ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำทีมถกเครียดติดตามคุณภาพน้ำ แม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง หลังผลวิจัยเบื้องต้นพบสารหนูในตัวอย่างบางส่วนเกินมาตรฐาน สั่งคุมเข้มเก็บตัวอย่างซ้ำยืนยันผลภายใน 14 วัน พร้อมเตรียมตั้งศูนย์ประสานงานและห้องแล็บในพื้นที่เพื่อรายงานผลที่แม่นยำ ป้องกันผลกระทบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมธรรมลังกา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยตัวแทนจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ประมงจังหวัดเชียงราย และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ในที่ประชุมมีการรายงานผลการศึกษาวิจัยเบื้องต้นในช่วงหลังสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างจากกลุ่มตัวอย่าง 10 ราย ในพื้นที่เป้าหมาย พบค่าสารหนู (Arsenic) สูงสุดประมาณ 1.947 mg/kg ซึ่งมีบางเคสที่คาดว่าสูงเกินค่ามาตรฐานสากล โดยกลุ่มเสี่ยงหลักคือเกษตรกรและผู้ที่สัมผัสน้ำมานานกว่า 10 ปี รวมถึงกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กและผู้สูงอายุที่มีอาการผิวหนังผิดปกติและอาการชา
อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนเนื่องจากขนาดตัวอย่างที่ยังน้อย และพบปัจจัยรบกวนสำคัญ คือมีการพ่นสารกำจัดศัตรูพืชในพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนการเก็บตัวอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของค่าที่ตรวจพบ ขณะที่ผลตรวจน้ำดิบโดยภาพรวมของหน่วยงานภาครัฐในบางจุดยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.เชียงราย ได้สั่งการในที่ประชุมให้ดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อสร้างความกระจ่างและป้องกันผลกระทบในวงกว้าง ดังนี้ 1.การยืนยันผล (Priority สูง) ให้ทีมวิจัย มฟล. ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เร่งเก็บตัวอย่างซ้ำทั้งในสิ่งแวดล้อม (น้ำ/ตะกอน) และตัวอย่างชีวภาพ (ปัสสาวะ/เส้นผม) โดยต้องทำตามมาตรฐาน SOP อย่างเคร่งครัด และรายงานผลเบื้องต้นภายใน 2 สัปดาห์ 2.จัดตั้งศูนย์ประสานงาน มอบหมายให้สำนักงานจังหวัดนำทีมตั้งศูนย์กลางข้อมูล เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างแล็บและหน่วยงานปกครอง ลดความซ้ำซ้อน 3.ยกระดับห้องปฏิบัติการ ผลักดันให้ ม.แม่ฟ้าหลวง และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นแล็บอ้างอิงหลักในพื้นที่ เพื่อความรวดเร็วในการวิเคราะห์สารโลหะหนักไม่ต้องรอส่งส่วนกลาง 4.ระบบเฝ้าระวังทางคลินิก ให้โรงพยาบาลในเครือข่ายเก็บตัวอย่างจากกลุ่มเสี่ยงและนักเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นและระยะยาว
ประเด็นสำคัญที่ที่ประชุมให้ความกังวลคือ “ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์จังหวัด” ผวจ.เชียงราย จึงสั่งการให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด จัดทำสื่อสื่อสาร 2 รูปแบบ คือข้อมูลเชิงวิชาการสำหรับผู้เชี่ยวชาญ และอินโฟกราฟิก/แอนิเมชันที่เข้าใจง่ายสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเน้นการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

“เราต้องพูดความจริงบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ สิ่งไหนที่ยังไม่ชัดเจนอย่าเพิ่งสรุปจนกว่าจะมีผลยืนยันจากแล็บอ้างอิง เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกินไป และไม่ให้กระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย” นายชูชีพ กล่าว
สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะยาว จังหวัดเตรียมทำ “แผนที่ความเสี่ยง” (Risk Map) เพื่อระบุต้นตอของสารหนูว่ามาจากภาคเกษตรกรรม เหมืองแร่ หรือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยจะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี เพื่อศึกษาการสะสมในห่วงโซ่อาหาร
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อพิจารณาผลการตรวจซ้ำและอนุมัติงบประมาณในการขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1499300&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SVDFfhIPvltxbiyqDddDY
