บล.กสิกรไทย ประเมินว่า ในวันนี้ (9 ต.ค.2568) SET Index จะแกว่งตัวในกรอบ 1,290-1,310 จุด โดยระยะสั้นอาจเห็น SET index มีการปรับฐาน หลัง กนง. มีมติประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.50% จากครั้งที่ผ่านมา อีกทั้ง SET index ที่ปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดปี กว่า 200 จุด ซึ่งใกล้เคียงกับระดับที่เราประเมินว่าทุกการปรับลด 10 bps ส่งผลให้ SET index ปรับตัวขึ้นประมาณ 20 จุด โดยที่ กนง. ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้นไปแล้ว 100 bps นับแต่เข้า cycle ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงภาพที่ตลาดได้ priced in การปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว
ในส่วนกลยุทธ์การลงทุนยังคงมุ่งเน้นหุ้นที่มีปัจจัย บวกเฉพาะอย่าง ERW เก็งมาตราการะตุ้นการท่องเที่ยว ที่มีแผนจะถูกเสนอ ในการประชุมครม.ในสัปดาห์หน้า และ CK จากแนวโน้มการเติบของกำไร ใน 3Q25 ยังคงแข็งแกร่ง รวมไปถึงการเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐ
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ ERW ราคาพื้นฐาน 3.28 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกกับ ERW จากแนวโน้มของกำไรจากผลประกอบการ หลักจะแตะจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2568 และมีแนวโน้มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3/2568 เป็นต้นไป อีกทั้งบริษัทคาดว่าอัตราการเติบโตของ RevPar จะกลับมาเป็น บวกในเดือน ต.ค. โดยมีการเติบโตในอัตราตัวเลขหลักเดียว YoY หลังจากที่ลดลงในไตรมาส 2/2568-ไตรมาส 3/2568 ประกอบกับความคาดหวังมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลใหม่ หลังนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ สัปดาห์หน้า จะเสนอมาตรการภาษีที่สามารถนำค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเมืองรองมาหักลดหย่อนภาษีได้ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว
CK ราคาพื้นฐาน 21.50 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกต่อเนื่องกับ CK จากการเร่งเบิกจ่ายของงบประมาณปี 2568 หลัง รมว.คมนาคม ตั้งเป้าเบิกครบ ก.ย.นี้ พร้อมเร่งลงนาม 5,137 โครงการ วงเงิน 4.7 หมื่นล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะงบปี 2569 ได้รับ 2.65 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% เน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ใหญ่ 22 โครงการ วงเงินรวม 9.1 แสนล้านบาท ในขณะเดียวกัน คาดรายได้ในครึ่งหลังปี 2568 จะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องจากการรับรู้โครงการใหม่ และคาดว่าจะสามารถได้โครงการใหม่ เช่น รถไฟความเร็วสูงไทยจีนเฟส 2 และโครงการทางด่วน double-deck เช่นกัน
กลยุทธ์การลงทุนยังคงมุ่งเน้นหุ้นที่มีปัจจัย บวกเฉพาะอย่าง ERW เก็งมาตราการะตุ้นการท่องเที่ยวที่มีแผนจะถูกเสนอในการประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า และ CK จากแนวโน้มการเติบของกำไร ในไตรมาส 3/2568 ยังคงแข็งแกร่ง รวมไปถึงการเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/731634&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mFaQpdtlkTLLRFF9SJmgc
