10 พ.ย. 2025 เวลา 6:03 น.
“อนุทิน” สั่งลุยขยายอายุเกษียณราชการพลเรือนสามัญ เร่งสรุป ธ.ค.นี้ มอบ ก.พ.ร่วมกรมบัญชีกลาง สำนักงบฯกบข. เตรียมพร้อมสังคมสูงอายุแรงงานลด เล็งใช้โมเดล “โออีซีดี” เกษียณ 65 ปี เน้นสายงานวิชาการ-ชำนาญการ ไม่กระทบฝ่ายบริหาร ใช้ฐานเงินเดือนเดิมตอน 60 ปี ไม่กระทบงบบำนาญ สศช.ชี้จ้างเกษียณต้องยืดหยุ่น รัฐต้องหนุนจ้างงานต่อเนื่อง คำนึงความสามารถก่อนดูอายุ
- “อนุทิน” สั่งลุยขยายอายุเกษียณราชการพลเรือนสามัญ เร่งสรุป ธ.ค.นี้ ก.พ.ร่วมกรมบัญชีกลาง สำนักงบฯกบข. เตรียมพร้อมสังคมสูงอายุแรงงานลด
- เลขาธิการ ก.พ.ชี้การศึกษาให้ความสำคัญโครงสร้างประชากรที่มีผู้สูงอายุเพิ่ม
- เล็งใช้โมเดล “โออีซีดี” เกษียณ 65 ปี เน้นสายงานวิชาการ-ชำนาญการ ไม่กระทบฝ่ายบริหาร ใช้ฐานเงินเดือนเดิมตอน 60 ปี ไม่กระทบงบบำนาญ
- สศช.ชี้จ้างเกษียณต้องยืดหยุ่น คำนึงความสามารถก่อนดูอายุ
แนวคิดการขยายอายุเกษียณราชการเป็นประเด็นที่พูดถึงหลายรัฐบาลที่ผ่านมา รวมทั้งบรรจุในแผนการปฏิรูประเทศที่มีข้อเสนอขยายอายุเกษียณราชการจาก 60 ปี เป็น 63 ปี เพื่อรับมือสังคมสูงอายุ แต่ถูกชะลอเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19
แนวนโยบายดังกล่าวเป็นประเด็นอีกครั้งในรัฐบาลปัจจุบัน โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาความเป็นไปได้การขยายอายุเกษียณเฉพาะของข้าราชการพลเรือนจาก 60 ปี เป็น 65 ปี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจเป็นพิเศษและหวังว่าจะตัดสินใจได้ในรัฐบาลชุดนี้
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ขั้นตอนการศึกษาของ ก.พ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยต้องพิจารณาผลกระทบหลายมิติกรณีขยายอายุราชการเป็น 65 ปี เช่น ผลกระทบงบประมาณ (บำเหน็จ บำนาญ) ผลกระทบต่อตำแหน่งและการบริหารงานส่วนราชการ ผลกระทบต่อโอกาสการเข้าทำงานของข้าราชการรุ่นใหม่
“วันนี้พูดกันเพียงศึกษาขยายอายุข้าราชการพลเรือนถึง 65 ปีหรือไม่ ไม่รวมข้าราชการอื่นๆ ตำรวจไม่รวม เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบเยอะ อาทิ คนเกิดน้อย คนตายมากกว่าคนเกิด รวมถึงมีผลกระทบกับงบประมาณ เช่น บำเหน็จ บำนาญ มีผลกระทบสำหรับหัวหน้าส่วนราชการ และมีผลกระทบต่อคนที่จะเข้ามาเป็นข้าราชการใหม่“ นายบวรศักดิ์ กล่าว
รายงานข่าวจากสำนักงาน ก.พ.ระบุว่า ก.พ.สรุปจำนวนข้าราชการปี 2567 รวม 1.12 ล้านคน แบ่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ 414,088 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ ก.พ.กำลังศึกษาเพื่อขยายอายุราชการเป็น 65 ปี
นอกจากนี้ มีข้าราชการครู 44,168 คน, ข้าราชการส่วนท้องถิ่น 268,063 คน, ข้าราชการตำรวจ 213,086 คน, ข้าราชการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 26,364 คน, ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา 9,408 คน, ข้าราชการตุลาการ 5,297 คน, ข้าราชการอัยการ 4,257 คน และข้าราชการรัฐสภาสามัญ 3,164 คน
นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการ ก.พ.เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการศึกษาการขยายอายุเกษียณของข้าราชการพลเรือน โดยหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 6 พ.ย.2568 นายกรัฐมนตรี มอบหมาย 4 หน่วยงาน ทำงานร่วมกัน ได้แก่ ก.พ. กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
ทั้งนี้จะทำงานร่วมกันในการศึกษาประเด็นหลัก ได้แก่ จำนวนข้าราชการที่เกี่ยวข้อง งบประมาณที่ต้องใช้ และผลกระทบเชิงบวกและลบของนโยบาย เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีกลางเดือน ธ.ค.2568
ชี้เป็นมาตรการรองรับสังคมสูงวัย
สำนักงาน ก.พ.เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารบุคลากรภาครัฐได้ศึกษาแนวทางขยายอายุเกษียณราชการตามแผนปฏิรูปประเทศด้านสังคมมาระยะหนึ่ง โดยเป็นมาตรการรองรับสังคมสูงวัยและสนับสนุนบุคลากรภาครัฐมีงานทำหลังเกษียณ รวมถึงการบริหารกำลังคนภาครัฐแต่ละช่วงวัยอย่างเหมาะสม
สำหรับแนวคิดขยายอายุเกษียณข้าราชการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2564 มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป สัดส่วน 20% ของประชากรทั้งหมด และเพิ่มเป็น 30% ในปี 2573 ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องมีแผนรองรับสู่สังคมสูงวัยรวมถึงภาคราชการ
ขณะที่โครงสร้างประชากรไทยเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคม ซึ่งนอกจากมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น และมีประชากรเด็กเกิดน้อย รวมถึงอายุขัยยาวนานขึ้น โดยถ้าขยายเวลาให้ผู้มีอายุเกิน 60 ปี ที่มีศักยภาพทำงานได้เป็นแรงงานในระบบทั้งภาคราชการและเอกชนจะลดปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งลดปัญหาวัยแรงงานที่เริ่มลดลงจนต้องแบกรับประชากรวัยผู้สูงอายุมากขึ้น
เล็งใช้โมเดล“โออีซีดี”เกษียณ65ปี
นอกจากนี้หลายประเทศโดยเฉพาะสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่มีปัญหาโครงสร้างประชากรและมีจำนวนแรงงานลดลงได้ขยายอายุเกษียณราชการ ซึ่งมีหลายประเทศขยายอายุเกษียณถึง 65 ปี
ขณะที่การกำหนดอายุการเกษียณปัจจุบันอาจมีการทบทวน เพราะการกำหนด 60 ปี มีมานานตั้งแต่อายุขัยเฉลี่ยประชากรไทยยังน้อยกว่าอายุเกษียณราชการ แต่ขณะนี้อายุขัยเฉลี่ยคนไทยสูงกว่า 60 ปีแล้ว โดยคนไทยมีสุขภาพดีขึ้นและส่วนใหญ่อายุเกิน 60 ปี
“โจทย์โครงสร้างประชากรเป็นเรื่องใหญ่สุด เพราะเด็กเกิดใหม่น้อยกว่าคนตายต่อเนื่อง 4 ปีแล้ว จะทำให้แรงงานลดลงแม้ปัจจุบันยังไม่ขาดแคลนแรงงาน แต่อีก 10 ปี ปัญหาจะชัดเจนทั้งแรงงานขาดแคลน และงบประมาณที่ต้องใช้ดูแลผู้เกษียณอายุสูงขึ้น จึงต้องเตรียมความพร้อมไว้ ส่วนประสิทธิภาพคุณภาพการทำงานของผู้สูงอายุที่หลายคนกังวลจะหากลไกมากำกับดูแลได้เป็นโจทย์ระยะต่อไป”
ครอบคลุมข้าราชการพลเรือน4แสนคน
นายปิยวัฒน์ กล่าวว่า กรณีตัดสินใจขยายอายุเกษียณข้าราชการพลเรือนจะครอบคลุมข้าราชการพลเรือน 4 แสนคน โดยต้องมีช่วงการเปลี่ยนผ่านที่ปกติใช้เวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี
ทั้งนี้ กลุ่ม OECD ใช้โมเดลทยอยขยายอายุเกษียณราชการ โดยอาจมีปีที่ขยายอายุราชการทีละ 1 ปี เช่น จาก 60 เป็น 61 ปี และเว้น 1 ปี จากนั้นขยายเป็น 62 ปี แล้วอาจเว้นยังไม่ขยายอายุเกษียณ จากนั้นขยายอีกครั้งเป็นเกษียณอายุ 63 ปี จนกระทั่งถึงเป้าหมายขยายอายุเกษียณข้าราชการที่ 65 ปี
ก.พ.ยืนยันไม่กระทบรับข้าราชการใหม่
สำหรับข้อกังวลการขยายอายุเกษียณราชการแล้วจะกระทบการรับราชการรุ่นใหม่ เลขาธิการ ก.พ.กล่าวว่า การขยายอายุเกษียณข้าราชการจะไม่กระทบแผนการรับข้าราชการใหม่ เพราะแต่ละปีนั้นจะรับข้าราชการใหม่เพื่อทดแทนข้าราชการเกษียณอายุและลาออก ซึ่งรับข้าราชการใหม่ประมาณปีละ 10,000 คน โดยมีนโยบายต้องการคนรุ่นใหม่มาทำงานราชการและเปิดสอบบรรจุเป็นประจำทุกปี
ขณะที่กฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์รับราชการต่อไป พ.ศ.2552 เป็นประเด็นการขยายอายุให้ข้าราชการที่มีความสามารถและมีทักษะสูงที่หาทดแทนไม่ได้ เช่น ช่าง 10 หมู่ ที่กรมศิลปากรต้องการขยายอายุราชการให้ทำงานต่อ โดยลักษณะนี้ไม่ประกาศสำหรับข้าราชการทั่วไป
รัฐบาลชี้ไม่กระทบตำแหน่งบริหาร
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายบวรศักดิ์ ระบุแนวทางการเกษียณอายุราชการสำหรับสายงานวิชาการและชำนาญการ มากกว่าสายงานบริหาร เพื่อไม่ให้กระทบผู้ที่จะเลื่อนตำแหน่งทดแทนผู้เกษียณ ยกเว้นกรณีจำเป็นตามการเสนอของหน่วยราชการ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เพื่อไม่ให้การขยายอายุเกษียณข้าราชการเป็นภาระงบประมาณของกรมบัญชีกลาง โดยให้ความเห็นยึดฐานเงินเดือนสุดท้ายที่อายุ 60 ปี เพื่อใช้คำนวณฐานเงินบำนาญเพราะหากใช้ฐานเงินเดือนที่อายุ 65 ปี ระบบบำนาญข้าราชการจะรับภาระไหว
นอกจากนี้ต้องนึกถึงความเป็นธรรมกับผู้ที่อยู่ในระบบและคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าระบบราชการ ซึ่งผู้ที่ขยายอายุราชการออกไปต้องทำข้อตกลงใช้ตัวเลขเงินเดือนสุดท้ายในการอ้างอิงและจะไม่ปรับเพิ่มเงินเดือนตลอดสัญญาขยายอายุการทำงาน
สศช.แนะงานสูงวัยต้องยืดหยุ่น
รายงานข่าวจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า สศช.ร่วมกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNFPA Thailand) HelpAge International และมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ สรุปบทเรียนต่างประเทศเพื่อรับมือกับสังคมสูงวัยระดับสุดยอด โดยมีข้อเสนอแนวทางวางแผนงานสำหรับวัยเกษียณ เช่น
Prof. CheolSung Park Dean, College of Economics and Finance Director Hanyang Institute for Population and Policy Research, Hanyang University เสนอความท้าทายสังคมสูงวัยภายใน 30 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ ระบุถึงเกาหลีใต้จะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปถึงครึ่งของประเทศ รัฐบาลจึงมีมาตรการ อาทิ การขยายอายุเกษียณ การจ้างงานผู้สูงอายุจากภาครัฐ ให้เงินอุดหนุนแก่บริษัทเอกชน การลดข้อจำกัดสัญญาจ้างและยกเว้นเงินสมทบประกันการว่างงาน
อย่างไรก็ตาม ระบบบำนาญเกาหลีใต้ที่มีบำนาญพื้นฐานและบำนาญแห่งชาติเผชิญปัญหาความยั่งยืนและความเชื่อมั่นจากคนรุ่นใหม่ อีกทั้งอัตราความยากจนกลุ่มผู้สูงอายุยังสูง ซึ่งได้เสนอมาตรการลดต้นทุนให้นายจ้างเพื่อจ้างงานผู้สูงอายุที่มีประสิทธิภาพ พร้อมแนะนำให้ไทยเร่งปฏิรูประบบบำนาญ ระบบสุขภาพ และโครงสร้างค่าจ้าง รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรุ่นในการเตรียมพร้อมรับสังคมสูงวัย
แนะคำนึงความสามารถมากกว่าอายุ
นอกจากนี้ ได้มีการข้อสรุปข้อเสนอ 3 ข้อ ที่น่าสนใจ ได้แก่
1.อนาคตของระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ โดยเสนอให้พัฒนาระบบการเงินและกองทุนที่ยั่งยืนผ่านการร่วมจ่ายและมีประกันสุขภาพครอบคลุมการดูแลระยะยาว ควบคู่การใช้เทคโนโลยีติดตามสุขภาพเบื้องต้น รวมถึงยกระดับศักยภาพและสร้างแรงจูงใจผู้ดูแลผู้สูงอายุ และบูรณาการการภาครัฐ เอกชนและท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อน community care model
2.เส้นทางการทำงานหลังเกษียณและระบบบำนาญที่ยืดหยุ่น โดยผู้สูงอายุยังมีศักยภาพทั้งงานบริการ งานใช้ความเชี่ยวชาญ และงานจิตอาสา รัฐควรสนับสนุนการจ้างงานต่อเนื่องโดยคำนึงถึงความสามารถมากกว่าอายุ
รวมทั้งส่งเสริม Upskill/Reskill และการ Re-employment และสนับสนุนการสร้างงานชุมชน อีกทั้งสนับสนุนกลุ่มวัยก่อนสูงอายุเป็นผู้ประกอบการและทำอาชีพที่สอง และสนับสนุนผู้หลุดจากตลาดแรงงานเนื่องจากภาระการดูแล (care work) ให้กลับสู่ระบบการทำงาน
3.การพัฒนาปัจจัยแวดล้อมเพื่อสูงวัยสุดยอดอย่างมีคุณภาพ มีข้อเสนอให้ผลักดันนวัตกรรมรูปแบบใหม่ อาทิ การปรับห้องว่างเป็นบ้านแบ่งปัน การพัฒนาบริการดิจิทัลที่ใช้งานง่ายและเข้าถึงได้
รวมถึงการสร้างอาชีพใหม่ที่เหมาะสม อาทิ มัคคุเทศก์สูงวัย อาชีพ “เพื่อนผู้สูงอายุ” ซึ่งสร้างรายได้และเพิ่มคุณค่าทางใจควบคู่ นอกจากนี้มีข้อเสนอปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัยตามหลัก Universal Design โดยภาครัฐควรมีสิทธิประโยชน์สนับสนุนเอกชนปรับปรุงบ้าน
รวมทั้งการจัดตั้ง Elderly Community Center ในชุมชน และศูนย์สองวัย เพื่อให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมดูแลเด็กและทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งช่วยลดความโดดเดี่ยวและสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างรุ่น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1206866&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1w2vPMW76uERQBcw8e47Xg
