เฮ! ครม.ไฟเขียวเที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง ใช้จ่าย 2 หมื่นบาท หักภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาท | เดลินิวส์

เฮ!-ครม.ไฟเขียวเที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง-ใช้จ่าย-2-หมื่นบาท-หักภาษีสูงสุด-3-หมื่นบาท-|-เดลินิวส์

วันที่ 21 ต.ค. นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแพ็กเกจมาตรการตามที่กระทรวงการคลังเสนอ รวม 5 มาตรการ เริ่มจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว นำค่าที่พักโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย ค่าที่พักสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการร้านอาหาร ทั้งเมืองหลักและเมืองรองตามค่าใช้จ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท โดยเมืองหลักมาลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า หรือสูงสุด 20,000 บาท ส่วนเมืองรอง หักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า หรือสูงสุด 30,000 บาท เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68

ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่าค่าใช้จ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท จะต้องได้รับใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือในรูปแบบกระดาษ ไม่เกิน 10,000 บาท และอีกไม่เกิน 10,000 บาท ใบกำกับภาษีต้องอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ขณะที่จังหวัดเมืองรอง 55 จังหวัด และมีพื้นที่บางอำเภอในจังหวัด 15 จังหวัดที่เพิ่มให้เป็นเมืองรอง ซึ่งการกำหนดระยะเวลาใช้สิทธิ เนื่องจากรัฐบาลมองว่าปลายปีเป็นช่วงท่องเที่ยวปกติอยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนนิติบุคคลจัดอบรมสัมมนาในประเทศ โดยนำค่าห้องพัก ค่าสัมมนา ค่าใช้จ่าย ค่าขนส่ง มาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่ากรณีเมืองหลัก และเมืองรอง หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ยกเว้นค่าขนส่งสามารถเป็นใบรับอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-รีซีท

ขณะเดียวกันได้เร่งรัดการเลิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ 69 โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. เร่งรัดเบิกจ่ายไม่น้องกว่า 60% ของงบประมาณ ตั้งแต่เดือน ต.ค. 68 จนถึงวันที่ 31 ม.ค. 69 โดยให้ท่องเที่ยวภายในประเทศเฉพาะท่องเที่ยวเมืองรองเป็นลำดับแรก และกำหนดเป็นตัวชี้วัดการทำงาน หรือเคพีไอ ประจำปีงบ 69 ของหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ

นายลวรณ กล่าวว่า ครม. ยังเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก ให้โรงแรมสามารถนำรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ซ่อมแซม หรือรีโนเวท มาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของรายจ่ายตามจริง ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 68 ถึงวันที่ 31 มี.ค. 69 โดยมีส่วนของการหักค่าเสื่อมเป็นระยะเวลา 20 ปี ส่วนเรื่องสุดท้ายเป็นมาตรการขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสถานบันเทิง โดยขยายเวลาปรับลดภาษีสรรพสามิตจาก 10% เหลือ 5% ออกไป 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 69

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า 5 มาตรการในครั้งนี้ จะทำให้มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปีนี้ เพิ่มจีดีพี 0.04% และเมื่อรวมในโครงการก่อนหน้าทั้งเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคนละครึ่ง พลัส จะทำให้มีส่วนเพิ่มจีดีพี 0.44-0.45% โดยจะพยายามผลักดันให้เศรษฐกิจในไตรมาส 4 โตไม่ต่ำกว่า 1% ส่วนทั้ง 5 มาตรการนี้จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 5,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่จะมีค่าเสื่อมกรณีผู้ประกอบการโรงแรมที่พักปรับปรุงรีโนเวท โดยในปีแรกรัฐสูญเสียรายได้ 900 ล้านบาท

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5224486/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yS2RiQ0kO2phqug2TBiGo