ละมัย ลาภศิริโสภา นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะมุก นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เพื่อไปดูปัญหาและอุปสรรคการท่องเที่ยวของเกาะมุก ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เกาะมุกเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม ยุโรปและกลุ่มสแกนดิเนียเวีย ที่เดินทางหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน ไม่ขาดสายในแต่ละปีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวเข้ามาพักที่นี้คนละ 1-2 สัปดาห์
ในปีนี้ก็เช่นกัน มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่เกาะมุกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยแต่ละคนแต่ละกลุ่มจองที่พัก สูงสุด 1 เดือนน้อยสุดคือ 1 สัปดาห์ เนื่องจากค่าของชีพบนเกาะไม่แพง อีกทั้งเป็นเกาะขนาดเล็กที่มีความเป็นธรรมชาติสวยงาม ที่นี่ไม่มีรถยนต์ ไม่มีมลภาวะอะไรมากมาย มีเพียงรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่เป็นยานพาหนะใช้บนเกาะ ไว้รองรับขนส่งนักท่องเที่ยว นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินเท้าเพื่อไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะ จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวคือ “หาดซันเซ็ท” หรือ “หาดฝรั่ง” ซึ่งเป็นชายหาดที่มีความกว้างประมาณเกือบ 500 เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันตกออกสู่ทะเลอันดามันอันกว้างใหญ่

“หาดซันเซ็ท” (หาดฝรั่ง) เป็นหาดสาธารณะนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนแบบอิสระเสรี ชายหาดที่เกาะแห่งนี้มีทรายสวยน้ำทะเลใส บรรยากาศสวยงามมีต้นมะพร้าว ต้นไม้ขนาบฝั่งซ้ายและขวาของหาด ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวียและยุโรปจะนิยมมานอนอาบแดดกันที่ชายหาดซันเซ็ทหรือหาดฝรั่งตรงนี้เกือบ 100% ส่วนชายหาดสบาย และถ้ำมรกตก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ
โห้องพักโรงแรมที่ติดระดับ 3-4 ดาว มีประมาณ 5-6 รายเท่านั้น นอกนั้นจะเป็นรีสอร์ทของชาวบ้านที่สร้างมีขนาด 5-8 ห้อง ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว บนเกาะยังมีร้านอาหารที่เปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยว และห้องพักบนเกาะ ประมาณ 1,000 ห้องขึ้นไป


ข้อมูลล่าสุดจากการสอบถามผู้ประกอบการ ว่าพบปัญหาที่เกิดขึ้นบนเกาะมุก จ.ตรัง ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อทั้งคุณภาพชีวิตชาวบ้านและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว คือ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ถนนหนทางที่ไม่ได้มาตรฐานเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ประกอบกับ ระบบไฟส่องสว่าง ที่เสียสะสมมานานกว่าครึ่งปี ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการเดินทางช่วงกลางคืนอย่างมาก
นอกจากนี้ปัญหาขาดแคลนน้ำจืดสำหรับการอุปโภคและบริโภค เป็นปัญหาเรื้อรังที่หนักที่สุด เนื่องจากเกาะไม่มีแหล่งน้ำดิบเพียงพอ ต้องพึ่งพาน้ำบาดาล ซึ่งปัจจุบันมีสภาพเป็น น้ำกร่อย ไม่สามารถอุปโภคบริโภคได้ดีเท่าที่ควร รวมถึงปัญหา สุนัขจรจัด ที่มีจำนวนมากและมีพฤติกรรมไล่นักท่องเที่ยว กลายเป็นปัจจัยลบที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ปลอดภัย
สถานการณ์ปัจจุบัน ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง และผู้ประกอบการในพื้นที่กำลังเร่งจี้ให้หน่วยงานส่วนท้องถิ่นและจังหวัดเข้ามาตั้งงบประมาณซ่อมแซมไฟฟ้า และวางแผนจัดการระบบประปาบนเกาะอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวและฟื้นฟูความเชื่อมั่น
“ผู้ประกอบการรีสอร์ท รวมถึงประชาชนบนเกาะประสบปัญหาขณะนี้ คือ ไฟส่องสว่างบนถนนดับเกือบ 100% มาเป็นเวลานานกว่า 6 เดือนแล้ว เคยร้องขอความช่วยเหลือไปตามหน่วยงานราชการเป็นระดับขั้น เรื่องอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ยังไม่ได้มีการสั่งการให้มีการซ่อมแซม”

สำหรับเกาะมุกนั้น มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มสแกนดิเนเวียและยุโรปเกือบ 90% ที่หลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ส่วนอีก 10% นั้นจะเป็นคนไทย
เกาะมุกมีการคมนาคมจากพื้นที่ภูเก็ตทางเรือวิ่งมายังเกาะพีพี เกาะลันตา เกาะไหง เกาะกระดาน เกาะมุก และไปยังเกาะหลีเป๊ะ โดยเส้นทางเดินเรือสายนี้เชื่อม อันดามัน 4 จังหวัด ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ท่าเรือชายฝั่งที่เชื่อมเกาะมุกคือ ท่าเรือวนตุ้งกู ต.บางสัก ท่าเรือปากเมง ต.ไม้ฝาด และท่าเรือหาดยาว ต.เกาะลิบง

นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะมุก กล่าวว่า ชาวเกาะมุกมีปัญหาอยู่ตอนนี้ 3 เรื่องหลัก คือ
1.ถนนยังไม่มีความมาตรฐานในเรื่องของการจราจรที่ปลอดภัย ทั้งที่บนเกาะจะมีเพียงรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถจักรยานยนต์ในการสัญจรไปมา
2.ปัญหาของเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างถนนในยามค่ำคืน ไฟดับมาเป็นระยะเวลาเกือบ 6 เดือนแล้วแต่หน่วยงานภาครัฐยังไม่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาทั้งที่ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งผู้ประกอบการได้ทำเรื่องนำเสนอผ่านขั้นตอนระบบราชการตั้งแต่ หมู่บ้าน ไป อบต. ส่งเรื่องไปยังอำเภอและส่งมายังจังหวัดตรัง “งานก่อสร้างแล้วเสร็จและมีปัญหาบางส่วนจังหวัดส่งมอบความรับผิดชอบงานดูแลไปให้ อบต. เกาะลิบงแต่ อบต. เกาะลิบง ไม่รับ เพราะการส่งมอบมันไม่สมบูรณ์ อันเนื่องมาจากความชำรุดบกพร่องคือ ไฟฟ้าดับ ใช้งานไม่ได้
3.ปัญหาเรื่องของน้ำดิบหรือน้ำจืดสำหรับการอุปโภคบริโภค ชาวบ้านที่เกาะมุกจะต้องใช้น้ำบาดาลและบ่อน้ำตื้นซึ่งยังไม่เพียงพอกับความต้องการในช่วงหน้าแล้งจะต้องอาศัยต้องใช้น้ำจำนวนมาก อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่มีอยู่สร้างโดยกรมชลประทานน้ำก็ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของคนบนเกาะ
4.ปัญหาสุนัขจรจัดจำนวนหลายร้อยตัว ไล่กัดนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บ
“ส่วนตัวเคยไปสำรวจกับชาวบ้านพบว่าบนเขาด้านหลังเกาะมุกจะมีแหล่งน้ำตามธรรมชาติถ้ามีการเก็บกักก็สามารถนำมาใช้ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องให้หน่วยงานรับรับผิดชอบในพื้นที่ คือ กรมป่าไม้ซึ่งดูแลป่าบนภูเขาเกาะมุก ได้มาสำรวจและอนุญาตให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ หากสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณนี้ก็จะทำให้เกาะมุกไม่ขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค”
“ดังนั้นจึงอยากร้องขอความเป็นธรรมไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดตรังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยดูแลเกาะมุกเพราะเป็นเกาะหนึ่งของจังหวัดตรังที่การท่องเที่ยวเจริญเติบโตเม็ดเงินไหลเข้ามาสามารถสร้างงานสร้างเงินให้คนในท้องถิ่นได้” ละมัย กล่าว
ด้าน นวลศรี รายารัก ชาวบ้านบนเกาะมุก บอกว่า ไฟดับตั้งแต่ตอนเปิดทัวร์ และนี่กำลังจะปิดทัวร์ แต่ไฟก็ยังไม่มาเลย ถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานแต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆเลย ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต้องระมัดระวังกันเองเดินทางกับความมืด ไม่มีความปลอดภัยเลย
“ในฐานะที่เป็นชาวบ้านเกาะมุก ไม่อยากให้หน่วยงานเกี่ยงกันเอง ปัดความรับผิดชอบไปเรื่อยๆ อยากให้ทางหน่วยงานเข้ามาทำให้จริงจังมากกว่านี้ ปัญหาตรงนี้เกิดมาตั้งแต่ตอนทำแล้ว มีเข้ามาซ่อมแล้วพอไฟติด 3 วัน 7 วันไฟก็ดับ เสาไฟที่มีอยู่ใช้งานไม่ได้”
“ทั้งนี้อยากฝากอีกเรื่องนึงว่าไฟที่บริเวณท่าเรือ เกิดไฟช็อตชาวบ้านแล้ว และขอวอนหน่วยงานทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบไฟข้างทาง ถ้าคุณเอาไฟข้างทางมาติดตั้งแล้วไม่มีแสงสว่างมีแต่เสาไฟ คุณกรุณาเอาเสาไฟคุณกลับไปเลย เพราะมันไม่มีประโยชน์กับเราเนื่องจากใช้ไม่ได้” นวลศรี กล่าว

อำนวย สุเหร็น ชาวบ้านบนเกาะมุก กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วน หน่วยงานไหนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องไฟทางหลวงชนบท ที่ประสานงานโดย นายกอบจ.จังหวัดตรังหรือว่าผู้รับเหมา แต่ขณะนี้การบริหารจัดการยังไม่ดีพอ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเดินผ่านจากหลังเกาะมาและเดินเที่ยวเดินมาตลอดแต่มืดมาก ความปลอดภัยก็ไม่มี อยากให้หน่วยงานเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ทวี สินไชย ชาวบ้านบนเกาะมุก กล่าวว่า โครงการไฟฟ้าแสงสว่างของชุมชนบ้านเกาะมุกมีมาประมาณ 4 ปีแล้วแต่ก็ติดๆ ดับๆ ซึ่งตนเองเคยช่วยแก้ปัญหาในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีปัญหาจนขยายวงกว้าง
“เคยได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ก็ยังทราบมาอีกว่าทางแขวงทางหลวงชนบท ได้คืนโครงการนี้ให้กับทางจังหวัด ส่วนจังหวัดไม่สามารถที่จะถ่ายโอนให้กับท้องถิ่นได้เพื่อมาซ่อมแซม และยังทราบมาอีกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดตรังพยายามประสานมายังท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการมาซ่อมแซม แต่ ณ วันนี้ ทางท้องถิ่น ยังจัดการตั้งนายกอบต.ไม่เรียบร้อย”

ทวี กล่าวอีกว่าไฟส่องสว่างริมถนนบนเกาะมุกจะมีปัญหาทั้งไฟติดๆ ดับๆ เป็นช่วงๆ อาจจะเกิดจากหลอดหมดอายุบ้าง ระบบสายไฟที่บอบช้ำ หลอดขาดทำให้ไฟดับเป็นวงกว้าง ซึ่งการเสียหาย ณ วันนี้ถึง 80% ทำให้ไฟส่องสว่างใช้ไม่ได้ โดยไฟส่องสว่างบนเกาะมุกมีทั้งหมด 140 กว่าต้น
“ส่วนตัวคาดว่าการดำเนินการซ่อมไฟฟ้าตอนนี้ติดปัญหาอยู่ที่การถ่ายโอนของจังหวัด ที่ให้ท้องถิ่น อบต. มารับช่วง เพื่อให้ผู้รับเหมาเข้ามาซ่อมแซม แต่ในขณะนี้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามาก เมื่อเกิดปัญหาไฟส่องสว่างบนถนนดับ นักท่องเที่ยวสัญจรไปมาต้องระมัดระวังเพราะมืดมาก ทำให้ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน” ทวี กล่าว
ด้าน อาภรณ์ เบ็ญจะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.เกาะลิบง (สวมหมวก) กล่าวว่า ในนามของผู้นำท้องถิ่น ยืนยันพื้นที่หมู่บ้านเกาะมุก เป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่งกลางคืนลำบากมากสำหรับการสัญจรของนักท่องเที่ยว บริเวณที่เป็นจุดแลนด์มาร์กในเวลายามค่ำคืน บนสะพานไฟดับหมดนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินชมความสวยงามของเกาะมุกในเวลาค่ำคืนได้ ส่วนไฟที่ใช้ได้มีอยู่ประมาณแค่ 10-20% เท่านั้น

“ขณะนี้ได้มีการประสานไปยังทางจังหวัดตรังผู้ว่าราชการจังหวัดตรังรับทราบเรื่องแล้วแต่ยังต้องรอการสำรวจและจัดตั้งงบประมาณในการซ่อมแซม แต่ทางเราและนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะเราเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก อยากให้มีการซ่อมแซมโดยเร็วกว่านี้ ในส่วนปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่เกาะมุกยังไม่มี แต่ถ้ามีก็คือปัญหารถเชี่ยวชนในเวลายามค่ำคืน เพราะมืดมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งไม่สะดวกกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางสัญจรไปมา”
เกาะมุกมีพื้นที่ 7.7 ตารางกิโลเมตร เนื้อที่ 4,812 ไร่ มีรีสอร์ทให้บริการแบบ 3-4 ดาวประมาณ 10 ราย นอกนั้นเป็นรีสอร์ทของชาวบ้านอีกจำนวนมาก ห้องพักประมาณ 1,000กว่าห้อง ห้องอยู่ระหว่างสำรวจ

ขณะที่ ทรงกรด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างดับทั่วเกาะมุก โดยสรุปประเด็นที่มาว่า โครงการไฟฟ้าส่องสว่างดังกล่าวเป็นงบประมาณจากแผนพัฒนาจังหวัดปี 2565 โดยมี สำนักงานทางหลวงชนบทตรัง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในขณะนั้น ตัวระบบไฟฟ้ามีประกันผลงาน 1 ปี ซึ่งน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว
“โครงการนี้เกิดติดขัดบางอย่างทำให้ไม่สามารถถ่ายโอนภารกิจ ไปยังหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องรับช่วงต่อได้ตามปกติ เมื่อโครงการยังไม่ถูกถ่ายโอนอย่างเป็นทางการ หน่วยงานท้องถิ่นจึงไม่มีอำนาจเบิกจ่ายงบประมาณมาซ่อมแซมได้ แม้จะเป็นความเสียหายเพียงเล็กน้อยก็ตาม ประกอบกับปัจจุบันมีความเสียหายเกิดขึ้นมากจนทำให้การแก้ปัญหาทำได้ยากขึ้นในขณะนี้” ผู้ว่าฯ ตรัง กล่าว


———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/trang-koh-mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aTIe46Shmfq9jxVPVNKEn
