดิน” แต่คือ บททดสอบความอดทน ผ่านซำต่าง ๆ ไล่ตั้งแต่ ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน ซำแคร่ จนถึง หลังแป จุดสุดท้ายที่ขึ้นไปถึงยอด ซึ่งถือว่าโหดที่สุด เพราะต้องปีนป่ายโขดหินทีละก้าว แต่ก็มีจุดพักให้แวะเติมพลัง ดื่มน้ำ กินข้าว ก่อนออกเดินหน้าต่อ

    และเมื่อถึงยอดภูกระดึง ความเหนื่อยที่สะสมมาตลอดเส้นทางจะถูกแทนที่ด้วย ความภูมิใจและความสุข ที่ได้พิชิตหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่สวยที่สุดในไทย

    อ่านข่าว : เปลี่ยนเส้นทางบินไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Flight Plan ที่รัดกุม

    เจาะลึก Bombardier Global 7500 เจ็ตส่วนตัวสุดล้ำพา “ทักษิณ” สู่ดูไบ

    ไทม์ไลน์ “ทักษิณ” แจ้งไปสิงคโปร์ ก่อนเปลี่ยนเส้นทางลงจอดดูไบใช้เวลาบิน 7.21 ชม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356209&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qKAm5N8WQCII0ODJzMek5

  • T

    T

    Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ เปิดตัว “Taste of China” ดินเนอร์โชว์สุดพิเศษในรูปแบบ Immersive Dining Experience ที่ผสมผสานอาหารรสเลิศ วัฒนธรรมจีน และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าด้วยกัน สร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการรับประทานอาหารหรือการท่องเที่ยวแบบเดิม โดยเป็นจุดเริ่มต้นที่แปลกใหม่ในการเรียนรู้เรื่องราวของจีน ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ Trip.com Group ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้การท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

    นายเจมส์ เลียง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการของ Trip.com Group กล่าวว่า “เทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยทำให้การเดินทางน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง กิจกรรม Immersive Dining Experience สะท้อนให้เห็นว่า หากเราออกแบบประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้เดินทาง ก็จะช่วยเพิ่มทั้งความเพลิดเพลิน การเรียนรู้ และแรงบันดาลใจได้มากขึ้น”

    เที่ยวชิมอาหารผ่าน 7 ภูมิภาค

    ดินเนอร์โชว์สุดพิเศษ “Taste of China” ใช้ฉากหลังการเดินเรื่องเป็น Bund City Hall Plaza ใจกลางนครเซี่ยงไฮ้ โดยมี “เฉิง เป่าเป่า” แพนด้าเชฟ พาผู้ชมสัมผัสอาหารที่เป็นรสชาติแห่งดินแดนมังกร ซึ่งประกอบด้วยอาหาร 7 คอร์ส จาก 7 ภูมิภาคของจีน โดยมีความยาวทั้งหมด 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งในแต่ละภูมิภาคจะมีเมนูเด็ดในแต่ละท้องถิ่น ได้แก่

    • ภาคเหนือ: เป็ดปักกิ่งกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมชาดอกมะลิ
    • ภาคใต้: ปลาต้มซุปเปรี้ยว เข้าคู่กับชาผู่เอ๋อร์รสชาติเข้มข้น
    • ภาคกลาง: เมนูหม้อไฟสมุนไพรบำรุงร่างกาย ใส่เนื้อลายหินอ่อน เป๋าฮื้อ และเห็ดป่าหายาก
    • ภาคตะวันตก: เต้าหู้เผ็ดสูตรพิเศษ ใส่วากิวและล็อบสเตอร์

    ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของการเสิร์ฟอาหารในแต่ละช่วง เช่น เชฟเสฉวนที่ยืนยันใช้เต้าเจี้ยวหมัก 3 ปี หรือชาวประมงกุ้ยหลินที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการหยุดจับปลาเป็นช่วงเวลา สะท้อนคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรมที่แฝงอยู่ในอาหารแต่ละภูมิภาค

    ศิลปะการแสดงและเทคโนโลยีเสริมประสบการณ์

    ตลอดการนำเสนอ Immersive Dining Experience ในเมนูอาหารแต่ละจาน จะมีการแสดงประกอบสุดอลังการที่สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมจีน อาทิ การแสดงเต้นชุดฮั่นฝู (เสื้อผ้าจีนโบราณ)ท่ามกลางสวนที่สวยงามของซูโจว ศิลปะการต่อสู้เส้าหลินที่ตื่นเต้นเร้าใจ เกมตกปลาจำลองบนโต๊ะระหว่างเล่าเรื่องฤดูตกปลาที่กุ้ยหลิน ปิดท้ายด้วยการแสดง โอเปร่าเสฉวนเปลี่ยนหน้ากาก ผสมผสานดนตรีร่วมสมัยอย่างน่าตื่นตา

    ก้าวเข้าสู่ประเพณีและแต่งกายให้เข้าธีม

    นอกจากนี้ เพื่อให้เข้าถึงวัฒนธรรมจีนได้อย่างเต็มที่ ผู้เข้าร่วมชมการแสดงยังสามารถได้แต่งกายตามยุคสมัยต่างๆ ของจีน เพื่อให้รู้สึกการมีส่วนร่วมและเข้าถึงวัฒนธรรมอาหารของจีน โดยมีบริการชุดจีนโบราณ เช่น ฮั่นฝูสมัยซ่ง กี่เพ้าสมัยชิง หรือชุดพื้นเมืองจากกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมบริการแต่งหน้าโดยมืออาชีพ อีกทั้งยังมีฉากถ่ายภาพ 3D สำหรับเก็บภาพและแชร์บนโซเชียล

    อาหาร: ประตูสู่การท่องเที่ยว

    ปัจจุบันนักท่องเที่ยวทั่วโลกหันมาให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวเชิงอาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจาก Trip.com Group พบว่า ในครึ่งแรกของปี 2025 การจองทริปท่องเที่ยวเชิงอาหารเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมี ปารีส ลอนดอน นิวยอร์ก มาดริด และมิลาน เป็นเมืองอาหารยอดนิยมระดับโลก

    ในประเทศจีน เมืองที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว เฉิงตู และฉางชา โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้กับปักกิ่งที่มียอดการจองร้านอาหารสูงสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ “Taste of China” ในการยกระดับเซี่ยงไฮ้ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรมและอาหาร

    ทุกเมนูในงานยังมาพร้อม QR Code ที่เชื่อมต่อไปยังข้อมูลท่องเที่ยวของแต่ละมณฑล เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวที่มารับประทานอาหารสามารถวางแผนการเดินทางต่อได้จริง รวมถึงยังมีบริการ Trip.Gourmet ลิสต์คู่มือการท่องเที่ยวเชิงอาหารครบเครื่องบนแอปพลิเคชัน Trip.com ที่ที่รวบรวมรีวิวและคู่มือด้านอาหารทั่วโลก และยังมีมีการจัดอันดับร้านอาหาร เนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และระบบจองโต๊ะในร้านอาหารยอดนิยมอีกด้วย

    ภาพจากซ้ายไปขวา: หม้อไฟสมุนไพร เป็ดปักกิ่ง และเต้าหู้เผ็ด

    แรงบันดาลใจสู่นวัตกรรมท่องเที่ยว

    “Taste of China” ไม่ได้เป็นเพียงดินเนอร์โชว์แบบ Immersive Dining Experience เท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Trip.com Group ในการทำให้การเข้าถึงวัฒนธรรมง่ายขึ้น โดยออกแบบมาให้เข้ากับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่อยากได้ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แท้จริง และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อกระตุ้นให้คนอยากเที่ยวและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในระดับโลกมากขึ้น

    บริษัทได้ริเริ่มโครงการ Tourism Innovation Awards เพื่อค้นหาและสนับสนุนนวัตกรรมการท่องเที่ยวใหม่ๆ ในอุตสาหกรรม ทั้งการท่องเที่ยวจีนที่เป็นที่นิยมมากขึ้น และมีนโยบายยกเว้นวีซ่าแวะพัก ทำให้บริษัทใช้การเล่าเรื่องแบบสร้างสรรค์เปลี่ยนการแวะพักเพื่อต่อเครื่องให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ รวมถึงมีโปรแกรม Shanghai Express และ Beijing Express ที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางที่แวะพักเพื่อต่อเครื่องในเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง ได้สัมผัสประสบการณ์ทัวร์เมืองฟรีในระหว่างการแวะพัก พร้อมนำเสนอจุดเด่นทางวัฒนธรรม รวมถึงยังมีเส้นทางทัวร์แบบกลุ่มและทัวร์ส่วนตัวกว่า 1,500 รายการทั่วจีน ตั้งแต่แพ็กเกจที่มีไกด์ ไปจนถึงทริปที่ออกแบบโดยพาะให้เข้ากับความต้องการลูกค้าแต่ละกลุ่ม

    ในอนาคต Trip.com Group มีแผนที่จะพัฒนา “Taste of China” ให้มีการปรับเมนูตามฤดูกาล จัดงานในต่างประเทศ และทำโชว์เคลื่อนที่ไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อนำเรื่องเล่าใหม่ๆ และรสชาติใหม่ๆ ไปสู่ผู้ชมทั่วโลก

    ข้อมูลการเยี่ยมชม
    • การจอง: Taste of China เปิดให้จองแล้วบนแพลตฟอร์ม Trip.com
    • สถานที่: เลขที่ 215 ถนนเจียงซีกลาง เขตหวงผู เซี่ยงไฮ้
    • รอบการแสดง: 12.00 – 14.00 น. และ 19.00 – 21.00 น.
    • หมายเหตุด้านอาหาร: ทุกเมนูปลอดหมูและน้ำมันหมู รองรับแขกมุสลิม พร้อมตัวเลือกมังสวิรัติ
    • สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง: The Bund สวนยู่หยวน และพิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ เหมาะสำหรับการเที่ยวก่อนรับประทานอาหารค่ำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gotomanager.com/content/141273/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dUYvi-vYk4HKD4RuaIn_0

  • ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต | TOPNEWS

    ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต | TOPNEWS

    ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต

    • เผยแพร่ : 05/09/2025 14:23

    ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต

    5 กันยายน 2568 – กรุงเทพฯ , โรงแรมในเครือฟอร์จูนกรุ๊ป หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรทางธุรกิจ จัดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” ระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดตาก โดยมี อาจารย์คฑา ชินบัญชรผู้นำสายมูชื่อดัง นำสื่อมวลชน นักท่องเที่ยว และผู้แทนจากหลายองค์กร เดินทางเสริมสิริมงคล พร้อมสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
    คณะได้รับเกียรติจากผู้บริหารและ พันธมิตรหลายภาคส่วนมาร่วมในพิธีต้อนรับและกิจกรรมเปิดทริป อาทิ คุณศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Max Solution Service จำกัด (PTG Group), คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND, คุณวรดนู นิมมิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร CP LAND, และคุณชุตินันท์ รวมพลังเอก ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ CP LAND พร้อมด้วยพันธมิตรจาก Sixt, X Peng และคณะสื่อมวลชน
    การเดินทางครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณ ชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และคณะผู้บริหารจังหวัด มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนเริ่มต้นเส้นทางแห่งศรัทธาที่พาไปสักการะสถานที่สำคัญ อาทิ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชศาลคู่บ้านคู่เมืองที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี, พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระบรมธาตุ บ้านตาก พร้อมพิธีห่มผ้าพระธาตุ เสริมสิริมงคลแก่ผู้ที่เกิดปีมะเมีย, การสวดบารมี 30 ทัศน์ ณ วัดศรีพรเพ็ญมาตยาราม และการกราบนมัสการ “พระพุทธมหามุนีจำลอง” ที่ วัดไทยวัฒนาราม วัดเก่าแก่ซึ่งสะท้อนศิลปะพม่าที่งดงามตระการตา
    นอกจากนี้ คณะยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ณ บ้านแม่กาษา ผ่านโครงการ “ฮักนะแม่กาษา” ทั้งพิธีมัดมือรับพรจากผู้สูงอายุ กิจกรรมพื้นบ้าน การทำขนมโบราณ และการชมงานหัตถกรรมทอผ้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน
    ทริปบุญครั้งนี้ไม่เพียงมอบพลังศรัทธาและพลังใจให้แก่ผู้เข้าร่วม แต่ยังสะท้อนถึงความงดงามของจังหวัดตากในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยพลังบวก โดยมีเสียงสะท้อนร่วมกันว่า “เมืองตาก…คือสถานที่ที่อยากกลับมารับพลังบวกซ้ำแล้วซ้ำอีก”

    #CPLAND #ซีพีแลนด์ #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #โรงแรมในเครือฟอร์จูน #โรงแรมฟอร์จูน #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    21

    2

    อ่วม “โขงเจียม” อุบลฯ ฝนตกหนักต่อเนื่อง ระดับน้ำเพิ่มสูง กระแสน้ำไหลเชี่ยวทำท่าเทียบเรือสลิงขาด

    จากครัวถึงมือผู้ประสบภัย…พลังใจที่ส่งต่อจากซีพี–ซีพีเอฟ

    “ชัยชนะ” โวยแหลก 4 สส.ประชาธิปัตย์ แหกมติงดออกเสียง ลงคะแนนเลือก “อนุทิน” นั่งนายกฯ

    พิษณุโลก มหาวิทยาลัยนเรศวร จับมือพันธมิตรด้านสถาปัตยกรรมและด้านการออกแบบระดับประเทศ

    เปิดการแข่งขันกีฬาลุ่มน้ำท่าแซะเกมส์ ครั้งที่ 19

    เปิดเบื้องหลัง “ม็อบเขมร” ป่วนทหารไทย พื้นที่บ้านหนองจาน ปลุกปั่น ยั่วยุ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1301643&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NLqDugHowUw5XAUgktOow

  • ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมให้ข้อมูลการท่องเที่ยวมหานครน้ำแร่ | เดลินิวส์

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมให้ข้อมูลการท่องเที่ยวมหานครน้ำแร่ | เดลินิวส์

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมให้ข้อมูลการท่องเที่ยวมหานครน้ำแร่

    ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยวระนอง ต้อนรับคณะเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ จ.สุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลการท่องเที่ยว อธิบายแนวคิด ทิศทาง ภาพรวม และศักยภาพของ ระนองมหานครน้ำแร่ และ Ranong Wellness Tourism

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5083696/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QI91ja6sF_HZcacmDt9od

  • เอกชนแนะรัฐบาลใหม่ ดึง ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับนั่งเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยว

    เอกชนแนะรัฐบาลใหม่ ดึง ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับนั่งเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยว

    เอกชนแนะรัฐบาลใหม่ ดึง ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ กลับนั่งเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยว

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจต้องมีภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือทั้งในด้านวิชาชีพ และ แนวทางการบริหารเชิงนโยบายทั้งในและต่างประเทศ 

    สำหรับงาน 3 เรื่องเร่งด่วนในช่วงรัฐบาล 4 เดือน ที่ภาคเอกชนอยากเห็น คือ 1.งานสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 2. นโยบายการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา  3.นโยบายการปราบปรามคดีอาชญากรรม และมาตรการความปลอดภัยทั้งประชาชนไทยและนักท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรม

    ขณะที่ความคาดหวังของเอกชน คือ อยากได้รัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ  ความเป็นเอกภาพของทีมเศรษฐกิจ  มาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง และการดูแลค่าเงินบาทให้ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว และส่งออก 

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    ในส่วนของ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องการ คนที่มีประสบการณ์และไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้งาน ขอเสนอเป็น ท่าน นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีอยู่มา 4 ปี  ทั้งรมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรมว.กระทรวงแรงงาน ซึ่งรัฐบาลนี้มีเวลาเพียง 4 เดือนในการทำงาน ดังนั้นต้องการให้คนที่มีประสบการณ์ และ เข้าใจกลไกที่ดีมาทำงานได้ทันที 

    การท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงอยากได้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาบริหารงานได้เลย  และเป็นพรรคเดียวกับนายกมนตรี ก็จะทำให้การทำงานกันได้ง่ายขึ้น และ รมว.ท่องเที่ยวฯ จะต้องมีความเป็นเอกภาพกับรมว.คลัง ทีมรัฐบาลจะต้องเป็นทีมเดียวกัน เพื่อให้ขับเคชื่อนนโยบายไปต่อได้ 

    ขณะเดียวกันโจทย์ท้าทายที่ รมว.ท่องเที่ยวฯ และรมว.คลัง จะต้องเร่งแก้คือเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการยกระดับความเชื่อมั่นบนเวทีนานาชาติ โดยการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการเพื่อ

    วันนี้สิ่งรัฐบาลไทยอ่อนแอคือ เพราะในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งสมัยท่าน ปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศ ตอนนั้น ทำไว้ได้ดี และเมื่อปรับ ครม. เปรียบ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่เป็นท่าน มาริษ เสงี่ยมพงษ์ บทบาทในเวทีต่างประเทศของไทยก็ดรอปลง ทำให้ไทยเสียเปรียบในช่วงของการมีปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชา เพราะกัมพูชาเขาเดินทางไปคุยกับนานาชาติในเวทีใหญ่ ขณะที่ไทยเป็นรองเขา 

    ดังนั้นสิ่งนี้ถึงเวลาที่ไทยต้องกลับมาวางแผนให้ดี และเลือกคนที่จะมานั่ง รมว.ต่างประเทศ ที่เก่งและมีความรู้มีประสบการณ์ก็จะมีผลต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีนัยยะสำคัญ

    อย่างไรก็ดี หากได้รัฐบาล รัฐมนตรี ที่มีความรู้ ประสบการณ์ เชี่ยวชาญ เข้ามาไม่ต้องตั้งหลักสามารถทำงานได้เลย เชื่อว่า 4 เดือนนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและวางโครงสร้างเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง เพราะหลังยุบสภารัฐบาลก็ต้องบริหารงานต่ออีก 2-3 เดือน เป็นอย่างน้อย ระหว่างที่รอรัฐบาลใหม่ ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในปีหน้าคาดการณ์ว่าจะดีกว่าปีนี้ แต่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย คดีอาชญากรรม และยาเสพติดให้ดีขึ้น พร้อมยกระดับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น 

    อีกทั้งปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้ไทยเสียโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทยต่อเวทีโลก รวมถึงพิธีฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ที่จีนจัดขึ้น 

    เพราะในงานนั้นหลายประเทศได้มีโอกาสในการแสดงวิสัยทัศน์และความร่วมมือกับจีน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซี เป็นต้น แม้จะใช้เวลาไม่นานแต่มีคนจีนดูหลักพันล้านคน ซึ่งเป็นโออาสที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่ไม่มีตัวแทนรัฐบาลไทยไปปรากฏตัวในเวทีนี้ นายอดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/638050&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2L2pJhJi_leqQ7PUZmSnVb

  • เขาใหญ่ฮอต! ติดท็อปเอเชีย คว้าที่ 2 จุดหมายฮิต

    เขาใหญ่ฮอต! ติดท็อปเอเชีย คว้าที่ 2 จุดหมายฮิต

    ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย แพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัลชื่อดัง Agoda ได้ประกาศผลการจัดอันดับ“จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย” ซึ่ง ‘เขาใหญ่’ ของประเทศไทย คว้าอันดับ 2 รองจากคาเมรอน ไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซีย สะท้อนความนิยมที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายเมืองใหญ่ เพื่อสัมผัสธรรมชาติและวิถีชนบท

    การจัดอันดับดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์ม ระหว่าง 15 กุมภาพันธ์ – 15 สิงหาคม 2568 โดยพิจารณาจากจุดหมายปลายทางในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คน จาก 8 ประเทศในเอเชีย รายชื่อยังรวมถึง ปุนจัก (อินโดนีเซีย), ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้)

    “เขาใหญ่มีทั้งธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้ สัตว์ป่า น้ำตก และกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลาย เหมาะกับทั้งการพักผ่อนและผจญภัย อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทย ซึ่งเป็นที่ชื่นชมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก”

    — ศศิกานต์ กล่าว

    รัฐบาลยังย้ำเป้าหมายการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะพื้นที่ธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมทั้งสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ชุมชน และยกระดับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    การที่เขาใหญ่ติดอันดับครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นชัยชนะของแหล่งท่องเที่ยวไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ชูภาพลักษณ์ “ไทยแลนด์…ดินแดนธรรมชาติและวัฒนธรรมระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/khao-yai-nakhon-ratchasima-wins-2nd-place-asia-tourist-attractions&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iHcXAXQBj4hRUni2JyHRp

  • เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ขยายเครือข่ายโลจิสติกส์ เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ประกาศขยายเครือข่ายจุดให้บริการรับส่งพัสดุ (Drop Point) ภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยเริ่มเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา ได้แก่ บางขุนเทียน บนถนนพระราม 2 เส้นทางเศรษฐกิจหลักเชื่อมกรุงเทพฯ–ภาคใต้ และ ทวีวัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ การขยายเครือข่ายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจและตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในทำเลสำคัญ

    คุณกัญพัชญ์ โสทอง ผู้จัดการฝ่ายบริหารลูกค้าและพันธมิตร  เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปิดจุดให้บริการรับส่งพัสดุภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สำคัญในการขยายเครือข่ายเพื่อยกระดับการให้บริการ ครอบคลุมทั้งในเมืองและชานเมือง จุดบริการในทำเลสำคัญที่เชื่อมต่อผู้เดินทางและชุมชน ช่วยให้ลูกค้าส่งพัสดุได้สะดวกขึ้นระหว่างเดินทาง เติมน้ำมัน หรือใช้บริการอื่น ๆ ของสถานี อีกทั้งยังส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจด้วยการผสานบริการโลจิสติกส์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    คุณยศธร อรัญนารถ ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตรค้าปลีก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บางจากฯ ได้พัฒนาสถานีบริการน้ำมันให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ทั้งให้บริการพลังงานคุณภาพสูง การเป็นจุดนัดพบ จุดศูนย์กลางของชุมชนตามแนวคิด Greenovative Destination ดังนั้นจึงมีความยินดีที่ได้สนับสนุนพื้นที่สำหรับเป็นส่วนหนึ่งของบริการธุรกิจ E-Commerce ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจ Non-Oil ภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าผู้ใช้น้ำมัน

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    ทั้งนี้ จุดบริการรับส่งพัสดุ (Drop Point) ยังเปิดให้บริการครบวงจร อาทิ J&T Super J&T Bulky J&T Fruit Parcel และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า VIP เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิด Drop Point ใหม่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-business/digital-marketing/859632&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Jdq3uMFMxjtWaSyp7P0v1

  • ท่องเที่ยวเชียงใหม่น่าห่วง นทท.จีนหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เร่งถกหาทางฟื้นวิกฤต

    ท่องเที่ยวเชียงใหม่น่าห่วง นทท.จีนหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เร่งถกหาทางฟื้นวิกฤต

    ท่องเที่ยวเชียงใหม่น่าห่วง นทท.จีนหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เร่งถก ททท.หาทางฟื้นวิกฤต ดัน 12 เดือน 12 เทศกาล กระตุ้นตัวเลขนักเที่ยวต่างชาติ

    ตัวเลขการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก ลดลงอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้จากประเทศแถบเอเชียและอาเซียน โดยไตรมาส 2 หรือในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน ของปีนี้ มีตัวเลขต่างชาติเที่ยวเชียงใหม่เพียง 724,981 คน จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 761,843 แม้จะดูไม่ห่างกันมาก แต่ก็พบว่าตลาดหลักที่เป็นนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

    นักท่องเที่ยวที่หายไปกระทบกับภาคการท่องเที่ยวเชียงใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีนส่งผลต่อโรงแรมที่พัก 3 ดาวลงไป รวมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึกที่รายได้หดหาย มีเพียงโรงแรมระดับสี่ดาวขึ้นไปที่ยังไม่กระทบมากนักในช่วงโลว์ซีซั่น เนื่องจากมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ที่ชื่นชอบฤดูฝนของจังหวัดเชียงใหม่จองมาล่วงหน้า

    วิกฤตการท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ทำให้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้จะไปถึง 16 ล้านคน สร้างรายได้ 1.6 แสนล้านบาท ตามที่จังหวัดตั้งเป้าไว้ได้หรือไม่

    ล่าสุดสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีองค์กรด้านการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการกว่า 250 คน ร่วมถกหาแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยว ทั้งในระยะสั้นในช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึง รวมทั้งดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวในระยะยาว

    นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าจังหวัดเชียงใหม่ใน 6 เดือนแรกของปีนี้ มีอยู่ราว 6.7 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศ 4.8 ล้านคน ซึ่งมีอัตราเติบโต 3-4 เปอร์เซ็นต์ แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา 1.8 ล้านคน มีอัตราลดลงที่สอดคล้องกับตัวเลขการท่องเที่ยวในภาพรวมทั้งประเทศ

    ตัวเลขดังกล่าวจะเห็นว่านักท่องเที่ยวไทย มีอัตราเติบโตค่อนข้างดี แต่จากหลายปัจจัยภายนอกและภายในที่เกิดขึ้นส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้ในแถบเอเชียและอาเซียนที่ลดลง ที่ลดลงมากที่สุดคือนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาจากหลายปัจจัย ทั้ง ภาพลักษณ์ ความปลอดภัย เศรษฐกิจต้นทางและปลายทาง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

    สำหรับแนวทางแก้ปัญหาการท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศ ที่จะนำมาใช้กับจังหวัดเชียงใหม่คือการมุ่งปรับโครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไปสู่การท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพมากขึ้น ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นแต่นักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูงอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นไปพร้อมกัน เป็นการสร้างความสมดุลในเชิงจำนวนกับรายได้

    นอกจากนี้ จะมีหาแนวทางเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงโลว์ซีซั่นเพื่อให้เที่ยวกันได้ตลอดทั้งปี และต้องมีการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายมากขึ้น ทั้ง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กีฬา งานศิลปะ และที่สำคัญคือการท่องเที่ยวเที่ยวที่มุ่งไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

    นางสาวภัทรอนงค์ บอกว่า ตอนนี้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปมาก เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตัวเอง หรือ FIT มากขึ้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจึงต้องพัฒนาช่องทางในการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เข้าถึงตัวนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ไม่ว่าจะทำในช่องทางของตัวเองหรือผ่านหน่วยงานด่านการท่องเที่ยว และ ต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพและตอบโจทย์ไปพร้อมกัน

    ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ โดยนางวาสนา ทองสุข ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ขานรับทำ City Promotion เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงใหม่ พร้อมจัดทำแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ 12 เดือน 12 เทศกาล ให้เกิดการท่องเที่ยวกระจายสู่ทุกภาคส่วนและทุกพื้นที่ ให้เชียงใหม่ให้เที่ยวได้ทั้งปีและทำให้เชียงใหม่กลับมามีความเชื่อมั่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้กลับมาอีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3761609/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jcBKLO12abHDi1lxG6C5X

  • หาดวอนนภา…ชายหาดที่ไม่เงียบเหงา บรรยากาศดี อยู่ใกล้กรุงเทพ

    หาดวอนนภา…ชายหาดที่ไม่เงียบเหงา บรรยากาศดี อยู่ใกล้กรุงเทพ

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/e7gNJNlkQlVK&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nMst5bQaz81eHE4BCDcA-