ไขข้อสงสัย เสียงเพลงทำให้น้องหมา-แมว สงบลงได้หรือไม่ ?

Margot three-year-old pitbull mix

ที่มาของภาพ, Serenity Strull

เจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจเคยพบเห็นว่าบนโลกออนไลน์มีชุดเพลย์ลิสต์ที่ระบุว่าเป็นดนตรีสำหรับสุนัขและแมวโดยเฉพาะ แต่จริง ๆ แล้วเสียงดนตรีเหล่านี้มีผลช่วยให้สัตว์ต่าง ๆ เกิดความผ่อนคลายได้จริงหรือ

ตอนที่ เซเรนนิตี้ สตรัลล์ บรรณาธิการภาพของบีบีซี รับสุนัขตัวหนึ่งมาเลี้ยง ซึ่งเธอตั้งชื่อว่า มาร์ก็อตต์ เธอรู้ทันทีว่า สุนัขพิทบูลวัย 3 ขวบตัวนี้กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับความวิตกกังวล

“ศูนย์พักพิงสัตว์บอกว่ามันเป็นหมาที่ขี้อายและใจดีกับเด็ก ๆ แต่ก็มีลักษณะขี้กลัวและหวาดระแวงสุนัขตัวอื่น ๆ ด้วย” สตรัลล์ กล่าว

เจ้ามาร์ก็อตต์เคยใช้ยาโปรแซกมาก่อน แต่ยานั้นทำให้เกิดอาการชัก ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจหยุดให้ยาดังกล่าว

เมื่อเจ้าสุนัขมาร์ก็อตต์ได้บ้านใหม่ สตรัลล์ก็รู้ในเวลาไม่นานว่าสุนัขของเธอมีจุดกระตุ้นปมใหญ่ต่อการถูกทิ้งไว้อยู่ตัวเดียว เธอไปปรึกษากับครูฝึกสุนัขหลายแห่งรวมทั้งสัตวแพทย์ และพยายามใช้เทคนิคการทำให้สุนัขสงบสติอารมณ์ด้วยหลายวิธีต่าง ๆ กันไป แต่ก็ไม่เป็นผล

ทว่าในที่สุดเธอก็พบวิธีหนึ่งที่พอได้ผลอยู่บ้าง นั่นคือการเปิดเพลงคลาสสิก หรือเสียงดนตรีบรรเลงที่ไม่มีเสียงเครื่องเคาะจังหวะหรือกลองที่หนักแน่น

ครูฝึกสุนัขคนหนึ่งของเจ้ามาร์ก็อตต์แนะนำเพลย์ลิสต์ดนตรี่ชื่อว่า Through a Dog’s Ear (แปลได้ว่า ผ่านหูของสุนัข) ซึ่งเป็นเพลย์ลิสต์ของดนตรีในจังหวะช้า ๆ ซึ่งประกอบด้วยเสียงเปียโนเป็นหลักและออกแบบมาเพื่อลดความเครียดในสุนัข

ดนตรีชุดนี้สร้างขึ้นโดย โจชัว ลีดส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตสวนศาสตร์ (psychoacoustic) หรือศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องการรับรู้ทางเสียง และซูซาน แวกเนอร์ นักประสาทวิทยาสัตวแพทย์ ซึ่งทั้งคู่ได้ศึกษาผลกระทบของดนตรีชนิดนี้ที่มีต่อสุนัข พวกเขาได้ศึกษาสุนัขกว่า 500 ตัว ทั้งในบ้านพักส่วนตัวและสถานดูแลสุนัข โดยพบว่าสุนัขมากกว่า 70% ที่อยู่ในสถานดูแล และสุนัขตามบ้านพักอาศัยกว่า 80% มีอาการวิตกกังวลน้อยลง (รวมถึงจังหวะการเดิน อาการตัวสั่น และการหอบที่ลดลง) หลังจากฟังเพลงบรรเลงที่ใช้เสียงเปียโนเป็นหลัก

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

ได้รับความนิยมสูงสุด

  • .

  • Members of rescue teams carry the body of a victim out of his home which is partially submerged in a flooded area in Hat Yai district, which has been affected by heavy rainfall that has hit 10 provinces in southern Thailand and killed several people, in Songkhla province, Thailand, November 24, 2025.

  • สถานการณ์น้ำบริเวณวัดฉื่อฉางในเขตเศรษฐกิจของตัวเมืองหาดใหญ่ วันนี้ (23 พ.ย.) เมื่อเวลา 16.45 น.

  • .

End of ได้รับความนิยมสูงสุด

จากการเฝ้าดูภาพวงจรปิดภายในบ้าน สตรัลล์เห็นผลที่ดีขึ้นเกือบจะทันตาเห็น

เธอเล่าว่า แต่ก่อนเธอมักได้รับข้อความจากเพื่อนบ้านที่บ่นเรื่องเจ้ามาร์ก็อตต์ส่งเสียงเห่าตอนเธอไม่อยู่บ้าน แต่ตอนนี้ มาร์ก็อตต์มักจะงีบหลับโดยมีเสียงเพลงของบราห์มส์หรือบีโธเฟนเปิดคลออยู่ แทนที่จะเห่าหรือเดินวนไปมาในระหว่างที่เจ้าของไม่อยู่บ้าน “มีหลายครั้งที่ฉันยังกลับไม่ถึงบ้านจนกระทั่งตีสี่ แต่เจ้ามาร์ก็อตต์ก็นอนหลับปุ๋ย”

งานศึกษาวิจัยอื่น ๆ ก็มีข้อสรุปที่คล้ายคลึงกัน งานศึกษาหนึ่งจากมหาวิทยาลัยควีนส์เบลฟาสต์ได้ไปดูผลกระทบจากเสียง 3 รูปแบบที่มีต่อสุนัขตามสถานดูแลและสุนัขตามบ้านที่มีเจ้าของ ได้แก่ ดนตรีคลาสสิก, เสียงหนังสือ และเสียงเงียบ โดยติดตามสังเกตการณ์ในกลุ่มควบคุม หลังจากสังเกตการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด นักวิจัยสรุปว่าดนตรีคลาสสิกมีผลทำให้สุนัขมีอาการสงบอย่างเห็นได้ชัดใน “สถานการณ์ที่ตึงเครียดเฉียบพลัน” เช่น การไปพบสัตวแพทย์และการนั่งรถเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าดนตรีคลาสสิกทุกประเภทจะได้ผล ดนตรีที่มีจังหวะช้า (50-60 บีทต่อนาทีหรือน้อยกว่านั้น) และเพลงที่แต่งขึ้นอย่างง่าย ๆ โดยมีองค์ประกอบของเครื่องเคาะหรือเสียงกลองในระดับต่ำหรือไม่มีเลยจะได้ผลดีที่สุด ทั้งหมดรวมกันนี้แสดงให้เห็นว่าสามารถลดระดับคอร์ติซอล (ฮอร์โมนที่บ่งชี้การตอบสนองต่อความเครียด) ในสุนัขได้ อย่างไรก็ตาม สาเหตุเบื้องหลังของผลกระทบจากเสียงดนตรีลักษณะดังกล่าว ยังไม่เป็นที่เข้าใจนัก

“คำอธิบายที่ดูมีเหตุผลที่สุดคือมีบางอย่างที่ผ่อนคลายอย่างแท้จริงในดนตรีประเภทนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการปลดปล่อยสารเคมี ซึ่งทำให้สภาพจิตใจผ่อนคลายขึ้น” เดโบราห์ เวลส์ นักวิจัยร่วมในงานศึกษาและนักวิจัยด้านพฤติกรรมสัตว์ที่มหาวิทยาลัยควีนส์เบลฟาสต์ กล่าว

เดโบราห์เวลส์ ได้ศึกษาผลกระทบของดนตรีคลาสสิกต่อสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ เช่น ช้างและกอริลลา

“ช้างและกอริลลาที่อยู่ในสวนสัตว์แสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบด้านสวัสดิภาพ พวกมันจะมีพฤติกรรมแบบเหมารวมน้อยกว่า และ/หรือมีช่วงเวลาที่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมาน้อยกว่าด้วย” เวลส์กล่าว ส่วนข้อได้เปรียบด้านความเป็นอยู่ที่ดีอย่างอื่น อาจรวมถึงนิสัยการกินและการนอนหลับที่ดีกว่า ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่า และภาวะเจริญพันธุ์ที่ดีขึ้น

Listening to classical music appears to have helped Margot's anxiety

ที่มาของภาพ, Madeleine Jett

คำบรรยายภาพ, การฟังดนตรีคลาสสิกดูเหมือนว่าจะช่วยให้เจ้าพิทบูลตัวนี้บรรเทาความวิตกกังวลลงได้

โดยธรรมชาติแล้วทั้งคนและสัตว์ต่างมีความสามารถในการได้ยินโดยกำเนิดที่แตกต่างกัน โดยสุนัขสามารถรับระยะเสียงได้มากกว่ามนุษย์ถึง 3 เท่า (ความถี่สูงถึง 65,000 เฮิร์ซ) ดังนั้น สุนัขจึงสามารถได้ยินระดับเสียงที่สูงกว่า และไกลกว่าที่หูมนุษย์โดยทั่วไปได้ยิน

ส่วนแมวจะสามารถรับความถี่ของเสียงได้สูงกว่ามาก (ความถี่ที่สูงถึง 79,000 เฮิร์ซ) จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเสียงบีบแตรตามท้องถนนหรือกระทั่งเสียงขยำกระดาษฟอยล์จึงทำให้แมววิ่งปรี่ไปหลบในตู้เสื้อผ้า มีงานศึกษาเพียงไม่กี่ชิ้นที่ศึกษาเสียงเพลงหรือเสียงดนตรีว่ามีผลต่อความสงบของแมวอย่างไร อย่างไรก็ตาม งานวิจัยหนึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์กัน โดยทีมนักวิจัยได้สวมหูฟังให้แมว 12 ตัวขณะที่พวกมันถูกให้ยาระงับประสาทเพื่อทำหมัน ก่อนเปิดเสียง 3 ประเภทต่อเนื่องกัน ได้แก่ เพลง Torn ของนาตาลี อิมบรูเกลีย, Adagio for Strings ของบาร์เบอร์ และ Thunderstruck ของ AC/DC โดยพบว่าการเลือกเปิดดนตรีคลาสสิกส่งผลให้อัตราการหายใจช้าที่สุด อัตราการเต้นของหัวใจต่ำที่สุด และมีการขยายของรูม่านตาที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงผลกระทบของเสียงดนตรีที่มีต่อความสงบของสัตว์

ดนตรีคลาสสิกไม่ใช่แนวเพลงเพียงชนิดเดียวที่ทำให้สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ รู้สึกสงบนิ่ง แต่ดนตรีเรกเก้หรือซอฟต์ร็อกที่มีจังหวะง่าย ๆ ช้า ๆ และไม่มีเสียงเครื่องเคาะหรือกลองหนัก ๆ ก็แสดงให้เห็นว่าช่วยให้สุนัขในศูนย์พักพิงผ่อนคลายได้เช่นกัน ในการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่สังเกตการณ์แมว 35 ตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พบว่าดนตรีบรรเลงช่วยลดอัตราการหายใจของพวกมันได้ หากเสียงนั้นไม่ดังหรือมีความถี่ที่ต่ำเกินไป (ลองนึกถึงเสียงเปียโน ฟลุต และเครื่องสาย)

หนังสือเสียงอาจฟังดูเหมือนว่าจะเป็นเสียงที่ทําให้สัตว์เลี้ยงสงบลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บรรยายที่มีน้ำเสียงผ่อนคลาย แต่ทฤษฎีนี้ไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติ การศึกษาที่เวลส์ นักวิจัยพฤติกรรมสัตว์แห่งมหาวิทยาลัยควีนส์เบลฟาสต์ร่วมเขียนเมื่อปี 2022 ได้ไปสังเกตปฏิกิริยาของสุนัข 60 ตัว ซึ่งเจ้าของเปิดให้ฟังดนตรีคลาสสิกหรือหนังสือเสียงขณะที่เจ้าของไม่อยู่เป็นเวลาสั้น ๆ จากการสังเกตพบว่าหนังสือเสียงมีผลน้อยมากต่อการทำให้สุนัขสงบ โดยพบว่าสุนัขมีพฤติกรรมจ้องมองไปที่ลำโพงขณะที่เปิดหนังสือเสียงแทนที่จะนั่งหรือนอนราบเหมือนตอนที่พวกมันทำเสียส่วนใหญ่ขณะที่ฟังเพลง

Music with a slow tempo and not too much heavy percussion appears to be the most soothing to dogs

ที่มาของภาพ, Madeleine Jett

คำบรรยายภาพ, ดนตรีที่มีจังหวะช้า ๆ และไม่มีเสียงเครื่องเคาะที่หนักเกินไปอาจช่วยทำให้สุนัขสงบลงได้

แม้ว่ามีงานศึกษาวิจัยหลายฉบับที่ชี้ให้เห็นถึงพลังความสงบของดนตรีคลาสสิก แต่ก็ไม่ได้หมายว่ามันจะมีผลต่อสุนัข แมว หรือช้างทุกตัว งานศึกษาต่าง ๆ โดยมากมักจะเป็นงานวิจัยขนาดเล็กและมีระยะเวลาของการสังเกตสั้น ๆ โดยมุ่งเน้นไปที่ศูนย์พักพิงสัตว์หรือโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความเครียดอย่างมาก

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการวิจัยนี้คือ จำนวนหมวดหมู่ย่อยภายในดนตรีคลาสสิกหรือดนตรีบรรเลง และความแตกต่างเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบของดนตรี

เมื่อ จาเน็ต มาร์โลว์ นักพฤติกรรมเสียงและนักแต่งเพลง ได้สังเกตสิ่งนี้กับสัตว์เลี้ยงของเธอเอง เธอจึงเริ่มสร้างสรรค์ดนตรีขึ้นมาเพื่อปลอบโยนสัตว์เลี้ยงของเธอเอง และในที่สุดก็ขยายไปสู่สัตว์เลี้ยงชนิดอื่นอีกมากมาย

“ฉันเริ่มทำเพลงและทดสอบเพลงที่ทำขึ้นเป็นการเฉพาะสำหรับชีววิทยาการได้ยินของสุนัข แมว ม้า และสัตว์ชนิดอื่น ๆ” เธอกล่าว

การใช้แนวทางที่ทำขึ้นเป็นการเฉพาะทำให้เธอสามารถขจัด “คลื่นความถี่ที่มีลักษณะกระตุ้นเร้าและปรับจังหวัดต่าง ๆ และฮาร์โมนิกส์ ดังนั้น เสียงที่ออกมาจึงเป็นเสียงที่มีความสบาย ๆ” ในที่สุดแล้ว จาเน็ต ได้สร้างแคตตาล็อกเสียงที่ประกอบด้วยแนวเพลงหลากหลายที่มีชื่อว่า “เสียงสำหรับสัตว์เลี้ยง” (Pet Acoustics) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการศึกษาวิจัยโดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายฉบับ

ไม่ว่าคุณจะลองเปิดเพลย์ลิสต์ Through a Dog’s Ear ที่จาเน็ตประพันธ์ขึ้น หรือเพลย์ลิสต์ดนตรีคลาสสิกที่รวบรวมขึ้นมาเอง การค้นหาเสียงที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงของคุณอาจต้องมีการลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ ทว่าหากประสบการณ์ของเจ้าหมาพิทบูลมาร์ก็อตต์พอจะเป็นตัวบ่งชี้ได้แล้วล่ะก็ เสียงที่ผ่อนคลายและเหมาะสมก็สามารถสร้างความแตกต่างได้