รัฐบาลเผยยอดป่วย “ฝีดาษวานร” สะสม 1,000 ราย กทม.ครองแชมป์

รัฐบาลเผยยอดป่วย-“ฝีดาษวานร”-สะสม-1,000-ราย-กทม.ครองแชมป์

วันนี้ (19 มกราคม 2569) – นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง สถานการณ์ฝีดาษวานรล่าสุด โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า

นับตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยสะสมประมาณ 1,000 คน ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลระบาดวิทยาพบว่า กลุ่มเป้าหมายหลักยังคงเป็นคนไทยในวัยทำงาน เพศชายสูงถึง 97% และมักพบการระบาดกระจุกตัวในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งของชาวไทยและต่างชาติ

เปิด 5 จังหวัดพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสูงสุด กทม. ยอดพุ่งอันดับหนึ่ง

จากการตรวจสอบข้อมูลผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงรายจังหวัด พบสถิติที่น่าสนใจเรียงตามลำดับ ดังนี้

  1. กรุงเทพมหานคร: 458 คน (ชาย 454 คน, หญิง 4 คน)
  2. ชลบุรี: 85 คน (ชาย 84 คน, หญิง 1 คน)
  3. นนทบุรี: 50 คน (ชาย 49 คน, หญิง 1 คน)
  4. ภูเก็ต: 35 คน (ชาย 28 คน, หญิง 7 คน)
  5. สมุทรปราการ: 32 คน (ชาย 30 คน, หญิง 2 คน)

รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ดังกล่าวและจังหวัดใกล้เคียง ยกระดับการติดตามและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในจุดที่มีความเสี่ยงสูง

อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เร่งกระจาย “วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานร” ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรคร่วมกับภาคีเครือข่าย ดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวนโรค ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่อง โรคฝีดาษวานร (หรือที่เข้าใจกันในชื่อเดิมว่า ฝีดาษลิง), เอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย

ในส่วนของการบริหารจัดการวัคซีน กรมควบคุมโรคได้รับการสนับสนุนจากอาเซียนจำนวน 2,220 ขวด

ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มกราคม 2569) ได้ดำเนินการจัดสรร วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานร ไปแล้วรวม 2,175 ขวด ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงใน 4 พื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, เชียงใหม่ และภูเก็ต

รัฐบาลเผยยอดป่วย

แนะวิธีสังเกตอาการฝีดาษลิงและป้องกันตนเอง

เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาด ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่น หรือตุ่มผิดปกติทางผิวหนัง
  • หมั่นรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ และไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • หากมีไข้ ร่วมกับมีผื่น หรือตุ่มหนอง ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นอาการของโรค

“หากประชาชนมีอาการสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีและแยกตัวเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคฝีดาษวานร สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422” นางสาวอัยรินทร์ กล่าวย้ำ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/736663&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QWva5PZY5148m9LgpnZG4