Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สรุป “นโยบายหาเสียง” พรรคใหญ่ชูแก้เศรษฐกิจ-ปากท้องเป็นหลัก

    สรุป “นโยบายหาเสียง” พรรคใหญ่ชูแก้เศรษฐกิจ-ปากท้องเป็นหลัก

    เพื่อไทยตอกย้ำ “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” 

    พรรคเพื่อไทยมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเรื่องรายได้ ความเหลื่อมล้ำ และหนี้สินของประชาชน

    นอกจากนี้ยังคงตอกย้ำจุดเด่นเดิม คือทำนโยบายที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่แค่หาเสียง  ด้วยประโยคที่ว่า “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้”

    ปฏิบัติการ “Quick Win” ลดภาระค่าครองชีพทันที

    หัวใจสำคัญของเพื่อไทยคือการทำให้ประชาชน “หายใจคล่อง” ตั้งแต่ช่วงแรกของการบริหาร โดยโฟกัสไปที่ 2 นโยบายไฮไลต์

    • หวยเกษียณ (เปลี่ยนเงินเสี่ยงโชคเป็นเงินออม): ตั้งเป้าทำให้สำเร็จใน 3 เดือนแรก เป็นการจูงใจให้คนออมเงินผ่านการซื้อหวย หากไม่ถูกรางวัล เงินนั้นจะถูกเก็บไว้เป็นเงินออมยามเกษียณ
    • ล้างหนี้แบบครบวงจร: ไม่ปล่อยให้คนไทยสู้หนี้ลำพัง โดยครอบคลุมทั้ง หนี้นอกระบบ, หนี้เสีย (NPL), หนี้เกษตรกร และหนี้ผู้สูงอายุ รวมถึงมีมาตรการประคับประคอง “ลูกหนี้ดี” เพื่อคืนศักดิ์ศรีและโอกาสในการลืมตาอ้าปาก

    Roadmap 10 ข้อ: พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน

    เพื่อให้ประเทศไทยหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง พรรคเสนอแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทั้งระดับฐานรากและระดับโลก:

    • สร้างความเชื่อมั่น: ฟื้นฟูเสถียรภาพงบประมาณเพื่อดึงอันดับเครดิตประเทศให้สูงขึ้น
    • อัดฉีดกำลังซื้อ: ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง (เช่น Digital Wallet 10,000 บาท) เพื่อสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ
    • ดึงทุนต่างชาติ: ปฏิรูปกฎหมายและภาษีให้เอื้อต่อการลงทุน (Ease of Doing Business)
    • เศรษฐกิจแห่งอนาคต: มุ่งเน้น AI และเทคโนโลยี พร้อมดึงธุรกิจนอกระบบ (Underground Economy) เข้าสู่ระบบเพื่อขยายฐานภาษีและสร้างโอกาสให้ SME

    ยกระดับคุณภาพชีวิต: การเดินทาง-ที่อยู่อาศัย-สุขภาพ

    • การคมนาคมรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย (เริ่มใน 3 เดือนแรก) พร้อมระบบ Feeder รถเมล์แอร์ 10 บาท เชื่อมต่อทั่วกรุง
    • ที่อยู่อาศัยบ้านเพื่อคนไทย จัดหาที่พักอาศัยใกล้แนวรถไฟฟ้าในราคาที่คนทำงานจ่ายไหว
    • สาธารณสุข30 บาทรักษาทุกโรค (Upgrade) ต่อยอดระบบเดิมให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย และครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ๆ

    “ไทยไม่เทา เท่ากัน ทันโลก” 

    พรรคประชาชนยังคงเดินหน้าด้วยดีเอ็นเอเดิมที่ชัดเจน นั่นคือการเน้นจุดแข็งด้านการ “ปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” โดยไม่ได้มองแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการรื้อกระดานเพื่อเปลี่ยนสมดุลอำนาจใหม่ทั้งประเทศ

    ปักธง “รัฐธรรมนูญใหม่” หัวใจของการเปลี่ยนสมดุลอำนาจ

    โจทย์การเมืองหลักที่พรรคชูเป็นธงนำคือการทำ “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ซึ่งไม่ใช่แค่การแก้ไขรายมาตรา แต่มีเป้าหมายลึกไปกว่านั้น

    • ลดอำนาจ ส.ว.: ตัดวงจรการเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อคืนอำนาจการตัดสินใจให้ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง
    • สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้ง: ย้ำจุดยืนว่า “กติกาของประเทศ” ต้องร่างโดยคนของประชาชน เพื่อสร้างความยึดโยงที่แท้จริง

    ถอดรหัส Motto “ไทยไม่เทา เท่ากัน ทันโลก”

    สโลแกนนี้ไม่ใช่แค่คำคล้องจอง แต่คือการสรุป 3 เสาหลักที่พรรคพยายามสื่อสาร

    • สู้ทุนสีเทา ปราบคอร์รัปชัน สร้างรัฐที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
    • ลดความเหลื่อมล้ำผ่านสวัสดิการ “ถ้วนหน้า” ตั้งแต่เกิดจนเกษียณ และการปฏิรูปที่ดินเกษตรกร
    • ปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลง ปฏิรูประบบการศึกษา และสร้างประเทศที่ดึงดูดใจให้คนอยากมีลูก

    “ไทยหายจน” แคมเปญจากพรรคประชาธิปัตย์

    พรรคประชาธิปัตย์ ใช้แคมเปญหาเสียงหลักว่า “ไทยหายจน” และแนวคิด “ประเทศไทยไม่ทน” เน้นแก้ปัญหาความยากจน ปากท้อง และคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมย้ำความสำคัญของ การเมืองสุจริต และ ความเป็นมืออาชีพในการบริหารประเทศ

    แนวคิดและแก่นหลักของนโยบาย  คือ เศรษฐกิจและปากท้อง แก้ปัญหาความยากจนและสร้างสภาพเศรษฐกิจที่ช่วยยกระดับรายได้ประชาชน รับฟังปัญหาปากท้องของประชาชน

    • พรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่าจะทำการเมืองบนหลัก ความซื่อสัตย์-สุจริต, ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
    • เศรษฐกิจ-ปากท้องประชาชน เศรษฐกิจสุจริต ไม่โกง ไม่ประชานิยมเกินตัว เน้นวินัยการคลัง
    • สนับสนุน SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย เข้าถึงแหล่งทุน ดอกเบี้ยต่ำ
    • เกษตรกรรมและรายได้ชนบท ประกันรายได้เกษตรกร (ข้าว ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง ฯล
    • พัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้าแบบไม่กระทบวินัยการคลั
    • พัฒนาระบบ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างยั่งยืน

    “ทำจริง มากกว่าพูด” จุดยืนสำคัญของพรรคกล้าธรรม

    พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่ต้องจับตามองในการเลือกตั้ง 2569  เพราะอาจจะมีบทบาทสำคัญในการตั้งรัฐบาล จุดยืนสำคัญของพรรคกล้าธรรม เน้น “ทำจริง มากกว่าพูด” โดยประกาศยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในการปกครองประเทศ พรรคกล้าธรรมยังไม่มีการประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการ

    แนวทางแก้ปัญหา

    • มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของคนจน, เกษตรกร, แล ผู้ประกอบการรายย่อย
    • สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan): ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้มีเงินทุนหมุนเวียน
    • การเกษตรและนวัตกรรม สนับสนุนนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้เกษตรกร และปรับโครงสร้างหนี้

    “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” สโลแกนรวมไทยสร้างชาติ

    พรรครวมไทยสร้างชาติ ประกาศสโลแกน “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” 

    นโยบายที่สำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ

    • ยกเลิก MOU 43 – MOU 44
    • ยึดหลักสากลคือการใช้ระบบ “สันปันน้ำ” แผนที่ 1 ต่อ 50,000
    • “สร้างรั้วไทย – กัมพูชา” : ขีดเส้นแบ่งเขตแดนให้ชัดเจน
    • ออกรบ 200,000 บาท” : จ่ายทันทีต่อรอบภารกิจ
    • เกณฑ์ทหารสมัครใจรับ 30,000 บาท
    • ขยับรายได้ทหารเกณฑ์ขั้นต่ำ 15,000 บาท

    ด้านเศรษฐกิจ

    • หั่นราคาน้ำมันต่ำกว่า 30 บาท/ลิตร
    • ลดค่าไฟเหลือ 3.3 บาท/หน่วย
    • เสรีโซลาร์ ประชาชนผลิตไฟใช้เอง ไม่ต้องขอใบอนุญาต
    • ลบประวัติเครดิตบูโร จ่ายจบ กู้ใหม่ได้ทันที : เมื่อชำระหนี้ที่ธนาคารหมด
    • ข้าว 15,000 บาท/ตัน ปาล์ม 6 บาท/กก.
    • ปุ๋ยรัฐ 500 บาท/กระสอบ

    การศึกษา

    อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน-ใช้หนี้ด้วยงาน

    จับตา “นโยบายชุดจริง” ทำไมตอนนี้พรรคการเมืองถึงยังกั๊กข้อมูล?

    แม้เราจะเริ่มเห็นการหาเสียงและแคมเปญต่างๆ ออกมาบ้างแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า “นโยบายฉบับทางการ” ของพรรคการเมือง ยังไม่ได้ถูกประกาศออกมาแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งมีเหตุผลสำคัญด้านกฎหมายและกลยุทธ์กั้นกลางอยู่

    กฎเหล็ก กกต.: เส้นตายที่ทุกพรรคต้องเจอ

    • ทุกพรรคต้องยื่นรายละเอียดนโยบายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่น้อยกว่า 20 วันก่อนวันเลือกตั้ง สส. ทั่วไป
    • กกต. จะทำหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนของเนื้อหา โดยเฉพาะเรื่องที่มาของเงินที่ใช้ในนโยบาย และความคุ้มค่าหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
    • เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว กกต. จะเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างเป็นทางการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้าคูหา

    ทำไมต้องรอ “นโยบายฉบับทางการ”?

    การที่พรรคการเมืองยังไม่เปิดไพ่หมดในตอนนี้ มีนัยสำคัญ 2 ด้าน

    • ด้านกฎหมาย: นโยบายที่ยื่นต่อ กกต. จะต้องระบุรายละเอียดที่ชัดเจน (เช่น ต้องใช้เงินเท่าไหร่ เอาเงินมาจากไหน) ซึ่งหากระบุผิดพลาดอาจมีผลทางกฎหมายตามมา
    • ด้านการเมือง: เป็นเรื่องของกลยุทธ์การหาเสียง เพื่อรอดูท่าทีคู่แข่งและไม่ให้ถูกบลัฟนโยบายก่อนเวลาอันควร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/politics/861272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2x3WNSn_WPZsZnhzgGVhav

  • สิ้น “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ” ผู้สืบสานโขมพัสตร์และคุณค่าผ้าไทย ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ

    สิ้น “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ” ผู้สืบสานโขมพัสตร์และคุณค่าผ้าไทย ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ

    สิ้น “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ” ผู้สืบสานโขมพัสตร์และคุณค่าผ้าไทย ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ

    ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ญาติสนิท และผู้ที่เคารพนับถือ “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ บ.ม.” มารดาคุณอัสสเดช คงศิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยความสงบ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568

    นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญผู้มีบทบาทอย่างยิ่งในการสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยและคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

    สำหรับกำหนดพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม จะมีขึ้น ณ ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ถนนกรุงเกษม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

    สิ้น

    นอกเหนือจากบทบาทในฐานะมารดาผู้ปลูกฝังคุณค่า ความมุ่งมั่น และวินัยในการดำเนินชีวิตแก่บุตรแล้ว “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ” ยังเป็นที่รู้จักในฐานะทายาทรุ่นที่สองของแบรนด์ผ้าพิมพ์ลายทำมือระดับตำนานของไทย “โขมพัสตร์” ผู้ผสานศาสตร์แห่งวิทยาศาสตร์เข้ากับศิลปะอย่างกลมกลืน

    ด้วยพื้นฐานการศึกษาด้านวิศวกรรมเคมีจากประเทศเยอรมนี โดยมุ่งเน้นการศึกษาเรื่องสีโดยตรง “ม.ร.ว.อัจฉริยา” ได้นำองค์ความรู้เชิงลึกมาประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตผ้า ดูแลโรงงาน และพัฒนาเทคนิคการผสมสีและการพิมพ์ผ้าด้วยมืออย่างประณีต

    ควบคู่กับการอนุรักษ์ลวดลายโบราณอันทรงคุณค่า อาทิ ผ้าเกี้ยว ลายดอกจิก ลายเทพนม และลายหัวโขน ให้ยังคงมีชีวิตอยู่ในสังคมร่วมสมัย

    ตลอดเส้นทางการทำงาน “ม.ร.ว.อัจฉริยา” ได้ร่วมกับพี่น้อง “ม.ร.ว.ภรณี รอสส์” และ “ม.ร.ว.วิภาสิริ วุฑฒินันท์” สานต่อธุรกิจสิ่งทอของครอบครัว ซึ่งก่อตั้งโดยรุ่นคุณยาย “หม่อมเจ้าหญิงผจงจิตร กฤดากร” พร้อมต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์ Khom เพื่อให้ผ้าไทยสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านการออกแบบเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ที่ร่วมสมัย โดยยังคงแก่นแท้ของงานทำมือและอัตลักษณ์ไทยไว้อย่างมั่นคง

    คุณูปการของ “ม.ร.ว.อัจฉริยา คงศิริ” ไม่เพียงทำให้ “โขมพัสตร์” เป็นที่ยอมรับในฐานะแบรนด์ผ้าไทยที่มีคุณภาพและมีเรื่องราว หากยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของการทำธุรกิจด้วยความตั้งใจ ความรู้ และความเคารพในรากเหง้าทางวัฒนธรรม

    การจากไปอย่างสงบของท่าน จึงไม่เพียงเป็นความสูญเสียของครอบครัว หากยังเป็นการอำลาของผู้หญิงคนหนึ่งที่ฝากผลงานและคุณค่าอันงดงามไว้ในผืนผ้าไทย และในความทรงจำของผู้คนตราบนานเท่านาน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/735476&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2R9uOcBStuPgmykYjCWxDZ

  • ประชุมคณะกรรมการประสานงานอาจารย์ที่ปรึกษากัลยาณมิตร ครั้งที่ 1 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประชุมคณะกรรมการประสานงานอาจารย์ที่ปรึกษากัลยาณมิตร ครั้งที่ 1 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/118887/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SZEX6e87Uea3Qum5o1WJx

  • เสือ vs สิงโต ใครแข็งแกร่งกว่า ถ้าสู้กันตัวต่อตัว ใครจะเป็นฝ่ายชนะ?

    เสือ vs สิงโต ใครแข็งแกร่งกว่า ถ้าสู้กันตัวต่อตัว ใครจะเป็นฝ่ายชนะ?

    เสือ vs สิงโต ถ้าต่อสู้กันตัวต่อตัวใครจะเป็นฝ่ายชนะ

    สิงโตและเสือโคร่งถือเป็นตัวแทนของสัตว์ตระกูลแมวที่เป็นนักล่าระดับสูงสุด จนได้รับสมญานามว่า “เจ้าป่า” อย่างไรก็ตาม เนื่องจากถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติที่แตกต่างกัน สิงโตอยู่ในทุ่งหญ้าแอฟริกา ส่วนเสือโคร่งอยู่ในป่าเอเชีย ทั้งสองจึงแทบไม่มีโอกาสเผชิญหน้ากันในธรรมชาติ การถกเถียงเรื่องพลังการต่อสู้ของสัตว์ทั้งสองชนิดนี้จึงดำเนินมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ

    ขนาดร่างกายและพละกำลัง

    จากการศึกษาของนิตยสาร Live Science พบว่าสิงโตแอฟริกาตัวผู้มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 240 กิโลกรัม ในขณะที่เสือโคร่งไซบีเรียอาจมีน้ำหนักถึง 260 กิโลกรัม แม้กะโหลกของสิงโตจะมีความยาวมากกว่าเล็กน้อย แต่เสือโคร่งมีความหนาแน่นของกระดูกสูงกว่า และมีสัดส่วนของกล้ามเนื้อถึง 65-70% ซึ่งสูงกว่าสิงโตที่มีเพียง 60% นั่นหมายความว่าเสือโคร่งมีความทนทานต่อแรงกระแทกและมีพลังระเบิดที่รุนแรงกว่า

    นอกจากนี้ ผลการศึกษาของนักสัตววิทยา สตีเฟน โร ระบุว่าดัชนีแรงกัดของเสือโคร่ง (127) สูงกว่าสิงโต (112) อย่างมีนัยสำคัญ โดยแรงกัดของเสือโคร่งอยู่ที่ 1,060 นิวตัน ส่วนสิงโตอยู่ที่ 900 นิวตัน และแรงตบของเสือโคร่งสามารถพุ่งสูงเกิน 1,000 กิโลกรัม ซึ่งเหนือกว่าสิงโตที่ทำได้ประมาณ 800-900 กิโลกรัม เนื่องจากเสือโคร่งเป็นนักล่าเดี่ยวที่ต้องการการโจมตีให้จบในครั้งเดียว

    โครงสร้างร่างกายและความคล่องตัว

    เสือโคร่งมีพละกำลังขาหลังที่โดดเด่น ทำให้สามารถยืนตัวตรงและใช้กรงเล็บทั้งสองข้างโจมตีได้พร้อมกัน ในขณะที่สิงโตมีขาหลังที่อ่อนแอกว่า จึงทำได้เพียงยืนกึ่งตรงและตะปบด้วยกรงเล็บเพียงข้างเดียว ข้อมูลทางกายวิภาคยังชี้ให้เห็นว่าเสือโคร่งมีกล้ามเนื้อหัวไหล่ที่พัฒนามากกว่า ซึ่งเหมาะสำหรับการพุ่งตัวจู่โจมอย่างรวดเร็ว

    ในด้านความเร็ว สิงโตอาจทำความเร็วในระยะสั้นได้ดีกว่า (ประมาณ 59 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) แต่เสือโคร่งมีความทนทานมากกว่า จากการศึกษาพบว่าเสือโคร่งสามารถซุ่มรอเหยื่อได้นานหลายชั่วโมง ในขณะที่สิงโตในสภาพแวดล้อมทุ่งหญ้าต้องอาศัยการวิ่งไล่ล่าบ่อยครั้ง ทำให้สูญเสียพลังงานได้ง่ายกว่าในการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ

    กลยุทธ์การต่อสู้และประวัติศาสตร์การเผชิญหน้า

    เสือโคร่งเชี่ยวชาญการซุ่มโจมตีและมักสังหารเหยื่อด้วยการกัดที่ลำคอหรือกระดูกสันหลังอย่างรวดเร็ว มีอัตราความสำเร็จในการล่าเดี่ยวสูงถึง 20-30% ส่วนสิงโตเน้นการล่าเป็นกลุ่ม ซึ่งอัตราความสำเร็จรายตัวมีเพียง 15% เท่านั้น นิสัยการใช้ชีวิตสันโดษทำให้เสือโคร่งมีความระมัดระวังและมีชั้นเชิงที่หลากหลายกว่าในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว

    หากย้อนดูบันทึกในประวัติศาสตร์ พบว่าเสือโคร่งเบงกอลมีอัตราการชนะสิงโตแอฟริกาในโคลอสเซียมสมัยโรมันสูงถึง 60-80% และมีกรณีศึกษาในสวนสัตว์ยุคหลัง เช่น:

    • ปี 1914: ณ สวนสัตว์บรองซ์ นิวยอร์ก เสือโคร่งเบงกอล “ราชา” สามารถสังหารสิงโตตัวผู้ “ฮิวเวิร์ต” ได้
    • ปี 2010: ณ สวนสัตว์อังการา ตุรกี เสือโคร่งสังหารสิงโตผ่านช่องว่างของกรงด้วยการตะปบเพียงครั้งเดียว

    สรุปผลการวิเคราะห์

    จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสถิติ เสือโคร่งมีความได้เปรียบในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว (อัตราการชนะประมาณ 55-60%) เนื่องจากพละกำลัง แรงกัด และความยืดหยุ่นทางยุทธวิธีที่เหมาะกับการรบแบบฉายเดี่ยว อย่างไรก็ตาม สิงโตก็มีความได้เปรียบในด้านการทำงานเป็นทีมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในทุ่งหญ้า สัตว์ทั้งสองชนิดคือผลผลิตของวิวัฒนาการที่ยอดเยี่ยมในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9864282/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bknNTElBmx6iU0g0ZNCBw

  • ‘ซาบีดา’ โชว์นโยบาย ‘การศึกษา-สังคม’ พลัส

    ‘ซาบีดา’ โชว์นโยบาย ‘การศึกษา-สังคม’ พลัส

    ‘ซาบีดา’ ชูนโยบาย ‘ศึกษาเท่าเทียมพลัส’ ลั่นเรียนฟรีมีจริง พร้อมมาตรการหนุน ‘สูงวัยพลัส’ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้มีเงินออม ดัน 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา เล็งสร้าง 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด

    24 ธ.ค.2568 – ที่โรงละครอักษรา ศูนย์การค้าคิงพาวเวอร์ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ในงานแถลงนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ปี 2569 ของพรรคภูมิใจไทย ว่าเคยได้ยินคำว่าประเทศไทยจะเป็นเสือตัวที่ 5 มาตั้งแต่ชั้นประถม แต่ผ่านไปแล้วกว่า 30 ปี เสือตัวที่ 5 ของเอเชียก็ยังไม่เกิดขึ้น ประเทศไทยยังไม่สามารถก้าวผ่านกับดักประเทศรายได้ปานกลาง หัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักนี้ คือการเพิ่มทักษะความสามารถให้กับแรงงานควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีการลงทุนในทุนมนุษย์อย่างจริงจัง ซึ่งทรัพยากรมีค่าที่ที่สุด คือทรัพยากรมนุษย์เพราะฉะนั้นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์คือสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา แต่ประเทศจะไปต่อได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

    แต่การเข้าถึงการศึกษา โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้น้อย นักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานที่ต้องการทักษะใหม่ๆ ต้องแบกรับ ค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม หากมีปัญหาการศึกษาทางโครงสร้างประเทศไทยก็ยากที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พรรคภูมิใจไทยจึงเสนอแนวคิดการศึกษาเท่าเทียม พลัส เพื่อทำให้เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา

    การศึกษาเท่าเทียม พลัสที่ 1 คือ การเปิดประตูไปสู่ความรู้ พรรคภูมิใจไทยเสนอที่จะสร้างแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ฟรี หรือ 1 แพลตฟอร์ม 1,000,000 ความรู้ ที่จะรวมความรู้ทันสมัย ครอบคลุมการศึกษาทุกระดับ และทุกคนสามารถเรียนได้ฟรี ไม่มีการคิดค่าอินเตอร์เน็ต

    การศึกษาเท่าเทียม พลัสที่ 2 คือ Skill Bridge หรือ สะพานที่จะพาคนไทยข้ามไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ทักษะที่เรียนในอดีตไม่สามารถใช้ได้กับโลกปัจจุบัน ระบบการเรียนที่ผ่านมาเป็นการยัดเยียดผู้เรียนไม่สามารถพูดได้ว่าจะเรียนอะไร หรือต้องการเรียกว่าต้องการทักษะอะไร เป็นการเรียนตามดีมานด์ ไม่ได้เรียนตามซัพพลาย เด็กจึงขาดทักษะตามตลาดแรงงานต้องการ

    พรรคภูมิใจไทยมีทางออกคือ นโยบาย Skill Bridge ที่จะเป็นสะพานข้ามไปสู่อนาคตที่ดีกว่า โดยที่เราจะพัฒนาแพลตฟอร์ม Up Skill แห่งชาติ โดยเป็นแพลตฟอร์มแห่งรัฐที่จะยกระดับทักษะของคนในประเทศ หัวใจของนโยบายนี้จะเน้นไปที่ 3 แกนหลัก คือ 1.ทักษะ 2.เน้นงาน 3. มีรายได้

    โดยสิ่งสำคัญคือ หลักสูตร และทักษะทั้งหมดในแพลตฟอร์มนี้ จะมีบริษัทชั้นนำทางภาคเอกชน ร่วมออกแบบกับสถาบันการศึกษา เหมือนกับประเศทสิงคโปร์ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการเปลี่ยนงาน และยกระดับรายได้ได้จริง เปลี่ยนจากเรียนจบแต่ตกงาน เป็นเรียนจบมีงานทำ

    พลัสที่ 3 คือ ธนาคารหน่วยกิต เป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยได้เรียนรู้ในหลากหลายสาขาโดยที่ไม่ถูกตีกรอบ จะใส่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อคุณสอบผ่านสามารถที่จะสะสมหน่วยกิตไว้ในธนาคารหน่วยกิตนี้ เมื่อเก็บหน่วยกิตครบตามที่กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำหนด จะได้มีการออกวุฒิการศึกษา ดังนั้น เรียนฟรีมีจริง เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา จะเกิดขึ้นจริง ถ้าคุณเลือกพรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยเราให้คุณค่ากับทุกคน การที่เราจะให้คุณค่า เราต้องมีเครื่องมือที่ถูกต้องก่อน และพรรคภูมิใจไทยจะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้คนเหล่านี้ลุกขึ้นยืนและเป็นกำลังของชาติได้ต่อไป

    นโยบายถัดมา คือนโยบายสูงวัยพลัส ที่เราให้ความสำคัญกับการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ที่ผ่านมาเราอาจจะมุมมองต่อผู้สูงอายุ ที่มีความแตกต่างกันออกไป พรรคภูมิใจไทยของเรามองว่า ผู้ที่สูงอายุนั้นเป็นผู้ที่มีคุณูปการมหาศาลเรามีนโยบายที่จะดูแล บริหารจัดการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุได้อย่างเป็นระบบ ผู้สูงอายุจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศได้อย่างแน่นอน นโยบายสูงวันพลัส ประกอบด้วย 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่ 1. จ้างงานผู้สูงอายุในภาคเอกชนสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สองเท่าสูงสุด 30,000 บาท ตามอัตราที่จ้างจริง ซึ่งนอกจากบริษัทจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว จะได้การจ้างงานผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย , 2. สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป รายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50 % ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุหลายแสนคน เนื่องจากว่าข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ว่า ผู้สูงอายุ 2 ใน 3 ของประเทศ ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินออม การลดหย่อนภาษีนี้จะเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้สูงอายุมีเงินออกมากขึ้น สามารถนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในด้านอื่นๆที่มีความจำเป็น

    3.มาตรการ 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา เงินเดือน 15,000 บาท 100,000 อัตรา อัตราจ้างขั้นต่ำ 4 ปี เป็นมาตรการที่จัดจ้างผู้ที่จบการศึกษา ทั้งด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา หรือทางด้านพยาบาล หรืออื่นๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในการดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ พยาบาลอาสาจะเป็นการในการดูแล ผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน รวมทั้ง หญิงตั้งครรภ์ โดยทำงานเชิงรุก แบบเคาะประตูบ้านทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ

    4. การสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับและดูแลผู้สูงอายุที่มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะดึงศักยภาพของภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศมามีส่วนร่วมในการสร้างระบบนิเวศในการดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร โดยจะนำที่ดินของรัฐที่ถือครองทุกประเภท มาเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่มีความสนใจมาลงทุนสร้างศูนย์ฯ ในระยะยาวมาตรการนี้จะช่วยลดต้นทุนให้ภาคเอกชนแล้วยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุลดลงอีกด้วย ส่งเสริมการลงทุนและเกิดการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น “ 60 พลัส เกษียณสำราญ มีงานทำเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ” ซึ่ง ทั้ง 4 มาตรการนี้ จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ได้ที่เพิ่มขึ้น ทำงานได้เพิ่มขึ้น และยิ้มได้พลัสมากขึ้นอย่างแน่นอน

    นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติดเราจะไม่เรียกเขาว่า ผู้เสพ แต่เราจะเรียกเขาว่า ผู้ป่วย เพราะการบำบัดยาเสพติดไม่ควรอยู่ไกลบ้าน เพราะปัญหายาเสพติดไม่ใช่เรื่องใกล้ตัว หลายครอบครัวต้องเจ็บ ต้องทน ต้องแก้ไขกันมานาน พรรคภูมิใจไทยจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องสู้เพียงลำพัง นโยบายนี้เพื่อนำการรักษาไปไว้ใกล้บ้าน ให้คนที่พลาดกลับคืนสู่ครอบครัว กลับคืนสู่สังคม ทำให้เขามีความรักและมีความหวังอีกครั้ง

    นางสาวซาบีดา ย้ำว่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่นโยบายหาเสียงแต่เป็นนโยบายที่ พูดแล้วทำพลัส เป็นนโยบายที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่สดใส และมีความยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/920838/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13xENjhRuKZw1bmy7JtG9x

  • เดินสายพบพรรคการเมือง ผลักดัน 9 นโยบายผู้บริโภค ชิงโอกาสช่วงเลือกตั้ง – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    เดินสายพบพรรคการเมือง ผลักดัน 9 นโยบายผู้บริโภค ชิงโอกาสช่วงเลือกตั้ง – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    เดินสายพบพรรคการเมืองผลักดัน 9 นโยบายผู้บริโภค ชิงโอกาสช่วงเลือกตั้ง

    สภาผู้บริโภคพบพรรคการเมือง ดันนโยบายผู้บริโภค 9 ด้านสู่การปฏิบัติจริง ภายใต้แนวคิด “ง่าย ดี มีคะแนน”ประเดิมพรรคเพื่อไทย รับลูกนโยบายหลายข้อ ขนส่งสาธารณะ การศึกษา พร้อมเดินหน้าถ้าเป็นรัฐบาล

    สภาผู้บริโภคเดินหน้าผลักดันนโยบายเพื่อผู้บริโภค 9 ด้าน เข้าสู่กระบวนการกำหนดนโยบายของพรรคการเมือง ก่อนการเลือกตั้ง ภายใต้แนวคิด “ง่าย ดี มีคะแนน” ประเดิมเข้าพบพรรคเพื่อไทย ชูประเด็นเมืองที่เป็นธรรม ขนส่งสาธารณะต้องเป็นปัจจัยพื้นฐานของประชาชน พร้อมเสนอแก้ปัญหาภัยออนไลน์ คุณภาพชีวิต ด้านเพื่อไทยรับลูกพร้อมเดินหน้าถ้ามีโอกาสเป็นรัฐบาล

    สภาผู้บริโภค นำโดย บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค และ สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบผู้บริหารพรรคเพื่อไทย โดยมี เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค ร่วมรับฟังข้อเสนอ

    สารี อ๋องสมหวัง

    สารี กล่าวว่า  สภาผู้บริโภคเป็นองค์กรที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 โดยกฎหมายกำหนดให้สามารถออกแบบนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติได้ สำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้ สภาผู้บริโภคมองเป็นโอกาสที่จะนำเสนอนโยบายของสภาผู้บริโภคให้พรรคการเมืองต่าง ๆ พิจารณา ภายใต้แนวคิด “ง่าย ดี มีคะแนน” ครอบคลุมนโยบาย 9 ด้าน แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

    1. ภัยมิจฉาชีพออนไลน์ ครอบคลุมปัญหามิจฉาชีพออนไลน์ การเงิน การธนาคาร การซื้อขายออนไลน์ และการสื่อสารโทรคมนาคม

    2. เมืองที่เป็นธรรม ได้แก่ ขนส่งสาธารณะ ผังเมือง พลังงาน และการจัดการภัยพิบัติ

    3. คุณภาพชีวิต ครอบคลุมการศึกษา สาธารณสุข สินค้าและบริการที่ปลอดภัย

    ชงกองทุนเยียวยามิจฉาชีพออนไลน์

    หนึ่งในข้อเสนอสำคัญ คือ การตั้งกองทุนเยียวยาความเสียหายจากภัยมิจฉาชีพออนไลน์ เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับเงินช่วยเยียวยาเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่านั้นผู้บริโภคบางรายที่ถูกมิจฉาชีพหลอกใช้ข้อมูลบัตรเครดิตยังถูกธนาคารฟ้อง สร้างความเสียหายให้ผู้บริโภคอย่างมาก

    นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคเสนอให้ โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มต้องขึ้นทะเบียนผู้ขาย และมีระบบยืนยันตัวตน (e-KYM) เพื่อให้ติดตามตัวผู้ขายได้ โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ค ที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายอีคอมเมิร์ซ ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับการเยียวยาเมื่อเกิดความเสียหาย

    สารี กล่าวว่า อีกปัญหาที่สำคัญ คือหลังการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ผู้บริโภคถูกปรับขึ้นค่าบริการ 100–200 บาทต่อคนต่อเดือน ทั้งที่กำไรของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น สภาฯ เสนอให้มีแพ็กเกจราคาประหยัด ไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน เพื่อคุ้มครองสิทธิการสื่อสารขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ

    ขนส่งสาธารณะต้องมีทุกจังหวัด

    สารี กล่าวว่า ปัจจุบัน ขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ สามารถกำหนดค่าเดินทางไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำได้ เช่น นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทของพรรคเพื่อไทย และ 40 บาทตลอดวันของพรรคภูมิใจไทย และอยากขยายบริการขนส่งสาธารณะที่ทุกคนขึ้นได้ในต่างจังหวัดด้วย ซึ่งสภาผู้บริโภคได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดหลายแห่งดำเนินการไปแล้ว เช่น ภูเก็ต กาญจนบุรี เชียงใหม่

    ประเด็นเมืองที่เป็นธรรม สภาผู้บริโภคเสนอให้ ตั้งกองทุนขนส่งสาธารณะทุกจังหวัด และยกเลิกรถโดยสารสองชั้น และกำหนดค่าเดินทางไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ

    “หลายจังหวัดมีรายได้จากภาษีล้อเลื่อนจำนวนมาก เช่น ขอนแก่นมีถึง 800 ล้านบาทต่อปี หากนำมาใช้เพียง 200 ล้านบาทต่อปี ก็สามารถให้ประชาชนใช้รถเมล์ฟรีได้ และยังช่วยลดอุบัติเหตุ ฝุ่นควัน และภาระค่าครองชีพได้” สารีกล่าว

    จากที่ว่างเป็นที่พึ่ง ยกระดับคุณภาพชีวิต

    สำหรับข้อเสนออื่น ๆ เพื่อเมืองที่เป็นธรรม สภาผู้บริโภคได้หยิบยกปัญหาที่เกิดจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น มาออกแบบเป็นนโยบาย จากที่ว่างเป็นที่พึ่ง  นำที่ดินรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็น พื้นที่รับน้ำและที่พักพิงจากภัยพิบัติ

    จากปัญหาค่าไฟฟ้าที่แพง สภาผู้บริโภคจึงเสนอให้รัฐบาล หยุดสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ และ เปิดฟรีโซลาร์เซลล์บนหลังคาประชาชน ซึ่งเป็นการช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน เป็นนโยบายที่สามารถดำเนินการได้เลย แต่ปัจจุบันมีมาตรการกีดกันทำให้ไม่สามารถทำได้

    ด้านการศึกษา สภาผู้บริโภคเสนอนโยบาย “เรียนฟรีต้องฟรีจริง” โดยเฉพาะสายอาชีพ และใช้เงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษามาใช้ให้นักเรียนมีโอกาสเรียนจบได้ถึงระดับปริญญาตรี

    ในด้านคุณภาพชีวิต สภาผู้บริโภคเสนอให้ ทุบทิ้ง พ.ร.บ.อาหาร “ฉบับไดโนเสาร์” เพิ่มอำนาจเรียกคืนสินค้าไม่ปลอดภัย และให้มีตัวแทนสภาผู้บริโภคอยู่ในคณะกรรมการอาหาร เพิ่มกระบวนการตรวจสอบเพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย ส่งเสริมให้มีตลาดอินทรีย์ทุกจังหวัด โดยอบจ.

    ส่วนระบบสุขภาพ เสนอให้ รัฐจ่ายเงิน 3 กองทุนสุขภาพอย่างเท่าเทียม คุมค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน

    พรรคเพื่อไทยรับลูก “หลายเรื่องไปทิศทางเดียวกัน”

    เผ่าภูมิ โรจนสกุล

    ด้านเผ่าภูมิ กล่าวว่า หลายนโยบายของพรรคเพื่อไทย เห็นตรงกันกับสภาผู้บริโภค เช่น เรื่องการเดินทางเป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ อัตราค่าเดินทางต้องไม่เกิน 10% ใกล้เคียงกับแนวคิดของพรรค ซึ่งปัจจุบันมีนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท และเพิ่มรถเมล์ไฟฟ้า 10 บาทตลอดสาย และรับข้อเสนอไปพิจารณาขยายบริการขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัด

    ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายของสภาผู้บริโภค มีมากกว่าครึ่งที่สอดคล้องกับแนวทางของพรรค และสามารถผลักดันได้จริง โดยเฉพาะขนส่งสาธารณะ การศึกษา และการพัฒนาบุคลากรในสายอาชีพ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมย้ำว่าการมีข้อมูลจากภาคประชาชนช่วยให้พรรคไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ และอย่างน้อยหากผลักดันได้ครึ่งหนึ่งก็ถือเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

    ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์

    เดินสายต่อเนื่อง นัดจัดเวทีใหญ่ 7 ม.ค.

    ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคเตรียมเดินสายเข้าพบพรรคการเมืองต่อเนื่อง โดยวันที่ 25 ธันวาคม พบ พรรคภูมิใจไทย และ พรรคประชาชน วันที่ 26 ธันวาคม เข้าพบพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทยก้าวใหม่ และเตรียมจัดเวทีใหญ่ในวันที่ 7 มกราคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองนำเสนอนโยบายต่อผู้บริโภคอย่างเป็นทางการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/24122568_policy-2569_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ol94qhj1dYOeGnbdYn4xB

  • สพฐ. ถอดบทเรียนใช้ร่างหลักสูตรฯ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา วางฐานพัฒนาหลักสูตรในอนาคต | เดลินิวส์

    สพฐ. ถอดบทเรียนใช้ร่างหลักสูตรฯ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา วางฐานพัฒนาหลักสูตรในอนาคต | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา เดินหน้าถอดบทเรียนจากการนำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช…. ระดับประถมศึกษา ((ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ )ไปใช้จริงในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจการนำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ ไปสู่การจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน และใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อใช้เป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ

    การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ สพฐ. ได้นำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ ไปใช้ในโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน ๘ จังหวัด ได้แก่ สตูล ระยอง ศรีสะเกษ เชียงใหม่ กาญจนบุรี นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นมา เพื่อศึกษาการใช้ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ ในสภาพจริง ซึ่งขณะนี้การทดลองใช้ได้ดำเนินมาในระยะที่สามารถสะท้อนภาพรวมของการจัดการเรียนรู้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ การศึกษาการนำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ ไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ดำเนินการโดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) ภายใต้การนำของ ผอ.สวก. ดร.ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน สนับสนุนเชิงนโยบายโดยรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ) และมี ที่ปรึกษา สพฐ. (ดร.รัตนา แสงบัวเผื่อน) และดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีทิศทางและสอดคล้องกับการพัฒนาหลักสูตรระดับประเทศ

    สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นกระบวนการทำงานร่วมกันของศึกษานิเทศก์ ครู และผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งเป็นผู้ใช้หลักสูตรจริงในบริบทของโรงเรียน ควบคู่กับผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อร่วมกันพัฒนาเครื่องมือที่สามารถสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างกรอบหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนในบริบทที่หลากหลายได้อย่างเหมาะสม โดยข้อมูลและบทเรียนที่ได้จากการศึกษาการใช้ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จะถูกนำมาถอดบทเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อนำเสนอเป็นแนวทางหรือโมเดลการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ และใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5437153/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3B8hjheTf89vg_6Oo-iuig

  • รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาท้องในวัยรุ่น ป้องกันหลุดจากระบบการศึกษา ตั้งเป้าลดอัตราคลอดอายุ 10-14 ปี

    รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาท้องในวัยรุ่น ป้องกันหลุดจากระบบการศึกษา ตั้งเป้าลดอัตราคลอดอายุ 10-14 ปี

    รัฐบาลเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาท้องในวัยรุ่น ป้องกันวัยรุ่นหลุดจากระบบการศึกษา ผ่าน Thailand Zero Dropout ตั้งเป้าลดอัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ 10-14 ปี

    วันที่ 24 ธันวาคม 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เดินหน้าป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเด็กวัยเรียน วัยรุ่น ถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยตั้งเป้าหมายลดปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ลดอัตราคลอดมีชีพในวัยรุ่นลงให้เหลือไม่เกิน 0.5 ต่อพันคน ในหญิงอายุ 10-14 ปี และไม่เกิน 15 ต่อพันคน ในหญิงอายุ 15-19 ปี ภายในปี 2570

    นางสาวอัยรินทร์ ระบุว่า จากผลการดำเนินงานภายใต้ พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 พบว่า นักเรียน นักศึกษาที่ตั้งครรภ์ได้รับการดูแลช่วยเหลือ และคุ้มครองสิทธิด้านการศึกษา ร้อยละ 75.4 ด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแผนงานโครงการ/กิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จำนวน 2,241 แห่ง ส่วนสถานประกอบกิจการมีการให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์แก่ลูกจ้างวัยรุ่น จำนวน 34,333 แห่ง วัยรุ่นเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เป็นมิตร โดยได้รับการปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อมผ่านช่องทางออนไลน์สายด่วนและเฟซบุ๊ก แฟนเพจ 1663 (สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม) รวมทั้งสิ้น 31,355 ราย ที่สำคัญ กระทรวงสาธารณสุขดำเนินงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โครงการ Thailand Zero Dropout ในการดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นตั้งครรภ์ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา

    นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นผ่าน Line OA Teen Club มีการเข้าใช้งานเมนู จำนวน 314,104 ครั้ง ผู้มารับบริการไลฟ์แชต จำนวน 17,090 ครั้ง (ข้อมูลเดือน มค. 65 – ธค. 68) สายด่วนสุขภาพจิต 1323 จำนวน 9,551 ราย ปรึกษาทางเลือกท้องไม่พร้อมจาก RSA Online สะสมรวม 95,103 คน ได้รับการส่งต่อบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย จำนวน 4,196 คน สนับสนุนการใช้ถุงยางอนามัยฟรีและสารหล่อลื่นในกลุ่มเยาวชนในสถานศึกษา 15,588 ชิ้น นอกสถานศึกษา จำนวน 11,889 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 27,477 ชิ้น (ข้อมูลไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2568) ด้านระบบการดูแลช่วยเหลือ การคุ้มครองสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ และการจัดสวัสดิการสังคม พบว่า แม่วัยรุ่นได้รับสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวน 15,128 คน สภาเด็กและเยาวชนขับเคลื่อนกิจกรรมป้องกันแก้ไขและเฝ้าระวังปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 486 โครงการ/กิจกรรม

    รัฐบาลเดินหน้าดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับชาติ พ.ศ. 2560 – 2570 ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 เพื่อปกป้องวัยรุ่นไทยให้ได้รับสิทธิพื้นฐาน และการช่วยเหลือด้านสุขภาพอย่างครอบคลุมเป็นธรรมและทั่วถึง พร้อมทั้งเติบโตอย่างเต็มศักยภาพสมบูรณ์แข็งแรงต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2903815&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11HTfMNh20S6oAVOrucM27

  • โครงการพี่ชวนน้องเรียน CDTI ปีที่ 7 ณ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    โครงการพี่ชวนน้องเรียน CDTI ปีที่ 7 ณ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/118952/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TW3EHEx6JAaTP1rvhiIbn

  • ผู้ว่าฯ ภูเก็ตต้อนรับเอกอัครราชทูตฮังการี เดินหน้าความร่วมมือ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    ผู้ว่าฯ ภูเก็ตต้อนรับเอกอัครราชทูตฮังการี เดินหน้าความร่วมมือ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Drunk Driver Crashes And Assaults Patong Cop, Wanted Chinese Tycoon Caught In Phuket || Dec 24

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Drunk Driver Crashes And Assaults Patong Cop, Wanted Chinese Tycoon Caught In Phuket || Dec 24

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AF-%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AE%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD-%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2592%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5-13932.php&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pzM4P-K35pbF2sMu0qwcG