Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ทุนการศึกษาซีพี เข้าสู่ปีที่ 47 ตอกย้ำพลังการศึกษาพัฒนาชาติ

    ทุนการศึกษาซีพี เข้าสู่ปีที่ 47 ตอกย้ำพลังการศึกษาพัฒนาชาติ

    เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยืนหยัดสร้าง “รากฐานการศึกษา” ต่อเนื่องปีที่ 47 มอบทุนให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ 229 คน พร้อมพัฒนาทักษะผู้นำ และเปิดโอกาสฝึกงานในเครือฯ มุ่งเน้นความเพียรพยายามนำความรู้กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ

    • เครือซีพีมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องเป็นปีที่ 47 เพื่อสร้างรากฐานการศึกษาแก่เยาวชน
    • มอบทุนแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศจำนวน 229 คน
    • ผู้รับทุนจะได้รับการพัฒนาทักษะผู้นำและโอกาสฝึกงานเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาประเทศ

    เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยืนหยัดสร้าง “รากฐานการศึกษา” ต่อเนื่องปีที่ 47 มอบทุนให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ 229 คน พร้อมพัฒนาทักษะผู้นำ และเปิดโอกาสฝึกงานในเครือฯ มุ่งเน้นความเพียรพยายามนำความรู้กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ

    เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยืนหยัดสร้าง “รากฐานการศึกษา” ต่อเนื่องปีที่ 47 มอบทุนให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ 229 คน พร้อมพัฒนาทักษะผู้นำ และเปิดโอกาสฝึกงานในเครือฯ มุ่งเน้นความเพียรพยายามนำความรู้กลับไปพัฒนาครอบครัว ชุมชน และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/program/spring-conclude/860584&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1P-CJbFDA_EOaqBfffw0mT

  • กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568

    กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568

    กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568


    4/11/2568 | 73 |

    กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงินและต้องจัดทำแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมภายในวันที่สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนด โดยสถานศึกษาต้องแนบไฟล์เข้าระบบ DSL ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 

    ดร. นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้เปิดเผยว่า “ขณะนี้ กยศ. ได้อนุมัติคำขอกู้ยืมเงินให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ครบถ้วนแล้ว โดยขอให้ผู้กู้ยืมเงินเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน และจัดทำแบบยืนยันแบบเบิกเงินกู้ยืม ลงนามเอกสารภายในวันที่สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนด จากนั้นสถานศึกษาต้องยืนยันข้อมูลพร้อมแนบไฟล์สัญญาฯ และแบบยืนยันเบิกเงินกู้ยืมเข้าระบบ DSL ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน กยศ. ปิดระบบการกู้ยืมสิ้นสุดภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เท่านั้น 

    สำหรับปีการศึกษา 2568 กยศ. ได้ขยายกรอบการให้กู้ยืมส่งผลให้นักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงินได้รับโอกาสทางการศึกษาจำนวนกว่า 800,000 ราย เป็นงบประมาณให้กู้ยืมกว่า 50,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ที่ศึกษาในหลักสูตรหรือสาขาวิชาที่ขาดแคลนและเป็นความต้องการหลักของประเทศ และเพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการศึกษาของนักเรียน/นักศึกษา และแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ ค่าเล่าเรียน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ทั้งนี้ งบประมาณกู้ยืมที่ใช้ในการปล่อยกู้ในปีการศึกษา 2568 ประกอบด้วย เงินที่ได้รับสนับสนุนจากรัฐบาลและเงินที่ได้รับชำระคืนจากผู้กู้ยืมรุ่นพี่ ซึ่งเป็นทุนหมุนเวียนสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน/นักศึกษารุ่นน้อง โดย กยศ. ขอความร่วมมือสถานศึกษาเร่งดำเนินการให้ทันตามกำหนดการด้วย”

    https://www.studentloan.or.th/th/news/1762250432


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/438091&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sqKPNoFRrzuhq9qHI9DDD

  • ซีพี 47 ปี ทุนการศึกษา มอบโอกาส 6,800 ทุน สร้างคนดี สร้างชาติ

    ซีพี 47 ปี ทุนการศึกษา มอบโอกาส 6,800 ทุน สร้างคนดี สร้างชาติ

    ตลอดระยะเวลากว่า 47 ปี เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ “การศึกษา คือรากฐานของการพัฒนาคนและประเทศ” ผ่าน โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนไทยที่มีความสามารถ ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มีจิตสาธารณะและความตั้งใจดีในการพัฒนาตนเองและสังคม 

    จุดเริ่มต้นแห่ง “ทุนซีพี” จากแรงบันดาลใจสู่การต่อยอดกว่า 47 ปี 

    โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2522 จากนโยบายของ 
    นายจรัญ เจียรวนนท์ และ นายมนตรี เจียรวนนท์ ประธานกิตติมศักดิ์เครือฯ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา จึงริเริ่มมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีให้กับนักศึกษาที่มีภาวะผู้นำ ขยันเรียน มีจิตสำนึกสาธารณะ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยให้ทุนต่อเนื่อง 3 ปีจนจบการศึกษา 

    ภายหลัง นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ได้ขยายผลโครงการอย่างเป็นระบบ ภายใต้การนำของ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เพื่อส่งต่อเจตนารมณ์ “สร้างคนดี สร้างชาติ” ให้ยั่งยืน 

    พัฒนาทุนเพื่ออนาคต ต่อยอดเยาวชนในทุกระดับการศึกษา

    ในปี พ.ศ. 2562 เครือฯ ได้ต่อยอดแนวคิดสู่การสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ โดยเปิดให้ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนระดับ มัธยมปลาย (สายวิทย์-คณิต), ปวช. และปวส. ในสาขาที่ประเทศขาดแคลน เช่น 
    แพทย์, วิศวกรรมศาสตร์, คอมพิวเตอร์ และช่างเทคนิค เพื่อเตรียมบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานแห่งอนาคต 

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2566 เครือฯ ได้เปิด “ทุนต่อเนื่อง” หรือ Continuous Track สนับสนุนผู้รับทุนเดิมที่มีผลการเรียนดีให้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น ปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง เพื่อเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในชีวิต 

    SPB INFO CP Education Revised01-2.png

    SPB INFO CP Education Revised01-3.png

    โครงการพัฒนาทุน “เรียนรู้ เติบโต และคืนกลับสู่สังคม” 

    ทุนซีพีไม่เพียงให้การสนับสนุนด้านการเงิน แต่ยังออกแบบระบบพัฒนาผู้รับทุนอย่างครบวงจรผ่าน 3 กระบวนการหลัก 

    1. Monitoring & IDP (Individual Development Plan) 
      ติดตามและพัฒนาศักยภาพผู้รับทุนรายบุคคล ทั้งด้านการเรียน การวางแผนชีวิต และการแก้ปัญหา ผ่านการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทุนโดยอ้างอิงจากแบบวัดPsytech Assessment 
    2. Skills Enhancement 
      ส่งเสริม 4 ทักษะแห่งอนาคต ได้แก่ 
    • ทักษะดิจิทัล 
    • ทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร 
    • ทักษะชีวิตและการทำงาน 
    • ทักษะการคิดวิเคราะห์ 
    1. Project-based Learning & Well-being 
    • ผู้รับทุนปริญญาตรีร่วมทำโครงการจิตอาสา 
    • ผู้รับทุนนวัตกรทำโครงงานนวัตกรรม 
    • มีระบบดูแลสุขภาพกาย–ใจ (Telemedicine) และสนับสนุนค่าใช้จ่าย/อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 

    นอกจากนี้ ผู้ได้รับทุนยังมีโอกาสฝึกงานกับบริษัทในเครือซีพี เพื่อเตรียมพร้อมสู่การทำงานจริง และต่อยอดสู่การเป็นพนักงานในอนาคต 

    SPB INFO CP Education Revised01-4.png

    ผลสัมฤทธิ์กว่า 6,800 ทุนทั่วประเทศ 

    จนถึงปัจจุบัน (ปี 2568) เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 6,800 ทุน ครอบคลุมนักเรียนและนักศึกษาทั้งระดับมัธยมศึกษา ปวช. ปวส. และปริญญาตรีทั่วประเทศ และยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการ “สร้างคนดี คืนกำไรให้สังคม” ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า 

    “การศึกษา คือรากฐานของการสร้างคน และคน คือรากฐานของการสร้างชาติ”

    SPB INFO CP Education Revised01-5.png

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/cp-education-continuous-track&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sNl7hCETIT8OI2JrIOje7

  • ไทยเตรียมเป็น “ประเทศเกียรติยศ” งานการศึกษานานาชาติจีนปี 2569 | เดลินิวส์

    ไทยเตรียมเป็น “ประเทศเกียรติยศ” งานการศึกษานานาชาติจีนปี 2569 | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5270832/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1t1Caluig230cEdAuiPrUe

  • นักวิจัยพบ เดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว ช่วยชะลอสมองเสื่อม-อัลไซเมอร์ : อินโฟเควสท์

    นักวิจัยพบ เดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว ช่วยชะลอสมองเสื่อม-อัลไซเมอร์ : อินโฟเควสท์

    วารสารเนเจอร์ เมดิซีน (Nature Medicine) เผยแพร่ผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยของออสเตรเลียและนานาชาติ ซึ่งระบุว่า การเดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว อาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

    คณะนักวิจัยได้ติดตามกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 50-90 ปี ผู้มีการทำงานของสมองปกติ จำนวน 294 คน เป็นระยะเวลานานถึง 14 ปี เพื่อเฝ้าติดตามจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน การทำงานของสมอง และการสะสมของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

    กิจกรรมทางกายภาพที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับการทำงานของสมองเสื่อมถอยช้าลง ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวช้าลงของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ โดยผู้แสดงสัญญาณโรคอัลไซเมอร์ระยะแรกอาจชะลอการพัฒนาของโรคด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ ทุกวัน

    เหล่าผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ที่เดินมากกว่า 5,000 ก้าวต่อวัน มีแนวโน้มความจำและการคิดเสื่อมถอยช้ากว่า ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวลดลงของโปรตีนเทาว์ (tau) ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์

    คณะนักวิจัยระบุว่า การสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดอยู่ในระดับอิ่มตัวเมื่อเดิน 5,001-7,500 ก้าวต่อวัน หรือการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยอย่างเดิน 3,000-5,000 ก้าวต่อวัน ยังเชื่อมโยงกับการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดเสื่อมถอยช้าลงอย่างชัดเจน

    ผลการศึกษานี้เน้นย้ำเป้าหมายการทำกิจกรรมทางกายภาพที่ไม่ยากเกินไปอาจช่วยกระตุ้นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลแบบสวมใส่ที่แพร่หลายอย่างสมาร์ตวอตช์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การศึกษาข้างต้นจัดทำโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นของออสเตรเลีย, โรงพยาบาลแมส เจเนอรัล บริกแฮมในเครือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยโทรอนโตของแคนาดา

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/542873&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qQZCelpT_kSrlBxsGfgTl

  • ผปค.ช็อก! โรงเรียนดังย่านลาดพร้าว ส่งหนังสือแจ้ง “ประกาศเลิกกิจการ” ปิดตำนานกว่า 50 ปี

    ผปค.ช็อก! โรงเรียนดังย่านลาดพร้าว ส่งหนังสือแจ้ง “ประกาศเลิกกิจการ” ปิดตำนานกว่า 50 ปี

    โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว ปิดตำนาน 50 ปี ประกาศเลิกกิจการปี 2569 ผู้ปกครองช็อก!

    กลายเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับศิษย์เก่าและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก หลังโรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชื่อดังย่านลาดพร้าว ได้ส่งหนังสือถึงผู้ปกครอง เพื่อประกาศเลิกกิจการโรงเรียนอย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป

    การประกาศครั้งนี้ทำให้ตำนานกว่า 50 ปีของโรงเรียนต้องสิ้นสุดลง ทางผู้บริหารให้เหตุผลว่า มาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ที่อัตราการเกิดของเด็กในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายรับไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนและการดูแลบุคลากรให้อยู่ในมาตรฐานที่ตั้งใจไว้

    สารจากโรงเรียนถึงผู้ปกครอง: เหตุผลของการปิดตัว

    หนังสือ ที่ อ.ด.พ.173/2568 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ได้ระบุใจความสำคัญที่ส่งถึงกลุ่มผู้ปกครอง ว่าเนื่องจากจำนวนนักเรียนในระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาลดลงตามลำดับ ทำให้การเก็บค่าเล่าเรียนไม่เป็นไปตามที่กำหนด คณะผู้บริหารจึงมีมติเห็นชอบให้หยุดการเรียนการสอนและเลิกกิจการโรงเรียนตั้งแต่วันที่เดือนพฤษภาคม 2569

    ทางโรงเรียนขอเรียนเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 เพื่อชี้แจงมาตรการช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนในการเข้าเรียนต่อโรงเรียนต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียงอย่างละเอียด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งต่อความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ปกครองทุกท่านเสมอมา

    ประวัติโรงเรียนอุดมศึกษา: การเติบโตกว่า 50 ปี

    โรงเรียนอุดมศึกษา ก่อตั้งและวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 และสร้างเสร็จในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 โดยใช้ชื่อว่า “โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว” ใช้อักษรย่อว่า “อ.ด.พ.” โดยมี ผศ. เกษมศรี วัชรสกุณี เป็นผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการคนแรก

    โรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษ มีการขยายอาคารเรียนหลายครั้งเพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วง พ.ศ. 2530 มีการสร้างโรงยิมเนเซียม (อาคาร 5) ทำให้รวมห้องเรียนทั้งหมดเป็น 61 ห้อง พร้อมทั้งขยายที่ดินรวมเป็น 7 ไร่ 34 ตารางวา

    นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2532 โรงเรียนได้ขยายพื้นที่จนมีอาคารเรียนรวม 76 ห้อง บนพื้นที่กว่า 9 ไร่ และเพิ่มชั้นเรียนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปี พ.ศ. 2535 ตลอดจนมีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน สนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล รวมถึงศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัย จนกระทั่งมีการเปลี่ยนผู้อำนวยการเป็น นางกัณหา เภกานนท์ ในปี พ.ศ. 2565

    สิ้นสุดตำนานโรงเรียนเก่าแก่ย่านลาดพร้าว

    การตัดสินใจเลิกกิจการโรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าวถือเป็นการสิ้นสุดการดำเนินงานของสถาบันที่สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพมายาวนานกว่า 50 ปี สาเหตุหลักจากสภาพเศรษฐกิจและจำนวนนักเรียนที่ลดลง เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในภาคการศึกษาไทยปัจจุบัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9854678/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZRtdVhp8NlbwF5IPYjSmE

  • สมาคมสื่อมวลชนท่องเที่ยวราชบุรี ร่วมยินดี “พลโทธีรพล ศรีเกษม” นั่งเก้าอี้เจ้ากรมการทหารช่างคนใหม่

    สมาคมสื่อมวลชนท่องเที่ยวราชบุรี ร่วมยินดี “พลโทธีรพล ศรีเกษม” นั่งเก้าอี้เจ้ากรมการทหารช่างคนใหม่

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/108245&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XOBXFSVpSNs3CyLfM5hd8

  • โกลเบล็ก ส่อง SET Q4/68 แกว่งไซด์เวย์รอเด้งขึ้นรับไฮซีซั่นท่องเที่ยว

    โกลเบล็ก ส่อง SET Q4/68 แกว่งไซด์เวย์รอเด้งขึ้นรับไฮซีซั่นท่องเที่ยว

    โกลเบล็ก ส่อง SET Q4/68 แกว่งไซด์เวย์รอเด้งขึ้นรับไฮซีซั่นท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นศก.-แก้หนี้รายย่อย

    นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในช่วงไตรมาส 4/68 (ตุลาคมธันวาคม) ว่า ดัชนีจะเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideway Up” อยู่ในกรอบประมาณ 1,2801,370 จุด จากแรงสนับสนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนจากภาครัฐ โครงการเที่ยวดีมีคืนที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยประชาชนสามารถขอคืนเงินจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและพักผ่อน

    โกลเบล็ก ส่อง SET Q4/68 แกว่งไซด์เวย์รอเด้งขึ้นรับไฮซีซั่นท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นศก.-แก้หนี้รายย่อย

    โดยมีปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ นักลงทุนจับตาโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง ได้แก่ กระทรวงการคลังเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้เป็น 2.4% จากเดิมคาด 2.2% ผลบวกจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐอย่างคนละครึ่งพลัส และส่งออกขยายตัวดีโดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของ ภาครัฐ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” ในช่วงไตรมาส 4/68

    นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเห็นชอบมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนร่วมแก้หนี้ด้อยคุณภาพที่มียอดไม่เกิน 1 แสนบาทเพื่อปรับโครงสร้างหนี้และปลดล็อกเครดิตบูโร ผ่านการโอนซื้อของบริษัทบริหารสินทรัพย์ AMC โดยจะเปิดตัวโครงการวันที่ 11 พ.ย. นี้ ด้านภาคอุตสาหกรรม มีการรายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ระดับ 94.56 ขยายตัว 1.02%YoY ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.13% เนื่องจากยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

    ขณะเดียวกัน ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 14 พ.ย. กำหนดวันสุดท้ายส่งงบการเงินงวดไตรมาส 3/68, วันที่ 17 พ.ย. สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 3/68 และ แนวโน้มปี 2568, วันที่ 17 ธ.ค. กำหนดประชุมกนง. ครั้งที่ 6/2568 เป็นครั้งสุดท้ายของปี 2568

    ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 5 พ.ย. ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนด ไต่สวนคดีมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่, วันที่ 9-10 ธ.ค. กำหนดประชุมธนาคารกลางสหรัฐ และเดือนธ.ค.มีวันหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ซึ่งนักลงทุนสถาบันมักปิดสถานะการลงทุน

    นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงไฟฟ้ารับอานิสงส์จากมาตรการรัฐ: “เที่ยวดีมีคืน” หนุน MINTERWCENTELAWCBAAAV ส่วน GULFBGRIMGPSCEGCORATCH ได้แรงหนุนจาก Direct PPA ดึงลงทุน Data Center


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq05/12762189&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-XPJ1gRSOGVwdEfSP6buC

  • ‘ลอยกระทง 2568’ คนไทยเที่ยวเฉียด 2 ล้านคน ททท.คาดเงินสะพัดกว่า 6,540 ล้านบาท

    ‘ลอยกระทง 2568’ คนไทยเที่ยวเฉียด 2 ล้านคน ททท.คาดเงินสะพัดกว่า 6,540 ล้านบาท

    ‘ลอยกระทง 2568’ คนไทยเที่ยวเฉียด 2 ล้านคน ททท.คาดเงินสะพัดกว่า 6,540 ล้านบาท

    “ททท.” คาดเทศกาล “ลอยกระทง 2568” เงินสะพัดกว่า 6,540 ล้านบาท คนไทยเดินทางเฉียด 2 ล้านคน หนุนสร้างอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศ 65% ชี้ “ภาคเหนือ” ดึงนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนกว่า 4.5 แสนคน-ครั้ง

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า คาดการณ์สถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวไทยช่วงเทศกาลลอยกระทงปี 2568 จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยท่องเที่ยวประมาณ 1,914,000 คน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียน 6,540 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 65% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 41% เนื่องจากจำนวนวันการจัดงานเทศกาลลอยกระทงไม่เท่ากัน จึงไม่สามารถเปรียบเทียบอัตราการเติบโตกับปีที่ผ่านมาได้

    โดยปีนี้จะเป็นการจัดขึ้นในบรรยากาศที่สงบและงดงามของประเพณีไทย ภายใต้มาตรการงดกิจกรรมบันเทิง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมลอยกระทงด้วยความสำรวมและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

    ภูมิภาคที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้ามากที่สุดคือ

    • ภาคเหนือ 459,500 คน-ครั้ง
    • ภาคกลาง 433,000 คน-ครั้ง
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 302,200 คน-ครั้ง
    • ภาคใต้ 278,700 คน-ครั้ง ภาคตะวันออก 273,300 คน-ครั้ง
    • กรุงเทพมหานคร 167,300 คน-ครั้ง

    ภูมิภาคที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยมากที่สุดคือ

    • ภาคเหนือ 1,930 ล้านบาท
    • ภาคใต้ 1,175 ล้านบาท
    • ภาคตะวันออก 990 ล้านบาท
    • ภาคกลาง 930 ล้านบาท
    • กรุงเทพมหานคร 895 ล้านบาท
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 620 ล้านบาท

    สำหรับพื้นที่การจัดงานเทศกาลลอยกระทงและพื้นที่สนับสนุนของ ททท. ดำเนินการจัดงานภายใต้ชื่อ “มหาลอยกระทง” ใน 2 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย และพระนครศรีอยุธยา รวมถึงมีพื้นที่สนับสนุนอีกจำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม เชียงใหม่ ตาก และร้อยเอ็ด โดยคาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่ทั้ง 7 จังหวัด ประมาณ 430,600 คน-ครั้ง มีการสร้างรายได้หมุนเวียน 2,055 ล้านบาท มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 73% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 47%

    “รูปแบบการจัดงานทั้ง 7 จังหวัด จะมีการปรับรูปแบบการจัดงานมู้ดแอนด์โทน (Mood & Tone) ให้เหมาะสมกับช่วงสถานการณ์ไว้อาลัย โดยงดการแสดงพลุและดอกไม้ไฟ แต่จะเน้นกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมประเพณีที่งดงาม ทรงคุณค่าตามแบบวิถีไทย เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความรำลึกถึงพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก”

    นางสาวฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว แบ่งเป็นปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ โครงการ คนละครึ่งพลัส ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลลอยกระทงทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ส่วนปัจจัยอุปสรรค ได้แก่ ค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งข้อมูลของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว มีการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 8 เดือน โดยในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 68.8 สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศ บางจังหวัดไม่มีการจัดงานเทศกาลลอยกระทง อาทิ สุราษฎร์ธานี สตูล อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ และสุรินทร์ ทำให้ไม่เกิดการกระจายตัวและการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยวทั่วทั้งประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1206102&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yGRXSHECcTgSP-xNP05kM

  • ตร.รวบหญิงอังกฤษวัย 40 ปี เปิดสอน “โยคะเซ็กซ์” บนเกาะพะงัน

    ตร.รวบหญิงอังกฤษวัย 40 ปี เปิดสอน “โยคะเซ็กซ์” บนเกาะพะงัน

    ช่วงค่ำวานนี้( 4 พ.ย.68) พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3) สั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน เข้าตรวจสอบและจับกุม น.ส.มาเรีย เช็คตินินา (Ms. Maria Shchetinina) อายุ 40 ปี สัญชาติอังกฤษ ที่ร้านอาหาร ETHOS หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาเปิดสอน “โยคะทันตรา” หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “โยคะเซ็กซ์” ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเก็บค่าร่วมกิจกรรมรายละ 400 บาท

    เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เนื่องจากทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต

    ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเฝ้าระวังกลุ่มชาวต่างชาติที่จัดกิจกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการอนาจารบนเกาะพะงัน ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2567 ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันก็เคยจับกุมยูทูบเบอร์ชาวโปแลนด์ เปิดสอน “โยคะเซ็กซ์” ในลักษณะเดียวกัน

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ได้กำชับให้ทุกหน่วยในพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่อง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดของชาวต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำกิจกรรมไม่เหมาะสม พร้อมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในช่วงไฮซีซั่น

    อ่านข่าว : จับต่างชาติทำผิด กม. เปิดโรงแรมไม่มีใบอนุญาตบนเกาะพะงัน  

    ชุดเฉพาะกิจฯ ตรวจค้นเป้าหมายเข้าข่าย “ธุรกิจนอมินี” เกาะพะงัน  

    ตร.ท่องเที่ยวเกาะพะงันรวบ 2 ชาวอาเซอร์ไบจาน ลอบทำงาน “ช่างไฟฟ้า” แย่งอาชีพคนไทย 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358238&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wOu_MsZ1W8wqJY8dGBIVB