ตั้งธุรกิจใหม่ พ.ย.68 หด 11% สะท้อนเศรษฐกิจเปราะบาง แต่ท่องเที่ยวยังโต

ตั้งธุรกิจใหม่-พย.68-หด-11%-สะท้อนเศรษฐกิจเปราะบาง-แต่ท่องเที่ยวยังโต

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนพฤศจิกายน 2568 ภาคธุรกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว ส่งผลให้จำนวนการจัดตั้งธุรกิจใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการจัดตั้งใหม่ 5,554 ราย  ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ ทุนจดทะเบียนรวมอยู่ที่ 14,860 ล้านบาท ลดลง 39%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังในการลงทุนของภาคเอกชน ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ ต้นทุนทางธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อในประเทศที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป 

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่จะชะลอลง แต่โครงสร้างของการเติบโตในบางกลุ่มธุรกิจยังสะท้อนทิศทางเชิงบวก  ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และห้องชุด สะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

สำหรับภาพรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 80,064 ราย ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 250,852 ล้านบาท ลดลง 5% ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการชะลอตัวในเชิงปริมาณ แต่ยังอยู่ในระดับที่ภาคธุรกิจสามารถประคองตัวได้ 

ด้านการจดทะเบียนเลิกกิจการ เดือนพฤศจิกายน 2568 มีจำนวน 2,494 ราย ลดลง 13%  โดยทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 10,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน ขณะที่ภาพรวมการเลิกกิจการในช่วง 11 เดือนแรกของปี มีจำนวน 16,671 ราย ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปี 2567 และมีทุนจดทะเบียนเลิกสะสม 88,797 ล้านบาท ลดลงถึง 35%

ทั้งนี้ คาดว่าปี2568 ยอดจดทะเบียนจะอยู่ที่ประมาณ 85,000 ราย เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ส่วนปี 2569 คาดว่า จะใกล้เคียงเดิมที่ 80,000-85,000 ราย 

สำหรับการลงทุนจากต่างชาติ เดือนพฤศจิกายน มีนักลงทุนต่างชาติได้รับอนุญาตให้เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 104 ราย เงินลงทุนรวมกว่า 34,426 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากสิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น ขณะที่ภาพรวมช่วง 11 เดือนแรกของปี มีนักลงทุนต่างชาติ 973 ราย เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และมีมูลค่าการลงทุนรวม 311,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 45%  สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ยังมีต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะกลางและระยะยาว

ในส่วนนอมินี ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ได้ดำเนินการและทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งในเชิงป้องกันและในเชิงปราบปราม มีการส่งรายชื่อธุรกิจที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินีให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แล้ว 11 ราย และส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อีก 202 ราย ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ตรวจสอบครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์, การขนส่ง และธุรกิจรับทำบัญชี ทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ พื้นที่เป้าหมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น กระบี่, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี , ชลบุรี, ระยอง, เชียงใหม่ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/264535&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15hW8KodhqAQGsxUYwKveb