Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เปิดบทบาทมณฑลหูเป่ยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีนฉบับที่ 15  สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจยุคใหม่ของจีน

    เปิดบทบาทมณฑลหูเป่ยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีนฉบับที่ 15 สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจยุคใหม่ของจีน

    การเดินหน้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) กำลังสะท้อนทิศทางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจีนอย่างเป็นระบบ จากบทบาทฐานการผลิตเชิงปริมาณของโลก สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและอุตสาหกรรมขั้นสูง โดยรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการเติบโต การพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี และการเปิดประเทศเชิงสถาบัน ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความไม่แน่นอน โดยหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ถูกกำหนดบทบาทอย่างชัดเจน คือ มณฑลหูเป่ย ซึ่งถูกวางให้เป็นฐานอุตสาหกรรมหลักของภาคกลางจีน และเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างเศรษฐกิจภายในประเทศกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มณฑลหูเป่ยได้รับการผลักดันอย่างเข้มข้นภายใต้นโยบายอุตสาหกรรมใหม่ของจีน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงคุณภาพสูง การผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปี 2024 ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของมณฑลหูเป่ยมีรายได้กว่า 4.7 ล้านล้านหยวน และมีมูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมการผลิต 1.76 ล้านล้านหยวน ส่งผลให้อุตสาหกรรมมีสัดส่วนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของมณฑล เกือบร้อยละ 38 เมืองอู่ฮั่นทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและนวัตกรรมสำคัญ ขณะที่เมืองอุตสาหกรรมหลักอื่น ๆ เช่น เมืองเซียงหยาง เมืองอี๋ชาง และเมืองจิ่งเหมิน มีบทบาทเด่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเฉพาะด้าน ภายใต้การพัฒนา “51020” (กรอบแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมที่จีนใช้เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ) กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง ซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะ ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ เครื่องจักรอุตสาหกรรมขั้นสูง รวมถึงหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์รัฐบาลจีนมองว่าการยกระดับอุตสาหกรรมจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี มณฑลหูเป่ยจึงถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่บูรณาการระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภาคการผลิต โดยมีเมืองอู่ฮั่นเป็นศูนย์กลางวิจัยและนวัตกรรมระดับประเทศ การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิต ศูนย์ทดสอบเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และการเร่งถ่ายทอดผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ สะท้อนความพยายามของจีนในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งเครือข่าย 5G ศูนย์ข้อมูล และระบบประมวลผลขั้นสูง ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ที่มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพมากกว่าการขยายตัวเชิงปริมาณ
    ในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันทางการค้า รัฐบาลจีนย้ำว่า การเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจภายในประเทศควบคู่กับการเปิดประเทศอย่างมีแบบแผน คือแนวทางหลักในการรักษาเสถียรภาพและความสามารถในการแข่งขัน แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 จึงไม่ใช่การปิดประเทศ หากแต่เป็นการยกระดับกติกาการค้า การลงทุน และการบริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมณฑลหูเป่ยถูกวางบทบาทเป็นหนึ่งในพื้นที่รองรับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจดังกล่าว
    สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีนและการยกระดับบทบาทของมณฑลหูเป่ย เปิดทั้งโอกาสและความท้าทาย ภาคการผลิตขั้นสูงของมณฑลหูเป่ยต้องการวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรแปรรูป วัสดุอุตสาหกรรม อาหารฟังก์ชัน วัตถุดิบชีวภาพ และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีนวัตกรรม มีศักยภาพในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของจีน นอกจากนี้ การขยายตัวของอุตสาหกรรมดิจิทัล การแพทย์ขั้นสูง และยานยนต์อัจฉริยะในมณฑลหูเป่ย ยังเปิดช่องให้ผู้ประกอบการไทยด้านโลจิสติกส์ การบริการ การออกแบบ และการวิจัยร่วม เข้าไปสร้างความร่วมมือเชิงลึกมากกว่าการค้าขายแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ดี การแข่งขันในตลาดจีนจะเข้มข้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สินค้าและบริการจากไทยจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐาน เทคโนโลยี และการสร้างแบรนด์ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจจีนยุคใหม่ต่อไป

    ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
    แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ของจีน มิใช่เพียงกรอบนโยบายภายในประเทศ แต่เป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างของการปรับบทบาทจีนในระบบเศรษฐกิจโลก และมณฑลหูเป่ยกำลังถูกยกระดับเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ดังกล่าว สำหรับไทย การติดตามและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างลึกซึ้ง จะเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์การค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนในทศวรรษหน้า
    นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรปรับบทบาทจากผู้ส่งออกสินค้าไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าของจีน โดยมุ่งอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 เช่น เทคโนโลยีสีเขียว สุขภาพ และโลจิสติกส์สมัยใหม่ การยกระดับมาตรฐานสินค้า สิ่งแวดล้อม และดิจิทัล รวมถึงการวางยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ในมณฑลศูนย์กลางใหม่อย่างมณฑลหูเป่ย จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีน ขณะเดียวกัน ควรสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับพันธมิตรจีนและเสริมศักยภาพด้านการวิเคราะห์นโยบาย เพื่อกำหนดกลยุทธ์การค้าและการลงทุนอย่างยั่งยืน
     

    ………………………………………………….

    แหล่งข้อมูล
    https://mp.weixin.qq.com/s/EwgA0aTh2VPHDy0OJvj5OQ?scene=1&click_id=1

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/khw93zxo8akc83br2hd1uj6v&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FM18jxKOS8I0UM6MbO25n

  • พรรคไทยก้าวใหม่ ชูนโยบานการศึกษา อาสาพาประเทศกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน

    พรรคไทยก้าวใหม่ ชูนโยบานการศึกษา อาสาพาประเทศกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน

    พรรคไทยก้าวใหม่ ชูนโยบานการศึกษา อาสาพาประเทศกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน

    พรรคไทยก้าวใหม่ ชูนโยบานการศึกษา อาสาพาประเทศกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน

    6 ก.พ. 2569 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ นำทัพผู้สมัคร พรรคไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พร้อมชูการศึกษาแก้จน-แก้น้ำท่วมซ้ำซาก-คนไทยต้องไม่ตายฟรี  วอนเลือกคนทำงานจริงเปลี่ยนอนาคตไทย 

    ดร.เอ้ ยืนยัน พรรคไทยก้าวใหม่ทำการเมืองสร้างสรรค์ ก่อนหน้านี้ประเทศไทยกำลังจะเป็น “เสือตัวที่ห้า” ของเอเชีย แต่เวลาผ่านไปหลายสิบปี วันนี้เราอาจเป็นได้แค่ “หัวหน้าเต่า” ของประเทศที่อยู่ข้างๆ กันในอาเซียน นักการเมืองยังคงสาดโคลนใส่กันไปมา ต่างประเทศมองประเทศไทยว่ากลายเป็น “คนป่วยของเอเชีย” ด้วยภาระหนี้สิน สัดส่วนผู้สูงอายุที่มีมากกว่าอัตราการเกิดของเด็กยุคใหม่ สื่อระดับโลกมองว่าเป็นเพราะบ้านเราไม่เคยเปลี่ยนโครงสร้างทั้งการพัฒนาคนและการศึกษา นั่นคือเหตุผลที่ประเทศไทยต้องมีพรรคไทยก้าวใหม่
     

    พรรคไทยก้าวใหม่ ชูนโยบานการศึกษา อาสาพาประเทศกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน

    เราตั้งใจจะเป็นพรรคที่ยึดถืออุดมการณ์ความรู้และความกล้าหาญ เราจะทำการเมืองสร้างสรรค์ จะไม่ชี้นิ้วไปว่าใคร จะไม่ดูถูกใคร และจะไม่ทำการเมืองแบบใส่ร้ายป้ายสี จะไม่มีการซื้อเสียง ซึ่งตนเข้าใจดีว่าคนไทยเบื่อการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ พลังอำนาจอยู่ในมือของประชาชน ในวันที่ 8 กพ. 69 อยากเชิญชวนทุกคนไปใช้เสียงของตนเองให้เต็มที่ ประเทศไทยจะก้าวใหม่ไปได้ ด้วยคนที่มีความเป็นมืออาชีพเท่านั้น

    “ท่านเบื่อไหมครับที่นักการเมืองสาดโคลนกันไปมา เราทำการเมืองบริสุทธิ์ เราเกลียดการทุจริตคอร์รัปชั่น เบื่อหรือไม่ที่จัดสรรโคว้ต้าที่มีแต่บ้านใหญ่ นายทุนพรรค กลัดกระดุมเม็ดแรกก็ผิดแรก ดังนั้นต้องได้คนมีความรู้ คนมืออาชีพเข้ามาทำงาน มาดูแลลูกหลานของท่าน การศึกษาคือยาแก้จน ยกระดับปากท้อง–เศรษฐกิจ อาสาดูแลการศึกษาไทย พาประเทศกลับมายืนหนึ่งอาเซียน” ดร.เอ้ สุชัชวีร์กล่าว 
     

    ด้าน ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เล่าย้อนให้ฟังว่า ที่เติบโตมาจากครอบครัวในต่างจังหวัดภาคอีสาน แต่สามารถเข้าถึงการศึกษาจนมีโอกาสทำงานในระดับประเทศ และอาจมีเด็กไทยอีกจำนวนมากที่สามารถเติบโตขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีได้หากได้รับโอกาสที่เท่าเทียม เพราะมนุษย์ไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่สามารถเลือกที่จะเป็นได้ผ่านการศึกษา ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนชีวิต และศึกษาเป็นพื้นฐานของปากท้อง หากไม่ได้รับการศึกษาก็จะไม่มีงานที่ดี ไม่มีรายได้ที่มั่นคง พร้อมย้ำว่านโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่ จะสนับสนุนการด้านการศึกษาให้กับคนทุกชนชั้น ขอให้พรรคไทยก้าวใหม่ได้เข้าไปเปลี่ยนประเทศเรื่องการศึกษาให้เป็นที่ 1 ของอาเซียน และเพิ่มศักยภาพในการสร้างทุนมนุษย์ เพื่อให้รากฐานที่มั่นคงกับประเทศชาติ

    เชิญชวนประชาชนให้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้เลือกพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 เพื่อร่วมกันหยุดระบบการศึกษาที่สร้างหนี้ และเริ่มสร้างอนาคตประเทศบนรากฐานของ “คนคุณภาพ”

    พรรคไทยก้าวใหม่ ชูนโยบานการศึกษา อาสาพาประเทศกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/613169&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uRt4USLnhbtEaETzaUX4l

  • ศธจ.พังงา เดินหน้าปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่ จัดเวิร์กช็อประดมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนการบริหารแบบบูรณาการสู่ความยั่งยืน

    ศธจ.พังงา เดินหน้าปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่ จัดเวิร์กช็อประดมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนการบริหารแบบบูรณาการสู่ความยั่งยืน

    ภูมิภาค

    ศธจ.พังงา เดินหน้าปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่ จัดเวิร์กช็อประดมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนการบริหารแบบบูรณาการสู่ความยั่งยืน

    วันศุกร์ ที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.56 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพังงา จัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนข้อเสนอการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการด้านการศึกษา จังหวัดพังงา ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลพังงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา โดยได้รับเกียรติจากนายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม

    การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ นางพัทธนันท์  นิลพัฒน์ ศึกษาธิการจังหวัดพังงา กล่าวว่า ได้จัดขึ้นตามนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดออกแบบโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ เพื่อยกระดับความร่วมมือและสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการบูรณาการภารกิจด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพังงาเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างกลไกขับเคลื่อนการศึกษาระดับพื้นที่ จึงกำหนดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดทำข้อเสนอการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาสู่การปฏิบัติในระดับจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 

    การประชุมครั้งนี้ มีคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และผู้รับผิดชอบด้านนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมจำนวน 45 คน โดยได้รับเกียรติจาก นางอุบลรัตน์ วงค์สุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร นายธรธร การวิจิตร์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ และนางสาวกัญญาภัค ตาลรัตน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างเข้มข้น

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/465231&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ivq-mccs5NJgeSt_51YtV

  • กรมอนามัย ชวน “ฟิตเนส” ทั่วประเทศ อัพเกรด มาตรฐานความปลอดภัย หนุนคนไทยมีกิจกรรมทางกาย ลดเสี่ยง NCDs – อนามัยมีเดีย

    กรมอนามัย ชวน “ฟิตเนส” ทั่วประเทศ อัพเกรด มาตรฐานความปลอดภัย หนุนคนไทยมีกิจกรรมทางกาย ลดเสี่ยง NCDs – อนามัยมีเดีย

    กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชวนสถานประกอบการฟิตเนสทั่วประเทศ อัพเกรดมาตรฐานฟิตเนส   ปลอดภัย 5 ด้าน ส่งเสริมคนไทยออกกำลังกาย หรือมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ ลดเสี่ยงโรค NCDs เสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ ป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง        

               แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนทั่วโลก โดยมีสาเหตุมาจากการนอนดึก การกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และขาดการออกกำลังกาย ซึ่งปัจจัยที่จะช่วยลดการเกิดโรค NCDs ได้ คือ การลดอาหารหวานมัน เค็ม ควบคู่กับการออกกำลังกาย ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ แต่สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือง หรือในช่วงที่สถานการณ์สภาพแวดล้อมมีค่าฝุ่นสูง กรมอนามัยจึงแนะนำให้ออกกำลังกายที่บ้าน หรือ สามารถเลือกใช้บริการฟิตเนสแทนได้ เช่น วิ่งบนลู่วิ่ง ปั่นจักรยาน ยกเวท คลาสออกกำลัง ก็จะช่วยให้มีสุขภาพดี เผาผลาญพลังงาน ควบคุมน้ำหนัก ลดระดับน้ำตาล และความดันโลหิต เสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของหัวใจ ช่วยป้องกันโรค NCDs

              นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยส่งเสริมการออกกำลังกาย ซึ่งฟิตเนสเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงที่มีค่าฝุ่นPM 2.5 สูง กรมอนามัยจึงขอเชิญชวนฟิตเนสทั่วประเทศ พัฒนาความปลอดภัย 5 ด้าน ดังนี้ 1) อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม อาคารมั่นคง แข็งแรง และได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร พื้นผิวต้องเรียบ สะอาด ไม่ลื่น และสามารถรองรับแรงกระแทกได้ พื้นที่กิจกรรมกลุ่มต้องไม่น้อยกว่า 4 ตร.ม.ต่อคน จัดวางอุปกรณ์ต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 60 ซม. ระบบระบายอากาศดี อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศควรอยู่ที่ 20-25°C แสงสว่างเพียงพอไม่ต่ำกว่า 200 ลักซ์ มีป้ายทางหนีไฟ ห้ามสูบบุหรี่ ห้องน้ำ-อาบน้ำสะอาดเพียงพอ 2) อุปกรณ์ออกกำลังกาย มีครบทั้ง 3 ประเภท ประเภทระบบหายใจและไหลเวียนโลหิต (Cardio) ประเภทสร้างเสริมกล้ามเนื้อ (Strength) และพื้นที่สำหรับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Flexibility) มีเครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดความดัน อุปกรณ์ไฟฟ้าต้องมีสายดิน ตรวจเช็คความแข็งแรง ทำความสะอาดทุกวัน 3) การให้บริการคัดกรองสุขภาพ มีการตรวจคัดกรองเบื้องต้น เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ประเมิน BMI และประเมินสมรรถภาพทางกายก่อนเริ่มให้บริการครั้งแรก แนะนำโปรแกรมเหมาะสมให้สมาชิก4) ด้านบุคลากร (เทรนเนอร์) ต้องจบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรองโดยกรมอนามัย หรือหลักสูตรที่สอดคล้องกับกรมอนามัยหรือเทียบเท่า มีจำนวนที่เหมาะสมเพียงพอ 1 คน ต่อผู้รับบริการไม่เกิน 20 คน หรือมีผู้ให้บริการ 1 คนต่ออุปกรณ์ออกกำลังกายทุกชนิดไม่เกิน 20 เครื่อง 5) ด้านความปลอดภัยและมาตรการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน มีแผนเตรียมความพร้อมสำหรับการช่วยชีวิต อัคคีภัย อพยพ ซ้อมแผนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จัดให้มีชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่พร้อมใช้งานมีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ซึ่งต้องได้รับการตรวจเช็คทุก 3 เดือน มีจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมทุก 1-2 ชั่วโมง เป็นต้น

                  นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การมีกิจกรรมทางกายของประชาชนยังไม่เพียงพอ และมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตจากโรค NCDs เพิ่มขึ้น 6-10% และเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นมวลกล้ามเนื้อจะลดลง 8-10%   กรมอนามัยแนะนำให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ และฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ฟิตเนสเป็นหนึ่งในสถานที่ออกกำลังกายที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก มาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่ได้มาตรฐานปลอดภัยเพื่อสุภาพที่ยั่งยืนต่อไป ได้ที่เว็บไซต์ กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย https://dopah.anamai.moph.go.th/th/e-book/5582#wow-book/                                                      

      ***                          

    กรมอนามัย / 6 กุมภาพันธ์  2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/fitness/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1g3Zm0CHV2_TOy-wsFTP8J

  • เริ่มแล้ว! เทศกาลงานบอลลูนระนอง จัดเต็มความสนุก 5 วัน 5 คืน | เดลินิวส์

    เริ่มแล้ว! เทศกาลงานบอลลูนระนอง จัดเต็มความสนุก 5 วัน 5 คืน | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 18:00 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่ภูเขาหญ้า ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี กิจกรรม : เทศกาลงานบอลลูนจังหวัดระนอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ระหว่างวันที่ 6 – 10 ก.พ. จัดขึ้นโดยความร่วมมือของจังหวัดระนอง  สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระนองร่วมกับทุกภาคส่วน มีน.ส.คณาธิป  สุขเจริญ นายวิธรัช รามัญ รองผวจ.ระนอง  นางรมิดา  เรียงเงิน รามัญ รองนายกฯเหล่ากาชาดจังหวัดระนอง น.ส.ปาริชาติ ชูดำ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระนอง หัวหน้าส่วนราชการและนักท่องเที่ยว ประขาชน เข้าร่วมจำนวนมาก

    น.ส.ปาริชาติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ดำเนินโครงการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี  เพื่อส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยว จ.ระนอง กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาศักยภาพการนำเสนอความต้องการ การท่องเที่ยวที่มีความแปลกใหม่ สามารถสร้างความสนใจต่อนักท่องเที่ยว ในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ และก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับจังหวัด

    นายราชัน กล่าวว่า เทศกาลงานบอลลูนจังหวัดระนอง 2569 ดำเนินการจัดเข้าปีที่ 4 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในจ.ระนอง สามารถสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการด้านต่างๆ ทั้งด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร รวมถึงร้านขายของที่ระลึก ที่จะให้ชาวระนองและนักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนมาสร้างความสุขที่จ.ระนองแห่งนี้ 

    โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก  มีกิจกรรมหลัก ประกอบด้วย คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง 5 วัน 5 คืน , การจัดแสดงโชว์บอลลูน , กิจกรรมไลค์ & แชร์ ชิง Gift Vouchers ลุ้นที่พักและบัตรรับประทานอาหารในจ.ระนอง รวมถึง Gift Vouchers ช้อปสินค้าภายในงาน มูลค่ากว่า 10,000 บาท, กิจกรรมถ่ายรูป Balloon Wonderland Photo Spot แจกของที่ระลึก   และ จุดถ่ายภาพ รวมถึง Photo Booth

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5576465/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sWMfPEzmN7qa2pOa8VPm0

  • NT ขับเคลื่อน Single Network หนุนเทศบาลฯเกาะเต่าจัดระเบียบสายสื่อสารใต้ดิน  

    NT ขับเคลื่อน Single Network หนุนเทศบาลฯเกาะเต่าจัดระเบียบสายสื่อสารใต้ดิน  

    ไอที

    NT ขับเคลื่อน Single Network หนุนเทศบาลฯเกาะเต่าจัดระเบียบสายสื่อสารใต้ดิน  

    วันศุกร์ ที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.10 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT ขับเคลื่อน Single Network หนุนเทศบาลฯเกาะเต่าจัดระเบียบสายสื่อสารใต้ดิน  
    ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสู่เมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะ Smart Island    

     
    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT จัดงานลงนามบันทึกความร่วมมือ  “โครงการจัดระเบียบสายสื่อสารและพัฒนาระบบโครงข่าย Single Network Sharing พร้อมระบบท่อร้อยสายใต้ดินในพื้นที่เกาะเต่า” ระหว่าง นายศุภกิจ ยอดแก้ว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ NT กลุ่มขายและปฏิบัติการลูกค้าภาคใต้ และ นายอภิชาต มีเพียร นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า โดยมี พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT เป็นประธานในพิธีฯ และ นายนพดล พริ้งสกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษากฎหมายด้านการสื่อสาร การโทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นเกียรติในงาน ณ ห้องประชุมอาคาร 3 สำนักงาน NT แจ้งวัฒนะ  

    ความร่วมมือโครงการฯ ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงระบบสายสื่อสารในพื้นที่เกาะเต่าให้มีความเป็นระเบียบ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ  โดย NT ดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสาร ร่วมกับการจัดสร้างระบบท่อร้อยสายใต้ดินในพื้นที่เกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี  เพื่อลดการใช้สายพาดบนเสาปรับภูมิทัศน์เมืองให้สวยงาม ครอบคลุมทั่วพื้นที่เกาะ    

    นายอภิชาต มีเพียร นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า กล่าวว่า แนวทางพัฒนาเมืองของเกาะเต่ามุ่งเน้นการจัดระเบียบผังเมือง เพื่อสร้างให้เกาะเต่าการเป็นเมืองน่าอยู่และมีความปลอดภัย   โครงการจัดระเบียบสายสื่อสารของเทศบาลฯเกาะเต่า ร่วมกับ NT ครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่เกาะและลดอุบัติเหตุจากโครงสร้างสายสื่อสารเดิมด้วยการย้ายสายสื่อสารจากเสาไฟฟ้าลงสู่ท่อใต้ดินซึ่งจะดำเนินการให้กระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด   ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อรองรับแผนพัฒนาพื้นที่เกาะสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart Island) ด้วยเทคโนโลยีการบริหารจัดการเมืองที่ทันสมัย ทั้งด้านการจราจร การจัดการพลังงาน การรักษาความปลอดภัย การให้บริการสาธารณะสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลให้เกาะเต่าเป็นต้นแบบของเมืองอัจฉริยะในระดับท้องถิ่น  
     
    พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT กล่าวว่า ความร่วมมือโครงการฯ ระยะแรกคือการจัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดินเป็นการเพิ่มเสถียรภาพและป้องกันโครงข่ายจากอุบัติเหตุและภัยธรรมชาติ ซึ่งจะดำเนินกาควบคู่กับการพัฒนาระบบโครงข่าย Single Network Sharing โดยเปิดให้ผู้ให้บริการทุกรายร่วมกันใช้โครงข่ายกลาง ในการพัฒนาบริการที่มีประสิทธิภาพให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว และธุรกิจในเกาะเต่า  ด้วยศักยภาพโครงข่ายที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี 5G และ IoT รองรับการพัฒนาบริการอัจฉริยะ Smart City Solutions เช่น  BCG (Bio-Circular Green Energy), Drone, Smart access,  และ Smart Security  โครงการฯ ดังกล่าวจึงนับเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและดิจิทัลที่ครบวงจรในพื้นที่เกาะเต่าให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย   โดยในอนาคตเกาะเต่าสามารถพัฒนาสภาพแวดล้อมบนเกาะ ที่รองรับสไตล์ของชาวต่างชาติที่มาใช้ชีวิตทำงานในไทยหรือ Expat ด้วยรูปแบบบริการใหม่ๆ  การพัฒนาพลังงานสะอาด ฯลฯ ซึ่งจะเพิ่มคุณค่าในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากลและเป็นต้นแบบให้กับเกาะอื่น ๆ ได้อย่างยั่งยืน    
     
    ทั้งนี้ โครงการจัดระเบียบสายสื่อสารบนพื้นที่เกาะเต่า เป็นอีกหนึ่งความคืบหน้าการขับเคลื่อนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วม (Single Network Sharing)  ซึ่ง NT มุ่งผลักดันในฐานะเป็นหน่วยงานกลางด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม (Neutral Operator) เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานของ NT โดยเฉพาะท่อร้อยสายใต้ดินที่มีอยู่ได้รองรับการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันของกลุ่มผู้ประกอบการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและบริการดิจิทัล ซึ่งลดการลงทุนซ้ำซ้อนของผู้ประกอบการ และใช้ทรัพยากรของรัฐที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  

    นายนพดล พริ้งสกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษากฎหมายด้านการสื่อสาร การโทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า โครงการความร่วมมือของ NT และเทศบาลฯเกาะเต่า นับเป็นความร่วมมือที่หน่วยงานรัฐทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นได้ผนึกกำลังขับเคลื่อนจัดระเบียบสายสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของนโยบายภาครัฐ  ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยท่อร้อยสายใต้ดิน ปรับภูมิทัศน์เมืองและสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว  รวมถึงการบูรณาการ Single Network Sharing ซึ่งสามารถผลักดันได้สำเร็จด้วยศักยภาพการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายกลางอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมของหน่วยงานโทรคมนาคมภาครัฐ โดยเชื่อมั่นว่าโอเปอเรเตอร์ทุกรายจะร่วมใช้โครงข่ายกลางเพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง  ลดจำนวนสายสื่อสารเพื่อรับผิดชอบต่อการสร้างทัศนียภาพที่สวยงามให้กับบ้านเมือง ซึ่งจะเป็นแนวทางการแก้ปัญหาสายสื่อสารร่วมกันอย่างยั่งยืน  

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/465235&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qZsosd9Bcga4MUnv7A0hX

  • “เอ๋ สุชัชวีร์” ประกาศทุ่มสุดตัว ขายนโยบายด้านการศึกษา-ไม่ซื้อเสียง

    “เอ๋ สุชัชวีร์” ประกาศทุ่มสุดตัว ขายนโยบายด้านการศึกษา-ไม่ซื้อเสียง

    พรรคไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย “คุณหญิงกัลยา” ยันเด็กไทยต้องได้เรียนฟรี ด้าน “เอ๋ สุชัชวีร์” ประกาศทุ่มสุดตัว นโยบายธนู 4 ดอก ขอทำการเมืองแบบไม่ใส่ร้ายป้ายสี และจะไม่มีการซื้อเสียง

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ลานแอโรบิก สวนจตุจักร กทม. โดยในวันนี้เป็นการปราศรัยใหญ่ของพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งวันนี้นอกจากเป็นการรวมตัวผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อทั้ง 60 คนของพรรคแล้ว ยังเป็นการรวมตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่จะร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยทางพรรคบอกว่า บุคคลทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ “ทำเป็น คิดเป็น และรับผิดชอบเป็น”

    การปราศรัยครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในเวลา 17.50 น. นายชยพงศ์ สายฟ้า ในฐานะรองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า การศึกษาเป็นรากฐานในการพัฒนาคน พัฒนาประเทศ จะพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นมืออาชีพ เพราะในปัจจุบันการศึกษาวิกฤตมาก เด็กหลายคนหลุดจากวงจรการศึกษาเพราะฐานะยากจน พรรคไทยก้าวใหม่จะปรับปรุงและพัฒนาด้านนี้ให้เป็นรูปธรรม เพราะเราคือตัวจริงเรื่องการศึกษา

    นโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่ คือ ธนู 4 ดอก เรามุ่งมั่นให้เด็กๆ ได้เรียนฟรี ปลดหนี้ กยศ. ซึ่งไม่เป็นธรรม เพื่อลดภาระและให้ประชาชนมีแรงต่อสู้ในเรื่องอื่นๆ รวมถึงการลดภาระครู คืนครูให้แก่นักเรียน ลดงานด้านธุรการและงานอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการศึกษา ซึ่งมืออาชีพด้านการศึกษา อยู่ที่พรรคไทยก้าวใหม่

    จากนั้น ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และสมาชิกพรรคไทยก้าวใหม่ ผลัดกันตบเท้าขึ้นปราศรัยชูนโยบายของพรรคกันอย่างคับคั่ง ก่อนที่ในเวลา 18.20 น. ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพณิชย์ รวมถึง ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และผู้เกี่ยวข้อง เดินทางมาถึงบริเวณปราศรัยของทางพรรค ซึ่งได้รับการต้อนรับจากแฟนคลับที่มารอฟังปราศรัยอย่างอบอุ่น

    และในเวลา 18.40 น. ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพณิชย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและประธานพรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัย ขอบคุณประชาชนทุกคนที่มาให้กำลังใจ ก่อนกล่าวถึงประเด็นปัญหาเรื่องการศึกษาของไทยซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งพรรคไทยก้าวใหม่จะพัฒนาเรื่องนี้อย่างแข็งขัน และจะพัฒนาระบบให้เด็กรุ่นต่อๆ ไป ได้เรียนฟรี เพราะการศึกษาจะนำพาทุกคนไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้

    พรรคไทยก้าวใหม่ จะเพิ่มเติมทักษะด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่อง AI ให้กับข้าราชการและทุกหน่วยงาน รวมถึงผลักดันคนตกงานให้มีงานทำตรงตามความต้องการของตลาด ทั้งแบบ online และ offline พรรคไทยก้าวใหม่จะลงทุนกับคนไทยเพื่อเพิ่มความรู้ให้สามารถแข่งขันกับทั่วโลกและนำรายได้กลับสู่ประเทศไทยต่อไป

    จากนั้น ผู้สมัคร สส. ของพรรค ต่างผลัดกันขึ้นปราศรัยชูนโยบายต่างๆ ของพรรค ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และคุณภาพชีวิตคนไทยในปัจจุบัน ก่อนที่ในเวลา 19.40 น. ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อีกหนึ่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยก้าวใหม่และในฐานะหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ จะขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนที่มาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

    ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจในการปราศรัยใหญ่วันนี้ทั้งในลานแอโรบิกและทางออนไลน์ ก่อนจะกล่าวถึงจุดประสงค์ของการตั้งพรรคไทยก้าวใหม่ คือต้องการให้คนไทยก้าวไปด้วยกัน นโยบายของไทยก้าวใหม่ ทำได้จริง ไม่เพ้อฝัน ก่อนพูดถึงเรื่องพลังงานจากโซลาร์เซลล์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย “ค่าไฟไทยต้องไม่เกินหน่วยละ 3 บาท”

    ตนเองเชื่อว่าโลกนี้ไม่มีความบังเอิญ ทุกอย่างถูกลิขิตไว้แล้ว ที่พรรคไทยก้าวใหม่เลือกสวนจตุจักรเป็นสถานที่จัดปราศรัย เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่มหามงคลที่สร้างขึ้นในโอกาสครบ 4 รอบ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 (จตุ แปลว่า สี่, จักร แปลว่า รอบ) เช่นเดียวกับหมายเลขของพรรคที่เหมือนถูกลิขิตไว้แล้ว ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนเพื่อกลับมายืนหนึ่งในอาเซียนให้ได้อีกครั้ง

    วันนี้อยากพูดถึงเรื่องการเดิมพัน ซึ่งไม่ใช่การพนัน แต่เป็นการ “ทุ่มสุดตัว” เดิมพันด้วยความเชื่อ เจตนารมณ์ของการตั้งพรรคไทยก้าวใหม่ คืออยากชูเรื่องการศึกษา พร้อมนโยบาย “ธนู 4 ดอก”

    ดอกที่ 1 สร้างคนใหม่ พลิกโฉมการศึกษา

    ดอกที่ 2 สร้างเศรษฐกิจก้าวใหม่ คนไทยต้องมาก่อน

    ดอกที่ 3 สร้างคุณภาพชีวิตใหม่ คนไทยต้องสุขภาพดี หยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น คนไทยต้องไม่ตายฟรี คนผิดต้องไม่ลอยนวล

    ดอกที่ 4 คนดีต้องมีที่ยืน ปราบทุจริต ทุนเทา สแกมเมอร์ ด้วย AI

    ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยกำลังจะเป็น “เสือตัวที่ห้า” ของเอเชีย แต่เวลาผ่านไปหลายสิบปี วันนี้เราอาจเป็นได้แค่ “หัวหน้าเต่า” ของประเทศที่อยู่ข้างๆ กันในอาเซียน นักการเมืองยังคงสาดโคลนใส่กันไปมา ต่างประเทศมองประเทศไทยว่ากลายเป็น “คนป่วยของเอเชีย” ด้วยภาระหนี้สิน สัดส่วนผู้สูงอายุที่มีมากกว่าอัตราการเกิดของเด็กยุคใหม่ สื่อระดับโลกมองว่าเป็นเพราะบ้านเราไม่เคยเปลี่ยนโครงสร้างทั้งการพัฒนาคนและการศึกษา นั่นคือเหตุผลที่ประเทศไทยต้องมี “พรรคไทยก้าวใหม่”

    เราตั้งใจจะเป็นพรรคที่ยึดถืออุดมการณ์ความรู้และความกล้าหาญ เราจะทำการเมืองสร้างสรรค์ จะไม่ชี้นิ้วไปว่าใคร จะไม่ดูถูกใคร และจะไม่ทำการเมืองแบบใส่ร้ายป้ายสี จะไม่มีการซื้อเสียง ซึ่งตนเข้าใจดีว่าคนไทยเบื่อการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ พลังอำนาจอยู่ในมือของประชาชน ในวันที่ 8 กพ. 69 อยากเชิญชวนทุกคนไปใช้เสียงของตนเองให้เต็มที่ ประเทศไทยจะ “ก้าวใหม่” ไปได้ ด้วยคนที่มีความเป็นมืออาชีพเท่านั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2912629&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0U6JwhWnN03QXra3jmrbmO

  • ‘พริษฐ์’ เปิด 5 ไอเทมสะท้อนวิกฤตการศึกษาไทย จี้เลิกการเมืองแบบเดิม

    ‘พริษฐ์’ เปิด 5 ไอเทมสะท้อนวิกฤตการศึกษาไทย จี้เลิกการเมืองแบบเดิม

    ‘พริษฐ์’ เปิด 5 ไอเทมสะท้อนวิกฤตการศึกษาไทย จี้เลิกการเมืองแบบเดิม “คืนครูให้ห้องเรียน” ปลุกกาพรรคประชาชน 8 ก.พ. นี้

    พริษฐ์เผยความเจ็บปวดระบบการศึกษาที่ตำราอธิบายไม่ได้ แฉภาระหนักที่เด็กและครูต้องแบกรับ พร้อมชูนโยบายคืนอนาคตและสวัสดิการคุณภาพ มั่นใจเปลี่ยนประเทศได้จริงหากได้รับโอกาสสร้างรัฐบาลประชาชน

    6 ก.พ. 2569 ณ อาคารกีฬาเวสน์ พรรคประชาชนจัดปราศรัยโค้งสุดท้าย โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้ขึ้นปราศรัยถึงปัญหาการศึกษาไทยที่มองว่ากำลังเข้าขั้นวิกฤต ซึ่งเป็นความเจ็บปวดที่พบเจอจากการลงพื้นที่ตลอด 2 เดือน โดยระบุว่าการเมืองแบบเดิมไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพราะมุ่งเน้นผลประโยชน์ระยะสั้นและการใช้งบประมาณที่ไม่เกิดประสิทธิภาพ

    นายพริษฐ์ได้นำ 5 ไอเทมที่คาดว่าจะพบในกระเป๋านักเรียน มาจัดแสดงบนเวทีเพื่อสะท้อนปัญหาที่นักเรียนและครูต้องแบกรับ ประกอบด้วย:

     1.หนังสือเรียน: สื่อถึงความล้าหลังของเนื้อหาที่ไม่ถูกปรับปรุงมานาน

     2. ผ้าป่าและพัดลม: สะท้อนงบประมาณที่ไม่เพียงพอ จนโรงเรียนต้องเรียกเก็บเงินเพิ่มหรือระดมทุนเอง

     3. กล่องอาหารและกระติกน้ำ: สะท้อนปัญหาเด็กขาดแคลนอาหารมื้อหลักและน้ำสะอาดในพื้นที่ห่างไกล

     4. เอกสารธุรการครู: ชี้ให้เห็นภาระงานนอกเหนือการสอนที่กัดกินเวลาและชีวิตครู

     5.หมอนและผ้าห่ม: สื่อถึงความเหนื่อยล้าของนักเรียนจากการเรียนหนักแต่ไม่ได้สิ่งที่นำไปใช้จริง

    นายพริษฐ์กล่าวว่า สิ่งที่เด็กไทยแบกหนักที่สุดคือ “ความคาดหวังของประเทศ” ที่ไม่มีระบบสนับสนุนรองรับ พรรคประชาชนจึงเสนอแนวทางแก้ไข อาทิ การเรียนฟรี 100% จริง การคืนครูสู่ห้องเรียนด้วยการตัดงานธุรการ การให้ครูประเมิน ผอ. ได้ และการมอบคูปองเปิดโลกเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน

     “เราไม่ต้องการชนะแค่มีอำนาจ แต่เพื่อนำอำนาจที่ประชาชนมอบให้ใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ หากประเทศไทยจะเปลี่ยน การศึกษาก็ต้องเปลี่ยน” นายพริษฐ์ ระบุ

    ในช่วงท้าย นายพริษฐ์ได้รณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้ เพื่อร่วมสร้างรัฐบาลประชาชนที่จะทำให้โรงเรียนรัฐมีคุณภาพจนทุกคนไว้วางใจส่งลูกหลานเข้าเรียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/737657&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KVKkWxJ6rAmmPq6PZvCO0

  • ‘พริษฐ์’ ชูปฏิรูปการศึกษา ปลุกกาส้มหักปากกาเซียน ตั้งรัฐบาล ปชน.

    ‘พริษฐ์’ ชูปฏิรูปการศึกษา ปลุกกาส้มหักปากกาเซียน ตั้งรัฐบาล ปชน.

    ‘พริษฐ์’ ชูนโยบายปฏิรูปการศึกษา คืนครูให้นักเรียน ปลุกกา ปชน. 2 ใบ หักปากกาเซียน ตั้งรัฐบาลประชาชน กาเห็นชอบประชามติรัฐธรรมนูญ เปิดประตูสู่อนาคตไปด้วยกัน

    เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคประชาชน (ปชน.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย โดยชูแคมเปญ “เปลี่ยน” ขนขุนพลขึ้นเวทีคับคั่ง โดยจะปิดท้ายด้วย 3 แคนดิเดตนายกฯของพรรค ได้แก่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และปิดท้ายด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ท่ามกลางแฟนคลับด้อมส้มจำนวนมากเข้ามาจับจองที่นั่งฟังปราศรัยตั้งแต่ช่วง 14.00 น.เป็นต้นมา

    โดยเมื่อ 16.40 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน. กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งถึงการเข้าไปแก้ไขปัญหาทางการศึกษา คืนครูให้กับนักเรียน พัฒนาหลักสูตรทางการศึกษา รวมถึงช่วยเหลือด้านอาหารกลางวัน และสุขภาพจิตของเด็กนักเรียน ทั้งนี้อะไรคือสิ่งที่นักเรียนต้องแบกหนักที่สุด ในมุมมองของตนคือความคาดหวัง ประเทศเราคาดหวังทุกอย่างจากเด็ก และเยาวชน แต่ไม่มีระบบให้เขาเดินตามความฝันได้ สังคมเราคาดหวังให้เด็กต้องเรียนหนัก จบมามีงานทำ แต่เรามีระบบการศึกษาที่ไม่ได้สอนในสิ่งที่เขาใช้ได้ สังคมคาดหวังให้เด็กไปโรงเรียนทุกวัน ตั้งใจเรียน แต่บีบผู้ปกครองกู้หนี้ยืมสินเพื่อส่งลูกไปเรียนที่ดี ๆ สังคมส่งเสริมให้เด็กกล้าคิด กล้าตั้งคำถาม แต่เราไม่รับฟังความเห็นเขา ไม่ปล่อยให้เขาเป็นตัวของตัวเอง

    นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดทางการเมืองของตนคืออะไร คำตอบเรียบง่ายมาก ตนมีความฝันอยากเห็นประเทศนี้ เป็นประเทศที่คนนั้นตื่นเต้นกับการไปเลือกตั้ง ยินดีที่จะจ่ายภาษี และสะดวกใจกับการส่งลูกไปเรียนโรงเรียนรัฐ เพราะถ้าคนในประเทศตื่นเต้นกับการไปเลือกตั้ง แสดงว่าเรามีระบบการเมือง ที่ทำให้เสียงของประชาชนเปลี่ยนแปลงประเทศได้ ถ้าคนในประเทศเรายินดีกับการจ่ายภาษี แสดงว่าเรามีรัฐบาลใช้จ่ายเงินของพวกเขาคุ้มค่า โปร่งใส ตรงจุด และถ้าคนประเทศเราสะดวกใจส่งลูกเรียนโรงเรียนรัฐ แสดงว่ามีบริการสาธารณะไว้วางใจให้รัฐดูแลคนที่เขารักที่สุด

    “บางคนอาจบอกว่า 3 เป้าหมายนี้เป็นเรื่องเพ้อฝัน เป็นไปไม่ได้หรอก แต่ทุกท่าน ผมเชื่อว่าพวกเรา ปชน.พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การเมืองเป็นเรื่องแห่งความเป็นไปได้ 3 เป้าหมายนี้จะเป็นจริงได้ หากเราจับมือกันตั้งรัฐบาลประชาชน ถ้า 2 วันที่เหลือก่อนวันเลือกตั้ง ยังมีกูรูทางการเมืองคนไหน มีเซียนทางการเมืองคนไหน มาปรามาสเราว่า ไม่มีทางหรอกที่ ปชน.จะชนะเลือกตั้ง ไม่มีทางหรอกที่เราจะตั้งรัฐบาล หรือเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้ ตนเชิญชวนทุกคนเข้าคูหา หักปากกาเซียน ด้วยปากกาคุณ กาเพื่อเปลี่ยน กา ปชน. 2 ใบ กาเห็นชอบประชามติรัฐธรรมนูญ เปิดประตูไปสู่อนาคตด้วยกัน” นายพริษฐ์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1220084&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LMHk0AaAjfeqFcpsm8eNo

  • เลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาดซ้ำซาก ถึงเวลาปฏิรูปทุนมนุษย์ภาครัฐ

    เลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาดซ้ำซาก ถึงเวลาปฏิรูปทุนมนุษย์ภาครัฐ

    Loading…

    เลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาดซ้ำซาก ถึงเวลาปฏิรูปทุนมนุษย์ภาครัฐ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/government-277&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2djoZIZWNNLgOwayCOFM59