Category: ท่องเที่ยว

  • ฉะเชิงเทรา จับมือ มณฑลเฮยหลงเจียง ลงนามความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การศึกษา-ท่องเที่ยว

    ฉะเชิงเทรา จับมือ มณฑลเฮยหลงเจียง ลงนามความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การศึกษา-ท่องเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/143302&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zk_f-zULiiJmz2rHXUJUm

  • จีนจ่อทุ่มเงินอุดหนุน ‘การท่องเที่ยว’ กว่า 1 พันล้านหยวน

    จีนจ่อทุ่มเงินอุดหนุน ‘การท่องเที่ยว’ กว่า 1 พันล้านหยวน

    ปักกิ่ง, 24 เม.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนประกาศการลงทุนกว่า 1 พันล้านหยวน (ราว 4.76 พันล้านบาท) เพื่ออุดหนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในโครงการรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะ 1 เดือน (23 เม.ย.-31 พ.ค.) เนื่องในวันท่องเที่ยวจีน ครั้งที่ 16 ซึ่งตรงกับวันที่ 19 พ.ค. โดยสถานที่จัดงานหลักปีนี้จะจัดในเมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน

    หน่วยงานภาครัฐจะร่วมมือกับองค์กรหุ้นส่วนมากกว่า 70 แห่ง และออกมาตรการกว่า 9,000 รายการที่มีเป้าหมายเอื้อประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยหลี่เสี่ยวหย่ง เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ กล่าวว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มความพยายามในการควบคุมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของไกด์นำเที่ยว เสริมสร้างการป้องกันความเสี่ยง และปรับปรุงบริการเพื่อรับรองว่านักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัยและน่าพึงพอใจ

    เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าจะใช้นโยบายส่วนลดแบบ “ต้นขั้วตั๋ว” ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงโปรโมชันพิเศษทั่วทั้งมณฑลได้โดยการแสดงต้นขั้วตั๋วเดินทางหรือกิจกรรม เช่น ตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วรถไฟความเร็วสูง หรือตั๋วเข้าชมการแข่งขันกีฬาและการแสดงสำคัญ

    ฮั้วเจี้ยนจวิน ประธานสมาคมแหล่งท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน คาดการณ์ว่ามูลค่ารวมของส่วนลดและสิทธิพิเศษที่แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศมอบให้ตลอดทั้งปีนี้อาจสูงทะลุ 210 ล้านหยวน (ราว 999 ล้านบาท) และเอื้อประโยชน์การเดินทางของนักท่องเที่ยวกว่า 60 ล้านครั้ง

    จีนคาดว่าการท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาววันแรงงาน ระยะ 5 วันที่กำลังจะมาถึงจะคึกคักเป็นอย่างมาก ขณะที่จำนวนการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ในช่วงวันหยุดเทศกาลชิงหมิง (เชงเม้ง) ระยะ 3 วัน เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา รวมอยู่ที่ 135 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 6.8 ส่วนการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 เป็นเกือบ 6.13 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.92 แสนล้านบาท)

    นอกจากนั้น จำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้า-ออกจีนรวมอยู่ที่ 21.33 ล้านครั้ง ในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2026 ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากนโยบายฟรีวีซ่าที่ขยายวงกว้างของจีน

    (แฟ้มภาพซินหัว : ผู้โดยสารเดินอยู่ที่ชานชาลาของสถานีรถไฟหนานจิงในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน วันที่ 6 เม.ย. 2026)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/around-the-world/3923195/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_BZbU6bTGrs7wyPDVHKLr

  • จับทัวร์เถื่อนคาสนามบิน กรมการท่องเที่ยว เผยหลอกขายทัวร์คุนหมิง-ฉงชิ่ง

    จับทัวร์เถื่อนคาสนามบิน กรมการท่องเที่ยว เผยหลอกขายทัวร์คุนหมิง-ฉงชิ่ง

    วันนี้ ( 24 เม.ย.2569) นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคเหนือ กรณีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาจากจังหวัดเชียงราย จำนวน 31 ราย และแจ้งเหตุที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวประจำจุด ท่าอากาศยานประจำสนามบิน จ.เชียงใหม่ เนื่องจากซื้อรายการนำเที่ยว คุนหมิง – ฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 24 – 29 เม.ย.2569 แต่เมื่อถึงเวลาเดินทาง ปรากฏว่าไม่มีตั๋วโดยสารเครื่องบิน สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว

    สำนักงานทะเบียนฯ สาขาภาคเหนือ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว จึงตรวจสอบเอกสารโปรแกรมนำเที่ยว และหลักฐานการชำระเงิน ปรากฏชื่อ น.ส.อ.(นามสมมุติ) หรือ หจก.เอ (นามสมมุติ) เมื่อตรวจสอบจากฐานข้อมูลในระบบ พบว่าไม่เคยได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามมาตรา 15 ประกอบมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว จึงจับกุม น.ส.อ. และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงค์ จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    จับทัวร์เถื่อน กรมการท่องเที่ยว เผยหลอกขายทัวร์คุนหมิง-ฉงชิ่ง

    จับทัวร์เถื่อน กรมการท่องเที่ยว เผยหลอกขายทัวร์คุนหมิง-ฉงชิ่ง

    จับทัวร์เถื่อน กรมการท่องเที่ยว เผยหลอกขายทัวร์คุนหมิง-ฉงชิ่ง

    จับทัวร์เถื่อน กรมการท่องเที่ยว เผยหลอกขายทัวร์คุนหมิง-ฉงชิ่ง

    อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า นักท่องเที่ยวทุกท่านให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อทัวร์นำเที่ยว เบื้องต้นท่านสามารถตรวจสอบ บริษัททัวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ที่เว็บไซต์ กรมการท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวราบรื่น เชื่อถือได้ และได้รับการบริการจากทัวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และหากเกิดความเสียหาย สามารถรับความคุ้มครองจากกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้

    อ่านข่าว:

    รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมทบทวนฟรีวีซา 90 ประเทศ เล็งลดเวลาเหลือ 30 วัน

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ความมั่นคง

    อุทยานฯ เอราวัณ ประกาศปิดท่องเที่ยว-พักแรมชั่วคราว เหตุไฟป่า-ฝุ่น PM2.5

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505064&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nacqmHR9b-1rTcIcJcwLB

  • ประทับใจไทยแลนด์! ตร.ท่องเที่ยวเชียงใหม่ โชว์ตามคืนกระเป๋าเงินให้นักท่องเที่ยวสาวอิตาลี เจ้าตัวยิ้มแก้มปริ

    ประทับใจไทยแลนด์! ตร.ท่องเที่ยวเชียงใหม่ โชว์ตามคืนกระเป๋าเงินให้นักท่องเที่ยวสาวอิตาลี เจ้าตัวยิ้มแก้มปริ

    บ่ายวันนี้ (24 เมษายน 2569) ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยวทางภาคเหนือกำลังคึกคัก เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากนักท่องเที่ยวสาวชาวอิตาลีรายหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอาการตระหนกหลังจากรู้ตัวว่าเผลอทำกระเป๋าเงินที่มีทรัพย์สินและเอกสารสำคัญหลายรายการหล่นหายบนรถบัสโดยสาร  

    ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เร่งประสานงานและดำเนินการตรวจสอบข้อมูลรถบัสคันที่นักท่องเที่ยวโดยสารมาอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งพบกระเป๋าเงินใบดังกล่าวตกอยู่บริเวณข้างเบาะที่นั่ง จากนั้นได้ประสานงานให้หัวหน้าชุดและสายตรวจอำนวยความสะดวก นำตัวนักท่องเที่ยวมาตรวจสอบและรับทรัพย์สินคืน ณ จุดบริการนักท่องเที่ยว ท่าอากาศยานเชียงใหม่

    และในวินาทีที่นักท่องเที่ยวสาว ได้รับกระเป๋าคืนและตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินทุกอย่างยังอยู่ครบ เธอได้แสดงความดีใจเป็นที่สุด พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างว่องไวและให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับการท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างมาก   

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/70693&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KYN8AsGfcMIvPut2lC4R3

  • ชายเม็กซิโกกราดยิงบนพีระมิดโบราณ “เตโอติวากัน” พบเลียนแบบคดีดังสหรัฐฯ

    ชายเม็กซิโกกราดยิงบนพีระมิดโบราณ “เตโอติวากัน” พบเลียนแบบคดีดังสหรัฐฯ

    เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2569 สำนักข่าว BBC รายงาน เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น ณ แหล่งโบราณคดี “เตโอติวากัน” (Teotihuacán) ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศเม็กซิโก

    ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม แห่งเม็กซิโก ได้แถลงยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นบนยอดพีระมิดแห่งดวงจันทร์ (Pyramid of the Moon) โดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุคือ ฮูลิโอ เซซาร์ ยาสโซ รามิเรซ (Julio César Jasso Ramírez) สัญชาติเม็กซิกัน วัย 27 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมบ่งชี้ถึงปัญหาทางจิตและได้รับแรงจูงใจที่บิดเบี้ยวจากโศกนาฏกรรมการกราดยิงที่เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศ

    จากการสืบสวนเบื้องต้นโดยสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งรัฐเม็กซิโก พบว่า ผู้ก่อเหตุได้พกพาอาวุธปืนพกพร้อมกระสุนจำนวนหลายสิบนัด อาวุธมีด และที่น่าตกใจคือการพบเอกสารและวรรณกรรมที่อ้างอิงถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีต โดยเฉพาะเหตุสังหารหมู่ที่โรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ในสหรัฐฯ เมื่อเดือน เม.ย.2542

    พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า ขณะที่คนร้ายกำลังสาดกระสุนลงมาจากแท่นบนพีระมิด เขาได้ตะโกนอ้างถึงเหตุการณ์โคลัมไบน์ดังกล่าว ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า คนร้ายเจตนาเลือกก่อเหตุในวันจันทร์ที่ผ่านมา (20 เม.ย.) ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 27 ปีของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในสหรัฐฯ อย่างพอดิบพอดี

    เหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวหญิงชาวแคนาดา วัย 32 ปี ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 13 คน ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 6 ปี ไปจนถึง 61 ปี โดยในจำนวนนี้มี 7 คนที่ถูกกระสุนปืนโดยตรง และรวมถึงผู้เยาว์จากประเทศโคลอมเบียและบราซิลที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

    อัยการสูงสุด โฆเซ ลุยส์ เซอร์วานเตส มาร์ติเนซ เปิดเผยว่าการกระทำครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณชั่ววูบ แต่มีการวางแผนมาอย่างเป็นระบบ เนื่องจากคนร้ายเคยแวะเวียนมาสำรวจพื้นที่บริเวณโบราณสถานแห่งนี้บ่อยครั้งก่อนตัดสินใจลงมือก่อเหตุในช่วงเที่ยงวันของวันที่ 20 เม.ย.

    ในระหว่างเหตุการณ์อันวุ่นวาย เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาดินแดนและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น ได้พยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ด้วยการปีนขึ้นไปบนพีระมิดเพื่อกดดันคนร้าย คนร้ายได้ยิงปืนใส่ทั้งนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่รวมกว่า 14 นัด จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ยิงเข้าที่บริเวณขาเพื่อสยบความเคลื่อนไหว แต่ท้ายที่สุดรามิเรซได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตเพื่อหนีความผิด

    หลังจากการปะทะสิ้นสุดลง ทางการได้สั่งปิดแหล่งโบราณคดีเตโอติวากันซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโกทันทีเพื่อเก็บหลักฐานและตรวจสอบความเรียบร้อย

    ประธานาธิบดีเม็กซิโก กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย รัฐบาลได้ออกคำสั่งให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ณ แหล่งท่องเที่ยวและโบราณสถานทุกแห่งทั่วประเทศ โดยจะมีการติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะและเพิ่มจุดคัดกรองบริเวณทางเข้าเตโอติวากันและพื้นที่สำคัญอื่น ๆ

    มาตรการนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเม็กซิโกกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ โดยผู้นำเม็กซิโกได้ยืนยันกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ว่าจะรับประกันความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและแฟนบอลทุกคน

    พร้อมทั้งให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังเม็กซิโกแล้วกว่า 16 ล้านคน ซึ่งสะท้อนว่าเม็กซิโกยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับคนทั่วโลก แม้จะเกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจนี้ขึ้นก็ตาม

    อ่านข่าว :

    จับตาข่าวลือ! สื่ออิสราเอลเผย “กาลิบาฟ” วางมือทีมเจรจา สันติภาพส่อเค้าสะดุด

    ศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกล ลุ้น 10 สส.ปชน.หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

    ทรัมป์ประกาศ “อิสราเอล-เลบานอน” ขยายเวลาหยุดยิง 3 สัปดาห์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505024&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12BUgAx8_QbwDXCm8Ez6ie

  • เวียตเจ็ทบินตรง “อุดรฯ-จีน” เชื่อมเศรษฐกิจอู๋ซีและอี้อู

    เวียตเจ็ทบินตรง “อุดรฯ-จีน” เชื่อมเศรษฐกิจอู๋ซีและอี้อู

    เวียตเจ็ทบินตรง “อุดรฯ-จีน” เชื่อมเศรษฐกิจอู๋ซีและอี้อู

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์เปิดบินตรงอุดรธานีสู่ “อู๋ซี-อี้อู” เชื่อมเศรษฐกิจจีนในรอบ 10 ปี รับดีมานด์นักท่องเที่ยวและนักลงทุนพุ่ง พร้อมดันอุดรฯ สู่ศูนย์กลางการบินนานาชาติเส้นทางใหม่

    ทางลัด “อุดรฯ – เมืองจีน”: เมื่อเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เชื่อมโลกการค้าและการท่องเที่ยวสู่ถิ่นอีสาน

    นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญของอุตสาหกรรมการบินไทย เมื่อท้องฟ้าอุดรธานีกลับมาคึกคักด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศอีกครั้ง หลังจากการรอคอยมานานกว่าทศวรรษ โดยล่าสุด เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ได้ประกาศเปิดเส้นทางบินตรงแบบเช่าเหมาลำ เชื่อม อุดรธานี (UTH) สู่ อู๋ซี (WUX) และ อี้อู (YIW) สองเมืองยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศจีน
     

    เวียตเจ็ทบินตรง

    เชื่อมโยงมรดกวัฒนธรรมและศูนย์กลางการค้า

    การขยายเครือข่ายครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดเส้นทางบินใหม่ แต่คือการเปิดช่องทางเศรษฐกิจสำคัญ:

    อู๋ซี: เมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบและมรดกทางวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวไทยใฝ่ฝัน

    อี้อู: ขุมทรัพย์ของเหล่านักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้า ในฐานะตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    เวียตเจ็ทบินตรง

    นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ระบุว่า

    “การเปิดให้บริการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงอุดรธานีกับจีน เราเห็นศักยภาพจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของภาคอีสานเพิ่มขึ้น การเปิดบินตรงจะช่วยให้อุดรธานีก้าวสู่ประตูเชื่อมโยงระดับนานาชาติ ขับเคลื่อนการเติบโตให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน” เวียตเจ็ทบินตรง

    การต้อนรับที่อบอุ่นสู่ “ประตูสู่อีสาน”

    ในพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ที่ผ่านมา นำโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และรองผู้ว่าการ ททท. ได้ร่วมให้การต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวจีนอย่างอบอุ่น สะท้อนถึงความพร้อมของจังหวัดในการเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญของภูมิภาค

    การขยายเส้นทางบินนี้สอดคล้องกับรางวัล “สายการบินโลว์คอสต์ที่ดีที่สุดในไทยแห่งปี 2568” ที่เวียตเจ็ทไทยแลนด์เพิ่งได้รับ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการให้บริการที่คุ้มค่า ตรงต่อเวลา และสร้างโอกาสในการเดินทางใหม่ๆ ให้กับคนไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

    ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบตารางบินและสำรองที่นั่งเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการบินตรงสู่อู๋ซีและอี้อูได้ทาง www.vietjetair.com หรือช่องทางออนไลน์ของสายการบินที่พร้อมให้บริการทุกวัน เวียตเจ็ทบินตรง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/741429&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JW3B3JAFHKg1Uxk032rWS

  • โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา เปิดข้อเสนอพิเศษกระตุ้นท่องเที่ยว

    โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา เปิดข้อเสนอพิเศษกระตุ้นท่องเที่ยว

    กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ จ.ภูเก็ต โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.ภูเก็ต เปิดตัวข้อเสนอพิเศษ “Island Escape” มีทั้งห้องพักราคาพิเศษและส่วนลดยกระดับการเข้าพัก

    เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.ภูเก็ต เปิดตัวข้อเสนอพิเศษ “Island Escape” กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ จ.ภูเก็ต ด้วยราคาห้องพักเริ่มต้น 4,000 บาทสุทธิ/คืน รวมอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์สำหรับ 2 คน นอกจากนั้น ยังมาพร้อมกับสิทธิพิเศษที่ช่วยยกระดับการเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด 10% สำหรับอาหารและเครื่องดื่มห้องอาหารของโรงแรม รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ยกเว้นรายการส่งเสริมการขายหรือช่วงเวลาพิเศษอื่นๆ) และส่วนลด 20% สำหรับสปาทรีตเมนต์แบบเดี่ยว ณ ควน สปา 

    สำหรับโรงแรม เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่ ณ หาดไม้ขาวหนึ่งในชายหาดที่ยังคงความบริสุทธิ์และเงียบสงบที่สุดของภูเก็ต พร้อมชมพระอาทิตย์ตกงดงามในทุกเย็น ท่ามกลางธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 20 นาที ทั้งนี้ ข้อเสนอพิเศษดังกล่าว เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2569 ผู้ที่สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.renaissancephuket.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2928597&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3k2QGstJtWsg8OyMFs06mF

  • ญี่ปุ่นคุมเข้มเพาเวอร์แบงก์ ห้ามใช้-ชาร์จบนเครื่อง จำกัดพกไม่เกิน 2 ชิ้น : อินโฟเควสท์

    ญี่ปุ่นคุมเข้มเพาเวอร์แบงก์ ห้ามใช้-ชาร์จบนเครื่อง จำกัดพกไม่เกิน 2 ชิ้น : อินโฟเควสท์

    ญี่ปุ่นเริ่มบังคับใช้มาตรการคุมเข้มการนำเพาเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่องบินแล้วตั้งแต่วันนี้ (24 เม.ย.) โดยกำหนดให้ผู้โดยสารสามารถพกพาขึ้นเครื่องได้ไม่เกินคนละ 2 ชิ้น และห้ามใช้งานหรือชาร์จระหว่างเที่ยวบิน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเพลิงไหม้

    กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ระบุว่า กฎใหม่นี้ยังห้ามนำเพาเวอร์แบงก์ที่มีความจุเกิน 160 วัตต์-ชั่วโมงขึ้นเครื่องด้วย

    มาตรการดังกล่าวออกมาสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่ลิเธียมที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) รับรองเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

    สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นับเป็นการปรับกฎครั้งที่สองในรอบ 1 ปี หลังจากก่อนหน้านี้ในเดือนก.ค. ญี่ปุ่นห้ามเก็บเพาเวอร์แบงก์ไว้ในสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องและช่องเก็บของเหนือศีรษะ พร้อมกำชับให้ผู้โดยสารเก็บไว้ใกล้ตัวระหว่างการเดินทาง

    การคุมเข้มครั้งนี้มีขึ้นหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บนเครื่องบินของสายการบินแอร์ปูซาน (Air Busan) ของเกาหลีใต้ เมื่อเดือนม.ค. 2568 ซึ่งเชื่อว่ามีต้นเหตุมาจากพาวเวอร์แบงค์ที่ชำรุด

    ทั้งนี้ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนซึ่งใช้ในเพาเวอร์แบงก์ มีความเสี่ยงเกิดการลุกไหม้และควันได้ หากได้รับแรงกระแทกหรือเสื่อมสภาพ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/587556&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Pt4UaXkz8YXsNLQhn3PND

  • ‘ผ่าทางรอด’ พลิกโฉม ‘ท่องเที่ยวยั่งยืน’ สร้างโอกาส-แต้มต่อ รับมือภัยคุกคาม

    ‘ผ่าทางรอด’ พลิกโฉม ‘ท่องเที่ยวยั่งยืน’ สร้างโอกาส-แต้มต่อ รับมือภัยคุกคาม

    ผู้นำ-กูรูท่องเที่ยว ชูวิสัยทัศน์บนเวทีโลก งานประชุม ‘GSTC 2026’ ปูทาง ‘ท่องเที่ยวยั่งยืน’ ทางรอดแห่งอนาคต รับมือสารพัดภัยคุกคามกระทบการตัดสินใจเดินทาง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ชูกรอบยุทธศาสตร์ ‘Thailand 10 Plus’ ปรับโมเดลเติบโต มุ่งสร้างมูลค่า และคุณภาพแท้จริง สานนโยบาย ‘กรีน อีโคโนมี พลัส’ ย้ำความยั่งยืนคือ โอกาส ไม่ใช่ต้นทุน

    เมื่อโลกกำลังเผชิญความผันผวนจากสภาวะภูมิอากาศที่แปรปรวน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ไปจนถึงการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ส่งผลให้โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปี 2026 ไม่ใช่แค่การดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลเหมือนในอดีต แต่คือ การตั้งคำถามว่า “จะทำให้ความยั่งยืน… ยั่งยืนได้อย่างไร?” ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจ และปัจจัยลบรายล้อม

    งานประชุมใหญ่ “Global Sustainable Tourism Conference 2026” (GSTC 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 เม.ย.69 ใน จ.ภูเก็ต จึงนับเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมของผู้นำด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนจากทั่วโลกในยุคความยั่งยืนสร้างแต้มต่อ… เป็นทั้งทางรอด และโอกาสในคราวเดียว

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพจัดงาน GSTC 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก” โดยการจัดงานมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับมาตรฐาน และแนวปฏิบัติด้านการท่องเที่ยว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “Net Zero” การส่งเสริมบทบาทของชุมชนท้องถิ่นให้เกิดการเติบโตอย่างทั่วถึง และยั่งยืน และยืนยันความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามกรอบมาตรฐานสากล

    “การจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการประชุมจากทั่วโลก 600 คน จึงเป็นเวทีสำคัญที่จะสร้างแรงบันดาลใจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเสริมสร้างความร่วมมือ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

    งาน GSTC 2026 เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) จังหวัดภูเก็ต และมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน (STDF) เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการบริหารจัดการจุดหมายปลายทางอย่างรับผิดชอบ ภายใต้ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ Sustainable Hospitality, Resilient Cities & Communities และ Carrying Capacity & Visitor Distribution Management ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

    ‘ผ่าทางรอด’ พลิกโฉม ‘ท่องเที่ยวยั่งยืน’ สร้างโอกาส-แต้มต่อ รับมือภัยคุกคาม ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    “ท่องเที่ยว” ต้องการสันติภาพเพื่อเติบโต

    ลุยจี กาบรินี (Luigi Cabrini) ประธานคณะกรรมการ GSTC กล่าวว่า เมื่อสิ้นปี 2025 พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศเติบโต 4% เมื่อเทียบกับระดับก่อนโควิด-19 ระบาด โดยมีจุดหมายปลายทางหลายแห่งที่บันทึกสถิติจำนวนผู้มาเยือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้การท่องเที่ยวกลับมาเป็นกิจกรรมสำคัญอีกครั้ง เป็นทั้งผู้สร้างงาน รวมถึงเครื่องมือในการพัฒนาที่สร้างประโยชน์ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แต่น่าเศร้าที่ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อมนุษย์ และเกิดการทำลายล้าง ส่งผลกระทบต่อกระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยว

    “การท่องเที่ยวช่วยส่งเสริมสันติภาพ แต่ในขณะเดียวกันการท่องเที่ยวเองก็ต้องการสันติภาพเพื่อที่จะเติบโตได้เช่นกัน”

    สารพัด “ภัยคุกคาม” กระทบการตัดสินใจเที่ยว

    นอกจากนี้ยังมีภัยคุกคามอื่นๆ ที่แฝงมากับการบริหารจัดการท่องเที่ยว เช่น ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง (Over-tourism) ซึ่งชุมชนเริ่มสัมผัสได้ถึงผลกระทบเชิงลบ ความคืบหน้าที่ล่าช้าในการลดผลกระทบของการท่องเที่ยวที่มีต่อภาวะโลกร้อน มลพิษจากพลาสติก ขยะอาหาร และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงความแออัดในแหล่งท่องเที่ยวและสภาพอากาศสุดขั้วที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเดินทางเป็นครั้งแรก

    “จากผลสำรวจต่างๆ แสดงให้เห็นว่าดีมานด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีสูงกว่าปริมาณที่มีเสนอในตลาด นี่คือ เสียงที่เรียกร้องให้พวกเราทุกคนต้องลงมือทำมากกว่านี้ แต่การขจัดข้อสงสัยเรื่องการฟอกเขียว (Greenwashing) เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่น และความน่าเชื่อถือ โดยระบบของ GSTC ให้การรับรองในเรื่องนี้ และนั่นคือ เหตุผลที่โครงการรับรองมาตรฐานจำนวนมากติดต่อ GSTC เพื่อขอการรับรอง”

    และหลังจากการประชุม GSTC 2026 จบลงไม่นาน คณะกรรมการของ GSTC จะอนุมัติแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดเป้าหมาย 6 ประการสำหรับ 10 ปีข้างหน้า ได้แก่ 1.การขยายการยอมรับ และมาตรฐานของ GSTC ไปทั่วโลก 2.การประยุกต์ใช้โปรแกรมการรับรองที่น่าเชื่อถืออย่างแพร่หลาย 3.การบูรณาการเครื่องมือวัดผล และรายงานผลในทุกเซกเมนต์ของการท่องเที่ยว 4.ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ครอบคลุม ยุติธรรม และได้รับการสนับสนุนจากชุมชน 5.เผยแพร่ความรู้ และทักษะวิชาชีพตามมาตรฐาน GSTC และ 6.บรรลุการเปลี่ยนแปลงตลาดไปสู่ความต้องการสินค้าและประสบการณ์ที่ยั่งยืน

    ‘ผ่าทางรอด’ พลิกโฉม ‘ท่องเที่ยวยั่งยืน’ สร้างโอกาส-แต้มต่อ รับมือภัยคุกคาม ลุยจี กาบรินี

    ชูกรอบยุทธศาสตร์ “Thailand 10 Plus”

    สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้กำหนดให้ “ความยั่งยืน” เป็นแกนหลักของวาระการพัฒนาประเทศ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ “Thailand 10 Plus” ที่มุ่งปรับเปลี่ยนโมเดลการเติบโตจากการเน้น “ปริมาณ” (Volume) ไปสู่การสร้าง “มูลค่า” (Value) และคุณภาพอย่างแท้จริงในระยะยาว

    พร้อมบูรณาการการท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรม นำมรดกอันล้ำค่าของไทยมาใช้เป็นพลังขับเคลื่อน “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย ขณะเดียวกันยังได้ผลักดัน “โมเดลการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ที่ส่งเสริมการเดินทางแบบคาร์บอนต่ำ การท่องเที่ยวโดยชุมชน และการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม

    ‘ผ่าทางรอด’ พลิกโฉม ‘ท่องเที่ยวยั่งยืน’ สร้างโอกาส-แต้มต่อ รับมือภัยคุกคาม สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

    “ความยั่งยืน” ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือโอกาส

    ด้วยแนวทางบนหลักการเรียบง่ายอย่าง “ความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือโอกาส” ภายใต้นโยบาย “กรีน อีโคโนมี พลัส” (Green Economy Plus) ประเทศไทยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่สดใส เป็นประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจ และชุมชน นอกจากนี้กำลังพัฒนา “ตลาดคาร์บอนเครดิต” ที่น่าเชื่อถือ เพื่อสร้างช่องทางรายได้ใหม่ให้กับชุมชน พร้อมกับการสนับสนุนเกษตรกรรมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดการกับความท้าทายต่างๆ เช่น มลพิษทางอากาศ

    ควบคู่กับการส่งเสริม “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” และสร้างการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง มุ่งสร้างการเติบโตของการท่องเที่ยวที่เน้นการกระจายนักท่องเที่ยวไปยัง “เมืองรอง” เพื่อลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในเมืองหลัก และสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชนท้องถิ่น

    “ในโลกยุคปัจจุบัน ความยั่งยืนต้องหมายถึงความยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง (Resilience) ด้วย โดยประเทศไทยกำลังเสริมสร้างระบบเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติ ลงทุนในกลไกเตือนภัยล่วงหน้า และปรับปรุงการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพน้ำ และอากาศ มาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของเราเท่านั้น แต่เพื่อรักษาความอยู่รอดในระยะยาวของจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวด้วย”

    ‘ผ่าทางรอด’ พลิกโฉม ‘ท่องเที่ยวยั่งยืน’ สร้างโอกาส-แต้มต่อ รับมือภัยคุกคาม

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1231015&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TZCRoCLcTYrz80iyHQksy

  • ปักหมุดความอร่อย! ‘เทศกาลอาหารอร่อย…ระยองฮิ’ ขนทัพร้านดังกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ปักหมุดความอร่อย! ‘เทศกาลอาหารอร่อย…ระยองฮิ’ ขนทัพร้านดังกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ปักหมุดความอร่อย! ‘เทศกาลอาหารอร่อย…ระยองฮิ’ ขนทัพร้านดังกระตุ้นเศรษฐกิจ

    วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.54 น.

    ปักหมุดความอร่อย! ‘เทศกาลอาหารอร่อย…ระยองฮิ ครั้งที่ 12’ ขนทัพ 130 ร้านดัง-ผลไม้ GI กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว 1-5 พ.ค.นี้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน ‘เทศกาลอาหารอร่อย…ระยองฮิ ครั้งที่ 12’ โดยเป็นการความร่วมมือระหว่าง จังหวัดระยอง, สำนักงานพาณิชย์จังหวัด, อบจ.ระยอง, หอการค้าจังหวัด และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่

    งานในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 พฤษภาคม 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้พบกับบูธจำหน่ายสินค้าและอาหารขึ้นชื่อมากมาย พร้อมด้วยโซน Food Truck ที่รวมของเด็ดทั่วจังหวัดกว่า 130 ร้านค้า นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์สำคัญคือการจำหน่ายผลไม้ขึ้นชื่อตามฤดูกาล โดยเฉพาะทุเรียน GI, เงาะ และมังคุด ซึ่งนำมาจำหน่ายในราคาโปรโมชั่นพิเศษเพื่อคืนกำไรให้แก่ประชาชน

    นอกจากความอิ่มอร่อยแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดทั้ง 5 วัน อาทิ การสาธิตทำอาหารรังสรรค์เมนูใหม่จากวัตถุดิบพื้นถิ่นระยอง โดยเชฟชื่อดัง ‘เชฟบุ๊ค – บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต’ , ลุ้นเงินรางวัลรวม 100,000 บาท (วันละ 20,000 บาท) จากการแข่งกินเร็ว, แข่งขันซื้ออาหาร และเกมแจกคูปองแทนเงินสด , พบรายการลดราคามากกว่า 50% และกิจกรรมแจกเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ผู้โชคดีทุกวัน และสนุกไปกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรีจากศิลปินชื่อดัง ‘กาน ทศน’ และ ‘กีตาร์ สิริขวัญ’

    ทางด้านผู้แทนจากหน่วยงานจัดงาน ระบุว่า การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังกลุ่มผู้ผลิตและร้านอาหารในชุมชนอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ภาคการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดระยองต่อไป

    ////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    เที่ยวระยองพาไปดูการเสิร์ฟเมนู'ข้าวเข่ง'ที่'มีสุขฟาร์มคาเฟ่' เห็นแล้วน่าทาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/960372&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KQNzSicDWDkmJLM3w1Krt