Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ส่องดีกรี 9 กระทรวงเศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน ใครเป็นใคร มีฝีมือด้านไหนบ้าง

    ส่องดีกรี 9 กระทรวงเศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน ใครเป็นใคร มีฝีมือด้านไหนบ้าง

    หลังจากอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จัดโผ ครม.ชุดใหม่ ( รัฐบาลอนุทิน1) โดยสปอตไลค์จับจ้องไปที่ ทีมเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) THE STANDARD WEALTH สรุปรายชื่อโผแต่ละกระทรวงเศรษฐกิจ ใครเป็นใครบ้าง มีดีกรีและประสบการณ์ด้านไหนกันบ้าง

    1. กระทรวงการคลัง

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ เศรษฐกิจ

    และ รมว.คลัง

    ประวัติและประสบการณ์: เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประวัติไม่ธรรมดา เรียนดี ได้ทุนตั้งแต่ป.ตรีถึงป.เอก ผ่านทั้งงานธนาคารในไทยและธนาคารโลก เอกนิติ จบเศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ทุนสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์)

    จากนั้นได้ทุนรัฐบาลไทย ก.พ. ไปเรียนปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of ILLINOIS at Urbana-Champaign และได้ทุนเดียวกันเรียนปริญญาเอก ในสาขาเศรษฐศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัย Claremont Graduate University ประเทศสหรัฐ ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กเรียนดี ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัย Illinois และยังได้รางวัลนักเรียนทุนดีเด่น ของสำนักงาน ก.พ. รางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่งแห่งปี 2552

    ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์ และยังพ่วงหลายตำแหน่ง เช่น ประธานกรรมการธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) กรรมการบริหาร Tax Inspectors Without Borders (TIWB) , OECD & UNITED NATIONS DEVELOPMENT PROGRAMME (UNDP) เคยเป็นอดีตอธิบดีกรมสรรพากร และอดีตอธิบดีกรมศุลกากร ข้าราชการการเงินการคลัง เชี่ยวชาญด้านนโยบายภาษี

    2. กระทรวงพาณิชย์

    ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์

    ประวัติและประสบการณ์: ศุภจี เริ่มต้นเส้นทางการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ Northrop University มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในสาขาบริหารธุรกิจ ด้านการเงินและการบัญชีระหว่างประเทศ

    ศุภจี เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ IBM ประเทศไทยในวัย 38 ปี ซึ่งเป็นผู้หญิงและอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์องค์กร และเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้ตำแหน่งผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่สำนักงานใหญ่ IBM ในสหรัฐอเมริกา  

    ศุภจี เคยเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) และสามารถพลิกฟื้นบริษัทให้กลับมามีกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาสแรก หลังจากขาดทุนติดต่อกัน 5 ปี มีบทบาทเป็นกรรมการหลายบริษัท และปัจจุบันเป็น ซีอีโอ หญิงแกร่งแห่งดุสิตธานี

    3. กระทรวงพลังงาน

    อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.กระทรวงพลังงาน

    ประวัติและประสบการณ์: อรรถพล จบปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ Diploma of Petroleum Management, College of Petroleum Studies, Oxford University, UK โดยได้รับทุนการศึกษาจาก British Council ตลอดการทำงาน อรรถพลเป็นลูกหม้อองค์กร ปตท. มายาวนานกว่า 30 ปี และคลุกคลีในแวดวงพลังงาน

    4. กระทรวงคมนาคม

    พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม

    ประวัติและประสบการณ์: พิพัฒน์ จบปริญญาโท สาขารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สืบทอดธุรกิจครอบครัว นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ มาจำหน่ายให้กลุ่มเรือประมงในเขตน่านน้ำอันดามัน ต่อมาในปี 2535 จดทะเบียนธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ในชื่อ พีทีจี เอ็นเนอยี กระทั่งเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

    พิพัฒน์ เคยเป็นอดีต รมว. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา พาประเทศไทยฝ่าวิกฤติการลดจำนวนลงของนักท่องเที่ยว ปี 2566 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร

    5. กระทรวงอุตสาหกรรม

    ธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม

    ประวัติและประสบการณ์: เคยเป็นอดีตอนุกรรมการ เลขานุการ รวมถึงที่ปรึกษาหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, และกระทรวงสาธารณสุข

    ในช่วงปี 2561 ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มีความสนิทสนมกับ อุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงได้นั่งตำแหน่งเลขานุการ

    เมื่ออุตตม ลาออกจากตำแหน่ง ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเคยเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา

    เมื่อต้นปี 2568 เพิ่งเข้าพิธีมงคลสมรสกับ ‘แคทตี้’ ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลมาลีนนท์ ประธานกรรมการ บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (Thai Solar Energy PLC.)

    6. กระทรวงแรงงาน

    ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน

    ประวัติและประสบการณ์: ตรีนุช เป็นหลานของเสนาะ เทียนทอง มีประสบการณ์ทางการเมือง เป็น ส.ส. 5 สมัย จบปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ WESTERN ILLINOIS UNIVERSITY สหรัฐอเมริกา ปี 2564 เป็นสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    7. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี

    และ รมว.เกษตรและสหกรณ์

    ประวัติและประสบการณ์: ธรรมนัส สำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 25 (รวมเหล่ารุ่นที่ 2) , ปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต Doctor of Philosophy (รัฐประศาสนศาสตร์) CALIFORNIA UNIVERSITY FCE ประเทศสหรัฐอเมริกา

    ก่อนหน้าที่จะเป็นนักการเมือง ธรรมนัสเคยเป็นประธานกรรมการบริษัท ในเครือธรรมนัสกรุ๊ป ทำธุรกิจหลากหลาย เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา

    8. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวฯ

    ประวัติและประสบการณ์: จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้าน Communication Arts จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และปริญญาโท Marketing Management จาก Middlesex University ประเทศอังกฤษ อรรถกร เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใน รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

    9. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี

    ประวัติและประสบการณ์: ไชยชนก สำเร็จการศึกษาไฮสกูล ที่ Millfield Preparatory School, England และ เศรษฐศาสตร์การเงิน มหาวิทยาลัยในลอนดอน

    เป็นทายาทรุ่นสามของตระกูลการเมืองใหญ่แห่งบุรีรัมย์ บุตรชายคนโตของ เนวิน ชิดชอบ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจับตาคือ การผลักดันทีม Buriram United Esports จนก้าวขึ้นเป็นทีมแถวหน้าของประเทศ

    ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/anutin-economic-key-ministers-info/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_VKLC3SGery9XwEnZnTIi

  • กรมการแพทย์แผนไทยฯ เชิดชูหน่วยบริการเด่น และ ชุมชนเวลเนส ปี 2568 ย้ำเป้าหมาย ยกระดับสมุนไพรไทย สู่ความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจประเทศ

    กรมการแพทย์แผนไทยฯ เชิดชูหน่วยบริการเด่น และ ชุมชนเวลเนส ปี 2568 ย้ำเป้าหมาย ยกระดับสมุนไพรไทย สู่ความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจประเทศ

    กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติให้กับหน่วยงานบริการภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ที่มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนตะวันตก กว่า 180 แห่ง ทั่วประเทศ พร้อมมอบป้าย “ชุมชนเวลเนส (Wellness Community)” แก่ชุมชนที่ผ่านเกณฑ์รับรองคุณภาพ ในเวทีประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี พ.ศ. 2568 สู่ความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจประเทศ

    วันที่ 10 กันยายน 2568 ที่ ห้องประชุม Grand Diamond ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ แก่หน่วยบริการที่มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนตะวันตก และมอบป้าย “ชุมชนเวลเนส (Wellness Community)” แก่ชุมชนที่ผ่านเกณฑ์รับรอง โดยมี นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวรายงานความเป็นมาและรายละเอียดโครงการ

    นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรไทยทดแทนยาแผนตะวันตก เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความมั่นคงทางยาในระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะการพัฒนาโรงพยาบาลต้นแบบในระดับพื้นที่ ที่สามารถเป็นแบบอย่างในการขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพอย่างยั่งยืน

    ในการนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ดำเนินการประเมินและ มอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยบริการที่มีผลงานโดดเด่น รวมทั้งสิ้น 189 แห่ง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) รางวัล เข้าร่วมการประเมินผลการส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนตะวันตก สำหรับหน่วยบริการที่สามารถใช้สมุนไพรทดแทนยาแผนตะวันตก 5 รายการ ผ่านเกณฑ์ตามที่กรมฯ กำหนดจำนวน 95 แห่ง 2) รางวัลคุณภาพบริการดีเด่น สำหรับหน่วยบริการที่มีรายรับจากการให้บริการผู้ป่วยนอกด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ตามเกณฑ์ จำนวน 19 แห่ง และหน่วยบริการที่มีรายรับจากการให้บริการฯ สูงสุดในแต่ละเขตสุขภาพ ประเภทโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน จำนวน 36 แห่ง รวม 55 แห่ง 3) รางวัลส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรในระบบบริการสุขภาพ สำหรับหน่วยบริการที่มีผลงานโดดเด่นด้านการใช้ยาสมุนไพรในระบบบริการสุขภาพเพิ่มขึ้น ร้อยละ 201 ขึ้นไป (ระดับดีเด่น) ในปีงบประมาณ 2568 เทียบกับปีงบประมาณ 2567 จำนวน 39 แห่ง เป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก คือการทำให้ประชาชนเข้าถึงยาสมุนไพรไทยได้มากขึ้นอย่างปลอดภัย เพิ่มโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสมุนไพรมีรายได้ และผลักดันอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ลดการขาดดุลการค้า พร้อมขับเคลื่อนภูมิปัญญาไทยสู่ระดับโลก ตามนโยบาย “เจ็บป่วยคราใด คิดถึงยาไทยก่อนไปหาหมอ”

    ทางด้าน นายสมศักดิ์ กรีชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงานยังมีการประกาศรายชื่อ ชุมชนเวลเนส (Wellness Community) ประจำปีงบประมาณ 2568 รวมทั้งสิ้น 48 แห่ง ซึ่งผ่านการคัดเลือกและประเมินตามเกณฑ์ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยเน้นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากภูมิปัญญาไทยและสมุนไพร เชื่อมโยงกับศูนย์เวลเนสในชุมชน พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการสร้างรายได้ เสริมศักยภาพชุมชน และส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ แก่ประชาชน

    ทั้งนี้ การมอบรางวัลและป้ายรับรองในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพอย่างครอบคลุม ทั่วประเทศ

    นอกจากนี้ ภายในงานประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี พ.ศ. 2568 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้จัดกิจกรรมการอภิปรายหัวข้อ เรื่อง การขับเคลื่อนนโยบายการใช้ยาสมุนไพรในระบบ บริการสุขภาพ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ได้พัฒนาความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการ รวมทั้ง มีโอกาสเผยแพร่องค์ความรู้จากการศึกษาวิจัยและพัฒนายาสมุนไพรให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยตามหลักวิชาการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/955722&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lsHAg02jD6YIN0vG548-T

  • ว่าที่หัวหน้าทีมศก.ลั่น! พร้อมลุยงานฟื้นเศรษฐกิจประเทศ ยั่งยืนระยะยาว

    ว่าที่หัวหน้าทีมศก.ลั่น! พร้อมลุยงานฟื้นเศรษฐกิจประเทศ ยั่งยืนระยะยาว

    ว่าที่หัวหน้าทีมศก.ลั่น! พร้อมลุยงานฟื้นเศรษฐกิจประเทศ ยั่งยืนระยะยาว

    วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.25 น.

    เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงการดูแลระเบียบการเงินการคลัง ในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่ง ว่า จากที่ตนอยู่กระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรีกรุณาเห็นประโยชน์ เพราะตนเห็นกลไกในการขับเคลื่อนอยู่แล้ว ก็จะพยายาม เพราะเป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไปแล้ว ซึ่งได้เตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ เอาไว้แล้ว ส่วนรายละเอียดต่างๆ ขอให้มีการโปรดเกล้าฯ อย่างเป็นทางการก่อน

    เมื่อถามว่า รายละเอียดโครงการคนละครึ่ง 60:40 จริงหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ก็เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี ว่าจะต้องให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก แม้มีเวลาจำกัด เราก็ต้องฟื้นเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวให้ได้ และให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งเป็นหลักการที่นายกรัฐมนตรีมอบไว้ให้

    – 006

    เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

    โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

    1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

    3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/913347&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2A8iyqMprCF4I4gW0FZf6W

  • สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านลุยเปิดงานใหญ่ “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2025″เข้าสู่ปีที่ 3 กระตุ้นเศรษฐกิจการรับสร้างบ้าน | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ

    สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านลุยเปิดงานใหญ่ “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2025″เข้าสู่ปีที่ 3 กระตุ้นเศรษฐกิจการรับสร้างบ้าน | Prop2Morrow บ้าน คอนโด ข่าวอสังหาฯ

    สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดฉากยิ่งใหญ่ในงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2025″ ชูคอนเซปต์ ‘สร้าง อยู่ ดี’ พร้อมรับข้อเสนอจาก 30 บริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำ พบกับบ้านใหม่คุณภาพสูงในราคาเดิม ก่อนปรับราคาใหม่ต้นปี 2569 มีแบบบ้านทุกระดับราคากว่า 1,000 แบบ ภายในงานมีเสวนาความรู้ที่น่าสนใจ ‘สถาปนิกทอล์ก’ และ ‘ฮวงจุ้ยเสริมมงคล’ พร้อมส่วนลดพิเศษ ของแถม รางวัลทองคำมูลค่ากว่า 4 แสนบาท โดยตั้งเป้ายอดในงานขายพุ่ง 4,500 ล้านบาท จัดระหว่าง 10 – 14 กันยายน 2568  ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6

    อนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า การจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2025” ในคอนเซ็ปต์ ‘สร้าง อยู่ ดี’ มาพร้อมด้วยหลักคิดที่แข็งแรง ทั้งการ “สร้างบ้าน” กับนักสร้างบ้านมืออาชีพ “อยู่” บ้านที่ตรงใจในสไตล์ที่ทุกคนชื่นชอบ และ “ดี” เรื่องมาตรฐาน ความมั่นใจ และบริการหลังการขาย โดยสถานการณ์ในไตรมาส 2/2568 ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านปรับตัวลดลง 10% จากปัจจัยทางเศรษฐกิจ แล้วคาดกว่าในไตรมาส 3 และ 4 ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านจะฟื้นตัวกลับมาได้ โดยมีปัจจัยจากการเติบโตของตลาดต่างจังหวัดที่มีสัดส่วนมากถึง 80% ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สัดส่วน 20%

    งานรับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2025 จะเป็นงานที่เปิดโอกาสให้คนไทยได้มีบ้านในฝันง่ายขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ผู้บริโภคยังสามารถสร้างบ้านในราคาเดิมได้อยู่ โดยบริษัทรับสร้างบ้านที่เข้าร่วมงานยืนยันว่าไม่มีการปรับขึ้นราคาแม้จะอยู่ในช่วงต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม ซึ่งคาดการณ์ว่าต้นทุนของการสร้างบ้านจะปรับใหม่อีกครั้งประมาณต้นปี 2569

    การจัดงานนี้เพิ่มแรงกระตุ้นเศรษฐกิจหลายภาคส่วน ทั้งบริษัทรับสร้างบ้าน บริษัทวัสดุก่อสร้าง สถาปนิก วิศวกร แรงงาน โดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค และยกระดับอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 11,000 คน และสร้างยอดขายรวม 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากภายในงาน 3,500 ล้านบาท และยอดขายที่เกิดขึ้นภายหลังการจัดงานอีก 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ท่ามกลางความท้าทายเศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะด้านแรงงาน ทางสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ได้แนะการปรับตัวรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ด้วยการเตรียมนำเทคโนโลยี และระบบ Project Management มาช่วยบริหารจัดการระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเร่งอบรมช่างและผู้รับเหมาในเครือข่ายให้มีมาตรฐานเดียวกัน ทำควบคู่ไปกับการพัฒนาคู่มือการก่อสร้างเพื่อให้การทำงานเป็นระบบอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด

    “การที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. มีข้อเสนอลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% นั้น แม้จะไม่ส่งผลต่อตลาดรับสร้างบ้านโดยตรง เพราะเป็นที่ดินของลูกค้า แต่ถือว่าเป็นกระตุ้นการตัดสินใจสร้างบ้านได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เชื่อมั่นว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยผลักดันตลาดให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง”

    ภายในงานยังมีกิจกรรมเสวนา “ฮวงจุ้ยเสริมมงคล” โดยซินแสหมิง ขงเบ้งเมืองไทย หรือ อาจารย์พงศ์สดายุ นาคทอง ที่ปรึกษาด้านศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยที่มีชื่อเสียง และอาจารย์แบงค์ เคลียดวง รวมทั้งกิจกรรม “สถาปนิกทอล์ก” ที่มีสถาปนิกมาให้ความรู้และให้คำแนะนำสำหรับคนที่วางแผนสร้างบ้าน

    ตลอด 5 วันของการจัดงาน ระหว่าง 10 – 14 กันยายน 2568 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6 จะเต็มไปด้วยข้อเสนอและส่วนลดพิเศษที่น่าสนใจจากบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำกว่า 30 บริษัท พร้อมบริษัทวัสดุจำนวนมากที่จะนำสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ และสถาบันการเงินชั้นนำ ทั้งสินเชื่อ ดอกเบี้ยพิเศษ เข้าร่วมงานในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายของแบบบ้านมากกว่า 1,000 แบบ มีให้เลือกในทุกระดับราคาบ้าน รวมทั้งของแถมรางวัลจากสมาคม เป็นทองคำมูลค่ารวมกว่า 4 แสนบาท รวมถึงสินค้านวัตกรรมในกลุ่มวัสดุ และโปรโมชันจากบริษัทรับสร้างบ้านที่ร่วมออกบูธภายในงาน

    สถาบันการเงินชั้นนำ สำหรับสินเชื่อบ้าน และสิทธิพิเศษภายในงาน มีดังนี้

    1. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) 

    • ค่าจดจำนอง 0.50% ของวงเงินกู้
    • ค่าอากรแสตมป์ติดสัญญาเงินกู้ 0.05% ของวงเงินกู้
    • ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 3 ปี สมัครสินเชื่อตั้งแต่ 10-30 กันยายน 2568 และจดจำนองภายใน 30 ธันวาคม 2568

    2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

    • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ 3 ปี เฉลี่ย 3.20%
    • ผ่อนต่ำเริ่มต้นล้านละ 2,600 บาท
    • ฟรี! ค่าธรรมเนียมประเมินราคา
    • ฟรี! ค่าจำนอง กรณีกู้ปลูกสร้างบ้านตั้งแต่ 7.00 ล้านบาทขึ้นไป

    3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ครบรอบ 72 ปี

    • อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรก 0.72 % ต่อปี ถ้าทำนิติกรรมภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 รับสิทธิพิเศษ GHB Reward Privilege รับคะแนนสะสม 100 พ้อยท์
    • กรณีทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ดอกเบี้ยคงที่ต่อเดือนที่ 1-6 0.89 % ต่อปี ยื่นคำขอกู้ อนุมัติ และทำนิติกรรม ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568

    4. บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

    • เบี้ยประกันภัยลดสูงสุด 18%
    • เบี้ยเริ่มต้น 3,000 บาท
    • คุ้มครองต่อเนื่องถึง 12 เดือน หลังจากวันที่ส่งมอบงาน
    • เครือข่ายสินไหมครอบคลุมทั่วประเทศไทย
    • คุ้มครองน้ำท่วมและแผ่นดินไหว สูงสุด 30% ของมูลค่างาน

    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://prop2morrow.com/851016/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://prop2morrow.com/851655/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nYFdou4fxL3avxKgPLMig

  • “อนุทิน” เปิดตัว “ศุภจี” เสริมทัพทีมเศรษฐกิจ “เอกนิติ” คุมคลังดันนโยบายฟื้นประเทศ

    “อนุทิน” เปิดตัว “ศุภจี” เสริมทัพทีมเศรษฐกิจ “เอกนิติ” คุมคลังดันนโยบายฟื้นประเทศ


    นายกฯ เคียงข้าง “เอกนิติ” และ “ศุภจี” ว่าที่รมว.พาณิชย์ โชว์ภาพทีมเศรษฐกิจใหม่ มุ่งขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่ง” เดินหน้าสู่ความยั่งยืน

    ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ว่าที่รองนายกรัฐมตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อมาหารือกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  

    ภายหลังการหารือ นายอนุทิน เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการพูดคุยเพื่อกำหนดแนวทางการทำงานด้านเศรษฐกิจร่วมกัน โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนายเอกนิติและนางศุภจี เพื่อวางรากฐานแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล

    นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า การทำงานของรัฐบาลจะต้องนำความคาดหวังและผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมาเป็นที่ตั้ง พร้อมเชื่อมั่นในประสบการณ์และความสามารถของทีมงานที่จะช่วยกันขับเคลื่อนบ้านเมือง “รัฐบาลนี้อำนาจอยู่ที่ผู้ปฏิบัติ ส่วนผมมีหน้าที่กำหนดนโยบาย ตั้งเป้าหมายและทิศทาง คือทำให้ประเทศไทยก้าวหน้าอย่างมั่นคง”

    และยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ เพื่อให้ประชาชนได้รับโอกาสและประโยชน์อย่างสูงสุด “การบริหารประเทศไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ที่ประชาชนทั้งประเทศเป็นครูและผู้ร่วมตรวจสอบ หากเราทำผิด ประชาชนจะเดือดร้อน ดังนั้นเราต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด” นายอนุทิน กล่าว

    พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้รัฐบาลคือรัฐบาลของประเทศไทย “ผมพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ตราบเท่าที่สิ่งที่นำเสนอออกมานั้นเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชน” 

    ทางด้านนางศุภจี  กล่าวเปิดใจถึงความมุ่งมั่นที่เข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้ว่า ตนมีความตั้งใจเหมือนนายกรัฐมนตรี พูดไปแล้วว่าระยะเวลาสั้น ๆ นี้ เป็นระยะเวลาที่มีความท้าทาย และมีความสำคัญมาก ประเทศเราต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะระยะเวลาสั้นแค่ไหน

    “ดิฉันในฐานะที่มีโอกาสได้ทำงานมาหลากหลาย รวมถึงงานระหว่างประเทศด้วย ตั้งใจจะนำเอาประสบการณ์ ความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมด มาทุ่มเทให้ในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีธงเดียวกับนายกฯ คือทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนให้ได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ”

    ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมชื่นชมและคาดหวังผลงานต่อจากนี้ นางศุภจี กล่าวว่า ขอบคุณที่ได้รับการชื่นชม และได้รับการคาดหวัง ถือเป็นกำลังใจที่ดีอย่างยิ่ง และจะยิ่งเป็นกำลังใจที่ทำให้ทุกคนไม่ผิดหวัง ดังนั้นก็จะประสานมือกับทีมงานทุกคนภายใต้นโยบายของนายกฯ และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ในการทำเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับมาให้ได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น  ยอมรับเป็นความท้าทาย แต่ก็มีความตั้งใจที่จะสามารถทำได้ คงทำไม่ได้ทุกอย่าง แต่เราจะเลือกสิ่งที่ทำแล้วเกิดผลอย่างดีที่สุด ให้ได้มากที่สุดในระยะเวลาที่เรามี

    เมื่อถูกถามต่อว่าในระยะเร่งด่วนอยากจะทำอะไรเป็นลำดับแรก นางศุภจี กล่าวว่า ขออนุญาต เนื่องจากตนยังไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ และต้องรอนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของภาพใหญ่ด้วย ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนก็ต้องรอดูว่านโยบายหลักภายใต้การนำของนายกฯ เป็นอะไร และเรามีหน้าที่เสริมในเป้าประสงค์เดียวกัน เพื่อทำประโยชน์สูงสุดให้ประเทศ ดังนั้นจึงขอยังไม่พูดว่าจะทำอะไรก่อนหลัง

    นายเอกนิติ กล่าวถึงการดูแลระเบียบการเงิน การคลัง ในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” ว่า จากที่ตนอยู่กระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรีกรุณาเห็นประโยชน์ เพราะตนเห็นกลไกในการขับเคลื่อนอยู่แล้ว ก็จะพยายาม เพราะเป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไปแล้ว ซึ่งได้เตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ เอาไว้แล้ว ส่วนรายละเอียดต่างๆ ขอให้มีการโปรดเกล้าฯ อย่างเป็นทางการก่อน

    เมื่อถามว่า รายละเอียดโครงการ “คนละครึ่ง” 60:40 จริงหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ก็เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี ว่าจะต้องให้เกิดประโยชน์ กับประชาชนแลประเทศชาติเป็นหลัก แม้มีเวลาจำกัด เราก็ต้องฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะยาวให้ได้และให้ เกิดความยั่งยืน ซึ่งเป็นหลักการที่นายกรัฐมนตรี มอบไว้ให้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/35260&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2L8Hxmy9GBs6ak6fz_sqp1

  • เอกชนหวังรัฐบาล “อนุทิน” แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง

    เอกชนหวังรัฐบาล “อนุทิน” แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง

    กรุงเทพฯ 10 ก.ย. – เอกชนหวังรัฐบาล “อนุทิน” แก้ปัญหาเศรษฐกิจ -ปากท้องชาวบ้าน – ช่วย SME ฝ่าวิกฤต ชมทีมเศรษฐกิจ รมต.คนนอกออกมาดี หวังทำงานไปในทิศทางเดียวกันกับโค้วตาพรรคร่วมฯ

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ของรัฐบาลภูมิใจไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่า ตามที่ได้เห็นโผ ครม.ของนายอนุทิน ตามสื่อ ก็ต้องขอบคุณนายกฯ อนุทิน ที่รับฟังภาคเอกชน โดยก่อนหน้านี้ กกร.เคยบอกเอาไว้ว่าอยากได้ทีมเศรษฐกิจที่เป็นคนเก่ง เป็นคนดี มีประสบการณ์ กล้าตัดสินใจทำงานได้ทันที ซึ่งขณะนี้รายชื่อรัฐมนตรีคนนอก โดยเฉพาะทีมที่มีรายชื่อออกมา ไม่ว่าจะเป็น รมว.คลัง และรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ คือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์  ซึ่งมีประสบการณ์การทำงาน โดยเฉพาะที่กรมสรรพากรที่ได้พัฒนาการใช้ดิจิทัลมาสร้างความง่าย สะดวก และโปร่งใสให้กับผู้เสียภาษี และความเป็นลูกหม้อกระทรวงการคลัง จึงเชื่อว่าจะสามารถทำงานได้ทันที และยังมีนายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็น รมช. ที่มีความเข้าใจในเองการเงิน การคลัง และยังเป็นทีมงานนายพิชัย ชุณหวชิร อดีต รมว.คลัง จึงมั่นใจว่าการทำงานสามารถต่อติดได้ทันที 2 แรงแข็งขันของกระทรวงการคลังน่าจะเอาอยู่

    ส่วน รมว.ต่างประเทศ ตามข่าวคือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ก็เป็นลูกหม้อกระทรวงการต่างประเทศ มีประสบการณ์มากมาย จึงเชื่อว่าจะมีเครือข่ายคอนเนกชั่น มีความเข้าใจในบริบทที่ดี ส่วน รมว.พาณิชย์ ที่มีรายชื่อนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ก็ผ่านงานบริษัทระดับโลกมากมาย คิดว่าในเรื่องการต่างประเทศไม่น่ามีปัญหา แต่อาจจะติดนิดเดียวที่ท่านไม่เคยอยู่ในระบบราชการมาก่อน อาจจะต้องใช้เวลาปรับจูน

    อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเท่านี้ ยังมีอีกหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงท่องเที่ยว กระทรวงเกษตร กระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งต้องทำงานร่วมกัน แต่ทั้งนี้รัฐมนตรีของกระทรวงดังกล่าวเป็นโควตาของคนในพรรคร่วม สิ่งที่ฝากคือ โควตาคนนอกที่ตอนนี้ออกมาค่อนข้างดีทางด้านเศรษฐกิจ แต่สำหรับโควตาพรรคร่วม ที่ต่างคนต่างมาจากคนละพรรค สิ่งที่จะทำอย่างไรให้มีการออกแบบการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งต้องเป็นคนที่มีบารมีเป็นคนที่จะตัดสินใจ เนื่องจากรัฐบาลมีเวลาสั้นตาม MOA คือมีเวลาทำงานเพียง 4 เดือน ทุกนาทีมีค่ามากต้องทำงานอย่างเต็มที่ทุกวินาที และทุกคนทราบว่าปัญหาใหญ่ตอนนี้คือปัญหาเศรษฐกิจ ทำอย่างไรจะฟื้นกำลังซื้อ ลดค่าครองชีพพ สร้างรายได้ให้ประชาชน ลดหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังกดทับกำลังซื้อ ทำอย่างไรที่จะให้ภาคส่งออกที่เจอปัญหาความท้าทายรอบด้านทั้งภาษี การแย่งตลาด การไหลบ่าของสินค้าราคาถูกซึ่งส่งผลกระทบต่อ SME ไทย เหล่านี้คือภารกิจเร่งด่วน ซึ่งหลักในตอนนี้อยู่ที่กระบวนการทำงานร่วมกันของรัฐมนตรีคนนอก กับรัฐมนตรีที่อยู่ในระบบโควตา ในด้านเศรษฐกิจ จะทำอย่างไรให้การทำงานร่วมกันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ตรงจุด และรวดเร็วให้ทันการ โดยเฉพาะปัญหาการเงิน เงินกู้ SME เอสเอ็มอีต้องการการกระตุ้น การเติมเงิน และเรื่องความมั่นคง ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย กัมพูชา ยิ่งนานมูลค่าการค้าก็ยิ่งเสียหายมาก โดยรวมวันละ 500 ล้านบาท ซึ่งทำให้ได้รับผลกระทบทั้งซัพพลายเชน ทั้งการลงทุน การนำเข้าวัตถุดิบ

    “ใน 4 เดือนนี้ทำแค่นี้ก่อน คิดว่าจะช่วยประเทศได้เยอะ และเป็นการประคองจนกว่าจะมีการเลือกตั้งมีรัฐบาลถาวรในอนาคตต่อไป” นายเกรียงไกร กล่าว. -517-สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    สมุทรปราการ 8 ก.ย.- สมุทรปราการอ่วม! ระดับน้ำยังท่วมสูง หลังฝนตกหนักทั้งคืน ด้าน สพท. สั่งปิดแล้ว 25 โรงเรียน ปรับให้สอนแบบออนไลน์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือ สพท. สั่งปิด 25 โรงเรียนจังหวัดสมุทรปราการ 1 วัน พร้อมปรับการเรียนเป็นแบบออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ปกครอง หลังฝนตกหนักทั้งคืน ถนนสายสำคัญหลายเส้นถูกน้ำท่วม บางแห่งสูงกว่า 30 เซนติเมตร รวมถึงตรอกซอกซอยต่าง ๆ โดยบางพื้นที่น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ขณะเดียวกันหลายจุดยังคงมีน้ำท่วมขัง ระบายออกไม่ได้ เนื่องจากระดับน้ำในคลองสายหลักสูง ประกอบกับน้ำทะเลหนุน เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำ หากฝนไม่ตกลงมาซ้ำ คาดว่าบ่ายวันนี้สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ มีรายงานว่าเกิดเหตุ หนุ่มวัย 17 ปี เข็นรถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำ ถูกไฟรั่วจากแบริเออร์ก่อสร้างบนถนนแพรกษา ช็อตเสียชีวิตต่อหน้าเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่เร่งสอบหาสาเหตุและป้องกันเหตุซ้ำ -สำนักข่าวไทย

    กรุงเทพฯ 8 ก.ย. – ศาลสั่งจำคุก 4 ปี “ลูกเกด ชลธิชา” สส.ประชาชน คดี ม.112 คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือ 2 ปี 8 เดือน ส่าสุดศาลให้กันประกันตัวแล้ว กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต วันนี้ ( 8 ก.ย.) ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.595/65 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด สส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี เป็นจำเลยในความผิด ดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ ม.4 (3) จากกรณีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.63 จำเลยได้โพสต์ข้อความ ลงในเฟซบุ๊กตัวเอง เกี่ยวกับราษฎรสาส์น […]

    กรุงเทพฯ 7 ก.ย. – โผ ครม. “อนุทิน 1” รื้อทั้งยวง หลัง “ธรรมนัส” คุมท่องเที่ยว ทำภูมิใจไทยต้องเกลี่ยใหม่ “ไชยชนก” ดีอี “ซาบีดา” วัฒนธรรม รอเปิดคนนอก “กลาโหม-ยุติธรรม” แว่วพลตำรวจโท อดีตรองผู้การภาค 3 ติดโผ จับตา “ศักดิ์ดา” ร่วมด้วย​ ด้าน “นิพนธ์” จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโผ ครม.ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ประมาณ 12 ที่นั่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล […]

    ชัยภูมิ 7 ก.ย.-น้ำท่วมหนักใน 3 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิ หลังฝนตกหนักตลอดทั้งคืน สภาพภายในวัดดอนไผ่ ริมถนนชัยภูมิ-นครสวรรค์ อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (7 ก.ย.) หลังพายุฝนกระหน่ำตลอดทั้งคืน ระดับน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร พระสงฆ์ต้องอพยพหนีน้ำท่วมไปฉันอาหารอยู่บนที่สูง ขณะนี้ระดับน้ำยังไม่ลดลง นอกจากนี้ ยังเกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง ย่านเศรษฐกิจในตัวอำเภอแก้งคร้อ และอำเภอบ้านเขว้า น้ำป่าสีแดงขุ่นไหลเข้าท่วมถนนสาย 225 ชัยภูมิ-นครสวรรค์ รวมถึงร้านค้า บ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะที่วัดกลางโนนแดง และวัดดอนไผ่ สาเหตุมาจากกรมทางหลวงก่อสร้างถนน 4 เลน ตัดผ่านบ้านโนนแดง ต.โนนแดง อ.บ้านเขว้า ทำให้น้ำป่าที่ไหลมาจากเขาภูแลนคา ไม่สามารถไหลไปลงแม่น้ำชีได้.-สำนักข่าวไทย

    ข่าวแนะนำ


    10 ก.ย. – เหตุสลด จนท.สวนสัตว์เอกชนแห่งหนึ่งถูกสิงโตรุมขย้ำจนเสียชีวิต ขณะลงจากรถ ทางสวนสัตว์เร่งหาสาเหตุลงไปทำไม ทั้งที่เจ้าตัวทราบกฎของสวนสัตว์ดีอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวอินเดียบันทึกเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เอกชนแห่งหนึ่งลงจากรถ ก่อนถูกสิงโตตัวแรกเข้ามากัดจากทางด้านหลัง แล้วลากไปให้เพื่อนสิงโตอีก 4 ตัว รุมขย้ำ โดยในคลิปเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดิ้นขัดขืน และไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนนอนแน่นิ่งและถูกรุมกัดจนเสียชีวิต ขณะที่ พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตอาจารย์และแพทย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หรือเป็นที่รู้จักในฐานะหมอที่มาช่วยเหลือคดีการเสียชีวิตของแตงโม ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์สิงโตรุมขย้ำเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ระบุว่า วันนี้ตนมาเที่ยวสวนสัตว์ โดยได้ขับรถเข้าไปในโซนซาฟารี ขณะนั้นมีรถนักท่องเที่ยวหลายคันเข้าชม เมื่อมาถึงบริเวณโซนสิงโต พบว่ามีรถของเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง ซึ่งเป็นรถของสวนสัตว์จอดอยู่คันเดียว ตอนนั้นตนเองก็รู้สึกผิดสังเกต เพราะช่วงเวลาดังกล่าวไม่ใช่ช่วงเวลาให้อาหารสัตว์ และเจ้าหน้าที่รายนี้อยู่คนเดียว ได้ลงมายืนข้างนอกรถ ฝั่งคนขับ โดยเปิดประตูรถทิ้งไว้ แต่ไม่ได้ทำอะไร แค่ยืนเฉยๆ ลักษณะยืนหันหน้าเข้าหารถ หันหลังให้สัตว์ ซึ่งตนรู้สึกแปลกใจอย่างมาก แต่เนื่องจากมีต้นไม้บัง ตนก็เลยไม่เห็นว่าในมือถืออะไร จากนั้นประมาณ 3 นาที มีสิงโตตัวหนึ่งค่อยๆ ย่องมาข้างหลัง ก่อนตะครุบเข้าทางด้านหลังเจ้าหน้าที่ทันที โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวไม่ได้มีท่าทีขัดขืน ดิ้นรนต่อสู้ หรือร้องขอชีวิตแต่อย่างใด หลังจากนั้นสิงโตตัวอื่นๆ ก็ค่อยๆ […]

    ร้อยเอ็ด 10 ก.ย. – เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมถนนสายบ้านทรายมูล-โพธิ์ตาก ซึ่งเสมือนพนังกั้นน้ำยัง หลังถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนขาด เมื่อช่วงเช้าวานนี้ โดยต้องปรับแผนนำเสาไฟฟ้ามาวางขวางเป็นแนวบิ๊กแบ็ก เพื่อให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้. – สำนักข่าวไทย

    เชียงใหม่ 10 ก.ย. – อุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำดื่มแหกโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้าที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย สร้างความเสียหายหนัก เสาไฟฟ้าล้มกว่า 70 ต้น บ้านเรือนเสียหาย 20 หลัง สาเหตุเกิดจากอะไร. – สำนักข่าวไทย

    พรรคภูมิใจไทย 10 ก.ย.-“ศุภจี” เปิดใจครั้งแรก ขอนำประสบการณ์ที่มีทั้งหมด ทุ่มเททำงานระยะสั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบคุณเสียงชื่นชม-ความคาดหวัง เป็นกำลังใจทำงาน รับทำไม่ได้ทุกเรื่อง แต่จะเลือกทำสิ่งที่เกิดผลอย่างดีที่สุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเปิดใจถึงความมุ่งมั่นที่เข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้ว่า ตนมีความตั้งใจเหมือนนายกฯ พูดไปแล้วว่า ระยะเวลาสั้นๆ นี้ เป็นระยะเวลาที่มีความท้าทาย และมีความสำคัญมาก ประเทศเราต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะระยะเวลาสั้นแค่ไหน “ดิฉันในฐานะที่มีโอกาสได้ทำงานมาหลากหลาย รวมถึงงานระหว่างประเทศด้วย ตั้งใจจะนำเอาประสบการณ์ ความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมด มาทุ่มเทให้ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีธงเดียวกับนายกฯ คือ ทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติและพี่น้องประชาชนให้ได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ” นางศุภจี กล่าว เมื่อถามว่า สังคมชื่นชมและคาดหวังผลงานต่อจากนี้ นางศุภจี กล่าวว่า ขอบคุณที่ได้รับการชื่นชม และได้รับการคาดหวัง ถือเป็นกำลังใจที่ดีอย่างยิ่ง และจะยิ่งเป็นกำลังใจที่ทำให้ทุกคนไม่ผิดหวัง ดังนั้นก็จะประสานมือกับทีมงานทุกคนภายใต้นโยบายของนายกฯ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ทำเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับมาให้ได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น เมื่อถามว่า ถือเป็นการบ้านที่หนักหรือไม่ เพราะเข้ามาในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศเป็นแบบนี้ นางศุภจี กล่าวว่า […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/business-1583927&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oKj5jDj6QoiCiqlXmAlhS

  • BDMS ผนึกรพ.พื้นที่ท่องเที่ยว รับQ4ไฮซีซั่นต่างชาติ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    BDMS ผนึกรพ.พื้นที่ท่องเที่ยว รับQ4ไฮซีซั่นต่างชาติ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น –  BDMS ครึ่งหลังเข้าสู่ไฮซีซั่นกลุ่มลูกค้าท่องเที่ยวเจาะกลุ่มต่างชาติเต็มสูบ ภายหลังผนึกรพ.ในจังหวัดท่องเที่ยวรองรับ โบรกลุ้นกำไรทั้งปีทะยานแตะ 1.7 หมื่นลบ.

    BDMS หรือ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ โดย บล.เอเอสแอล ระบุว่า แนวโน้ม Q3/68 จะยังสามารถเติบโตได้ YoY แม้จะมีฐานที่สูงจากโรคระบาด ในปีก่อน เมื่อพิจารณาผู้ป่วยต่างชาติคาดยังมีโมเมนตัมเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่า ในช่วงของเดือน ก.ค. จะชะลอตัวลง  แต่กลุ่มคนไข้ยุโรป ยังเติบโต(+2%) และตะวันออกกลางเติบโต (+4%) คาดกำไรทั้งปี 68 ที่ 1.7 หมื่นลบ.และรายได้แตะ 1.15 แสนลบ.

    Q4/รายได้ฟื้นรับท่องเที่ยว

    ด้าน บล.กรุงศรี ระบุว่า คาดงบช่วง Q4/68 รายได้จะฟื้นตัวจากโรคระบาด และเป็นช่วง High season ของการท่องเที่ยว ซึ่งมีเครือข่าย รพ.ในจังหวัดท่องเที่ยว ได้แก่ ภูเก็ต, ระยอง, พัทยา และเชียงใหม่ จะผลบวกของลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น

    ขยายชุมชนคลีนิกแตะ70แห่ง

    นอกจากนี้ในช่วงครึ่งหลัง BDMS มี แผนเร่งสร้างการเติบโตรายได้ด้วยการขยายคลีนิกชุมชนอีก 11 แห่ง ในพื้นที่ กรุงเทพ และ ต่างจังหวัด ทำให้ปีนี้จะมีจำนวนคลีนิกทั้งสิ้นเพิ่มเป็นกว่า 70 แห่ง เพื่อเพิ่มการใช้บริการ OPD ลูกค้าทั่วไปและประกันสังคมคาดกำไรทั้งปี 68 ที่ 1.6 หมื่นลบ. แนะ “ซื้อ” เป้า 28 บ./หุ้น

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/10/577073/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35KNXYsDU2ngLlV-KMW3Va

  • V

    V

    ‘บมจ.วีรันดา รีสอร์ท’ หรือ VRANDA เผยภาพรวมท่องเที่ยวไทยไตรมาส 3/2568 ฟื้นตัว โดยในเดือนสิงหาคม 2568 โรงแรม ‘วีรันดา คอลเลกชัน สมุย’ และ ‘วีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต’ ทำรายได้สูงสุดเป็นสถิติตั้งแต่เปิดโรงแรม มั่นใจรายได้เติบโตต่อเนื่องจากกลยุทธ์ขยายโรงแรมใหม่และการจับมือกับเชนระดับโลกอย่าง Marriott เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

    นายภวัฒก์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ผู้นำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดท่องเที่ยวไทยไตรมาส 3/2568 ฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังผ่านพ้นจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา สะท้อนจากในเดือนสิงหาคม 2568 มีโรงแรมสามารถทำรายได้สูงสุด ได้แก่ โรงแรมวีรันดา คอลเลกชัน สมุย – ร็อคกี้ รีสอร์ท (Veranda Collection Samui – Rocky’s Resort) ซึ่งมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 90% และราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน 6,690 บาท ขณะที่โรงแรมวีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต, ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น (Veranda Resort Phuket, Autograph Collection) มีอัตราเข้าพักถึง 67% และราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืน 5,865 บาท อีกทั้งยังเป็นโรงแรมใหม่ในภูเก็ตที่ได้คะแนนดี เป็นอันดับ 1 โรงแรม Luxury 5 ดาว ใน จ.ภูเก็ต โดยได้คะแนนเต็ม 5.0 จาก Tripadvisor แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการเพิ่มห้องพักในจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของประเทศ ช่วยให้ผลประกอบการภาพรวมดีขึ้นแม้ว่าโรงแรมในพื้นที่อื่นๆจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเล็กน้อยก็ตาม

    ทั้งนี้ คาดการณ์การท่องเที่ยวไทยไตรมาส 4 ปี 2568 จะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นไฮซีซัน จึงเป็นโอกาสที่วีรันดาฯ จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นจากการบริหารจัดการที่ดี พร้อมกลยุทธ์ที่ชัดเจน เช่น การเปิดโรงแรมใหม่ในภูเก็ตและการร่วมมือกับ Marriott ตลอดจนการได้รับการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เร่งดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูงเพื่อผลักดันรายได้การท่องเที่ยวให้ถึงเป้าหมาย 3 ล้านล้านบาทภายในปี 2568 ควบคู่กับการทำตลาดภายในประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gotomanager.com/content/141400/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3s8DUA6xv7RYS5HctMKIvE

  • คิง เพาเวอร์ ขยายธุรกิจ นำร่องเปิดที่จีน ประเดิมเซี่ยงไฮ้

    คิง เพาเวอร์ ขยายธุรกิจ นำร่องเปิดที่จีน ประเดิมเซี่ยงไฮ้

    คิง เพาเวอร์ ขยายธุรกิจ นำร่องเปิดที่จีน ประเดิมเซี่ยงไฮ้

    คิง เพาเวอร์ รุกตลาดต่างประเทศ ตั้งบริษัทใหม่ในเซี่ยงไฮ้ พร้อมเปิดร้านอาหารและขนมไทยในสนามบินผู่ตง วางหมากนำร่องสู่การขยายธุรกิจระดับโลก

    คิง เพาเวอร์ รุกตลาดต่างประเทศ ตั้งบริษัทใหม่ในเซี่ยงไฮ้ พร้อมเปิดร้านอาหารและขนมไทยในสนามบินผู่ตง วางหมากนำร่องสู่การขยายธุรกิจระดับโลก

    กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเกมรุกเชิงกลยุทธ์ เดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งบริษัท Shanghai King Power Commerce Co., Ltd. ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน หนึ่งในตลาดที่ใหญ่และมีศักยภาพสูงสุดของโลก เพื่อสร้างฐานธุรกิจค้าปลีกการท่องเที่ยวระยะยาวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีสากล

    โครงการนำร่องเริ่มต้นด้วยการเปิด 2 ธุรกิจ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง สนามบินหลักที่มีผู้โดยสารนับร้อยล้านคนต่อปี ได้แก่ ร้าน “TAI HAI TAO” จำหน่ายขนมและอาหารไทยสำเร็จรูปคุณภาพ และร้าน “SOMBAT THAI” ที่นำเสนออาหารไทยแท้จากวัตถุดิบคุณภาพสูงส่งตรงจากประเทศไทย นับเป็นการวางตำแหน่งแบรนด์ไทยในทำเลที่มีนักท่องเที่ยวและนักเดินทางจากทั่วโลกหมุนเวียนตลอดเวลา

    นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการบริหาร คิง เพาเวอร์ ระบุว่า การเข้าสู่ตลาดจีนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจต่างประเทศ แต่ยังเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในตลาดที่มีอิทธิพลสูงต่อเศรษฐกิจโลก พร้อมย้ำว่าประสบการณ์ในจีนจะเป็นต้นแบบต่อยอดสู่ภูมิภาคอื่น ๆ

    คิง เพาเวอร์ ขยายธุรกิจ นำร่องเปิดที่จีน ประเดิมเซี่ยงไฮ้

    การรุกตลาดจีนของคิง เพาเวอร์ มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ทั้งการส่งออกสินค้าและวัตถุดิบไทย การยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก และการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับแบรนด์ไทย นอกจากนี้ยังช่วยเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่านการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารและสินค้าไทยสู่สายตานักเดินทางนานาชาติ

    ด้วยกลยุทธ์นำร่องในเซี่ยงไฮ้ คิง เพาเวอร์ไม่เพียงย้ำบทบาทความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว แต่ยังวางรากฐานเพื่อก้าวสู่ผู้เล่นระดับโลก พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีนานาชาติ

    คิง เพาเวอร์ ขยายธุรกิจ นำร่องเปิดที่จีน ประเดิมเซี่ยงไฮ้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/730197&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tm1yhJKEe8SeZwdV2J91B

  • ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมเตรียมความพร้อมหน่วยงานในสังกัด รองรับการเข้ารับตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมเตรียมความพร้อมหน่วยงานในสังกัด รองรับการเข้ารับตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่

    วันที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยงานในสังกัด เนื่องในโอกาสการเข้ารับตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้สังกัดกระทรวงฯ

    การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญเพื่อพิจารณาแนวทางการเตรียมการต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการจัดทำข้อมูลสาระสำคัญของแต่ละหน่วยงาน โดยเรียงลำดับตามความสำคัญ การนำเสนอประเด็นปัญหาและอุปสรรคที่ควรเร่งแก้ไข ตลอดจนการจัดทำข้อเสนอ “Quick Win” ของแต่ละหน่วยงาน ที่สามารถดำเนินการให้เห็นผลลัพธ์ได้ภายในระยะเวลา 4 เดือน

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อวิสัยทัศน์และนโยบายของรัฐมนตรีที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมในระยะสั้น ควบคู่กับการวางแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาวการประชุมในครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความพร้อมของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจที่เกี่ยวข้องให้สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชน และเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและกีฬาในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/240922&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1eJ0FdXUa-33dfqiNqkqgF