เมืองดี = คนขยับมากขึ้น! วิจัยชี้ ออกแบบเมืองดี ได้ “สุขภาพดี” ตาม

เมืองดี-=-คนขยับมากขึ้น!-วิจัยชี้-ออกแบบเมืองดี-ได้-“สุขภาพดี”-ตาม

เมืองดี = คนขยับมากขึ้น! วิจัยชี้ ออกแบบเมืองดี ได้ “สุขภาพดี” ตาม

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผลงานวิจัยในประเทศเอเชีย พบว่า “การออกแบบเมือง” มีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการขยับร่างกายของประชาชน ถ้าเมืองเดินง่าย เชื่อมต่อดี และเข้าถึงบริการสะดวก จะช่วยให้คนเดิน ขยับ และมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลต่อเรื่องสุขภาพ

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การศึกษาดังกล่าวเป็นการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (systematic review) ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) และมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายระหว่างประเทศ (IHPF) จากงานวิจัยจำนวน 98 เรื่อง ใน 13 ประเทศเอเชีย และเผยแพร่ในวารสาร Journal of Physical Activity and Health

ผลการศึกษาพบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมเมืองกับระดับกิจกรรมทางกายรวม 261 ความสัมพันธ์

โดยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันตรงกันว่า

เมืองที่เดินถึงง่าย มีทางเดินเชื่อมต่อดี

มีระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงสะดวก รวมถึงมีสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน

ช่วยให้ประชาชนขยับร่างกายมากขึ้นจริง!

ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปทำงาน เดินไปซื้อของ หรือทำกิจกรรมในชุมชน ซึ่งข้อมูลนี้สะท้อนว่า การออกแบบเมืองไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นเรื่องสุขภาพ เพราะเมืองเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในทุกวัน

ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า การออกแบบเมืองที่ดีสามารถเป็นเครื่องมือส่งเสริมสุขภาพที่ได้ผล คุ้มค่า และยั่งยืน โดยควรเพิ่มพื้นที่สาธารณะสำหรับการเดินและออกกำลังกาย พัฒนาย่านที่ประชาชนสามารถเดินถึงร้านค้า โรงเรียน หรือบริการจำเป็นได้ รวมถึงเชื่อมทางเดินกับระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย เมื่อเมืองเดินสะดวก ใช้งานง่าย และปลอดภัย ประชาชนจะขยับร่างกายมากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการรณรงค์มาก เมืองจึงเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และช่วยให้คนมีสุขภาพดีและอายุยืนขึ้น

ด้าน นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการศึกษานี้สอดคล้องกับแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561–2573 ของประเทศไทย ที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาผังเมือง ทางเท้า สวนสาธารณะ และพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้งานได้จริง

ทั้งนี้ การทบทวนยังพบว่า งานวิจัยด้านพฤติกรรมเนือยนิ่ง เช่น การนั่งหรืออยู่นิ่งเป็นเวลานานในประเทศเอเชียยังมีจำนวนน้อย ทั้งที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จึงควรมีการสนับสนุนการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อนำข้อมูลไปใช้พัฒนา “เมืองเพื่อสุขภาพ” อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดขององค์การอนามัยโลกที่ว่า “ทุกการขยับมีค่า (Every Move Counts)”

ทั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมว่า การขยับร่างกายนั้นจะส่งผลต่อการป้องกันโรค NCDs ได้มากน้อยเพียงใด?

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า กิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงของ NCDs หลายชนิด ทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, มะเร็งบางชนิด และภาวะซึมเศร้า อีกทั้งยังช่วยควบคุมน้ำหนักและเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยรวม 

โดย การไม่เคลื่อนไหว (physical inactivity) เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นของการเสียชีวิตจาก NCDs

หากประชากรเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น อาจป้องกันการเสียชีวิตประมาณ 4–5 ล้านคนต่อปี ทั่วโลก โดยการเคลื่อนไหวอย่างเพียงพอสามารถลดความเสี่ยงได้ดังนี้

  • มะเร็งบางชนิด ลดได้ 8–28%
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด 19%
  •  เบาหวาน 17%
  • ซึมเศร้าและภาวะสมองเสื่อม 28–32%

เมืองดี = คนขยับมากขึ้น! วิจัยชี้ ออกแบบเมืองดี ได้

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/736720&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08-7rlTJOLNdACWQUSHzBs