‘เพื่อไทย’ หยัน ‘ปชน.- ภท.’ ไหวเหรอ แก้ ‘รธน.’ 4 เดือน

‘เพื่อไทย’-หยัน-‘ปชน-ภท’-ไหวเหรอ-แก้-‘รธน.’-4-เดือน

‘ดนุพร ปุณณกันต์’ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 หลังศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยกรณีกระบวนการขั้นตอนการทำประชามติเพื่อเปิดทางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา หลายฝ่ายมีข้อกังวลไม่เพียงเป็นการวินิจฉัยถึงขั้นตอนกระบวนการจัดทำประชามติตามที่สมาชิกรัฐสภาได้เสนอไปแต่ยังมีการวินิจฉัยเพิ่มเติมถึงที่มาที่ไปของสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ว่าไม่สามารถได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชน แม้ว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวจะไม่ใช้ประเด็นที่อยู่ในคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

แต่คำวินิจฉัยดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันทุกองค์กร ดังนั้นพรรคเพื่อไทยน้อมรับคำตัดสินของศาล และพรรคเพื่อไทยจึงเสนอแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยจะเสนอแนวทางการตั้ง ‘ส.ส.ร.’ หรือกรรมาธิการที่มีความเกี่ยวข้องยึดโยงและสะท้อนถึงเจตนารมย์ของประชาชนมากที่สุด ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด ซึ่งเตรียมศึกษา และวางแผนเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาต่อไป 

พรรคเพื่อไทยจะทำให้เร็วที่สุด ซึ่งเราทราบกันดีว่าข้อตกลงของพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทยมีการตกลงกันว่าภายใน 4 เดือนเราจะพยายามเร่งเข้าคณะกรรมการชุดเล็กของพรรคเพื่อไทย และเสนอต่อรัฐสภาให้เร็วที่สุด แน่นอนว่า หลายฝ่ายกังวลว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ทำประชามติจะทันตามกรอบเวลา MOA ของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เนื่องจากทางปฎิบัติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อเพิ่มเติมหมวด 15/1 นั้นจะต้องทำโดยพิจารณาร่วมกันของรัฐสภา และจะต้องมีการผ่านการพิจารณาทั้ง 3 วาระ โดยต้องบรรลุเงื่อนไขการเห็นชอบโดย สว. ซึ่งการผ่านเสียงของ สว.นั้นเป็นบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ เมื่อกระบวนการนี้แล้วเสร็จ จะทำให้พี่น้องประชาชนออกเสียงประชามติอีกครั้งว่าเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วยหรือไม่ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มเป็นกังวลว่าในระยะเวลา 4 เดือนตามกรอบเวลาที่ตกลงกันของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยนั้นจะทำได้หรือไม่ 

เมื่อมีคำถามแบบนี้เข้ามาในสังคม ต้องถามคำถามนี้ย้อนกลับไปที่พรรคประชาชนว่ายังมั่นใจอยู่หรือไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และประชาชนจะได้ออกเสียงประชามติได้ทันในระยะเวลา 4 เดือนตามที่พวกท่านได้กำหนดไว้เอง และที่สำคัญสถานะของ MOA ทั้ง 5 ข้อที่ได้จัดทำร่วมกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยนั้นจะเป็นจริงได้กี่ข้อ ถึงแม้ว่าข้อประกาศว่า จะขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านโดยไม่ขอร่วมการจัดตั้งรัฐบาล เริ่มมีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าเป็นฝ่ายค้านจริงหรือไม่ เพราะภารกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคหลักที่จะคอยรักษาองค์ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแทนพรรคภูมิใจไทย  

ดังนั้นเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเปิดทางไปสู่การทำประชามติให้เป็นจริงได้มากที่สุดพรรคประชาชนควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการเดินเข้าไปพูดคุยกับ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และฝากนายอนุทินไปคุยกับสว.ที่หลายท่านเรียกว่า สว.สีน้ำเงินว่าวันนี้แนวทางที่พรรคเพื่อไทย ที่พรรคประชาชนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มมาตรา 15/1 นั้น สว.ของท่านเห็นด้วยหรือไม่ 

ไม่ตอบโต้ หลังถูกวิจารณ์เป็นช่วงขาลง รอบหน้าอาจได้ สส. ไม่ถึง 100 เสียง   

พร้อมกันนี้ได้แถลงข่าวประจำสัปดาห์ ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา มีนักวิชาการ อดีตนักการเมือง และนักการเมือง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงพรรคเพื่อไทย ว่าจะเป็นพรรคขาลง และในการเลือกตั้งสมัยหน้าอาจจะเหลือไม่ถึง 100 เสียง หรือ 50 เสียง พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมือง ตนเองขออนุญาตไม่ตอบโต้นักวิชาการ นักการเมืองเหล่านั้น เพียงแต่ว่าเราจะยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ และจะนำไปพัฒนาพรรคของเราให้ดีขึ้น และยังฝากไปถึงโหวตตอร์พรรคเพื่อไทย หรือคนที่ยังศรัทธาในพรรค ว่า  

“ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคเพื่อไทยประสบวิกฤตทางการเมือง พรรคเพื่อไทยเมื่อก่อน เป็นพรรคไทยรักไทย เราถูกปฏิวัติมา 2 ครั้ง ถูกยุบพรรคมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ทุกครั้งที่เราถูกวิกฤตทางการเมือง เราสามารถลุกขึ้นยืนได้อย่างเข้มแข็ง และนำทัพพรรคเพื่อไทยลงในสนามเลือกตั้ง และหลายครั้งที่เราชนะในสนามเลือกตั้ง” 

— ดนุพร กล่าว

แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาชิกพรรคบางคนอาจจะมีการเสียใจบ้างที่ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องออกจากตำแหน่ง และ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องเข้าไปสู่การจองจำอีกครั้งหนึ่ง แต่ขอย้ำว่า พรรคของพวกเรา พร้อมที่จะลุกขึ้นยืน และเข้มแข็งอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือน เพราะเรายังมั่นใจว่าหัวใจของเรายังเป็นพี่น้องประชาชน เราจะนำเสนอนโยบายดีๆ เพื่อช่วยพี่น้องประชาชนที่ลำบาก เราไม่สามารถทิ้งประชาชนที่สนับสนุนเรา และคนรากหญ้าให้ลำบากได้เพียงลำพัง เราพร้อมที่จะลุกขึ้นเข้มแข็งอีกครั้งในเร็ววัน พวกเราพร้อมเดินหน้าต่อ แม้เราจะประสบปัญหานานาประการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอให้ทุกคนได้เป็นกำลังใจให้พวกเรา หากพร้อมแล้ว เจอกันในสนามเลือกตั้งแน่นอน  

เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงรัฐบาลชุดใหม่ ในการแก้ไขปัญหาชายแดนหรือไม่ ดนุพร กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะมีการเปิดด่านเลยหรือไม่ ซึ่งเป็นการเรียกร้องของ สส. บางคนของพรรคประชาชน แต่ก่อนที่ ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเรื่องชายแดน จะให้สิทธิ์ของคณะกรรมการชุดหนึ่งในการพิจารณาเรื่องนี้ว่าจะปิดเปิดด่านอย่างไร และคงต้องรอความชัดเจนจากการนำรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร และวันนี้หัวหน้าพรรคแกนนำพรรค และ สส. ในบริเวณชายแดนยังสั่งให้ สส. ได้ติดบริเวณชายแดน และดูแลพี่น้องประชาชนที่ยังเกิดความหวาระแวง และยังให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด  

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/pheu-thai-party-criticizes-bhumjaithai-party-and-prachachon-party&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ek4Mw_VZy6wMU6GJYORBn