Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “นาเดีย” เล่าทริปอังกฤษกดเลือกโรงแรมมั่วๆ  แต่กลายเป็นที่ที่ประทับใจสุด

    “นาเดีย” เล่าทริปอังกฤษกดเลือกโรงแรมมั่วๆ แต่กลายเป็นที่ที่ประทับใจสุด

    พากันบินไปถึงอังกฤษครอบครัวโสณกุล โดยทางทางด้านคุณแม่อย่าง นาเดีย โสณกุล และสามี คุณพ่อ ม.ล. อภิมงคล ได้บินตรงสู่ประเทศอังกฤษเพื่อส่ง ‘น้องนพ-นพมงคล โสณกุล ณ อยุธยา’ ลูกชายคนโตเข้าเรียนที่ Harrow School 

    ซึ่งนอกจากภารกิจสำคัญในการพาลูกชายไปเริ่มต้นเส้นทางการศึกษาที่โรงเรียนชื่อดังระดับโลกแล้ว ครอบครัวยังได้เก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความทรงจำร่วมกันด้วยการท่องเที่ยวและพักผ่อน ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของประเทศอังกฤษ และการกดเลือกโรงแรมมั่วๆ ก็กลายเป็นที่ที่ประทับใจที่สุด

    “กดเลือกมามั่วๆแค่จะหาโรงแรมที่ใกล้สวนสัตว์จุดหมายหลักที่้เราจะไป กลายเป็นที่ที่ประทับใจสุด Luton hoo hotel golf and spa โรงแรมสวยมาก อาณาเขตสุดลูกหูลูกตา มีกวาง มีกระต่าย โผล่ให้เราเห็นประปรายระหว่างทางเข้า อาหารก็อร่อยและมีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่มายาวนานหลายร้อยปี Queen Elizabeth ที่2 กับ Prince Phillips พระสวามีก็มาhoneymoon ที่นี่ และควีนยังจัดงานวันเกิดครบรอบ60ปีให้เจ้าชายฟิลิปที่นี่ด้วย , สมัยสงครามโลกครั้งที่2 Sir Winston Churchill นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นก็ใช้ที่นี่เป็นที่ปราศรัย มีคนเข้าร่วมถึง 110,000 คน และยังมีรายชื่อคนสำคัญระดับelite ทั้งแวดวงการเมือง และราชวงศ์แวะเวียนมาตลอด โรงแรมแห่งนี้ยังเป็นที่ถ่ายหนังHollywood หลายเรื่องที่เรารู้จักๆกัน Four weddings and a funeral, James Bond ตอน The world is not enough, Pride and prejudice หรือ The Crown แต่น่าเสียดายว่ากำลังจะปิดตัวสิ้นเดือนนี้แล้ว เพราะจะรีโนเวทสนามกอล์ฟครั้งใหญ่อย่างเต็มรูปแบบถึง3ปี ถือว่าเป็นโบนัสของครอบครัวมากๆสำหรับทริปนี้ Surprise destinations, unforgettable memories”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9842366/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sR1zrBaSyxm09tescR71I

  • ‘หมอยง’ แจงยังไม่มีผลวิจัยเพียงพอให้ ‘ผู้สูงอายุ’ ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก

    ‘หมอยง’ แจงยังไม่มีผลวิจัยเพียงพอให้ ‘ผู้สูงอายุ’ ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก

    15 ก.ย. 2568 – ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่องวัคซีนไข้เลือดออก (ตอนที่ 5) โดยระบุว่า

    ที่จริงวัคซีนไข้เลือดออกมีคนถามมานาน แต่ก็ไม่อยากจะโพสต์ การให้ข้อมูล จะให้ข้อมูลจากงานวิจัยของเรา และเป็นข้อมูลของประเทศไทย การตัดสินใจ ขอให้อ่านให้จบทุกตอน แล้วตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

    สำหรับประเทศไทย จากความเห็นดังกล่าวที่กล่าวมาแล้ว การฉีดในเด็กเล็กเกินไป เช่น 4-6 ขวบ อีก 10 ปีข้างหน้าเมื่อเป็นวัยรุ่น ภูมิต้านทานที่ตกลงไป จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้

    ผู้ที่มีอายุมากๆ เกิดในสมัยนอนกางมุ้ง โดยเฉพาะ สว. หรือ วัย silver age (ผมสีเงิน) ส่วนมากน่าจะติดครบ 4 สายพันธุ์แล้ว และการศึกษาก็ยังไม่มีข้อมูล รวมทั้งเรื่องของความปลอดภัย ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอให้ฉีด และวัคซีนก็ไม่มีข้อมูลสำหรับผู้สูงอายุ

    ไวรัสไข้เลือดออก ในส่วนของภูมิต้านทานก็ไม่ได้มีการแปรเปลี่ยน แบบไข้หวัดใหญ่ โควิด 19 ระบบภูมิต้านทานก็น่าจะป้องกันได้ครบ 4 สายพันธุ์ ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มนี้อย่างละเอียดรวมทั้งประสิทธิภาพของวัคซีน ที่ยังต้องการการศึกษามากกว่านี้

    วัคซีนที่จะใช้จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด เพราะเราให้ในคนปกติ แข็งแรง และต้องมีข้อมูลที่มากเพียงพอ โดยเฉพาะไข้เลือดออก เพราะภูมิต้านทานที่ลดลงระดับหนึ่ง จะช่วยเสริมการติดเชื้อ (การติดเชื้อสายพันธุ์เดียวกันหรือต่างสายพันธุ์ ที่ต้องศึกษาให้ชัดเจน) รวมทั้งข้อมูลของประเทศไทย และความเหมาะสมคุ้มค่า ในภาพรวม โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ธรรมชาติการติดเชื้อไม่เหมือนไวรัสอื่น จึงทำให้การพัฒนาวัคซีนที่ผ่านมาล่าช้ามาก ทั้งที่โรคนี้มีความสำคัญมามากกว่า 50 ปี และต้องคำนึงถึงผล อาการข้างเคียง ระยะยาว สิ่งที่คำนึงถึงขณะนี้คือ เชื้อไวรัสไข้เลือดออก ชนิดที่ 3 และ 4 ที่ผ่านมาการศึกษาขนาดตัวอย่างยังน้อยเกินไป หรือคงต้องรอมีการใช้จริงไปอีกระยะหนึ่ง

    จากข้อมูลที่ทำการศึกษา ความสำคัญหรืออายุจึงอยู่ที่ ตั้งแต่ 10 ขวบขึ้นไป หรือวัยรุ่น จนถึงวัยผู้ใหญ่ วัยกลางคน มากกว่า เพราะเชื่อว่าเคยติดเชื้อมาแล้วเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น 1 ครั้งหรือ 2 ครั้งหรือมากกว่า และต้องเชื่อมั่นว่าวัคซีนมีความปลอดภัย ส่วนวัย silver age (ดูสีผม) ก็น่าจะติดเชื้อมาหลายครั้งแล้วในวัยเด็ก และข้อมูลการศึกษาก็ยังไม่เพียงพอ ต้องรอการศึกษาเพิ่มเติม

    การตัดสินใจ วัคซีนนี้เป็นวัคซีนทางเลือก การตัดสินใจจึงอยู่ที่ตัวเรา ผมมีหน้าที่ให้ข้อมูลต่างๆที่ทำการศึกษาและเป็นความจริงในประเทศไทย

    โปรดติดตามตอนต่อไป.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/human-life-news/861804/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1a7KRdhOP2RfoNoNvNFV4E

  • สุดเจ๋ง! ร.ร.อนุบาลขอนแก่น กวาดรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มากสุด 27 ผลงาน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73

    สุดเจ๋ง! ร.ร.อนุบาลขอนแก่น กวาดรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มากสุด 27 ผลงาน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73

    ภูมิภาค

    สุดเจ๋ง! ร.ร.อนุบาลขอนแก่น กวาดรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มากสุด 27 ผลงาน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73

    วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 07.26 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น สร้างชื่อเสียงคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ถึง 27 ผลงาน ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 ปีการศึกษา 2568 ท่ามกลางการแข่งขันเข้มข้นของนักเรียนกว่า 6,500 คน พร้อมประกาศความสำเร็จเป็นพลังใจสู่การพัฒนาศักยภาพนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
       
    เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 ได้จัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 ปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 11 – 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเปิดเวทีให้นักเรียนกว่า 6,500 คน ได้แสดงศักยภาพรอบด้าน ทั้งวิชาการ ศิลปะ ดนตรี กีฬา สิ่งประดิษฐ์ และทักษะวิชาชีพ ตลอดจนเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ผู้ทรงริเริ่มการจัดงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2455 นับเป็นเวทีการเรียนรู้ที่จัดต่อเนื่องมาแล้วกว่า 113 ปี

       การจัดงานครั้งนี้มีสถานที่แข่งขัน 3 แห่ง คือ โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น โรงเรียนสนามบิน และค่ายลูกเสือแก่นนคร โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 167 รายการ ครอบคลุมนักเรียนทั้งกลุ่มปกติและกลุ่มการศึกษาพิเศษเรียนรวม อาทิ วิชาการคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ทัศนศิลป์ การงานอาชีพ สุขศึกษาและพลศึกษา ดนตรี นาฏศิลป์ รวมถึงกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และการจัดค่ายพักแรม
       
    ผลการแข่งขันปรากฏว่า โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น สามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น กวาดรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มากที่สุดถึง 27 ผลงาน พร้อมคว้าเหรียญทอง 16 เหรียญ และเหรียญเงินอีก 3 เหรียญ ถือเป็นอันดับ 1 ของเขตพื้นที่การศึกษา ส่วนโรงเรียนสนามบินก็คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้ 12 ผลงาน และเก็บรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 70 เหรียญ

       หลังจบการแข่งขัน ดร.ประจวบ  ศิริภักดิ์ ผู้อำนวยการ(เชี่ยวชาญ)โรงเรียนอนุบาลขอนแก่นได้ออกมาขอบคุณ ต่อคณะครู นักเรียน และผู้ปกครองทุกท่านในนามของโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการเตรียมความพร้อม ส่งเสริม และสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้ที่73ในครั้งนี้
       
    ผลจากความร่วมมืออันเข้มแข็งและความทุ่มเทของทุกคน ทำให้นักเรียนของเราได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ทั้ง เหรียญทองชนะเลิศ และรางวัลเหรียญทองอื่น ๆ อีกหลายรายการ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นของเรา และเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักเรียนต่อไป

    ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น คณะครูผู้ฝึกซ้อม นักเรียนผู้มีความมุ่งมั่น และผู้ปกครองที่ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง ข้าพขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราจะร่วมกันสร้างผลงานที่งดงามเพื่อโรงเรียนและนักเรียนของเราต่อไป.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/446389&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GF6LvXohWn92f_IDhiOqw

  • ‘ศุภชัย’ มอง ทำนโยบายรถไฟฟ้าต้องรู้ต้นทุนจริงเท่าไหร่ | เดลินิวส์

    ‘ศุภชัย’ มอง ทำนโยบายรถไฟฟ้าต้องรู้ต้นทุนจริงเท่าไหร่ | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5112600/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XtRnHRNdoPy2DbqFTTuQx

  • นิด้าโพล เผยประชาชนเชื่อรัฐบาลเสียงข้างน้อย อยู่ครบ 4 เดือน แต่ไร้เสถียรภาพ ต้องเจรจา ปชน. ตลอด

    นิด้าโพล เผยประชาชนเชื่อรัฐบาลเสียงข้างน้อย อยู่ครบ 4 เดือน แต่ไร้เสถียรภาพ ต้องเจรจา ปชน. ตลอด

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชน พบว่า

    ตัวอย่าง ร้อยละ 35.88 ระบุว่า รัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพทำงานด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเจรจากับพรรคประชาชนตลอด

    รองลงมา ร้อยละ 30.31 ระบุว่า การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้

    ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย

    ร้อยละ 23.21 ระบุว่า เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย

    ร้อยละ 23.05 ระบุว่า รัฐบาลจะมีเสถียรภาพ ทำงานได้ราบรื่น จากการสนับสนุนของพรรคประชาชน

    ร้อยละ 21.45 ระบุว่า ในท้ายที่สุด รัฐบาลจะขัดแย้งกับพรรคประชาชน

    ร้อยละ 10.61 ระบุว่า ในท้ายที่สุด ข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน จะถูกฉีก

    ร้อยละ 10.53 ระบุว่า รัฐบาลอยู่ไประยะหนึ่ง จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเอง

    ร้อยละ 8.17 ระบุว่า คุณอนุทิน ควรรอเป็นนายกฯ ของรัฐบาลเสียงข้างมาก หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า

    ร้อยละ 5.34 ระบุว่า พรรคประชาชนควรเข้าร่วมรัฐบาลด้วย เพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

    ร้อยละ 4.12 ระบุว่า ในท้ายที่สุด พรรคประชาชนจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยล้มรัฐบาล

    และร้อยละ 0.99 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อระยะเวลาในการบริหารรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พบว่า

    ตัวอย่าง ร้อยละ 56.26 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง

    รองลงมา ร้อยละ 27.79 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ได้นานกว่า 4 เดือน

    ร้อยละ 14.58 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ไม่ถึง 4 เดือน

    และร้อยละ 1.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนสนับสนุนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พบว่า

    ตัวอย่าง ร้อยละ 30.38 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย

    รองลงมา ร้อยละ 23.36 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย

    ร้อยละ 23.13 ระบุว่า เห็นด้วยมาก

    ร้อยละ 22.67 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย

    และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนไม่เข้าร่วมรัฐบาล พบว่า

    ตัวอย่าง ร้อยละ 32.98 ระบุว่า เห็นด้วยมาก

    รองลงมา ร้อยละ 23.35 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย

    ร้อยละ 22.52 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย

    ร้อยละ 19.39 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย

    และร้อยละ 1.76 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/political/morning/447671&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rIN9rKEw5IUDNn9twnoVX

  • จีน-สหรัฐฯ เสร็จสิ้นเจรจาการค้าวันแรกที่สเปน คาดขยายเส้นตายขาย TikTok : อินโฟเควสท์

    จีน-สหรัฐฯ เสร็จสิ้นเจรจาการค้าวันแรกที่สเปน คาดขยายเส้นตายขาย TikTok : อินโฟเควสท์

    สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้เสร็จสิ้นการประชุมวันแรกกรุงมาดริด ประเทศสเปน ในวันอาทิตย์ (14 ก.ย.) โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาในประเด็นการค้า ความมั่นคง และประเด็นทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการกำหนดเส้นตายขายกิจการแพลตฟอร์มติ๊กต๊อก (TikTok) ของจีน โดยการเจรจาในวันแรกได้สิ้นสุดลงหลังจากใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง

    การเจรจาระหว่างคณะผู้แทนที่นำโดยเบสเซนต์และเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กับเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน และหลี่ เฉิงกัง หัวหน้าคณะเจรจาการค้าของจีน มีขึ้นที่อาคาร Palacio de Santa Cruz ซึ่งเป็นที่ตั้งของกระทรวงการต่างประเทศของสเปน โดยการเจรจามีขึ้นเป็นเวลา 4 วัน เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 ก.ย.

    การเจรจาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สี่ในรอบสี่เดือนที่คณะผู้แทนได้พบกันในเมืองต่าง ๆ ของยุโรป เพื่อพยายามรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ให้เป็นไปในทิศทางที่ดีและไม่ให้ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้พบปะกันครั้งหลังสุดที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ในเดือนก.ค. และได้มีการทำข้อตกลงขยายระยะเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 90 วันจนถึงวันที่ 10 พ.ย. ซึ่งทำให้ภาษีศุลกากรที่สูงกว่า 100% ของทั้งสองฝ่ายลดลงอย่างมาก และทำให้จีนกลับมาส่งออกแร่หายากให้กับสหรัฐฯ อีกครั้ง

    ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าคาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งจัดขึ้นที่สเปนในครั้งนี้จะมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ แต่คาดว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการที่สหรัฐฯ จะขยายเส้นตายให้กับบริษัทไบต์แดนซ์ (ByteDance) ในการขายกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ จากเดิมที่กำหนดเส้นตายไว้ภายในวันที่ 17 ก.ย. มิฉะนั้นแอปพลิเคชัน TikTok จะปิดตัวลงในสหรัฐฯ

    ในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกนั้น ทรัมป์เคยลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่มีเป้าหมายเพื่อแบน TikTok ในสหรัฐฯ เว้นเสียแต่ว่า ไบต์แดนซ์จะขายกิจการ Tiktok ในสหรัฐฯ ให้กับบริษัทอเมริกัน แต่คำสั่งนั้นไม่ได้มีผลบังคับใช้ เนื่องจากถูกท้าทายทางกฎหมาย

    ต่อมาในเดือนเม.ย. 2567 ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ลงนามในกฎหมายที่ให้เวลาไบต์แดนซ์ 270 วันในการขายกิจการ Tiktok โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ ซึ่งหากไบต์แดนซ์ไม่ปฏิบัติตาม แอปพลิเคชัน TikTok จะถูกถอดออกจากแอปต่าง เช่น แอปเปิ้ล สโตร์ (Apple Store) และกูเกิล เพลย์ (Google Play) ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. 2568

    กระทั่งในเดือนมิ.ย.ปีนี้ ปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารให้ TikTok ยังคงดำเนินกิจการในสหรัฐฯ ต่อไปได้อีก 90 วันจนถึงวันที่ 17 ก.ย.

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/529313&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39eHbAq-Y1r6vE2B1Pmso0

  • การแปรรูปเกษตร เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ใหม่ให้เศรษฐกิจฐานราก

    การแปรรูปเกษตร เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ใหม่ให้เศรษฐกิจฐานราก

    การแปรรูปเกษตร เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ใหม่ให้เศรษฐกิจฐานราก


    15/09/2568 | 42 |

    เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ และขาดช่องทางการจำหน่าย การพัฒนา การแปรรูปเกษตร จึงเป็นคำตอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่า ลดการสูญเสีย และสร้างรายได้ใหม่ให้กับชุมชน


    🔎 การแปรรูปเกษตรคืออะไร?

    การแปรรูปเกษตร คือ กระบวนการนำผลผลิตทางการเกษตรมาผลิตหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบ เช่น การถนอมอาหาร แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษา


    📌 ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานราก

    1. เพิ่มมูลค่าสินค้า
      – มะม่วงสดขายกิโลกรัมละ 20 บาท แต่ถ้าแปรรูปเป็นมะม่วงอบแห้ง ราคาสูงถึง 200 บาท

    2. ลดการสูญเสียผลผลิต
      – ผลไม้ส่วนเกินจากฤดูกาลสามารถแปรรูปเป็นแยม น้ำผลไม้ หรือขนม

    3. สร้างงานใหม่ในชุมชน
      – กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตสินค้าเกษตรแปรรูป สร้างงานให้คนท้องถิ่น

    4. เข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น
      – ผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์ทันสมัยสามารถขายได้ทั้งในห้างสรรพสินค้าและช่องทางออนไลน์


    📍 ตัวอย่างจากพื้นที่จริง

    📍 จ.จันทบุรี
    กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้แปรรูปทุเรียนเป็นทุเรียนทอด สร้างรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับการขายผลสด

    📍 จ.เชียงราย
    วิสาหกิจชุมชนกาแฟแปรรูปเมล็ดกาแฟคั่วบดและบรรจุภัณฑ์ทันสมัย จัดจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก

    ที่มา : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/423304&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0arTu9uTy5JpRaPCqPW91E

  • ตลาดสินเชื่อแบรนด์เนมโตสวนเศรษฐกิจ ‘แบรนด์เนม มันนี่’ ปักธง 1,000 ล้านในปี 71

    ตลาดสินเชื่อแบรนด์เนมโตสวนเศรษฐกิจ ‘แบรนด์เนม มันนี่’ ปักธง 1,000 ล้านในปี 71

    ธุรกิจสินเชื่อแบรนด์เนมยังคงเติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว โดย บริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด (Brandname Money) ผู้นำด้านบริการสินเชื่อเช่าซื้อและขายฝากสินค้าแบรนด์เนมหรู ครบรอบ 1 ปี ด้วยยอดปล่อยสินเชื่อทะลุ 200 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าพอร์ตแตะ 1,000 ล้านบาทในปี 2571 และเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2573

    นายปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท เปิดเผยว่า ภายในปีแรกของการดำเนินงาน บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อได้เกินเป้าที่วางไว้กว่า 200 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อขายฝากกระเป๋า นาฬิกา และจิวเวลรี่แบรนด์เนม 150 ล้านบาท, สินเชื่อเช่าซื้อ “ผ่อนไป-ใช้ไป” 30 ล้านบาท และสินเชื่อ “ผ่อนจบ-รับของ” อีก 20 ล้านบาท

    เพื่อฉลองครบ 1 ปี บริษัทได้จัดแคมเปญคืนกำไรให้ลูกค้า ด้วยการลดดอกเบี้ยสินเชื่อขายฝากเดือนแรกเหลือเพียง 0.50% พร้อมเปิดบริการย้ายค่าย โดยแบรนด์เนม มันนี่ จะไถ่ถอนให้ฟรีหากลูกค้ามีภาระดอกเบี้ยสูงกับเจ้าเดิม รวมถึงให้บริการรับสินค้าถึงบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมประกันความเสียหาย

    ตลาดสินเชื่อแบรนด์เนมโตสวนเศรษฐกิจ ‘แบรนด์เนม มันนี่’ ปักธง 1,000 ล้านในปี 71

    ปัจจุบัน บริษัทมีพันธมิตรทางธุรกิจมากกว่า 70 ร้านค้าแบรนด์เนมมือสองทั่วประเทศ ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เช่น Bagnifique Brandname, SF Brandname และ Clara Brandname เพื่อสร้าง ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ใช้บริการสินเชื่อ

    นายปพน ระบุว่า สภาวะเศรษฐกิจไม่กระทบต่อธุรกิจสินเชื่อแบรนด์เนม เนื่องจากหากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคจะนำสินค้าหรูมาขายฝากเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจฟื้นตัว ความต้องการจับจ่ายซื้อแบรนด์เนมก็จะหนุนตลาดสินเชื่อเช่าซื้อให้เติบโต โดยจุดแข็งของบริษัทคือการอนุมัติสินเชื่อรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง และการพัฒนา Risk Management ด้วยระบบ Credit Scoring และทีมงานติดตามหนี้ที่เข้มแข็ง

    สำหรับแผนระยะกลาง (2569–2571) บริษัทจะเร่งขยายสาขาและจุดรับขายฝากทั่วประเทศ พร้อมพัฒนา AI Risk Model เฉพาะสินค้าแบรนด์เนม เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรวมแตะ 1,000 ล้านบาทในปี 2571

    ส่วนแผนระยะยาว (ภายในปี 2573) บริษัทวางเป้าหมายระดมทุน IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเสริมสภาพคล่องในการขยายพอร์ตสินเชื่อ หลังได้รับความสนใจจากทั้งสถาบันการเงินและบริษัทมหาชนหลายรายที่ต้องการเข้าร่วมทุน

    “เรามองไปไกลกว่าเพียงการปล่อยกู้ แต่ต้องการเป็นแหล่งสร้างสภาพคล่องทางการเงินสำหรับคนรักแบรนด์เนมทั่วประเทศ โดยยึดแนวคิดการปล่อยกู้ที่ไม่กดราคา และเปิดโอกาสให้คนเข้าถึงสินค้าหรูได้โดยไม่ต้องใช้เงินก้อน” นายปพนกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/marketing/638821&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3euoDjnGie9rwDVzEkxfs-

  • จีน-สหรัฐฯ เปิดเจรจาการค้ารอบใหม่ในมาดริด หารือข้อพิพาท TikTok และภาษีสินค้า

    จีน-สหรัฐฯ เปิดเจรจาการค้ารอบใหม่ในมาดริด หารือข้อพิพาท TikTok และภาษีสินค้า

    คณะผู้แทนจีนและสหรัฐอเมริกาเปิดการเจรจาการค้ารอบล่าสุดที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เพื่อหาข้อยุติข้อพิพาทเรื่อง TikTok และมาตรการภาษีสินค้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศจะขึ้น

    คณะเจรจาจีนจะอยู่ในเมืองหลวงของสเปนจนถึงวันพุธ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงรวมทั้งรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง จะพบกับคณะเจรจาสหรัฐฯ ที่นำโดยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ ณ พระราชวังซานตาครูซ สำนักงานใหญ่กระทรวงการต่างประเทศสเปน

    ความตึงเครียดด้านการค้าขึ้นลง

    ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างปักกิ่งและวอชิงตันผันผวนตลอดปี 2025 โดยทั้งสองฝ่ายขึ้นภาษีซึ่งกันและกันอย่างเป็นขั้นตอน ภาษีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ-จีนเคยพุ่งสูงถึงเลขสามหลักในช่วงหนึ่งของปีนี้ ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานสับสน

    ต่อมาวอชิงตันและปักกิ่งบรรลุข้อตกลงลดความตึงเครียด โดยลดอัตราภาษีชั่วคราวเหลือ 30% ฝ่ายสหรัฐฯ และ 10% ฝ่ายจีน ในเดือนสิงหาคม ทั้งสองฝ่ายเลื่อนการขึ้นภาษีที่สูงขึ้นออกไปอีก 90 วัน หมายความว่าการพักการขึ้นภาษีจะมีผลถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน

    ข้อพิพาท TikTok กดดันทั้งสองฝ่าย

    ผู้นำระดับสูงจากทั้งสองประเทศจะหารือเรื่องข้อพิพาทแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย TikTok ในระหว่างการประชุมที่มาดริด กำหนดเวลาให้แอปฯ ยอดนิยมนี้หาผู้ซื้อที่ไม่ใช่จีนหรือถูกแบนในสหรัฐฯ ภายในวันที่ 17 กันยายน หลังทรัมป์ขยายเวลาเป็นครั้งที่สาม

    กฎหมายกลางที่กำหนดให้ TikTok ต้องขายหรือถูกแบนด้วยเหตุผลความมั่นคงแห่งชาติ กำหนดมีผลบังคับใช้วันก่อนพิธีสาบานตนของทรัมป์ในเดือนมกราคม กระทรวงพาณิชย์จีนเรียกร้องให้วอชิงตันเมื่อวันศุกร์ว่าทำงานร่วมกับจีนบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและการปรึกษาหารืออย่างเท่าเทียม

    จีนเปิดการสอบสวนภาคเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ

    จีนเปิดการสอบสวนสองเรื่องเกี่ยวกับภาคเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ ปักกิ่งเปิดการสอบสวนต่อต้านการทุ่มตลาดชิป IC บางประเภทที่มาจากสหรัฐฯ กระทรวงพาณิชย์ยังระบุในแถลงการณ์แยกว่าจะเปิดการสอบสวนว่าสหรัฐฯ เลือกปฏิบัติต่อภาคชิปจีนหรือไม่

    การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนเป็นไปอย่างไม่มั่นคง โดยวอชิงตันกล่าวหาปักกิ่งว่าละเมิดข้อตกลงและชะลอการอนุมัติใบอนุญาตส่งออกแร่ธาตุหายาก จีนเป็นผู้ผลิตแร่ธาตุหายากชั้นนำของโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และการป้องกันประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/china-us-trade-talks-madrid-tiktok-tariffs&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZD0VSKXzuVSaytyF8qCWJ

  • “สว.ภิญญาพัชญ์” หนุน “คนละครึ่ง” ฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

    “สว.ภิญญาพัชญ์” หนุน “คนละครึ่ง” ฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

    “สว.ภิญญาพัชญ์” หนุน “คนละครึ่ง” ฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงการที่รัฐบาลเตรียมเดินหน้าผลักดันโครงการคนละครึ่ง ว่า ตนเชื่อว่าจะเป็นมาตรการสำคัญในการช่วยกระตุ้นการจับจ่ายของประชาชน และสนับสนุนรายได้ของร้านค้ารายย่อยและชุมชน

    โครงการคนละครึ่งจะช่วยให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร สามารถจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคได้สะดวกมากขึ้น ร้านค้ารายย่อยในตลาดท้องถิ่นก็สามารถรักษารายได้ ลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสในการทำมาค้าขายต่อไป ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่งไม่ใช่เพียงมาตรการชั่วคราว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

    น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเสนอว่ารัฐบาลควรขยายโครงการให้เข้าถึงพื้นที่ห่างไกลและท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง ตนมั่นใจว่าการกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจไปสู่ท้องถิ่น จะช่วยให้แต่ละจังหวัดและเทศบาลสามารถบริหารจัดการสิทธิ์คนละครึ่งได้ตรงตามความต้องการของประชาชน และหากโครงการคนละครึ่งสามารถเชื่อมโยงกับสินค้าเกษตรกรชุมชน จะช่วยให้ประชาชนสามารถขายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนได้โดยตรง ลดการพึ่งพาคนกลาง และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

    ดังนั้น นี่คือโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะใช้เครื่องมือคนละครึ่งเป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000087959&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bIs2PAMR4rzi5adS3yKeV