Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เอ็ดดี้ ฮาว ยอมรับ อาจอยู่ไม่ถึงวันที่สนามแข่ง-สนามซ้อม นิวคาสเซิล พัฒนาแล้วเสร็จ

    โดย Main Stand

    เขียนเมื่อ 26/12/2025 17:14 | อัพเดทล่าสุด 26/12/2025 17:14 380

    เอ็ดดี้ ฮาว เฮดโค้ช นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ยอมรับว่า แผนการพัฒนาสนามกีฬาและสนามฝึกซ้อมของสโมสรยังอยู่ในสถานะ “ไม่แน่นอน” และมีโอกาสสูงถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ที่เขาจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งจนเห็นโครงการเหล่านี้เสร็จสมบูรณ์

    ปัจจุบัน นิวคาสเซิล ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งการขยายสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค หรือการสร้างสนามใหม่ในพื้นที่อื่นของเมือง โดย เดวิด ฮอปกินสัน ซีอีโอของสโมสร ยอมรับว่า สาลิกาดงจะยังคงใช้งานสนามแห่งเดิมในรูปแบบปัจจุบันต่อไปอีกหลายปี

    ขณะเดียวกัน สโมสรมีแผนขยายสนามฝึกซ้อมที่เบนตัน ให้มีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในระยะสั้น แต่ผู้บริหารตระหนักดีว่า ข้อจำกัดด้านพื้นที่อาจทำให้ต้องสร้างศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ในอนาคต

    กุนซือชาวอังกฤษวัย 46 ปี ซึ่งกำลังพยายามยกระดับผลงานของทีมที่รั้งอันดับ 11 ของพรีเมียร์ลีก มองว่าโครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาสโมสรในระยะยาว โดยยอมรับว่าสถานะของทั้งสนามฝึกซ้อมและสนามกีฬายังขาดความชัดเจนในเวลานี้ พร้อมชี้ว่า หากสโมสรสามารถกำหนดทิศทางได้อย่างแน่นอน จะส่งผลดีต่อทุกส่วน ตั้งแต่อะคาเดมีไปจนถึงมาตรฐานโดยรวมของทีมชุดใหญ่

    เซนต์ เจมส์ พาร์ค ซึ่งเคยเป็นสนามสโมสรที่มีความจุใหญ่เป็นอันดับสองของอังกฤษ ปัจจุบันถูกหลายสโมสรแซงหน้าไปแล้ว ทั้ง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, ลิเวอร์พูล, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เอฟเวอร์ตัน ส่งผลให้เกิดช่องว่างด้านรายได้ โดยเฉพาะรายได้จากวันแข่งขันและรายได้เชิงพาณิชย์

    แม้ นิวคาสเซิล จะปรับปรุงสนามฝึกซ้อมในช่วงหลัง ทั้งสระบำบัด ห้องรับรอง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แต่ยังยอมรับว่ายังห่างไกลจากศูนย์ฝึกซ้อมระดับแนวหน้าของหลายสโมสรในประเทศ

    อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ความอดทน พร้อมระบุว่า สโมสรควรใช้เวลาเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง มากกว่าการเร่งรีบ เพราะโครงการเหล่านี้จะส่งผลต่ออนาคตของนิวคาสเซิลไปอีกหลายสิบปี

    ท้ายที่สุด แม้จะเชื่อว่าอาจไม่ได้เห็นผลลัพธ์ของทั้งสองโครงการในช่วงที่ตนคุมทีมอยู่ แต่ยังคงมุ่งมั่นผลักดันเพื่อคนรุ่นต่อไปของสโมสร ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือแฟนบอลก็ตาม

    เรื่อง : ชญานนท์ ลีเลิศไพศาล นักศึกษาฝึกงาน

    ที่มา : https://www.bbc.com/sport/football/articles/cgexw48p3v1o

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mainstand.co.th/th/news/1/article/23797&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08FkoKoI_ZIWuJgYGoQImp

  • เช็กดวงประจำวันที่ 26 ธ.ค. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต “ธนู” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “ธนู” | เดลินิวส์

    เช็กดวงประจำวันที่ 26 ธ.ค. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต “ธนู” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “ธนู” | เดลินิวส์

    สุริยคติกาล วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ค.ศ. 2025 จันทรคติกาล ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.39 น. เที่ยงจริง เวลา 12.19 น. อาทิตย์ตก เวลา 17.58 น. จันทร์ตก เวลา 00.17 น.

    วันนี้ เวลา 00.00-04.42 น. ดาวจันทร์เสวยปุรพภัทรบทนักษัตรฤกษ์ที่ 25 ประกอบด้วยเพชฌฆาตแห่งฤกษ์ เพชฌฆาต แปลว่า ผู้ฆ่า ทำการเพื่อให้สิ่งที่เข้ามาพ่ายแพ้ ข่มขวัญ น่ายำเกรง มีความขลังและมีความศักดิ์สิทธิ์ เวลา 04.43-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยอุตรภัทรบทนักษัตรฤกษ์ที่ 26 ประกอบด้วยราชาแห่งฤกษ์ ราชา แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน เวลา 00.00-24.00 น.-ห้ามทำการมงคล ทิศที่เป็นมงคล-อุดร (เหนือ) ทิศอัปมงคล-ทักษิณ (ใต้) สีประจำวัน-ดำ สีสิริมงคล-ฟ้า น้ำเงิน สีอัปมงคล-เขียวสด ราศีที่ดาวศรีสถิต-ธนู ราศีที่ดาวกาลีสถิต-ธนู

    เกิดวันนี้ เด็กชาย มีจิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ เคร่งขรึม มีมานะบากบั่นในการทำงานและหน้าที่ พูดจากินใจคน มีลางสังหรณ์ ความจำดี คาดการณ์ได้แม่นยำ เฉลียวฉลาด รอบคอบ มีความรู้ ชอบต่อสู้ มักจากถิ่นที่อยู่เติบโตขึ้นจะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน ฐานะการเงินดี เด็กหญิง จะสงบเสงี่ยมมีจิตใจหนักแน่น รักชีวิตสันโดษ เคร่งครัดในระเบียบ จิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ ชอบการศึกษาเล่าเรียน เรียนดี มีคุณธรรม จริงใจ จะมีผู้อุปถัมภ์ จะมีเหตุผล ละเอียดลออ มัธยัสถ์ มีความรับผิดชอบสูง ชอบอยู่เบื้องหลังและเก็บเนื้อเก็บตัว

    เกิดวันอาทิตย์ จะเป็นที่ไว้วางใจของผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน อยากเด่นอยากดังในการงาน มีความคิดริเริ่มแปลกใหม่ มีงานเข้ามาให้ทำถึงบ้าน จะทำการใดต้องรอบคอบ หากประมาทจะมีอันตราย มีปัญหาต้องปรับปรุงแก้ไข สุขภาพไม่ดีระวังจะเจ็บป่วย มีลาภจากของเก่า มีมิตรสหายเก่า ๆ แวะเวียนไปมาหาสู่ ได้เดินทาง มีการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ ความรักยังรักษาท่าที

    เกิดวันจันทร์ มีความพึงพอใจในผลงานของตน ทุ่มเททำงานจนสุดกำลัง ด้วยความภาคภูมิใจไม่เหน็ดเหนื่อย กาลเวลาทำให้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ คลี่คลายลงไป การเงินยังติดขัดทำให้ไม่สบายใจ ได้ข่าวทางไกล มีการพลัดพราก ได้ศึกษาอบรมเพิ่มเติม มีคนต่างถิ่นเข้ามาคบหาสมาคมด้วย ควรขอคุณพระคุ้มครองรักษา

    เกิดวันอังคาร มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถมากขึ้น มีความเพียรพยายามต่อสู้ทุกรูปแบบ ควรปรับตัวให้เป็นคนใจเย็นลง อย่าโมโหโทโสง่าย ความรักที่มีปัญหาสามารถตกลงกันได้ ระวังของแหลมคม เข็มฉีดยา มีอุบัติเหตุ ศัตรูจะเบียดเบียนแต่มีผู้ช่วยเหลือ การงานควรมีสติตั้งมั่นโดยมีเป้าหมาย ชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น หากมีการต่อสู้ก็จะประสบชัยชนะ

    เกิดวันพุธ การงานที่ทำอยู่จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ทำงานได้หลายอย่าง โดยใช้ความคิดวางแผนและมโนภาพ มีความเฉลียวฉลาด มีกำลังใจมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ได้ สิ่งของหายจะได้คืน มีโชคลาภ กิจการใด ๆ ที่กระทำจะสำเร็จสมความประสงค์ ศัตรูจะแพ้ภัยไปเอง มีโอกาสได้ศึกษาอบรมในระดับที่สูงขึ้น จะได้ของฝากของขวัญ

    เกิดวันพฤหัสบดี จะมีงานใหม่ ๆ เข้ามาให้ทำ ค้นพบหนทางในการสร้างอนาคต มีกำลังใจในการทำงานเพื่อสร้างตนเอง ลูกน้องและบริวารยังเข้าแถวอย่างมีระเบียบ ทำให้การงานก้าวหน้า มีความสำเร็จ เกิดโชคลาภได้ทรัพย์สินเงินทอง ศัตรูจะพ่ายแพ้ สิ่งของและทรัพย์สินต่าง ๆ ที่สูญหายหรือหาไม่พบจะได้คืน มีโชคด้านอาหารการกิน แต่ควรดูแลสุขภาพตนเองให้ดี ได้ฟังหลักธรรมคำสอนที่ดี

    เกิดวันศุกร์ มีการลงทุนเข้าหุ้นเพื่อเก็งกำไรเพื่อหาผลประโยชน์ ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะกลายเป็นคนมีเสน่ห์ชนิดหาตัวจับได้ยาก ควรสำรวมกายวาจาใจให้เรียบร้อย สุขภาพจะอ่อนแอ จะเจ็บป่วยไม่สบาย เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกับคนรัก ระวังทรัพย์สินจะสูญหาย มีคนพยายามจะสร้างความเดือดร้อนให้ มีการปรับปรุงตกแต่งประดับบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น

    เกิดวันเสาร์ การติดต่อทางธุรกิจประสบความสำเร็จ เป็นนักต่อสู้ในทุกรูปแบบ ทรหดอดทน ล้มลุกคลุกคลาน มีรายได้เพิ่มขึ้น จิตใจเข้มแข็งขึ้น ได้ศึกษาวิชาเพิ่มเติม ได้ของเก่า ๆ สิ่งที่ทำไว้แต่ก่อนจะเกิดเป็นเรื่องขึ้นมา สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดก็เกิด หากได้รับการแก้ไขได้ทันท่วงทีร้ายกลายเป็นดี เพื่อนฝูงให้เกียรติยกย่องให้เป็นหัวหน้า.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5443148/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tpYDUm3bv5Pohe5umHgFa

  • เอ็ดดี้ ฮาว ยอมรับ อาจอยู่ไม่ถึงวันที่สนามแข่ง-สนามซ้อม นิวคาสเซิล พัฒนาแล้วเสร็จ

    โดย Main Stand

    เขียนเมื่อ 26/12/2025 17:14 | อัพเดทล่าสุด 26/12/2025 17:14 366

    เอ็ดดี้ ฮาว เฮดโค้ช นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ยอมรับว่า แผนการพัฒนาสนามกีฬาและสนามฝึกซ้อมของสโมสรยังอยู่ในสถานะ “ไม่แน่นอน” และมีโอกาสสูงถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ที่เขาจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งจนเห็นโครงการเหล่านี้เสร็จสมบูรณ์

    ปัจจุบัน นิวคาสเซิล ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งการขยายสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค หรือการสร้างสนามใหม่ในพื้นที่อื่นของเมือง โดย เดวิด ฮอปกินสัน ซีอีโอของสโมสร ยอมรับว่า สาลิกาดงจะยังคงใช้งานสนามแห่งเดิมในรูปแบบปัจจุบันต่อไปอีกหลายปี

    ขณะเดียวกัน สโมสรมีแผนขยายสนามฝึกซ้อมที่เบนตัน ให้มีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในระยะสั้น แต่ผู้บริหารตระหนักดีว่า ข้อจำกัดด้านพื้นที่อาจทำให้ต้องสร้างศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ในอนาคต

    กุนซือชาวอังกฤษวัย 46 ปี ซึ่งกำลังพยายามยกระดับผลงานของทีมที่รั้งอันดับ 11 ของพรีเมียร์ลีก มองว่าโครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาสโมสรในระยะยาว โดยยอมรับว่าสถานะของทั้งสนามฝึกซ้อมและสนามกีฬายังขาดความชัดเจนในเวลานี้ พร้อมชี้ว่า หากสโมสรสามารถกำหนดทิศทางได้อย่างแน่นอน จะส่งผลดีต่อทุกส่วน ตั้งแต่อะคาเดมีไปจนถึงมาตรฐานโดยรวมของทีมชุดใหญ่

    เซนต์ เจมส์ พาร์ค ซึ่งเคยเป็นสนามสโมสรที่มีความจุใหญ่เป็นอันดับสองของอังกฤษ ปัจจุบันถูกหลายสโมสรแซงหน้าไปแล้ว ทั้ง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, ลิเวอร์พูล, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เอฟเวอร์ตัน ส่งผลให้เกิดช่องว่างด้านรายได้ โดยเฉพาะรายได้จากวันแข่งขันและรายได้เชิงพาณิชย์

    แม้ นิวคาสเซิล จะปรับปรุงสนามฝึกซ้อมในช่วงหลัง ทั้งสระบำบัด ห้องรับรอง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แต่ยังยอมรับว่ายังห่างไกลจากศูนย์ฝึกซ้อมระดับแนวหน้าของหลายสโมสรในประเทศ

    อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ความอดทน พร้อมระบุว่า สโมสรควรใช้เวลาเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง มากกว่าการเร่งรีบ เพราะโครงการเหล่านี้จะส่งผลต่ออนาคตของนิวคาสเซิลไปอีกหลายสิบปี

    ท้ายที่สุด แม้จะเชื่อว่าอาจไม่ได้เห็นผลลัพธ์ของทั้งสองโครงการในช่วงที่ตนคุมทีมอยู่ แต่ยังคงมุ่งมั่นผลักดันเพื่อคนรุ่นต่อไปของสโมสร ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือแฟนบอลก็ตาม

    เรื่อง : ชญานนท์ ลีเลิศไพศาล นักศึกษาฝึกงาน

    ที่มา : https://www.bbc.com/sport/football/articles/cgexw48p3v1o

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mainstand.co.th/th/news/1/article/23797&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08FkoKoI_ZIWuJgYGoQImp

  • คุมเข้มราคาสินค้าช่วงปีใหม่เตือนอย่าฉวยโอกาส

    คุมเข้มราคาสินค้าช่วงปีใหม่เตือนอย่าฉวยโอกาส


    ‘พาณิชย์’ส่งทีมเฉพาะกิจ ตรวจเครื่องชั่ง–หัวจ่ายน้ำมัน–ป้ายราคา ครอบคลุมสนามบิน สถานีขนส่ง และจุดพักรถเส้นทางหลักเดินทาง ในช่วงเทศกาลปีใหม่สร้างความเชื่อมั่นประชาชน

    นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า  กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ ณ สถานีขนส่งหมอชิต เพื่อตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในช่วงการเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ ครอบคลุมทั้งจุดพักรถ เส้นทางหลัก และศูนย์กลางการเดินทางสำคัญ โดยเน้นการตรวจสอบ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนักสัมภาระ การตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ

    นอกจากนี้จากการตรวจเครื่องชั่งน้ำหนักสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักที่มีผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติใช้บริการจำนวนมาก โดยได้จัดให้มีเครื่องชั่งกลางที่ผ่านการตรวจรับรองจากสำนักชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน รวมถึงสายพานเครื่องชั่งน้ำหนัก ณ จุดเคาเตอร์ให้บริการสายการบิน โดยทุกเครื่องมีการติดสติกเกอร์รับรองแสดงความเที่ยงตรง เพื่อให้ผู้โดยสารมั่นใจว่าการชั่งน้ำหนักสัมภาระเป็นไปตามมาตรฐานและเป็นธรรม

    ขณะที่การตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง กรมการค้าภายในได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญกับสถานีบนเส้นทางหลักและเส้นทางออกจากกรุงเทพมหานคร

    สำหรับครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ขาออก พหลโยธิน กม.27 กิจชัย กรุงเทพฯ  เพื่อยืนยันว่าการจ่ายน้ำมันเป็นไปตามปริมาณที่ประชาชนชำระเงิน และเป็นไปตามโครงการ “จ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ของกรมการค้าภายใน

    นายวิทยากร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กรมฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ รวมถึงการจำหน่ายสินค้าในสถานที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค ครอบคลุมสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย) สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) รวมถึงจุดพักรถขาออกจากกรุงเทพมหานครบนเส้นทางหลัก อาทิ เส้นวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมอเตอร์เวย์บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

    อย่างไรก็ตามผลการตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการอย่างถูกต้อง ชัดเจน ราคาสินค้าอาหารปรุงสำเร็จ เครื่องดื่ม และค่าบริการต่าง ๆ อยู่ในระดับเหมาะสม ไม่พบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเกินสมควรในช่วงที่ประชาชนเดินทางหนาแน่น

    ทั้งนี้ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่แสดงราคาหรือแสดงราคาไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร กักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมย้ำว่าการตรวจเข้มในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นการดูแลทั้งด้านราคา ความถูกต้องของเครื่องชั่ง และหัวจ่ายน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนเดินทางและจับจ่ายใช้สอยได้อย่างมั่นใจ

    หากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

    ด้านน.ส.ญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมได้ตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนักในท่าอากาศยานพาณิชย์ทั่วประเทศ 30 สนามบิน ครอบคลุม 29 จังหวัด รวม 1,079 เครื่อง ตามพ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 และ ตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมัน เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 6,900 สถานี หรือคิดเป็น 86 % ของสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ โดยขอแนะนำให้ประชาชนสังเกตสติกเกอร์รับรองที่ติดไว้บริเวณหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะแสดงวันสิ้นอายุคำรับรองอย่างชัดเจน

     รวมถึงสติกเกอร์ สัญลักษณ์โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน ที่แสดงถึงการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องของสถานีบริการ โดยสถานีที่เข้าร่วมโครงการจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานและผ่านการตรวจรับรอง จะได้รับสติกเกอร์หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานสีน้ำเงิน และหากสถานีบริการปฏิบัติถูกต้องต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน จะได้รับการยกระดับเป็นสติกเกอร์สีเงิน และเมื่อปฏิบัติต่อเนื่องครบ 2 ปีจะได้ยกระดับเป็นสัญลักษณ์สีทอง เพื่อยืนยันความเที่ยงตรงของหัวจ่ายน้ำมันและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการในการเติมน้ำมันทุกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/38928&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pDEpTkt4YV6NKDzTHN1lD

  • ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

    ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

    หลังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้เริ่มคลี่คลายลง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เร่งดำเนินการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวและกระตุ้นการเดินทางเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่สำคัญ

    ททท.เร่งฟื้นฟูท่องเที่ยวใต้ หลังน้ำท่วมทำเที่ยวสะดุด 

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.อยู่ระหว่างดำเนินโครงการฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังอุทกภัยปี 2568Smile @ South คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้” ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

    โดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างบรรยากาศการเดินทาง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ที่ประสบภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

    การกิจกรรมเพื่อสังคม Smile@South CSR: กิจกรรม “Rise Again Hatyai ร่วมใจอาสา ฟื้นฟูเมือง” ทำความสะอาดพื้นที่และสร้างขวัญกำลังใจ การประชาสัมพันธ์ Smile@South การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด  Smile@South Super Deal: กิจกรรมส่งเสริมการตลาดและมอบส่วนลดพิเศษเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    การจัดและสนับสนุนกิจกรรมอีเวนต์ต่าง ๆ ในพื้นที่ ( Smile@South Amazing Thailand Festivals: สนับสนุนอีเวนต์ใหญ่ เช่น Amazing Thailand Su-ngaikolok Countdown 2026 วันที่ 28-30 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30-21.30 น. และ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30-24.00 น. ณ สวนสาธารณะสิรินธร อาเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และ NAKHONSI FEST 2026  วันที่ 17-18 มกราคม 2569 ณ อาเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

    การจัดกิจกรรม Event Marketing ภายใต้ชื่อ โครงการ Smile @Trang และ Smile @Pattani จัดให้มีการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์/อาหารท้องถิ่น รวมทั้งจัดกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ อาทิ การแสดงดนตรี การแสดงทางวัฒนธรรม กิจกรรมสาธิต จุดเช็คอิน และร่วมกับพันธมิตร อาทิ โรงแรม/ที่พัก ร้านอาหาร จัดโปรโมชั่นมอบสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยว เป็นต้น

    Smile@Hatyai ฟื้นท่องเที่ยวหาดใหญ่ 

    สำหรับแผนการฟื้นฟูการท่องเที่ยวหาดใหญ่ ดำเนินภายใต้แนวคิด “Smile@Hatyai คืนรอยยิ้มให้ชาวหาดใหญ่” โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และฟื้นเมืองกลับมาให้เร็วที่สุด

    ธุรกิจในหาดใหญ่เร่งซ่อมแซมกลับมาเปิดให้บริการ ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

    ล่าสุดททท.ได้จัดทำโครงการรถ “Happy Bus” (รถบัสฟรี 2 สาย) เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่เขตเมืองหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 คาดมีผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่า 15,000 คน

    ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

    การจัดกิจกรรม Smile @ South, Malaysia -Thailand Caravan ต้อนรับคณะคาราวานรถยนต์และมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์จากประเทศมาเลเซียกว่า 50 คัน เดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ และรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านสะเดาสู่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล ระหว่างวันที่ 23-26 ธันวาคม 2568 

    คาราวานทริปแรกจากมาเลเซีย หลังน้ำลด

    ทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ความพร้อมของหาดใหญ่ จุดหมายปลายทางสำคัญของการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่

    ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

    ททท. ตั้งเป้าหมายเพิ่มนักท่องเที่ยว 8-10 % ผ่านแคมเปญและกิจกรรม “5 Must Do in Songkhla” ควบคู่กับการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ฟื้นฟูและสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว อาทิ

    • สนับสนุนงาน HATYAI NEW YEAR 2026 จัดขึ้นในวันที่ 30–31 ธันวาคม 2568 ณ ถนนธรรมนูญวิถี (สี่แยกโอเดียน) ณ อาเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
    • จัดกิจกรรมเทศกาลตรุษจีน ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569

    นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มแรงส่งและกระตุ้นการเดินทางเข้ามาใช้จ่ายในพื้นที่ อาทิ

    การกิจกรรม Amazing Thailand Passport Privilege @ HATYAI ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569) ร่วมกับพันธมิตรและผู้ประกอบการท่องเที่ยวมอบส่วนลดพิเศษ ผ่านเว็บไซต์และลุ้นรับบัตรกานัล พร้อมของที่ระลึกจากชุมชนในพื้นที่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเพิ่มโอกาสในการนาเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของไทยและกระตุ้นการใช้จ่ายและส่งเสริมการตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยว

    ตลาดกิมหยงกลับมาเปิดให้บริการได้เกิน 50 % แล้ว

    การจัดกิจกรรม Hat Yai Super Deal (เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569) ร่วมกับ Online Travel Agent: OTA นำเสนอแพ็กเกจพิเศษ (Exclusive Bundle Package) บัตรโดยสารเครื่องบินและโรงแรมที่พักเข้าไว้ในคำสั่งซื้อเดียว (Single Booking)

    ผู้ว่าททท.ชู ‘Smile @ South’ โหมกิจกรรมยาวถึงปี 69 ฟื้นหาดใหญ่ เที่ยวใต้หลังน้ำลด

    โดยมีเงื่อนไขสาคัญ คือ สถานประกอบการที่พักต้องตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และกำหนดช่วงเวลาการจอง และการเดินทางระหว่างเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 โดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียน 3 ประเทศหลัก ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้เข้าร่วม 10,000 Pax

    สำหรับสถานการณ์ผลกระทบจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่และตลาดให้เข้าสู่ภาวะปกติ ปัจจุบันโรงแรมในหาดใหญ่เริ่มกลับมาเปิดให้บริการแล้วประมาณ 30-40% จากทั้งหมด 300 กว่าแห่งสำหรับนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เป็นนักท่องเที่ยวหลักในพื้นที่หาดใหญ่และนิยมเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางด่านสะเดาและด่านต่าง ๆ จังหวัดสงขลา จากปกติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 7,000 คน และลดลง 70 % ในช่วงสถานการณ์อุทกภัย

    ทั้งเริ่มมีแนวโน้มการเดินทางที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเดือนธันวาคม 2568 โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าประเทศไทยทั้งทางบกและทางอากาศประมาณ 13,000 – 15,000 คน และเดินทางผ่านด่านในจังหวัดสงขลาเฉลี่ยประมาณ 6,000 ต่อวัน

    ทั้งนี้ คาดการณ์นักท่องเที่ยวมาเลเซียจะเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2568 ประมาณ 4.5 ล้านคน และคาดว่าในปี 69 จะฟื้นตัวและเติบโตเป็น 4.63 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3% จากปี 2568 โดย ททท. จะเร่งดำเนินการส่งเสริมและจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาด รวมถึงอีเวนต์ต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้กลับมาเดินทางอย่างเต็มที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/647615&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kjD9vr6lhTP2XfjjUu8am

  • ‘สายเอเชีย-มิตรภาพ’ รถเริ่มแน่น ทยอยกลับบ้าน-ท่องเที่ยว หยุดยาวปีใหม่ 69 | เดลินิวส์

    ‘สายเอเชีย-มิตรภาพ’ รถเริ่มแน่น ทยอยกลับบ้าน-ท่องเที่ยว หยุดยาวปีใหม่ 69 | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 ธ.ค. 68 นายบรรจง โพธิวงค์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ เริ่มมีประชาชนทยอยกลับภูมิลำเนา โดยใช้ถนนสายเอเชียผ่าน จ.อ่างทอง และคาดว่าค่ำวันนี้ (26 ธ.ค. 68) จะมีปริมาณรถผ่าน จ.อ่างทอง มากกว่าปกติ ขอให้ใช้ความระมัดระวัง เนื่องจาก นายนที มนตรีวัต ผวจ.อ่างทอง เป็นห่วงผู้ใช้เส้นทางผ่าน และต้องการให้ได้รับความสะดวกมากที่สุด

    ทั้งนี้ จึงประสานให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนสำรองในการส่งประชาชนกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย แนะนำเส้นทางเลี่ยง กรณีรถติดสะสม ดังนี้ ถนนสายเอเชีย อยุธยา-อ่างทอง เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยง ประตูระบายน้ำบางแก้ว เลาะคลองชลประทานมหาราช ตำบลตลาดกรวด-บ้านมหานาม-วัดไชโย-พรหมบุรี-จังหวัดสิงห์บุรี เส้นทางดังกล่าวขนานกับถนนสายเอเชีย จากอยุธยา-แยกภูเขาทอง เข้า ทางหลวงหมายเลข 309 อยุธยาฯ-ป่าโมก-อ่างทอง-ไชโย-พรหมบุรี-สิงห์บุรี

    ขณะที่บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชน บนถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 เขตพื้นที่ อ.โนนสูง อ.คง และ อ.สีดา จ.นครราชสีมา ปริมาณรถเริ่มหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณแยกตลาดแค ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา มีประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ประตูสู่อีสาน ปริมาณรถเริ่มหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงขาออก จากตัวเมืองนครราชสีมา มุ่งหน้า จ.ขอนแก่น มีปริมาณรถเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    โดยเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 ได้นำแท่งแบริเออร์ มาปิดจุดกลับรถตามแยกต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาการจราจรติดขัดตามจุดที่เป็นทางร่วม ทางแยก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าเย็นนี้และคืนนี้ จะมีประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาของตัวเองเป็นจำนวนมาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5445055/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ECIIFil6hltBVOPxLxHdG

  • “ชมรมร้านอาหาร” หวังรัฐบาลใหม่จัดมือโปรแก้ศก.ตรงจุด ฉุด SMEs พ้นวิกฤติ : อินโฟเควสท์

    “ชมรมร้านอาหาร” หวังรัฐบาลใหม่จัดมือโปรแก้ศก.ตรงจุด ฉุด SMEs พ้นวิกฤติ : อินโฟเควสท์

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ที่ภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจร้านอาหารต้องการเห็นว่า ในภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจร้านอาหาร อยากเห็นรัฐบาลที่มีความเข้าใจ และมีความตั้งใจเข้ามาบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่เพียงเข้ามาบริหารการเมืองอย่างเดียว แต่ต้องเป็นรัฐบาลที่หาทีมเศรษฐกิจมืออาชีพ มาเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และแบบบูรณาการ มีแผนยุทธ์ศาสตร์ในการทำงานอย่างตั้งใจ และมีความรู้ความสามารถ

    “หลายปีที่ผ่านจนถึงวันนี้ เครื่องยนต์ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยติด ๆ ดับ ๆ หรือดูเหมือนไม่มีคนขับที่มีความสามารถและตั้งใจในการนำพาประเทศให้เดินหน้าเหมือนประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่กำลังเกียร์ว่าง หรือปล่อยประเทศไหลไปเองแบบเครื่องยนต์ใกล้ดับ ไม่ว่าจะเป็น GDP ที่โตรั้งท้ายไม่ถึง 2% มาหลายปี หรือหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นทุกปี การท่องเที่ยวที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่เพื่อนบ้านเติบโตอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจ SMEs ที่ล้มตายไปมากมาย” นายสรเทพ กล่าว

    พร้อมเห็นว่า โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ควรต้องรู้ถึงปัญหาที่แท้จริง และแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เช่น การแก้ไขกลไกตลาดของสินค้าเกษตรกรแบบบูรณาการ โดยมีความรู้ความเข้าใจในตลาด หรือแม้กระทั่ง Climate change ที่มีผลกระทบกับผลิตผลภาคการเกษตร โดยเฉพาะในด้านของราคา ซึ่งส่งผลมาถึงต้นทุนของธุรกิจร้านอาหารอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

    “เมื่อหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี พืชผักสวนครัว ราคาจะกระโดดขึ้น 2-3 เท่า เป็นแบบนี้มา 3-4 ปีแล้ว หรือมีอุทกภัยแบบที่ผ่านมาทุกปี โดยไม่วางระบบและโครงสร้างในการแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำซาก เพราะเมื่อเกิดปัญหา เกษตรกรก็แย่ ราคาพืชผักสินค้าเกษตรกรรมก็ขึ้น ซึ่งทำให้ค่าครองชีพ และธุรกิจร้านอาหารเจอปัญหานี้มาตลอด จนควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายยากขึ้นเรื่อย ๆ” นายสรเทพ กล่าว

    สำหรับนโยบายที่รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญ และแก้ปัญหา คือการควบคุมราคาพลังงาน ทั้งก๊าซ น้ำมัน รวมถึงค่าไฟฟ้า เพราะเป็นต้นเหตุของการทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น และต้นทุนทางธุรกิจสูงตามไปด้วย และสิ่งที่สำคัญ คือต้องการให้รัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิรูประบบรัฐราชการ ให้เป็นระบบรัฐประชาชน ที่เน้นความเข้าใจประชาชน และบริหารโดยยึดประชาชนเป็นหลัก มากกว่าใช้ระบบราชการที่มาครอบด้วยการใช้กฎหมายต่าง ๆ ซึ่งหลายฉบับมีความล้าหลัง ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างมาก เช่น การขอใบอนุญาตต่าง ๆ หรือความซ้ำซ้อนของกฎหมาย เป็นต้น

    “อยากให้รัฐบาลมีความรู้ความสามารถในการหาเงิน หารายได้เข้าประเทศ มากกว่าการใช้งบประมาณให้หมด ๆ ไปในแต่ละงวดปี อยากให้มีความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจรากหญ้า ให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจ SMEs มากกว่าที่ผ่านมา ไม่ใช่เป็นพรรคที่มีนายทุนกลุ่มทุนต่าง ๆ มาสั่งให้ทำนโยบายเอื้อแค่กลุ่มธุรกิจตัวเอง เพราะประเทศที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแรง คือประเทศที่มีภาค SMEs แข็งแรง” นายสรเทพ ระบุ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/556903&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CtjoHBnb9Lw2uk5aczaoG

  • สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัล 14,010,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน – ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

    Usxx 23 hours ago Home, ข่าวสาร 29 Views

    รัฐบาลมอบอัดฉีด 487 ล้านบาททัพซีเกมส์ เรือพายรับมากสุด 36.8 ล้าน

    รัฐบาลโอนเงินรางวัลอัดฉีดซีเกมส์ 2025 จำนวน 487 ล้านบาท ถึงมือนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ซึ่งทำผลงาน 12 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง โกยอัดฉีดมากสุด 36,832,500 บาท

    เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และคณะเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน
    โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมถึงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี

    ทั้งนี้ รัฐบาลไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มอบเงินรางวัลสนับสนุนแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 487,365,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลนักกีฬา จำนวน 335,700,000 บาท ,ผู้ฝึกสอน จำนวน 16,185,000 บาท และสมาคมกีฬา 100,710,000 บาท โดยดำเนินการโอนเงินในรูปแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาโดยตรง จากผลงาน 500 เหรียญรางวัล ประกอบไปด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง

    โดยสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัล 14,010,000 บาท
    จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน

    Check Also

    แบบประเมินการเข้าชมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568

    แบบประเมินการเข้าชมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568 ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม ถึงวันที่ 7 กันยายน 2568 ทำแบบประเมิน คลิก —>    …

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://volleyball.or.th/volley/27281&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HNEnWXcRr5auTl5arsabC

  • สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัล 14,010,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน – ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

    Usxx 22 hours ago Home, ข่าวสาร 28 Views

    รัฐบาลมอบอัดฉีด 487 ล้านบาททัพซีเกมส์ เรือพายรับมากสุด 36.8 ล้าน

    รัฐบาลโอนเงินรางวัลอัดฉีดซีเกมส์ 2025 จำนวน 487 ล้านบาท ถึงมือนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ซึ่งทำผลงาน 12 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง โกยอัดฉีดมากสุด 36,832,500 บาท

    เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และคณะเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน
    โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมถึงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี

    ทั้งนี้ รัฐบาลไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มอบเงินรางวัลสนับสนุนแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬารวมเป็นเงินทั้งสิ้น 487,365,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลนักกีฬา จำนวน 335,700,000 บาท ,ผู้ฝึกสอน จำนวน 16,185,000 บาท และสมาคมกีฬา 100,710,000 บาท โดยดำเนินการโอนเงินในรูปแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาโดยตรง จากผลงาน 500 เหรียญรางวัล ประกอบไปด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง

    โดยสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัล 14,010,000 บาท
    จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน

    Check Also

    แบบประเมินการเข้าชมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568

    แบบประเมินการเข้าชมการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ปี 2568 ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม ถึงวันที่ 7 กันยายน 2568 ทำแบบประเมิน คลิก —>    …

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://volleyball.or.th/volley/27281&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HNEnWXcRr5auTl5arsabC

  • ไทยสร้างไทย-เศรษฐกิจ ประกาศจับมือตั้งรัฐบาลสีขาว “พล.อ.รังษี” ลั่นต้องได้เสียงข้างมาก

    ไทยสร้างไทย-เศรษฐกิจ ประกาศจับมือตั้งรัฐบาลสีขาว “พล.อ.รังษี” ลั่นต้องได้เสียงข้างมาก

    “พล.ท.ภราดร” ยัน ไทยสร้างไทยส่งผู้สมัคร กทม. ครบทั้ง 33 เขต รับจุดยืนคล้ายพรรคเศรษฐกิจ ด้าน “พล.อ.รังษี” พรรคเศรษฐกิจต้องได้เสียงข้างมาก ขออย่าเพิ่งดูถูกว่าเป็นไปไม่ได้ ชี้ไม่มีปัญหาจับกับ ทสท. เป็นรัฐบาลพรรคสีขาว

    วันที่ 27 ธ.ค. 2568 เมื่อเวลา 08.02 น. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเศรษฐกิจ พร้อมคณะ และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวเช้าหัวเขียว

    พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ในส่วนพรรคไทยสร้างไทย ส่งผู้สมัคร สส.กทม. ครบทั้ง 33 เขต และหวังทุกเขต ส่วนจะใช้อะไรมัดใจคนกรุงฯ นั้น ตอนนี้สถานการณ์คือการเผชิญหน้าขาวกับเทา พรรคเราปลายทางมุ่งหมายคือปราบทุจริต การเมืองที่มีวุฒิภาวะ ตรงนี้เป็นจุดขายของเรา ขอให้ประชาชนมาใช้สิทธิเยอะๆ จบที่ฝ่ายขาวจะได้มีไทยสร้างไทยอยู่ตรงนั้น

    เมื่อถามว่าจุดยืนคล้ายกับพรรคเศรษฐกิจ ทุจริตเท่ากับประหาร พรรคเศรษฐกิจจะใช้อะไรมัดใจคนกรุงฯ พล.อ.รังษี กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจคือหนี้ก้อนใหญ่ หนี้ของประชาชน รัฐบาล และภาคธุรกิจ มีกว่า 5 ล้านล้านบาท หรือ 17 เท่าของงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งพรรคเศรษฐกิจ ได้คิดวิธีการแก้ปัญหา ด้วย 2 โครงการใหญ่ คือ สร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง 2 สาย จากเวียงจันทน์ ประเทศลาว มา กทม. และจากเชียงใหม่ไปทะลุเมียวดี ประเทศเมียนมา เพื่อเชื่อมต่อไปภาคใต้ ไปประเทศมาเลเซีย

    และอีกโครงการคือการสร้างโอเชี่ยนลิงก์ ทางเชื่อมทะเลจากมหาสมุทรอินเดีย อันดามัน บริเวณจ.ระนอง และจ.ชุมพร ผ่านอ่าวไทย ไปมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นการร่วมระดมทุนระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน เป็นการลงทุนแบบแบ่งปันผลกำไร ไม่ใช่สัมปทาน โดยจะมีการเซ็น MOU ร่วมกัน พ่วงซื้อสินค้าเกษตร จะทำให้การท่องเที่ยวไทยกลับมา, สินค้าเกษตรฟื้นตัว เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ โดยจะต้องเป็นผู้ส่งออกเอง จะทำให้รายได้ประชาชนและ จีดีพีของประเทศ เพิ่มขึ้น 3 เท่า

    “พรรคเศรษฐกิจต้องได้เสียงข้างมาก ขออย่าเพิ่งดูถูกว่าเป็นไปไม่ได้ อยู่ที่ประชาชน ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ยืนยันว่า กทม. ส่งครบทั้ง 33 เขต” พล.อ.รังษี กล่าว

    เมื่อถามว่า เมื่อฟังอย่างนี้พรรคไทยสร้างไทยน่าร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า น่าร่วม เพราะพรรคเศรษฐกิจเป็นสีขาว ไทยสร้างไทยก็สีขาว สถานการณ์การเมืองตอนนี้ต้องปิดจบที่สีขาว บ้านเมืองจะผ่านไปได้ แต่ต้องปิดจบ 4 ประกาศ สแกมเมอร์ ทุจริต คอร์รัปชัน และความเหลื่อมล้ำ ต้องปิดจบ พรรคไทยสร้างไทยต้องได้ 25 เสียงขึ้นไป ตนเองจึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี

    เมื่อถามว่า พรรคเศรษฐกิจสามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคไทยสร้างไทยได้หรือไม่ พล.อ.รังษี กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา พรรคสีขาวต้องรวมกับพรรคสีขาว” เมื่อถามว่าดูอย่างไรพรรคสีขาว พล.อ.รังษี กล่าวว่า “ก็ไม่มีสแกมเมอร์ ไม่ใช่ว่าจะไม่ร่วมอย่างเดียว ผมจะไล่กระทืบด้วย”

    เมื่อถามว่าวันนี้ถ้าหยุดยิง 72 ชั่วโมง ดีต่อประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.รังษี กล่าวว่า เรายังไว้ใจไม่ได้ เพราะกัมพูชาละเมิดเรามาเกือบ 700 ครั้งแล้ว เราต้องดูต่อ ที่กัมพูชายอมเพราะต้องยอมจำนน ไทยไล่ถล่มจนคลังแสง ซึ่งศึกครั้งนี้กัมพูชาทหารตายเป็นหมื่นคนแล้ว ส่วนฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ก็ใกล้จะสติแตกแล้ว และเกือบจะถูกถีบตกเก้าอี้แล้ว

    ด้าน พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เรื่องหยุดยิงเป็นเรื่องที่ดีต่อประชาชน เพราะเรายึดพื้นที่ได้ครบทุกกระบวนท่าแล้ว เท่ากับเราเป็นต่อ หากพูดไม่รู้เรื่อง เราก็ไม่จำเป็นต้องหยุด เพราะเรามียุทธศาสตร์สงคราม โดยเฉพาะทางการทหารเหนือชั้นกว่า และสถาปนาพื้นที่ความมั่นคงไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่กังวล

    เมื่อถามว่าเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีการยิง BM 21 ไม่หมดสักที พล.อ.รังษี กล่าวว่า เป็นนิสัยของกัมพูชาและเชื่อว่าตอนนี้มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนที่กัมพูชายิงเข้ามาแบบสะเปะสะปะ เพื่อทำให้เกิดความรุนแรง เมื่อขึ้นสู่โต๊ะเจรจาจะได้มีอำนาจต่อรองกับไทย จึงอย่าไปติดกับกัมพูชา เพราะเชื่อว่าตอนนี้เหลืออาวุธไม่ถึง 20%

    ส่วนเรื่องปราบปรามสแกมเมอร์ไทยยังทำน้อยมาก เพราะดูเส้นเงินที่ทางสหรัฐฯ ส่ง เหมือนให้ไทย ประมาณ 2 แสนล้าน อยู่ในตลาดหลักทรัพย์และตลาดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายสิบบริษัท แต่ไทยยึดได้แค่ 10,000 ล้านบาท แต่เหลืออยู่อีกเป็นแสนๆ ล้าน ตนเองจึงกลัวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะใช้เงินสแกมเมอร์มาไล่ซื้อเสียง

    ส่วนกระแสข่าวว่าพวกสแกมเมอร์ไล่ซื้อ สส. และพรรคการเมือง เป็นอย่างไร พล.อ.รังษี กล่าวว่า มีการแจกเงินแล้วจริงทั้งภาคใต้ กทม. และอีสานหัวละ 5 พันบาท และ 2 พันบาท ที่จะจ่ายก่อนการเลือกตั้ง

    พล.ท.ภราดร กล่าวเสริมว่า เป็นสิ่งที่อันตราย อย่าไปคิดว่ายังไงก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลนั้น ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะได้เป็นรัฐบาล เพราะเงินสีเทามันมาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแล้ว จึงขอให้จบที่พรรคสีขาว ให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2904453&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30JpQOsImp793c9qcHLS_R