Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “คุณหญิงสุดารัตน์” นำไทยสร้างไทยเปิดตัว “เสธ.แมว”  ย้ายจากเพื่อไทย มีอดีตสว.ร่วมแจม “กฤษฎา-ยศสุดา” นำทีมคนรุ่นใหม่ 

    “คุณหญิงสุดารัตน์” นำไทยสร้างไทยเปิดตัว “เสธ.แมว”  ย้ายจากเพื่อไทย มีอดีตสว.ร่วมแจม “กฤษฎา-ยศสุดา” นำทีมคนรุ่นใหม่ 


    พรรคไทยสร้างไทยเปิดตัวผู้ร่วมอุดมการณ์จาก 4 เครือข่าย พลโทภราดรนำกลุ่มสวัสดีคนไทย ลุยนโยบายความมั่นคง อดีต สว. ดิเรกฤทธิ์-ตวง ดูแลกฎหมาย ขณะที่รุ่นใหม่ไฟแรง กฤษฎา-ยศสุดา นำทีมคนรุ่นใหม่

    พรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวผู้ร่วมอุดมการณ์ พร้อมแถลงข่าวแสดงจุดยืนและคำมั่นสัญญาในการสร้างการเมืองสุจริต โดยได้เปิดตัวบุคลากรสำคัญที่จะเข้าร่วมกับพรรค โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับทุกท่านที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์ ซึ่งหัวหน้าพรรคได้ย้ำว่าไทยสร้างไทยมุ่งมั่นสร้างการเมืองสุจริต 

    คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่าการเปิดตัวบุคลากรใหม่เข้าพรรค ทั้งอดีตสมาชิกวุฒิสภา ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา การบริหารราชการ และผู้มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ถือเป็นก้าวสำคัญของพรรคไทยสร้างไทย ในการสร้างทีมงานที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ตรง เพื่อผลักดันนโยบายและเจตนารมณ์ของพรรคให้ตอบสนองต่อประชาชนอย่างแท้จริง

    พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ระบุว่าการเข้าร่วมทำงานกับพรรคไทยสร้างไทย จะเข้ามาช่วยผลักดันนโยบายด้านความมั่นคง และการร่วมสร้างการเมืองสุจริต พร้อมประกาศว่าจะนำกลุ่ม “คนไทยสวัสดี” เข้ามาสนับสนุนและร่วมทำงานกับพรรคไทยสร้างไทยอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมผลักดันแนวทางการเมืองที่โปร่งใสและตอบสนองต่อประชาชนอย่างแท้จริง

    นายตวง อันทะไชย อดีตสมาชิกวุฒิสภา 5 สมัย จะเข้ามาร่วมพัฒนานโยบายด้านการศึกษา โดยเน้นการสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพ พร้อมปรับระบบการศึกษาไทยให้ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของโลกยุคใหม่ และเน้นให้เด็กไทยค้นพบศักยภาพของตนเอง

    นายกฤษฎา เฉลิมสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคคนไทย จะเข้ามาสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ พร้อมวางแนวทางยุทธศาสตร์และนโยบายของพรรคให้ทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน

    ด้านนางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ของพรรค ได้กล่าวถึงบทบาทของเยาวชนในการพัฒนาประเทศ พร้อมเรียกร้องให้สังคมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการสร้างการเมืองสุจริต เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มมีความมั่นใจและโอกาสในการพัฒนาตนเอง

    บรรยากาศการแถลงข่าวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความร่วมมือ โดยผู้บริหารพรรคไทยสร้างไทยทั้งรุ่นใหญ่และคนรุ่นใหม่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง การประชุมเน้นการแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ เพื่อสร้างแนวทางการเมืองสุจริต โปร่งใสและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน

    คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในทุกเขต เพื่อสร้างการเมืองสุจริตอย่างจริงจัง พร้อมยืนยันว่าการมีทีมงานที่เชี่ยวชาญคือกุญแจสำคัญในการปฏิรูปการเมืองไทยและสร้างการเมืองสุจิตให้เกิดขึ้นจริง 

    หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เชื่อมั่นว่าการมีผู้ร่วมอุดมการณ์เข้ามาทำงานกับพรรค คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างคนรุ่นใหญ่และคนรุ่นใหม่ ที่จะช่วยสร้างอนาคตประเทศไทยที่สุจริต ยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนทุกคน พร้อมเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายจะช่วยสร้างระบบการเมืองที่ตอบสนองต่อประชาชนได้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/38083&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2q6eBWjZjY2qzdGo2xrdnh

  • ‘ไทยสร้างไทย’ แถลงจุดยืน สร้างการเมืองสุจริต ไม่เปิดช่องให้คนโกง

    ‘ไทยสร้างไทย’ แถลงจุดยืน สร้างการเมืองสุจริต ไม่เปิดช่องให้คนโกง

    นอกจากนี้ ยังรวมถึงระบบแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่มีผลประโยชน์เป็นเดิมพัน ทำให้ข้าราชการที่ดีท้อแท้และหมดกำลังใจ 

    คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า OECD ชี้ว่าการทุจริตทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยหดหายถึง 3% แม้งบประมาณประเทศจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 6–7 แสนล้านบาทในอดีต มาเกือบ 4 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน แต่กลับไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้ ขณะที่หนี้ครัวเรือนสูงกว่า 16 ล้านล้านบาท จนเกือบเท่า GDP ประเทศ โครงสร้างการเมืองที่ใช้เงินทุนสูง ซื้อเสียง หรือซื้ออำนาจรัฐ ทำให้ประเทศเสี่ยงเข้าสู่ระบบ “State Capture” ซึ่งอาจนำพาเศรษฐกิจล่มสลายเช่นในประเทศบางแห่งในอเมริกาใต้และแอฟริกา

    การทำพรรคการเมืองขนาดเล็กในสภาวะปัจจุบันเป็นเรื่องยาก เรายืนหยัดที่จะสู้แม้รู้ว่ายาก เรายืนหยัดที่จะทำการเมืองสุจริต อยากเห็นคนไทยที่เป็นคนตัวเล็กมีชีวิตที่ดีขึ้น มีความมั่นคงในชีวิตบ้าง ดิฉันจึงอดทนทำงานอย่างทุ่มเทจนถึงทุกวันนี้ พรรคไทยสร้างไทยเราจะเป็นแพล็ตฟอร์มทางการเมืองที่รองรับคนดี คนเก่ง คนกล้า เข้ามาทำงานการเมืองเพื่อให้พ้นจากหลุมดำของคอร์รัปชันไปให้ได้

    'ไทยสร้างไทย' แถลงจุดยืน สร้างการเมืองสุจริต ไม่เปิดช่องให้คนโกง

    เปิดตัว 4 แนวร่วมพรรคไทยสร้างไทย 

    พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตัวเองเป็นทหารประชาธิปไตย เป็นตัวแทนของกลุ่ม ‘สวัสดีคนไทย’ ที่มีเป้าหมายคือต้องการทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่มีวุฒิภาวะ การทำนโยบายต้องมีประชาชนเป็นตัวตั้งในสมการเสมอ กฎหมายมีบรรทัดฐาน มีความโปร่งใส่ และเห็นแก่ผลประโยชน์ของชาติ ส่วนหลักคิดด้านความมั่นคง เราต้องอาศัยมิตรประเทศมหาอำนาจต่างๆ แต่ที่สำคัญคือปัจจัยภายในที่ไทยต้องพึ่งพาตัวเอง ยืนอยู่บนขาตัวเองได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของพรรคไทยสร้างไทย

    ดิเรกฤทธิ์ ในฐานะประธานเครือข่ายประชาธิปไตยสุจริต เสนอว่า ศาลปกครองของประชาชนต้องโปร่งใส ประชาชนต้องเห็นภาพรวมและขั้นตอนว่าถ้าร้องเรียนวันนี้จะเข้าสู่กระบวนการวันไหน ตัวเองขับเคลื่อนให้มี พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้โปร่งใสและประชาชนมีส่วนร่วม ดิเรกฤทธิ์ยอมรับว่าตัวเองทนไม่ได้กับความไม่ยุติธรรม เป็นคนยื่นร้อง เศรษฐากรณีแต่งตั้งพิชิต ชื่นบาน ร้องทักษิณ กรณีรับโทษที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ และร้องคลิปเสียงแพทองธารกับสมเด็จฮุนเซน ทั้งนี้พรรคการเมืองต้องเป็นของทุกคน มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย แก้ปัญหาประเทศได้

    ตวง กล่าวว่า ทำเรื่องการศึกษามาตลอดชีวิต การสร้างคนที่มีคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างชาติ หากไม่เริ่มต้นจากการพัฒนาคน ประเทศไทยก็ไม่สามารถก้าวหน้าได้ ทุกวันนี้ระบบการศึกษาของโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว การเรียนแบบ Live-Long Learning เรียนด้วย Passion ไม่ต้องจบปริญญาก็หาเงินได้เป็นร้อยเป็นพันล้าน แต่ระบบการศึกษาไทยยังคงติดอยู่กับรูปแบบเดิมที่เน้นการท่องจำและการบริหารแบบราชการ ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาไทยควรกระจายอำนาจการบริหารไปสู่ท้องถิ่น ปรับหลักสูตรให้ทันสมัยและสอดคล้องกับโลกการทำงาน เปิดโอกาสให้เด็กค้นพบศักยภาพของตนเองและสร้างอาชีพได้ทันที พร้อมทั้งปลูกฝังคุณธรรมและการต่อต้านคอร์รัปชัน

    กฤษฎา เฉลิมสุข ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคคนไทยและอดีตนายกสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย กล่าวว่า พรรคคนไทยที่รวมเอาผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน ทั้งด้านโลจิสติกส์ ด้านสตาร์ทอัพ ด้านบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซี และโปรแกรมเมอร์ ซึ่งจะสามารถเติมเต็มให้พรรคไทยสร้างไทยและคนไทยได้

    จินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ กล่าวว่า ทุกวันนี้เทศไทยมาถึงทางตันอยู่ในหลุมดำ เพราะระบบรัฐที่อ่อนแอถูกอคร์รัปชัน ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ห่วงใยอนาคตของประเทศและอนาคตของตัวเราเอง เรายังมีเวลาเหลืออยู่ในประเทศนี้นาน และต้องต่อสู้ไปอีกยาวไกล ในขณะที่เรากำลังต้องสร้างเนื้อสร้างตัว แต่ต้นทุนของประเทศกลับสูงขึ้นมาก งบประมาณหลายด้านถูกนำไปใช้บิดเบี้ยว กฎหมายซ้ำซ้อน เต็มไปด้วยทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าควรจะมีลูกไหม? แม้จะรู้สึกเศร้าใจกับประเทศไทย แต่ยังดีใจที่พรรคไทยสร้างไทยชูนโยบายการเมืองสุจริต เชื่อว่ามันจะทำให้ประเทศไทยโตได้อย่างยั่งยืนและรวดเร็ว ประกอบกับการที่ผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยงาน ถ้าพรรคไทยสร้างไทยเข้ามาบริหารบ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตยที่สุจริตอย่างแน่นอน

    ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/politics/860934&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hPe5yIoUJyrqZRz7vM03T

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67690/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2awUVNlCRaDgZQ4QvXmFnp

  • วิจัยเผย รายได้บ.อาวุธจีนปี 67 ลดลง เซ่นนโยบายล้างบางทุจริต : อินโฟเควสท์

    วิจัยเผย รายได้บ.อาวุธจีนปี 67 ลดลง เซ่นนโยบายล้างบางทุจริต : อินโฟเควสท์

    ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) ที่เผยแพร่วันนี้ (1 ธ.ค.) ระบุว่า รายได้ของบรรดาบริษัทด้านการทหารยักษ์ใหญ่ของจีนลดลงเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากการปราบปรามการทุจริตทำให้การทำสัญญาและการจัดซื้ออาวุธล่าช้า

    รายงานระบุว่า สถานการณ์ของจีนสวนทางกับบริษัทอาวุธยุทโธปกรณ์และบริการทางการทหารยักษ์ใหญ่ทั่วโลกที่รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากแรงหนุนของไฟสงครามในยูเครนและกาซา ตลอดจนความตึงเครียดระดับโลกและภูมิภาค

    หนาน เถียน ผู้อำนวยการโครงการค่าใช้จ่ายทางทหารและการผลิตอาวุธของ SIPRI กล่าวว่า “ข้อกล่าวหาด้านการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างด้านอาวุธของจีนทำให้สัญญาสำคัญหลายฉบับในปี 2567 ต้องเลื่อนหรือถูกยกเลิก ซึ่งยิ่งตอกย้ำความไม่แน่นอนเรื่องการปรับปรุงกองทัพจีนให้ทันสมัย และยังไม่รู้ว่าขีดความสามารถใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นจริงเมื่อไร”

    กองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีน (PLA) เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการปราบปรามการทุจริตเป็นวงกว้างที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สั่งการมาตั้งแต่ปี 2555 และได้ขยายไปถึงระดับสูงของกองทัพในปี 2566 เมื่อกองกำลังขีปนาวุธ (Rocket Force) ตกเป็นเป้าหมายการตรวจสอบ

    เมื่อเดือนต.ค. นายพลระดับสูง 8 นายถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนในข้อหาทุจริต ซึ่งรวมถึงนายพล เหอ เว่ยตง นายพลหมายเลขสองของประเทศ โดยเขาเคยทำงานภายใต้การกำกับดูแลของปธน.สี ในคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ซึ่งเป็นองค์กรบัญชาการทหารสูงสุดของจีน

    นักการทูตเอเชียและชาติตะวันตกกล่าวว่า ยังคงต้องประเมินกันต่อไปว่าการกวาดล้างนี้กระทบการขยายอิทธิพลทางทหารของจีนแค่ไหน และลามไปถึงระดับใดของสายการบังคับบัญชา

    ข้อมูลของ SIPRI แสดงให้เห็นว่า รายได้ของบริษัททางทหารชั้นนำของจีนลดลง 10% เมื่อปีที่แล้ว สวนทางกับญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้น 40% เยอรมนี 36% และสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 3.8%

    รายงานระบุว่า รายได้ของบริษัทอาวุธที่ใหญ่ที่สุด 100 แห่งของโลกเพิ่มขึ้น 5.9% สู่ระดับสูงสุดที่ 6.79 แสนล้านดอลลาร์ แต่เพราะยอดของจีนที่ตกลง จึงฉุดให้เอเชีย-โอเชียเนียเป็นภูมิภาคเดียวที่รายได้รวมของบริษัทอาวุธชั้นนำลดลง

    ทั้งนี้ รายได้จากการขายอาวุธของจีนลดลง แม้ว่าในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมางบประมาณด้านกลาโหมของจีนจะเพิ่มขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาอำนาจทางทหารดั้งเดิมในเอเชีย และความตึงเครียดกับไต้หวันและทะเลจีนใต้ที่ร้อนระอุขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/550310&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Dow4dd7sietBVpeS8HD1e

  • Fix It Center เต็มกำลัง! “รมว.นฤมล”ตระเวนทั่วหาดใหญ่ตรวจความพร้อม กำชับ เร่งงาน รวดเร็ว ปลอดภัย และทั่วถึง ช่วยชาวบ้านซ่อมของเสียจากน้ำท่วม

    Fix It Center เต็มกำลัง! “รมว.นฤมล”ตระเวนทั่วหาดใหญ่ตรวจความพร้อม กำชับ เร่งงาน รวดเร็ว ปลอดภัย และทั่วถึง ช่วยชาวบ้านซ่อมของเสียจากน้ำท่วม

    วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะหน่วยงานด้านการศึกษา ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตระเวนตรวจความพร้อมศูนย์ Fix It Center ซึ่งเปิดให้บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์ให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

    “กระทรวงศึกษาธิการพร้อมเดินหน้าส่งกำลังคนและอุปกรณ์สนับสนุนเพิ่มเติม หากพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือ พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ น้องๆ อาชีวะ ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำอย่าเสียบปลั๊กเพื่อทดสอบ โดยสามารถนำมาให้น้อง ๆ ตรวจดูและซ่อมได้ เพราะ หากเราไปเสียบปลั๊ก แผงวงจรมันจะช็อต ทำให้ไม่สามารถซ่อมได้“ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    สำหรับจังหวัดสงขลา ได้ตั้งศูนย์ Fix It Center กระจายให้บริการรวม 50 จุดทั่วพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้ประชาชน โดยมีครูและนักศึกษาอาชีวศึกษาเข้าร่วมสนับสนุนงานซ่อมแซมอย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้ รมว.ศธ. ได้กำชับให้แต่ละศูนย์เร่งดำเนินงานอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็วที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/62310&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TmYppSaGHLcA4eSVvddBD

  • อุทกภัยใต้คลี่คลาย ช่วยนักท่องเที่ยวแล้ว 1,812 ราย

    อุทกภัยใต้คลี่คลาย ช่วยนักท่องเที่ยวแล้ว 1,812 ราย

    อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยว่า โดยภาพรวมหลายจังหวัดมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน น้ำลดลงหลายจุด การคมนาคมกลับมาใช้การได้เกือบทั้งหมด และไม่มีรายงานนักท่องเที่ยวตกค้างเพิ่มเติม

    เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงฯ รายงานการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวม 10 ราย แบ่งเป็น ชาวจีน 4 คน, ชาวแอฟริกาใต้ 2 คน, ชาวมาเลเซีย 1 คน,  ชาวออสเตรเลีย 1 คน, ชาวสกอตแลนด์ 1 คน, ชาวสิงคโปร์ 1 คน  ยอดการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวสะสมตลอด 6 วัน อยู่ที่ 1,812 คน

    ทั้งนี้จังหวัดสตูลกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ไม่มีนักท่องเที่ยวตกค้าง โดยการเดินทางทางเรือเส้นทางปากบารา–หลีเป๊ะ ยังให้บริการตามปกติ ทั้งขาออกและขาเข้า และบริษัททัวร์ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกในการเดินทางต่อไปยังสนามบินหาดใหญ่

    จังหวัดยะลา ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง การเดินทางจากยะลาไปเบตงยังสามารถทำได้ โดยต้องใช้ความระมัดระวังในบางพื้นที่ลาดชัน แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่เปิดให้บริการตามปกติ ยกเว้นวัดหน้าถ้ำที่อยู่ระหว่างฟื้นฟู และไม่มีนักท่องเที่ยวติดค้าง

    จังหวัดปัตตานี  ยังมีฝนและน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ยังไม่มีรายงานนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรง

    จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ไม่มีรายงานนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต การเดินเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แม้จะมีคลื่นลมเล็กน้อย

    จังหวัดตรัง รายงานว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เหลือน้ำท่วมขังเพียงบางพื้นที่ โดยไม่มีนักท่องเที่ยวตกค้างหรือเสียชีวิต

    จังหวัดนครศรีธรรมราช น้ำลดลงแล้วและเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว

    “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังคงติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานใกล้ชิดกับทุกจังหวัด เพื่อให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างทันท่วงที พร้อมขอให้ผู้เดินทางติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยสูงสุด”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-flood-tourists&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AOs4TAg8Fr60oYzeZV3Lg

  • กำไรบริษัทแม่ “แอร์เอเชีย” ร่วงกว่า 57% ใน Q3 เซ่นพิษอัตราแลกเปลี่ยน : อินโฟเควสท์

    กำไรบริษัทแม่ “แอร์เอเชีย” ร่วงกว่า 57% ใน Q3 เซ่นพิษอัตราแลกเปลี่ยน : อินโฟเควสท์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แคปิตอล เอ (Capital A) บริษัทสัญชาติมาเลเซีย เจ้าของสายการบินราคาประหยัดอย่าง แอร์เอเชีย (AirAsia) รายงานว่า กำไรสุทธิของบริษัทในไตรมาส 3/2568 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. ร่วงลงถึง 57.61% เมื่อเทียบปีต่อปี มาอยู่ที่ 695.38 ล้านริงกิต (ราว 5.39 พันล้านบาท) โดยสาเหตุหลักมาจากอัตราแลกเปลี่ยน

    บริษัทระบุในหนังสือชี้ชวนที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันศุกร์ (28 พ.ย.) ว่า รายได้ในไตรมาสดังกล่าวลดลง 8.13% เมื่อเทียบปีต่อปี มาอยู่ที่ 447.41 ล้านริงกิต (ราว 3.46 พันล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายธุรกิจหลักต่าง ๆ ได้แก่ การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ตาม สำหรับผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ กำไรสุทธิของบริษัทพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่า แตะที่ 2.83 พันล้านริงกิต (ราว 2.19 หมื่นล้านบาท) ขณะที่รายได้เติบโต 7.84% เมื่อเทียบปีต่อปี แตะที่ 1.28 พันล้านริงกิต (ราว 9.93 พันล้านบาท)

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/550301&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NaRcKyfbOpos6V6uUHBNc

  • ขอแสดงความยินดี ผศ.ดร.สิญาธร นาคพิน – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    ขอแสดงความยินดี ผศ.ดร.สิญาธร นาคพิน – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    ขอแสดงความยินดี ผศ.ดร.สิญาธร นาคพิน

    ขอแสดงความยินดี ผศ.ดร.สิญาธร นาคพิน

    สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ขอแสดงความยินดีแด่ อาจารย์ ดร.สิญาธร นาคพิน อาจารย์ประจำ คณะการจัดการการท่องเที่ยว ในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ อนุสาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและบริการ ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/nida-congrats-siyathorn-nakphin/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17DiHc-5PJ8Dkm7NKCkCnE

  • วิกฤติ PM2.5 กัดเซาะเศรษฐกิจไทย 2.17 ล้านล้านบาทต่อปี – วิเคราะห์ผลกระทบครบวงจร

    วิกฤติ PM2.5 กัดเซาะเศรษฐกิจไทย 2.17 ล้านล้านบาทต่อปี – วิเคราะห์ผลกระทบครบวงจร

    วิกฤติฝุ่น PM2.5 สร้างภาระทางเศรษฐกิจ

    ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมธรรมดา แต่เป็นวิกฤติทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อการพัฒนาประเทศ ข้อมูลล่าสุดจากการศึกษาของสถาบันการเงินระหว่างประเทศและหน่วยงานภาครัฐชี้ให้เห็นว่า PM2.5 นอกจากส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ยังกระทบถึงประสิทธิภาพการทำงานของแรงงาน ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการพัฒนาสังคมโดยรวม การวิจัยโดยใช้วิธี Subjective Well-being approach พบว่า ฝุ่น PM2.5 สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับครัวเรือนไทยรวม 2.173 ล้านล้านบาทในปีงบประมาณ 2562 หรือคิดเป็น 13.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหามลพิษอากาศเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

    ต้นตอปัญหาเดิม ๆ

    ปัญหาฝุ่นในประเทศไทยเกิดจาก สาเหตุเดิมๆ คือ การเผา และการสันดาป คิดเป็นสัดส่วน 56-63% ของความเข้มข้นฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย มาจากการเผาครอบคลุมกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม การดำเนินงานด้านป่าไม้ และการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ข้อมูลการติดตามจากดาวเทียมในช่วงฤดูเผาปี 2567 แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีจุดเผาไฟ 6,897 จุด ในขณะที่เมียนมาร์มี 14,828 จุด สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ข้ามพรมแดนและต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งโครงการ CLEAR Sky ระหว่างไทย ลาว และเมียนมาร์ เพื่อประสานงานในการลดจุดเผาไฟ พัฒนาระบบพยากรณ์และติดตาม บังคับใช้กฎหมาย และส่งเสริมการจัดการเกษตรอย่างยั่งยืน

    รถยนต์และอุตสาหกรรม: ผู้ร้ายตัวที่สอง

    ในพื้นที่เมืองของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและเขตเมืองใหญ่ การขับเคลื่อนยานพาหนะเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 อันดับสอง การเผาไหม้เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กที่อันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งยังไม่ได้มาตรฐานยูโร่ที่เข้มงวด ภาคอุตสาหกรรม มีส่วนสำคัญในการสร้างมลพิษ PM2.5 โรงงานอุตสาหกรรมและกระบวนการเผาไหม้ในภาคอุตสาหกรรม ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    แนวโน้มของปัญหา และแนวทางแก้ไข

    สำหรับปีนี้ เข้าช่วงเวลาที่อากาศเย็นมาไม่นาน ล่าสุด กทม. PM2.5 แดงทะลุ 48 เขต กทม. GISTDA อัปเดตค่าฝุ่น PM2.5 จากแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” ของวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ทั่วประเทศมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “เกินมาตรฐานระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพและ ระบบทางเดินหายใจแล้ว 5 จังหวัด และระดับสีส้ม 41 จังหวัดที่เริ่มจะมีผลต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ  สำหรับ พื้นที่ กทม. เช้าวันนี้ มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานระดับสีแดง  48 เขต เช่น #หนองแขม #บางบอน #บางแค #ทวีวัฒนา #ตลิ่งชัน #ภาษีเจริญ #บางขุนเทียน #จอมทอง #บางกอกน้อย #บางกอกใหญ่ เป็นต้น

    ประเทศไทยได้กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศแห่งชาติสำหรับ PM2.5 ที่ระดับ 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับค่าเฉลี่ยรายปี แม้ว่าจะสูงกว่าแนวทางขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ที่ 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร การติดตามและวัดความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงระบบแผนที่เชิงพื้นที่ ข้อมูลดาวเทียม และระบบติดตามแบบเรียลไทม์ผ่านกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงาน Geo-Informatics and Space Technology Development Agency

    ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 แสดงว่า ระดับฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครอยู่ในช่วง 32.2-41.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินเกณฑ์ความปลอดภัยแห่งชาติที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พร้อมกับยี่สิบจังหวัดที่ประสบปัญหาอากาศไม่ปลอดภัยเช่นกัน

    กลุ่มเสี่ยงและความเป็นธรรมทางสุขภาพ

    ประชากรบางกลุ่มต้องแบกรับภาระสุขภาพที่หนักหนากว่าจากการสัมผัสฝุ่น PM2.5 เนื่องจากระดับการสัมผัสที่แตกต่างกันและความอ่อนแอทางสรีรวิทยา ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือปอดอยู่เดิม เด็ก ผู้สูงอายุ ประชากรกลุ่มชนกลุ่มน้อย และบุคคลที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มประสบผลกระทบต่อสุขภาพจากการสัมผัสฝุ่น PM2.5 มากที่สุด

    เด็กเป็นกลุ่มที่เสี่ยงเป็นพิเศษเพราะพวกเขาหายใจเอาอากาศมากกว่าผู้ใหญ่เมื่อคิดตามน้ำหนักตัว หายใจเร็วกว่า ใช้เวลาอยู่กลางแจ้งมากกว่า และมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่สมบูรณ์ การศึกษาเรื่องการพัฒนาปอดของเด็กพบว่า เด็กที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่มีระดับฝุ่น PM2.5 สูงมีการเจริญเติบโตของปอดที่ช้ากว่าและมีปอดที่เล็กกว่าตอนอายุ 18 ปี เมื่อเทียบกับเด็กในชุมชนที่มีมลพิษต่ำ

    ความท้าทายที่เหนือกว่าการคาดการณ์คือ การที่ปัญหา PM2.5 ไม่มีเกณฑ์ปลอดภัย แม้ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานกำกับดูแลปัจจุบัน ยังคงเกิดอันตรายต่อสุขภาพที่วัดได้ นี่คือเหตุผลที่องค์การอนามัยโลกปรับลดแนวทางคุณภาพอากาศอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิม 15 เป็น 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2564 สะท้อน ความเห็นทางวิทยาศาสตร์ว่าแม้การสัมผัสในระดับต่ำก็ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่วัดได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/pm25-air-pollution-thailand-economic-impact-analysis&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0F_hOE-rP73OoclxKxPXOp

  • น้ำท่วมหาดใหญ่ชี้ระบบการศึกษาเปราะบาง ต้องเร่งปรับรับวิกฤต

    น้ำท่วมหาดใหญ่ชี้ระบบการศึกษาเปราะบาง ต้องเร่งปรับรับวิกฤต

    น้ำท่วมหาดใหญ่ชี้ระบบการศึกษาเปราะบาง ต้องเร่งปรับรับวิกฤต

    เกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบรุนแรงในหลายมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการศึกษา บ้านเรือน ร้านค้า โรงพยาบาล และหน่วยงานรัฐได้รับความเสียหาย ขณะที่สถานศึกษาหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอนเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อเด็กและครอบครัวในวงกว้าง

    ผศ.ว่าที่ ร.ต.ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดเผยว่า วิกฤตครั้งนี้สะท้อนปัญหาคุณภาพการจัดการศึกษาที่ติดอยู่ในกรอบ “เยียวยาหลังเกิดเหตุ” มากกว่าการเตรียมพร้อมเชิงป้องกัน โรงเรียนจำนวนมากยังไม่มีแผนเผชิญเหตุเมื่อเกิดน้ำท่วม ไม่มีแนวทางรองรับภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะความรู้และขั้นตอนการรับมือของครูและผู้บริหารสถานศึกษา

    ผศ.ว่าที่ ร.ต.ดร.กิตติคุณ ระบุว่า ระบบการศึกษาไทยยังยึดติด “เวลาและสถานที่” มากกว่า “ผลลัพธ์การเรียนรู้” เมื่อโรงเรียนปิดยาว ผู้บริหารมักแก้ปัญหาด้วยการสั่งสอนชดเชยในวันหยุด ซึ่งยิ่งสร้างความเครียดให้ครูและนักเรียน โดยไม่ได้แก้ปัญหาคุณภาพการเรียนรู้จริง

    สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ระบบการศึกษาถูกออกแบบมาสำหรับช่วงเวลาปกติ แต่ขาดกลไกบริหารความเสี่ยงเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉิน ทำให้ภัยธรรมชาติกลายเป็น “ภัยทางการศึกษา” ที่กระทบอนาคตเด็กไทยโดยตรง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/734303&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gnD4NBE-pevTM-7NyeV1P