“ฉัตรชัย” กล้าธรรม ชูโมเดลท่องเที่ยว “คลัสเตอร์” กระจายรายได้รากหญ้า
ในเวทีดีเบต “Nation Election 2569 DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย” เวทีภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา นายฉัตรชัย นิติภักดิ์ ตัวแทนจากพรรคกล้าธรรม ได้แสดงวิสัยทัศน์ในประเด็นช่วยเหลือเกษตรกร การท่องเที่ยว และการเมือง โดยเน้นย้ำความโปร่งใสของพรรคและแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวภาคใต้
ไม่ให้โอกาสเกษตรกร ถือเป็นศัตรูพรรคกล้าธรรม
นายฉัตรชัย ได้นำเสนอนโยบายด้านการเกษตรบนเวทีดีเบต โดยเน้นย้ำว่าเป็นภารกิจแรกที่พรรคจะทำหากได้ร่วมรัฐบาล เนื่องจากเศรษฐกิจภาคใต้กว่า 30% มาจากภาคการเกษตร โดยเฉพาะชาวสวนยางและชาวสวนปาล์ม
• การจัดการสิทธิในที่ดินทำกิน: พรรคถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่เกษตรกรต้องมีที่ดินเป็นของตนเอง โดยมีนโยบาย เปลี่ยนที่ดิน สปก. 4-01 ให้เป็น “โฉนดการเกษตร” และผลักดันต่อให้เป็น “โฉนดครุฑแดง” เพื่อให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างแท้จริง, นอกจากนี้ นายฉัตรชัยยังประกาศกร้าวว่านายทุนคนใดที่เอาที่ดิน สปก. ไปจากเกษตรกร ถือเป็นศัตรูกับพรรคกล้าธรรม
• นโยบายปุ๋ยคนละครึ่ง: เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร พรรคจะดำเนินนโยบาย “ปุ๋ยคนละครึ่ง” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านปัจจัยการผลิต
• การจัดตั้งธนาคารประชาชน: เสนอให้มีธนาคารสำหรับเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถ กู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนระยะยาว และมีมาตรการช่วย ปรับโครงสร้างหนี้
• การปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน: พรรคให้ความสำคัญกับการปกป้องผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีนโยบาย ปราบปรามน้ำมันปาล์มเถื่อน ยางเถื่อน รวมถึงน้ำมันเถื่อน เพื่อไม่ให้สินค้าเหล่านี้มากดราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย
• การเชื่อมโยงเกษตรกรรมกับการท่องเที่ยว: นายฉัตรชัย มองว่ารายได้จากการท่องเที่ยวไม่ควรกระจุกตัวอยู่ที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ต้องกระจายมาถึง “รากหญ้า” และเกษตรกร โดยการสร้างโอกาสให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าและผลผลิตให้แก่นักท่องเที่ยวได้โดยตรง
นายฉัตรชัย ยังได้ระบุว่า ในช่วงที่แกนนำพรรคอย่างร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า และศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้มีโอกาสบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่กี่ปี แต่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้น ทั้งในเรื่องที่ดินทำกินและการดูแลอย่างใกล้ชิด
ชูท่องเที่ยวแบบ “คลัสเตอร์” กระจายรายได้สู่ชุมชนและเกษตรกร
นายฉัตรชัย ได้ตอบคำถามจาก นายสลิล โตทับเที่ยง รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ถึงแนวทางการจัดการเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภาคใต้ โดยระบุว่าควรมีการกระจายการท่องเที่ยวเป็น “คลัสเตอร์” เพื่อไม่ให้รายได้กระจุกตัวอยู่เพียงจังหวัดหลักอย่างภูเก็ต หรือสุราษฎร์ธานี เขาเสนอให้นักท่องเที่ยวจากภูเก็ตกระจายตัวไปยังพังงาและกระบี่ หรือจากสุราษฎร์ธานีมายังนครศรีธรรมราช เพื่อท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพ (Health Tourism) ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัวให้สูงขึ้น
นอกจากนี้ นายฉัตรชัย ยังเน้นย้ำว่า รายได้จากการท่องเที่ยวไม่ควรอยู่ที่ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือโรงแรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องกระจายไปถึง “รากหญ้า” ทั้งเกษตรกร, SME, และอาชีพบริการในท้องถิ่น เช่น หมอนวดแผนไทย เพื่อให้ทุกคนได้รับผลประโยชน์อย่างทั่วถึง
ปัดวาทกรรม “การเมืองสีเทา” ลั่นพร้อมตรวจสอบพรรคด้วยตัวเอง
ในประเด็นจุดยืนเรื่อง “การเมืองไม่เทา” จากคำถามของกองบรรณาธิการเครือเนชั่น นายฉัตรชัย ซึ่งเป็นอดีตตุลาการและตำรวจยืนยันว่า ตนได้ตั้งปณิธานไว้ว่าหากก้าวเข้าสู่การเมือง ตนจะเป็นผู้ตรวจสอบคนในพรรคและผู้บริหารพรรคด้วยตัวเอง หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา “สีเทา” ตนจะเป็นคนแรกที่เดินออกจากพรรค
เขายังกล่าวเสริมว่า จากที่สัมผัสการทำงานของพรรคกล้าธรรม ตนเห็นแต่ “สีเขียว” ซึ่งหมายถึงการมุ่งเน้นทำงานเพื่อเกษตรกรและประชาชน พร้อมชื่นชมแกนนำพรรคอย่าง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า และ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ว่าเป็นกลุ่มคนที่มุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก โดยยกตัวอย่างการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่หาดใหญ่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย
โต้ประเด็น “ด้อยค่า” ยันสู้ด้วยนโยบาย ไม่เน้นสาดโคลน
เมื่อนายกรณ์ จาติกวณิช ตั้งคำถามเกี่ยวกับวาทกรรมด้อยค่าคู่แข่งเรื่องอาชีพและถิ่นกำเนิด นายฉัตรชัย ได้ตอบโต้ว่าตนไม่เคยให้ราคากับการด้อยค่า และพรรคกล้าธรรมเองมักตกเป็นเป้าของวาทกรรม “สีเทา” มากกว่าพรรคอื่นเสียด้วยซ้ำ เขาเน้นย้ำว่าตนเลือกที่จะสู้ด้วยนโยบายเพียงอย่างเดียว และเชื่อมั่นว่าประชาชนฉลาดพอที่จะตัดสินใจจากอุดมการณ์และการปฏิบัติจริง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/737534&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZckpHJ6aGKrRDJCVux4bx
