อาเซียนเทใจให้ ‘ฉงชิ่ง’ เมืองน่าเที่ยวมาแรง ‘เวียดนาม’ พัฒนา-เรียนรู้เร็ว คู่แข่งไทยชิงนักเดินทาง
19 ธ.ค. 2025 เวลา 17:44 น.
ผ่าแนวโน้มท่องเที่ยวปี 69 Trip.com มองโอกาสเติบโตต่อไป เผยหมุดมายเมืองใน “จีน” ยังร้อนแรงดึงดูดนักเดินทาง ด้าน “เวียดนาม” เรียนรู้เร็วในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่ไทยยังโดดเด่นด้วยโครงสร้างพื้นฐานเอื้อการท่องเที่ยว
ผ่าแนวโน้มท่องเที่ยวปี 69 Trip.com มองโอกาสเติบโตต่อไป เผยหมุดมายเมืองใน “จีน” ยังร้อนแรงดึงดูดนักเดินทาง ด้าน “เวียดนาม” เรียนรู้เร็วในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่ไทยยังโดดเด่นด้วยโครงสร้างพื้นฐานเอื้อการท่องเที่ยว
ท่ามกลางบริบทโลก เผชิญเศรษฐกิจที่ถดถอย และเครื่องยนต์ที่หลายประเทศต่างพึ่งพาเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของจีดีพียกให้ “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” เกิดการชิงนักเดินทางกลายเป็น “สงครามการท่องเที่ยว” หรือ Tourism War
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง(Destination) นักเดินทางทั่วโลกล้วนอยากมาเยี่ยมเยือน ทว่า จากสารพัดปัจจัยรุมเร้า ทั้งประเด็นความปลอด ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ฯ ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนเดสทิเนชัน ไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ “เวียดนาม” กลายเป็นคู่แข่งสำคัญในภูมิภาค
เมื่อเร็วๆนี้ Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก จัดงาน Trip.Best Roadshow: Southeast Asia Travel Trends Unpacked โดยข้อมูลชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนักท่องเที่ยวไทย โอกาสนี้ กรุงเทพธุรกิจ ได้พูดคุยกับ “เอ็ดมันด์ ออง” ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้จัดการทั่วไป Trip.com ประเทศสิงคโปร์
ภาพใหญ่ปี 2569 “เอ็ดมันด์” มองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงบวกว่าจะเติบโตได้ต่อไป แม้เศรษฐกิจยังมีความท้าทายอยู่ รวมถึงหลากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้
“ค่อนข้างมีมุมมองวกต่อการท่องเที่ยวปีหน้าภาพใหญ่ทั้งโลก รวมถึงประเทศไทย หรือประเทศอื่นในอาเซียน เช่น มาเลเซีย ยังเติบโตต่อไป คาดการณ์นักท่องเที่ยวจะเดินทางเพิ่มขึ้น”
ทว่า จุดหมายปลายทางที่มาแรงในปี 2569 “จีน” ยังเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวต้องการไปเยี่ยมเยือน ทั้งความโดดเด่นของอาหาร “โรงแรมคุณภาพดี ราคาถูก” วิว ทิวทัศน์สวยงาม รวมถึงประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ที่สำคัญ “ความปลอดภัย”
“จีนมีความปลอดภัยมาก” เอ็ดมันด์ ย้ำ
“จีน” คือขุมทรัพย์แห่งโอกาสของหลายประเทศในการดึงดูดให้ไปเที่ยว อีกด้าน “จีน” ก็กลายเป็น “คู่แข่งสำคัญ” ที่จะดึงนักนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ไปเยือนเช่นกัน ต่อประเด็นนี้ “เอ็ดมันด์” ให้มุมมองว่า การเลือกไปเที่ยว “จีน” หรือจะมาไทย และประเทศอาเซียนอื่นๆ การตัดสินใจเลือกแต่ละเดสทิเนชันมีความแตกต่างกัน การไปเที่ยวประเทศหนึ่งไม่มีผลต่อการตัดสินใจจะไปอีกประเทศ เพราะนักเดินทางไม่ได้ปักหมุดเพียง 1 ประเทศ อาจเลือก 2 เดสทิเนชันในเวลาต่างๆ
ตัวอย่าง หากไปจีน กับไปกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวย่อมไม่ได้ไปจีนเพื่อทานรสชาติต้นตำรับจริงๆของต้มยำกุ้ง แต่เพราะต้องการสัมผัสรสชาติหมาล่า ประวัติศาสตร์ และอื่นๆ เป็นต้น
อีกเดสทิเนชัน “อาเซียน” ยังครองใจนักเดินทาง นักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะเป็นอีกภูมิภาคที่มีความปลอดภัย และ “ความคุ้มค่าเงิน” เมื่อมาเที่ยวประเทศในอาเซียน
“ไทย” เจอโจทย์หินการท่องเที่ยวหลายด้าน “จีน” ลดลงจนน่าใจหาย เป้าหมายปี 2568 “พลาดเป้า” ทั้งจำนวนนักท่องที่ยว และรายได้ ยิ่งเจาะลึก “เวียดนาม” ที่เป็นประเทศแย่งขุมทรัพย์นักเดินทาง จากอาหาร วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แต่ “เอ็ดมันด์” ยาหอมประเทศไทยมีความพร้อมที่มากกว่าหลายด้าน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยว ความเข้าใจตลาดและนักท่องเที่ยว ทว่าสิ่งที่ “เวียดนาม” กำลังทำคือ “การเรียนรู้และพัฒนาด้านการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว”
“เวียดนามเรียนรู้เร็วมาก แต่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแต่ละประเทศในอาเซียนโดยรวมมีความแตกต่างกัน เราไปเที่ยวสิงคโปร์อาจจะพบว่ามีราคาที่แพง บางคนชอบไปมาเลเซียเพื่อลิ้มลองอาหารท้องถิ่นมาเลย์ เที่ยวไทย ไปเวียดนาม อินโดนีเซีย นักท่องเที่ยวไปเที่ยวแบบต่างๆ ซึ่งภาพรวมอาเซียนเป็นเดสทิเนชันที่มีแหล่งท่องเที่ยวน่าตื่นตาตื่นใจ”
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจมีผลโดยตรงต่ออำนาจซื้อของผู้บริโภค และการเดินทางท่องเที่ยว “เอ็ดมันด์” บอกว่า ผู้คนอาจคิดมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อาหารแต่ละมื้อ ไม่ถึงขั้นอด ส่วนพฤติกรรมการท่องเที่ยว “คิดมากขึ้น” เช่นกันว่าจะเดินทางไปยังเดสทิเนชันใด เช่น ก่อนหน้านี้อาจเลือกปักหมุดประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้เปลี่ยนใจไปจีน ฮ่องกงแทน เป็นต้น
ปี 2569 “จีน” ยังเป็นดาวเด่นด้านการท่องเที่ยว สอดคล้องกับข้อมูลของ Trip.Best ในปี 2568 ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนักท่องเที่ยวไทย โดยหันมาสนใจท่องเที่ยวไปยังเมืองรองของจีนมากขึ้น พร้อมปรับสไตล์การท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแบบเข้าชมสถานที่ ไปเป็นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์แทน
เจาะลึกเดสทิเนชัน “ฉงชิ่ง” กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ “เติบโตเร็วที่สุด” ในหมู่นักท่องเที่ยวไทย โดยยอดการเข้าชม(view)บน Trip.Best เพิ่มขึ้นถึง 395% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดจองพุ่งสูงถึง 828% เมืองบนภูเขาแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดคล้ายอาหารไทย พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังมองหาประสบการณ์อย่างแท้จริง นอกเหนือจากจุดหมายปลายทางแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวไทยกำลังให้คำนิยามใหม่สำหรับการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการเที่ยวชมสถานที่แบบเดิม ๆ มาสู่การดื่มด่ำและมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมมากขึ้น
ส่วนพฤติกรรมนักเดินทางชาวไทยที่ใช้ trip.com พบว่าใช้เวลาเฉลี่ย 6 วัน ในการค้นคว้าข้อมูลก่อนตัดสินใจจองการเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการประสบการณ์ที่วางแผนมาอย่างดี เมื่อเทียบกับผู้ใช้งานจากประเทศอื่น
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวไทยปี 2568 ยังยกให้เมือง “เซี่ยงไฮ้” ครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ได้รับการเข้าชม(view)ผ่าน Trip.com ด้วยการเติบโต 334% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ตามด้วยฮ่องกง เติบโต 52% โตเกียว เติบโต 71% และโอซาก้า เติบโต 132%
ด้านประสบการณ์สำคัญกว่าการชมสถานที่ การค้นหา “กิจกรรม” เติบโต 808% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดย สถานที่หลบร้อน (Cool Escape Attractions) พุ่งสูงถึง 1,941% ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศเติบโตต่อเนื่อง 25% ต่อปี โดย 3 เดสทิเนชันยอดฮิต ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต
ส่วนประเทศเพื่อนบ้าน นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ เข้าชม(view) 3 เดสทิเนชัน ปี 2568 อันดับ 1 คือเซี่ยงไฮ้ เติบโต 185% ตามด้วยกรุงเทพฯ เติบโต 62% และยาโฮบารู เติบโต 30% ที่ร้อนแรงคือเมือง “ฉงชิ่ง” เติบโต 299% ส่วนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้าชม(view) “เมืองเซี่ยงไฮ้” ของจีนครองอันดับ 1 เติบโต 236% ตามด้วย กรุงเทพฯ เติบโต 92% และสิงคโปร์ 138% ที่น่าสนใจคือเมือง “ฉงชิ่ง” เติบโต 448%
ขณะที่นักท่องเที่ยวอาเซียนเข้าชม(view)เมืองท่องเที่ยวยอดฮิต อันดับ 1 คือ เซี่ยงไฮ้ เติบโต 278% ฮ่องกง เติบโต 74% โตเกียว 88% กวางโจว เติบโต 236% โอซาก้า เติบโต 144% เฉินตู เติบโต 315% ปักกิ่ง เติบโต 228% โซล เติบโต 54% ฉงชิ่ง เติบโต 359% และเซินเจิ้น เติบโต 194%
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมถึง “อาเซียน” ต่างเทใจให้ “ฉงชิ่ง” เป็นเดสทิเนชันในการเข้าชม(view)โตเร็วสุด! โดยเหตุผลที่ดึงดูดนักเดินทางเพราะมีจุดเด่น เช่น LIZIBA Stationหรือ สถานีหลีจื่อป้ารถไฟทะลุตีก แลนถ์มาร์คสุดจึ้งให้ทุกคนไปสัมผัส สวนสัตว์ที่มีไฮไลต์ “หมีแพนด้ายักษ์” มีมิวสิคัล Chongqing 1949 ให้ไปดื่มด่ำ วิวทิวทัศน์สุดอลังการ เป็นต้น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1212986&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ICfMMP7uwT6j-7RJoAdXl
