การเงิน หุ้น
ออมสิน ตั้งสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ฯ คิกออฟการศึกษาพฤติกรรมการเงินคนไทยฐานราก
วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.40 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ โครงการศึกษาครัวเรือนฐานรากเพื่อสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ ระหว่าง ธนาคารออมสิน และ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เพื่อศึกษาความเป็นอยู่และพฤติกรรมทางการเงินของกลุ่มครัวเรือนฐานรากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการเงินในระบบ ที่จะนำไปสู่การต่อยอดองค์ความรู้จากการวิจัยในการพัฒนาระบบการเงินที่เหมาะสม ช่วยยกระดับเศรษฐกิจและความเข้มแข็งทางการเงินของภาคครัวเรือนไทย โดยมี นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และ ดร. โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว
.jpg)
นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ภายใต้บทบาทการเป็น Social Bank ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินและสร้างการเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม ธนาคารเดินหน้าภารกิจหลักที่ 1 ในการสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงิน ซึ่งหากพิจารณาจากสถานการณ์การเข้าถึงสินเชื่อของคนไทย ปัจจุบันยังพบว่าครัวเรือนกว่าร้อยละ 30 ยังอยู่ในกลุ่ม Unserved และ Underserved โดยเป็นผู้มีรายได้น้อยและ/หรือรายได้ไม่แน่นอน ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบจากการขาดประวัติเครดิตทางการเงิน และกว่าครึ่งยังต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้นและต้องเผชิญภาระดอกเบี้ยสูง ดังนั้น เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนบทบาทการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ธนาคารจึงได้จัดตั้งสถาบันวิจัยเศรษฐกิจฐานรากขึ้นเป็นครั้งแรก และได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เพื่อคิกออฟงานวิจัย “โครงการศึกษาครัวเรือนฐานรากเพื่อสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ” โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายของการศึกษาเป็นผู้เข้าร่วมโครงการสินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส ที่ธนาคารได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2568 เพื่อปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ที่มีรายได้ แต่ไม่เคยมีประวัติเครดิตทางการเงิน หรือไม่เคยใช้บริการสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของโครงการนี้มีลักษณะตัวตน หรือ Customer Persona ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของงานศึกษาวิจัยครั้งนี้ ทั้งนี้ ธนาคารหวังว่าจะสามารถนำผลลัพธ์ของงานวิจัยไปออกแบบเครื่องมือทางการเงิน หรือมาตรการสินเชื่อที่ตรงจุด สามารถตอบโจทย์ความคาดหวัง และสร้างระบบการเงินที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs และสอดคล้องตามบทบาทของธนาคารเพื่อสังคม
.jpg)
ดร. โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการศึกษาข้อมูลเชิงลึกของลูกหนี้ภายใต้โครงการ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” ของธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นต้นแบบสินเชื่อดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้แต่ไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อในระบบสามารถกู้เงินได้เป็นครั้งแรก โดยธนาคารออมสินได้ปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยคนไทยสร้างประวัติเครดิตทางการเงินไปแล้วกว่า 200,000 ราย สะท้อนถึงความต้องการเข้าถึงสินเชื่อในระบบที่ยังมีอยู่จำนวนมาก การศึกษาครั้งนี้จึงมุ่งขยาย “ประตูสู่ระบบการเงิน” ให้กว้างขึ้น ผ่านการเก็บข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มคนที่อยู่นอกระบบเป็นครั้งแรก ใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) ปัญหาเศรษฐกิจการเงิน พฤติกรรมและความต้องการทางการเงิน 2) โมเดลผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยให้ลูกหนี้ชำระคืนได้จริง 3) การทดลองใช้ข้อมูลใหม่และข้อมูลทางเลือกเพื่อค้นหาตัวชี้วัดความเสี่ยงที่แม่นยำยิ่งขึ้นให้กับสถาบันการเงิน 4) การติดตามผลการเข้าถึงสินเชื่อต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของลูกหนี้ตลอดระยะเวลา 1 ปี เพื่อนำไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม ซึ่งผลการศึกษาจะช่วยให้ธนาคารออมสินออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการพิจารณาสินเชื่อที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับศักยภาพของลูกหนี้ และเพิ่มโอกาสในการชำระคืน ขณะเดียวกัน สถาบัน ฯ จะมีองค์ความรู้เชิงลึกเพื่อนำไปสนับสนุนนโยบาย Your Data และโครงการ Risk-Based Pricing ของธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วยให้สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงได้โปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ “เคยถูกมองไม่เห็น” เข้าสู่ระบบการเงินได้มากขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนงานวิจัยให้เกิดผลจริงต่อประชาชนฐานราก เสริมรากฐานระบบการเงินที่เข้าถึงง่าย ยั่งยืน และช่วยยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของครัวเรือนไทยได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/finance/456447&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NgvKPxuOavS18qG1dut4o



นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปี 2568 พบว่า ไทยมีผู้พิการ 3,011,000 คน แต่พบเด็กพิการในกรุงเทพฯ มีโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเพียง 31,512 คน หรือ 1.45% ซึ่ง สสส. มุ่งเน้นการพัฒนาสุขภาวะคนพิการผ่านการสนับสนุนคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ที่เยาวชนพิการทุกคนต้องมีสิทธิและโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียมกับเด็กทั่วไป พร้อมสนับสนุนให้มีงานทำต่อไป ซึ่งงานมหกรรมครั้งนี้ เยาวชนจะได้พบกับสถาบันการศึกษาและหน่วยสนับสนุนจาก 16 องค์กร ที่มาเชื่อมโยงการศึกษา อาชีพ และสุขภาพเข้าด้วยกัน
รศ.ดร. ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า งานนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินหน้าเพิ่มจำนวนนักศึกษาพิการในมหาวิทยาลัย พร้อมพัฒนาสภาพแวดล้อมและระบบสนับสนุนการเรียนรู้ที่เอื้อต่อทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าน้องๆ เยาวชนพิการที่สนใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา จะสามารถใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข
นายอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานกรรมการมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กล่าวว่า ภารกิจหลักของมูลนิธิฯ คือการทำให้คนพิการได้รับการ “จ้างงานอย่างมีคุณค่า” โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นแกนกลางให้น้องๆได้เข้าสู่กระบวนการเรียนที่มีคุณภาพ มีทักษะจากการฝึกประสบการณ์ ไปสู่การทำงาน ซึ่งระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมีน้องๆ ได้รับการจ้างงานประมาณ 200 อัตรา และจากการร่วมทำงานขับเคลื่อนกับสสส.มากว่า10 ปี สามารถสร้างโอกาสงานได้กว่า 50,000 งานกระจายอยู่ในทุกที่ทั่วประเทศ

เยาวชนพิการ กทม. เรียนดี มีงานทำ” นอกจากการสนับสนุนให้เยาวชนเข้าสู่ระบบการศึกษาสูงสุด เพื่ออนาคตที่ดีและเท่าเทียมแล้ว ปีนี้ สสส. ยังได้ต่อยอดความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ผ่านโครงการ “การจ้างงานคนพิการ กทม. 3 ดี” ทำให้คนพิการมีงานทำมากขึ้น โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจเด็กพิการเรียนไหนดีและเพจนับเราด้วยคน.





















































