Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • การแนะนำกฎหมาย “อ่าวเปอร์เซีย” ในสหรัฐอเมริกา

    การแนะนำกฎหมาย “อ่าวเปอร์เซีย” ในสหรัฐอเมริกา

    การแนะนำกฎหมาย “อ่าวเปอร์เซีย” ในสหรัฐอเมริกา

    🔹ยัสซามิน อันซารี สมาชิกสภาคองเกรสสังกัดพรรคเดโมแครต ได้เสนอร่างกฎหมายชื่อว่า “Persian Gulf Act” ซึ่งหากผ่านการรับรอง หน่วยงานของรัฐบาลกลางใด ๆ จะ ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่ออื่นนอกจาก “อ่าวเปอร์เซีย”
    🔹ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น และยังต้องผ่านกระบวนการอื่น ๆ อีกหลายขั้นตอนก่อนที่จะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ.

  • ดร.ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เปิดใจอยากให้เยาวชนเรียนรู้การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ผลักดันโครงการ “รัฐสภาสัญจร” | TOPNEWS

    ดร.ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เปิดใจอยากให้เยาวชนเรียนรู้การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ผลักดันโครงการ “รัฐสภาสัญจร” | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ร่วมบันทึกเทปพิเศษเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตทางการเมืองของตนเอง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป หันมาสนใจการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีนายณพล บริบูรณ์ คณะทำงานของ ดร.ฉลาด พร้อมทีมงานสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ร่วมบันทึกเทปในครั้งนี้

    สำหรับประวัติ ดร.ฉลาด ขามช่วง เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2499 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เคยผ่านการอบรมหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง และหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 7 จากสถาบันพระปกเกล้า นอกจากนี้ ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ประจำปีการศึกษา 2556 และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วถึง 8 สมัย

    ดร.ฉลาด เปิดเผยว่า ตนสนใจเรื่องการเมืองและการปกครองมาตั้งแต่วัยเยาว์ โดยเคยมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ในขณะกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งขณะนั้นได้เข้าไปดูแลนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนถูกควบคุมตัวไว้ที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขนถึง 7 วัน จนมหาวิทยาลัยต้องเข้าประกันตัว

    จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเมืองที่เป็นธรรม จึงอยากให้เยาวชนรุ่นใหม่มีโอกาสเรียนรู้ระบบประชาธิปไตยในเชิงลึก เพื่อสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ โดยเตรียมผลักดัน “โครงการรัฐสภาสัญจรเพื่อเด็กและเยาวชน” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้บทบาท หน้าที่ และกระบวนการทำงานของรัฐสภาอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะช่วยปูพื้นฐานให้คนรุ่นใหม่เข้าใจการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสามารถนำความรู้ไปพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1365940&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pkmTT4ZtbuQHe8SjOgaH0

  • ‘รองโฆษกรัฐบาล’ นำสื่อมวลชนทัวร์กระบี่ติดตามความสำเร็จชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ | เดลินิวส์

    ‘รองโฆษกรัฐบาล’ นำสื่อมวลชนทัวร์กระบี่ติดตามความสำเร็จชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ | เดลินิวส์

    ‘รองโฆษกรัฐบาล’ นำสื่อมวลชนทัวร์กระบี่ติดตามความสำเร็จชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

    ‘รองโฆษกรัฐบาล’ นำสื่อมวลชนทัวร์กระบี่ ติดตามความสำเร็จชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ร่วมกิจกรรม Workshop ผลิตภัณฑ์ OTOP Krabi ส่งเสริมการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5232784/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3I0qEEwIYvy0N8AfGyG8x6

  • การท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนจัดกิจกรรมนิทานใต้แสงดาว ปางอุ๋ง

    การท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนจัดกิจกรรมนิทานใต้แสงดาว ปางอุ๋ง

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน จัดกิจกรรมนิทานใต้แสงดาว (Maehongson Starry Night) ขึ้นที่ปางอุ๋ง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ชมฝนดาวตกและนิทานเกี่ยวกับดวงดาวบนท้องฟ้าว่ามีความเป็นมาอย่างไร

    ค่ำคืนปลายฝนต้นหนาวที่ ปางอุ๋ง สันเขื่อนอ่างเก็บน้ำปางตอง โครงการพระราชดำริปางตอง 2 ผู้คนค่อยๆ ลดเสียง พับขาตั้งกล้อง เช็กแอปดูดาวในมือถือ แล้วเงยหน้ารอฟ้า พร้อมกับเปลี่ยนสนามหญ้ากว้างให้กลายเป็นโรงละครของธรรมชาติ งานนี้คือ นิทานใต้แสงดาว ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน ร่วมกับอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา–น้ำตกผาเสื่อ จัดขึ้นเพื่อทดสอบการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ (astro-tourism) ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่จัดงานอยู่ในเขตที่ประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด หนึ่งเดียวของจังหวัด (ข้อมูลจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ปี 2568) จุดเด่นคือแสงรบกวนต่ำพอที่ตาจะค่อยๆ ชินและมองเห็นท้องฟ้าได้ลึกขึ้นทุกนาที

    ช่วงหัวค่ำเริ่มกิจกรรมด้วย ดนตรีกับดวงดาว เคล้าบรรยากาศริมน้ำ ไปจนถึงกิจกรรมแนะนำแอปพลิเคชันดูดาวให้มือใหม่ ทั้ง Stellarium หรือ Star Walk ก็หยิบขึ้นมาส่องหากลุ่มดาวได้ทันที ก่อนเข้าสู่ช่วงที่ทุกคนเฝ้ารออย่าง “นิทานใต้แสงดาว” โดยทีมวิทยากรจะค่อยๆ เล่าเรื่องกลุ่มดาวฤดูหนาวว่า ตำนานที่ต่างถ่ายทอดกันมาหยิบยืมรูปร่างจากดาวฤกษ์ชุดเดียวกันอย่างไร บางคนวางตัวลงบนเสื่อผืนเล็ก บางคนพิงเสาตั้งกล้อง ตั้งใจฟังเงียบๆ พร้อมชี้เป้าดาวบนท้องฟ้าไปด้วย

    กิจกรรมนิทานใต้แสงดาว (Maehongson Starry Night)
    กิจกรรมนิทานใต้แสงดาว (Maehongson Starry Night)

    พอฟ้ามืดสนิทและตาปรับแสงได้มากขึ้น กิจกรรมก็ขยับเข้าสู่ทัวร์อวกาศลึก (Deep Sky Tour) ผ่านกล้องโทรทรรศน์ จุดให้ดูมีทั้งกระจุกดาว เนบิวลา ไปจนถึงแนวใจกลางทางช้างเผือกซึ่งปรากฏชัดขึ้นเมื่อสภาพอากาศเอื้อ 

    ไฮไลต์ของคืนไร้จันทร์คือการตามล่าฝนดาวตกโอไรออนิดส์ เส้นแสงเล็กๆ วิ่งเฉียงตัดท้องฟ้า ช่วงดึกยังมีโอกาสลุ้น ดาวหาง Lemmon ที่กำลังผ่านฟ้าในช่วงนี้ หากฟ้าเปิดพอ 

    กิจกรรมนิทานใต้แสงดาว กับกิจรรมการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์
    กิจกรรมนิทานใต้แสงดาว กับกิจรรมการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์

    สิ่งที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนหวังจากนิทานใต้แสงดาวไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วม แต่คือการยกระดับการท่องเที่ยวให้ต่างออกไป ไม่ใช่เพื่อถ่ายรูปอย่างเดียว แต่เพื่ออยู่กับค่ำคืนที่มืดพอจะเห็นแสงจากที่ไกลที่สุด และเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ที่ทำให้เรายกสายตาจากจอ ขึ้นไปยังเพดานของท้องฟ้า

    ถ้าอยากตามรอย ให้เฝ้าปฏิทินดาราศาสตร์ช่วงปลายปี ซึ่งมีฝนดาวตกหลายชุด เน้นคืนที่จันทร์มืดหรือจันทร์เสี้ยว และเช็กพยากรณ์เมฆอย่างน้อยหนึ่งวันก่อนเดินทาง และที่สำคัญงดแฟลช รักษาความมืดและความสะอาดร่วมกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2890922&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tVav4k61xcAgyuqnc4aoJ

  • รัฐบาล จัดกิจกรรม Press Tour พาสื่อทัวร์เมืองกระบี่ โปรโมทท่องเที่ยวเมืองหลัก

    รัฐบาล จัดกิจกรรม Press Tour พาสื่อทัวร์เมืองกระบี่ โปรโมทท่องเที่ยวเมืองหลัก

    รองโฆษกฯ “อัยรินทร์” นำสื่อมวลชนทัวร์กระบี่ ติดตามความสำเร็จชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ร่วมกิจกรรม Workshop ผลิตภัณฑ์ OTOP Krabi ส่งเสริมการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้าน “ศศิธร” เชื่อโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาล ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้

    วันที่ 23 ตุลาคม 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักโฆษก จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร (Press Tour) นำสื่อมวลชน ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และออนไลน์ กว่า 50 คน ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 23-24 ตุลาคม 2568

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เมื่อเดินทางถึงบริเวณองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ คณะสื่อมวลชนได้รับฟังการบรรยายประวัติพิพิธภัณฑ์เรือหลวงลันตา แลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่ตามนโยบายของรัฐบาล

    จากนั้นได้รับฟังบรรยายการพัฒนาท่าเรือ ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 ที่พอร์ตตะโกลำ

    โดยรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 1 ซึ่งเคยเป็นบ้านพักอาศัยของพระยาคงคาธราธิบดี อดีตผู้ว่าราชการเมืองกระบี่ คนที่ 6 ที่ได้ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์ (Creativity Tourism) เพื่อศึกษาผลการดำเนินงานชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีจังหวัดกระบี่ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ “OTOP Krabi ดี เด่น ดัง” ซึ่งมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ชุมชนกว่า 20 กลุ่ม/ราย จากทั่วจังหวัดกระบี่ พร้อมกิจกรรม Workshop การทำผลิตภัณฑ์ OTOP Krabi ส่งเสริมการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

    “จังหวัดกระบี่อยู่ในกลุ่ม “เมืองหลักด้านการท่องเที่ยว” (Major City) ควรเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การตลาด และการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างมั่นคง ชุมชนมีความเข้มแข็ง ภายใต้การน้อมนำหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการส่งเสริมอาชีพและรายได้ของประชาชน สนับสนุนการสร้างอาชีพตามศักยภาพของพื้นที่ เพิ่มมูลค่าสินค้า ยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP รวมทั้งนำนวัตกรรมมาสร้างมูลค่า เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยก้าวสู่ระดับสากล”

    ด้านนางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าจังหวัดกระบี่มีเส้นทางเชื่อมโยงไปเกาะพีพี สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศไทย ขณะเดียวกันท่าเรือเกาะลันตา ก็เชื่อมไปเกาะพีพี เพื่อเป็นการย่นระยะทางเพราะการเดินทางจากภูเก็ตมากระบี่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง โดยเชื่อว่าจะเป็นการช่วยลดความแออัดของการจราจร

    สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส ที่รัฐบาลออกมานั้น ก็จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้กับสินค้า OTOP และการท่องเที่ยวในชุมชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2890923&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eFHENfJlqZaAImBBuUp3p

  • ททท.ปลื้มนักท่องเที่ยวยุโรปทะลักรับไฮซีซั่น หนุนรายได้โต

    ททท.ปลื้มนักท่องเที่ยวยุโรปทะลักรับไฮซีซั่น หนุนรายได้โต

    ททท. ปลื้มผล Airline Focus Strategy ปลุกตลาดระยะไกลพุ่ง หลังยุโรปฟื้นเศรษฐกิจ–สายการบินนอร์สเพิ่ม 5 เส้นทางบินตรงยุโรป–ไทย สะท้อนศักยภาพไทยจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสแกนดิเนเวีย

    23 ต.ค. 2568 – นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ NO191 เส้นทาง สตอกโฮล์ม–กรุงเทพฯ ของสายการบิน Norse Atlantic Airways ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในตลาดระยะไกลของไทยขณะนี้มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในเกือบทุกภูมิภาค ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการดำเนิน กลยุทธ์ Airline Focus ของ ททท. ร่วมกับพันธมิตรสายการบินทั่วโลกที่มุ่งเพิ่มเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องหลังวิกฤตโควิด-19

    ทั้งนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปทำให้ชาวยุโรปกลับมาเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปลายปีซึ่งเข้าสู่ ฤดูท่องเที่ยว (High Season) ของประเทศไทย ถือเป็นจังหวะสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าสู่ประเทศ เพิ่มรายได้ให้กับภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม

    นางจิระวดี กล่าวว่า ตลาดยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ถือเป็นตลาดศักยภาพสูงและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากการที่สายการบินสัญชาตินอร์เวย์ Norse Atlantic Airways ได้ขยายเส้นทางบินตรงแบบ Seasonal Flight ระหว่างยุโรปและประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 5 เส้นทาง ในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 ได้แก่สตอกโฮล์ม (ARN) – กรุงเทพฯ (BKK)ลอนดอน เกตวิค (LGW) – กรุงเทพฯ (BKK)แมนเชสเตอร์ (MAN) – กรุงเทพฯ (BKK)สตอกโฮล์ม (ARN) – ภูเก็ต (HKT) และออสโล (OSL) – ภูเก็ต (HKT)

    โดยเที่ยวบินแรก NO191 สตอกโฮล์ม–กรุงเทพฯ ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 และจะให้บริการ สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบินในระยะเริ่มต้น ก่อนจะเพิ่มเป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ให้บริการด้วยเครื่องบิน โบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์ ที่รองรับผู้โดยสารได้ 338 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งพรีเมียม 56 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 282 ที่นั่ง มุ่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายแก่ผู้โดยสารจากยุโรปสู่ประเทศไทยในช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี

    สำหรับประเทศไทยยังคงเป็น จุดหมายปลายทางยอดนิยมในภูมิภาคเอเชียของนักท่องเที่ยวชาวสวีเดน โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 ตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวสวีเดนเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 145,188 คน เพิ่มขึ้น 8.56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มี ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยกว่า 65,000 บาทต่อทริป และมี ระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 19.91 วัน สร้างรายได้รวมกว่า 14,600 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่นิยม จัดทริปท่องเที่ยวด้วยตนเอง

    นางจิระวดี ระบุว่า นักท่องเที่ยวจากกลุ่มสแกนดิเนเวียมีพฤติกรรมการเดินทางที่มองหาประสบการณ์เฉพาะตัว สามารถออกแบบทริปได้อิสระและตรงตามความต้องการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้ม การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ที่กำลังกลายเป็นเทรนด์หลักในตลาดยุโรป โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น

    “ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวสแกนดิเนเวีย ทั้งในแง่ของความคุ้มค่า ความอบอุ่นของผู้คน และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ครบถ้วน ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ซึ่งเป็นทั้ง โอกาสและความท้าทาย ที่ ททท. จะต้องพัฒนาให้การเติบโตของการท่องเที่ยวไทยเป็นไปอย่างยั่งยืนในอนาคต”นางจิระวดี กล่าว

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/883706/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2I_foBMpdJ9Ii-oS7kWwMY

  • ระทึก! น้ำป่าทะลักแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก นทท.ตกใจหนีจ้าละหวั่น หนักสุดรอบ 30 ปี

    ระทึก! น้ำป่าทะลักแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก นทท.ตกใจหนีจ้าละหวั่น หนักสุดรอบ 30 ปี

    เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่บ้านบางหาโอน เขาหลัก หมู่ 7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ..พังงา เกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลายร้อยคนที่กำลังพักผ่อน ดื่มกิน สังสรรค์ ช๊อปปิ้ง จู่ๆต้องตกใจแตกตื่นเนื่องจากมีน้ำป่าจากเทือกเขาหลักไหลทะลักเข้าท่วมกลางแหล่งท่องเที่ยวขณะนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ทราบเรท่องที่เกิดขึ้นนักพักผ่อนทานอาหาร ช็อปปิ้ง โดยช่วงแรกน้ำได้เริ่มไหลจากเทือกเขาหลักมาตามลำคลองที่ไหลลงสู่ทะเล แต่ปริมาณน้ำเริ่มมีสีแดงและเอ่อล้นขึ้นมาจากลำคลองจำนวนมากจนไหลเข้าทะลักเข้าท่วมแหล่งช็อปปิ้งเขาหลักเซ็นเตอร์

    จนท่วมถนนทั้งสองฝั่งระยะทางยาวกว่า 800 เมตร เนื่องจากเป็นที่ลุ่มและได้ส่งผลให้รถวิ่งบนถนนเพชรเกษมทั้งฝั่งจากอำเภอตะกั่วป่ามุ่งหน้าอำเภอท้ายเหมืองและจากอำเภอท้ายเหมืองมุ่งหน้าอำเภอตะกั่วป่าไม่สามารถแล่นผ่านได้รถติดยาวฝั่งละเกือบ 1 กิโเมตร เนื่องจากปริมาณมวลน้ำที่สูงกว่า 1 เมตร อีกทั้งกระแสน้ำน้ำมีความแรงทำให้รถรถเล็กโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซด์จอดเสีย 5-6 คัน ทางเจัาหน้าที่ ปภ.จังหวัดพังงา ตร.สภ.เขาหลัก เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลคึกคักเร่งเข้าช่วยโดยเร่งด่วน ขณะที่นักท่องเที่ยวที่มีกำหนดการเดินทางกลับต้องไปขึ้นเครื่อง ต้องประสบปัญหารถตู้ไม่สามารถแล่นผ่านได้ต้องใช้วิธีขนถ่ายกระเป๋าเดินทางเดินลุยน้ำเพื่อไปขึ้นรถที่มาจอดรออีกฝั่ง

    นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายพิชญ์พัทธ์ เรืองชาตรี นายอำเภอตะกั่วป่า และเจ้าหน้าที่ ปภ.เทศบาลตำบลคึกคัก อาสากู้ภัย มูลนิธิได้เร่งลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเป็นการด่วนจากการสำรวจเบืัองต้นพบว่าน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง ร้านค้าบริเวณเขาหลักเซ็นเตอร์บาร์ร้านสำหรับเช่ารถมอเตอร์ไซค์น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมจนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างประกอบกับมวลน้ำมีกำลังแรงขณะที่โรงแรมเขาหลักซีวิวที่อยู่บริเวณใกล้เคียงพบว่ามวลน้ำได้ไหลทะลักทำให้พื้นบริเวณด้านหลังของโรงแรมและบริเวณผนังกั้นน้ำลำคลองเกิดทรุดตัวและเสียหายผนังกั้นน้ำทรุดตัว

    ด้านนายนพคุณ ใจช่วย ผู้ประกอบการร้านขายของที่เขาหลักเซ็นเตอร์เล่าให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุฝนได้ตกมาจนมีปริมาณน้ำไหลเอ่อล้นคลอง ตนสังเกตุว่าไม่ปกติแล้ว โดยตอนนั้นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากยืนดูอยู่ด้วยตนเองบอกว่าให้รีบออกมาเนื่องจากน้ำเริ่มสูงขึ้นแล้ว นับเป็นเหตุการณ์น้ำป่าที่ไม่เคยเจอมาก่อนหนักสุดในรอบ 30 ปี

    ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/regional/30298&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QhvkJLrbtMC0wFNmmy-1h

  • ‘เที่ยวดี มีคืน’ กระตุ้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 หมื่น

    ‘เที่ยวดี มีคืน’ กระตุ้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 หมื่น

    2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนนิติบุคคลการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จ่ายค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้าง และค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เพื่อการอบรมสัมมนานั้น ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โดยจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เว้นแต่ค่าขนส่งจะจ่ายให้แก่ผู้มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้ แต่ต้องได้ใบรับที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt)  สามารถหักรายจ่ายดังกล่าวได้ดังนี้

    (1) หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง

    (2) หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในท้องที่อื่นนอกจากท้องที่ตามข้อ (1)

    (3) ในกรณีที่การจัดอบรมสัมมนาครั้งหนึ่ง ๆ เกิดขึ้นในท้องที่ตามข้อ (1) และข้อ (2) ต่อเนื่องกัน ให้หักรายจ่ายที่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใดตามข้อ (1) หรือข้อ (2) 

    แล้วแต่กรณี และให้หักรายจ่ายที่ไม่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใดได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

    3. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load)

    ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ อปท. เร่งรัดการเบิกค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในส่วนของการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของวงเงินฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 โดยให้พิจารณาดำเนินการในเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศโดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองเป็นลำดับแรก นอกจากนี้ ยังกำหนดให้การขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (Key Performance Indicator: KPI) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ (เฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานตามปีงบประมาณ) และ อปท. 

    โดยขอความร่วมมือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประสาน อปท. พิจารณาจัดการอบรมสัมมนาในท้องถิ่นอื่น และให้รายงานผลการเบิกจ่ายดังกล่าวต่อคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐต่อไป พร้อมทั้งกระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางจะพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของอัตราค่าเช่าที่พักและค่าอาหารสำหรับการจัดฝึกอบรมในประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

    4. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พักให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม สามารถหักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ (โดยไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) 2 เท่า ของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 สำหรับทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ ประกอบด้วย 

    (1) อาคารถาวรที่มีไว้ใช้ในการประกอบกิจการโรงแรม 

    (2) เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนประกอบและยึดติดกับอาคารตาม (1) เป็นการถาวรโดยให้หักรายจ่ายเท่าแรกเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามปกติ และทยอยหักรายจ่ายเท่าที่ 2 เป็นระยะเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชีในจำนวนที่เท่ากันทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน นอกจากนี้ รัฐบาลได้เตรียมแหล่งเงินสำหรับรองรับการปรับปรุงโรงแรมที่พัก โดยธนาคารออมสิน ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

    โครงการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบกิจการโรงแรม สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้จัดทำโครงการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบกิจการโรงแรมที่ต้องการแหล่งเงินทุนเสริมสภาพคล่อง โดย กค. อยู่ระหว่างพิจารณาเสนอโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทยของธนาคารออมสิน วงเงินโครงการรวม 100,000 ล้านบาท ซึ่งได้แบ่งวงเงิน จำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูและปรับปรุงธุรกิจท่องเที่ยว (Renovation) รวมถึง Supply Chain ด้วยแล้ว นอกจากนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม จัดทำโครงการค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบกิจการ ดังกล่าว เพื่อปรับปรุงสถานประกอบการ โรงแรมที่พัก และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

    5. มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ 

    ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่าจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 5 ออกไปอีก 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 อาทิ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์  เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิตได้มีการบูรณาการร่วมมือกรมการปกครองให้นำผู้ประกอบการมาจดทะเบียนสถานประกอบการเพื่อขยายฐานภาษีสรรพสามิตต่อไป

    กระทรวงการคลัง คาดว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ จะช่วยให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองมากขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และประชาชน ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น จ้างงานเพิ่มขึ้น และรายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ประกอบกับเกิดการลงทุนใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและมีความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการวางรากฐานและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคตตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการกระตุ้นในระยะสั้น ได้ผลในระยะยาว และกระจายพื้นที่ทั่วประเทศ

    การดำเนินมาตรการดังกล่าว คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจ ปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นช่วงร้อยละ 0.04 – 0.05 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการดำเนินมาตรการ และปี 2569 ขยายตัวเพิ่มขึ้นช่วงร้อยละ 0.03 – 0.04 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการดำเนินมาตรการ

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ภาพรวมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3586 และ 3558 (สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง)

    1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โทร. 0 2272 8033 (กรมสรรพากร)

    2. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) โทร. 0 2127 7000 ต่อ 4206 (กลุ่มงานวิเคราะห์และประเมินผลการใช้จ่ายเงินภาครัฐ กองบริหารการรับ – จ่ายเงินภาครัฐ กรมบัญชีกลาง)

    3. มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01  โทร. 0 2241 5600 ต่อ 535501 (กรมสรรพสามิต)

    4. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก โทร. 0 2272 8033 (กรมสรรพากร) 

    5. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ โทร. 0 2272 8033 (กรมสรรพากร)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/economy-business/economy/378968471&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2n1YCh0Tmcmw30i243v8-Q

  • ศึกษาศาสตร์ มวล. จับมือ 71 รร. สพม.นศ. สร้างครูคุณภาพสูง สู่มาตรฐานสากล

    ศึกษาศาสตร์ มวล. จับมือ 71 รร. สพม.นศ. สร้างครูคุณภาพสูง สู่มาตรฐานสากล

    วันพฤหัสบดี ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 10.27 น.

    ศึกษาศาสตร์ มวล. จับมือ 71 รร. สพม.นศ. สร้างครูคุณภาพสูง สู่มาตรฐานสากล

    สำนักวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลงนาม MOU กับ สพม.นครศรีธรรมราช และ 71 โรงเรียนในสังกัด,เทศบาลนครนครศรีธรรมราชและหาดใหญ่, รร.มุสลิมสันติธรรมฯ เพื่อร่วมพัฒนาวิชาการ, วิจัย, การเรียนการสอน และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยมีเป้าหมายผลิตบัณฑิตครูมืออาชีพตามมาตรฐาน UKPSF ประเทศอังกฤษ

    ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  และ ดร.สุภาพ เต็มรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช (สพม.นศ.) ดร.ภาวินทร์ ณ พัทลุง รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่และผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 71 แห่งในสังกัดสพม.นศ. ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาทางวิชาการ การวิจัย การจัดการเรียนการสอน และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน ตลอดจนสนับสนุนนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี โทและเอก ในการฝึกปฏิบัติวิชาชีพและฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา และแขกผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมศรีธรรมราช อาคารปฏิบัติการสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

    ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าวว่า สำนักวิชาศึกษาศาสตร์ เป็นสำนักวิชาใหม่ล่าสุดของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนานักศึกษาครุศาสตร์ที่มีความรู้ ความสามารถและทักษะระดับสากล สู่การเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพสูงให้แก่ประเทศ  โดยปัจจุบันเปิดการเรียนการสอน ใน 10 วิชาเอก ปัจจุบันมีนักศึกษาคุณภาพสนใจมาเรียนในหลักสูตรนี้เป็นจำนวนมากและมั่นใจว่าหลักสูตรศึกษาศาตร์ ม.วลัยลักษณ์จะเป็นหลักสูตรที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัย

    “ขอให้มั่นใจว่า ม.วลัยลักษณ์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกมิติ มีคนเก่งมาเป็นอาจารย์สอนนักศึกษา มีคนเก่งมาสมัครเรียนกับเราในทุกสาขาวิชา และเราเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของประเทศ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและครอบคลุมทั้งด้านการเรียนการสอนและการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย”ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว

    ด้าน ศาสตราจารย์ ดร. นรินทร์ สังข์รักษา คณบดีสำนักวิชาศึกษาศาสตร์ มวล. กล่าวว่า สำนักวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดการเรียนการสอนมาแล้ว 3 ปี มี 10 วิชาเอก ได้แก่ วิชาเอกภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา พลศึกษา นาฏศิลป์ การศึกษาปฐมวัย คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ศึกษาและเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์-ชีววิทยา และวิทยาศาสตร์ทั่วไป โดยในปีการศึกษานี้จะเปิดหลักสูตรใหม่ ได้แก่ หลักสูตรปฐมวัย หลักสูตรการบริหารการศึกษาและหลักสูตรนวัตกรรมและการสอนอีกด้วย

    อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมา สำนักวิชาศึกษาศาสตร์ได้รับความสนใจจากนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศมาสมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก และเป็นนักเรียนเรียนดี เกรดเฉลี่ยรวม 3.33 และการรับสมัคร TCAS1 ในปีนี้มีผู้สนใจเข้ามาสมัคร กว่า 4,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพของหลักสูตร

    “การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากการส่งนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูกับโรงเรียนและหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว สำนักวิชายังมีการส่งนักศึกษาไปต่างประเทศ เช่น ประเทศอินโดนีเซีย และมีโครงการผลิตครูพรีเมียม เน้นทักษะภาษาอังกฤษ และการเป็นครูที่ได้การรับรองความเป็นมืออาชีพตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพด้านการเรียนการสอนของประเทศอังกฤษ (UKPSF) และทักษะในการสร้างนวัตกรรม เน้นคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณความเป็นครูอย่างแท้จริง”ศาสตราจารย์ ดร. นรินทร์ กล่าวในตอนท้าย

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com    และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/451503&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JT5lpFJVAZgQF7eTR-r8I