Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • นนท.หญิงต่างชาติลื่นตกเหว กองแลนปาย ขณะเดินชมวิวธรรมชาติ

    นนท.หญิงต่างชาติลื่นตกเหว กองแลนปาย ขณะเดินชมวิวธรรมชาติ

    นนท.หญิงต่างชาติลื่นตกเหว กองแลนปาย ขณะเดินชมวิวธรรมชาติ

    วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.25 น.

    นักท่องเที่ยวลื่นพลัดตก บริเวณแหล่งท่องเที่ยวกองแลน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน กู้ชีพทุ่งยาว กู้ภัยปายสามัคคี รพ.ปาย ตร.ท่องเที่ยว ภูธรปาย และฝ่ายปกครองเร่งให้การช่วยเหลือล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

    เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 08.30 น. กู้ชีพอบต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นหญิง ได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ กองแลนแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังและขณะเดินชมวิวธรรมชาติ ได้เกิดพลัดตกลงไปในเหวด้านล่าง ทางกู้ชีพ อบต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จึงได้ประสานไปยังทีมกู้ภัยทางสูงกู้ภัยปายสามัคคีการกุศล ร่วมกับกู้ชีพทุ่งยาว/รพ.ปาย/สภ.ปาย/ฝ่ายปกครอง/ตร.ท่องเที่ยว ร่วมกันให้ความช่วยเหลือ นำตัวนักท่องเที่ยวดังกล่าวขึ้นมาอย่างปลอดภัย โดยทาง รถโรงพยาบาลปาย นำส่ง รพ.อ.ปาย ล่าสุด นักท่องเที่ยวหญิงดังกล่าวอาการปลอดภัยแล้ว

    สำหรับกองแลน หรือ Pai Can yon ที่นักท่องเที่ยวเรียกจนติดปาก เป็นแหล่งท่องเที่ยวเขาหินทราย เป็นแนวสันเขาคดเคี้ยวไปตามเทือกเขา ซึ่งบางจุดจะมีกรวดหากเดินไม่ระมัดระวังจะลื่นพลัดตกลงไปได้ ทั้งนี้เคยมีนักท่องเที่ยวพลัดตกลงไปแทบทุกปี ทั้งที่ได้มีป้ายปักเตือนไว้แล้ว

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    'พนักงานสาว'อะโกโก้พัทยา เก็บกระเป๋าเงินต่างชาติ แจ้งตร.หาเจ้าของ

    ต่างชาติเมากร่าง! ปาขยะ-ดูถูกคนไทย เจอพลเมืองดีสั่งสอนกลางถนน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/944125&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vTpQGVnEBUfKGosq5PUX1

  • กลุ่มบริษัทสามารถ ประกาศปี 69 ทั้งรายได้และกำไรดีที่สุดในรอบ 10 ปี รุกเดินหน้า “พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” ตั้งเป้ารายได้ที่ 1.4 หมื่นลบ. 

    กลุ่มบริษัทสามารถ ประกาศปี 69 ทั้งรายได้และกำไรดีที่สุดในรอบ 10 ปี รุกเดินหน้า “พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” ตั้งเป้ารายได้ที่ 1.4 หมื่นลบ. 

    วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

    กลุ่มบริษัทสามารถ ประกาศปี 69 ทั้งรายได้และกำไรดีที่สุดในรอบ 10 ปี รุกเดินหน้า “พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” ตั้งเป้ารายได้ที่ 1.4 หมื่นลบ. 

    กลุ่มบริษัทสามารถ ประกาศทิศทางธุรกิจประจำปี ด้วย Year Theme “Unlock Unlimited Opportunities : พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” สะท้อนวิสัยทัศน์ขององค์กรในการก้าวข้ามความไม่แน่นอน เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เน้นการผสานความร่วมมือด้วยกลยุทธ์ M&A และยกระดับศักยภาพในทุกมิติ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตั้งเป้าเข้าร่วมประมูลงานปีนี้กว่า 30,000 ล้านบาท รายได้รวม 14,000 ล้านบาท หรือโตขึ้น 30 % 

    นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้กลุ่มบริษัทสามารถกำหนดให้เป็น “ปีแห่งการปลดล็อก พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” หรือ Unlock Unlimited Opportunities ด้วยการมองให้ไกล และใหญ่กว่าเดิม 

    โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก เพื่อช่วยผลักดันกลุ่มสามารถให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่พร้อมเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดในทุกโอกาส แกนกลยุทธ์แรกคือ Unlimited Solutions สะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน บนดิน ไปจนถึงระบบสื่อสารเหนือน่านฟ้า ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นหรือบริการใหม่ๆ รวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าเดิมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แกนกลยุทธ์ที่สอง Unlimited Collaborations มุ่งเน้นการผสานความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภายใน และพันธมิตรภายนอก เพื่อพร้อมรุกธุรกิจทุกรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) เพื่อเร่งการเติบโต เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ขยายตลาด ต่อยอดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมพนักงานมืออาชีพจากการขยายธุรกิจ ส่วนแกนกลยุทธ์ที่สาม Unlimited Opportunities เป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ สนับสนุนและเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาเสริมทัพองค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น 

    จากการที่กลุ่มสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีงานในมือเมื่อ ณ สิ้นปี 2568 อยู่เกือบ 16,000 ล้านบาท ซึ่งจากความสำเร็จและด้วยกลยุทธ์ที่วางแผนไว้ เราจึงมั่นใจตั้งเป้ารายได้ที่ 14,000 ล้านบาท และจะสร้างกำไรให้เติบโตจากปีก่อนหน้าไม่ต่ำกว่า 75% จากการวางแผนเข้าร่วมประมูลงานหลักรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีจะมีงานในมือทะลุ 20,000 ล้านบาท มั่นใจทั้งรายได้และกำไรปีนี้ของกลุ่มจะดีที่สุดในรอบ 10 ปี 

    ทั้งนี้ บริษัทฯ เห็นสัญญาณบวกจากธุรกิจหลักในเครือ ทั้งการรับรู้รายได้จากงานในมือ การเติบโตของโครงการใหม่ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละสายธุรกิจตั้งเป้าหมายรายได้ดังนี้

    สายธุรกิจ Digital ICT Solutions นำโดย บมจ.สามารถเทลคอม

    ปัจจุบันมีงานในมือรวมกว่า 6,500 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 6,500 ล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% โดย

    มุ่งเน้นการพัฒนาและผลักดันโครงการขนาดใหญ่ผ่านการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ อาทิ โซลูชั่นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีด้านการป้องกันภัย และการให้บริการระบบหลักขององค์กรแบบระยะยาว ควบคู่การสร้างรายได้ประจำ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงทางธุรกิจ 

    ทั้งนี้การดำเนินงานอาศัยความร่วมมือของบริษัทในเครือที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ครอบคลุมบริการระบบการเงินและธนาคาร, ระบบ ERP, โซลูชั่นองค์กร และ Cybersecurity  ร่วมกับพันธมิตรด้าน Digital Technology ชั้นนำระดับสากล ทำให้สามารถออกแบบและบูรณาการโซลูชั่นได้ครบวงจร 

    ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ AI, Anti-Drone และ Quantum-safe Technology พร้อมต่อยอดจากฐานลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในการดูแลระบบหลักขององค์กร เช่น GHB system ระบบ Core Bank ของธนาคารออาคารสงเคราะห์,  ระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลักของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และระบบสารสนเทศของกรมที่ดิน รวมถึงการวางแผนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบ Public Outsourcing Services เพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

    สายธุรกิจ Utilities & Transportations นำโดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น

    Backlog ณ สิ้นปีมีมูลค่ามากกว่า 8.700 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ทั้งกลุ่มที่ 6,800 ล้านบาท โดยเป็นของ บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น หรือ SAV ประมาณ 2,600 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% ด้วยโอกาสทางธุรกิจหลายด้าน โดยเฉพาะจากการเข้าประมูลโครงการ จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท ควบคู่กับรายได้จากบริการ Overflight ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามปริมาณการบินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางจากเวียดนามและจีน อีกทั้งแผนการเปิดสนามบินแห่งใหม่ในนครโฮจิมินห์ยังช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะกลางถึงยาวนอกจากนี้ SAV ยังมุ่งพัฒนาและปรับปรุงระบบด้านการบิน ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงและการกระจายที่มาของรายได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงช่องทางเดียว ส่วนบริษัท เทด้า (TEDA) จะทยอยรับรู้งานโครงการจาก Backlog มูลค่ากว่า 3,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 40% 

    สายธุรกิจ Digital Communications นำโดย บมจ.สามารถดิจิตอล

    ตั้งเป้ารายได้ ที่ 900 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนมากกว่า 57%  โดยมีแนวโน้มเติบโตจากการรับรู้รายได้ของโครงข่าย Trunk ซึ่งเป็นรายได้ในรูปแบบ Air-time รวมถึงการส่งมอบอุปกรณ์เพิ่มเติมในช่วงไตรมาสแรกของปี

    นายวัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้ในปีที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศจะชะลอตัว การเมืองขาดเสถียรภาพ แต่ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาของเรายังอยู่ในระดับที่ดี คาดว่าจะมีรายได้รวมที่เติบโตขึ้นกว่าปีที่แล้ว ส่วนปีนี้คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ดีมากของบริษัท ทั้งการสร้างงานใหม่ การเพิ่มรายได้ และการเติบโตของกำไร ด้วยการเดินเกมรุกธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนอกจากเราจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) แล้ว เรายังเตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาวด้วย”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/464249&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bko1pMZLSIv75x0WeYoNo

  • NT พร้อมเปิดรับพันธมิตรธุรกิจดิจิทัล  ยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใสและเสริมศักยภาพขององค์กรในภาพรวม

    NT พร้อมเปิดรับพันธมิตรธุรกิจดิจิทัล ยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใสและเสริมศักยภาพขององค์กรในภาพรวม

    ไอที

    NT พร้อมเปิดรับพันธมิตรธุรกิจดิจิทัล ยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใสและเสริมศักยภาพขององค์กรในภาพรวม

    วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.40 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT พร้อมเปิดรับพันธมิตรธุรกิจดิจิทัล

    ยึดหลักธรรมาภิบาลโปร่งใสและเสริมศักยภาพขององค์กรในภาพรวม

    NT ประกาศความโปร่งใสในการคัดเลือกพันธมิตร เน้นมาตรฐานตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมใช้เกณฑ์คัดเลือกที่มีความชัดเจนตามข้อกฎหมาย รวมถึงมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า ดำเนินกิจการภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม เพื่อผลสู่การสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืนในระยะยาว เปิดรับทุกข้อเสนอยึดหลักการร่วมพัฒนาบริการด้านดิจิทัลและการใช้ AI ในระยะยาว

    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในฐานะองค์กรประกอบธุรกิจตามหลัก    ธรรมาภิบาลที่มุ่งสู่การเป็น “องค์กรหลักในการขับเคลื่อน และการยกระดับการสื่อสารดิจิทัลให้กับประเทศเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน” ที่สามารถตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานอย่างคุ้มค่า รวมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นพันธมิตร เสริมศักยภาพในการให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า/ประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในบริษัท พึงยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการและการดำเนินงาน ในการนำทรัพยากรของบริษัทได้นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คุ้มค่า ตรงตามเป้าหมาย ส่งผลให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้การดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรม มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สังคม และสิ่งแวดล้อม

    ทั้งนี้ในปัจจุบันแนวโน้มการพัฒนาบริการจะมุ่งสู่การสร้างความแข็งแกร่งในเรื่องของโครงข่ายด้านดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มากขึ้น โดย NT ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาบริการ มุ่งเน้นไปสู่การใช้เทคโนโลยีด้าน AI เข้ามามีบทบาทในการเสริมศักยภาพในการให้บริการมากขึ้น โดยพร้อมที่จะพิจารณาสรรหาพันธมิตรในธุรกิจด้านคลาวด์ Data Center Cyber Security System Integration และด้าน Government Transformation ให้มากขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาบริการให้มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการใช้บริการของทุกภาคส่วนได้อย่างยั่งยืน

    พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า NT ประกาศความโปร่งใสในการจัดทำธุรกิจ ในส่วนของการคัดเลือกพันธมิตรมาร่วมงาน โดยใช้หลักการในการคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจตามมาตรฐานสากล ซึ่งพันธมิตรที่เลือกจะต้องเป็นบริษัท หรือหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในงานนั้น ๆ เป็นอย่างดี ปฏิบัติตามกฎหมาย มีจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และมีมาตรฐานในการดำเนินงาน  และต้องสามารถส่งเสริม  สนับสนุนศักยภาพให้ NT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย NT มุ่งเน้นความร่วมมือกับพันธมิตรที่สามารถร่วมขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งในด้านการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดแก่ผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

    สำหรับนโยบายการคัดเลือกพันธมิตรดังกล่าวนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ NT ในการดำเนินงานอย่างรอบคอบ มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการบริหารจัดการ รวมถึงการดำเนินงานที่โปร่งใส เป็นธรรม มีศักยภาพ โดยยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี  ที่มาพร้อมแผนแม่บทเพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด และเพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว

    ในโอกาสนี้ NT ใคร่ขอเชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจร่วมกันได้ที่ ฝ่ายแสวงหาโอกาสและพัฒนาธุรกิจ โทรศัพท์ 02-575-9492

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/464243&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bGafjFOmqucmRj9pvCsfk

  • ราชบุรี///ประกาศวาระ “ตำบลเข้มแข็ง” ดอนคลังเดินหน้าเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง | TOPNEWS

    ราชบุรี///ประกาศวาระ “ตำบลเข้มแข็ง” ดอนคลังเดินหน้าเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง | TOPNEWS

    นางนวลนิตย์ สังข์กระแสร์ พัฒนาการอำเภอดำเนินสะดวก กล่าวว่า การประกาศวาระตำบลเข้มแข็งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” โดยนำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 มาปรับใช้ในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ และความสุขให้ประชาชนอย่างยั่งยืน


    การดำเนินงานใช้ ตำบลเป็นฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับตำบล และกลไก 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต

    เสริมสร้างความสามารถในการ “ล้มแล้ว ลุกไว” ควบคู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1472205&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aaZCLcDNG8sRP0-jlNf1H

  • ‘พล.อ.รังษี’ แฉซื้อเสียงระบาดหนัก พุ่งหัวละ 5,000 บาท แจงข้อกังขา ‘ประธานคริส’ มีอำนาจเหนือพรรค

    ‘พล.อ.รังษี’ แฉซื้อเสียงระบาดหนัก พุ่งหัวละ 5,000 บาท แจงข้อกังขา ‘ประธานคริส’ มีอำนาจเหนือพรรค

    ‘พล.อ.รังษี’ แจงข้อกังขา ‘ปานเทพ’ ปม’ ประธานคริส’ มีอำนาจเหนือพรรค ยันลงปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 10 เป็นยุทธศาสตร์แบ่งงาน ‘บริหาร-นิติบัญญัติ’ ไม่ยึดติดอำนาจ หวังสร้างการเมืองใหม่ที่โปร่งใส พร้อมเปิดหน้าชนโค้งสุดท้าย แฉขบวนการซื้อเสียงระบาดหนักทั่วประเทศ พุ่งหัวละ 5,000 บาท คาดสะพัดกว่า 1.2 หมื่นล้าน ชี้เป็นเงิน ‘ธุรกิจสีเทา-สแกมเมอร์

    30 ม.ค.2569 – พล.อ.รังษี กิตติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดผ่านเวทีดีเบตเพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือพบความเคลื่อนไหวเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งอย่างหนัก โดยได้รับรายงานข่าวว่ามีการ “ซื้อเสียง” สูงถึงหัวละ 5,000 บาท ระบาดไปทุกภาคทั่วประเทศไทย ทั้งเหนือ อีสาน ใต้ และกรุงเทพมหานคร

    พล.อ.รังษี ตั้งข้อสังเกตว่า เม็ดเงินมหาศาลที่นำมาใช้ทุ่มซื้อเสียงในครั้งนี้ อาจเป็นเงินที่มาจากธุรกิจสีเทาหรือกลุ่มสแกมเมอร์ที่มีเงินหมุนเวียนในไทยกว่า 2 แสนล้านบาท โดยรูปแบบการจ่ายเงินเป็นระบบแบ่งเป็นงวดๆ โดยจะจ่ายล่วงหน้าก่อน 2,000 บาท พร้อมยึดบัตรประชาชนไว้ และให้นำมารับคืนก่อนวันเลือกตั้ง พร้อมรับเงินส่วนที่เหลืออีก 3,000 บาท

    “ถ้าคำนวณจากเป้าหมายที่ต้องการเสียงในสภา 250 เสียง คาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 12,500 ล้านบาท ผมจึงอยากฝากเตือนประชาชนให้ตื่นรู้ หากรับเงินจากคนโกง ประเทศจะเข้าสู่หายนะ ท่านรับเงินได้แต่อย่าเลือก ให้เลือกพรรคที่นโยบายชัดเจนแทน เพราะประชาชนคือผู้ตัดสินอนาคตประเทศ” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าว

    นอกจากนี้ พล.อ.รังษี ยังได้ชี้แจงกรณีที่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ตั้งข้อสังเกตผ่านเฟซบุ๊ก ถึงโครงสร้างอำนาจภายในพรรคเศรษฐกิจที่มอบอำนาจให้นายคริส โปตระนันท์ ประธานพรรค ตัดสินใจเรื่องสำคัญ และตั้งคำถามถึงสาเหตุที่หัวหน้าพรรคไปอยู่ในบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ลำดับที่ 10

    โดยพล.อ.รังษี ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นยุทธศาสตร์ที่ตกลงกันภายในพรรคเพื่อความชัดเจนในการทำงาน โดยนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรค ได้แบ่งความรับผิดชอบชัดเจน กล่าวคือ ข้อ 1, 2 และ 5 ซึ่งเกี่ยวกับเมกะโปรเจกต์และการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน เป็นอำนาจของ “ฝ่ายบริหาร” ซึ่งตนถนัดและจะรับผิดชอบโดยตรง

    ส่วนข้อ 3 และ 4 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมาย โทษประหารชีวิตคดีคอร์รัปชัน รวมถึงการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เป็นหน้าที่ของ “ฝ่ายนิติบัญญัติ” จึงให้ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 1-9 ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเป็นผู้ขับเคลื่อนในสภา

    “ผมทำงานการเมืองแบบคนรุ่นใหม่ ไม่จำเป็นที่หัวหน้าพรรคต้องผูกขาดเป็นเบอร์ 1 หรือรวบอำนาจไว้คนเดียว ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่าพรรคที่หัวหน้ามีอำนาจเบ็ดเสร็จสุดท้ายก็พรรคแตก สส.ลาออกจากพรรค แต่พรรคเศรษฐกิจเราอยู่ด้วยความไว้วางใจ การกระจายอำนาจ บริหารจัดการจึงเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าว

    พล.อ.รังษี ย้ำทิ้งท้ายว่า การเข้ามาเล่นการเมืองครั้งนี้ไม่ได้ต้องการตำแหน่ง ส.ส. หรือรัฐมนตรี แต่ต้องการเข้ามาแก้วิกฤตประเทศที่เดินต่อไม่ได้ โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจและคอร์รัปชัน จึงจำเป็นต้องขอคะแนนเสียงแบบแลนสไลด์เพื่อให้พรรคมีเสถียรภาพในการผลักดันนโยบายให้เป็นจริง โดยจะรอผลการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เพื่อกำหนดทิศทางอนาคตทางการเมืองต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/939478/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XeK_UKe3DiWijN3CXWq-5

  • ราชบุรี///ประกาศวาระ “ตำบลเข้มแข็ง” ดอนคลังเดินหน้าเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง | TOPNEWS

    นางนวลนิตย์ สังข์กระแสร์ พัฒนาการอำเภอดำเนินสะดวก กล่าวว่า การประกาศวาระตำบลเข้มแข็งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” โดยนำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 มาปรับใช้ในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ และความสุขให้ประชาชนอย่างยั่งยืน


    การดำเนินงานใช้ ตำบลเป็นฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับตำบล และกลไก 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต

    เสริมสร้างความสามารถในการ “ล้มแล้ว ลุกไว” ควบคู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1472205&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aaZCLcDNG8sRP0-jlNf1H

  • ราชบุรี///ประกาศวาระ “ตำบลเข้มแข็ง” ดอนคลังเดินหน้าเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง | TOPNEWS

    นางนวลนิตย์ สังข์กระแสร์ พัฒนาการอำเภอดำเนินสะดวก กล่าวว่า การประกาศวาระตำบลเข้มแข็งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” โดยนำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 มาปรับใช้ในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ และความสุขให้ประชาชนอย่างยั่งยืน


    การดำเนินงานใช้ ตำบลเป็นฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับตำบล และกลไก 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต

    เสริมสร้างความสามารถในการ “ล้มแล้ว ลุกไว” ควบคู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1472205&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aaZCLcDNG8sRP0-jlNf1H

  • เศรษฐกิจฝรั่งเศสแผ่วปลายปี 68 โตต่ำคาด หลังดีมานด์ในประเทศอ่อนตัว : อินโฟเควสท์

    เศรษฐกิจฝรั่งเศสแผ่วปลายปี 68 โตต่ำคาด หลังดีมานด์ในประเทศอ่อนตัว : อินโฟเควสท์

    สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) เผยตัวเลขประมาณการเบื้องต้นในวันนี้ (30 ม.ค.) ว่า GDP ฝรั่งเศส ในไตรมาส 4/2568 ขยายตัว 0.2% ลดลงจากระดับ 0.5% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงที่ฝรั่งเศสทำผลงานได้ดีเกินคาด อย่างไรก็ดี ตัวเลขล่าสุดนี้ถือว่าสอดคล้องกับการคาดการณ์ของ INSEE

    เศรษฐกิจฝรั่งเศสขยายตัวเพียงเล็กน้อยและมีทิศทางชะลอตัวลง หลังผ่านพ้นช่วงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแรงลงและการเร่งระบายสินค้าคงคลังของภาคธุรกิจ

    สำหรับภาพรวมตลอดปี 2568 เศรษฐกิจฝรั่งเศสขยายตัวรวม 0.9% สูงกว่าเป้าหมายงบประมาณที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 0.7% ซึ่งผลงานที่ดีกว่าคาดนี้ส่งผลให้มีโอกาสสูงขึ้นที่การขาดดุลงบประมาณจะออกมาต่ำกว่าระดับ 5.4% ของ GDP ตามที่ประมาณการไว้เล็กน้อย

    ที่ผ่านมา เศรษฐกิจฝรั่งเศสถือว่ามีความแข็งแกร่งเกินกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ แม้ต้องเผชิญมรสุมทางการเมืองในสภาที่แตกแยกอย่างหนักจนบั่นทอนความเชื่อมั่นของทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจมานานหลายเดือน

    โรลองด์ เลสกูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ TF1 ว่า “เราเริ่มต้นปี 2569 ได้ค่อนข้างดี ผมหวังว่าในปีนี้จะเห็นเศรษฐกิจเติบโตได้อย่างน้อย 1% ตามที่เราคาด”

    ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางการเมืองเริ่มมีสัญญาณคลี่คลายลง โดยนายกรัฐมนตรีเซบัสเตียง เลอกอร์นูว์ เตรียมผลักดันร่างงบประมาณปี 2569 เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันศุกร์นี้ เพื่อยุติความขัดแย้งด้านนโยบายการคลังที่ยืดเยื้อมานาน แม้พรรคฝ่ายค้านจะเตรียมยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ แต่คาดว่าฝ่ายรัฐบาลจะยังคงรักษาเสียงข้างมากไว้ได้

    ทางด้านนักเศรษฐศาสตร์มองว่าโอกาสที่เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวอย่างรุนแรงยังคงมีจำกัด โดยงบประมาณฉบับใหม่นี้ยังไม่เอื้อต่อภาคธุรกิจ เนื่องจากมาตรการภาษีที่สูงขึ้นอาจฉุดรั้งการลงทุนและการจ้างงาน แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่กระเตื้องขึ้นบ้าง แต่ปัจจัยเรื่องค่าเงินยูโรที่แข็งค่าอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อภาคการส่งออก

    สำหรับรายละเอียดในไตรมาส 4 พบว่าการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนอุปสงค์ในประเทศ โดยช่วยผลักดัน GDP ให้เพิ่มขึ้น 0.3% นอกจากนี้ การค้าระหว่างประเทศยังช่วยหนุนตัวเลขการเติบโตอีก 0.9% จากอานิสงส์ของการส่งออกที่เพิ่มขึ้นและการนำเข้าที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การลดลงของสินค้าคงคลังภาคธุรกิจได้ฉุดตัวเลข GDP ลงไปถึง 1%

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/565429&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KadXPe6AumULHopHfccrx

  • ราชบุรี///ประกาศวาระ “ตำบลเข้มแข็ง” ดอนคลังเดินหน้าเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง | TOPNEWS

    ราชบุรี///ประกาศวาระ “ตำบลเข้มแข็ง” ดอนคลังเดินหน้าเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง

    • เผยแพร่ : 30/01/2026 17:44

    ราชบุรีประกาศวาระ “ตำบลเข้มแข็ง” ดอนคลังเดินหน้าเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชุมชนพึ่งตนเอง


    วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ราชบุรี ตำบลดอนคลัง อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี นายประดิทรรศณ์ บวรเกษมพันธุ์ ปลัดอำเภอดำเนินสะดวก เป็นประธานในพิธีประกาศวาระ “ตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงและยั่งยืน


    ภายในงานมีพระสมุห์สมพร ปสุนโน เจ้าอาวาสวัดดอนคลัง นายภานุวัฒน์ ชูนิตย์ กำนันตำบลดอนคลัง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ใหญ่บ้าน และภาคีเครือข่ายการพัฒนา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน

    นางนวลนิตย์ สังข์กระแสร์ พัฒนาการอำเภอดำเนินสะดวก กล่าวว่า การประกาศวาระตำบลเข้มแข็งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” โดยนำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 มาปรับใช้ในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ และความสุขให้ประชาชนอย่างยั่งยืน


    การดำเนินงานใช้ ตำบลเป็นฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงระดับตำบล และกลไก 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต

    เสริมสร้างความสามารถในการ “ล้มแล้ว ลุกไว” ควบคู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

    คาดว่าการขับเคลื่อนครั้งนี้จะช่วยให้ตำบลดอนคลังสามารถบริหารจัดการชุมชนโดยชุมชน เกิดเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง

    ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนชุมชนที่มีธรรมาภิบาล และนำไปสู่การเป็น ตำบลจัดการตนเองอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ในระยะยาว

    นิชาภา จันทร์งาม ผู้สื่อข่าว top news ทั่วไทย จ.ราชบุรี

    ปก web พรานกระต่ายแชมป์ส้มตำ

    dfvvd

    ยุติธรรมสร้างสุข ลงพื้นที่แม่จริม อำนวยความสะดวกทายาทเหตุกระหน่ำยิง ยันช่วยเหลือเป็นธรรม

    ครั้งแรกของวงการโรงแรม! อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง ตั้ง “ทูตวัฒนธรรม” ปั้นมิติใหม่แห่งการพักผ่อน

    ชลบุรีกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ จับกุมกว่า 3,111 ราย ปราบธุรกิจสีเทา–แก๊งสแกมเมอร์ สร้างความเชื่อมั่นประชาชน นักท่องเที่ยว และนักลงทุน

    “ตร.ไซเบอร์” สนธิกำลัง บุกรวบ “2 จีนเทา” เอี่ยว “แก๊งสแกมเมอร์” คาคอนโดฯ ชลบุรี ยึดอุปกรณ์หลอกลวงเหยื่อเพียบ 

    หอการค้าตราดเผยนักท่องเที่ยวเริ่มกลับคึกคัก หลังสถานการณ์ชายแดนสงบ

    ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา มอบโอวาทนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีม ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1472205&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aaZCLcDNG8sRP0-jlNf1H

  • ยุติธรรม- ดีอี – ดีเอสไอ แถลงคืบหน้าคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญ Worldcoin หลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

    ยุติธรรม- ดีอี – ดีเอสไอ แถลงคืบหน้าคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญ Worldcoin หลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

    เผยแพร่: 30 ม.ค. 2569 16:48 น. ปรับปรุง: 30 ม.ค. 2569 17:15 น. เปิดอ่าน 77 ครั้ง  
    Line Facebook Twitter

    ยุติธรรม- ดีอี – ดีเอสไอ แถลงคืบหน้าคดีสแกนม่านตา

    แลกเหรียญ Worldcoin หลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

               วันนี้ (วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569) เวลา 15.00 น พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวิทวัส สุคนธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบกระบวนการจัดทำ MOU กับกลุ่มทุนต่างชาติ ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และความคืบหน้าการสอบสวนคดีพิเศษ กรณี การสแกนม่านตาเพื่อแลกเหรียญ คริปโทเคอร์เรนซี จนมีประชาชนหลงเชื่อและถูกสแกนเก็บอัตลักษณ์ม่านตาซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวไปแล้ว กว่า 1.2 ล้านราย ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ห้องประชุม 204 ศูนย์ราชการอาคาร C

               กรณีกล่าวสืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ส่งเรื่อง กรณีการสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี สกุล Worldcoin มาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ เนื่องจากมีความเห็นจากคณะผู้เชี่ยวชาญฯ ระบุว่าข้อมูลม่านตาดังกล่าว เป็นข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอ่อนไหว ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ที่ถูกเก็บข้อมูลในการจัดเก็บข้อมูลนั้น ซึ่งทางการสืบสวนพบเพียงหลักฐานว่ากลุ่มประชาชนที่มาสแกนม่านตาส่วนใหญ่ถูกจูงใจจากการแจกเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี สกุล Worldcoin (WLD) โดยไม่เข้าใจหรือทราบว่าได้ให้ความยินยอม

                ในการจัดเก็บข้อมูลม่านตา เพียงแต่ทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในแอปพลิเคชันเท่านั้น ซึ่งเป็นไปได้ว่าการดำเนินการขอความยินยอมดังกล่าวอาจมีความคลุมเครือหรือถูกบิดเบือนทำให้ผู้สแกนม่านตาไม่สามารถเข้าใจได้ และทางการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษพบข้อเท็จจริงดังกล่าวรวมทั้งพบว่า ในส่วนของกลุ่มบริษัทที่นำเข้าโครงการสแกนม่านตามีความเชื่อมโยงกับการจัดทำ MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับกองทุน Prime Opportunity Fund VCC ในแง่ของตัวบุคคลและการลงทุน รวมถึงชื่อบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับโครงการ TIDC (Thailand International Digital Business & Finance Centre) ตามที่ถูกระบุไว้ใน MOUนอกจากนี้ จากการตรวจสอบการดำเนินการในโครงการสแกนม่านตายังตรวจพบความผิดปกติในการบริหารโครงการ และการแบ่งผลประโยชน์จากเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีที่ได้รับจากต่างประเทศ เบื้องต้นมีมูลเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้อนุมัติให้ทำการสอบสวนกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 148/2568 และขณะเดียวกัน กระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ได้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับการลงนามบันทึกความตกลงร่วมกัน หรือ MOU ระหว่างหน่วยงานของรัฐ และภาคเอกชนจากต่างประเทศ ซึ่งได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วพบว่ามีหลักฐานว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นไปตาม MOU และพบหลักฐานสำคัญอื่น อีกหลายประการ อันจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนคดีพิเศษ ในวันนี้ จึงมีการแถลงผลการดำเนินการร่วมกัน และส่งมอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานดังกล่าวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อประกอบการสืบสวนสอบสวน

                 ในประเด็นดังกล่าว หากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษพบความผิดอาญาอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะได้ทำการสอบสวนต่อไป รวมทั้งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในการดำเนินการ อันจะอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2560 กรมสอบสวนคดีพิเศษก็จะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฏหมายต่อไป เพื่อทำความจริงให้ปรากฏและเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและรักษาประโยชน์สาธารณะต่อไป

    ————————————-

    ลงวันที่ 30 มกราคม 2569


    ภาพจากแฟ้มข่าว


    ชาร์ทคดี


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dsi.go.th/th/Detail/0b160443124078a2095f912e2562132d&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08na832A59MG3c70iJOCCa