นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดเวทีทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการยกเลิก MOU ว่า หลังจากที่ได้พูดคุยกับ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ท่านได้ประสานมา มีเรื่องการเตรียมความพร้อมจัดสัมมนาข้อดีข้อเสียของ MOU 2543-2544 ที่จังหวัดต่างๆ ตามแนวชายแดน เพราะได้รับผลกระทบ ซึ่งตนก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะตอนที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตนได้อภิปรายว่าหากจะทำประชามติ คงต้องให้ความรู้กับประชาชน กมธ. รู้อะไร ประชาชนควรรู้สิ่งนั้นด้วย เราจึงวางแผนว่าจะต้องจัดสัมมนาเป็นการเร่งด่วน ซึ่งจะใช้สถานที่ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาในจังหวัดนั้นๆ หรือศาลากลางที่สามารถบรรจุคนได้จำนวนมาก
ส่วนวางกรอบเวลาไว้เมื่อไหร่ และจังหวัดใดก่อน นพดล กล่าวว่า เร็วที่สุด ถ้าสถานที่พร้อม เราก็พร้อมอยู่แล้ว เพราะข้อมูลที่เรามีอยู่ในขณะนี้เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจ คาดว่าน่าเริ่มเดือนนี้ได้ทันที หรือไม่ก็ต้นเดือนหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานไปยังจังหวัดที่ติดกับชายแดน
นพดล กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการพูดคุยกับ กมธ. ฟังสภาผู้แทนราษฎร คาดว่ารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีน่าจะประสานงานกันอยู่แล้ว ส่วนฝั่ง สว.เราคงเชิญ บุคคลสองฝ่ายมาพูดคุยกันด้วยเหตุและผลที่มีอยู่
นพดล ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย กัมพูชา ล่าสุด ว่า ณ ขณะนี้เป็นการชิงความได้เปรียบต่อการหาพันธมิตรในเวทีโลก ตนยังคิดในแง่บวกว่า ในสายตาของนานาชาติ ประเทศไทยเราเป็นพระเอก จากที่ได้สำรวจในเวทีประชุมสหภาพรัฐสภาโลก การที่กัมพูชาพยายามที่จะดิ้นรนในการให้ข้อมูลเชิงลบกับประเทศไทยในหลายด้าน เลยต้องพยายามตีตื้นขึ้นมา แต่ไม่ใช่ง่าย การทำความเข้าใจไปพร้อมๆกัน เป็นเรื่องยาก ดังนั้นตนมองว่าการที่ประเทศไทยพยายามเอาผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวอาเซียน หรือ AOT เข้ามาตรวจสอบ ถือเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะจะทำให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกระจายไปยังเวทีโลกได้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/senate-17nov25&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jxj6JjfXedubfaxsbga4r
