สถานที่ท่องเที่ยวทั้งในตัวเมืองและพื้นที่รอบนอกของจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกันอย่างต่อเนื่อง
ททท.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงนี้จะมาจากทางยุโรป อเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่กลับพบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามามีจำนวนน้อยยังไม่เพิ่มขึ้น และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นมากนัก
จากเทศกาลที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ก็คือ งานประเพณียี่เป็ง หรือเทศกาลลอยกระทง ซึ่งภาคการท่องเที่ยวต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จคึกคักเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาร่วมงานและส่วนใหญ่รู้สึกประทับใจ ถือเป็นสัญญาณบวกว่าในช่วงไฮซีซั่นที่เหลือนี้จะมีคนเดินทางเข้ามาเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสู่สายตาชาวโลก แต่ความหวังที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมานั้นก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยาก


หากมาดูสถิติ ในเดือนตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 23,012 คน ในปี 2567 เป็น 23,665 คน ในปี 2568 ซึ่งถือว่าแตกต่างกันเพียงหลักร้อยคนเท่านั้น ข้อมูลจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ในภาพรวมทั้งประเทศจะพบว่าในห้วงเวลาเดียวกันนักท่องเที่ยวชาวจีนมีจำนวนลดลงอย่างมากจาก 459,819 คน ในปี 2567 เป็น 357,445 คน ในปี 2568
ไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือตอนบน ให้ข้อมูลว่า ช่วงวันหยุดวันชาติจีนในปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้เพิ่มขึ้น แม้ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ถือว่าค่อนข้างคึกคัก อัตราการเข้าพักอยู่ที่ร้อยละ 80 ถึง 90 แต่ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนอยู่ประมาณ 20-30% ส่วนบรรยากาศในภาพรวมที่ดูคึกคักมาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลากหลายพื้นที่รวมถึงนักท่องเที่ยวคนไทยเนื่องจากอยู่ในช่วงวันหยุดยาว
โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนก็มีพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป จะอยู่ภายในโรงแรมมากขึ้น ไม่ค่อยออกไปท่องเที่ยวมากนัก ส่วนใหญ่จะไปท่องเที่ยววันเดียวหรือท่องเที่ยวที่ไม่ห่างไกลจากโรงแรมมาก คนจีนที่มาเชียงใหม่ส่วนใหญ่จะมาท่องเที่ยวแบบครอบครัวค่อนข้างมาก ในลักษณะที่เหมือนกับหลายปีก่อนที่มาเป็นกลุ่มวัยรุ่นจะน้อยลง
“ในส่วนของเทศกาลลอยกระทงหรืองานยี่เป็งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากหลายปีที่ผ่านมาที่เป็นเชียงใหม่คนจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่”
“ทีแรกก็กังวลว่าเสียการตลาดจากประเทศจีนไป แต่หลังจากที่เราประสบความสำเร็จก็คือเชียงใหม่ยังเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวในกลุ่มของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และที่สำคัญก็คือนักท่องเที่ยวเดินทางมาและมีความประทับใจเป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นและร่วมเรียนรู้กับศิลปะวัฒนธรรมของล้านนา ก็คาดหวังว่าไฮซีซั่นและปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มมากขึ้นอีก ส่วนความหวังอีกสิ่งก็อยากให้รัฐบาลที่ดูแลการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน” ไพศาล กล่าว


ด้านพัลลภ แซ่จิว รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้แสดงความคิดเห็นว่า ในช่วงวันชาติจีนซึ่งเป็นวันหยุดยาวของคนจีนที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษ นักท่องเที่ยวก็เดินทางมาตามปกติไม่ได้มีเที่ยวบินเหมาลำเดินทางมาเชียงใหม่ เหมือนกับช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนแห่มาเที่ยวเชียงใหม่ก่อนโควิด19
ทั้งนี้ในช่วงวันชาติจีน ประเทศเกาหลีก็หยุดเช่นกันก็ทำให้ไม่ใช่แค่คนจีนที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยหรือจังหวัดเชียงใหม่ก็ทำให้ในปีนี้ทำให้เห็นว่าคนเกาหลีก็มาเที่ยวเชียงใหม่เยอะเช่นกัน

พัลลภ กล่าวต่อว่าในช่วงนี้คนจีนก็นิยมเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น แต่ส่วนตัวก็มองว่าอาจจะไม่นาน เวลาน่าจะอยู่ประมาณสองปี คนจีนก็จะหันกลับมาเที่ยวที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น แต่จะค่อยๆ มาไม่ได้มาทีเดียวจำนวนมากในครั้งเดียว
“ที่ประเทศญี่ปุ่นที่คนจีนชอบอีกอันนึงก็คือไม่ได้กีดกันให้ชาวต่างชาติไปทำธุรกิจ ซึ่งชาวจีนตอนนี้นอกจากเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วก็ยังมีความตั้งใจไปหาช่องทางในการทำธุรกิจในต่างประเทศด้วย ก็ทำให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในตัวเลือกของจีนช่วงนี้”
“ระหว่างนี้เราก็ต้องเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุดพร้อมกับรักษาคุณภาพเอาไว้ให้ดี ให้นักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยอย่างเต็มที่ คนไม่น่ารักในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ต้องพยายามขับออกและจัดการให้ได้ การหาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหม่ก็เป็นสิ่งสำคัญ พร้อมกับการรักษานักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจในประเทศไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต้องไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ด้านลบให้ไปสู่สายตาชาวโลก”
“ส่วนสินค้าใหม่ๆ ทางการท่องเที่ยวก็ต้องสอดคล้องกับเทรนการท่องเที่ยวของโลกในสมัยนี้พร้อมๆ กับถ่ายทอดวิถีชีวิตอัตลักษณ์วัฒนธรรมของไทยให้โดดเด่นมากขึ้นด้วย” พัลลภ กล่าว


———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-high-tourist-season-is-starting-to-get-busy-but-the-chinese-market-has-yet-to-recover&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Sdz4jNACsia7-dfgsjR82
