Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • รองผู้ว่าฯ เมืองคอน ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ ดูแลความปลอดภัยช่วงปีใหม่ 2569 | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 30/12/2025 23:41

    สำหรับในปีนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินกิจกรรมเพื่อรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยได้กำหนดช่วงเวลาควบคุมเข้มข้นขึ้นในระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568-5 มกราคม 2569 รวม 7 วัน ภายใต้ชื่อการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารสถานการณ์ อำนวยการ ติดตามประเมินผล และบูรณาการการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน รณรงค์ดื่มไม่ขับ รวมทั้งมีการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในบทลงโทษทางกฎหมาย ลดจุดเสี่ยงอันตรายในเส้นทางสายหลักและสายรองในพื้นที่ เพื่อป้องกันและลดตัวเลขความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อย่างยิ่งเพื่อสร้างความตระหนัก รับรู้ และกระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ โดยกำหนดปัจจัยเสี่ยงที่ต้องควบคุม คือด้านคน ด้านยานพาหนะ ด้านถนน และด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ใน 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการบริหารจัดการ,ด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม ,ด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ,ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ

    ทั้งนี้ นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบหมายรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้ง 4 ท่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ออกให้กำลังใจและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจหลัก จำนวน 17 จุดตรวจและจุดตรวจรอง/ด่านชุมชน จำนวน 161 จุดบริการ ในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ประกอบด้วย นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กำกับดูแลในพื้นที่ อำเภอพระพรหม ลานสกา ช้างกลาง ร่อนพิบูลย์ และฉวาง ,นายสุวัฒน์ จันทร์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กำกับดูแลในพื้นที่อำเภอปากพนัง จุฬาภรณ์ ชะอวด หัวไทร เชียรใหญ่ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ,นายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กำกับดูแลในพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ขนอม สิชล ท่าศาลา นบพิตำ และอำเภอพรหมคีรี และนายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กำกับดูแลในพื้นที่อำเภอทุ่งสง ทุ่งใหญ่ บางขัน ถ้ำพรรณรา พิปูนและอำเภอนาบอน


    สีส่งสารปีใหม่

    zsvzvsw

    รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่เมืองพัทยา กำชับกวดขันมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

    เคาท์ดาวน์ 2026 พัทยาคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่จับจองชายหาดแน่น เมืองพัทยาจัดกำลัง ตร. 600 นาย ดูแลความปลอดภัยตลอดคืน

    รพ.นครปฐม เปิดโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย” รณรงค์ลดอุบัติเหตุรับเทศกาลปีใหม่ 2569

    “ในหลวง” พระราชทานพรปีใหม่ 2569 สถานการณ์โลกแปรปรวน ขอคนไทยรักสามัคคี ประสบความสุข ปราศจากทุกข์ภัย

    ออสเตรเลียเค้าท์ดาวน์ท่ามกลางมาตรการความปลอดภัยเข้ม

    ไร้เงาส้มเห็นใจ “บุญฤทธิ์” คอตกนอนคุก ศาลไม่อนุญาตประกันตัว ชี้ทำผิดคดีร้ายแรง อัตราโทษสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1441257&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OYY6V86oAEYs9jlYY_ij9

  • ถ่ายทอดสด เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์ ชมฟรีศิลปินตัวท็อป มันส์ข้ามปีระดับโลก

    ถ่ายทอดสด เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์

    ถ่ายทอดสด เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์ ขนทัพศิลปินตัวท็อป นนท์-พีพี-บิวกิ้น แน่นเวที การันตีความมันส์ข้ามปีระดับโลก

    เตรียมนับถอยหลังสู่ศักราชใหม่กับปรากฏการณ์ความมันส์ระดับโลกที่ทุกคนรอคอย เมื่อแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง CentralwOrld ประกาศทวงบัลลังก์ Times Square of Asia อีกครั้ง ในงาน centralwOrld Bangkok Countdown 2026 ภายใต้คอนเซปต์สุดโรแมนติกและทรงพลัง The Original-A Tribute To Love

    งานนี้บอกเลยว่าสายปาร์ตี้ สายคอนเสิร์ต ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะทางผู้จัดเล่นใหญ่ไฟกะพริบ ขนทัพศิลปินระดับ A-List ที่หาตัวจับยากมารวมตัวกันแน่นเวที พร้อมเปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้ร่วมฉลองโมเมนต์ข้ามปีแบบฟรีทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเกาะขอบเวทีหรือนอนดูอยู่บ้าน ก็มันส์ได้ไม่มีสะดุด!

    ช่องทางรับชมความมันส์ เคาท์ดาวน์เซ็นทรัลเวิลด์ 31 ธ.ค. นี้

    ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์นี้ได้ เลือกช่องทางที่สะดวกแล้วไปจอยกันเลย

    สายเกาะขอบเวที

    เข้าชมฟรี ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ประตูเปิดเวลา 17:00 น. เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน Central X เท่านั้น หรือคลิก https://central-x.app.link/JoinCTWBKKCountdown2026

    สายนอนดูอยู่บ้าน

    • ชมสดทั่วประเทศผ่านช่อง 3HD เวลา 22:00 – 00:30 น.
    • ชมไลฟ์สดผ่าน Facebook : CentralWorld และ YouTube : centralwOrld Thailand เริ่มไลฟ์ตั้งแต่เวลา 17:30 น. เป็นต้นไป

    นอกจากนี้ยังสามารถติดตามได้ทาง 13 เพจพันธมิตร ส่งตรงความมันส์ สดจากหน้าเวที ตั้งแต่เวลา 22:30 น. เป็นต้นไป เช่น ข่าวสด, มติชน, ประชาชาติ, FEED, MGR Today, เดลินิวส์ ออนไลน์, GLOBE, The Thaiger, JS100, สวพ.91

    31 ธันวาคมนี้ ปักหมุดรอไว้เลย จะหน้าจอหรือหน้างานก็มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์เคานต์ดาวน์ไปด้วยกันที่เซ็นทรัลเวิลด์!

    ถ่ายทอดสด เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์
    ภาพจาก : centralpattana

    ปรากฏการณ์รวมตัวศิลปิน Sold Out มากที่สุดในไทย!

    ไฮไลต์เด็ดของปีนี้คือการดึงตัว #TheExclusiveHeadliner ตัวจริงเสียงจริงมาระเบิดความฟินแบบจัดเต็ม นำทีมโดยศิลปินคุณภาพที่แค่เห็นชื่อก็การันตีความหูเคลือบทองและความจิ้นฟินกระจาย

    • NONT TANONT (นนท์ ธนนท์)
    • PP KRIT & BILLKIN (พีพี กฤษฏ์ & บิวกิ้น พุฒิพงศ์)
    • INK WARUNTORN (อิ้งค์ วรันธร)
    • FREEN & BECKY (ฟรีน & เบ็คกี้)

    ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! เวทีต้องลุกเป็นไฟด้วยโชว์สุดอลังการและ Song List พิเศษที่หาดูที่ไหนไม่ได้ จากเหล่าศิลปินคิวทองที่บัตรคอนเสิร์ต Sold Out ตลอดกาล อย่าง ZEE NUNEW, THE TOYS, GELBOYS, 4EVE, DICE, BOWKYLION, PERSES และเจ้าพ่อแรปเปอร์ JOEYBOY

    ศิลปิน เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์
    ภาพจาก : centralpattana
    ศิลปิน เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์ - 2
    ภาพจาก : centralpattana

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of sukanlaya s.

    sukanlaya s.

    นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1509781/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15364rs7pQEr53gx1RjZfk

  • ราคาน้ำมันวันนี้2568 (1 ม.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันวันนี้2568 (1 ม.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันวันนี้2568 (1 ม.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันวันนี้2568ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์ต่อลิตร

    และราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลลง 50 สตางค์ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นวันนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 43.44 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 30.44 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 30.44 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันวันนี้2568 (1 ม.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2565 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/647996&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xvaBAPaDXhHNEcPH-d1Rr

  • เงินสมทบประกันสังคม “ม.33-ม.39-ม.40” เดือนมกราคม 2569 จ่ายกี่บาท

    เงินสมทบประกันสังคม “ม.33-ม.39-ม.40” เดือนมกราคม 2569 จ่ายกี่บาท

    ประกันสังคม เดือนมกราคม 2569 ผู้ประกันสังคม ม.33-ม.39-ม.40 ส่งเงินสมทบกี่บาท อัปเดตล่าสุดที่นี่

    อัปเดต เงินสมทบประกันสังคม 2569 ล่าสุด มีผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มตามมติ ครม. ที่เริ่มขึ้นในวันนี้ (1 ม.ค. 69) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยผู้ประกันตนมาตรา 33 ผู้ประกันตนมาตรา 39 และผู้ประกันตนมาตรา 40 ต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมงวดเดือนมกราคม 2569 เท่าไหร่ มาหาคำตอบได้ที่นี่

    ประกันสังคมเดือนมกราคม 2569 จ่ายกี่บาท?

    ผู้ประกันตนมาตรา 33

    • พนักงานประจำที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 เพดานค่าจ้างจะมีการปรับขึ้นเป็นขั้นบันได โดยในปี 2569-2571 มีเพดานสูงสุดอยู่ที่ 17,500 บาท และต้องจ่ายสูงสุด 875 บาทต่อเดือน

    ส่วนผู้ประกันตนในพื้นที่ 9 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ ทางประกันสังคมจะลดเงินสมทบประกันสังคมให้ 6 เดือน

    • นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ลดอัตราเงินสมทบจากเดิมฝ่ายละ 5% เหลือฝ่ายละ 3% ของค่าจ้าง

    ผู้ประกันตนมาตรา 39

    • ส่งเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 39 เป็นจำนวน 432 บาท

    ส่วนผู้ประกันตนในพื้นที่ 9 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ ทางประกันสังคมจะลดเงินสมทบประกันสังคมให้ 6 เดือน

    • ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ลดเงินสมทบจากเดิม เดือนละ 432 บาท เหลือเดือนละ 283 บาท

    ผู้ประกันตนมาตรา 40

    • ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ในอัตรา 70 บาทต่อเดือน
    • ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และกรณีชราภาพ ในอัตรา 100 บาทต่อเดือน
    • ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร ในอัตรา 300 บาทต่อเดือน

    อ่านเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/946304/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bhRa16uRkoMmcvxwZUx6E

  • “ยศชนัน” กราบสมเด็จวัดไตรมิตรฯ ส่งสัญญาณเพื่อไทยอุปถัมภ์พุทธ ย้ำรัฐหนุนศาสนาควบคู่เศรษฐกิจใหม่

    “ยศชนัน” กราบสมเด็จวัดไตรมิตรฯ ส่งสัญญาณเพื่อไทยอุปถัมภ์พุทธ ย้ำรัฐหนุนศาสนาควบคู่เศรษฐกิจใหม่

    วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.51 น.

    การเข้ากราบสมเด็จพระพุฒาจารย์ของ “ยศชนัน”  ช่วงปลายปี ถูกมองเป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ที่ย้ำแนวคิดอุปถัมภ์–คุ้มครองพระพุทธศาสนา ควบคู่การขับเคลื่อนประเทศสู่ยุคใหม่ ก่อนศึกเลือกตั้งปี 2569 

    เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568  ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เพื่อช่วยนพ.ญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัครสส.กทม. เขต 1 เบอร์ 8 หาเสียง โดยระหว่างที่กำลังเดินเข้ามายังวัดไตรมิตรฯ ได้มีพระสงฆ์จากวัดภายนอก นำเหรียญนารายณ์ทรงครุฑ คล้องคอให้นายยศชนัน พร้อมให้พร

    ต่อมาคณะ เข้ากราบนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญโญ) เจ้าคุณเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม โดยท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ให้พรนายยศชนันว่า ขอให้ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน และประเทศ ให้เจริญรุ่งเรือง พร้อมกับมอบพระผง หลวงพ่อทองคำ ให้กับนายยศชันและคณะ ก่อนที่จะขึ้นไปสักการะพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (พระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร)

    จากนั้นคณะเดินทางไปยังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (เจ้าแม่กวนอิม) ซึ่งนายยศชนันได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า “ได้ขอพลังในการที่จะสู้เพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ขอให้พรรคเพื่อไทย ได้ทั้งคนได้ทั้งพรรค และตั้งรัฐบาลได้อย่างมีเอกภาพ” เมื่อผู้สื่อเอ่ยแซวว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ในอดีตก็เคยมาไหว้สักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่มูลนิธิเทียนฟ้า ก่อนเลือกตั้งและได้เป็นนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน ยิ้มและกล่าวว่า “ขอบคุณครับ”

    จากนั้นนายยศชนันและคณะ ได้เดินทักทายพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวถนนเยาวราช และได้ชิมอาหารร้านดัง อาทิ ร้านข้าวต้มปลา เจ้าเก่าแปลงนาม ร้านอาอี๊ หวานเย็น เป็นต้น ซึ่งร้านอาหารเหล่านี้ถือว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารของไทย บนถนนเยาวราช ขณะเดียวกันยังได้ทักทายเพื่อนสมัยโรงเรียนสวนกุหลาบที่เป็นเจ้าของร้านผลไม้ และเดินทักทาย พ่อค้าแม่ค้าจนสุดถนนเยาวราชก่อนเดินทางกลับ

    นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ว่า จากที่ตนได้เยี่ยมชมบรรยากาศของถนนเยาวราช การที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจในกรุงเทพมหานครนั้น ก็ต้องได้รับความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วน เราก็อยากที่จะนำเสนอวัฒนธรรมต่างๆ ของประเทศไทย เพื่อที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามา

    เมื่อถามถึงกรณีที่เขตใจกลางเมืองเป็นพื้นที่พรรคเพื่อไทยจะตียาก นายยศชนัน กล่าวว่า จากที่ตนเดินสัมภาษณ์บรรยากาศมา ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ผู้สมัครทำพื้นที่ตรงนี้มาอย่างยาวนาน บวกกับนโยบายที่อยากให้ระบบคมนาคม ระบบขนส่งดีขึ้น ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามา ก็จะเพิ่มรายได้ให้กับคนในพื้นที่ คิดว่าน่าจะชนะใจ และทำให้ปีหน้าเป็นปีแห่งความหวังของทุกคนได้

    อย่างไรก็ตามการเข้าพบครั้งนี้ถูกจับตาในเชิงการเมือง เนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 และสะท้อนทิศทางนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศชัดถึงการ “อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา” ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในยุคใหม่

    แหล่งข่าวทางการเมืองประเมินว่า การเลือกวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจการปกครองคณะสงฆ์สายมหานิกายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ “หลวงพ่อทองคำ” มีนัยยะเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองอย่างชัดเจน ทั้งในมิติศรัทธา อำนาจทางจิตวิญญาณ และภาพแทนความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

    รายงานวิเคราะห์ระบุว่า พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของนายยศชนัน กำลังวางยุทธศาสตร์ “ประนีประนอมใหม่” ผสานภาพลักษณ์ความเป็นเทคโนแครตสมัยใหม่เข้ากับจารีตนิยมทางศาสนา เพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมือง และรักษาฐานเสียงในภาคอีสานซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคมาโดยตลอด

    ในเชิงนโยบาย พรรคเพื่อไทยนำเสนอแนวคิด “เศรษฐกิจศรัทธา” ใช้ศาสนา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ เป็นหนึ่งในกลไก Soft Power เพื่อสร้างรายได้ กระจายเศรษฐกิจสู่ชุมชนรอบวัด ควบคู่กับการสนับสนุนบทบาทวัดในฐานะศูนย์กลางสวัสดิการ สังคม และการฟื้นฟูศีลธรรม

    ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยเลือกแนวทางอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาโดยไม่แตะต้องโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ แตกต่างจากบางพรรคการเมืองที่เสนอการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นบทบาทรัฐในฐานะผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวก มากกว่าการตรวจสอบหรือแทรกแซง

    นักวิชาการด้านการเมืองมองว่า การปรากฏตัวของนายยศชนันในบทบาทผู้นำรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่มีประวัติความขัดแย้งด้านศาสนาโดยตรง ช่วยลดแรงต้านจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม และเปิดพื้นที่ให้พรรคสามารถเชื่อมโยงกับสถาบันสงฆ์ได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของพรรคเพื่อไทย คือการรักษาสมดุลระหว่างภาพลักษณ์ความทันสมัยด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจใหม่ และ AI กับการยึดโยงศรัทธาทางศาสนา เพื่อไม่ให้ถูกวิพากษ์ว่าเดินเกมการเมืองแบบย้อนแย้ง

    ทั้งนี้ เหตุการณ์เข้ากราบสมเด็จพระพุฒาจารย์ ณ วัดไตรมิตรฯ ในวันสิ้นปี ถูกมองว่าเป็น “แถลงการณ์ทางการเมืองฉบับเงียบ” ของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการสื่อสารว่า ประเทศไทยสามารถก้าวไปข้างหน้าด้วยความทันสมัย โดยไม่ทิ้งรากเหง้าทางศาสนาและวัฒนธรรม อันเป็นหัวใจสำคัญของสังคมไทย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/460673&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RMqWbLVSf98vAgx-oZYzc

  • ‘คนละครึ่งพลัส’ เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดโครงการ

    ‘คนละครึ่งพลัส’ เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดโครงการ

    ‘คนละครึ่งพลัส’ เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดโครงการ

    31 ธันวาคม 2568, 18:29น.

              โครงการ “คนละครึ่งพลัส”  ข้อมูล ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น. มียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 82,178.2 ล้านบาท เมื่อแยกตามช่องทางการใช้จ่าย พบว่าเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไปรวม 79,226.7 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร หรือ Food Delivery Platform มีมูลค่ารวม 2,951.5 ล้านบาท ด้านร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบและเข้าร่วมโครงการมีจำนวนประมาณ 999,360 รายทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้มีร้านอาหารที่รองรับระบบการสั่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่เกือบ 90,000 ราย ช่วยให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้สะดวกมากขึ้นทั้งในรูปแบบการซื้อหน้าร้านและการสั่งอาหารออนไลน์

               สำหรับประชาชนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กระทรวงการคลังระบุว่า มีผู้ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสวงเงิน 2,400 บาท หรือ 2,000 บาท ครบเต็มจำนวนแล้ว 7,363,277 ราย ขณะที่ผู้ที่ยังมีสิทธิคงเหลือ โดยเฉพาะในโครงการคนละครึ่งพลัส (เฟสแรก) ยังสามารถใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการได้ในช่วงเวลา 06.00-23.00 น. และสามารถใช้จ่ายผ่านร้านอาหารและเครื่องดื่มที่รับชำระเงินผ่าน Food Delivery Platform ได้ในช่วงเวลา 06.00-21.00 น. จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการ หากไม่ใช้สิทธิให้ครบภายในวันและเวลาดังกล่าว วงเงินที่เหลือจะถูกริบคืนโดยอัตโนมัติทันทีหลังโครงการสิ้นสุดลง

               ส่วนข้อมูลณ วันที่ 29 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น. พบว่าบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้มียอดการใช้จ่ายสะสมรวมทั้งสิ้น 82,791.5 ล้านบาท

                ทั้งนี้ โครงการดำเนินการภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณที่รัฐสมทบกว่า 44,000 ล้านบาท สำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ 20 ล้านคน โดยกำหนดเงื่อนไขช่วยจ่าย 50% สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 พบว่า มีการเบิกจ่ายในส่วนของรัฐไปแล้ว 40,702.9 ล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 92.5% ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด สะท้อนถึงความนิยมของโครงการและความสามารถในการอัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วตามเป้าหมาย

                ขณะเดียวกัน โครงการยังสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาคประชาชนได้ถึง 42,088.6 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าวงเงินที่รัฐสนับสนุนเล็กน้อย ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายสะสมรวมเพิ่มขึ้นแตะระดับ 82,791.5 ล้านบาท

                 ในฝั่งของผู้ประกอบการ ล่าสุดมีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลและเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 999,354 ราย ใกล้แตะระดับ 1 ล้านราย โดยเมื่อพิจารณาการใช้จ่ายแยกตามช่องทาง พบว่า “ร้านค้าปกติ” ยังคงเป็นช่องทางหลัก มียอดใช้จ่ายสะสม 79,814.9 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีมียอดสะสม 2,976.6 ล้านบาท

                นอกจากนี้ ในมิติของการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ พบว่ามีร้านค้าที่เข้าร่วมและผ่านการพัฒนาทักษะ (Upskill & Reskill) แล้วจำนวน 98,930 ราย

     #คนละครึ่งพลัส

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/158024&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kIKSVquxjmB0G8eXvhLOY

  • กัมพูชาห้ามจุดพลุปีใหม่ในพนมเปญ | TOPNEWS

    กัมพูชาห้ามจุดพลุปีใหม่ในพนมเปญ | TOPNEWS

    กัมพูชาสั่งห้ามจุดพลุและดอกไม้ไฟในช่วงเทศกาลปีใหม่ในกรุงพนมเปญ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญแนะประชาชนฉลองปีใหม่อย่างเรียบง่ายท่ามกลางสถานการณ์พรมแดนที่เพิ่งจะเริ่มคลี่คลาย

    ขแมร์ไทม์สและแคมโบเดียเนส สื่อกัมพูชารายงานว่ารัฐบาลท้องถิ่นกรุงพนมเปญได้ออกแถลงการณ์ห้ามการจุดพลุและดอกไม้ไฟทุกประเภทในงานฉลองปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง (2569) ที่กรุงพนมเปญ โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อย พร้อมกันนี้ก็เตือนประชาชน ธุรกิจห้างร้าน ภาคเอกชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวกัมพูชาและชาวต่างประเทศให้ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

    อย่างไรก็ตาม โฆษกสำนักงานบริหารนครหลวงพนมเปญออกมาแถลงว่าพนมเปญจะกลับมาเปิดถนนคนเดินที่จตุรมุขอีกครั้งเป็นเวลาสามวัน ตั้งแต่ 31 ธันวาคมถึงวันที่ 2 มกราคม ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยจะมีแผงขายสินค้าท้องถิ่น ร้านขายอาหาร และการจัดแสดงศิลปะทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองหลวง และเป็นการเฉลิมฉลองที่พนมเปญได้รับการจัดอันดับจาก BBC ให้เป็นหนึ่งใน 20 จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2569 แม้จะไม่มีการจุดพลุจุดประทัดในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก็ตาม

    ด้านผู้เชี่ยวชาญกัมพูชาออกมาขานรับแผนงานฉลองปีใหม่ แต่เรียกร้องว่าให้จัดแบบเรียบง่าย ไม่ใหญ่โต โดยให้เหตุผลว่าการนำงบประมาณจำนวนมากมาใช้ฉลองปีใหม่ในเวลานี้ไม่เหมาะสม แต่ควรนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบที่ชายแดน และทหารที่ได้รับบาดเจ็บจะเหมาะสมกว่า และว่าการเฉลิมฉลองอย่างเงียบๆ จะช่วยผ่อนคลายความเครียดให้กับประชาชนที่ผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบที่บริเวณชายแดนมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยก็จะเงียบเหงาเกินไปและส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยว แต่ถ้าจัดงานใหญ่โตเกินไปอาจทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะผู้ที่สูญเสียสมาชิกในครอบครัว

    ทั้งนี้สื่อกัมพูชารายงานว่าเหตุสู้รบที่ชายแดนกับไทยทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 คน บาดเจ็บเกือบร้อยคน และทำให้มีผุ้พลัดถิ่นมากกว่า 5 แสนคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1441802&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dwCwHGrnXyBHXSa69IXha

  • ตำรวจท่องเที่ยวกรุงเทพจับกุม แก๊งล้วงกระเป๋าชาวแอลจีเรีย ลักทรัพย์นักท่องเที่ยวบน BTS

    ตำรวจท่องเที่ยวกรุงเทพจับกุม แก๊งล้วงกระเป๋าชาวแอลจีเรีย ลักทรัพย์นักท่องเที่ยวบน BTS

    ตามที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยว ในห้วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569 โดยเพิ่มความเข้มเพื่อลดความเสี่ยงจากการฉวยโอกาสก่อเหตุกับประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว นั้นกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยพล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท.พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบช.ทท.พล.ต.ต.มล.สันธิกร วรวรรณ รอง ผบช.ทท.ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัด บช.ทท. เพิ่มความเข้มในการออกตรวจดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอดจนตรวจสอบและติดตามกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2569

    ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผบก.ทท.1พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล รอง ผบก.ทท.1พ.ต.อ.วีระวิทธ์ ผลประสิทธิ์ รอง ผบก.ทท.1พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1พ.ต.ท.ณัฐพล คนหลัก รอง ผกก.1 บก.ทท.1ได้สั่งการให้ว่าที่ พ.ต.ต.ภูมิ มั่นเมือง สว.กก.1 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ออกสืบสวนติดตามกลุ่มแก๊งชาวต่างชาติที่ก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ,ห้างสรรพสินค้า ,รถไฟฟ้า BTS โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น

    จากการสืบสวนพบว่า MR. FOUZI SOLTANI อายุ 55 ปี สัญชาติแอลจีเรีย พร้อมพวก มีพฤติกรรมก่อเหตุลักทรัพย์ ล้วงกระเป๋า นักท่องเที่ยว ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดย MR. FOUZI เคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์ ที่ สน.พญาไท เมื่อปี 2567 ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ได้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าแจ้งความต่อ พงส.สน.ทองหล่อ ว่าถูกลักทรัพย์ขณะโดยสารรถไฟฟ้า BTS จากสถานีอโศกไปยังสถานีพร้อมพงษ์ จากการสืบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของ BTS พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติจำนวน 2 คน ซึ่งหนึ่งในผู้ก่อเหตุคือ MR. FOUZI งานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 จึงแบ่งกำลังออกสืบสวนหาข่าวบริเวณสถานีรถไฟฟ้าที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น จนกระทั่งวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ได้พบ MR. FOUZI พร้อมพวก บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม จึงได้ประสานการปฏิบัติกับ คุณธีระ สิริสุขะ หัวหน้างานรักษาความปลอดภัยรถไฟฟ้า BTS เข้าทำการตรวจสอบ

    จากการตรวจสอบ ทราบชื่อ 1. MR. FOUZI SOLTANI อายุ 55 ปี สัญชาติแอลจีเรีย2. MR. HAMID DIF อายุ 58 ปี สัญชาติแอลจีเรียโดย MR. FOUZI ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2567 และอยู่เกินกำหนดมาแล้ว 501 วันส่วน MR. HAMID ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้ ทั้งนี้ยังตรวจพบหมวกแก็ปรวม 5 ใบอยู่ในกระเป๋าเป้สีดำที่ทั้งสองสะพายอยู่ จึงกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และ “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามลำดับ

    จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่ง พงส.สน.ปทุมวัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ได้ประสานข้อมูลไปยัง พงส.สน.ทองหล่อ ทราบเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/268482&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pPIyO9HhW69OcfsdnTd8i

  • ถ่ายทอดสด เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์ ชมฟรีศิลปินตัวท็อป มันส์ข้ามปีระดับโลก

    ถ่ายทอดสด เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์

    ถ่ายทอดสด เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์ ขนทัพศิลปินตัวท็อป นนท์-พีพี-บิวกิ้น แน่นเวที การันตีความมันส์ข้ามปีระดับโลก

    เตรียมนับถอยหลังสู่ศักราชใหม่กับปรากฏการณ์ความมันส์ระดับโลกที่ทุกคนรอคอย เมื่อแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง CentralwOrld ประกาศทวงบัลลังก์ Times Square of Asia อีกครั้ง ในงาน centralwOrld Bangkok Countdown 2026 ภายใต้คอนเซปต์สุดโรแมนติกและทรงพลัง The Original-A Tribute To Love

    งานนี้บอกเลยว่าสายปาร์ตี้ สายคอนเสิร์ต ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะทางผู้จัดเล่นใหญ่ไฟกะพริบ ขนทัพศิลปินระดับ A-List ที่หาตัวจับยากมารวมตัวกันแน่นเวที พร้อมเปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้ร่วมฉลองโมเมนต์ข้ามปีแบบฟรีทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเกาะขอบเวทีหรือนอนดูอยู่บ้าน ก็มันส์ได้ไม่มีสะดุด!

    ช่องทางรับชมความมันส์ เคาท์ดาวน์เซ็นทรัลเวิลด์ 31 ธ.ค. นี้

    ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์นี้ได้ เลือกช่องทางที่สะดวกแล้วไปจอยกันเลย

    สายเกาะขอบเวที

    เข้าชมฟรี ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ประตูเปิดเวลา 17:00 น. เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน Central X เท่านั้น หรือคลิก https://central-x.app.link/JoinCTWBKKCountdown2026

    สายนอนดูอยู่บ้าน

    • ชมสดทั่วประเทศผ่านช่อง 3HD เวลา 22:00 – 00:30 น.
    • ชมไลฟ์สดผ่าน Facebook : CentralWorld และ YouTube : centralwOrld Thailand เริ่มไลฟ์ตั้งแต่เวลา 17:30 น. เป็นต้นไป

    นอกจากนี้ยังสามารถติดตามได้ทาง 13 เพจพันธมิตร ส่งตรงความมันส์ สดจากหน้าเวที ตั้งแต่เวลา 22:30 น. เป็นต้นไป เช่น ข่าวสด, มติชน, ประชาชาติ, FEED, MGR Today, เดลินิวส์ ออนไลน์, GLOBE, The Thaiger, JS100, สวพ.91

    31 ธันวาคมนี้ ปักหมุดรอไว้เลย จะหน้าจอหรือหน้างานก็มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์เคานต์ดาวน์ไปด้วยกันที่เซ็นทรัลเวิลด์!

    ถ่ายทอดสด เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์
    ภาพจาก : centralpattana

    ปรากฏการณ์รวมตัวศิลปิน Sold Out มากที่สุดในไทย!

    ไฮไลต์เด็ดของปีนี้คือการดึงตัว #TheExclusiveHeadliner ตัวจริงเสียงจริงมาระเบิดความฟินแบบจัดเต็ม นำทีมโดยศิลปินคุณภาพที่แค่เห็นชื่อก็การันตีความหูเคลือบทองและความจิ้นฟินกระจาย

    • NONT TANONT (นนท์ ธนนท์)
    • PP KRIT & BILLKIN (พีพี กฤษฏ์ & บิวกิ้น พุฒิพงศ์)
    • INK WARUNTORN (อิ้งค์ วรันธร)
    • FREEN & BECKY (ฟรีน & เบ็คกี้)

    ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! เวทีต้องลุกเป็นไฟด้วยโชว์สุดอลังการและ Song List พิเศษที่หาดูที่ไหนไม่ได้ จากเหล่าศิลปินคิวทองที่บัตรคอนเสิร์ต Sold Out ตลอดกาล อย่าง ZEE NUNEW, THE TOYS, GELBOYS, 4EVE, DICE, BOWKYLION, PERSES และเจ้าพ่อแรปเปอร์ JOEYBOY

    ศิลปิน เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์
    ภาพจาก : centralpattana
    ศิลปิน เคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2569 เซ็นทรัลเวิลด์ - 2
    ภาพจาก : centralpattana

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of sukanlaya s.

    sukanlaya s.

    นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1509781/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15364rs7pQEr53gx1RjZfk

  • “สุวัจน์” อวยพรปีใหม่ 2569 ให้ประเทศชาติและประชาชนผ่านพ้นวิกฤต

    “สุวัจน์” อวยพรปีใหม่ 2569 ให้ประเทศชาติและประชาชนผ่านพ้นวิกฤต

    สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อวยพรปีใหม่ 2569 ให้ประเทศชาติและประชาชนผ่านพ้นวิกฤต เชิญชวนไปเลือกตั้ง ร่วมกันสร้างการเมืองสะอาด บริสุทธิ์ ยุติธรรม ได้คนดี มีความรู้ ความสามารถ มาบริหารประเทศ

    วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ในโอกาส ส่งท้ายปีเก่า 2568 และต้อนรับปีใหม่ 2569 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนา ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ว่า ปี 2568 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับบ้านเมืองของเรา เกิดผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก

    เราต้องเจอกับสถานการณ์ความผันผวนของโลกที่เกิดขึ้นในทุกมิติ ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง สงครามการสู้รบในหลายประทศ สงครามการค้าของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ การขึ้นภาษีการส่งออกของสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกา 

    การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำธุรกิจและการผลิตสินค้าและอุตสาหกรรมอันเนื่องมาจากเทคโนโลยี AI ปัญหาโลกร้อนและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น 

    นอกจากนี้ เรายังมีปัญหาภายในประเทศจาก เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ จีดีพีที่ไม่เติบโตเพียงแค่  2%  จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่หดหายไป  คาดว่าปี 2568 จะได้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพียงประมาณ 33 ล้านคนจากเป้าหมาย 39 ล้านคน ภาระหนี้สินภาคประชาชนคือ หนี้ครัวเรือนสูงถึงประมาณ 90% ของ GDP หนี้ของรัฐบาลหรือหนี้สาธารณะสูงถึงประมาณ 66 % ของ GDP ทำให้เกิดขีดจำกัดด้านงบประมาณที่จะนำมาใช้จ่ายในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประเทศ 

    ภาวะย่ำแย่ของเศรษฐกิจรากหญ้าโดยเฉพาะ sme ต่อเนื่องมาจากสถานะการณ์โควิด ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ รวมทั้งปัญหาความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา สิ่งต่างๆ ที่กล่าวข้างต้นทั้งหมดได้ก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศตลอดปี 2568 ซึ่งเราจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ ในปี 2569 ให้ลุล่วงไปให้ได้

    ปีใหม่ 2569 นี้ มีความสำคัญยิ่งต่ออนาคตของประเทศ จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้  นับว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะนำไปสู่การมีรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่เข้มแข็งได้ผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการกอบกู้วิกฤตทุกด้านให้ผ่านพ้นไปได้

    “ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ร่วมกันสร้างการเมือง ที่สะอาด บริสุทธิ์ ยุติธรรม เลือกคนดีและพรรคการเมืองที่ดี เข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารประเทศให้ประสบความสำเร็จ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน”

    ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 นี้ ผมขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก และบ้านเมืองของเราได้โปรดดลบันดาลให้พี่น้องประชาชนและครอบครัวทุกท่าน มีแต่ความสุขความเจริญ คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้ได้ดังปรารถนาทุกประการ ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจกำลังกาย สุขภาพที่เข้มแข็ง เพื่อที่เราจะได้ร่วมมือกันฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจ ให้เราผ่านพ้นไปได้ด้วยดีในปีใหม่ 2569 นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/735822&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1owIerm5FQzkwqjuSBRR_X