เผย IQ เด็กอินเดียลดเกือบ 20 จุดในพื้นที่มลพิษอากาศรุนแรง

เผย-iq-เด็กอินเดียลดเกือบ-20-จุดในพื้นที่มลพิษอากาศรุนแรง

โดยไอคิวรวมเฉลี่ยของเด็กในพื้นที่มลพิษสูงอยู่ที่ 80.33 เทียบกับ 98.12 ในพื้นที่ที่มีมลพิษต่ำ นอกจากนี้ เด็กในพื้นที่มลพิษสูง ยังมีไอคิวด้านภาษา 81.60 เทียบกับเพื่อนในพื้นที่อากาศดี 99.68 และไอคิวทางด้านปฏิบัติ 79.02 เทียบกับ 96.55 ในพื้นที่ที่สะอาดกว่า

ผู้เขียนสรุปว่า การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศในระยะยาวมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับพัฒนาการทางสติปัญญาที่แย่ลงในเด็ก รายงานยังชี้ให้เห็นว่า อายุและน้ำหนักของเด็ก การระบายอากาศในห้องครัวที่ไม่ดีและรายได้ของครอบครัว ล้วนส่งผลกระทบต่อไอคิวรวมของเด็กด้วย ซึ่งฉายให้เห็นภาพของปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน

อาการหอบหืดกำเริบพุ่งสูงในแอฟริกาตะวันตก

ผลการวิจัยใหม่อีกฉบับจาก Centre Hospitalier et Universitaire de Pneumo-Phtisiologie (CNHUPPC) ในเมืองโกโตนู ประเทศเบนิน ในแอฟริกาตะวันตก โดยพบความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างมลพิษทางอากาศกับความรุนแรงของอาการโรคหอบหืดในวัยรุ่น

ในเมืองโกโตนู ซึ่งระดับมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในทุกประเภท นักวิจัยได้ติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นโรคหอบหืด จำนวน 730 คน เป็นเวลา 36 เดือน และผลการศึกษาพบว่า ราว 37 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นกลุ่มนี้เคยมีอาการทางเดินหายใจหรืออาการหอบหืดกำเริบอย่างน้อย 1 ครั้ง

ทีมนักวิจัยใช้วิธีการวัดการสัมผัสของแต่ละบุคคลผ่านเซ็นเซอร์คุณภาพอากาศแบบพกพาที่ใส่ในกระเป๋าเป้ และเซ็นเซอร์แบบติดตั้งถาวรในโรงเรียนและบ้าน โดยพบว่าวัยรุ่นที่มีอาการทางเดินหายใจผิดปกติบ่อยครั้งมีการสัมผัสกับสารมลพิษหลายชนิดในระดับที่สูงกว่า รวมถึง ไนโตรเจนไดออกไซด์ ฝุ่น PM1 ฝุ่น PM2.5 และ PM10

งานวิจัยยังตั้งข้อสังเกตว่า อาการหอบหืดกำเริบเกิดขึ้นบ่อยครั้งถึง 2.5 เท่าในช่วงฤดูฮาร์มัตตันตามฤดูกาล ซึ่งเป็นช่วงที่ลมเย็น อากาศแห้งและมีฝุ่นพัดผ่าน ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม ซึ่งเน้นย้ำถึงผลกระทบที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

เครื่องฟอกอากาศในโรงเรียน

ศาสตราจารย์อานันท์ สุดาร์ชาน (Professor Anant Sudarshan) จากมหาวิทยาลัยวอร์ริกในสหราชอาณาจักร เสนอแนวทางแก้ไขที่จับต้องได้เพื่อบรรเทาการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศ โดยสนับสนุนการแทรกแซงแบบกำหนดเป้าหมายในโรงเรียน โดยเฉพาะสำหรับชุมชนที่มีรายได้น้อย

“การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดเหมาะสมในโรงเรียนของรัฐทุกแห่งอาจเป็นนโยบายที่ดี ๆ เด็ก ๆ ใช้เวลาในห้องเรียนเป็นจำนวนมาก การลดการสัมผัสกับมลพิษใด ๆ ก็สามารถนำมาซึ่งผลประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากได้ สิ่งนี้สำคัญที่สุดสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถซื้อเครื่องฟอกอากาศที่บ้านได้ หรือผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับการจราจรหรือโรงงานอุตสาหกรรม”

ศาสตราจารย์รายนี้อธิบายว่า เด็ก ๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ใน 3 ของวันอยู่ที่โรงเรียน และประมาณ 2 ใน 3 ของปี ซึ่งเท่ากับประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ของชีวิต ดังนั้น การทำให้อากาศในโรงเรียนสะอาดเพียงอย่างเดียว อาจลดการสัมผัสกับมลพิษประจำปีของเด็กได้ประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์

การลดลงนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบต่อพฤติกรรมการรับรู้และประสิทธิภาพการทำงานคล้ายกับการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อความตื่นตัวในระยะสั้นและการพัฒนาในระยะยาว

สำหรับผู้กำหนดนโยบายที่กำลังรับมือกับวิกฤตนี้ หลักฐานชี้ชัดแล้วว่า การต่อสู้เพื่อปกป้องสุขภาพปอดต้องผนวกการดำเนินการที่รวดเร็วและแข็งแกร่ง เพื่อปกป้องศักยภาพทางสติปัญญา อนาคตและโอกาสตลอดชีวิตของเด็กทั่วโลกด้วย

ที่มา: Health Policy Watch

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/860974&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Cmfx5-ygPP-vV-51SxKsw